<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>103112</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/05/2021 18:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/05/2021 18:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประธานญาติวีรชนฯถามจุดยืนกำนันสุเทพยังสนับสนุน&#039;บิ๊กตู่&#039;อยู่หรือไม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 พ.ค.64- นายสิรวิทย์ ช่วงเสน หัวหน้าพรรครวมพลังคนรุ่นใหม่ กล่าวบนเวทีไทยไม่ทนว่า ตัวเลขผู้ติดเชื้อ ผู้เสียชีวิตจากไวรัสโควิด ไม่ได้ลดลงแต่ละวัน โดยการรณงค์ให้คนมาฉีดวัคซีนก็เป็นเรื่องสำคัญ แต่หลายคนจะกลัวว่า เมื่อฉีดวัคซีนไปแล้ว จะเกิดผลอะไรตามมาหรือไม่ รัฐบาลก็ควรพิสูจน์ทำให้โปร่งใสว่า ฉีดไปแล้วมีผลอะไรหรือไม่ เพราะไม่อย่างนั้นประชาชน จะขาดความเชื่อมั่น ไม่ควรส่งคนไปฟ้องประชาชน หลังจากถูกวิพากษ์วิจารณ์ขอให้รัฐบาลชะลอนำเข้าวัคซีน บางยี่ห้อ ที่หากมองว่าไม่ดี ไม่ควรเอาเข้ามา เพราะเงินซื้อวัคซีนก็มาจากประชาชน จากนั้นสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน รณรงค์ให้ประชาชนฉีดวัคซีนให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ แล้วเศรษฐกิจเราก็จะกลับมาดีอีกครั้ง&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานกรรมการญาติวีรชนพฤษภา2535 กล่าวว่า วันนี้เป็นเรื่องที่ดี บริษัทแอสต้า ซิเนก้า ทำสัญญาตกลงให้ โรงงานสยาม ไบโอไซแอนท์ ผลิตวัคซีน ถือเป็นเรื่องที่ดี เป็นเรื่องที่น่าชื่มชม แต่ระหว่างที่รอการผลิต เป็นหน้าที่รัฐบาลต้องจัดหาวัคซีน ก็เกิดปัญหาการระบาดระลอกที่3 ไม่มีวัคซีน มาฉีดให้ประชาชน สุดท้ายมาบอกว่า เป็นความบกพร่องของแอสตร้า ซิเนก้า ในการที่จะส่งมอบให้ประชาชน รวมทั้งก่อนหน้า สหประชาชาติ พยายามส่งมอบวัคซีน โคแวค ให้เราฟรี แต่เรากลับไม่เอา ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านเรา ได้รับวัคซีนโคแวค อย่างถ้วนหน้า หากรัฐบาลเตรียมตัวซื้อวัคซีน แต่เป็นเพราะความโง่บัดซบหรืออะไร กลับไม่มีการเตรียมตัวอะไรเลย กลับมาโทษประชาชนที่วิพากษ์วิจารณ์ ไปโทษการผลิต สยามไบโอไซแอนท์และแอสตร้า ซิเนก้า การทำแบบนี้ สร้างความมัวหมองให้กับโรงงานที่จะผลิตวัคซีนเพื่อประชาชน โรงงานที่ได้รับพระราชทานมา แล้วยังมีหน้ามาฟ้องประชาชน ที่พูดตามจริง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอดุลย์กล่าวว่า ไม่เข้าใจ พล.อ.ประยุทธ์ ที่รวบอำนาจมาไว้ที่ตัวเองคนเดียว แต่ยังมีผู้เสียชีวิตจากไวรัสโควิด วันละ 20-30คน ไม่รู้ว่า เห็นคนไทยเป็นผัก เป็นปลาหรือไม่ เห็นคนตายต่อหน้าวันละ 20-30คน ทำอย่างนั้นได้อย่างไร เข้าข่ายเป็น ฆาตกรต่อเนื่อง กำลังจะได้รับฉายาเป็น ฆาตกรแห่งชาติ และไม่เคยรับผิดชอบ พยายามเบี่ยงเบนประเด็นตลอด&amp;nbsp; อยากจะบอก กลับตัวกลับใจใหม่ ทำสิ่งที่ดีให้ประเทศชาติ รีบลงไปซะ ประชาชนยังให้อภัย ถ้าไม่เชื่อ ก็เป็นเรื่องของคุณ แต่สักวันหนึ่ง นรกมีจริงแน่นอน แล้วจะไม่มีแผ่นดินจะอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;มีเสียงเล่าลือว่า 3ป.มีเงินคนละหลายหมื่นล้าน ผมก็ไม่เชื่อ แต่ก็พิสูจน์ ตรวจสอบไม่ได้ รัฐบาลนี้โดยประยุทธ์และพวก เขียนข้อห้าม ไม่ต้องแสดงทรัพย์สิน ตรวจสอบไม่ได้ สมมุติว่า มีเงินอย่างที่ว่า ด้วยวัยกว่า70ปีแล้ว ยังไม่ลงจากอำนาจ ไปเสวยสุข ไปใช้เงินนั้น มันทรมาน มีเงินก็ประกาศไม่ได้ ใช้ไม่ได้ คือ นรกอย่างหนึ่ง ขณะนี้มีหลายองค์กรเรียกร้องให้ประยุทธ์ เสียสละแน่นอน แต่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ หรือ กำนันสุเทพ ที่ออกมาบอกให้มีการ ปฏิรูปประเทศ ก็อยากเห็นจุดยืนนายสุเทพ ล่าสุดมีคนมาบอก นายสุเทพ ยังสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯอีก ก็ไม่รู้เป็นเพราอะไร&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอดลุย์กล่าวว่า วันที่17พ.