<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>84351</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/11/2020 11:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/11/2020 11:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จตุพร&#039;ไม่โลกสวยฟันธงปลายทางฉีก&#039;รธน.&#039;เหมือนเดิม </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 พ.ย. 2563 ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดสืบพยานโจทก์ คดีแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ชุมนุมขับไล่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ครั้งแรกเมื่อปี 2552 ซึ่งพนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญา 10 ยื่นฟ้อง นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ อดีตประธาน นปช., นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช., นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช., นายแพทย์เหวง โตจิราการ แกนนนำ นปช. กับพวก เป็นจำเลยรวม 13 คน ในความผิดฐานยุยงปลุกปั่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116, และเป็นหัวหน้าหรือผู้สั่งการตามมาตรา 215, มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป และฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซึ่งจำเลยให้การปฏิเสธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ศาลเบิกตัวนายณัฐวุฒิ จำเลยที่ 3 ที่ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ตามคำพิพากษาศาลฎีกาคดีชุมนุมบ้านสี่เสาเทเวศร์ ปี 2550 มาศาล ส่วนจำเลยอื่นเดินทางมาศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่รัฐสภาไม่รับหลักการร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมฉบับประชาชน (ไอลอว์) ว่า การที่ทุกคนไม่ช่วยกันหาทางออก เท่ากับเป็นการผลักไสให้ผู้ชุมนุมพุ่งเป้าหมายไปที่ข้อเรียกร้องข้อที่ 3 คือการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์แต่เพียงข้อเดียว ซึ่งทุกคนต่างรู้ว่าเมื่อวานหากมีการรับหลักการทั้ง 7 ร่าง แล้วไปแก้ไขในชั้นกรรมาธิการ อีกทั้งการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามมาตรา256 ยังมีมาตรา255 ที่จะควบคุมการแก้ไขเอาไว้ โดยไม่สามารถที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อเปลี่ยนแปลงรูปแบบการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขได้ ส่วนการที่มีความพยายามจะปั่นกระแสว่าร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมฉบับไอลอว์จะทำให้อดีตนายกรัฐมนตรีกลับประเทศไทยนั้น ก็ไม่มีข้อเท็จจริงปรากฏอยู่ เพราะรัฐธรรมนูญไม่สามารถทำให้ใครกลับบ้านได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ นายจตุพร ยังกล่าวว่า นอกจากไม่มีการพยายามช่วยหาทางออกให้กับสถานการณ์แล้ว ยังมีข้อสงสัยว่าคนของรัฐก็ร่วมในการสร้างสถานการณ์โดยการนำคนเสื้อเหลืองที่กลับไปแล้วกลับเข้ามาอีกเพื่อให้เกิดการปะทะ และจะใช้มาตรการ เช่น การประกาศใช้กฎอัยการศึก หรือจะเพิ่ม พ.