<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>103062</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/05/2021 11:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/05/2021 11:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อดุลย์&#039; ชมข้อเสนอ &#039;ทนายนกเขา&#039; เข้าเป้า ทวงถามกำนันสุเทพ รับผิดชอบเปิดทางรัฐประหาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 พ.ค. 2564 นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา&amp;rsquo;35 แกนนำ กลุ่ม &amp;nbsp;ไทยไม่ทน &amp;nbsp;สามัคคีประชาชน เพื่อประเทศไทย กล่าวว่า ขอชื่นชนนายนิติธร ล้ำเหลือ ที่ปรึกษากลุ่มประชาชนคนไทย (ปท.) ที่แถลงขอให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เสียสละลาออก เป็นการชี้ให้เห็นถึงปัญหาของบ้านเมืองอย่างตรงไปตรงเห็นแก่ประชาชนอย่างแท้จริง ตนเห็นด้วยกับข้อเสนอทั้งหมด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามอยากฝากถึงนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตแกนนำกปปส.ที่นำมวลมหาประชาชนชุมนุมเรียกร้องให้มีการปฏิรูปประเทศ เปิดช่องให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคสช.รัฐประหารเข้ามามีอำนาจ และได้ให้สัญญาว่าจะปฏิรูปประเทศทุกด้านสร้างความสมานฉันท์ปรองดองให้กับคนในชาติ แต่ผ่านมา7ปีแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ ก็ไม่ได้ทำตามสัญญา นายสุเทพจะตอบคำถามกับมวลมหาประชาชนว่าอย่างไร โดยเฉพาะคนที่บาดเจ็บล้มตาย เสียสละชีวิตเพื่อหวังให้บ้านเมืองเกิดการเปลี่ยนแปลงพัฒนาในทางที่ดีขึ้น แต่บัดนี้สิ่งที่พวกเขาเรียกร้องยังไม่เกิดมรรคผล มิหนำซ้ำประเทศชาติกำลังถดถอย ล้าหลัง เพราะผู้นำประเทศบริหารบ้านเมืองล้มเหลว ประชาชนกำลังทุกข์ยาก เดือดร้อนแสนสาหัส การปล่อยให้ไวรัสโควิดระบาดหนักยิ่งซ้ำเติมระบบเศรษฐกิจหายนะถึงขั้นเกิดกลียุคได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอดุลย์ กล่าวว่า อยากให้นายสุเทพ ทบทวนข้อเรียกร้องปฏิรูปประเทศ 5 ด้านของกกปส.ว่ามีอะไรเป็นรูปธรรมบ้าง 1 ปฏิรูปการเมือง ก็ได้นักการเมืองหน้าเดิมๆเข้ามามีอำนาจ ทั้งรมต.เรียงหิน รมต.ค้าแป้ง 2.ปฏิรูปปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน หน่วยงานที่รับผิดชอบก็ไม่สามารถเอาผิดคนโกงชาติได้อย่างจริงจัง และยังอุ้มพวกกันเองอย่างเช่น&amp;rdquo;นาฬิการยืมเพื่อน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ปฏิรูปกระจายอำนาจการปกครอง แต่&amp;rdquo;รัฐราชการ&amp;rdquo;กลับเติบโตเข้มแข็งมากขึ้นกว่าเดิม &amp;nbsp;4.ปฏิรูปความเหลื่อมล้ำ กลับเอื้อประโยชน์กลุ่มทุนใหญ่เจ้าสัวไม่กี่คน ทำให้ช่องว่างความเหลื่อมล้ำมากที่สุดในโลก 5.ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม กลับใช้กระบวนการยุติธรรมเป็นเครื่องมือรักษาอำนาจตัวเอง และยังสองมาตรฐานเหมือนเดิม ที่เห็นชัดคือการซื้อเวลาหมกเม็ดปฏิรูปตำรวจแบบหน้าด้านๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ส่วนเรื่องการสร้างความปรองดองรวมทั้งการปฏิรูปประเทศ ที่นายสุเทพอ้างว่าถูกหักหลัง แต่กลับออกมาหนุนพล.อ.ประยุทธ์ แสดงว่าเป็นทฤษฎีสมคบคิดกัน และบัดนี้เป็นที่ประจักษ์ชัดว่าพล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้ทำตามสัญญา การสืบทอดอำนาจของคสช.ยิ่งทำให้ประเทศชาติถดถอย &amp;nbsp;หากประเทศชาติล่มจม นายสุเทพ จะร่วมหัวจมท้ายกับพล.อ.ประยุทธ์ หรือไม่ ในฐานะที่ปลุกประชาชนออกมากเรียกร้องปฏิรูปประเทศ จะต้องแสดงจุดยืนให้ชัดเจน หากอ้างว่าถูกหักหลังแต่ยังหนุนพล.อ.ประยุทธ์ มีอำนาจ เท่ากับโหกประชาขน และหากไม่แสดงวามรับผิดชอบเท่ากับทรยศประชาชน เป็นการสมคบคิดให้เกิดการรัฐประหารและสืบทอดอำนาจเพื่อพวกพ้องตัวเองเท่านั้น&amp;rdquo;นายอดุลย์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103062</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่ม  ไทยไม่ทน, นิติธร ล้ำเหลือ, ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา’35, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เสียสละลาออก, อดุลย์ เขียวบริบูรณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210405/image_big_606afe4bafea2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69264</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/06/2020 09:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/06/2020 08:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ญาติวีรชนพฤษภา’35 เรียกร้องรัฐบาลจริงจังสร้างความปรองดองลุยนิรโทษกรรมคดีการเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 มิ.