<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>45673</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/09/2019 13:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/09/2019 13:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เดี๋ยวคลื่นลมก็สงบลงแล้ว!&#039;บิ๊กตู่&#039;พบชาวนครศรีฯอ้อน&#039;รักจังฮู้&#039;ลั่นไม่ปล่อยให้มีทุจริต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13ก.ย.62-เมื่อเวลา 09.50 น. ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม พร้อมคณะ ประกอบด้วย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา นายอิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม ม.ร.ว.จตุมงคล โสณกุล รมว.แรงงาน นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย นายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เดินทางตรวจเยี่ยมพื้นที่ก่อสร้างประตูระบายน้ำคลองท่าเรือ-หัวตรุด กิโลเมตรที่ 9+200 ซึ่งเป็นโครงการบรรเทาอุทกภัยเมืองนครศรีธรรมราชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยนายกฯเดินทางด้วยรถโตโยต้า VELLFIRE สีขาว ทะเบียน 7 กฬ 1333 กรุงเทพมหานคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายกฯ รับฟังรายงานความก้าวหน้าของโครงการก่อสร้างประตูระบายน้ำ และรับทราบรายงานการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเล การก่อสร้าง พร้อมกล่าวว่า ขอให้ช่วยกันทำความเข้าใจกับประชาชนที่ยังไม่ให้ความร่วมมืออีก 58 ครัวเรือน ว่าถ้าโครงการนี้สำเร็จจะแก้ปัญหาน้ำท่วมได้ถึงร้อยละ 80 หากรัฐบาลทำความเข้าใจฝ่ายเดียวประชาชนจะไม่เข้าใจ จึงอยากให้ชาวบ้านช่วยกันบอกถึงผลดีคืออะไร สำหรับโครงการนี้เริ่มดำเนินการได้เมื่อปี 2559 ซึ่งเป็นโครงการของ รัชกาลที่ 9 โดยรัฐบาลมีความตั้งใจนำทุกโครงการมาดำเนินการสานต่อทั้งหมดตามพระราชประสงค์ของในหลวงรัชกาลที่ 10 จึงขอให้ประชาชนสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสถาบันพระมหากษัตริย์ที่ทำให้ประเทศไทยมีการพัฒนาและคงอยู่ มีความปรองดอง ส่วนประชาธิปไตยก็ต้องเดินควบคู่กันไป ต้องลดความขัดแย้ง ลดการต่อรองลง ยืนยันรัฐบาลทำอย่างเต็มที่ และพร้อมทำงานให้ได้มากที่สุด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมดีใจที่ได้พบกับประชาชน และรู้สึกเป็นห่วงภาคใต้ แต่ได้แก้ปัญหาหนี้สิน หนี้นอกระบบให้ไปแล้ว แต่ประชาชนยังขาดการรับรู้ ต้องช่วยกันทำความเข้าใจ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ กล่าวแสดงความเป็นห่วงสถานการณ์น้ำที่จังหวัดอุบลราชธานี และพื้นที่ภาคอีสาน ซึ่งมีอีกหลายพื้นที่ เมื่อคืนตนนั่งเอาใจช่วย พระมีฝนตกมาจำนวนมาก แต่ทุกภาคส่วนก็ได้ร่วมกันบูรณาการ แก้ไขปัญหาให้ความช่วยเหลือ ซึ่งเรียกว่ายุทธศาสตร์การบริหารจัดการน้ำ 20 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างเดินพบปะพูดคุยกับประชาชน พล.อ.