<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112685</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/08/2021 13:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/08/2021 12:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กห.ประณามม็อบ7สิงหาพ่นสีลบหลู่สถานที่เก็บอัฐิวีรชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ส.ค. 64 - พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวประณามการกระทำของกลุ่มผู้ชุมนุมบางคน ต่อสถานที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เมื่อ 7 ส.ค.64 ที่ผ่านมา ที่เข้าไปพ่นสีแผ่นจารึกรายนามของ ทหาร ตำรวจและพลเรือน ที่เสียชีวิตจากการปกป้องแผ่นดินไทยในสมรภูมิต่างๆ ทั้งกรณีพิพาทระหว่างไทยกับฝรั่งเศส ( สงครามอินโดจีน) สงครามโลกครั้งที่ 2 และสงครามเกาหลี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การกระทำดังกล่าว ถือว่าไม่เหมาะสมเป็นอย่างยิ่งและเกินขอบเขตของการชุมนุม ที่เข้าไปก้าวล่วงลบหลู่ต่อสถานที่บรรจุอัฐิและรายนามของผู้เสียสละชีวิตที่ร่วมปกป้องแผ่นดินไทยทั้ง 801 นาย ซึ่งเป็นสถานที่ที่สร้างขึ้นใน พ.ศ. 2485 เพื่อเทิดทูนวีรกรรมของผู้เสียสละ ซึ่งมีคุณค่าทางด้านจิตใจของประชาชนทั้งประเทศ โดยเฉพาะครอบครัวของผู้เสียชีวิตและความรู้สึกของอดีตทหารผ่านศึกอีกจำนวนมาก ที่เสียชีวิต บาดเจ็บพิการและทุพลภาพ ซึ่งก็เชื่อว่าประชาชนไทย ก็ไม่สามารถยอมรับได้กับพฤติกรรมดังกล่าว&amp;quot; โฆษก กห. ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112685</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประณาม, พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์, ม็อบ7สิงหา, อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210809/image_big_6110c238c6391.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94576</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/03/2021 07:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/03/2021 07:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปลุกแบนตร.-ทหาร! ประณามใช้ความรุนแรงสลายม็อบ28ก.พ. </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 มี.ค. 64 - เพจ&amp;quot;แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม - United Front of Thammasat and Demonstration&amp;quot; โพสต์ข้อความว่า &amp;quot;ขอความร่วมมือประชาชนผู้รักประชาธิปไตยทุกท่าน ร่วมกันแบนตำรวจและทหาร &amp;lsquo;งดการค้าขาย&amp;rsquo; ให้แก่ตำรวจและทหาร ทุกกรณี เพื่อประณามการใช้ความรุนแรงกับประชาชนใน #ม็อบ28กุมภา และเป็นปฏิปักษ์ต่อระบอบประชาธิปไตย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากท่านยังยืนยันที่จะอยู่ข้างนายที่กดหัวพวกท่านและ &amp;rsquo;หันปืน&amp;rsquo; ใส่เหล่าประชาชน เหล่าประชาชนก็ไม่ขอยุ่งเกี่ยวใด ๆ กับท่านอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอให้เหล่าประชาชนที่รักประชาธิปไตย &amp;lsquo;งดซื้อ งดขาย งดค้าทุกกรณี&amp;rsquo; กับเหล่าตำรวจทหาร #ไม่ขายให้ตำรวจทหาร #ม็อบ28กุมภาบุกรังขี้ข้าเผด็จการ&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94576</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม, งดค้าขาย, ตำรวจ, ประณาม, ม็อบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210301/image_big_603c32c5d884b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84237</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/11/2020 13:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/11/2020 13:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มูลนิธิผสานวัฒนธรรม&#039;ประณามตำรวจใช้ความรุนแรงต่อม็อบ3นิ้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 พ.