ย. 2563 นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ &amp;nbsp; ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา&amp;rsquo;35 และอดีตคณะกรรมการศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดอง สภาปฏิรูปแห่งชาติ ออกแถลงการณ์ คณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา&amp;rsquo;35 เรื่อง &amp;ldquo;หยุดฉีกสัญญาประชาคม แบ่งแยกแล้วปกครอง เดินหน้าสู่การปรองดอง หลอมรวมคนไทยทุกภาคส่วน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเนื้อหาในแถลงการณ์ระบุว่า &amp;nbsp;จากกรณีที่มีรายงานว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม &amp;nbsp;สั่งให้ทีมงานไปรวบรวมรายชื่อบรรดาผู้ที่เกี่ยวข้องในคดีการเมืองทั้งหมดเพื่อนำมาพิจารณาประกอบการตัดสินใจในการนิรโทษกรรมคดีที่มีแรงจูงใจทางการเมือง แต่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกลับปฏิเสธว่าไม่มีมูลความจริงนั้น คณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา&amp;rsquo;35 มีข้อเสนอแนะและข้อเรียกร้องดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.เป็นที่น่าเศร้าอย่างยิ่งสำหรับสังคมไทยที่มีความแตกแยกและขัดแย้งทางการเมืองมาอย่างยาวนาน แต่รัฐบาลไม่มีนโยบายหรือแนวทางการสร้างความสมานฉันท์และการปรองดองที่เป็นรูปธรรมเพื่อขับเคลื่อนสังคมไทยไปข้างหน้า &amp;nbsp;ทั้งที่ คสช.ยึดอำนาจเมื่อวันที่22พ.ค.2557 ได้ประกาศเป็นสัญญาประชาคมว่า จะเข้ามายุติปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง จะทำให้ประชาชนในชาติเกิดความรักความสามัคคีตลอดจนเพื่อเป็นการปฏิรูปโครงสร้างทางการเมือง &amp;nbsp;เศรษฐกิจ &amp;nbsp; สังคม &amp;nbsp;และอื่นๆ จากนั้นได้ตั้งศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป (ศปป.) และคณะอนุกรรมการรับฟังความคิดเห็นเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดองโดยตรงเพื่อรับฟังปัญหาจากพรรคการเมืองและภาคประชาชนทุกฝ่ายแต่ที่ผ่านมากลับไม่ให้ความสำคัญและเสนอแนวทางแก้ไขความขัดแย้งที่เป็นรูปธรรม นอกจากนี้คณะกรรมการศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดอง สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ได้ศึกษาแนวทางและข้อเสนอแนะแนวทางการสร้างความปรองไว้อย่างครบถ้วนซึ่งได้ส่งรายงานฉบับสมบูรณ์ให้รัฐบาลแล้วแต่รัฐบาลกลับไม่ดำเนินการแต่อย่างใด &amp;nbsp;ล่าสุดยังออกมาปฏิเสธอีก ถือว่าเป็นการหลอกลวงประชาชนทั้งประเทศและฉีกทิ้งสัญญาประชาคมหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ขอเรียกร้องให้รัฐบาลเปลี่ยนความคิดเสียใหม่ และเดินหน้าปฏิรูปประเทศและสร้างความสมานฉันท์ปรองดองแห่งชาติ ก่อนที่จะสายเกินไป โดยมีข้อเสนอแนวทางการปรองดองและสมานฉันท์ที่ชัดเจน เพื่อแก้ไขความขัดแย้งในอดีตและเดินหน้าพัฒนาการประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นการนิรโทษกรรมการเมืองแก่นักโทษทางการเมืองและนักโทษทางความคิด รวมถึงผู้ลี้ภัยทางการเมืองต่างๆ โดยนำข้อเสนอแนะของคณะกรรมการศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดอง ภายใต้สภาปฏิรูปแห่งชาติ &amp;nbsp;ที่ได้ศึกษาไว้แล้ว รวมถึงกระบวนการและข้อเสนอแนะของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) ที่มีนายคณิต ณ นคร เป็นประธาน ซึ่งได้เสนอไว้อย่างครบถ้วน เพื่อปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมทั้งระบบ &amp;nbsp;นำหลักความเป็นธรรมในระยะเปลี่ยนผ่าน &amp;nbsp;และความยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ มาใช้ในการแก้ปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองของคนในชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ขอเรียกร้องให้ประชาชนทุกภาคส่วนร่วมสนับสนุนการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ตามแนวทางของคณะกรรมการศึกษาแนวทางทางการสร้างความปรองดอง สปช. เริ่มต้นด้วยการนิรโทษกรรมคดีที่มีมูลเหตุจูงใจทางการเมือง ไม่รวมถึงการกระทำความผิดอาญาโดยเนื้อแท้ ความผิดฐานทุจริตคอร์รัปชัน และความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ซึ่งต้องดำเนินการตามขั้นตอนหลายประการ มุ่งเน้นฟื้นความสัมพันธ์ของคนในชาติ ให้เกิดสร้างความรักสามัคคี เพื่อถวายความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาส วันเฉลิมพระชนมพรรษา ในวันที่28ก.