<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>100497</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/04/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/04/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บิ๊กตู่สั่งเกาะติดเมียนมา หวังอาเซียนถกทางออก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; สั่งเหล่าทัพจับตาสถานการณ์เมียนมา พร้อมแผนสำรองอพยพคนไทยทันทีหากรุนแรงขึ้น รัฐบาลมอบ 5 ล้านบาทช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม หวังประชุมอาเซียน 24 เม.ย. มีทางออกสันติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 23 เม.ย. พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงภายหลังการประชุมสภากลาโหม ครั้งที่ 4/2564 ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ว่า พล.อ.ประยุทธ์ได้มอบเป็นนโยบายให้หัวหน้าหน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหมและผู้บัญชาการเหล่าทัพติดตามสถานการณ์ด้านความมั่นคงในภูมิภาค โดยเฉพาะในเมียนมา และเตรียมพร้อมรับมือกับปัญหาและผลกระทบจากสถานการณ์ความรุนแรงภายใน และการสู้รบในพื้นที่ชายแดนที่มีขึ้น โดยให้กองกำลังป้องกันชายแดนของทุกเหล่าทัพประสานการทำงานกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่เพิ่มความเข้มงวดกวดขัน การรักษาความมั่นคงตามแนวชายแดนในทุกช่องทาง พร้อมทั้งเน้นย้ำการแสดงท่าทีต่อสถานการณ์ในเวทีระหว่างประเทศ ให้ยึดกรอบกระทรวงการต่างประเทศ และแนวทางของอาเซียนเป็นหลัก รวมทั้งให้เตรียมความพร้อมอพยพคนไทยออกจากเมียนมา กรณีสถานการณ์มีความรุนแรงขึ้น และเตรียมการรองรับผู้หนีภัยความไม่สงบ โดยยึดหลักมนุษยธรรมและหลักสิทธิมนุษยชน แต่ต้องปฏิบัติตามมาตรการควบคุมโรคอย่างเคร่งครัด
นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์กังวลต่อสถานการณ์ความรุนแรงในเมียนมา รัฐบาลไทยจึงพิจารณาเตรียมมอบเงินสนับสนุนการดำเนินการแก่สภากาชาดไทย จำนวน 5 ล้านบาท เพื่อให้การช่วยเหลือทางด้านมนุษยธรรม และเป็นประโยชน์แก่ประชาชนเมียนมา โดยจะเป็นการดำเนินการผ่านสภากาชาดเมียนมา
&amp;ldquo;ในวันเสาร์ที่ 24 เม.ย.นี้ จะมีการประชุมผู้นำอาเซียนเพื่อหารือเกี่ยวกับสถานการณ์ในเมียนมาที่สำนักเลขาธิการอาเซียน กรุงจาการ์ตา ซึ่งนายกฯ ได้มอบหมายให้นายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกฯ และ รมว.การต่างประเทศ เป็นผู้แทนพิเศษ และเป็นผู้แทนนายกฯ ประชุมครั้งนี้ ซึ่งจะได้นำเสนอความคิดเห็นในที่ประชุม และหวังว่าผลของการประชุมจะมีส่วนทำให้สถานการณ์ในเมียนมาคลี่คลายอย่างสันติโดยเร็ว&amp;rdquo; นายอนุชาระบุ
ด้านนายหวัง อี้ มนตรีแห่งรัฐและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวถึงการประชุมนี้ว่า จีนหวังให้การประชุมนำไปสู่การเริ่มต้นที่ดี ช่วยให้สถานการณ์เมียนมามีทางออกสวยงามแบบซอฟต์แลนดิ้ง แต่ควรหลีกเลี่ยงการแทรกแซงอย่างไม่เหมาะสมจากนอกภูมิภาค เพราะการกระทำที่ผ่านมาได้พิสูจน์แล้วว่าการกดดันอย่างรุนแรงแบบไม่ลืมหูลืมตาจากภายนอกไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาในประเทศใดๆ ได้ มีแต่จะสร้างความปั่นป่วนหรือสถานการณ์ย่ำแย่ลงอีก ซึ่งจะส่งผลและบั่นทอนเสถียรภาพในภูมิภาค&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;quot;จีนจะสื่อสารกับอาเซียนอย่างใกล้ชิดต่อไป และยังทำงานที่เกี่ยวข้องกับเมียนมา ตามวิถีทางของตนต่อไป&amp;quot; นายหวังระบุ
วันเดียวกันภาคประชาชนทั้งในนามบุคคล องค์กรเอกชน (เอ็นจีโอ) และมูลนิธิได้ร่วมลงชื่อในจดหมายเปิดผนึกเรียกร้องการชุมนุมในวันที่ 24 เม.ย. ที่กรุงจาการ์ตา ซึ่งมีทั้งสิ้น 8 ข้อ ที่น่าสนใจคือข้อ 6 ที่เสนอให้อาเซียนไม่ควรใช้หลักการไม่แทรกแซงกิจการภายในตามกฎบัตรอาเซียน และข้อ 8 ที่ให้ประเทศอาเซียนที่ทำธุรกิจ การค้า ข้อตกลงและความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การค้า กับเมียนมาระงับความร่วมมือทางธุรกิจในทุกประเภท.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100497</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประชุมอาเซียน, สถานการณ์เมียนมา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อพยพคนไทย, เมียนมา, แผนสำรองอพยพคนไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210423/image_big_6082dcdfbb14a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83944</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/11/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> RCEPบรรลุใหญ่สุดในโลก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ ประชุมอาเซียน-ยูเอ็น ครั้งที่ 11 ชง 3 แนวทางขับเคลื่อนพัฒนายั่งยืน จับมือสู้โควิดสร้างวัคซีนสาธารณะ ไทยผนึก 14 ประเทศลงนามอาร์เซ็ป ปลื้มเอฟทีเอฉบับประวัติศาสตร์ใหญ่ที่สุดในโลก เปิดประตูส่งออกสินค้าเกษตร-อุตฯ-บริการสู่ตลาดโลก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน เวลา 09.