ย.2563 - มูลนิธิผสานวัฒนธรรมได้ออกแถลงการณ์ประณามการใช้ความรุนแรงของเจ้าหน้าที่รัฐต่อประชาชนที่ออกมาใช้สิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐาน มีเนื้อหาว่า สืบเนื่องจากเหตุการณ์วันที่ 17 พฤศจิกายน 2563 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้กระทำละเมิดต่อประชาชนที่ออกมาเข้าร่วมการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ ณ บริเวณสี่แยกเกียกกายไปจนถึงบริเวณหน้ารัฐสภา โดยการใช้ลวดหนามปิดกั้นมิให้ประชาชนสามารถเข้าร่วมการชุมนุม ยิ่งไปกว่านั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจยังได้ฉีดน้ำแรงดันสูงซึ่งมีส่วนผสมแก๊สน้ำตาไปยังกลุ่มผู้ชุมนุมอย่างต่อเนื่องหลายต่อหลายครั้ง ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมาก ซึ่งรวมทั้งเด็กและเยาวชน ได้รับบาดเจ็บจากการกระทำของเจ้าหน้าที่ตำรวจดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มูลนิธิผสานวัฒนธรรม ขอประณามการกระทำของเจ้าหน้าที่ตำรวจดังกล่าว อันเป็นการใช้ความรุนแรงต่อประชาชน และละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิและเสรีภาพของประชาชนอย่างร้ายแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การชุมนุมวันที่ 17 พฤศจิกายน 2563 เป็นการใช้เสรีภาพของประชาชนในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ ซึ่งได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยมาโดยตลอด การใช้เสรีภาพในการชุมนุมยังเป็นหลักสิทธิมนุษยชนพื้นฐานของสังคมเสรีประชาธิปไตยที่ได้รับรองตามกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (International Covenant on Civil and Political Rights หรือ ICCPR) โดยประเทศไทยได้เข้าเป็นภาคีกติกาดังกล่าวมาตั้งแต่ปี 2539 ดังนั้น รัฐจึงมีหน้าที่โดยตรงตามกฎหมายที่จะต้องคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนอย่างเป็นผล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การกระทำของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปิดกั้นมิให้ประชาชนเข้าร่วมการชุมนุมและการใช้ความรุนแรงเพื่อสลายการชุมนุมดังกล่าวนั้นจึงเท่ากับว่ารัฐได้กระทำผิดกฎหมายด้วยการละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิและเสรีภาพของประชาชนอย่างร้ายแรงเสียเอง มูลนิธิผสานวัฒนธรรมจึงมีข้อเรียกร้องต่อรัฐบาลดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.รัฐบาลต้องยุติการใช้ความรุนแรงต่อประชาชนทุกรูปแบบ และคุ้มครองการใช้เสรีภาพในการชุมนุมของประชาชนที่มีความเห็นแตกต่างกันทางการเมือง โดยไม่เลือกปฏิบัติ เพื่อให้การชุมนุมเป็นไปโดยสงบและปราศจากอาวุธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.รัฐบาลต้องไม่สลายการชุมนุมที่เป็นไปโดยสงบและปราศจากอาวุธ หากข้อเท็จจริงปรากฏถึงขนาดที่รัฐมีความจำเป็นต้องสลายการชุมนุม รัฐต้องปฏิบัติตามหลักวิธีสากลอย่างเป็นขั้นเป็นตอน โดยคำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิและเสรีภาพของประชาชน และผลประโยชน์สูงสุดของเด็กเป็นสำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.รัฐบาลต้องตรวจสอบอย่างเร่งด่วนกรณีการกระทำละเมิดของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปิดกั้นมิให้ประชาชนเข้าร่วมการชุมนุมและการใช้ความรุนแรงเพื่อสลายการชุมนุมในครั้งนี้และครั้งก่อนหน้า เพื่อนำตัวผู้ที่เกี่ยวข้องมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และป้องกันไม่ให้เกิดการละเมิดดังกล่าวขึ้นซ้ำอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.