<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118132</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/09/2021 18:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/09/2021 18:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตำรวจ 191 จับ 3 เด็กหญิงฝ่าเคอร์ฟิว ยึดประทัดบอลเกือบ 100 ลูก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ก.ย.64 - พล.ต.ต.สมบูรณ์ เทียนขาว ผบก.สปพ.,&amp;nbsp;พ.ต.อ.ประสงค์ อานมณี,&amp;nbsp;พ.ต.อ.สุรเชษฐ์ บัณฑิตย์,&amp;nbsp;พ.ต.อ.วรวิทย์ ญาณจินดา,&amp;nbsp;พ.ต.อ.ศุภวัช ปานแดง รอง ผบก.สปพ.,&amp;nbsp;พ.ต.อ.ปิยรัช สุภารัตน์ ผกก.สายตรวจ บก.สปพ.,&amp;nbsp;พ.ต.ท.อัครพล โทยะ,&amp;nbsp;พ.ต.ท.วสันต์ ธวัชชัยวิรุตษ์,&amp;nbsp;พ.ต.ท.คงศักดิ์ ศรีโหร,&amp;nbsp;พ.ต.ท.สุทธิเดช โอฬาริ รอง ผกก.สายตรวจ บก.สปพ.,&amp;nbsp;พ.ต.ท.อัษฎาวุธ ขวัญเมือง สว.งานสายตรวจ 3 กก.สายตรวจ บก.สปพ. &amp;ldquo;ชุดตรวจร่วม บก.สปพ.,บก.ป.,บก.ทท.1 ร่วมตรวจสอบรถรถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ สีดำ ไม่ติดแผ่นบ้านทะเบียน จำนวน 1 คัน ซึ่งเป็นรถจักรยานยนต์ต้องสงสัยขับฝ่าเคอร์ฟิว โดยมี ด.ญ.นันทัชพร ขอสงวนนามสกุล อายุ 14 ปี ด.ญ.นริศรา ขอสงวนนามสกุล อายุ 15 ปี และ ด.ญ.พรนภา ขอสงวนนามสกุล อายุ 14 ปี พบประทัดลูกบอล จำนวน 97 ลูก บนถนนวิภาวดีรังสิต แขวงดินแดง เขตดินแดง กทม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พฤติการณ์กล่าวคือ กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ ร่วมกับกองบังคับการปราบปราม และกองบังคับการท่องเที่ยว 1 ได้จัดชุดปฏิบัติการสายตรวจร่วมบูรณาการกำลังของรถวิทยุตำรวจ โดยให้ออกตรวจพื้นที่ป้องกันและปราบปรามผู้กระทำความผิด (ฝ่าฝืน พรก.ฉุกเฉิน) และเพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ตามนโยบายของ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.,&amp;nbsp;พล.ต.อ.มนู เมฆหมอก รอง ผบ.ตร.พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. และ พล.ต.ต.สำราญ นวลมา รอง ผบช.น. ในการประกาศ พรก.ฉุกเฉิน ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเวลาประมาณ 01.15 น.วันที่ 28 ก.ย.64 ระหว่างที่ชุดปฏิบัติการสายตรวจร่วมออกตรวจมาถึง บริเวณถนนวิภาวดีรังสิต แขวงดินแดง เขตดินแดง กทม.พบผู้ถูกจับทั้ง 3 ราย ขับรถจักยานยนต์ฮอนด้า รุ่นเวฟ สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน มาตามถนนวิภาวดีรังสิต จึงได้เรียกให้หยุดรถเพื่อทำการตรวจสอบ พบประทัดลูกบอล จำนวน 97 ลูก อยู่ภายในช่องเก็บของใต้เบาะรถคันดังกล่าว ชุดปฏิบัติการสายตรวจร่วมจึงแจ้งข้อหา &amp;ldquo;ออกนอกเคหะสถานระหว่าง 21.00 น.-04.00 น.อันเป็นความผิดตามพระราชกำหนดฉุกเฉิน พ.ศ.2548 &amp;rdquo; นำส่งพนักงานสอบสวน สน.สุทธิสาร เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118132</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดินแดง, ตำรวจ, ประทัด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210928/image_big_6152f799636e0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113761</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2021 18:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2021 18:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับอดีตทหารเกณฑ์โพสต์ขายบั้งไฟผ่านโซเชียล คล้ายอาวุธในม็อบปะทะตำรวจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18&amp;nbsp;ส.