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้ร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน-สหประชาชาติ ครั้งที่ 11 ผ่านระบบการประชุมทางไกล โดยผู้นำและผู้แทนประเทศสมาชิกอาเซียนจากทั้ง 10 ประเทศ และนายอันโตนิอู กูแตเรซ เลขาธิการสหประชาชาติ เข้าร่วมหารือ ภายหลังเสร็จสิ้น&amp;nbsp; นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวสรุปสาระสำคัญ ดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเหวียน ซวน ฟุก นายกรัฐมนตรีเวียดนาม กล่าวว่า การประชุมนี้จัดขึ้นเพื่อรับทราบความคืบหน้าและทบทวนความร่วมมือระหว่างอาเซียนกับสหประชาชาติ รวมทั้งการดำเนินการตามแผนปฏิบัติการ 5 ปี ดำเนินการตามปฏิญญาร่วมว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนที่ครอบคลุมระหว่างอาเซียนกับสหประชาชาติ ปี ค.ศ. 2016-2020 และรับทราบแผนปฏิบัติการฯ ฉบับใหม่ ปี ค.ศ. 2021-2025
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น เลขาธิการสหประชาชาติกล่าวถึงการต่อสู้กับโควิด-19 การรักษาสภาพอากาศ และการต่อสู้กับความท้าทายใหม่ๆ ผู้นำต้องร่วมมือกันเพื่อรับมือกับความท้าทายเหล่านี้ ทั้งในระดับทวิภาคีและพหุภาคี ในส่วนของวัคซีนโควิด-19 หวังว่าจะเข้าถึงอย่างทั่วถึง ขอเรียกร้องให้ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน ลดความขัดแย้งในโลก ทั้งนี้ เพื่อเอาชนะความท้าทายเหล่านี้ สหประชาชาติ (ยูเอ็น) พร้อมเคียงข้างกับอาเซียนในทุกมิติ และขอบคุณอาเซียนที่มุ่งมั่นสนับสนุนการทำงานของยูเอ็น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในโอกาสนี้ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า สหประชาชาติเป็นเสาหลักในการธำรงไว้ซึ่งสันติภาพ ส่งเสริมการพัฒนาของประเทศต่างๆ&amp;nbsp; และดูแลแก้ไขปัญหานานัปการ พร้อมชื่นชมบทบาทในการปฏิรูปสหประชาชาติให้เข้มแข็งขึ้น เพื่อรับมือกับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ ทั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยเฉพาะการผลักดันให้วัคซีนและยารักษาโควิด-19 เป็นสินค้าสาธารณะระดับโลก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายกฯ ได้เสนอแนวทางเพื่อให้สานต่อและขับเคลื่อนการดำเนินการตามเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน 3 ประการ คือ 1.การปรับแนวทางการดำเนินการ ด้วยการจัดลำดับสาขาความร่วมมือระหว่างกันใหม่ โดยเน้นการเสริมสร้างความมั่นคงของมนุษย์ ให้อาเซียนสามารถยืนหยัดและรับมือกับภาวะฉุกเฉินและความท้าทายต่างๆ 2.การเปิดโอกาสในการส่งเสริมงานอาสาสมัครภายในประชาคมอาเซียน โดยสามารถแบ่งปันและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ผ่านความร่วมมือใต้-ใต้ และความร่วมมือไตรภาคี และ 3.การพัฒนาหุ้นส่วนด้วยการสนับสนุนความเป็นหุ้นส่วนที่เข้มแข็งและมีความรับผิดชอบร่วมกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยทั้ง 3 ประการ จะสนับสนุนการดำเนินการตามกรอบแผนฟื้นฟูอาเซียนที่ครอบคลุมและข้อเสนอแนะตามรายงานสรุปเชิงนโยบายของเลขาธิการสหประชาชาติเกี่ยวกับผลกระทบของโควิด-19 ต่อเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และช่วยขับเคลื่อนข้อริเริ่มความเกื้อกูลระหว่างวิสัยทัศน์ประชาคมอาเซียน ค.ศ.2025 กับวาระการพัฒนาที่ยั่งยืน ค.ศ.2030 ของสหประชาชาติ พร้อมเสนอการร่วมมือระหว่างกัน โดยผ่านกิจกรรมของศูนย์อาเซียนเพื่อการศึกษาและการหารือด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน คณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติสำหรับเอเชียและแปซิฟิก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ได้ย้ำการยึดมั่นในระบบพหุภาคีนิยม หลักค่านิยมสากล การส่งเสริมความร่วมมือในเวทีระหว่างประเทศ และความตั้งใจของไทยที่จะทำงานร่วมกับประเทศสมาชิกอาเซียนและสหประชาชาติอย่างใกล้ชิดและแข็งขันต่อไป
หนุนวัคซีนโควิดสาธารณะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นในช่วงท้าย เลขาธิการยูเอ็นได้ย้ำถึงสนับสนุนยุทธศาสตร์การฟื้นฟูของอาเซียน การสนับสนุนให้วัคซีนโควิด-19 เป็นสินค้าสาธารณะ การยึดมั่นในความร่วมมือในการรักษาสันติภาพ เพื่อความมั่นคง ตลอดจนความร่วมมือด้านเศรษฐกิจจะสนับสนุนในสาขาที่เป็นยุทธศาสตร์ และการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 ในโอกาสนี้ ยังกล่าวสนับสนุนมาตรการของไทยในด้านความร่วมมือใต้-ใต้ และนโยบายไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง การร่วมรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ รวมทั้งการบริหารจัดการอย่างรอบด้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา?เวลา 10.30 น. นายกฯ ได้ร่วมการประชุมสุดยอดความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค ครั้งที่ 4 (Regional Comprehensive Economic Partnership: RCEP) ซึ่งเป็นหนึ่งในการประชุมนอกเหนือจากการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 37 ผ่านระบบประชุมทางไกล ภายหลังการประชุมเสร็จสิ้น&amp;nbsp; โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สรุปผลการประชุมดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีไทยได้กล่าวถ้อยแถลงว่า มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่การประชุมครั้งนี้ สามารถสรุปผลการเจรจาร่วมกันได้ และจะได้ร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนาม RCEP ซึ่งถือเป็นความตกลงการค้าเสรีฉบับประวัติศาสตร์ โดยทราบดีว่าประเทศสมาชิกต้องเผชิญกับความท้าทายมากมาย เนื่องจากความแตกต่างของระดับการพัฒนาทางเศรษฐกิจ และความอ่อนไหวที่แตกต่างกันของแต่ละประเทศ และล่าสุดจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์เน้นย้ำว่า ความตกลง RCEP เป็นความตกลงการค้าเสรีที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีคุณภาพ มาตรฐานสูง และมีนัยสำคัญต่อการยกระดับความสามารถในการแข่งขันและผลประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ของทุกประเทศ พร้อมเชื่อว่า การรวมตัวกันของประเทศสมาชิกจะเสริมสร้างให้ภูมิภาค RCEP มีสภาวะแวดล้อมที่เอื้ออำนวยและดึงดูดการค้าการลงทุนจากทั่วโลก ทำให้ประเทศสมาชิกมีความสามารถและความยืดหยุ่นในการรับมือกับปัญหาความท้าทายทางเศรษฐกิจได้มากขึ้นในอนาคต รวมทั้งจะเป็นเครื่องมือขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกไปสู่การค้าที่เสรีมากขึ้น ส่งผลให้ภูมิภาคและประชาชนของพวกเราได้รับประโยชน์อย่างเท่าเทียมและยั่งยืนต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากนั้น นายกฯ ได้เข้าร่วมพิธีลงนามความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) โดยผู้แทนจาก 15 ประเทศ ในส่วนของไทย นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เป็นผู้ลงนาม และนายกรัฐมนตรีเป็นสักขีพยานในการลงนาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายจุรินทร์ให้สัมภาษณ์ก่อนร่วมการประชุมผู้นำความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาคว่า ในการประชุม จะมีผู้หารือประกอบด้วย กลุ่มประเทศอาเซียน 10 ประเทศ และมีประเทศจีน เกาหลี ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ อีก 5 ประเทศเป็นกลุ่มการตกลงทางการค้าการลงทุนที่ใหญ่ที่สุดในโลก เพราะมีมูลค่าการค้า หรือจีดีพี ถึงหนึ่งในสามของโลก และตลอดเวลา 8 ปีที่ผ่านมา ได้มีความพยายามทำให้การเจรจาประสบผลความสำเร็จทั้ง 20 ข้อบท เมื่อปี 2562 ที่ประเทศไทยเป็นประธานอาเซียน สำหรับประเทศอินเดีย ที่ไม่ได้เข้าร่วมในครั้งนี้ ในอนาคตเมื่อประเมินสถานการณ์เห็นว่ามีความเหมาะสมแล้ว ก็สามารถเข้าร่วมหารือได้ และทั้ง 15 ประเทศ ก็ยินดีต้อนรับให้เข้าร่วมในโอกาสต่อไป อย่างไรก็ตาม ทั้ง 15 ประเทศ ที่มีอยู่ถือเป็นตลาดใหญ่มากแล้วควบคุมทั้งจีดีพีและมีประชากรถึงหนึ่งในสามของโลกแล้ว
เปิดประตูตลาดใหญ่โลก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ประโยชน์ที่ประเทศไทยจะได้รับในการลงนามความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจฯ คือเราจะเปิดตลาดการค้าการลงทุนได้ในอีก 14 ประเทศ ในการส่งออกสินค้าและบริการ โดยเฉพาะสินค้าเกษตร เช่น ยางพารา แป้งมันสำปะหลัง สับปะรดสินค้าประมง อาหารแปรรูป น้ำส้ม น้ำมะพร้าว รวมถึงหมวดสินค้าอุตสาหกรรม เช่น อุปกรณ์ไฟฟ้าพลาสติก เคมีภัณฑ์ ชิ้นส่วนยานยนต์ รถจักรยานยนต์ และหมวดบริการ ได้แก่ การก่อสร้าง ธุรกิจสุขภาพ ภาพยนตร์ แอนิเมชัน เป็นต้น&amp;quot; รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงเวลา 14.