ร.บ.ฉุกเฉิน เข้ามา และปิดท้ายด้วยการรัฐประหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ดังนั้นนายกรัฐมนตรีต้องสอบสวนรัฐมนตรีร่วมคณะ ว่าคนเสื้อเหลืองที่มาชุดหลังใครเป็นคนเอามา ผมพยายามเรียกร้องกันมาตั้งแต่ต้นว่า กลุ่มการเมือง ไม่ว่าจะเป็นนักเคลื่อนไหวทางการเมือง หรือจะเป็นนักการเมือง อดีตนักการเมือง ในการเคลื่อนไหวทางการเมืองต้องไม่นำเสื้อเหลืองเข้ามาสวมใส่ เสื้อเหลืองควรจะเป็นส่วนเฉพาะให้กับพสกนิกรของพระเจ้าแผ่นดิน จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าคนเสื้อเหลืองที่ไปแสดงออกซึ่งความจงรักภักดีก็จะเป็นไปด้วยความงดงาม ความเรียบร้อย แต่เสื้อเหลืองที่มาจากนักการเมืองหรือคนทางการเมือง มักแสดงความก้าวร้าว รุนแรงพร้อมจะปะทะ&amp;rdquo; นายจตุพร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการอ่านคำวินิจฉัยกรณีการอาศัยบ้านพักราชการของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ในวันที่ 2 ธ.ค. นี้ นายจตุพร เชื่อว่าลึกๆสังคมมีความหวังว่านี่จะเป็นจุดคลี่คลายของสถานการณ์ ซึ่งไม่ว่าศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยอย่างไรตนไม่ไปก้าวล่วง แต่เชื่อว่าการวินิจฉัยในวันดังกล่าวไม่ว่าผลจะออกมาในรูปแบบใดก็ตามจะนำไปสู่สถานการณ์ที่มีความแตกต่างกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจตุพร ยังกล่าวว่า ต้องยอมรับความจริงว่านายกรัฐมนตรีเป็นปัญหา อย่างเช่นกรณีคดี ม.112 ที่นายกรัฐมนตรีได้พูดว่าใครจะพูดอะไรก็ได้ในหลวงไม่เอาความผิด ถือว่าเป็นการเปิดประตู แต่เจตนารมจริงๆของคดีคือต้องการไม่ให้ใครก็ได้ไปฟ้องร้องคดี แต่เป็นการให้อำนาจเฉพาะอัยการสูงสุดเป็นโจทย์เท่านั้น แต่การพูดของนายกรัฐมนตรีเป็นการไปเปิดประตู และเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาตั้งแต่วันนั้น ดังนั้นจะเห็นว่านายกรัฐมนตรีไม่ได้แก้ไขเรื่องความแตกแยกและความสมานฉันท์อย่างแท้จริง ทั้งที่เข้ามาด้วยข้ออ้างว่าคนในชาติเกิดความแตกแยก ซึ่งที่ผ่านมาคู่ขัดแย้งเดิมต่างให้ความร่วมมือด้วยดีมาตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในแต่ละเรื่องราวถ้านายกรัฐมนตรีได้มองสถานการณ์ว่า ถ้าไม่ช่วยแบกรับเรื่องรัฐธรรมนูญ หรือปัญหาต่างๆ ที่ตัวเองจะต้องเสียสละเป็นคนแรก หรือเรื่องรัฐธรรมนูญเพียงท่านเปล่งวาจาว่าจะให้ผ่านแล้วไปแก้ในวาระที่ 2 ผมเขื่อว่าที้ง ส.ว.