รัฐบาลต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วนและมีประสิทธิผลเพื่อชดเชยและฟื้นฟูเยียวยาประชาชนที่ได้รับบาดเจ็บหรือได้รับผลกระทบจากมาตรการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายดังกล่าว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยความเคารพต่อสิทธิมนุษยชนและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84237</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะราษฎร, ประณาม, มูลนิธิผสานวัฒนธรรม, แถลงการณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201118/image_big_5fb4bbebcef22.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49632</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/11/2019 11:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/11/2019 11:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯประณามโจรใต้ไร้มนุษยธรรม สั่งเร่งเยียวยาเหยื่อยะลา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 พ.ย. 62 -&amp;nbsp; นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม รับทราบรายงานเหตุรุนแรงในพื้นที่จังหวัดยะลาแล้ว และสั่งการด่วนให้ทั้งหน่วยงานด้านความมั่นคงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งเข้าไปให้ความช่วยเหลือดูแลผู้ได้รับบาดเจ็บและผู้ได้รับผลกระทบ รวมทั้งเยียวยาผู้เสียชีวิตทุกราย จากเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวนก่อความรุนแรงหลายพื้นที่ในจังหวัดยะลา ทำให้มีผู้เสียชีวิต รวม 15 คน และได้รับบาดเจ็บ 4 คน นายกฯ แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บ รวมไปถึงผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุรุนแรงครั้งนี้ กำชับหน่วยงานทั้งด้านความมั่นคงและหน่วยงานปกครอง ให้ความช่วยเหลือเยียวยาทุกวิถีทาง โดยเฉพาะเร่งเข้าไปเยี่ยมเยียนผู้บาดเจ็บและผู้ได้รับผลกระทบ ตลอดจนดูแลให้กำลังใจครอบครัวผู้เสียหาย รวมถึงการดำเนินการทางพิธีกรรมทางศาสนาทั้งหมดด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางนฤมล กล่าวด้วยว่า นายกฯยังระบุว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ได้บั่นทอนกำลังใจ แต่ยิ่งจะทำให้เจ้าหน้าที่และหน่วยงานด้านความมั่นคง ทำงานอย่างหนักมากยิ่งขึ้น ถือเป็นเหตุการณ์ที่มีความสูญเสียครั้งใหญ่ของจังหวัดยะลา เป็นการกระทำที่ป่าเถื่อนและไร้มนุษยธรรมต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์ ขอเป็นกำลังใจให้กับประชาชนและผู้ปฎิบัติหน้าที่ทุกคนงานในพื้นที่ ขณะนี้ได้สั่งการหน่วยงานด้านความมั่นคงเร่งตรวจสอบรักษาความปลอดภัยพื้นที่ และให้ติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุ มาลงโทษตามกฎหมายให้ถึงที่สุดโดยเร็ว เพื่อสร้างความสันติสุขและความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนในพื้นที่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49632</URL_LINK>
                <HASHTAG>นฤมล ภิญโญสินวัฒน์, นายกฯ, ประณาม, เยียวยา, โจรใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191031/image_big_5dba5cd32a6a9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37502</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/06/2019 10:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/06/2019 10:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มากันพร้อมหน้า!&#039;ปิยบุตร&#039;โพสต์ประณามใช้ความรุนแรงจัดการคนคิดต่าง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 มิ.ย.62- นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ โพสต์เฟชบุ๊ก กรณี &amp;ldquo;จ่านิว&amp;rdquo; หรือ นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ &amp;nbsp;อดีตนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นักกิจกรรมซึ่งทำงานเคลื่อนไหวด้านประชาธิปไตยและประเด็นทางสังคมมาอย่างยาวนาน ทั้งการต่อต้านรัฐประหาร การรับน้อง ระบบการศึกษา ตรวจสอบการทุจริตคอรัปชั่น และต่อต้านการสืบทอดอำนาจของ คสช. ถูกทำร้ายร่างกาย หลังกลับจากการทำกิจกรรมล่ารายชื่อเขียนจดหมายเรียกร้องให้ ส.