ประยุทธ์ ได้ซักถามผู้ที่มาต้อนรับว่ามาจากพื้นที่ใดบ้าง พร้อมกล่าวว่า ทุกคนมีหน้าที่ต่อประเทศชาติและแผ่นดินนี้ ก่อนจะหันไปถามความเห็นชาวบ้านว่า &amp;ldquo;เห็นนายกฯคนนี้แล้วเป็นอย่างไร ใช้ได้ไหม ส่วนเรื่องหล่อเอาไว้ก่อน ถามว่าทำงานใช้ได้หรือไม่ดีกว่า และพวกเราเดือดร้อนอะไรมากหรือไม่ที่ผมเป็นนายกฯ ไม่เดือดร้อนใช่ไหม รายได้ก็ยังดีอยู่ แต่ก็ยังมีปัญหา มีบางคนที่ยังออกมาพูดไม่ดี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ อีอีซี หรือเรื่องของรายได้ ก็ว่ากันไป อะไรที่ถูกกฎหมายก็ทำ อย่างเช่นบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ถ้าเรามีรายได้เข้ามาก็จะมีไปเพิ่มในส่วนดังกล่าว แต่ไม่ใช่เป็นสัญญาให้เปล่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;บ้านเมืองจะดีได้ต้องมีการพัฒนาและมีเสถียรภาพในทุกด้าน ทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจและสังคม ไม่เช่นนั้นเศรษฐกิจก็จะแย่ทั้งหมด ทุกอย่างก็จะไปไม่ได้ รัฐบาลจะดูแลทุกภาคส่วน แต่ก็ขอให้เห็นใจรัฐบาลด้วย เพราะต้องทำงานทุดด้านไม่ใช่ทำอะไรไม่ดีก็มาว่ามาด่ารัฐบาลอย่างเดียว&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น เวลา 10.40 น. ที่โรงเรียนสาธิตองค์การบริหารส่วนจังหวัด 1 นายกฯ พร้อมคณะพบปะประชาชนและมอบอุปกรณ์ส่งเสริมอาชีพให้แก่ผู้สูงอายุ และมอบอุปกรณ์การเรียนให้แก่ผู้แทนนักเรียน โดยนายกฯ กล่าวว่า คนนครศรีธรรมราชเป็นคนพูดเร็ว แต่ตนก็ฟังเข้าใจ อย่างเช่นคำว่า อร่อย ก็บอกว่า หร่อยจั่งฮู้ &amp;ldquo;ผมมาก็ต้องบอกว่ารักจังฮู้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ กล่าวต่อว่าการลงพื้นที่วันนี้ ไม่ได้มาหาเสียง แต่มาขอความร่วมมือจากประชาชนทุกคน ถ้าอยากให้รัฐบาลทำให้ต้องร่วมมือ ต้องรักรัฐมนตรี และ รักข้าราชการของตน ถ้าใครไม่ดีให้แจ้งมา จะจัดการให้ โดยเฉพาะเรื่องการทุจริต และมาครั้งนี้ก็มาเพื่อติดตามความคืบหน้าการเตรียมการแก้ปัญหาอุทกภัย และติดตามการแก้ปัญหาอื่นๆควบคู่ไปด้วย แต่ทั้งนี้การแก้ปัญหาจำเป็นต้องใช้เวลาและต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจของทุกภาคส่วน เพื่อให้เป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาติจึงจะประสบผลสำเร็จ พร้อมฝากเรื่องบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่รัฐบาลให้มานั้นเพื่อใช้ในเรื่องของอุปโภคบริโภคที่จำเป็น และมีอีกหลายโครงการที่จะดำเนินการเพื่อประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เราต้องเดินหน้าประเทศไปสู่ความมั่นคงและมีเสถียรภาพในทุกด้าน รวมถึงความมั่นคงด้านการเมืองด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ยอมรับว่าขณะนี้มีคลื่นลม แต่เดี๋ยวคลื่นลมก็สงบลงแล้ว แต่จะสงบลงได้นั้นไม่ใช่นายกฯเพียงผู้เดียวทุกคนจะต้องช่วยกันด้วย และยืนยันจะไม่ปล่อยให้มีการทุจริตเกิดขึ้น&amp;rdquo;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นเวลา 11.45 น. พล.อ.ประยุทธ์ พร้อมคณะ สักการะพระบรมธาตุเจดีย์ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร เพื่อเป็นสิริมงคล โดยนายกฯได้กราบนมัสการและถวายเครื่องจตุปัจจัยไทยธรรมแด่พระครูโสภณเจติยานุรักษ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระมหาธาตุ ฯ รวมทั้งได้ทำพิธีห่มผ้าองค์พระธาตุเพื่อเป็นสิริมงคล โดยนายกฯได้ขอให้ทางวัดนำต้นโพธิ์ทั้งสามต้น ที่ขึ้นอยู่บนยอดองศ์พระบรมธาตุเจดีย์ไปปลูกให้เจริญงอกงาม ให้ประชาชนทั่วไปได้สักการะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในการมากราบพระมหาธาตุฯ ครั้งนี้ มีประชาชนเรียกร้องให้รัฐบาลนำพระบรมธาตุเจดีย์ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารขึ้นเป็นมรดกโลก ซึ่งนายอิทธิพล ได้รับปากว่าในปีหน้าจะนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาเพื่อผลักดันอย่างเต็มที่