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ได้เข้าร่วมพิธีปิดการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 37 โดยในพิธี นายกรัฐมนตรีเวียดนามได้กล่าวถ้อยแถลง และส่งมอบค้อนประธานอาเซียนให้แก่เอกอัครราชทูตบรูไนประจำเวียดนาม และสมเด็จพระราชาธิบดีแห่งบรูไน ทรงกล่าวถ้อยแถลงตอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้านนายบรรสาน บุนนาค รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สำหรับการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 37 และการประชุมสุดยอดที่เกี่ยวข้องของนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่วันที่ 12-15 พ.ย.2563 ทั้ง 14 การประชุมในกรอบอาเซียน และ 2 การประชุมในกรอบอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง เป็นประโยชน์ต่อประชาชนไทย ดังนี้&amp;nbsp; 1.ปลอดภัยจากโควิด-19 มีความเข้มแข็งด้านสาธารณสุข และมีภูมิคุ้มกันจากโรคระบาดในอนาคตมากขึ้น? โดยอาเซียนจัดตั้งคลังสำรองอุปกรณ์ทางการแพทย์และเวชภัณฑ์ การจัดตั้งศูนย์อาเซียนด้านโรคติดต่อและโรคอุบัติใหม่ ซึ่งญี่ปุ่นประกาศให้เงินสนับสนุน 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในขณะที่ออสเตรเลีย อินเดีย และสหรัฐอเมริกา ประกาศให้เงินสนับสนุนกองทุนอาเซียนเพื่อรับมือกับโควิด-19 ประเทศละ 1 ล้านเหรียญฯ นอกจากนี้ ทุกประเทศ รวมทั้งสหประชาชาติได้ยืนยันที่จะร่วมมือกับอาเซียนในด้านการวิจัยและพัฒนาวัคซีน โดยให้ไทยและประเทศสมาชิกอาเซียนเข้าถึงวัคซีนเป็นประเทศแรกๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.บรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมจากโควิด-19 และฟื้นตัวได้เร็วขึ้น? ผ่านกรอบการฟื้นตัวอย่างครอบคลุมของอาเซียน ซึ่งนายกฯ เน้นการให้ความช่วยเหลือ SME กลุ่มเปราะบาง และเศรษฐกิจฐานรากให้สามารถเข้าถึงแหล่งทุน 3.สร้างความแข็งแกร่งให้เศรษฐกิจไทยและภูมิภาคในระยะยาว? การลงนาม RCEP ซึ่งเป็นเขตการค้าเสรีที่ใหญ่ที่สุดในโลก 4.ช่วยแก้ไขปัญหาที่มีผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของคนไทย? โดยสหประชาชาติ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ จะให้ความร่วมมือในด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการจัดการภัยพิบัติ ในขณะที่ไทย สหรัฐและจีนจะร่วมกันจัดการสัมมนาออนไลน์เพื่อร่วมกันรณรงค์แก้ไขปัญหาขยะทะเล? 5.เยาวชนไทยจะเข้าถึงโอกาสในการศึกษามากขึ้น?โดยประเทศคู่เจรจา ทั้งสหรัฐ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ อินเดีย ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ แสดงความพร้อมที่จะให้ทุนการศึกษา และฝึกอบรมในด้านต่างๆ และ 6.คนไทยจะมีความมั่นคงและปลอดภัยมากขึ้น? โดยเฉพาะการเสริมสร้างความมั่นคงทางไซเบอร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกฯ ขอขอบคุณข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์อย่างมากจากเอกอัครราชทูต 5 ประเทศ ประกอบด้วย เอกอัครราชทูตออสเตรเลีย, เอกอัครราชทูตอังกฤษ, เอกอัครราชทูตญี่ปุ่น, เอกอัครราชทูตเยอรมนี และเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ที่เสนอในเวทีเสวนาผ่านสื่อมวลชน ทุกข้อเป็นประโยชน์ต่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจประเทศจากผลกระทบโควิด-19 อีกทั้งยังสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่ได้ดำเนินการอยู่ ทุกเรื่องจะรับไปพิจารณา และมีหลายเรื่องที่ได้ดำเนินการแล้ว ซึ่งจะพัฒนาให้ดีขึ้นอีก เพื่อครอบคลุมภาคส่วนต่างๆ ให้มากขึ้น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83944</URL_LINK>
                <HASHTAG>RCEP, จับมือสู้โควิด, ประชุมอาเซียน, สร้างวัคซีนสาธารณะ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อาเซียน-ยูเอ็น, เอฟทีเอฉบับประวัติศาสตร์, เอฟทีเอฉบับประวัติศาสตร์ใหญ่ที่สุดในโลก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201115/image_big_5fb13c3c81b14.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39582</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/06/2019 10:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/06/2019 10:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ช่อ&#039;มั่วอีกแล้ว!ดร.ค่ายจุฬาฯอบรมชุดใหญ่ปมประชุมสุดยอดอาเซียน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 มิ.ย.62 -&amp;nbsp;ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปิติ ศรีแสงนาม คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ภาพข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ถึงกรณีนางสาวพรรณิการ์ วานิช ส.