ว. งดออกเสียงในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี เนื่องจาก ส.ว. ทั้ง 250 คนมาจากการแต่งตั้งของ คสช. เอง และมีหัวหน้า คสช. เป็นหนึ่งในแคนดิเดทนายกรัฐมนตรีด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปิยบุตร ระบุว่า ขอประณามการใช้ความรุนแรงทำร้ายผู้เห็นต่างทางการเมือง เพื่อหวังจะสร้างบรรยากาศแห่งความหวาดกลัว ไม่ให้คนที่มีความคิดลักษณะเดียวกันออกมาเคลื่อนไหวทางการเมือง ในหลายประเทศการใช้ความรุนแรงเพื่อหวังกำจัดผู้เห็นต่างทางการเมืองมักเกิดบ่อยขึ้นและรุนแรงยิ่งขึ้นในช่วงเวลาที่ประเทศไม่ได้ถูกปกครองด้วยรัฐบาลที่เป็นประชาธิปไตย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีการคุกคาม ข่มขู่ ใช้ความรุนแรง กับผู้เห็นต่างทางการเมืองในประเทศไทย อาทิ คุณเอกชัย หงส์กังวาน ถูกทำร้ายถึง 9 ครั้ง คุณฟอร์ด เส้นทางสีแดง ที่ล่าสุดก็ถูกทำร้ายเช่นกัน เหตุใดการกระทำลักษณะจึงเกิดขึ้นบ่อยครั้งได้โดยที่ไม่มีใครต้องรับผิดชอบ? ไม่สามารถหาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษได้? ซ้ำร้ายผู้ที่ถูกคุกคามทำร้ายเพราะความเห็นต่างทางการเมืองกลับโดนคดีซ้ำอีก เพื่อขัดขวางไม่ให้พวกเขาแสดงออกทางการเมือง&amp;rdquo; นายปิยบุตร ระบุ พร้อมติดแฮชแท็กปิดท้ายว่า &amp;nbsp;#จ่านิว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37502</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ่านิว, ทำร้ายร่างกาย, นายปิยบุตร แสงกนกกุล, ประณาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190522/image_big_5ce54e34387a6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37013</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/05/2019 13:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/05/2019 13:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ราเมศ&#039;ตอก&#039;ธนาธร&#039;มีแนวคิดฉาบฉวยไม่สนใจประเพณีและวัฒนธรรม พรรคการเมืองที่สมควรจะถูกประณาม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 พ.ค.62- นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ &amp;nbsp;กล่าวกรณีที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่กล่าวหาพรรคประชาธิปัตย์ว่ามีกระบวนการต่อรองตั้งแต่ตอนเลือกตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้คืบจะเอาศอกว่า นายธนาธรควรกลับไปศึกษารัฐธรรมนูญให้เกิดความแตกฉาน โดยแนะนำว่าควรไปศึกษาถึงกระบวนการเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นกระบวนการในทางนิติบัญญัติพรรคประชาธิปัตย์มีความชัดเจนว่าเราเปิดเผยขั้นตอนในกระบวนการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองในฝ่ายนิติบัญญัติเป็นขั้นเป็นตอน และเราประกาศว่าอาสาเป็นผู้นำทางฝ่ายนิติบัญญัติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เขากล่าวว่านายธนาธรต้องเรียนรู้ว่าต้องแยกออกจากกันระหว่างประเด็นร่วมหรือไม่ร่วมรัฐบาลกับการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองในทางฝ่ายนิติบัญญัติ การลงชิงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรนั้นรัฐธรรมนูญกำหนดให้ชัดให้ส.ส. ในสภาได้ลงมติเลือกบุคคลที่เป็นสส.ไปเป็นประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ และผลออกมาว่านายชวน หลีกภัย ได้รับการเลือกตั้งเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎรและเป็นประธานรัฐสภาโดยตำแหน่งตามรัฐธรรมนูญ เหล่านี้เป็นกระบวนการที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้อย่างชัดเจนและผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ลงคะแนนเสียงให้กับนายชวน หลีกภัย ไม่ได้มาจากการจัดตั้ง ไม่ได้มาจากการต่อรอง แต่เป็นเพราะสส.