<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>48277</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/10/2019 21:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/10/2019 21:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สภาสหรัฐลงมติจวก &#039;ทรัมป์&#039; ถอนทหารปล่อยตุรกีขยี้เคิร์ด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ส.ส.รีพับลิกันร่วมมือกับเดโมแครตลงมติประณามประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ถอนทหารอเมริกันพ้นชายแดนซีเรียเปิดทางให้ตุรกีรุกข้ามแดนบดขยี้กองกำลังเคิร์ดในซีเรีย ด้านทรัมป์อ้างไม่ได้ไฟเขียว ย้อนพวกเคิร์ดไม่ใช่เทวดา และกบฏพีเคเคเลวร้ายกว่าไอเอส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางแนนซี เพโลซี (กลาง) พร้อมด้วย ส.ว.ชัค ชูเมอร์ (ขวา) และ ส.ส.สเตีนี ฮอยเออร์ เดินออกจากทำเนียบขาวภายหลังประชุมกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อวันพุธ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 17 ตุลาคมว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐลงมติเสียงข้างมาก 354 ต่อ 60 เสียงเมื่อวันพุธ ผ่านญัตติประณามการตัดสินใจของทรัมป์ ที่สั่งถอนทหารอเมริกันออกจากชายแดนทางเหนือของซีเรีย โดยมี ส.ส.รีพับลิกัน 129 คนร่วมลงมติเห็นชอบด้วย ญัตติของสภาล่างสหรัฐยังเรียกร้องให้ประธานาธิบดีเรเจป ทายยิป แอร์โดอัน ของตุรกีหยุดปฏิบัติการทางทหารต่อกองกำลังชาวเคิร์ดในซีเรียทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน มีสัญญาณบ่งชี้ถึงความสัมพันธ์ที่เลวร้ายลงระหว่างทรัมป์กับสภาคองเกรส ซึ่งกำลังไต่สวนเพื่อเดินหน้ากระบวนการถอดถอนเขา เมื่อ ส.ส.แนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรพรรคเดโมแครต และชัค ชูเมอร์ แกนนำ ส.ว.เดโมแครตเสียงข้างน้อยในวุฒิสภา วอล์กเอาต์จากการประชุมกับทรัมป์ในทำเนียบขาวที่มีการโต้เถียงกันอย่างเผ็ดร้อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชูเมอร์กล่าวว่า ทรัมป์เรียกเพโลซีว่าเป็นนักการเมืองชั้นสาม ส่วนเพโลซีบอกว่าทรัมป์สติแตก ขณะที่ทรัมป์ใช้ทวิตเตอร์เป็นช่องทางระบายอารมณ์ โดยกล่าวหาเพโลซีเช่นกันว่า สติแตกและต้องการความช่วยเหลือโดยด่วน ทรัมป์นำภาพเพโลซียืนชี้หน้าเขากลางวงประชุมมาลงในทวิตเตอร์ด้วย แต่ภาพนั้นกลับเป็นภาพที่เดโมแครตยกย่องว่าเธอยืนหยัดต่อสู้กับทรัมป์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพุธ ทรัมป์ปฏิเสธอีกครั้งว่า เขาไม่ได้ &amp;quot;ไฟเขียว&amp;quot; ให้แอร์โดอันเปิดปฏิบัติการโจมตีเคิร์ด หลังจากทั้งคู่คุยโทรศัพท์กันก่อนหน้าที่ทรัมป์จะถอนทหารอย่างปุบปับ แต่ทรัมป์บอกว่าเขาไม่ประหลาดใจ เพราะแอร์โดอันอยากทำแบบนี้มานานแล้ว และวางกำลังทหารประชิดชายแดนซีเรียมาช้านาน &amp;quot; ผมเขียนจดหมายทันทีหลังการสนทนา เป็นจดหมายที่ทรงพลังมาก&amp;quot; ทรัมป์คุย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในจดหมายที่ส่งถึงแอร์โดอัน ลงวันที่ 9 ตุลาคม วันเดียวกับที่ตุรกีเปิดฉากรุกข้ามแดนซีเรีย ทรัมป์เตือนผู้นำตุรกีว่า คงไม่อยากรับผิดชอบกับการเข่นฆ่าประชาชนนับพันนับหมื่นคน