และพรรครัฐบาลก็รับกันไปทั้ง 7 ร่าง วัวไม่ให้ช้ำ น้ำไม่ให้ขุ่น แล้วไปว่ากันในชั้นคณะกรรมาธิการ ก็จะลดทอนปัญหา แทนที่จะพุ่งเป้าไปที่สถาบันพระมหากษัตริย์ แปลว่าทั้งรัฐบาลและรัฐสภาต่างช่วยเป็นด่านหน้าแบกรับ ซึ่งควรจะเป็นเช่นนั้น ไม่ใช่ว่าตัวเองเอาตัวรอด แล้วให้สถาบันพระมหากษัตริย์ได้รับผลกระทบ อันนี้เป็นเรื่องที่ควรต้องได้รับการตำหนิ&amp;rdquo; นายจตุพร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ นายจตุพร ยังขอพยากรณ์การแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 ว่า ไม่มีวันจะได้รับการแก้ไขโดยเด็ดขาด เชื่อว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้จะเหมือนกับรัฐธรรมนูญปี 2540 และ 2550 ที่จะถูกฉีก ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในวันนี้ ทั้งการขนกำลังเพื่อให้เกิดการปะทะกันเป็นเงื่อนไขเพื่อให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ถูกฉีก เพราะฉะนั้นมีการออกแบบมาตั้งแต่ต้นว่าไม่ได้ร่างไว้เพื่อให้สามารถแก้ไขได้ แต่มีไว้เพื่อส่งให้กับคณะรัฐประหารชุดใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เพราะฉะนั้นการที่ไม่รักษาบรรยากาศทั้ง 2 วันมันชี้ได้ชัดว่า ต่างก็รู้ปลายทางว่าอย่างไรก็ตามนั้นมันต้องจบเหมือนที่เคยจบ เพียงแต่ว่าสถานการณ์ในขณะนี้มันเปราะบาง แต่ก็อ่านออกกันได้ว่า ทั้งรัฐบาลและรัฐสภาต่างไม่ช่วยเป็นด่านหน้าเพื่อปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างแท้จริง ถ้าสองส่วนนี้ต่างช่วยกันผมเชื่อว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย แต่นี่พิสูจน์ได้ชัดว่าต่างคนต่างเอาตัวรอด ไม่ได้ปกป้องสถาบัน&amp;rdquo; นายจตุพร กล่าวทิ้งท้าย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84351</URL_LINK>
                <HASHTAG>จตุพร พรหมพันธุ์, ประธาน นปช., แก้ไขรัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201119/image_big_5fb5ee2f82fdf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70338</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/07/2020 16:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/07/2020 16:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พวกเขี้ยวลากดินฟังไว้! &#039;จตุพร&#039; เตือนอย่าดูแคลน &#039;สมคิด&#039; ไม่กล้าพุ่งชนทางการเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ก.ค.63 - นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) ไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊ค&amp;nbsp;PEACETALK&amp;nbsp;กล่าวว่า กรณีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ และผู้นำทีม&amp;nbsp;4&amp;nbsp;กุมาร แสดงความเห็นให้ ยุบสภาฯ เพื่อจะได้รัฐบาลที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น หลังจากนายสมคิดและทีม&amp;nbsp;4&amp;nbsp;กุมาร ถูกการเมืองกดดันอย่างหนักให้พ้นจากรัฐมนตรี จนเสนอความคิดให้ยุบสภา โดยยกประเทศสิงคโปร์ ประกาศยุบสภามาเปรียบเทียบเพื่อเป็นแนวทางเลือกปกตินายสมคิด เป็นคนถนอมตัวมาตลอด การแสดงความคิดเห็นการเมืองจะไม่รุนแรงแบบพุ่งชน หรือให้เกิดการตอบโต้ถึงขั้นเป็นอันตรายกับตัวเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อนายสมคิดแสดงความเห็นเชิงเปรียบถึงให้มีการยุบสภานั้น ปรากฎว่า พรรคพลังประชารัฐ ตอบโต้เป็นพรรคแรกและไล่ให้พ้น ครม. ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ โดยนายเทพไท เสนพงศ์ มองถึงการได้เปรียบคะแนนนิยมในช่วงแก้ปัญหาโควิด สำหรับพรรคเพื่อไทย กลับไม่เห็นด้วยกับการยุบสภา เพราะไม่พร้อม รวมความแล้วทุกพรรคการเมืองไม่ขานรับการยุบสภา ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าแปลกใจมาก ท่วงทำนองของนายสมคิด ที่เปลี่ยนไปนั้นไม่ธรรมดา หากพิจารณาผลโพลแล้วในทุกสัปดาห์เป็นคุณกับกลุ่มนายสมคิดและ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;กุมารมากกว่า ดังนั้น คงจะประเมินแบบดูแคลนเหมือนเดิมคงไม่ได้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจตุพรกล่าวว่า การคาดการณ์ปรับครม. หลังร่างพรบ.งบประมาณรายจ่ายปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ผ่านสภานั้น ขณะนี้มีการประเมินจะมีขึ้นในเดือนสิงหาคม แต่จากนี้ไปสถานการณ์ของประเทศก่อนถึงเดือนสิงหาคม คงจะเจอปัญหาอย่างไม่มีใครคาดคิด เพราะภาวะเศรษฐกิจคงตกต่ำ ทรุดลงและก่อกระทบกันทุกวงการ อีกทั้งสภาพเศรษฐกิจใน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปีนี้ ยากจะฟื้นได้ เมื่อการปรับครม.ขยายเวลาไปถึงสิงหาคม อาจทำให้สถานการณ์เศรษฐกิจเปลี่ยนแปลงไปด้านลบ กระทั่งคงทำให้การปรับครม.เกิดได้ยากขึ้น จึงเท่ากับทีมเศรษฐกิจชุดเก่าได้ฉายศักยภาพการทำงานอยู่แก้ปัญหากันต่อไป หากการปรับครม.ถูกลากจากเดือน ก.ค.ไปแล้ว ยิ่งจะทำให้การเกิดการเปลี่ยนแปลงยากยิ่งขึ้นไปอีก ขณะเดียวกันพรรคการเมืองต่างๆยังไม่เห็นด้วยกับการยุบสภา รวมทั้งการเมืองภายใต้รัฐธรรมนูญ&amp;nbsp;2560&amp;nbsp;ยังไม่เอื้ออำนวยกับสถานการณ์ของประเทศไทยด้วยรัฐธรรมนูญ&amp;nbsp;2560&amp;nbsp;ที่ได้ฉายาว่า ปราบโกง และเชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์ชาติ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ปีนั้น เป็นปรากฎเดดล็อคทำให้ผลลัพธ์การเลือกตั้งไม่เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากระบบบัตรเลือกตั้งใบเดียวทำให้ทุกพรรคได้ประโยชน์หมด ยกเว้นพรรคเพื่อไทยเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;หากพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เกิดเชื่อนายสมคิดขึ้นมา แล้วตัดสินใจยุบสภาเพื่อหนีภาวะวิกฤตเศรษฐกิจรุนแรง แต่ผมก็ไม่เชื่อว่า จะมีการเลือกตั้งขึ้น เพราะสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจไม่เอื้อกับประเทศไทยเลย ซึ่งเป็นห้วงเวลาที่ไทยประสบกับความยากลำบากมากที่สุด และในอดีตมีเหตุบ่งชี้แล้วว่า ยุบสภาก็ไม่ได้เลือกตั้ง อีกอย่างในด้านงบประมาณรายจ่ายปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ที่หลายฝ่ายวิจารณ์ว่า ไม่สอดคล้องกับการแก้ปัญหาผลกระทบจากโควิด แล้วมีการกู้เพิ่มมาโปะงบขาดดุลกันอีก ตนไม่แน่ว่ายังจะมีการกู้เพิ่มอีกเท่าไร เพราะเศรษฐกิจในช่วงนี้การเก็บภาษีไม่มีทางได้ตรงเป้าหมาย ดังนั้น