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45673</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประตูระบายน้ำ, พล.อ .ประยุทธ์ จันทร์โอชา, รักจังฮู้, วัดพระธาตุวรวิหาร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190913/image_big_5d7b35630ca6a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8846</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/03/2026 10:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/05/2018 17:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สีสันบ้านประชารัฐริมคลองลาดพร้าว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:18.0pt; text-align:justify&quot;&gt;ข้อมูลจากสำนักการระบายน้ำ กทม. ระบุว่า ในพื้นที่กรุงเทพฯ มีประชาชนปลูกสร้างบ้านเรือนรุกล้ำคูคลองสาธารณะทั้งหมดจำนวน 1,161 คลอง &amp;nbsp;จำนวนครัวเรือนที่รุกล้ำ 23,500 ครัวเรือน &amp;nbsp;ประชากรประมาณ 94,000 คน&amp;nbsp; ซึ่งบ้านเรือนจำนวนมากที่รุกล้ำลำคลองนี้&amp;nbsp; 


แทงบอลวันนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำนักการระบายน้ำระบุว่าทำให้ประสิทธิภาพในการระบายน้ำลดน้อยลง&amp;nbsp; และเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมในกรุงเทพฯ และปริมณฑล&amp;nbsp; 


สล็อต789&amp;nbsp; ดังนั้นจึงควรรื้อย้ายบ้านเรือนที่รุกล้ำลำคลองเพื่อไม่ให้กีดขวางทางเดินของน้ำ โดยการสร้างเขื่อนคอนกรีตและประตูระบายน้ำขึ้นมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;เขื่อนคอนกรีตป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;โครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วมในกรุงเทพฯ และปริมณฑล เป็นผลสืบเนื่องมาจากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในปี 2554 &amp;nbsp;หลังจากนั้นในปีต่อมา &amp;nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้หารือตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2555 เห็นชอบการจัดการสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำลำน้ำสาธารณะ &amp;nbsp;โดยจะมีการก่อสร้างเขื่อนคอนกรีตตลอดแนวคลองสายหลัก คือคลองลาดพร้าว&amp;nbsp; ความยาวทั้งสองฝั่งประมาณ 45 กิโลเมตร &amp;nbsp;เพื่อให้การระบายน้ำเป็นไปอย่างคล่องตัว แต่รัฐบาลในขณะนั้นยังไม่ได้ดำเนินการ&amp;nbsp; ต่อมาคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้เข้ามาบริหารบ้านเมือง หลังจากนั้นในวันที่ 3 มีนาคม 2558 พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา &amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;&amp;nbsp;มีคำสั่งให้หน่วยงานที่รับผิดชอบรับโครงการนี้ไปดำเนินการต่อ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;วันที่ 16 กันยายน 2558&amp;nbsp; พลเอกประยุทธ์ได้ลงนามแต่งตั้ง&amp;nbsp; &amp;ldquo;คณะกรรมการอำนวยการกำหนดนโยบายการบริหารจัดการสิ่งก่อสร้างรุกล้ำลำน้ำสาธารณะ&amp;rdquo; มี &amp;lsquo;พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ&amp;rsquo; รองนายกฯ เป็นประธาน &amp;nbsp;มี รมว.