ค.ครบรอบวันรำลึก 29ปี พฤษภาประชาธรรม ปีนี้ โชคไม่ดี ไม่สามารถจัดงานได้ ทั้งที่อนุสาวรีย์พฤษภาประชาธรรม ได้สร้างเสร็จแล้ว แต่กลับไม่ได้มีโอกาสเฉลิมฉลอง ขอเชิญชวนประชาชน แต่คงไม่ต้องมา ในยามโควิดระบาด อาจผิดพรบ.ควบคุมโรค แต่เพียงพวงมาลัยพวงเดียว ก็สามารถส่งไปให้วีรชนได้ ขอให้องค์กรต่างๆที่ยังไม่ออกมา ช่วยกันเปล่งเสียง ประยุทธ์ออกไป ก็เป็นความกรุณา ที่กรุณาพวกเรา อย่าให้ถึงขั้นต้องลงถนนเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103112</URL_LINK>
                <HASHTAG>กำนันสุเทพ, ประธานญาติวีรชน, ไล่บิ๊กตู่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210516/image_big_60a1007dd38bd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51508</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/12/2019 14:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/12/2019 14:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ปธ.ญาติวีรชน35&quot; ชี้สัญญาณอันตรายการเมืองใกล้ลงถนน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ธ.ค. 2562 นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา&amp;rsquo;35 และอดีตกรรมการศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดอง สภาปฏิรูปแห่งชาติ กล่าวถึงสถานการณ์การเมืองในขณะนี้ ว่า บ้านเมืองยังวนเวียนอยู่ในความขัดแย้งทางความคิดของคนในชาติเหมือนเดิมและยังไม่เห็นหนทางสู่ความสงบเพราะผู้รับผิดชอบบ้านเมืองแก้ไขปัญหาผิดพลาดและกำลังหลงทางจึงมีแนวโน้มว่าจะเกิดความขัดแย้งขึ้นอีกและส่งผลกระทบแทบทุกด้านจึงขอแสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์บ้านเมืองดังนี้


1.กรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ลาออกจากที่ปรึกษากรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯกลับไปอยู่กับประชาชนเพื่อรณรงค์ในเรื่องต่างๆเป็นสิทธิ์อันชอบธรรมเพราะตนเองมองว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจากคดีความทางการเมืองจึงขอให้กำลังใจสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ให้อดทนอดกลั้นรักษาแนวทางประชาธิปไตยในระบบรัฐสภาด้วยอดุมคติที่มั่นคง แต่เป็นห่วงในการเคลื่อนไหวนอกสภาด้วยการปลุกมวลชนให้ลุกขึ้นสู้กับเผด็จการนั้นต้องระมัดระวังเป็นพิเศษและอย่าให้ซ้ำรอยประวัติศาสตร์ ยิ่งสถานการณ์บ้านเมืองในขณะนี้ที่ประชาชนกำลังประสบความทุกข์ยากจากภาวะเศรษฐกิจหากมาร่วมผสมโรงกับเหตุทางการเมืองจะทำให้สถานการณ์ร้อนแรงขึ้น หากลงท้องถนนเมื่อไหร่ก็จะสร้างความเดือดร้อนและสุ่มเสี่ยงเกิดความรุนแรงขึ้นได้และคราวนี้จะควบคุมสถานการณ์ได้ยากหาก&amp;rdquo;เอาไม่อยู่&amp;rdquo;ใครจะรับเป็นผู้รับผิดชอบ


2.ความขัดแย้งทางการเมืองในช่วง10กว่าปีที่ผ่านมา องค์กรอิสระมีบทบาทสำคัญในการเข้ามาจัดการปัญหาความขัดแย้ง &amp;nbsp;ทางการเมืองซึ่งคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา&amp;rsquo;35ได้มีส่วนร่วมในการผลักดันให้เกิดองค์กรอิสระ9องค์กรตามรัฐธรรมนูญฉบับปี40 เป็นเหมือน&amp;rdquo;องค์กรสวรรค์&amp;rdquo;มีหน้าที่ปกปักรักษาชาติบ้านเมือง หรือคอยตรวจสอบถ่วงดุลการใช้อำนาจของฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติ แต่บัดนี้เป็นที่ประจักษ์ชัดว่าองค์กรอิสระต่างๆไม่ได้ทำหน้าที่ให้เป็นไปตามภารกิจของตนเอง โดยเฉพาะ&amp;rdquo;ตุลาการภิวัฒน์&amp;rdquo;ที่หลายฝ่ายเชื่อว่าจะเป็นกลไกในการแก้ปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง กลับกลายเป็นเพียง&amp;rdquo;วาทกรรม&amp;rdquo;เท่านั้น เพราะคำวินิจฉัยในคดีความต่างๆไม่ได้ยึดเจตนารณ์ของรัฐธรรมนูญอย่างแท้จริงกลับทำเหมือนองค์กรทั่วไป ถูกมองว่าปกป้องแต่กลุ่มผู้มีอำนาจจัดการฝั่งตรงข้ามไร้บรรทัดฐานไม่เป็นที่เชื่อถือ&amp;rdquo;2มาตรฐาน&amp;rdquo;แทนที่องค์กรอิสระจะเป็นกลไกคลี่คลายความขัดแย้งกลับซ้ำเติมความขัดแย้งเสียเอง ดังนั้นต้องทบทวนบทบาทหน้าที่ของตัวเองใหม่