และเรียกร้องแอร์โดอันว่าอย่าได้ทำตัวเป็นคนโหดหรือคนโง่ อย่างไรก็ดี บีบีซีรายงานอ้างแหล่งข่าวในทำเนียบประธานาธิบดีตุรกีว่า แอร์โดอันไม่แยแสจดหมายนี้และโยนทิ้งลงถังขยะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์บอกกับนักข่าวด้วยว่า เขามองว่าสถานการณ์ชายแดนตุรกีกับซีเรียนั้นเป็นความยอดเยี่ยมทางยุทธศาสตร์สำหรับสหรัฐ ทหารอเมริกันไม่ได้อยู่ที่นั่นแล้ว ทหารของเราปลอดภัย ตุรกีและซีเรียต้องจัดการปัญหากันเอง ที่นั่นไม่ใช่ชายแดนของสหรัฐ และไม่ควรเอาชีวิตทหารอเมริกันไปทิ้งที่นั่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขายังดูแคลนความวิตกเรื่องการหลบหนีของนักโทษรัฐอิสลาม (ไอเอส) ที่เคิร์ดควบคุมตัวไว้ว่า เรื่องพวกนี้เป็นความพยายามดึงให้สหรัฐกลับไปที่นั่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักวิจารณ์หลายคนเตือนว่า หากนักโทษไอเอสหลบหนีได้จะเปิดโอกาสให้ไอเอสตั้งกลุ่มใหม่อีกครั้ง หลังจากโดนกองกำลังประชาธิปไตยซีเรีย (เอสดีเอฟ) ที่เคิร์ดเป็นผู้นำ และกองกำลังผสมนานาชาติที่สหรัฐเป็นผู้นำ พิชิตได้เมื่อต้นปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตุรกีโทษว่า กองกำลังเคิร์ดวายพีจีที่เป็นผู้นำเอสดีเอฟ เป็นพวกเดียวกับพรรคแรงงานเคอร์ดิสถาน (พีเคเค) ที่ตุรกีถือว่าเป็นกลุ่มก่อการร้ายและก่อความไม่สงบอย่างนองเลือดในตุรกีมานับแต่ปี 2527&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์ถูกตำหนิ แม้แต่โดยพันธมิตรร่วมพรรครีพับลิกัน ว่าทอดทิ้งสหายร่วมรบเหล่านี้ แต่เขายังคงไม่ใส่ใจ เมื่อวันพุธ ทรัมป์ดูถูกนักรบเคิร์ดว่า &amp;quot;ไม่ใช่เทวดา&amp;quot; พวกเขารู้วิธีต่อสู้ ส่วนพีเคเคซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเคิร์ดนั้น &amp;quot;อาจจะ&amp;quot; เป็นภัยก่อการร้ายที่คุกคามยิ่งกว่าไอเอส.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48277</URL_LINK>
                <HASHTAG>คองเกรส, ซีเรีย, ตุรกี, ถอนทหาร, ประณามทรัมป์, เคิร์ด, เรเจป ทายยิป แอร์โดอัน, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191017/image_big_5da8788711e85.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41242</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/07/2019 21:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/07/2019 20:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สภาล่างสหรัฐผ่านมติประณาม &#039;ทรัมป์&#039; เหยียดผิว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐลงมติเมื่อวันอังคาร ผ่านข้อมติในเชิงสัญลักษณ์ประณามประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ &amp;quot;เหยียดผิว&amp;quot; จากการทวีตขับไล่ ส.ส.หญิงหน้าใหม่ต่างสีผิวพรรคเดโมแครต 4 คนให้กลับไปประเทศบ้านเกิดของพวกเธอ แต่ทรัมป์ยังยืนกรานไม่ได้เหยียดผิวสักหน่อย โพลชี้รีพับลิกันหนุนทรัมป์เพิ่มขึ้น 5%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทอม มาลินาวสกี ส.ส.นิวเจอร์ซีย์พรรคเดโมแครตที่เกิดในโปแลนด์ แถลงข่าวพร้อมกับ ส.ส.ร่วมพรรคเกี่ยวกับผลมติประณามทรัมป์ เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันพุธว่า การลงมติของสภาล่างเมื่อวันอังคารที่ 16 กรกฎาคม มี ส.