เล็งเห็นแล้วว่านายชวนคือคนที่มีศักยภาพเป็นบุคคลที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้ความศรัทธาว่าบุคคลคนนี้ มีความซื่อสัตย์สุจริตและจะไปทำหน้าที่ประมุขฝ่ายนิติบัญญัติด้วยความเป็น กลางด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต เห็นประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นที่ตั้ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายราเมศ กล่าวว่าข้อกล่าวหาของนายธนาธรถือว่าเป็นการดูถูกกระบวนการของฝ่ายนิติบัญญัติและเริ่มแก้รัฐธรรมนูญที่บอกว่าให้ประชาธิปไตยร่วมกับพรรคอนาคตใหม่เพื่อแก้รัฐธรรมนูญนั้นพรรคประชาธิปัตย์มีจุดยืนชัดเจนตั้งแต่ครั้งที่ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญในการลงประชามติพรรคประชาธิปัตย์ต่างหากที่จะชวนทุกท่านมาร่วมกันแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ตอบสนองความต้องการของพี่น้องประชาชนและประเทศชาติ นี่คือจุดยืนของพรรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;หลักการแก้รัฐธรรมนูญจะแก้เพื่อให้ประชาชนเกิดประโยชน์กับประชาชนและประเทศชาติมากที่สุดแตกต่างจากพรรคการเมืองบางพรรคที่มีแนวคิดแบบฉาบฉวยไม่สนใจต่อประเพณีและวัฒนธรรมพรรคการเมืองเหล่านี้ที่สมควรจะถูกประณามแต่ถ้ามีกรณีการแก้ไขเพื่อประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติเชื่อว่าทุกพรรคการเมืองร่วมกันได้ถ้าอยู่บนหลักคิดเพื่อประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศชาติ&amp;quot; นายราเมศ กล่าว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37013</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉาบฉวย, ธนาธร จึงรุ่งเริองกิจ, นายราเมศ รัตนะเชวง, ประณาม, แก้รัฐธรรมนูญ, โฆษกพรรคประชาธิปัตย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190528/image_big_5cecc96767f37.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10436</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/05/2018 22:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/05/2018 21:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รุมจวกยูเครน จัดฉากตบตาฆ่านักข่าวรัสเซีย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ยูเครนโดนรุมประณาม หลังจากยอมรับว่าจัดฉากการลอบฆ่า &amp;quot;อาร์คาดี บับเชนโก&amp;quot; นักข่าวชาวรัสเซียที่ต่อต้านรัฐบาลเครมลิน อ้างเพื่อขัดขวางแผนการจริงและสามารถจับกุมผู้บงการได้ด้วย ขณะรัสเซียจวกยูเครนยั่วยุต่อต้านรัสเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพจากทำเนียบประธานาธิบดียูเครน เมื่อวันที่ 30 พ.ค. 2561 ประธานาธิบดีเปโตร โปโรเชนโก (ซ้าย) สนทนากับอาร์คาดี บับเชนโก / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 31 พฤษภาคม 2561 ว่าปฏิบัติการตบตาจัดฉากฆาตกรรม ที่บับเชนโกตระเตรียมกับหน่วยสืบราชการลับของยูเครนนานหลายสัปดาห์ หลอกลวงสื่อมวลชนทั่วโลก และทำให้องค์กรด้านเสรีภาพสื่อแสดงความเป็นห่วงว่าจะเกิดผลกระทบต่อการทำงานของนักข่าวทั่วโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางการยูเครนแถลงเมื่อวันพุธว่า นักข่าวสงครามซึ่งเคยเป็นทหารรายนี้ โดนยิงที่อพาร์ตเมนต์ของเขาในกรุงเคียฟเมื่อคืนวันอังคาร เขาเสียชีวิตระหว่างถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล แต่ในการแถลงข่าวของสำนักงานด้านความมั่นคงยูเครนเวลาต่อมาในวันเดียวกัน บับเชนโกก็ปรากฏตัวขึ้น สร้างความตื่นตะลึงต่อนักข่าวที่มาทำข่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น วาซิล กริตซัก ผู้อำนวยการสำนักงานความมั่นคงของยูเครน กล่าวว่า