ค.2563นี้ &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีมีหน้าที่รับฟังและทำตามข้อเรียกร้องของประชาชนหากดำเนินการสำเร็จจะถือเป็นวีรบุรุษ แต่หากไม่ดำเนินการแสดงว่าต้องการแบ่งแยกแล้วปกครองเพื่อสืบทอดอำนาจให้นานที่สุดจะกลายเป็นคู่ความขัดแย้งใหม่ของสังคมโดยตรงชัดเจนขึ้น และจะสร้างความขัดแย้งสะสมและรุนแรงขึ้นในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.กรณีที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ออกโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย เรื่อง &amp;quot;วิธีการทำงานแบบ New Normal ของนายกรัฐมนตรี&amp;quot; ระบุว่าจะผนึกประชาชนทุกภาคส่วนร่วมวางอนาคตประเทศ จะทำงานเริงชุกเพื่อเปลี่ยนโฉมหน้าประเทศนั้นถือเป็นนิมิตหมายที่ดีแม้จะสำนึกช้าไปหลายปี แต่รัฐบาลจะไม่สามารถผนึกประชาชนทุกภาคส่วนได้เลยหากยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองที่ยังเรื้อรังและสร้างความปรองดองของคนในชาติ ดังนั้นรัฐบาลต้องดำเนินการแนวทางตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 78 หมวด 6 ว่าด้วยแนวนโยบายแห่งรัฐอย่างจริงจัง โดยเฉพาะการส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศด้านต่างๆ และเร่งให้มีการปฏิรูปการเมืองอย่างเป็นระบบเพื่อพัฒนาประชาธิปไตยและสร้างความสมานฉันท์ของสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.การปรองดองสมานฉันท์จะสำเร็จลุล่วงได้ทุกภาคส่วนในสังคมจะต้องมีความไว้เนื้อเชื่อใจกันต้องเปิดใจกว้างให้อภัยซึ่งกันและกัน พร้อมให้ความร่วมมือ และต้องทำเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง อย่าให้มีวาระซ่อนเร้นเหมือนครั้งที่มีการผลักดัน พ.ร.ก.นิรโทษกรรมแบบสุดซอย จนนำไปสู่ความขัดแย้งบานปลาย ดังนั้นจึงขอฝากถึงนายทักษิณ ชินวัตร ถ้าอยากกลับบ้านแบบเท่ๆต้องรู้จักการอดทนรอคอยและพิสูจน์ตัวเองให้ได้ก่อน ต้องเสียสละให้ประชาชนที่ร่วมชุมนุมเรียกร้องเพื่อประชาธิปไตยและความเป็นธรรมแต่กลับได้รับความทุกข์ทรมานให้ได้รับการเยียวยาและเกิดสามัคคีของคนในชาติก่อน จากนั้นคนในชาติจะพิจารณาเองว่าจะให้โอกาสนายทักษิณหรือไม่อย่างไร &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69264</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา’35, อดุลย์ เขียวบริบูรณ์, เดินหน้าสู่การปรองดอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181124/image_big_5bf95ef93cbf9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66125</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/05/2020 08:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/05/2020 08:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ญาติวีรชน &#039;พฤษภาทมิฬ!&#039; ออกแถลงการณ์จี้&#039;บิ๊กตู่&#039;ลาออกหยุดสืบทอดอำนาจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
17 พ.ค.2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในโอกาสครบรอบ 28 ปี เหตุการณ์ พฤษภาคม 2535 คณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา ที่มีนายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ เป็นประธานได้ออกแถลงการณ์ 4 ข้อ ดังนี้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.บัดนี้การเมืองไทยภายหลังยุคสมัย คสช. ผ่านพ้นมาจนถึงรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่มาจากการเลือกตั้งหลังรัฐประหาร แต่ยังคงมีความขัดแย้งทางการเมืองสะสมเรื่อยมา กลุ่มประชาชนที่เคยชุมนุมเรียกร้องต่างๆยังคงทุกข์ระทม การเมืองไทยยังอยู่ในวงจรอุบาทว์ นักการเมืองหน้าเดิมๆเข้ามาเสวยอำนาจ ท่ามกลางปัญหาความยากจนข้นแค้นของประชาชน และความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจที่มหาศาล หลังจากประเทศไทยเผชิญกับวิกฤติทางธรรมชาติจากการระบาดของเชื้อโรคไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) &amp;nbsp;รัฐบาลได้ประกาศใช้อำนาจพิเศษตาม พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 &amp;nbsp;ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมทุกด้าน ขณะที่ปัญหาพื้นฐานสำคัญก็ยังไม่มีการแก้ไข &amp;nbsp;ซ้ำร้ายปัญหาเศรษฐกิจและความขัดแย้งมีแนวโน้มจะขยายบานปลายหลังวิกฤติของไวรัสโควิดในระยะ 3-4 เดือนข้างหน้านี้ซึ่งจะเป็นวิกฤติรอบด้านหนักหน่วงรุนแรงกว่าทุกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.