มหาดไทย, รมว.กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ, ผู้ว่าฯ กทม.เป็นรองประธาน ฯลฯ&amp;nbsp; มีผู้บัญชาการทั้ง 4 เหล่าทัพ รวมทั้งปลัดกระทรวงต่างๆ ร่วมเป็นคณะกรรมการ มีอำนาจหน้าที่กำหนดกรอบแนวทาง&amp;nbsp; มาตรการจัดระเบียบและแก้ไขปัญหาชุมชนแออัดที่รุกล้ำลำคลอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:18.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;โครงการดังกล่าวในช่วงแรก (พ.ศ.2559-2561) ประกอบด้วยการก่อสร้างเขื่อนคอนกรีต ค.ส.ล.และประตูระบายน้ำในคลองลาดพร้าว (คลองบางบัว-คลองถนน-คลองสอง) และคลองบางซื่อ จากอุโมงค์เขื่อนยักษ์พระราม 9 - รามคำแหงไปยังประตูระบายน้ำคลองสองสายใต้ เขตสายไหม &amp;nbsp;เพื่อระบายน้ำลงสู่อุโมงค์เขื่อน-แม่น้ำเจ้าพระยา แล้วไหลลงสู่ทะเลต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;รูปแบบเป็นเขื่อนคอนกรีต ค.ส.ล.(สมอยึดด้านหลัง) ความยาว 40,000 เมตร และ 5,300 เมตร รั้วเหล็กกันตกความยาว 43,000 เมตร &amp;nbsp;และประตูระบายน้ำ 1 แห่ง &amp;nbsp;บริษัทริเวอร์เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด&amp;nbsp; ประมูลงานได้ในวงเงิน 1,645 ล้าน หน่วยงานที่รับผิดชอบการก่อสร้างเขื่อนคือ กองระบบคลอง&amp;nbsp; 


เว็บแทงหวย​​​​​​​&amp;nbsp;สำนักการระบายน้ำ &amp;nbsp;กรุงเทพมหานคร &amp;nbsp;&amp;nbsp;ความกว้างของเขื่อนประมาณ &amp;nbsp;38 เมตรตลอดทั้งโครงการ &amp;nbsp;และจะมีการขุดลอกคลองให้ลึกจากเดิมอีก 3 เมตรด้วย&amp;nbsp; ขณะนี้การก่อสร้างเขื่อนมีความคืบหน้าประมาณ 30 %&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;lsquo;บ้านประชารัฐริมคลอง&amp;rsquo; แผนงานรองรับที่อยู่อาศัยชาวชุมชนริมคลองลาดพร้าว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;คลองลาดพร้าวมีความยาวทั้งหมด 31.9&amp;nbsp; กิโลเมตร&amp;nbsp; เริ่มจากบริเวณอุโมงค์เขื่อนพระราม 9 เชื่อมกับคลองแสนแสบ&amp;nbsp; (เขตวังทองหลาง)&amp;nbsp; มายังวัดลาดพร้าว-วังหิน-บางบัว (เขตจุตจักร)-คลองถนน (เขตดอนเมือง) -สะพานใหม่ และคลองสอง&amp;nbsp; (เขตสายไหม)&amp;nbsp; มี 50 ชุมชน &amp;nbsp;รวม&amp;nbsp; 7,069&amp;nbsp; ครัวเรือน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประชากรเกือบ 30,000&amp;nbsp; คน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ชาวบ้านอยู่อาศัยบนที่ดินริมคลองซึ่งกรมธนารักษ์ดูแลมานานไม่ต่ำกว่า 50 ปี&amp;nbsp; โดยไม่ได้เสียค่าเช่า&amp;nbsp; และบางส่วนที่มาอยู่ในภายหลัง&amp;nbsp; เมื่อไม่มีที่ว่างบนฝั่งจึงปลูกสร้างบ้านเรือนรุกล้ำลงไปในลำคลอง&amp;nbsp; แต่ที่ผ่านมาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ได้เข้ามาจัดระเบียบ&amp;nbsp; เนื่องจากเกรงว่าจะเป็นปัญหามวลชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;อย่างไรก็ตาม รัฐบาลชุดปัจจุบันได้มอบหมายให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) รับผิดชอบเรื่องแผนงานรองรับที่อยู่อาศัยของประชาชนที่ปลูกบ้านเรือนตามแนวลำคลอง&amp;nbsp; ตามแนวทาง &amp;lsquo;บ้านประชารัฐริมคลอง&amp;rsquo; ซึ่งกระทรวง พม.