ส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคอนาคตใหม่ โพสต์วิพากษ์วิจารณ์งการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 34 นี้ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยโพสต์ของผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปิติ &amp;nbsp;มีเนื้อหาดังนี้ &amp;nbsp;&amp;quot;ไม่รู้เรื่อง ไม่ถือเป็นความผิดนะครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ไม่รู้เรื่อง แล้วไม่หาข้อมูล แต่ออกมาแสดงความคิดเห็น แบบไม่รับผิดชอบแบบนี้่ ในฐานะที่เป็นบุคคลสาธารณะ เป็นสส. ผมว่านี่เป็นความผิดครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อยากให้คนพรรค#อนาคตใหม่ เป็นนักการเมืองน้ำดีพิจารณาทบทวนก่อนให้สัมภาษณ์ครับ ไม่รู้เรื่อง ก็ไปหาข้อมูลก่อน ไม่ต้องรีบออกมาครองพื้นที่สื่อก็ได้ครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อยากให้คุณ #ช่อ Pannika Chor Wanichไปหาความรู้เพิ่มเติมเรื่อง Green Meeting ครับ venue ที่จะจัดงานต้องประกอบด้วย GreenVenue, Green catering, Green&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Arrangements, Green Document และ Carbon Footprints ถ้าโรงแรมไหนมีครบก็จัดที่นั่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. Green Venue ต้องเลือกสถานที่จัดประชุมที่มีมาตรฐานสูงด้านสิ่งแวดล้อมและได้รับการรับรอง ในขณะเดียวกันก็ต้องอยู่ใกล้กับระบบขนส่งมวลชน เที่ยวนี้ใช้หลายโรงแรมครับ โดยเฉพาะที่พักของผู้นำ ทุกแห่งล้วนแต่ติดแนวรถไฟฟ้า ทั้ง Athenee, Okura, Anantara, Shangri-la แม้ผู้นำจะไม่นั่งรถไฟฟ้า แต่ต้องนึกถึงเจ้าหน้าที่ที่ต้องเดินทางไปปฏิบัติงานด้วยครับ ดังนั้นโรงแรมทั้งหมดต้องอยู่ในบริเวณใกล้กัน หรือเดินทางถึงกันได้ด้วยรถไฟฟ้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. Green Catering เที่ยวนี้ใช้อาหารที่มีวัตถุดิบในประเทศไทยทั้งหมด ผักส่วนใหญ่ใช้จากวิสาหกิจชุมชน ปลอดสาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. Green Arrangement ไม่มีโรงแรมไหนมีเก้าอี้เป็นพันๆ ตัวหรอกครับ ปกติต้องบรรทุกรถบรรทุกหลายเที่ยว แต่รอบนี้ใช้เก้าอี้กระดาษ Pulp ที่เยื่อกระดาษมาจากกระดาษใช้แล้ว รับน้ำหน้กได้ 150 Kg. ที่สำคัญมันพับแล้วแบนและเบา ทำให้ประหยัดพลังงานและจำนวนเที่ยวรถในการขนส่ง ใช้เสร็จก็พับเอาไปเก็บ ใช้ต่อในการประชุมคราวหน้า และเมื่อจบงานประชุม เก้าอี้พวกนี้จะถูกเอาไปบริจาค เช่นเดียวกับอุปกรณ์ตกแต่งต่างๆ ที่จริงๆ เป็นกล่องเก็บเอกสารครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. Green Document เที่ยวนี้เริ่มต้นการเชิญและทำหนังสือต่างๆ เป็นไฟล์ดิจิตอลครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. Carbon Footprint กิจกรรมท้ังหมดจดบันทึกครับ ว่าปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากน้อยแค่ไหน จากนั้นเสร็จประชุมจะมีการปลูกต้นไม้ทดแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อมูลทั้งหมดมีการทำเป็นสารคดี มีรายการทีวี เผยแพร่ทาง Youtube สงสัยคุณช่ออาจจะไม่ได้ดู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนคุณ #ธนาธร แนะนำให้อ่านเล่มนี้ครับ 50ปีของไทยในอาเซียน http://www.mfa.go.th/asean/EBOOK/mobile/index.html#p=1&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อ่านก่อนแล้วค่อยคุยกันเรื่อง #การไม่แทรกแซงกิจการภายใน ครับ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับโพสต์ของนางสาวพิรรณิการ์ เมื่อวันที่ 26 มิ.ย.ที่ผ่านมา มีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาเซียนซัมมิท ทำไมต้องจัดที่พลาซา แอทธินี?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การประชุมอาเซียนซัมมิทเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นที่คาดหวังของคนไทยว่าจะได้เห็นไทยแสดงบทบาทผลักดันวาระต่างๆในฐานะประธานอาเซียน ซึ่ง 10 ปีโอกาสดังกล่าวจึงจะเวียนมาถึงสักครั้ง และปีนี้การเมืองการค้าระหว่างประเทศกำลังเข้มข้น เปิดให้ประธานอาเซียนมีบทบาทโดดเด่นได้ในหลายทาง ทั้งเรื่องสงครามการค้า ผู้ลี้ภัย ทะเลจีนใต้ ไปจนถึงการรับมือปัญหาสิ่งแวดล้อมข้ามพรมแดน ซึ่งทั้งหมดนี้เรียกร้องให้อาเซียนต้องปรับเปลี่ยนทิศทางความร่วมมือให้มีการช่วยเหลือเกื้อกูลอย่างเข้มข้นและกว้างขวางกว่าในยุคแรกก่อตั้ง เพราะภัยที่ภูมิภาคเผชิญ ไม่ใช่ภัยความมั่นคงแบบยุคสงครามเย็นอีกต่อไป