3.บทบาทของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทำตัวเสื่อมลงทุกวัน ไม่ได้ทำหน้าที่เพื่อประโยชน์ของสาธารณะ ส.ส.บางคนบุกรุกป่าก็เพิกเฉยไม่เคารพกฎหมายบ้านเมืองสำคัญตัวเองผิดคิดว่าได้รับเลือกตั้งมาแล้วมีอภิสิทธิ์ชนทำอะไรก็ไม่ผิดโดยมีรัฐบาลฝ่ายตัวเองคอยหาทางอุ้มให้พ้นผิด ในส่วนคณะกรรมาธิการโดยเฉพาะคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ก็ไม่รู้หน้าที่ของตัวเองในการตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปชันซึ่งมีมากมาย อาทิ โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกหรือ อีอีซี ,โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก ,รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน,การก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังที่ 2 หรือ เทอร์มินอล 2 โครงการเหล่านี้มีการทุจริตเอื้อประโยชน์กลุ่มทุน และคนในรัฐบาลคนใดได้รับประโยชน์อย่างไรบ้างรวมทั้งการยื้อเวลาแบน3สารพิษ เพื่อรอให้หมดสต๊อกก่อน ใครได้ประโยชน์ ทำไมไม่ตรวจสอบ ดังนั้นขอให้ทำหน้าที่คุ่มค้าภาษีของประชาชนด้วยอย่าทำตัวเหมือนอยู่ใน&amp;rdquo;โรงเหล้าเถื่อน&amp;rdquo;


4.วิกฤติทางการเมืองที่ยังติดหล่ม เพราะผลพวงจากการรัฐประหารของคสช.ไม่ได้รักษาสัญญาประชาคมที่จะสร้างความสมานฉันท์สามัคคีและปฏิรูปประเทศทุกด้านร่างรัฐธรรมนูญมาสืบทอดอำนาจตัวเองตอนนี้เริ่มส่งผลกระทบแทบทุกด้าน ด้านการเมืองก็ยังวนเวียนอยู่ในวงจรอุบาทว์ กระบวนการยุติธรรมก็ไม่เป็นที่เชื่อถือยอมรับ ประชาชนไม่รับความยุติธรรมก็เพิ่งพาใครไม่ได้ การแก้ปัญหาเศรษฐกิจก็ถึงทางตันประชาชนระดับล่างเดือดร้อนกันทั่วหน้า แต่กลุ่มทุนใหญ่รวยขึ้น ประชาชนทุกภาคส่วนทุกเสื้อสีกำลังอึดอัดกับสถานการณ์ เริ่มมีกระแสออกมาไล่รัฐบาล ดังนั้นขอให้เร่งแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่าเล่นเกมเตะถ่วง และตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาผลกระทบจากการกระทำประกาศและคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และการใช้อำนาจของหัวหน้าคสช. ตามมาตรา 44 เพื่อเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการรัฐประหาร รวมทั้งปรับปรุงแก้ไขกฎหมายต่างๆให้สอดคล้องกับสถานการณ์ แล้วเริ่มต้นแก้ไขปัญหาให้ถูกทางมิเช่นนั้นบ้านเมืองจะเสียหายเกินกว่ารัฐบาลจะรับผิดชอบได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51508</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดึงการเมืองลงท้องถนน, นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์, ประธานญาติวีรชน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191117/image_big_5dd153efe1573.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50452</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/11/2019 14:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/11/2019 14:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประธานญาติวีรชนฯชี้ 4 สถาบันหลักของชาติสั่นคลอน หวั่นซ้ำเติมความขัดแย้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 พ.