การตายของเขาเป็นเรื่องตบตา เพื่อขัดขวางแผนการลอบสังหารโดยรัสเซีย และทางการยูเครนสามารถจับกุมตัวการใหญ่ในแผนลอบสังหารบับเชนโกได้ เป็นพลเมืองชาวยูเครน มีชื่อย่อว่า จี. ที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษของรัสเซียจ้างวานเขาด้วยเงิน 40,000 ดอลลาร์ เพื่อให้เขาจ้างมือปืนมาฆ่าบับเชนโก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพจากวิดีโอที่หน่วยความมั่นคงยูเครนเผยแพร่ทางยูทูบ เจ้าหน้าที่จับกุมผู้ต้องสงสัยว่าเป็นตัวการใหญ่ในแผนสังหารนักข่าวรายนี้ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา ประธานาธิบดีเปโตร โปโรเชนโก ของยูเครนได้ให้บับเชนโกเข้าพบ เขาเขียนลงเฟซบุ๊กหลังจากนั้นว่า คนหลายล้านคนกำลังเฉลิมฉลองที่บับเชนโกยังมีชีวิตอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แอนตัน เกราชเชนโก ที่ปรึกษารัฐมนตรีมหาดไทยยูเครน เปรียบเทียบแผนการนี้กับนิยายสืบสวนสอบสวนเชอร์ล็อก โฮล์มส์ ที่นักสืบรายนี้ใช้วิธีจัดฉากการตายของตัวเองและคลี่คลายคดีที่ซับซ้อนได้สำเร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่รัฐบาลรัสเซียไม่เห็นดีเห็นงามกับการจัดฉากตบตาของยูเครน เมื่อวันพุธ โวโลดีมีร์ กรอยส์มัน นายกรัฐมนตรียูเครน กล่าวโทษเครื่องจักรเผด็จการรัสเซีย ว่าอยู่เบื้องหลังการลอบฆ่านักข่าวที่วิจารณ์รัฐบาลของประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน รายนี้ ซึ่งรัสเซียปฏิเสธเสียงแข็ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในวันพฤหัสบดี กระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย กล่าวว่า ตอนนี้แรงจูงใจที่แท้จริงกำลังถูกเปิดเผยว่า การจัดฉากครั้งนี้เป็นการยั่วยุต่อต้านรัสเซียอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน คริสตอฟ เดอลัวร์ เลขาธิการองค์กรผู้สื่อข่าวไร้พรมแดน ประณามการจัดฉากครั้งนี้ว่า เป็นการเล่นตบตาอย่างน่าสังเวช และน่าเสียใจที่ตำรวจยูเครนเล่นสนุกกับความจริง ไม่ว่าจะมีแรงจูงใจจากเรื่องใดก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวด้วยว่า การจัดฉากสังหารปลอมๆ ไม่ได้เป็นประโยชน์ต่อเสรีภาพของสื่อมวลชนเลย สิ่งที่ได้ก็มีแต่จะทำให้เกิดข้อกังขาต่อคดีลอบสังหารนักวิจารณ์เครมลินทั้งหมดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เหตุการณ์นี้เป็นการโกหกโดยรัฐ แม้จะเป็นช่วงสั้นๆ ก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สื่อของรัสเซียก็พากันประณาม หนังสือพิมพ์เวโดมอสตี กล่าวว่า ปฏิบัติการบับเชนโกทำให้เส้นแบ่งระหว่างความจริงกับนิยายเลือนราง และจะทำให้เกิดความไม่เชื่อใจสื่อมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นักเคลื่อนไหวนำภาพของบับเชนโกมาติดที่รั้วสถานทูตรัสเซียในกรุงเคียฟ ภายหลังยูเครนประกาศข่าวการสังหารนักข่าวรายนี้เมื่อวันพุธ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักวิจารณ์และนักข่าวชาติตะวันตกหลายรายกล่าวว่า หลังจากนี้ก็เป็นเรื่องยากที่จะไว้วางใจแถลงการณ์ของทางการยูเครนอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี บับเชนโกปฏิเสธเสียงวิจารณ์เหล่านี้ โดยย้อนว่าคนเหล่านั้นไม่ได้เจอกับตัวเอง อดีตทหารรัสเซียในสมรภูมิเชเชนรายนี้อ้างว่าเขาถูกขู่ฆ่าหลายครั้ง ซึ่งทำให้เขาต้องหนีออกนอกประเทศเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2560 เริ่มจากสาธารณรัฐเชก ตามด้วยอิสราเอล แล้วมายังกรุงเคียฟของยูเครนในปัจจุบัน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10436</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฆ่านักข่าว, จัดฉาก, ประณาม, ยูเครน, รัสเซีย, อาร์คาดี บับเชนโก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180531/image_big_5b100ad50363f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