ค.64 - พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยผลการปฏิบัติของกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) ได้ทำการจับกุมผู้ใช้แอปพลิเคชั่น&amp;nbsp;TikTok&amp;nbsp;ชื่อบัญชี &amp;ldquo;เรียกผมว่า เสือก๊อต&amp;rdquo; โพสต์วิดีโอบรรจุดินปืน(ชนิดทำเอง) อัดใส่ท่อพลาสติก พีวีซี สีฟ้า ลักษณะเป็นบั้งไฟเล็ก ซึ่งมีลักษณะใกล้เคียงกับอาวุธที่กลุ่มผู้ชุมนุมใช้ในการต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจาก พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง ผบช.สอท. สั่งการให้ พ.ต.อ.พิเชษฐ์ ศรีจันทร์ตรา ผกก.4&amp;nbsp;บก.สอท.4&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สอท.4&amp;nbsp;ร่วมกันจับกุมนายจักรพันธุ์ หรือก๊อต โสลา อายุ&amp;nbsp;25&amp;nbsp;ปี ชาว จ.เชียงราย พร้อมของกลาง จำนวน&amp;nbsp;16&amp;nbsp;รายการ โดยแจ้งข้อหา &amp;ldquo;ทำหรือค้าดอกไม้เพลิง(บั้งไฟขนาดเล็ก)โดยไม่ได้รับอนุญาต&amp;quot; จับกุมได้ที่บ้านพักใน อ.เมืองพะเยา จ.พะเยา เมื่อวันที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;ส.ค.&amp;nbsp;64&amp;nbsp;เวลาประมาณ&amp;nbsp;16.30&amp;nbsp;น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับพฤติการณ์ก่อนเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสืบสวนทราบว่า ได้มีบุคคลโพสต์การทำดอกไม้เพลิงขนาดเล็ก(ทำจากท่อน้ำพลาสติกพีวีซีสีฟ้า)ขายผ่านสื่อออนไลน์ ซึ่งมีลักษณะใกล้เคียงกับอาวุธที่กลุ่มผู้ชุมนุมใช้ในการต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชน ผ่านแอปพลิเคชันติ๊กต๊อก บัญชีผู้ใช้ชื่อ &amp;ldquo;เรียกผมว่าเสือก๊อต&amp;rdquo;&amp;nbsp;ID:@got0305&amp;nbsp;โดยมีนายจักร์พันธุ์ เป็นเจ้าของบัญชี และได้ใช้บ้านพักใน อ.เมืองพะเยา จ.พะเยา เป็นสถานที่ผลิตดอกไม้เพลิง จึงได้ทำการตรวจสอบกับนายทะเบียนฯ พบว่านายจักรพันธุ์ ไม่เคยได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนให้ทำดอกไม้เพลิงแต่อย่างใด จึงได้ขออนุมัติหมายค้นต่อศาล จ.พะเยา เมื่อไปถึงพบนายจักรพันธุ์ อยู่ภายในบ้านพัก ก่อนนำเจ้าหน้าที่เข้าทำการตรวจค้นภายในบ้านพัก ผลการตรวจค้นพบของกลาง จำนวน&amp;nbsp;16&amp;nbsp;รายการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบสวนผู้ต้องหาได้รับสารภาพว่า เป็นบุคคลที่ปรากฏในคลิปวิดีโอและได้ทำการโพสต์เผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ผ่าน แอปพลิเคชันติ๊กต๊อก จริง โดยได้ทำดอกไม้เพลิงของของกลางเพื่อไปจุดในพิธีงานศพในเขตพื้นที่จังหวัดพะเยา โดยได้ค่าตอบแทนเป็นเงินครั้งละ&amp;nbsp;500-1,000&amp;nbsp;บาท และไม่ได้ส่งไปขายในต่างจังหวัด และรับว่าภาพการแต่งเครื่องแบบทหารเป็นภาพเมื่อตอนเป็นทหารเกณฑ์ และปัจจุบันตนเองไม่ได้รับราชการทหาร เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำตัวพร้อมด้วยของกลางส่งพนักงานสอบสวน ดำเนินคดีตามกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้มีกลุ่มบุคคลบางกลุ่มพยายามใช้อาวุธหรือสิ่งเทียมอาวุธ รวมทั้งดอกไม้เพลิงและประทัดยักษ์ เข้ามาก่อความวุ่นวายและมุ่งทำร้ายเจ้าหน้าที่ของรัฐ โดยแทรกซึมรวมกับกลุ่มผู้ชุมนุม ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินการตามกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ขอแจ้งเตือนผู้ประกอบการร้านค้าประทัด ดอกไม้เพลิง ให้ปฏิบัติตามระเบียบ กฎเกณฑ์ ของทางราชการเกี่ยวกับการจำหน่ายวัตถุดังกล่าว ซึ่งหากมีหลักฐานว่าผู้ประกอบการรายใดมีพฤติกรรมรู้เห็นเป็นใจ ยุยงส่งเสริม จัดจำหน่าย หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการส่งเสริมให้บุคคลหรือกลุ่มบุคคลใด นำวัตถุดังกล่าวมากระทำในลักษณะผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการตามกฎหมายโดยเคร่งครัดต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113761</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดอกไม้เพลิง, บั้งไฟ, ประทัด, พลุ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210818/image_big_611cf1532692c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14189</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/07/2018 22:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/07/2018 22:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บึ้มนอกสถานทูตสหรัฐในปักกิ่ง จีนยันแค่ประทัด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เกิดเหตุระเบิดไม่รุนแรงที่ด้านนอกสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำกรุงปักกิ่งของจีนเมื่อวันพฤหัสบดี ทำให้มีคนบาดเจ็บ 1 ราย แต่เป็นมือระเบิดเอง ด้านตำรวจจีนปฏิเสธว่าไม่ใช่ระเบิด แต่เป็นประทัด ยังไม่ทราบมูลเหตุจูงใจของผู้ก่อเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นักข่าวรุมถ่ายภาพชิ้นส่วนกระจกและรอยเลือดบนบาทวิถีด้านนอกสถานทูตสหรัฐในกรุงปักกิ่ง ภายหลังเหตุระเบิด เมื่อวันที่ 26 ก.ค. 2561 /&amp;nbsp; AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระเบิดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 26 กรกฎาคม 2561 เกิดขึ้นบนถนนด้านนอกหัวมุมฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ของสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐ ขณะเกิดเหตุนั้นมีผู้คนที่มายื่นขอวีซ่ากำลังเข้าแถวรออยู่ไม่ไกลจากบริเวณนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงของสถานทูตสหรัฐกล่าวว่า วัตถุ ที่คำแถลงใช้คำว่า &amp;quot;ระเบิด&amp;quot; เกิดระเบิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 13.00 น. ที่มุมรั้วฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ของสถานทูต แต่ตำรวจในกรุงปักกิ่งกล่าวถึงอุปกรณ์นี้ว่าเป็นประทัดที่ทำให้เกิดไฟด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตำรวจกล่าวว่า ผู้ต้องสงสัยรายนี้เป็นชายแซ่เจียง วัย 26 ปี จากเขตมองโกเลียในของจีน เขาได้รับบาดเจ็บที่มือข้างหนึ่ง แต่ไม่สาหัสถึงขั้นคุกคามชีวิต และถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล ตำรวจยังไม่เปิดเผยข้อสันนิษฐานถึงมูลเหตุจูงใจของเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่เก็บหลักฐานจากที่เกิดเหตุ /&amp;nbsp; AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจกล่าวด้วยว่า นอกจากผู้ต้องสงสัยรายนี้แล้ว ไม่มีใครอื่นได้รับบาดเจ็บ ถึงแม้ว่าเหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นใกล้กับบริเวณที่ผู้มาขอวีซ่ามักเข้าแถวรอเพื่อเข้าไปสัมภาษณ์ภายในสถานทูต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เอเอฟพีกล่าวว่า วิดีโอที่ส่งต่อๆ กันทางโซเชียลมีเดียหลังจากเกิดเหตุไม่นาน เผยให้เห็นว่ามีกลุ่มควันลอยขึ้นจากด้านนอกสถานทูต