ย. 2562 นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา&amp;rsquo;35 และอดีตกรรมการศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดอง สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กล่าวถึงสถานการณ์บ้านเมืองในขณะนี้ว่า มีปรากฎการณ์ทางการเมืองหลายอย่างที่น่าเป็นห่วงและอาจจะส่งผลให้เกิดความขัดแย้งและความแตกแยกของคนในชาติได้ &amp;nbsp;หากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องไม่ยึดหลักของการปกครองที่ต้องยึดผลประโยชน์ของสาธารณและประเทศชาติ ก็อาจส่งผลกระทบต่อสถาบันหลักของชาติ ทำให้สังคมเกิดวิกฤติอีกครั้งได้ จึงอยากเตือนสติในเรื่องสำคัญดังนี้


1.การหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(ส.ส.)ซึ่งเป็น1ใน3เสาหลักของระบอบประชาธิปไตย แต่ส.ส.บางส่วนกลับใช้เวทีของสภาผู้แทนฯเป็นเครื่องมือเล่นงานฝ่ายตรงข้ามสนองวาระทางการเมืองของตัวเอง การพูดหรือแสดงออกต่างๆไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนแต่อย่างใด แต่ยังโชคดีที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ที่ยึดมั่นในหลักการเป็นกัปตันคอยกำกับให้ทุกฝ่ายเดินถูกทิศทาง จึงอยากเตือนผู้ทรงเกียรติทั้งหลายว่าอย่าทำให้ประชาชนเบื่อหน่ายต่อระบบรัฐสภาอีกเลย แล้วก็ไปเรียกร้องให้ทหารมาแก้ปัญหาอีก จึงอยากให้ทุกท่านได้ใช้เวทีรัฐสภาให้เป็นที่พึ่งพาของประชาชนและเป็นเวทีหาทางออกจากความขัดแย้งให้ได้ &amp;nbsp; &amp;nbsp;


2.กรณีฝ่ายบริหารโดยฝ่ายเศรษฐกิจใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ&amp;rdquo;ชิม ช้อป ใช้&amp;rdquo;จากเฟส1เข้าเฟส3แล้วถือเป็นความล้มเหลวของการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ เป็นการแจกเงินที่เลวร้ายกว่าประชานิยมยุคทักษิณ ควรยุติทันทีแล้วหันมาพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างนวัตกรรมใหม่ๆให้ก้าวหน้าทันโลก ที่น่ากระหนกคือกรณีเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเวียนหนังสือข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี พิจารณาการใช้เงินกองทุนประกันสังคมกู้ยืมเพื่อการลงทุนหรือการกู้ยืมเพื่อรายจ่ายจำเป็นอื่นๆได้ ขอเตือนว่าอย่าแม้แต่คิดเพราะจะเกิดความเสียหายร้ายแรงกว่าที่คิด และขอให้ยึด&amp;ldquo;ศาสตร์พระราชา&amp;rdquo;อย่าแท้จริงอย่าปากพูดอย่างแต่ทำตรงข้าม


3.กรณีตุลาการศาลปกครองสูงสุดแถลงกลับคำตัดสินใหม่ให้บริษัทเอกชนแห่งหนึ่งเข้าร่วมประมูลโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออกมูลค่า2.7แสนล้านบาทได้ โดยอ้างเรื่องกระบวนการตรวจรับเอกสารไม่ชัดเจน ทั้งที่เคยมีแนวคำวินิจฉัยศาลปกครองสูงสุดกรณีเอกชนยื่นประมูลไม่ทันเวลา ถึง5กรณี ซึ่งศาลฯวินิจฉัยให้เอกชนแพ้ทั้งหมดบางกรณีประมูลช้าเพียง39 วินาทีก็ยังไม่ได้ เทียบคดีประมูลสนามบินอู่ตะเภามาสาย9นาทีแต่กลับทำได้ แล้วมาตรฐานระบบการจัดซื้อจัดจ้างอยู่ตรงไหน จึงหวังว่าการพิจารณาในคดีต่างๆโดยเฉพาะคดีที่เกี่ยวกับทางการเมืองจะต้องมีบรรทัดฐานชัดเจน และเมื่อวินิจฉัยออกมาแล้วต้องทำให้ทุกฝ่ายยอมรับได้ ไม่ใช้มวลชนกดดันศาลเหมือนในอดีตอีก เพราะตุลาการเป็นพึ่งสุดท้ายหากพึ่งพาไม่ได้ ปัญหาจะไม่มีข้อยุติ และจะพังกันทั้งหมด


4.ความขัดแย้งของสังคมไทยในช่วงทีผ่านมา&amp;rdquo;กองทัพ&amp;rdquo;ถูกดึงเข้ามาพัวพันด้วยจนบัดนี้ยังถอนตัวออกจากความขัดแย้งไม่ได้ เพราะไม่ได้ทำตามสัญญาประชาคมที่จะสร้างความปรองดองคนในชาติ ผบ.ทบ.คนปัจจุบันในฐานะที่เป็นทหารของพระราชา ต้องไม่ถลำตัวไปเป็นคู่ขัดแย้งเสียเอง อย่ามองคนในชาติที่เห็นต่างทางความคิดเป็นข้าศึกศัตรู เพราะประชาชนทุกภาคส่วนคือพสกนิกรขององค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อย่าให้ใครดึงสถาบันพระมหากษัตริย์มาทำลายล้างกันเอง ความขัดแย้งต่างๆในประเทศสามารถเอาชนะได้โดยไม่ต้องรบ การใช้อำนาจไม่อาจชนะเสมอไป ดังนั้นกองทัพจะเป็นกลไกสำคัญคลี่คลายความขัดแย้งของคนในชาติได้หากผู้นำกองทัพมีวิสัยทัศน์รู้จักใช้ทั้งศาสตร์และศิลป์ในการแก้วิกฤติของชาติ