หนทางเดียวคือ การกู้เงินมาใช้นั่นเองปัญหาคือ การยุบสภาจะแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้จริงหรือเปล่า เชื่อว่า เราไม่มีทางเทียบเท่าสิงคโปร์ได้เลย การเมืองของเขามีความต่อเนื่อง การยุบสภาของเขาใช้เป็นแทคติกทางการเมือง ส่วนประเทศไทยเสื่อมทรุดก่อนจึงยุบสภา รวมทั้งมีกลไกเป็นปัญหารอบด้าน ดังนั้น การยุบสภาแบบสิงค์โปร์จึงนำมาใช้กับไทยไม่ได้ และถ้ามีการยุบสภาจริง ก็อย่าคิดว่าจะมีการเลือกตั้ง&amp;quot;นายจตุพรกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจตุพร กล่าวว่า ทุกฝ่ายและทุกพรรคการเมืองไม่ขานรับการยุบสภาฯ จึงเป็นเรื่องแปลกประหลาดที่สุด เท่ากับชี้ถึงประเทศอยู่ในภาวะเศรษฐกิจที่ยากลำบาก จึงรอกันได้ พร้อมกับประคับประคองบรรยากาศบ้านเมืองกันไปดังนั้น แม้ทุกฝ่ายพอคาดการณ์สิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตที่เรากำลังเดินไปสู่หายนะที่หลีกไม่พ้น เท่ากับถูกบังคับให้ต้องจบลงกันอย่างไร แต่อยู่ที่ว่าจะแก้ไขปัญหาเพื่อหลบเลี่ยงกันได้หรือเปล่า ตนพยายามสร้างบรรยากาศการแสดงความเห็นในช่วงนี้ ให้มีความสร้างสรรค์ พยายามเสนอมุมมองเป็นทางออกให้ประเทศ เพราะสิ่งสำคัญคือ เมื่อรู้กันทุกฝ่ายว่า ประเทศไปกันไม่รอด โดยนายกรัฐมนตรีเสนอรวมไทยสร้างชาตินั้น ต้องมีแนวทางปฏิบัติให้เกิดความร่วมมือกันจริง เนื่องจากการเมืองเดินมาถึงจุดที่ว่า ถ้าไม่ร่วมมือกันก็พังกันทั้งประเทศ เพราะทุกปัจจัยไม่เอื้ออำนวยกับสถานการณ์ขณะนี้ จึงควรต้องคิดว่า เราควรจะอยู่กันอย่างไร&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70338</URL_LINK>
                <HASHTAG>จตุพร พรพมพันธุ์, ประธาน นปช., ยุบสภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200628/image_big_5ef872aa123b2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43684</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2019 16:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2019 16:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จตุพร&#039;ลั่นวิบากกรรมนปช.ยังไม่จบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ส.ค. 2562 ร้านกาแฟพีซคอฟฟี่ แอนด์ไลบรารี่ อิมพีเรียล ลาดพร้าว ชั้น 5 มีการจัดกิจกรรมต่อลมหายใจ พีซทีวี เวทีทัศน์ ออกอากาศผ่านสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม พีซทีวี มีแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช.มาพบปะพูดคุย ร้องรำทำเพลงกันสนุกสนานกันเป็นประจำทุกสัปดาห์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. ได้กล่าวในหัวข้อ &amp;ldquo;วิบากกรรม นปช.