แม้คณะกรรมการญาติวีรชนฯจะเคยสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ เป็นผู้นำในการแก้ไขสถานการณ์แพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ซึ่งขณะนี้เริ่มคลี่คลายลงแล้ว เนื่องด้วยระบบสาธารณสุขของประเทศไทยที่วางรากฐานไว้อย่างเข้มแข็งตั้งแต่พระพุทธเจ้าหลวงรัชกาลที่5 จนถึงรัชกาลปัจจุบัน และบัดนี้พล.อ.ประยุทธ์ ไม่เหมาะกับสถานการณ์ใหม่แล้ว เนื่องจากพล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้ปฏิรูปประเทศและสร้างความปรองดองสมานฉันท์ตามสัญญาและยังสืบทอดอำนาจผ่านการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญที่ออกแบบเอง จึงกลายเป็นคู่ขัดแย้งใหม่ ซึ่งเป็นอุปสรรคของการแก้ไขความขัดแย้งทางการเมืองและการพัฒนาประชาธิปไตยเสียเอง และกำลังสร้างความขัดแย้งภายในพรรคร่วมรัฐบาลเองด้วย หากเกิดวิกฤติรอบใหม่จะไม่สามารถแก้ไขสถานการณ์ได้ จึงควรแสดงเจตจำนงด้วยการเสียสละลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพื่อเปิดพื้นที่ให้รัฐบาลชุดต่อมาที่ไม่ใช่คู่ขัดแย้งได้เข้ามาแก้ปัญหาซึ่งถือเป็นการล้างกระดานใหม่ ก่อนที่สถานการณ์ต่างๆของบ้านเมืองจะรุมเร้าเกิดความปั่นป่วนโกลาหล และกระทบต่อสถาบันสำคัญของชาติ จนไร้หนทางเยียวยาวแก้ไขได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.อยากให้พล.อ.ประยุทธ์ได้ทำเพื่อบ้านเมืองก่อนลงจากอำนาจในช่วง3-4 เดือนข้างหน้านี้โดยเฉพาะการแก้ไขวิกฤติเศรษฐกิจและปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคมท่ามกลางภาวะข้าวยากหมากแพงและไวรัสโควิด-19ระบาดคนยากจนตกงานจำนวนมาก ผู้ประกอบการขนาดเล็กและขนาดกลางแทบเอาตัวไม่รอด สาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานต่างๆ ยังถูกบรรดานักธุรกิจการเมืองผูกขาดแสวงหากำไร จึงขอให้นายกรัฐมนตรีออกคำสั่งแก้ไขให้มีการลดค่าใช้ไฟฟ้า ประปา &amp;nbsp;ราคาพลังงานและระบบขนส่งมวลชนสาธารณะให้ถูกลงกว่าเดิม เพื่อบรรเทาภาระของประชาชน ด้วยการยกเลิกสัญญาที่ไม่เป็นธรรมที่ทำไว้กับเอกชน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการให้สัดส่วนเอกชนในการผลิตไฟฟ้าเกินความจำเป็น หรือการให้เอกชนผูกขาดการจัดการทรัพยากรน้ำและพลังงานต่างๆ เป็นต้น รวมทั้งแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยฉันทามติของรัฐสภาและประชาสังคมร่วมกันในอนาคต และปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมตามเสียงเรียกร้องของประชาชน ซึ่งการแก้ปัญหาเหล่านี้จะเป็นคำตอบของนายกรัฐมนตรีว่าจะเลือกลงจากหลังเสือที่ทำให้ประชาชนยกย่องสรรเสริญหรือถูกประขาชนขับไล่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.พ.ร.ก.กู้เงิน 3 ฉบับ รวม1.9ล้านล้านบาท และร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณรายจ่ายฯ เพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าจากวิกฤติไวรัสโควิด-19 รัฐบาลจะต้องนำงบประมาณไปใช้ฟื้นฟูเศรษกิจสังคมอย่างแท้จริง มีการเยียวยาวประชาชนที่ได้รับผลกระทบเดือดร้อนอย่างรวดเร็วและทั่วถึง ต้องไม่เอื้อประโยชน์ให้กลุ่มนายทุนและอย่าให้มีการทุจริตคอร์รัปชันอย่างเด็ดขาด โดยเฉพาะวงเงินกู้ 4 แสนล้านบาทเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจระดับท้องถิ่นทั่วประเทศ ซึ่งเป็นการเริ่มต้นที่ดีแต่ที่ผ่านมาการจัดสรรงบประมาณล้วนเป็นไปตามความต้องการของกระทรวงมหาดไทยมิได้รับฟังความเห็นของชุมชนอย่างแท้จริง นำไปสู่การรั่วไหลและการหาประโยชน์ส่วนตนอันมิชอบ ดังนั้นการคัดเลือกโครงการต่างๆจะต้องผ่านกระบวนการประชุมแลกเปลี่ยนกันในชุมชน เพื่อให้การใช้งบประมาณเกิดประสิทธิผลป้องปรามการฉ้อราษฎร์บังหลวงอย่างแท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท้ายนี้ คณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา&amp;rsquo;35 หวังเป็นอย่างยิ่งว่าพล.อ.ประยุทธ์ จะมีมโนสำนึกด้วยตัวเอง จะอ้างเป็นผู้นำที่มาคลี่คลายความขัดแย้งทางการเมืองหรือแก้วิกฤติไวรัสโควิด-19จนคลี่คลาย เพื่อจะรักษาอำนาจของตัวเองต่อไปไม่ได้ เพราะจะเป็นการรักษาระบบการเมืองที่ล้มเหลวไม่ตอบโจทย์ประเทศในสถานการณ์ใหม่ ซึ่งจะส่งผลเสียหายต่อประเทศชาติและประชาชนอย่างใหญ่หลวง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66125</URL_LINK>