&amp;ldquo;สถานการณ์ของบ้านเมืองขณะนี้ยังไม่อาจวางใจได้ เพราะ5ปีคสช.ล้มเหลวในการสร้างสมานฉันท์ปรองดองของคนในชาติ ขณะที่ปัจจุบันก็มีเหตุการณ์ทางการเมืองหลายอย่างที่อาจจะเป็นเงื่อนไขความขัดแย้งใหม่ปะทุขึ้นอีก หากผู้มีอำนาจหน้าที่โดยตรงในสถาบันหลักของชาติไม่ตระหนักถึงหลักปกครองของบ้านเมือง ใช้ดุลยพินิจเพื่อสนองวาระทางการเมืองหรือผลประโยชน์ของตัวเอง ก็จะยิ่งซ้ำเติมสถานการณ์ให้เลวร้ายกว่าเดิมอีก เมื่อเกิดเหตุการณ์รุนแรงบาดเจ็บล้มตายแล้วก็หาคนรับไม่ผิดชอบไม่ได้ สุดท้ายผู้ที่รับเคราะห์ก็คือประชาชน จึงวิงวอนให้ทุกฝ่ายยึดมั่นในพระราชดำรัชของพระเจ้าอยู่หัวที่ให้ทุกฝ่ายรักสามัคคีร่วมกันนำพาประเทศชาติเดินไปข้างหน้าให้ได้&amp;rdquo;นายอดุลย์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50452</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความขัดแย้งทางการเมือง, นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์, ประธานญาติวีรชน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181124/image_big_5bf95ef93cbf9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30952</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/03/2019 13:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/03/2019 13:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประธานญาติวีรชน จี้ผบ.ทบ.วางตัวให้เหมาะสม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 มี.ค. 2652 นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา35 กล่าวถึงข้อโต้แย้งและการกระทบกระทั่งระหว่างพรรคการเมืองกับกองทัพในขณะนี้ทำให้พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. แสดงปฏิกิริยาไม่พอใจและนำหน่วยขึ้นตรงกองทัพบกแสดงพลังทำให้ประชาชนเกิดความรู้สึกหวาดวิตกกังวลจะส่งผลต่อการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นว่า รู้สึกอึดอัดต่อปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยความสังเวชใจ ขอเตือนสติทุกฝ่ายทั้งฝ่ายการเมืองและกองทัพ ในขณะที่กำลังจะมีการเลือกตั้งและเสนอนโยบายต่างๆหลากหลายเพื่อให้ประชาชนคนไทยได้ใช้วิจารณญาณในการพิจารณาเลือกผู้แทนราษฎรและพรรคการเมืองต่างๆมาทำหน้าที่บริหารประเทศย่อมเป็นสิทธิเสรีภาพของพรรคการเมืองและผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งจะสามารถเสนอความคิดแนวทางต่างๆหลากหลายได้โดยชอบ ทั้งนี้ต้องเป็นโยบายที่ไม่ขายฝัน ต้องมีวิธีที่ปฏิบัติได้อย่างชัดเจน และก็ย่อมเป็นสิทธิของประชาชนจะชอบหรือไม่ชอบนโยบายนั้นๆเพื่อนำไปสู่การตัดสินใจเลือกลงคะแนนให้ จึงไม่สมควรอย่างยิ่งที่ผู้นำเหล่าทัพจะแสดงปฏิกิริยาไม่เห็นด้วย ด้วยการใช้พละกำลังความรุนแรง

การแสดงออกนั้นจะเหมาะสมหรือไม่ประชาชนคนไทยย่อมมีความคิดเห็นเป็นของตนเอง การแสดงสำนึกถึงของทหารต่อเสด็จพ่อร.5 และพ่อหลวงร. 9 ย่อมเป็นสิ่งประเสริฐและใคร่ขอให้แสดงสำนึกต่อเสด็จพ่อร.5และพ่อหลวงร.9 ในกรณีที่รัฐบาลไทยโดยพล.อ.ประยุทธ์ และผู้เกี่ยวข้อง ได้พยายามทำสิ่งที่ถูกครหา เรื่องที่อาจจะไม่สุจริตในโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินของ&amp;nbsp;AEC&amp;nbsp;ที่ผนวกเอาที่ดินพระราชทานของร.5 ที่บริเวณมักกะสัน ให้ไว้กับการรถไฟแห่งประเทศไทยเพื่อราษฎรของพระองค์ท่าน ให้แก่กลุ่มทุนดังหลักฐานที่ปรากฏ จึงหวังว่าการปกป้องพระราชดำริของพ่อหลวงร.5 พี่ได้ทรงวางไว้ จะได้รับการปกป้องดูแลด้วยสำนึกที่กำลังแสดงออกอยู่ขณะนี้ด้วย