ยังไม่สิ้น&amp;rdquo; ว่า แม้ว่าในการพิพากษาศาลชั้นต้นได้ยกฟ้อง คดีก่อการร้าย นปช. เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม แต่ตนก็ได้พูดแล้วว่า ไม่ใช่เรื่องที่เราจะดีใจกัน คดีความยังไม่ยุติ จากประสบการณ์ที่ผ่านมา เรามักจะเจอเรื่องทุกข์ สุข สลับกันอยู่เสมอ ดังนั้น เมื่อเวลาชนะ ทำตัวเหมือนคนแพ้ เมื่อแพ้ ก็ทำเหมือนชนะ &amp;nbsp;ในส่วนของคดีก่อการร้ายนั้นยังไม่ยุติ เพียงแค่ศาลชั้นต้นเท่านั้น ยังมีอีก 2 ศาล ที่ผ่านมา 2 ศาลแรกยกฟ้อง มาถึงศาลที่สาม ติดคุก ตนก็ผ่านเรื่องแบบนี้มาแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งสำคัญที่สุด คือเราต้องรู้ว่า &amp;nbsp;เรื่องนี้ยังไม่จบ เราต้องทำความเข้าใจในวิบากกรรม คดีความเหล่านี้ นอกจากนี้ในระยะเวลาอันใกล้ เรายังมีอีก3 คดีในศาลฎีกาที่ได้นัดอ่านคำพิพากษา ได้แก่ วันที่ 20 สิงหาคม 2562 มีคดีหมิ่นประมาท เป็นคดีส่วนตัว ที่ต่างฝ่ายต่างถอนแจ้งความกันแล้ว อันนี้ไม่เป็นเรื่องน่ากังวล ต่อมาในวันที่ 11 กันยายน 2562 ศาลฎีกา พัทยา นัดอ่านคำพิพากษาคดี ล้มการประชุมอาเซียนซัมมิท เมื่อปี 2552 ซึ่งมีพรรคพวกเราเป็นจำเลยถึง 13 คน ในศาลชั้นต้น และอุทธรณ์ ได้พิพากษาจำคุก 2ปีเศษ &amp;nbsp;และศาลฎีกาได้นัดอ่านคำพิพากษาในคดี บุกบ้านสี่เสา เทเวศน์ ของพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ในวันที่ 23 กันยายน 2562 ศาลชั้นต้น และอุทธรณ์ ก็ได้พิพากษาจำคุก 2 ปีเศษ เช่นเดียวกัน สองคดีนี้ก็เป็นเรื่องที่เราต้องติดตาม ให้กำลังใจกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจตุพรกล่าวว่า ปัญหาชาติบ้านเมือง กรณีเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ 7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน ร่วมกันเดินหน้า เพื่อให้เกิด สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ ส.ส.ร.โดยจะเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มเติม โดยให้ ยกเลิกความในมาตรา 256 ของรัฐธรรมนูญที่ว่าด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มเติม เพื่อเปิดประตูให้มีการแก้ไขให้ง่ายขึ้น ตนคิดว่า วิธีนี้จะเป็นวิธีที่ยาก เนื่องจากผูกพันกับ สมาชิกวุฒิสภา หรือ ส.ว. จะให้ ส.ว.มาร่วมโหวตให้ตัวเองเสียประโยชน์ได้อย่างไร &amp;nbsp;และจะเป็นสิ่งที่ทำให้รัฐบาลชุดปัจจุบันอยู่ยาวไปอีก ตนคิดว่า กระบวนการให้ได้มาซึ่ง ส.ส.ร.เราต้องมาตั้งหลักกันใหม่ วันนี้ถ้าพรรคการเมืองไม่ร่วมมือกับภาคประชาชน แล้วให้ภาคประชาชนเป็นผู้นำ การแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่มีทางสำเร็จ ต้องให้ภาคประชาชนเป็นผู้นำ สร้างกระแสให้ได้เหมือนกระแสธงเขียวในช่วงก่อนได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญ 2540 เท่านั้น ความหวังในการแก้ไขรัฐธรรมนูญจึงจำเป็นไปได้ และ แก้ทั้งหมด ไม่ใช่เพียงบางมาตราด้วยรัฐธรรมนูญ 2560 &amp;nbsp;แต่ละมาตราผูกพัน เกี่ยวเนื่องกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจตุพร กล่าวอีกว่า ทั้งประเทศไทย และ นปช. มีวิบากกรรมเหมือนกัน แต่คนละเรื่อง ถ้ารัฐบาลมีสติ ฝ่ายค้านมีความเข้าใจ ถ้าประชาชนได้ขยับเดินกันไป โดยไม่จำเป็นต้องเกิดการกระทบกระทั่ง อย่างไรก็ตาม ปัญหาของชาติ ไม่มีทางจะแก้ไขได้เลย หากไม่มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน เปิดประตูให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการเข้าไปแก้รัฐธรรมนูญ ในวันนี้ชัดเจนแล้วว่าปัญหาปากท้อง อย่างไรก็แก้ไม่ได้ ประเทศนี้จะให้มาแก้ปัญหาทีละเรื่อง คงไม่ทัน ต้องทำไปพร้อม ๆ กัน ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับศักยภาพของรัฐบาล แต่อย่างไร หัวใจหลักของปัญหาประเทศนี้ ก็คือ รัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับบรรยากาศของกิจกรรมต่อลมหายใจให้กับพีซทีวีเป็นไปอย่างคึกคัก ประชาชนร้องรำทำเพลงกันอย่างสนุกสนาน ส่วนบริเวณหน้าร้านกาแฟมีประชาชนคนเสื้อแดงนำผลิตภัณฑ์และอาหารมาจำหน่ายในราคาที่เป็นกันเอง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43684</URL_LINK>
                <HASHTAG>จตุพร พรหมพันธุ์, ประธาน นปช., วิบากกรรม นปช.ยังไม่สิ้น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190520/image_big_5ce209678725c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14744</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/08/2018 19:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/08/2018 19:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตู่ จตุพร ประกาศไม่อยากเห็นการตายเพื่อประชาธิปไตยอีกแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตู่ จตุพร ประกาศขอใช้แนวทางพูดคุยหาทางออกของประเทศ ไม่อยากเห็นการตายเพื่อประชาธิปไตยอีกแล้ว ยอมรับว่าตอนนี้บ้านเมืองเลวร้ายกว่าก่อน รธน.40 &amp;nbsp;มีวงจรอุบาทว์จัดการฝ่ายการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เวลา 15.00 น.ที่ห้องประชุมอภิวันท์ วิริยะชัย ศูนย์การค้าอิมพีเรียล ลาดพร้าว นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. ขึ้นกล่าวปราศรัยถึงจุดยืนกลุ่มนปช. ต่อหน้ามวลชนเสื้อแดง กว่า 500 คน &amp;nbsp; พร้อมถ่ายทอดสดผ่านรายการลมหายใจพีซทีวี สถานีโทรทัศน์พีซ และช่องทางต่างๆทางโซเชียลมีเดีย โดยประธานนปช.ระบุว่า การพูดของตนวันนี้เชื่อว่าทุกฝ่ายของบ้านเมืองต้องฟังอยู่ ว่าทิศทางของนปช.จากนี้จะก้าวย่างอย่างไร &amp;nbsp; มีหนทางพาประเทศเดินไปข้างหน้าเพื่อพ้นวิกฤตการณ์นี้ได้อย่างไร กงล้อประวัติศาสตร์บันทึกไว้ว่าเราต้องตายก่อนแล้วจะแก้วิกฤตได้ มาวันนี้ทำไมไม่ร่วมกันคิดว่าทำไมไม่แก้วิกฤตโดยไม่ต้องตายบ้าง ตายกันมาหลายร้อยชีวิต บาดเจ็บเป็นหมื่นคน จากการไปต่อสู้เพื่อได้มาเพื่อประชาธิปไตย ปัญหาของบ้านเมืองตอนนี้คือวิกฤตศรัทธา ที่จะนำบ้านเมืองไปสู่จุดเดิม &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลายคนอาจคาดว่า ตนออกมาจากคุกคงมีความเคียดแค้น แต่ไม่มีเลย ในหัวใจมีแต่ความรักชาติบ้านเมือง ต้องการให้เดินไปในทิศทางที่ถูกต้อง ไม่ต้องการให้ใครต้องมาตายเพราะระบอบการปกครองที่เรียกร้อง &amp;nbsp;ดังนั้นนโยบายหลักของนปช.