                <HASHTAG>28 ปี เหตุการณ์ พฤษภาคม 2535, จี้พล.อ.ประยุทธ์ ลาออก, ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา’35, อดุลย์ เขียวบริบูรณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180516/image_big_5afbeb2961672.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61345</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/03/2020 15:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/03/2020 15:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ญาติวีรชนพฤษภา35&#039;หนุน&#039;บิ๊กตู่&#039;แก้โควิดแต่ค้านถ้าไปกู้เงินIMF </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 มี.ค.63-นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา&amp;rsquo;35 และอดีตกรรมการศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดอง สภาปฏิรูปแห่งชาติ กล่าวถึงการแก้ไขสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ว่า ขอเรียกร้องทุกฝ่ายทุกภาคส่วน ให้ความร่วมมือกับรัฐบาลทุกรูปแบบตามมาตรการและข้อกำหนดของประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ถึงแม้ที่ผ่านมาการดำเนินงานของรัฐบาลจะมีความล่าช้าผิดพลาดบกพร่องหลายอย่าง แต่ไม่ใช่เวลาที่จะมาต่อว่าต่อขานกัน ยามนี้ต้องร่วมมือกันช่วยให้ชาติไทยพ้นวิกฤติโรคระบาดให้ได้ก่อน โดยรัฐบาลและสังคมไทยต้องเรียนรู้จากความผิดพลาดแล้วสรุปเป็นบทเรียนเพื่อเดินไปข้างหน้า ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม &amp;nbsp;นั่งเป็นผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ด้วยตนเอง และแต่งตั้งบุคคลที่มีความสามารถเป็นโฆษกศบค.รวมทั้งแพทย์อาวุโสผู้เชี่ยวขาญด้านระบาดวิทยา เป็นคณะที่ปรึกษาเฉพาะ ถือว่าเดินมาถูกทางแล้ว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;มาตรการและข้อกำหนดทั้งหมดจะเกิดผลสำเร็จหรือไม่ อยู่ที่การบังคับใช้จะมีประสิทธิภาพแค่ไหน ซึ่งขึ้นอยู่กับฝ่ายปฏิบัติจะต้องเด็ดขาดไม่เลือกปฏิบัติ ทุกฝ่ายจะต้องให้ความร่วมมืออย่างเต็มกำลัง โดยเฉพาะการระบาดในพื้นที่ต่างจังหวัด ฝ่ายปกครอง ผู้ว่าฯจะต้องบังคับใช้กฎหมายทุกฉบับอย่างเคร่งครัด จึงอยากเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนเลิกแบ่งสีแบ่งฝ่ายแล้วร่วมให้กำลังใจสนับสนุนเจ้าหน้าที่บ้านเมืองทุกหน่วยงานโดยเฉพาะบุคลากรทางการแพทย์แลอาสาสมัครทุกคนซึ่งเปรียบเสมือนนักรบแนวหน้าอย่างเต็มกำลังความสามารถ ส่วนรัฐบาลต้องจัดสรรงบประมาณในการจัดซื้ออุปกรณ์เครื่องมือที่จำเป็นให้เจ้าหน้าที่และบุคลากรทางการแพทย์ให้มีใช้อย่างเพียงพอและตอบแทนทุกอย่างให้เต็มที่ โดยพิจารณาข้อเสนอแนะที่ให้ออกพ.ร.ก.นำเงินงบประมาณปี2563จากทุกกระทรววงที่ไม่จำเป็น10%มาเป็นงบฉุกเฉินนำไปใช้ในการแก้การระบาดของไวรัสโควิดและกอบกู้วิกฤติเศรษฐกิจช่วยเหลือผู้ประกอบการ ลูกจ้างและแม่ค้ารายย่อยโดยต้องมีมาตรการทั้งระยะสั้นระยะยาวครอบคลุมทุกมิติเพื่อไม่ให้ระบบเศรษฐกิจของชาติพังทะลายลงและไม่เห็นด้วยที่จะกู้เงินไอเอ็มเอฟเท่ากับเอาประเทศไปจำนำซ้ำเติมเศรษฐกิจ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอดุลย์ กล่าวว่า ในสถานการณ์ที่ประเทศชาติเผชิญวิกฤติเช่นนี้ฝ่ายการเมืองต้องไม่กล่าวโจมตีกันทำให้เกิดบรรยากาศความขัดแย้งอีก ควรเสนอแนะแนวทางแก้ปัญหาที่จะเกิดประโยชน์แก่ส่วนรวม สำหรับพรรคร่วมรัฐบาลต้องไม่เล่นเกมอำนาจทำงานชิงดีชิงเด่นกัน ควรทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด นายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกฯและรมว.สาธารณสุข ต้องจัดหาเครืองไม้เครื่องมือให้บุคลากรทางแพทย์เต็มที่ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ต้องจัดหาหน้ากากอนามัยให้เพียงพอโดยแปลงโรงงานผลิตหน้ากากเหมือนยามสงคราม และต้องควบคุมราคาสินค้าที่จำเป็นในการดำรงชีพไม่ให้มีการกักตุนหรือแสวงหาประโยชน์บนความเดือนร้อนของประชาชน นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน ต้องดำเนินการให้มีแอลกอฮอล์เพื่อใช้ประโยชน์ทางการแพทย์และความปลอดภัยประชาชนในราคาที่เหมาะสม ส่วนกองทัพพล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ในฐานะหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง (ศปม.) ไม่ควรพูดจาข่มขู่ประชาขน เพราะเขาลำบากมากพอแล้ว พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก จัดการปัญหาสนามมวยเวทีลุมพินีได้อย่างถูกต้อง นอกจากนี้กองทัพต้องใช้งบประมาณและกำลังพล เครื่องมือที่พร้อมสรรพเพื่อป้องกันเภทภัยให้ประชาชนอย่างเต็มที่ หากทุกฝ่ายทำหน้าที่อย่างเต็มความสามารถแล้วเชื่อว่าประเทศชาติเราจะรอดจากไวรัสระบาดครั้งนี้แน่นอน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61345</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ), นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์, ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา’35, โรคโควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181124/image_big_5bf95ef93cbf9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60495</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/03/2020 11:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/03/2020 11:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประธานญาติวีรชนฯค้านเปลี่ยนม้ากลางศึกต่อสู้ไวรัสโควิด19 แนะรัฐปรับวิธีการทำงาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 มี.