นายอดุลย์กล่าวอีกว่า ผู้นำกองทัพบกที่ผ่านมาแสดงชัดเจนว่ากองทัพอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐบาลและประชาชน จึงขอเตือนบทบาทการกระทำที่แสดงออกต่อสาธารณะของผบ.ทบ.คนปัจจุบันและผู้นำเหล่าทัพบกทั้งหลาย สมควรต้องระมัดระวังและเดินตามนโยบายที่ผ่านมา ผบ.ทบ.คนปัจจุบันในฐานะทหารกล้าของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ให้คำมั่นสัญญาว่าจะปฏิบัติตามนโยบายนั้นๆอย่างเคร่งครัดถึงแม้ว่าจะมีความใกล้ชิดสนิทชิดเชื้อในความเป็นพี่น้องทหารที่เคยอุ้มชูกันมาแต่เมื่อมาทำหน้าที่ในการนำกองทัพบกก็จะต้องมีความเข้าใจอย่างชัดเจนว่าการใช้ความรู้สึกส่วนตัวเป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวังอย่างยิ่งเป็นพิเศษ โดยเฉพาะผลพวงบทเรียนจากเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ซึ่งทายาทผู้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ได้ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดี เพื่อให้ทุกฝ่ายอยู่ร่วมกันได้อย่างปกติสุขสังคมก็ให้การยอมรับ ครอบครัวญาติวีรชนพฤษภาคม&amp;rsquo;35 ขออวยพรภาวนาให้ท่านผบ.ทบ.และผู้นำเหล่าทัพทั้งหลายได้ช่วยกันนำพาประเทศพ้นจากความวุ่นวายที่บั่นทอนประเทศชาติและประชาชนคนไทยมานานนับ 10 ปีที่ผ่านมาด้วย

&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30952</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์, บิ๊กแดง-พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์, ประธานญาติวีรชน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181124/image_big_5bf95ef93cbf9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22682</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/11/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘อดุลย์’ชำแหละคสช. สุดโต่งกว่ายุคทักษิณ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ประธานญาติวีรชนฯ ติงรัฐบาล คสช.ใช้นโยบายประชานิยมสุดโต่ง เลวร้ายกว่ายุคทักษิณ ย้อน 4 ปีแก้เศรษฐกิจเหลว น่าละอายทุ่มงบประมาณช่วยพรรคพลังประชารัฐซื้อเสียงล่วงหน้า &amp;quot;ภูมิธรรม&amp;quot; ฟุ้งถ้าอยากรวยให้เลือกเพื่อไทย &amp;quot;มัลลิกา&amp;quot; ด่าเช็ดพรรคตระกูลเพื่อ มีอาการเหมือนจับไข้กลัวผีจะมาหักคอ ประชานิยมกลับมาหลอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันเสาร์ นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 วิจารณ์นโยบายรัฐบาล ที่มีการใช้เงินจำนวนมากในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา โดยเฉพาะการที่รัฐบาลออกมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย 1 แสนล้านบาทว่า น่าจะเป็นความตั้งใจที่จะซื้อเสียงล่วงหน้าอย่างเต็มที่ ภาคประชาชนคัดค้านวิธีการใช้งบประมาณแผ่นดินที่เป็นภาษีของประชาชนทั้งประเทศไปใช้เพื่อตอบสนองประโยชน์ทางการเมือง ด้วยการอ้างช่วยเหลือคนจน เป็นการบังหน้าทุกรูปแบบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า การที่รัฐบาลบริหารประเทศล้มเหลว ทำให้ประชาชนเดือดร้อนทางเศรษฐกิจมากว่า 4 ปี แต่พอใกล้จะเลือกตั้ง กลับมีมาตรการแจกเงินผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในโครงการประชารัฐ ที่ตรงกับชื่อของพรรคที่จะสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นพรรคที่เสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้งอย่างแน่นอน เพราะมี 4 รัฐมนตรีใน ครม.