ได้มอบหมายให้หน่วยงานในสังกัด คือ &amp;ldquo;สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ &amp;ldquo;พอช.&amp;rdquo; รับไปดำเนินงานต่อ&amp;nbsp; เนื่องจาก พอช.ได้ดำเนินโครงการ &amp;ldquo;บ้านมั่นคง&amp;rdquo; รองรับชาวบ้านที่มีรายได้น้อยมาตั้งแต่ปี 2546&amp;nbsp; และได้ดำเนินโครงการบ้านมั่นคงชุมชนริมคลองในปี 2547&amp;nbsp; มีชุมชนที่สร้างบ้านเรือนเสร็จไปแล้วตั้งแต่ปี 2548&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ชุมชนริมคลองบางบัว, ชุมชนเชิงสะพานไม้ 1, ชุมชนสามัคคีร่วมใจ ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผู้อำนวยการ พอช.กล่าวว่า&amp;nbsp; หลักการสำคัญในการดำเนินโครงการบ้านมั่นคงชุมชนริมคลองก็คือ 1. หากชุมชนใดสามารถอยู่ในที่ดินเดิมได้ (หลังจากสำรวจและวัดแนวเขตว่าพ้นจากแนวเขื่อนแล้ว) จะต้องทำสัญญาเช่าที่ดินจากกรมธนารักษ์ &amp;nbsp;ระยะเวลาช่วงแรก 30 ปี (สามารถต่อสัญญาได้ครั้งละ 30 ปี) อัตราค่าเช่าไม่เกิน 2 บาท/ตารางวา/เดือน)&amp;nbsp; หลังจากนั้นจึงจะเริ่มปลูกสร้างบ้าน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ส่วนกระบวนการสร้างบ้าน&amp;nbsp; ชาวชุมชนจะต้องรวมตัวกันจัดตั้งสหกรณ์เคหสถานขึ้นมาเพื่อบริหารโครงการ&amp;nbsp; มีกลุ่มออมทรัพย์เพื่อออมเงินสร้างบ้าน&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีการสำรวจข้อมูลชุมชน&amp;nbsp; &amp;nbsp;ออกแบบผังชุมชน&amp;nbsp; ออกแบบบ้านร่วมกัน&amp;nbsp; โดยมีสถาปนิกจาก พอช.เป็นที่ปรึกษา &amp;nbsp;ใช้วิธีการจ้างผู้รับเหมาหรือบริษัทก่อสร้างบ้าน ฯลฯ และเนื่องจากพื้นที่ชุมชนริมคลองมีจำกัด ดังนั้นครอบครัวใดที่เคยครอบครองที่ดินมากก็จะต้องเสียสละแบ่งปันที่ดินให้ครอบครัวอื่นๆ ได้อยู่อาศัยร่วมกัน&amp;nbsp; 


เว็บสล็อตเว็บทดลอง​​​​​​​&amp;nbsp;โดยการแบ่งที่ดินให้แต่ละครอบครัวเท่ากัน&amp;nbsp; โดย พอช.จะสนับสนุนเรื่องสินเชื่อไม่เกิน&amp;nbsp; 360,000 บาท/ครัวเรือน&amp;nbsp; ระยะเวลาผ่อน 20 ปี&amp;nbsp; ดอกเบี้ยร้อยละ 4 บาทต่อปี&amp;nbsp; รวมทั้งสนับสนุนงบประมาณสร้างสาธารณูปโภคครัวเรือนละ &amp;nbsp;75,000 บาท&amp;nbsp; เงินอุดหนุนและช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบครัวเรือนละ&amp;nbsp; 72,000&amp;nbsp; บาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;2. หากชุมชนใดมีพื้นที่ไม่เพียงพอ ชาวบ้านอาจจะรวมตัวกันไปหาที่ดินแปลงใหม่ที่อยู่ไม่ไกลจากชุมชนเดิม เพื่อความสะดวกในการประกอบอาชีพ&amp;nbsp; การเดินทาง&amp;nbsp; สถานศึกษา&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ที่ดินของบรรษัทสินทรัพย์ในสังกัดกระทรวงการคลัง&amp;nbsp; หรือที่ดินเอกชน&amp;nbsp; โดย พอช.จะให้การสนับสนุนสินเชื่อครัวเรือนละไม่เกิน 450,000&amp;nbsp;&amp;nbsp; บาท&amp;nbsp; และช่วยเหลือเหมือนกับข้อ 1&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;3. หากไม่มีที่ดินที่เหมาะสม&amp;nbsp; พอช.อาจจะประสานกับการเคหะแห่งชาติเพื่อหาที่อยู่อาศัยรองรับชาวบ้าน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; โครงการบ้านเอื้ออาทร&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;โครงการบ้านประชารัฐริมคลอง&amp;nbsp; เป็นความร่วมมือของหน่วยงานต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; กรมธนารักษ์&amp;nbsp; กรมส่งเสริมสหกรณ์&amp;nbsp; คสช.