ค.2563 นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา&amp;rsquo;35 และอดีตกรรมการศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดอง สภาปฏิรูปแห่งชาติ กล่าวถึงการแก้ไขปัญหาการระบาดเชื้อโรคไวรัสโควิด-19 ของรัฐบาล ว่า พล.อ.ประยุทธ์ นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ยังไม่มีภาวะผู้นำในการแก้ไขสถานการณ์วิกฤติไวรัสโควิด-19ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ประเทศไทยยังโชคดีที่มีบุคคลากรทางแพทย์ที่มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์สูงจึงได้รับมือไม่ให้แพร่ระบาดมากกว่าที่เป็นอยู่ ทั้งนี้ภายหลังการยึดอำนาจ22พ.ค.2557 คณะกรรมการญาติวีรชนฯได้ให้กำลังใจและสนับสนุนให้พล.อ.ประยุทธ์เป็นผู้นำในการปฏิรูปประเทศและสร้างความปรองดองรวมทั้งเรียกร้องให้ทุกฝ่ายรักสามัคคีมาโดยตลอดเพื่อให้ประเทศชาติผ่านพ้นวิกฤติทางการเมือง แต่พล.อ.ประยุทธ์กลับไม่ทำตามสัญญาจึงรู้สึกผิดหวังและได้เรียกร้องให้ลาออกเพื่อเปิดทางให้มีรัฐบาลช่วยชาติมากอบกู้วิกฤติของบ้านเมือง แต่อย่างไรก็ตามเมื่อเกิดภาวะวิกฤติการระบาดของไวรัสซึ่งเปรียบเสมือนยามศึกสงครามก็ไม่อยากให้&amp;rdquo;เปลี่ยนม้ากลางศึก&amp;rdquo; แต่บุคคลที่เป็นผู้นำประเทศจะต้องแสดงภาวะผู้นำให้เป็นที่ประจักษ์มิเช่นนั้นชาติบ้านเมืองจะไปไม่รอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เมื่อพล.อ.ประยุทธ์ ไม่ทำตามสัญญาขอเวลาต่อไปเรื่อยๆ จึงส่งผลเกิดวิกฤติศรัทธาต่อผู้นำ โดยเฉพาะการสื่อสารกับประชาชนในสถานการณ์วิกฤติที่ไปคนละทิศทางจนเกิดความสับสนอยู่หลายครั้ง แต่เมื่อเห็นภาพพล.อ.ประยุทธ์ ประชุมร่วมกับคณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญระดับชาติก็ทำให้ประชาชนเชื่อมั่นขึ้นมาระดับหนึ่ง ในฐานะที่เกิดมาเป็นคนไทยจึงขอเรียกร้องให้ประชาชนทุกภาคส่วนให้ความร่วมมือกับรัฐบาลเพื่อให้ผ่านพ้นวิกฤติโรคระบาดไวรัส โดยให้ระงับยับยั้งข้อขัดแย้งทางการเมืองเอาไว้ก่อนจนกว่าประเทศชาติจะรอดพ้นภัยจากไวรัสที่ระบาดอยู่ขณะนี้ หลังจากนั้นค่อยมาร่วมกันหาทางออกเกี่ยวกับปัญหาทางการเมืองอีกครั้ง แต่เฉพาะหน้านี้พล.อ.ประยุทธ์จะต้องพิสูจน์ภาวะผู้นำให้ได้โดยเฉพาะการสร้างความเชื่อมั่นกับประชาชนต้องรู้จักพูดโน้มน้าวจิตใจของคนทั้งชาติให้เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันพร้อมที่จะเสียสละเพื่อส่วนรวมถึงจะเอาชนะสงครามการระบาดของไวรัสโควิด-19 ไปได้&amp;rdquo;นายอดุลย์ กล่าว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอดุลย์ กล่าวด้วยว่า การแก้ไขสถานการณ์ที่ผ่านมาเห็นได้ชัดว่ารัฐบาลไม่ได้บูรณาการทุกหน่วยงานได้อย่างมีประสิทธิภาพขาดความเป็นเอกภาพเกิดความขัดแย้งของหน่วยงานราชการด้วยกันเองจนเกิดความสับสน จึงขอเสนอแนวทางการบูรณาการด้วยการยุบคณะกรรมการแก้ไขปัญหาทั้งหมดเหลือศูนย์เดียว คือ ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื่อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19 )หรือ&amp;rdquo;ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19&amp;rdquo;ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานฯแล้วปรับโครงสร้างใหม่ด้วยการดึงนายแพทย์อาวุโสที่เชี่ยวชาญด้านระบาดวิทยามาร่วมเป็นรองประธานฯและกรรมการ มีหน้าที่และอำนาจเหมือนเดิมที่สามารถสั่งการเด็ดขาดให้ทุกกระทรวงและหน่วยงานของรัฐรวมทั้งภาคเอกชนให้ปฏิบัติได้ และให้แต่งตั้งโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19มีหน้าที่แถลงชี้แจงข่าวสารเพียงแห่งเดียวทุกวันเพื่อไม่ให้เกิดความสับสนจนกว่าเหตุการณ์จะคลี่คลาย สำหรับนายกรัฐมนตรีในฐานะประธานฯมีหน้าที่พูดโน้มน้าวให้ประชาชนเข้าใจเหตุผลความจำเป็นในการปฏิบัติตามมาตรการต่างๆจนกว่าจะเอาชนะสงครามไวรัสโควิด-19ในครั้งนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60495</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา’35, สภาปฏิรูปแห่งชาติ, อดุลย์ เขียวบริบูรณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191117/image_big_5dd153efe1573.