สมัครเป็นสมาชิกพรรคและเป็นแกนนำพรรคแล้ว แต่ก็ยังไม่ยอมลาออก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เป็นเรื่องที่น่าละอายเป็นอย่างยิ่ง จะอ้างว่าไม่ได้เป็นการหาเสียงคงไม่มีใครเชื่อ และเท่ากับเป็นผลประโยชน์ทับซ้อน แม้จะไม่ผิดกฎหมายชัดเจน แต่สำหรับคนที่มีมโนธรรมสำนึก จะรู้สึกผิดแน่นอน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอดุลย์กล่าวว่า กว่า 4 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลไม่ได้ปฏิรูปประเทศแทบทุกด้าน รวมทั้งไม่ปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจที่เอื้อประโยชน์กับกลุ่มทุนใหญ่ไม่กี่ตระกูล ไม่มีการบังคับใช้กฎหมายการป้องกันการผูกขาดอย่างจริงจัง การขยายตัวของจีดีพีก็กระจุกตัวอยู่กับกลุ่มทุน &amp;nbsp; แต่คนระดับล่างทำมาหากินลำบาก แถมยังออกนโยบายแบ่งเค้กให้ประโยชน์กลุ่มทุนอีก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;รัฐบาลหาเงินได้น้อย แต่กลับนำเงินมาแจกสะเปะสะปะโดยไม่มียุทธศาสตร์ ไม่ได้สร้างความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน แต่อย่างใด ขัดกับหลักเศรษฐกิจพอเพียง เพราะแจกแล้วไม่เห็นว่าประเทศจะพัฒนาขึ้นได้ เป็นการสร้างค่านิยมผิดๆ ทำแบบสิ้นคิด ไม่รู้ว่าใช้อะไรคิด แจกไปแล้วก็ใช้หมด ไม่เกิดประโยชน์กับประเทศ ถ้านำเงินไปพัฒนาด้านอื่นๆ ที่จะสร้างรายได้ให้ประชาชนและประเทศชาติในระยะยาว จะให้ประโยชน์กว่ามาก&amp;quot;
เลวร้ายกว่าทักษิณ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอดุลย์เชื่อว่า ประชาชนฉลาดและตามทัน ส่วนใหญ่ไม่ต้องการเห็นการสืบทอดอำนาจ โดยเฉพาะจากเงินซื้อเสียงแบบนี้ จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลเลิกแก้ปัญหาเศรษฐกิจแค่ระยะสั้นๆ เพราะจะสร้างภาระกับประเทศชาติในระยาว&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนฯ กล่าวด้วยว่า &amp;nbsp;รัฐบาลยุคนายทักษิณ ชินวัตร ที่ใช้นโยบายประชานิยมก็ไม่มีการแจกเงินตรงๆ กันแบบนี้ จะอ้างว่าช่วยเหลือคนจนลดภาระครัวเรือนแล้วบริหารประเทศมา 4 ปี ทำไมคนไทยยังไม่หายจน และยังลืมตาอ้าปากไม่ได้ จึงต้องถึงกับแจกเงินเชียวหรือ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เป็นนโยบายประชานิยมสุดโต่ง เลวร้ายกว่ายุคทักษิณเสียอีก ที่มีคนลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐถึง 14.5 ล้านคน ก็เท่ากับประจานความล้มเหลวในการบริหารประเทศของตัวเอง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการช่วยเหลือเกษตรกรก็ใช้เงินชดเชยเหมือนเดิม แทนที่จะใช้สติปัญญาคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อสร้างความยั่งยืนให้เกษตรกรในระยะยาว หรือใช้อำนาจเบ็ดเสร็จของ คสช.ตัดวงจรพ่อค้าคนกลางพวกเสือนอนกิน พวกที่ทำนาบนหลังคน ก็จะทำให้สินค้าการเกษตรสูงขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้ามีปัญญาทำได้แค่นี้ ก็อย่าคิดสืบทอดอำนาจให้ประเทศชาติต้องติดหล่มต่อไปอีกเลย ยิ่งจะทำให้เกิดวิกฤติทั้งการเมืองและวิกฤติเศรษฐกิจไม่รู้จบ&amp;quot; นายอดุลย์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนาวุฒิ วิชัยดิษฐ กรรมการสรรหาผู้สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อชาติ กล่าวถึงมาตรการช่วยเหลือชาวสวนยางไร่ละ 1,800 บาทของรัฐบาลว่า การแก้ปัญหาความเดือดร้อนให้เกษตรกรชาวสวนยางด้วยวิธีดังกล่าว เป็นการแก้ปัญหาที่ผิดทาง เหมือนเป็นการแก้ผ้าเอาหน้ารอดให้เกษตรกรเห็นว่ารัฐบาลได้ช่วยชาวสวนยางแล้ว ให้เขาสบายใจก่อนการเลือกตั้งที่จะมาถึง ไม่ต่างอะไรกับมาตรการเอาเงินไปแจกประชาชนกลุ่มนั้นกลุ่มนี้ที่ทำกันมา วิธีเช่นนี้ไม่สามารถทำให้ราคายางดีขึ้นได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ วิธีการแก้ปัญหาราคายางที่ถูกต้อง รัฐบาลต้องไปคุยกับประเทศผลิตยางด้วยกันเพื่อกำหนดราคาขั้นต่ำว่าควรเป็นเท่าไหร่ ซึ่งรัฐบาลประชาธิปไตยก่อนหน้านี้เขาทำกันมาแล้ว ราคาก็ดีกว่าที่เป็นอยู่ แต่เมื่อมีการรัฐประหาร ราคายางก็ไม่ได้กระเตื้องขึ้น กระบวนการพูดคุยระหว่างรัฐบาลอาจหายไปหรือไม่อย่างไร ดังนั้นประเทศเราจึงต้องมีรัฐบาลประชาธิปไตยเข้ามาเพื่อไปสานความสัมพันธ์ แล้วเจรจาเรื่องนี้ เพื่อกำหนดราคายางขั้นต่ำขึ้นมา แบบนี้จะเป็นทางออกที่ดีที่สุด&amp;nbsp;