ผู้สื่อข่าวเอเอฟพีที่ไปถึงจุดเกิดเหตุพบว่าเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงของจีนวางกำลังอย่างหนาตา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หน่วยงานเซ็นเซอร์ของทางการจีนยังรีบลบวิดีโอบางชิ้นออกและบล็อกผลการค้นหาคำว่า &amp;quot;สถานทูตสหรัฐ&amp;quot; บนโซเชียลมีเดียเวยป๋อของจีนที่มีแพลตฟอร์มคล้ายกับทวิตเตอร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตำรวจจีนเดินแถวเข้าไปภายในสถานทูตสหรัฐภายหลังเกิดเหตุ /&amp;nbsp; AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้เห็นเหตุการณ์คนหนึ่งกล่าวว่า พวกตนได้ยินเสียงระเบิดดังสนั่นเมื่อเวลาประมาณ 13.00 น. (12.00 น. ตามเวลาไทย) จึงได้พากันออกไปดูบนถนน แต่ตำรวจก็เข้ามาปิดกั้นพื้นที่อย่างรวดเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านรอยเตอร์รายงานว่า ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์หลายคนบอกว่าพวกเขาได้ยินเสียงระเบิดและรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนที่พื้น หนุ่มวัย 19 ปี ที่จบมัธยมปลายและมาขอวีซ่าไปสอบที่เมืองลอสแองเจลีสกล่าวว่า เขาเพิ่งมาถึงและเริ่มต่อแถวก็ได้ยินเสียงระเบิดดังสนั่นห่างไปราว 100 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้เห็นเหตุการณ์คนหนึ่งบอกด้วยว่า รถยนต์เอสยูวีของตำรวจคันหนึ่งได้รับความเสียหาย กระจกหลังแตก ตำรวจได้ปิดล้อมไว้ก่อนจะเคลื่อนย้ายรถออกไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถลงการณ์ของสถานทูตสหรัฐกล่าวว่า สถานทูตไม่ได้รับความเสียหาย และได้กลับมาเปิดให้บริการตามปกติในเวลาประมาณ 13.45 น. ขณะที่เจ้าหน้าที่ของสถานทูตอินเดียและเกาหลีใต้ที่อยู่ใกล้กันก็บอกว่า พวกเขาไม่รู้ด้วยว่าเกิดเหตุการณ์ผิดปกติขึ้น และยังคงทำงานกันตามปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประชาชนเข้าแถวรอยื่นขอวีซ่าด้านนอกสถานทูตสหรัฐ ที่กลับมาเปิดทำการภายในเวลาไม่ถึง 1 ชั่วโมงหลังเหตุระเบิด /&amp;nbsp; AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน หนังสือพิมพ์โกลบอลไทมส์ของทางการจีนรายงานข่าวอีกเหตุการณ์หนึ่ง โดยอ้างพยานหลายรายว่า ตำรวจได้ควบคุมตัวหญิงคนหนึ่งที่นำน้ำมันราดตัวเองที่ด้านนอกสถานทูตสหรัฐ เมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. โดยสงสัยว่าเธอกำลังพยายามจะจุดไฟเผาตัวเอง รายงานกล่าวว่า ยังไม่ชัดเจนว่าพฤติกรรมของผู้หญิงคนนี้เกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอยเตอร์อ้างคำกล่าวของผู้เห็นเหตุการณ์คนหนึ่งที่ไม่อยากเปิดเผยตัวตนว่า เขาเห็นหญิงวัยกลางคนรายหนึ่งพร้อมกับถังน้ำมัน 2 ใบ ที่แผ่นหลังของเธอมีตัวอักษรภาษาจีนว่า &amp;quot;ฟ้องร้องพวกเขา&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของเอเอฟพีกล่าวว่า จีนมักจะเกิดเหตุการณ์ที่ประชาชนที่คับแค้นต่อความอยุติธรรมหรือความคับข้องใจจากปัญหาต่างๆ ระบายความโกรธแค้นด้วยการทำร้ายตนเองหรือผู้อื่น เหตุการณ์ที่เลวร้ายที่สุดเมื่อเร็วๆ นี้เป็นระเบิดโจมตีด้านนอกโรงเรียนอนุบาลในภาคตะวันออกเมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว ทำให้มีคนตาย 8 คน บาดเจ็บหลายสิบคน ตำรวจโทษว่าเป็นฝีมือชายวัย 22 ปี ที่มีปัญหาสุขภาพ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14189</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประทัด, ปักกิ่ง, ระเบิด, สถานทูตสหรัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180726/image_big_5b59e03e28c1b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