แต่เป็นปัญหาข้ามชาติข้ามพรมแดนแบบใหม่ในโลกดิจิทัล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม นอกจากในการประชุมครั้งนี้ พลเอกประยุทธ์จะไม่ได้ดำเนินบทบาทโดดเด่นตามที่เราคาดหวังว่าผู้นำไทยในฐานะประธานอาเซียนควรทำ ยังเกิดข้อกังขาเป็นของแถมเล็กๆมาอีก 2-3 ข้อด้วย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการแถลงข่าวเป็นภาษาไทย (ซึ่งไม่ใช่เรื่องเสียหาย) แต่กลับไม่ได้จัดเตรียมล่ามไว้ ทำให้นักข่าวซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ ไม่เข้าใจว่าประธานอาเซียนกำลังแถลงอะไร การแสดงท่าทีรักษ์สิ่งแวดล้อมโดยใช้เก้าอี้กระดาษรีไซเคิลในที่ประชุม จนนักสิ่งแวดล้อมตั้งคำถามว่าจะใช้เก้าอี้กระดาษให้เกิดขยะเพิ่มทำไม ในเมื่อโรงแรมมีเก้าอี้เพียงพออยู่แล้ว ไปจนถึงข้อกังขาเรื่องการเลือกสถานที่จัดการประชุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โรงแรมพลาซา แอทธินี ถูกใช้เป็นสถานที่จัดการประชุมอาเซียน ซัมมิทครั้งที่ 34 ดูเผินๆเหมือนไม่มีเรื่องควรสงสัย เพราะใครๆก็ทราบดีว่านี่เป็นโรงแรมหรูอันดับต้นๆของไทย และตั้งอยู่บนย่านสถานทูตอย่างถนนวิทยุ และใครๆก็ทราบดีว่าโรงแรมแห่งนี้เป็นของมหาเศรษฐีอันดับต้นของไทย ผู้ซึ่งเคยซื้อที่ดินของครอบครัวของพลเอกประยุทธ์ด้วยราคาสูงกว่าราคาตลาดลิบลิ่ว ไม่นานหลังการรัฐประหาร พฤษภา 57 และก็เป็นมหาเศรษฐีคนเดียวกับที่บริษัทของเขาเพิ่งได้ต่อสัญญาการเช่าศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยไม่ผ่านการประมูล ไม่ต้องประกวดแข่งขันราคากับใคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำถามที่รัฐบาลควรตอบ ก็คือเหตุใดการประชุมจึงจัดขึ้นที่โรงแรมแห่งนี้ กระบวนการคัดเลือกคืออะไร ตัดสินใจจากเหตุผลใด ทำไมจึงไม่ใช้กระทรวงต่างประเทศเป็นสถานที่จัดประชุม ทั้งที่อาคารของกระทรวงฯ สร้างขึ้นเพื่อรองรับการประชุมระดับนานาชาติอยู่แล้ว หรือหากจะอ้างว่าโรงแรมขนาดใหญ่มีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับการประชุมพรั่งพร้อมกว่า เหตุใดโรงแรมอื่นๆจึงไม่ได้รับการพิจารณา ไม่ว่าจะเป็นโรงแรมโอเรียนเต็ล หรือโรงแรมแชงกรีลา ซึ่งมีประวัติเก่าแก่ยาวนาน และเคยเป็นสถานที่จัดงานประชุมระดับนานาชาติหรือรับรองทางการทูตมาแล้วหลายครั้ง หรือแม้แต่หอประชุมกองทัพเรือ ซึ่งเคยใช้รับรองผู้นำนานาชาติในการประชุมเอเปคเมื่อปี 2003 มาแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การประชุมอาเซียน ซัมมิท จะมีขึ้นอีกครั้งในปลายปีนี้ เราหวังว่าจะได้เห็นกระบวนการเลือกสถานที่จัดการประชุมที่โปร่งใสกว่านี้ และปราศจากข้อกังขาเกี่ยวกับการเอื้อประโยชน์ระหว่างรัฐบาลกับกลุ่มทุนขนาดใหญ่ เพื่อให้ภาษีของประชาชนถูกนำไปใช้อย่างคุ้มค่าและเหมาะสมที่สุด และเพื่อให้บทบาทของไทยในฐานะประธานอาเซียนปีนี้ เป็นไปอย่างสง่างาม นำเกียรติภูมิของประเทศกลับมาโดดเด่นบนเวทีโลกได้อีกครั้ง.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39582</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช่อ พรรณิการ์, ประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน, ประชุมอาเซียน, ปิติ ศรีแสงนาม, พรรณิการ์ วานิช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190627/image_big_5d1439d32e4a8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39390</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/06/2019 08:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/06/2019 08:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จำไว้!&#039;โบว์&#039;โชว์กึ๋นนักประชาธิปไตย ไม่พอใจ&#039;ประชาชน-ปชป.-ภท.&#039;เลือก&#039;บิ๊กตู่&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 มิ.ย.62- &amp;nbsp;น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา หรือโบว์ แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง โพสต์เฟซบุ๊ก Bow Nuttaa Mahattana &amp;nbsp;ว่าทุกครั้งที่เรารู้สึกอย่างไรก็ตามกับพฤติกรรมพล.อ.ประยุทธ์อย่างที่เพิ่งเกิดขึ้นบนเวทีอาเซียน ก็จะต้องไม่ลืมว่านายกคนนี้ถูกเลือกให้ประชาชนโดยการตัดสินใจของพรรคประชาธิปัตย์และภูมิใจไทย .. ขอบคุณมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39390</URL_LINK>