&amp;nbsp; สำนักงานตำรวจแห่งชาติ&amp;nbsp; กระทรวงมหาดไทย&amp;nbsp;&amp;nbsp; กรุงเทพมหานคร&amp;nbsp; สำนักงานเขต&amp;nbsp; การไฟฟ้า&amp;nbsp; การประปา&amp;nbsp; สสส. ฯลฯ&amp;nbsp; เพื่อทำให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง&amp;nbsp; มีสภาพแวดล้อมที่ดี&amp;nbsp; และนอกจากจะสร้างบ้านใหม่แล้ว&amp;nbsp; หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะสนับสนุนและส่งเสริมคุณภาพชีวิตของชาวชุมชน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ส่งเสริมเรื่องอาชีพ&amp;nbsp; การจัดการขยะ&amp;nbsp; การบำบัดน้ำเสีย&amp;nbsp; ส่งเสริมกิตกรรมเด็ก&amp;nbsp; เยาวชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; สตรี&amp;nbsp; ผู้สูงอายุ&amp;nbsp; และคนพิการด้วย&amp;rdquo;&amp;nbsp; นายสมชาติกล่าว&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;สำหรับความคืบหน้าในการดำเนินการนั้น&amp;nbsp; นายสมชาติกล่าวว่า&amp;nbsp; ขณะนี้สร้างบ้านเสร็จไปแล้ว 34 ชุมชน&amp;nbsp; รวม 1,190&amp;nbsp; ครัวเรือน&amp;nbsp;&amp;nbsp; อยู่ระหว่างการก่อสร้าง&amp;nbsp; 1,231 ครัวเรือน&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยมีชุมชนที่อยู่อาศัยในที่ดินเดิมไม่ได้จำนวน&amp;nbsp; 958&amp;nbsp; ครัวเรือนร่วมกันจัดซื้อที่ดินเพื่อสร้างชุมชนใหม่&amp;nbsp; รวม 6 โครงการ&amp;nbsp; ส่วนที่เหลืออีก 16&amp;nbsp; โครงการขณะนี้อยู่ในระหว่างการก่อสร้าง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8846</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข้อมูลจากสำนักการระบายน้ำ กทม., บ้านประชารัฐ, บ้านประชารัฐริมคลองลาดพร้าว, ประตูระบายน้ำ, ปลูกสร้างบ้านเรือนรุกล้ำคูคลอง, สมชาติ  ภาระสุวรรณ  ผู้อำนวยการ พอช, อุโมงค์เขื่อนยักษ์พระราม 9, เขื่อนคอนกรีตป้องกันน้ำท่วม, โครงการบ้านมั่นคง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180509/image_big_5af2c7ad15023.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7301</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/04/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แผ่นเหล็กวางขวางรถไฟชนพุ่งตกราง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; มือมืดนำแผ่นเหล็กประตูระบายน้ำไปขวางรางรถไฟในเขตกุยบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ขบวนรถสปรินเตอร์ยะลา-กรุงเทพฯ พุ่งชนจนตกราง คาดคนร้ายทำไปด้วยความคึกคะนอง ไม่ก็เจตนาให้เกิดเหตุร้าย ตำรวจเร่งล่าตัวมาดำเนินคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 17 เมษายนนี้ ร.ต.อ.บัญชา สุขกรง รองสารวัตรสอบสวน สภ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ รับแจ้งเหตุขบวนรถไฟชนแผ่นเหล็กบริเวณหลัก กม.ที่ 274 จุดตัดท่าข้าม ต.