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58573</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/03/2020 16:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/03/2020 16:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ญาติวีรชนพฤษภา35&#039;จี้&#039;ประยุทธ์&#039;ลาออกก่อนนองเลือด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 มี.ค.63-นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา&amp;rsquo;35และอดีตกรรมการศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดอง กล่าวถึงการชุมนุมแฟลซม็อบของนักศึกษาในขณะนี้ว่า นักศึกษาเป็นพลังบริสุทธิ์มาทุกยุคสมัยเป็นวัยที่กำลังเรียนรู้และสนใจเรื่องราวของบ้านเมือง ต้องการเห็นสังคมที่เป็นธรรมมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ ในขณะที่สังคมไทยยังก้าวไม่พ้นความขัดแย้งและยังติดหล่มวิกฤติทางการเมือง มาปะทุหนักหลังศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคอนาคตใหม่ การแสดออกของนักศึกษาจึงเป็นเรื่องธรรมชาติของคนวัยหนุ่มสาวที่ต้องการเห็นอนาคตที่สดใส&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอดุลย์กล่าวว่า ขอแสดงความเห็นและเสนอแนะ 1.การชุมชุมของนักศึกษาเป็นผลจากการสะสมปัญหามาในช่วง10กว่าปี ที่สังคมไทยเผชิญสงครามเสื้อสี ทหารยึดอำนาจรัฐประหาร 2 ครั้ง สถาบันทางการเมืองไทยเสื่อมทรุด องค์กรอิสระไม่ได้ทำหน้าที่เป็นกลไกตรวจสอบและตัดสินข้อขัดแย้งต่างๆให้เกิดข้อยุติได้ ตั้งแต่คำวินิจฉัยในคดีซุกหุ้นที่เรียกว่า&amp;rdquo;คำวินิจฉัยสีเทา&amp;rdquo;จนถึงการยุบพรรคอนาคตใหม่ กระบวนการยุติธรรมก็ไร้ความน่าเชื่อถือคนบริสุทธิ์ตกเป็นแพะ-คนทำผิดลอยนวล สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นตัวแทนประชาชนควรจะเป็นเวทีหาทางออกทางการเมือง แต่จากการอภิปรายไม่ไว้วางใจแต่ละฝ่ายก็เล่นละครใช้เล่ห์เหลี่ยมเอาชนะคะคานกันจนเป็นที่น่าผิดหวังอย่างยิ่ง ฝ่ายบริหารก็ใช้พวกมากลากไปมติพรรคอยู่เหนืออุดมการณ์พรรค เศรษฐกิจก็ถดถอย ความเหลื่อมล้ำมากขึ้น การปฏิรูปประเทศไร้ทิศทาง ประชาชนจึงเริ่มสิ้นหวัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.นักศึกษาเป็นพลังบริสุทธิ์การจัดกิจกรรมทางการเมืองมีเป้าหมายเพื่อผลประโยชน์ของส่วนร่วมอยากเห็นประเทศชาติพัฒนาก้าวหน้าทันนานาประเทศที่เจริญแล้ว แต่นักศึกษาก็ยังขาดประสบการณ์ ไม่รู้เท่าทันเกมทางการเมือง จึงต้องกำหนดทิศทางการเคลื่อนไหวให้ชัดเจน แสดงออกด้วยความเหมาะสม และต้องไม่พาดพิงสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างเด็ดขาด &amp;nbsp;ขณะที่นักการเมืองทุกพรรคต้องไม่เข้าไปชี้นำแทรกแซงกิจกรรมของนักศึกษาไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.การชุมนุมภายในรั้วมหาวิทยาลัยสามารถทำได้โดยไม่ผิดกฎหมาย เนื่องจากพ.ร.บ.การชุมชุมสาธารณะ พ.ศ.2558 มาตรา 3 (4) ยกเว้นให้ชุมนุมในสถานศึกษาได้ ดังนั้นรัฐบาลต้องไม่ปิดกั้นการแสดงออกและจะจำกัดสิทธิเสรีภาพไม่ได้ นอกจากนี้รัฐบาลต้องป้องกันไม่ให้กลุ่มประชาชนที่มีจุดยืนทางการเมืองแตกกต่างกันมาเผชิญหน้ากัน ซึ่งจะทำให้เกิดการยั่วยุนำไปสู่ความรุนแรงได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.สังคมไทยมีการใช้โชเชียลมีเดียตอบโต้กันอย่างรุนแรง รัฐและฝ่ายต่อต้านรัฐก็ใช้ปฏิบัติการข่าวสาร ( Information Operation )หรือ&amp;rdquo;ไอโอ&amp;rdquo;ผ่านสื่อออนไลน์ มีการสร้างข่าวปลอม(fake news)บิดเบือนกล่าวหาใส่ร้ายกันสร้างความเข้าใจผิดทำให้เกิดความเกลียดชังกัน ที่ไม่ควรกระทำอย่างยิ่งคือการพาดพิงสถาบันพระมหากษัตริย์ จึงน่าเป็นห่วงว่าจะนำความแตกแยกของสังคมไทยอย่างรุนแรง ดังนั้นรัฐต้องหาทางสะกัดไอโอของทั้งสองฝ่าย และให้องค์กรที่เป็นกลางจัดกระบวนการแลกเปลี่ยนความคิดและข้อร้องเรียนอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อหาทางออกอย่างละมุมละม่อม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.