                <HASHTAG>บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ประชาชน, ประชาธิปัตย์-ภูมิใจไทย, ประชุมอาเซียน, โบว์ อยากเลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190625/image_big_5d117b5e45a95.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39212</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/06/2019 20:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/06/2019 20:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อาเซียนเจ้าภาพฟุตบอลโลกส่อแค่ฝัน!&#039;วีรชน&#039;เผยวงประชุมสุดยอดอาเซียนยังไม่มีการพูดถึง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 มิ.ย.62 - เมื่อเวลา 19.00 น. ที่โรงแรมดิแอทธินี กรุงเทพฯ พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงผลการประชุมสุดยอดอาเซียนว่า บรรยากาศการประชุมในวันนี้เป็นไปอย่างเป็นกันเอง ทุกอย่างเป็นไปในทิศทางบวก เพราะผู้นำทุกคนรู้จักคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี โดยทุกประเทศได้สนับสนุนและเห็นชอบกับหัวข้อการประชุมของไทยคือ &amp;ldquo;ร่วมมือ ร่วมใจ ก้าวไกล ยั่งยืน&amp;rdquo; โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยืนยันนโยบายที่ทุกประเทศต้องคิดในเรื่องการยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และมองไปสู่อนาคต เพราะปัจจุบันภูมิภาคของเราต้องเผชิญความท้าทายหลายเรื่อง โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ ดังนั้น ในการประชุมของผู้นำ จึงให้น้ำหนักไปที่การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ว่าทำอย่างไรให้อาเซียนมีภูมิคุ้มกัน และสามารถฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆไปได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ท.วีรชน กล่าวว่า โดยมีแนวคิดว่าเราต้องสร้างความเข้มแข็งในภูมิภาค ไม่พึ่งพาคนอื่นมากเกินความจำเป็น และปรับตัวเองให้เข้ากับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป นอกจากนี้ ผู้นำจากหลายประเทศพูดถึงความจำเป็นในเรื่องการปรับเปลี่ยนตัวเองให้เข้ากับสถานการณ์ปฏิวัติอุตสาหกรรม 4.0 ขณะเดียวกัน ผู้นำเวียดนามได้ระบุว่า อาเซียนต้องมีความเป็นเอกภาพ เป็นปึกแผ่น และไว้วางใจซึ่งกันและกัน นอกจากนั้น ทุกประเทศยังให้ความสำคัญในเรื่องการเจรจาความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค(อาร์เซป) โดยผู้นำทุกประเทศเห็นพ้องกันว่าต้องพยายามเจรจาให้ได้ภายในปีนี้ เพื่อเป็นกลไกสำคัญที่จะทำให้อาเซียนมีความเข้มแข็ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ในที่ประชุมยังไม่มีการลงรายละเอียด เพราะรายละเอียดอยู่ที่คณะทำงาน แต่ความคืบหน้าในที่ประชุมเป็นที่น่าพอใจ ไม่น่ามีอะไรยากลำบากมากนัก มีเรื่องที่ไม่เห็นพ้องต้องกันเพียงเล็กน้อย จึงต้องมีการปรับภาษาที่ใช้ในเนื้อหาสาระ ทั้งนี้ ไม่ได้มีการพูดคุยเรื่องข้อเสนอให้อาเซียนเป็นเจ้าภาพจัดฟุตบอลโลก แต่ประเทศเมียนมาให้ความสำคัญว่าการมีวัฒนธรรมร่วมกันจะเป็นเครื่องมืออย่างหนึ่ง ที่เชื่อมโยงประชาชนเข้าด้วยกัน ส่วนเรื่องปัญหาโรฮีนจา ยังไม่ได้มีการพูดคุยกันในที่ประชุม คาดว่าจะหารือกันในเวทีวันพรุ่งนี้(23&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39212</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประชุมสุดยอดอาเซียน, ประชุมอาเซียน, ผู้นำอาเซียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190622/image_big_5d0e2f5044435.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39186</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/06/2019 13:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/06/2019 13:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฮือฮา!&#039;อาเซียน&#039;เสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดฟุตบอลโลก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 มิ.ย.62 - &amp;nbsp;นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนว่า ที่ประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน เห็นพ้องร่วมกันตามสมาคมฟุตบอลของบรรดาชาติสมาชิก ที่เสนอตัวเป็นเจ้าภาพร่วมการจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกในนามอาเซียนอีก 15 ปีหลังจากนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายดอน กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม จะนำเรื่องดังกล่าวเสนอเข้าสู่ที่ประชุมระดับผู้นำอาเซียน ครั้งที่ 34 ได้พิจารณาและให้ความเห็นชอบในวันพรุ่งนี้ (23 มิ.