เลือกเพื่อไทยรวย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ได้กล่าวกับผู้ที่มาสมัครเป็นสมาชิกพรรคที่จังหวัดอุบลราชธานีว่า การเลือกตั้งที่จะมีขึ้นนี้ เพื่อไทยพร้อมที่จะไปดูแลปัญหาของพี่น้องประชาชน เอาประสบการณ์การบริหารประเทศที่เคยทำให้พี่น้องอยู่ดีกินดีมีเงินในกระเป๋ามาทำให้พี่น้องอยู่ดีกินอิ่มเหมือนเช่นในยุคที่เพื่อไทยเป็นรัฐบาล
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การเลือกตั้งที่จะมีขึ้นนี้ เป็นสิทธิเสรีของพี่น้องประชาชนที่จะเลือกใคร ถ้าพี่น้องคิดว่าตอนนี้ตนเองรวยแล้วก็เลือกพรรคอื่น หากว่าคิดว่าตัวเองจนลง ในกระเป๋าไม่มีเงิน ก็เลือกเพื่อไทยให้เข้ามาแก้ปัญหาให้ ส่วนการเลือกตั้งต้องมีการจัดการเลือกตั้งโดยเร็ว ประชาชนอยากเห็นการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น&amp;quot; เลขาธิการพรรคเพื่อไทยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การที่พรรคเพื่อไทย และสารพัดพรรคเพื่อทั้งหลาย ออกมาตีโพยตีพายต่อนโยบายประชานิยมของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชานั้น ล้วนเป็นพฤติกรรมกลัวโดนผีหลอก อาการตอนนี้เหมือนจับไข้ กลัวผีจะมาหักคอ เพราะล้วนเป็นสิ่งที่บรรพบุรุษตัวเองเคยทำ ทั้งเรื่องประชานิยมโดยอำนาจรัฐและผลประโยชน์แลกกับคะแนนอนาคต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งหมดล้วนใช้งบประมาณหลวงภาษีประชาชน คนที่ทำประชานิยมนี้ก็เป็นคนคนเดียวกับที่เคยทำให้กับพรรคไทยรักไทย คือ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ คุณสมบัติคือมือเปิบในการใช้เงินหลวงคู่ใจในอดีตของนายทักษิณ ชินวัตร ทั้งนี้ เสียเวลาพูดว่ากล่าวใดๆ เพราะทั้งหมดล้วนเป็นวิจารณญาณของผู้มีอำนาจและประชาชนที่สามารถเล็งเห็นอนาคตของตนได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอติงบรรดาพรรคสารพัดเพื่อว่าอย่าเสียเวลาสั่งสอนใครในสิ่งที่บรรพบุรุษตนเคยทำ เพราะมันจะไม่มีความน่าเชื่อถือ ซ้ำยังเสียบรรยากาศ และจะกลายเป็นข้ออ้างสำหรับการเลื่อนเลือกตั้งอีก หยุดพฤติกรรมเดิมแล้วไปเพิ่มเติมคือทำคุณงามความดีเพื่อประชาชนบ้าง &amp;nbsp;อย่ากลัวผีมาหักคอ อย่าอ้างแค่ประชาธิปไตย แต่ในใจก็ยอมให้เผด็จการทักษิณผูกขาด&amp;quot; นางมัลลิกากล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า พรรคพร้อมดำเนินในนโยบายที่ดี โดยนำประชาชนเป็นศูนย์กลาง ส่วนกรณีที่ กกต.จะตรวจสอบนโยบายนี้นั้น เป็นเรื่องปกติ พรรคไม่มีความกังวลในเรื่องดังกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ถูกวิจารณ์ว่าไม่ต่างจากนโยบายประชานิยมนั้น นโยบายนี้มีเป้าหมายชัดเจนที่จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้มีรายได้น้อยให้ลืมตาอ้าปากได้ แต่ไม่ก่อให้เกิดภาระต่อประเทศ เราไม่มองว่านโยบายพรรคแตกต่างจากนโยบายของรัฐบาลหรือไม่ เพราะอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน ย่อมถือว่าดี และไม่คิดว่านโยบายนี้จะเป็นการช่วยพรรคพลังประชารัฐหาเสียงแต่อย่างใด.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22682</URL_LINK>
                <HASHTAG>คสช.ใช้นโยบายประชานิยมสุดโต่ง, นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์, ประธานญาติวีรชน, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181124/image_big_5bf95eda95736.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