จากวิกฤติการเมืองที่สะสม รัฐบาลไม่ได้สร้างความปรองดอง ไม่ปฏิรูปประเทศ และยังสืบทอดอำนาจ การเมืองไทยยังวนเวียนอยู่ในวงจรอุบาทว์ จึงมาถึงทางตันแล้ว หากยังดันทุรังต่อไปการชุมนุมก็จะพัฒนาแรงขึ้น อาจนำไปสู่การนองเลือดได้ &amp;nbsp;จึงเสนอให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เสียสละเพื่อประเทศชาติด้วยการ ลาออกจากนายกรัฐมนตรี แล้วจัดตั้ง&amp;rdquo;รัฐบาลช่วยชาติ&amp;rdquo;นำผู้มีความรู้ความสามารถจากทุกพรรคการเมืองและทุกภาคส่วนโดยเฉพาะผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจร่วมกันตั้งรัฐบาลชุดใหม่ตามกลไกรัฐธรรมนูญ แล้วดำเนินการนิรโทษกรรมคดีที่มีแรงจูงใจทางการเมือง ตามรายงานการศึกษาและข้อเสนอแนะของคณะกรรมการศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดอง สภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่ได้เสนอรัฐบาลไปแล้ว และต้องปฏิรูปประเทศทุกด้าน แล้วร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58573</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา’35, อดุลย์ เขียวบริบูรณ์, แฟลซม็อบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191117/image_big_5dd153efe1573.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48951</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/10/2019 16:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/10/2019 16:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ประธานญาติวีรชน35&quot; ซัด”บิ๊กตู่”แก้ขัดแย้งเหลว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ต.ค. 2562 นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา&amp;rsquo;35 และอดีตคณะกรรมการศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดอง สภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) กล่าวถึงสถานการณ์การเมืองในขณะนี้ว่า &amp;nbsp;ปัจจุบันสังคมไทยยังติดหล่มอยู่กับความแตกแยกทางความคิดขัดแย้งทางการเมืองและอยู่ในภาวะยากลำบากทางเศรษฐกิจ ภาวะสังคมก็ไม่สงบสุขเหมือนแต่ก่อน สืบเนื่องจากรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไร้ความสามารถในการบริหารบ้านเมือง หลังคสช.ยึดอำนาจเมื่อ 22พ.ค.2557 ที่ได้ให้สัญญาประชาคมว่าจะสร้างความสามัคคีสมานฉันท์ของคนในชาติและจะปฏิรูปประเทศในทุกด้าน แต่ผ่านมา5ปีกว่าก็เป็นที่ประจักษ์ชัดว่าพล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้ทำตามสัญญาแต่อย่างใด ข้อเสนอของคณะกรรมการศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดอง ก็ไม่ได้นำไปใช้ กลับซื้อเวลาเพื่อสืบทอดอำนาจของตนเองออกไปเรื่อยๆ ท่ามกลางความทุกข์ยากของประชาชนทุกภาคส่วน ซ้ำเติมด้วยการเพิ่มความขัดแย้งมากยิ่งกว่าเดิม ทำให้เกิดช่องว่างระหว่างคนรุ่นเก่ากับคนรุ่นใหม่ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อสังคมในระยะยาวที่ไม่อาจคาดการณ์ได้ นี่คือความผิดพลาดมหันต์ของผู้นำประเทศในช่วง5ปีที่ผ่านมายิ่งกว่าการปฏิบัติหน้าที่มิชอบเสียอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอดุลย์ กล่าวว่า &amp;nbsp;หลังมีชื่อพล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ.เป็นนายกฯคนต่อไป พล.อ.ประยุทธ์ได้บอกว่าเป็นนายกฯไม่ง่าย ซึ่งเหมือนเป็นการตีกันไม่ให้ใครคิดอยากจะเป็นนายกฯในภาวะที่บ้านเมืองมีความขัดแย้งทางความคิดเช่นนี้ ทั้งที่ความจริงเป็นเพราะตนเองไม่ได้แก้ปัญหาความขัดแย้งเพื่อให้เกิดสร้างความสมานฉันท์นั่นเอง ดังนั้นในเมื่อเป็นผู้นำประเทศมา5ปีกว่าแล้วแต่ประสบความล้มเหลว ประชาชนทุกภาคส่วนก็ย่อมต้องแสวงหาบุคคลที่มีความรู้ความสามารถมาแก้ปัญหาของบ้านเมือง สำหรับพล.อ.อภิรัชต์ ในฐานะที่เป็นทหารของพระราชา จะต้องตระหนักถึงวิกฤติของบ้านเมืองและพร้อมออกมาคุ้มครองประชาชนที่กำลังประสบทุกข์ยาก หากสามารถสร้างความรัก ความสมานฉันท์สามัคคีเอื้อเฟื้อเกื้อกูลต่อกันตามพระราชดํารัสในหลวงทำให้สังคมไทยกลับมาสงบสุขสันติดังเดิมได้ก็มีสิทธิ์เป็นนายกฯได้เช่นเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การเป็นผู้นำต้องมีใจกว้างรับฟังประชาชนทุกส่วนและทำเพื่อประโยชน์ของสาธารณะ บ้านเมืองเรามีคนเก่งมากมายถ้าหากผู้นำประเทศมีความใจกว้างไม่คับแคบเอาแต่พรรคพวก &amp;nbsp;รู้จักรับฟังคำแนะนำของผู้รู้ที่ได้รับการยอมรับจากสังคม เช่นนายอานันท์ ปันยารชุน เก่งด้านบริหาร นายชวน หลีกภัย ผู้ซื่อสัตย์สุจริต อาจารย์สุลักษณ์ ศิวรักษ์ นักปราชญ์สยาม ผู้มีความจงรักภักดีไม่ยอมให้มีการอ้างอิงมาตรา112ทำร้ายฝ่ายตรงข้าม ที่สำคัญหากสามารถนำพาประเทศไปสู่ความสามัคคีสมานฉันท์และสร้างความก้าวหน้าเจริญรุ่งเรืองได้ก็เป็นผู้นำประเทศแทนพล.อ.ประยุทธ์ได้ทั้งนั้น&amp;rdquo;นายอดุลย์ กล่าว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48951</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา’35, พล.อ.ประยุทธ์, อดุลย์ เขียวบริบูรณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181124/image_big_5bf95ef93cbf9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