ย.) หากที่ประชุมให้การอนุมัติ ก็จะนำไปสู่กระบวนการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดฟุตบอลโลกต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39186</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดอน ปรมัตถ์วินัย, ประชุมอาเซียน, เจ้าภาพฟุตบอลโลก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190622/image_big_5d0dca3e1b097.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39184</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/06/2019 13:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/06/2019 13:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เริ่มแล้วประชุมสุดยอดอาเซียน จนท.ตรึงกำลังเข้มความปลอดภัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 มิ.ย.62 - &amp;nbsp;ที่โรงแรมดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก อะ ลักซ์ชูรี คอลเล็คชั่น โฮเทล ถนนวิทยุการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 34 ระหว่างวันที่ 22-23 มิ.ย.&amp;nbsp;ได้เริ่มขึ้นแล้วภายใต้แนวคิดหลัก &amp;ldquo;ร่วมมือ ร่วมใจ ก้าวไกล ยั่งยืน&amp;rdquo; เพื่อเสริมสร้างความยั่งยืนในทุกมิติ ผ่านความร่วมมือและความเป็นหุ้นส่วนที่ใกล้ชิดกับทั้งมิตรประเทศและประชาคมระหว่างประเทศ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายง่านว่าบรรยากาศโดยรอบมีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มงวด และปิดถนนบริเวณด้านหน้าโรงแรมดังกล่าว เพื่อป้องกันความปลอดภัย และอนุญาตให้เฉพาะรถยนต์ที่ใช้ปฏิบัติหน้าที่ในการประชุมเข้า-ออกได้เท่านั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนสื่อมวลชนจากสำนักข่าวของไทยและต่างประเทศมาติดตามทำข่าวจำนวนมาก ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศจัดให้อยู่ภายในโรงแรมแกรนด์ เซ็นเตอร์ พอยต์ เพลินจิต และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจตราการเข้า-ออกของสื่อมวลชนที่กำหนดให้เฉพาะผู้ที่ได้ลงทะเบียนร่วมงานเท่านั้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะเดียวกันจะมีการจัดรถรับ-ส่งไปยังสถานที่ประชุมเป็นรอบๆ เพื่อจัดระเบียบให้เกิดความเรียบร้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน ในช่วงเช้าวันนี้ ยังคงมีผู้นำจากประเทศสมาชิกอาเซียนทยอยเดินทางมาถึงประเทศไทย ทั้งนายทองลุน สีสุลิด นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว &amp;nbsp;สมเด็จอัคคมหาเสนาบดีเดโช ฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายเหงียน ซวน ฟุก นายกรัฐมนตรีเวียดนาม&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายโจโก วิโดโด ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย&amp;nbsp;&amp;nbsp;และนายลี เซียน ลุง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการประชุมในช่วงเช้าวันนี้&amp;nbsp;มีทั้งการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน การประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนสมัยพิเศษ การประชุมคณะมนตรีประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน และการประชุมคณะมนตรีประสานงานอาเซียน ขณะที่ในช่วงบ่ายจะมีการหารือหลายเวทีที่มีผู้นำจาก 10 ประเทศสมาชิกอาเซียน ได้แก่ ไทย เมียนมา มาเลเซีย เวียดนาม สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ฟิลิปปินส์ บรูไน อินโดนีเซีย กัมพูชา และสิงคโปร์ เข้าร่วม ซึ่งประกอบด้วยการหารือระหว่างผู้นำอาเซียนกับสมัชชารัฐสภาอาเซียน การหารือระหว่างผู้นำอาเซียนกับผู้แทนเยาวชนอาเซียน และการหารือระหว่างผู้นำอาเซียนกับสภาที่ปรึกษาธุรกิจอาเซียน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมถึงกำหนดการสำคัญ คือพิธีเปิดการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 34 แบบเต็มคณะ ในเวลา 17.00 น. โดยมีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะเป็นประธาน และดาโต๊ะ ปาดูกา ลิม จ็อก ฮอย เลขาธิการอาเซียน เข้าร่วมด้วย &amp;nbsp;จากนั้น รัฐบาลไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดงานเลี้ยงอาหารค่ำสำหรับผู้นำอาเซียนและเลขาธิการอาเซียน ที่คริสตัล ฮอลล์ โรงแรมดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก อะ ลักซ์ชูรี คอลเล็คชั่น โฮเทล ในเวลา 19.00 น.&amp;nbsp;&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39184</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประชุมอาเซียน, ไทยเป็นเจ้าภาพการประชุมอาเซียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190622/image_big_5d0dc52a00344.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