ยังคงมีความชัดเจน สิ่งที่เคยมีความพยายามทำลายนปช.ในอดีตมีแค่เรื่องเดียว ทั้งที่เรื่องนี้เป็นนโยบายหลักของเรา นั่นคือการปกครองประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข พูดให้ชัดว่าทุกคนที่เกิดในชาติบ้านเมืองนี้ ต่างเป็นพสกนิกร ความเห็นต่างเป็นแค่ความเห็นทางการเมือง &amp;nbsp;อย่างไรก็ตามสภาพการณ์ขณะนี้เลวร้ายกว่าก่อนร่างรธน.40 เพื่อปฏิรูปการเมือง ความน่ากลัวจึงไม่ได้อยู่ที่ว่าจะดูดกันไปเท่าใด แต่สิ่งที่เกิดจะเป็นเงื่อนไขที่ถูกหยิบยกมาจัดการกับฝ่ายการเมืองได้ ถ้าเรียกแบบพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ก็คือวงจรอุบาทว์ มีเลือกตั้ง ยึดอำนาจ มีประชาชนออกมาต่อสู้จนบาดเจ็บล้มตายไม่ว่าใครจะขึ้นมามีอำนาจ &amp;nbsp;ดังนั้นสิ่งที่พี่น้องมอบความหวังไว้กับนปช.ขอให้สบายใจว่าจะทำหน้าที่อย่างดีที่สุด จะช่วยสร้างความเข้าใจให้เกิดขึ้นในชาติ ใช้สติปัญญาในการแก้ไขปัญหา เราผ่านความตาย ความนับไม่ถ้วน ซึ่งเราไม่มีวันลืมแน่ และขณะนี้ยังมีพี่น้องเราในเรือนจำอีกจำนวนมาก &amp;nbsp;ซึ่งจะได้หรือกับแกนนำคนอื่น เพื่อเดินทางไปเยี่ยมในทุกเรือนจำ&amp;rdquo;จากนั้นนายจตุพร ได้ร้องเพลง หัวใจผูกพัน เพลงชีวิตและอิสระภาพขับกล่อมมวลชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมานายจตุพร ได้ตอบข้อซักถามสื่อมวลชนว่า แนวทางที่นปช.จะทำนั้น รื่องแรก มองว่าข้อเสนอของนปช.ที่เคยยื่นไว้กับทางกระทรวงกลาโหม รวม 10 ประเด็น คือแนวทางในการหาทางออกเบื้องต้น อยากให้มาปัดฝุ่นมาพิจารณาดู ส่วนอะไรเป็นสาเหตุที่จะทำให้บ้านเมืองกลับเป็นแบบเดิมนปช.จะไม่ทำ การพูดคุยแลกเปลี่ยนกับผู้เห็นต่าง ก็จะสามารถทำได้ ยอมรับว่าขณะที่อยู่ในเรือนจำเคยมีการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันทั้งกับนายสนธิ ลิ้มทองกุล และนายสุวิทย์ ทองประเสริฐ หรืออดีตพระพุทธะอิสระ หลายเรื่องพูดคุยกันได้ ไม่เคยมีความแค้นเรื่องส่วนตัวกัน แค่เห็นต่างทางการเมืองกันเท่านั้น ส่วนเรื่องสีนั้นก็เป็นแค่เปลือก ไม่ใช่หลักใหญ่แต่จิตวิญญาณต่างหากจะเป็นหลัก &amp;nbsp;คนเสื้อแดงก็เรียกร้องแค่เรื่องเดียว คือความเสมอภาคไม่มีมากกว่านี้ ดังนั้นอะไรที่เป็นทางออกแล้วไม่กระทบจิตใจกันก็ยอมรับได้ &amp;nbsp;รวมทั้งพระราชดำรัสของในหลวงรัชกาลที่ 10 ความยุติธรรมและความรักสามัคคี &amp;nbsp; จะเป็นประเด็นหลักที่ทุกฝ่ายน้อมนำไปปฏิบัติเป็นทางออกที่ดีของบ้านเมือง และจากนี้จะไม่จัดรายการผ่านสถานีโทรทัศน์พีซทีวีอีก แต่จะใช้สื่อสารผ่านทางเฟซบุ๊กไลฟ์แทน ใช้วิธีอธิบายเรื่องต่างๆแบบที่ลดโทนลงด้วย &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14744</URL_LINK>
                <HASHTAG>จตุพร พรหมพันธุ์, จุดยืนนปช., ประธาน นปช., มวลชนเสื้อแดง, ไม่พาคนไปตาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180805/image_big_5b66f0e3598c7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