ส.รีพับลิกัน&amp;nbsp; 4 คน และ ส.ส.อิสระ 1 คนเห็นด้วยกับพรรคเดโมแครตทั้ง 235 คน ลงมติประณามทรัมป์ที่แสดงทัศนะเหยียดเชื้อชาติสีผิว ที่เพิ่มความกลัวและความเกลียดชังต่อชาวอเมริกันที่เป็นพลเมืองใหม่และคนต่างสีผิว จากการทวีตเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งทรัมป์บอกให้กลุ่ม ส.ส.ผิวสีเดโมแครตหัวก้าวหน้า &amp;quot;กลับไป&amp;quot; ยังประเทศของพวกเธอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมตินี้ยังประณามคำกล่าวของทรัมป์ที่เรียกผู้อพยพเข้าเมืองและผู้ขอลี้ภัยว่าเป็น &amp;quot;ผู้รุกราน&amp;quot; และวิจารณ์ที่เขาบอกว่า สมาชิกคองเกรสที่เป็นผู้อพยพเข้าเมือง (หรือเพื่อนสมาชิกของเราที่ถูกทึกทักผิดๆ ว่าเป็นผู้อพยพเข้าเมือง) ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของคองเกรสหรือเป็นส่วนหนึ่งของสหรัฐอเมริกา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส.ส.หญิง 4 คนที่โดนทรัมป์พาดพิงนั้นล้วนมีสัญชาติอเมริกัน โดยอเล็กซานเดรีย โอคาซิโอ-คอร์เตซ มาจากครอบครัวฮิสปานิกหรือประชากรที่พูดสเปน, ราชิดา ทาลิบ มีเชื้อสายปาเลสไตน์, อยานา เพรสลีย์ เป็นแอฟริกันอเมริกัน และคนสุดท้าย อิลฮาน โอมาร์ เกิดในโซมาเลียแต่ครอบครัวพามาลี้ภัยในสหรัฐตั้งแต่วัยเด็ก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พรรคเดโมแครตครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร 435 ที่นั่งของสหรัฐ แต่ในวุฒิสภาพรรครีพับลิกันครองเสียงส่วนใหญ่ ทำให้ข้อมตินี้ไม่น่าจะถูกส่งให้พิจารณา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านทรัมป์ยังคงยืนกรานทัศนะของเขา โดยในวันอังคารเขายังทวีตด้วยท่าทีเดิมว่า &amp;quot;ประเทศของเราเสรี งดงาม และประสบความสำเร็จมาก พวกคุณเกลียดประเทศของเรา หรือหากคุณไม่มีความสุขที่นี่ ก็ออกไปได้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้นำสหรัฐที่มีประวัติกล่าวคำพูดเอาใจคนอเมริกันผิวขาวที่คลางแคลงต่อคนต่างสีผิว ยังโจมตีการลงมติที่ว่านี้ด้วยว่าเป็นการหลอกลวงให้ตายใจของพวกเดโมแครต และเรียกร้องรีพับลิกันอย่าได้ &amp;quot;แสดงความอ่อนแอและตกหลุมพราง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทวีตพวกนั้นไม่ได้เหยียดผิว ผมไม่มีกระดูกเหยียดผิวอยู่ในตัว&amp;quot; ทรัมป์กล่าวและว่า การลงมติคราวนี้ควรเป็นการโหวตเรื่องภาษาและถ้อยแถลงที่หยาบคายและคำโกหกที่ออกจากปากของ ส.ส.หญิงเดโมแครตกลุ่มนี้ ที่เขาเชื่อจริงๆ จากการกระทำของพวกเธอว่าพวกเธอเกลียดประเทศของเรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์ยังเหน็บแนมนางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรพรรคเดโมแครต ที่เคยพยายามปรามและกันท่า ส.ส.หญิงสมัยแรกหัวเสรีนิยมก้าวหน้ากลุ่มนี้ไม่ให้ยึดโยงกับภาพพจน์ของเดโมแครต&amp;nbsp; โดยเขาบอกว่าเพโลซีพยายามผลักไสพวกเธอออกห่าง แต่ตอนนี้พวกเธอแต่งงานกับพรรคเดโมแครตไปตลอดกาลแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพโลซีกล่าวไว้ก่อนลงมติว่า สมาชิกคองเกรสทุกคนไม่ว่าจะเป็นเดโมแครตหรือรีพับลิกัน ควรร่วมกันประณามทวีตเหยียดผิวของประธานาธิบดีคนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดูเหมือนว่าความพยายามเรียกคะแนนจากฐานเสียงที่เป็นกลุ่มคนผิวขาวของทรัมป์สำหรับการเลือกตั้งปีหน้าจะได้ผล โพลของรอยเตอร์/อิปซอสที่สำรวจเมื่อวันจันทร์และอังคารพบว่า รีพับลิกันชื่นชอบทรัมป์เพิ่มขึ้น 5% โดยคะแนนรวมอยู่ที่ 72% แต่ความนิยมในภาพรวมของทรัมป์ยังเท่าเดิม โดยคนอเมริกันพอใจเขาเพียง 41%.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41242</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประณามทรัมป์, ส.ส.หญิงเดโมแครต, สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ, สภาล่างสหรัฐ, เหยียดผิว, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190717/image_big_5d2f246c0398c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40039</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/07/2019 22:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/07/2019 22:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จีนบี้ฮ่องกงสอบสวนม็อบบุกสภาทำผิดคดีอาญา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;จีนพิโรธโดนม็อบฮ่องกงท้าทายอย่างไม่เคยเจอมาก่อน จี้รัฐบาลฮ่องกงสอบสวนลงโทษทางอาญาผู้กระทำผิด พร้อมจวก &amp;quot;โดนัลด์ ทรัมป์&amp;quot; แทรกแซงกิจการภายใน เหตุให้ท้ายม็อบเรียกร้องประชาธิปไตย ผู้บริหารฮ่องกงประณามม็อบบุกสภาทำลายข้าวของใช้ความรุนแรง แต่โจชัว หว่อง ย้อนเป็นการตอบโต้ทรราชย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ประท้วงออกจากห้องประชุมสภานิติบัญญัติภายในอาคารที่ทำการรัฐบาลฮ่องกง เมื่อเช้ามืดวันที่ 2 กรกฎาคม 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันอังคารที่ 2 กรกฎาคมว่า ฮ่องกงตกอยู่ในภาวะปั่นป่วนวุ่นวายอย่างไม่เคยเกิดมาก่อน เมื่อการชุมนุมประท้วงเนื่องในวันครบรอบ 22 ปี อังกฤษคืนเกาะฮ่องกงให้แก่จีน เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม เกิดความรุนแรงจากการปะทะกันระหว่างตำรวจกับผู้ประท้วง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนหนุ่มหัวแข็งกร้าว การประท้วงลุกลามเมื่อม็อบหลายร้อยคนพังประตูทางเข้าอาคารสภานิติบัญญัติ และสามารถบุกเข้าไปถึงภายในห้องประชุม ทำลายข้าวของ ฉีดพ่นข้อความบนกำแพงเช่น &amp;quot;ฮ่องกงไม่ใช่จีน&amp;quot; และพ่นสเปรย์สีดำทับตราสัญลักษณ์ของฮ่องกง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจปราบจลาจลซึ่งถอนกำลังออกจากอาคารนั้น ได้เปิดปฏิบัติการสลายฝูงชนด้วยการยิงแก๊สน้ำตาและขับไล่ผู้ประท้วงออกจากห้องประชุมได้หลังเที่ยงคืนของวันจันทร์ ขณะที่แคร์รี แลม ผู้บริหารสูงสุดของเขตปกครองพิเศษฮ่องกง แถลงช่วงเช้ามืดวันอังคาร ประณาม &amp;quot;การใช้ความรุนแรงถึงขีดสุด&amp;quot; ของผู้ชุมนุม และว่าการทำลายข้าวของเป็นเรื่องน่าตกใจและน่าสะเทือนใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตำรวจยิงแก๊สน้ำตาสลายกลุ่มผู้ประท้วงใกล้อาคารที่ทำการรัฐบาลฮ่องกง เมื่อเช้ามืดวันอังคาร / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สภานิติบัญญัติปิดทำการเมื่อวันอังคาร ในขณะที่ตำรวจเก็บรวบรวมหลักฐานจากอาคารที่เกลื่อนด้วยซากปรักหักพัง คนงานช่วยกันทำความสะอาดพื้นที่โดยรอบที่เต็มไปด้วยเศษกระจก, ร่มพัง และหมวกนิรภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอ็ดดี ชู ส.