กุยบุรี ก่อนถึงสถานีรถไฟกุยบุรี 2 กิโลเมตร จึงประสานชุดเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ พบว่าเป็นขบวนรถสปรินเตอร์ ยะลา-กรุงเทพฯ จำนวน 3 ตู้ พ่วงกับสายสุราษฎร์ธานี-กรุงเทพฯ อีก 3 ตู้ ได้รับความเสียหาย ไม่สามารถเดินทางต่อได้ เจ้าหน้าที่ต้องนำหัวรถจักรมาลากโบกี้รถไฟที่เสียหายทั้ง 2 ขบวน ไปจอดที่สถานีรถไฟกุยบุรี และอำนวยความสะดวกให้ผู้โดยสารกว่า 500 คน เดินทางไปยังจุดหมายได้ปลอดภัยด้วยรถบัสโดยสาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบสวนนายประสิทธิ์ โมฬี พนักงานขับรถไฟ ทราบว่า ขับรถไฟมาจากภาคใต้มุ่งหน้าเข้า กทม. มีผู้โดยสารเต็มทุกตู้ที่เดินทางกลับในช่วงสงกรานต์ เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ รถไฟได้พุ่งชนแผ่นเหล็กที่ตกอยู่บนราง แม้ขณะนั้นกำลังชะลอความเร็วเพื่อเข้าสถานีกุยบุรี และรถไฟไม่ตกราง แต่ใต้ท้องรถไฟได้รับความเสียหายจากการชนกระทบกับแผ่นเหล็กบริเวณอุปกรณ์ห้ามล้อ นอกจากนี้ แท็งก์น้ำมันเครื่องของเครื่องยนต์ปรับอากาศแตก ระบบความดันได้รับความเสียหาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุด ชุดสืบสวนและชุดพิสูจน์หลักฐานภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ รวมทั้งฝ่ายปกครอง อ.กุยบุรี ฝ่ายช่างการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ร่วมกันตรวจสอบที่เกิดเหตุเพื่อหาที่มาของแผ่นเหล็กดังกล่าว พบเหล็กลักษณะคล้ายเหล็กแกนชักประตูน้ำชลประทาน ความยาว 1.80 เมตร ถูกรถไฟชนอยู่ในสภาพหักงอ กระเด็นออกห่างจากจุดที่ชนประมาณ 100 เมตร จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน นอกจากนี้ยังพบเศษเหล็กอีกจำนวนหลายชิ้นที่ถูกรถไฟชนแตกหักอยู่บนรางรถไฟ จึงประสานให้ชลประทานจังหวัดประจวบฯ เข้าตรวจสอบว่าใช่เหล็กประตูระบายน้ำชลประทานหรือไม่ เนื่องจากจุดที่เกิดเหตุมีคลองชลประทานยาวเลียบขนานไปกับรางรถไฟ อีกทั้งประตูน้ำบางจุดมีลักษณะเก่า ถูกปล่อยทิ้งร้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่การรถไฟฯ ได้ใช้รถตรวจเขตวิ่งดูบนเส้นทางรางรถไฟตั้งแต่ อ.กุยบุรี ไปสถานีเมืองประจวบคีรีขันธ์ เพื่อหาวัตถุต้องสงสัยเพิ่มเติม ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานงานกับกำนันตำบลบ่อนอก เพื่อเข้าตรวจสอบภายในหมู่บ้านค้นหาผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.ต.พัฒนา เพศยนาวิน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ลงพื้นที่ตรวจสอบเมื่อเช้าวันที่ 17 เม.ย. ซึ่งต่อมามีเจ้าหน้าที่จากสำนักงานชลประทานประจวบคีรีขันธ์ยืนยันว่าเป็นแผ่นเหล็กจากประตูระบายน้ำ แต่ยังไม่ทราบว่ามาจากจุดใด ขณะที่ทางตำรวจพิสูจน์หลักฐานภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ได้นำแผ่นเหล็กไปตรวจหาลายนิ้วมือแฝง เบื้องต้นคาดว่าเป็นการกระทำที่คึกคะนอง หรือหวังผลให้รถไฟเกิดอุบัติเหตุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น พล.ต.ต.พัฒนาได้เรียกชุดสืบสวนภูธรจังหวัด สืบสวนกุยบุรี สืบสวนเมืองประจวบฯ เจ้าหน้าที่ชลประทาน เจ้าหน้าที่การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ใน อ.กุยบุรีและ อ.เมือง ประชุมด่วนที่ สภ.กุยบุรี เพื่อเร่งสืบหาหาตัวผู้กระทำการรายนี้โดยเร็ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7301</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขบวนรถสปรินเตอร์ยะลา-กรุงเทพฯ, ประตูระบายน้ำ, พุ่งชนจนตกราง, รถไฟชนแผ่นเหล็ก, สถานีรถไฟกุยบุรี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180417/image_big_5ad5f0ce8b020.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