ส.ฝ่ายหนุนประชาธิปไตยซึ่งถูกห้ามเข้าห้องทำงานในอาคารนั้น บอกว่า เขาได้รับแจ้งจากตำรวจว่าอาคารนี้เป็น &amp;quot;สถานที่เกิดเหตุ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แอนดรูว์ เหลียง ประธานสภานิติบัญญัติฝ่ายหนุนปักกิ่ง ซึ่งภาพของเขาโดนม็อบปลดลงมาทำลายด้วย กล่าวว่า การประชุมใหญ่ๆ จะต้องยกเลิกไปจนถึงเดือนตุลาคม โดยต้องรอการทดสอบระบบรักษาความปลอดภัย ระบบป้องกันอัคคีภัย และลิฟต์เสียก่อนจึงจะเริ่มประชุมสภาได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เศษซากความเสียหายและกองขยะด้านนอกอาคารสภานิติบัญญัติและที่ทำการรัฐบาลฮ่องกง / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บรรยากาศในฮ่องกงวันอังคารคืนสู่ความสงบแล้ว แต่เหตุการณ์ที่ถือเป็นการท้าทายประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนอย่างไม่เคยมีมาก่อนนี้ ทำให้รัฐบาลจีนเรียกร้องทางการฮ่องกงเปิดสอบสวนหาตัวผู้ใช้ความรุนแรงมารับผิดทางอาญาต่อการทำผิดกฎหมายอย่างร้ายแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถลงการณ์ของรัฐบาลจีนยังตำหนิประธานาธิบดีทรัมป์ของสหรัฐว่าแทรกแซงกิจการภายในของเขตปกครองพิเศษของจีนแห่งนี้ ภายหลังทรัมป์กล่าวว่า ผู้ประท้วงในฮ่องกงแค่ต้องการประชาธิปไตย และเหน็บจีนด้วยว่า &amp;quot;แต่บางรัฐบาลไม่ต้องการประชาธิปไตย&amp;quot; นอกจากนั้นจีนได้ตำหนิเจเรมี ฮันต์ รัฐมนตรีต่างประเทศของอังกฤษ ในแบบเดียวกันว่าแทรกแซงกิจการภายในอย่างร้ายแรง หลังจากฮันต์ประกาศต่อกรณีม็อบยึดสภาว่า อังกฤษสนับสนุนเสรีภาพของฮ่องกงอย่างไม่คลอนแคลน และเรียกร้องผู้ประท้วงใช้ความอดกลั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วง 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา เกาะศูนย์กลางการเงินแห่งนี้ตกอยู่ภายใต้วิกฤติการประท้วงต่อต้านรัฐบาลฮ่องกงและปักกิ่งครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ชาวฮ่องกงหลายล้านคนออกมาชุมนุมต่อต้านร่างกฎหมายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน และสามารถบีบให้แลมยอมถอนร่างนี้ออกจากสภาอย่างไม่มีกำหนด แต่ผู้ชุมนุมเรียกร้องมากกว่านั้น พวกเขาต้องการให้แลมยกเลิกกฎหมายนี้อย่างสิ้นเชิง และให้เธอลาออก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โจชัว หว่อง นักเคลื่อนไหวที่เพิ่งได้รับการปล่อยตัวจากโทษจำคุกฐานมีส่วนร่วมชุมนุมประท้วงรัฐบาลเมื่อปี 2557 กล่าวกับนักข่าวว่า การประท้วงในครั้งนี้เป็นการตอบโต้ &amp;quot;ทรราชย์และการปกครองแบบจักรวรรดินิยมของปักกิ่งและรัฐบาลฮ่องกง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40039</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีนจี้สอบสวน, ประณามทรัมป์, ม็อบบุกสภา, ฮ่องกง, แทรกแซงกิจการภายใน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190702/image_big_5d1b71f9df3c3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
