<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>50241</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/11/2019 08:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/11/2019 08:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ธิดา&#039;ละเมอหนักมาก!พวกป้าไม่มีชายชุดดำ ไม่ได้เผาเมือง ไม่มีเครือข่ายล้มเจ้า สงสัยผู้มีอำนาจจัดฉาก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
14 พ.ย.62- นางธิดา ถาวรเศรษฐ ประธานที่ปรึกษาแนวร่วมประชาธิปไตยเต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก หัวข้อ ความเท็จที่ทำให้สังคมเชื่อว่าเป็นความจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยทั่วไปผู้รักประชาธิปไตย รักสิทธิ เสรีภาพ ความเท่าเทียม และอำนาจประชาชน จะไม่ใช่คนที่เอาเรื่องเอาราวไปฟ้องร้องใครทางการเมืองให้ติดคุก หรือให้ติดคุกนาน ๆ นี่เป็นความจริงที่ปรากฏมาตลอด นอกจากคู่กรณีบางคนที่จำเป็นต้องฟ้องร้องเพื่อปกป้องชื่อเสียง เกียรติยศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่โดยภาพรวมของการต่อสู้ทางการเมือง เราถูกกระทำในฐานะเป็นฝ่ายรับ ถูกกล่าวหาด้วยเรื่องเท็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อหา...มีชายชุดดำที่เป็นกองกำลังอาวุธ ใช้ความรุนแรง
ข้อหา...มีเครือข่ายล้มเจ้า
ข้อหา...เผาบ้านเผาเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สามข้อหานี้ถูกป่าวประกาศ เผยแพร่ ใส่ความซ้ำแล้วซ้ำอีก แม้แต่ นายสนธิ ลิ้มทองกุล มาออกรายการเล่าเรื่องยังอ้างถึงรถแก๊ส ชายชุดดำของ นปช. คนเสื้อแดง ทั้งสามเรื่องนี้นอกจากทำให้สังคมหลงผิด ยังมีผลต่อคดีความของคนเสื้อแดงและแกนนำ นปช. ทั้งคดีอาญาและคดีแพ่งตราบเท่าทุกวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อเขียนย้อนรอยเหตุการณ์เมื่อพ.ศ. 2552 เราได้เล่าให้ฟังแล้วว่า การชุมนุมของ นปช. นั้น ต่างกับการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) และคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ชัดแจ้ง อย่างหนึ่งคือ เราไม่เคยบุกรุกเข้าหน่วยงานราชการไปเล่นงานเจ้าหน้าที่รัฐใด ๆ อาจมีกรณีเดียวที่บุกรุกกระทรวงมหาดไทยโดยการนำของ นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ทราบว่าถูกฟ้องร้อง แต่คงอยู่ในระยะต้น และอาจหลุดคดีอีก เพราะเขา &amp;ldquo;อยู่เป็น&amp;rdquo; ทางการเมืองเรื่องอำนาจรัฐ แต่เท่าที่ทราบ พวกเขาก็อยู่ข้างหน้าบริเวณประตูทางเข้า ไม่ได้เข้าไปในกระทรวง มีพวกแหกคอก (ที่รัฐไม่ยอมจับ ขนาดเห็นหน้าโทนโท่ หรือเป็นพวกเดียวกันสร้างสถานการณ์) ไปทุบรถที่แล่นออกมาจำนวนหนึ่ง แต่แกนนำ นปช. นายธนาวุฒิ วิชัยดิษฐ์ ก็ห้ามปราบไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อหาบุกรุกหน่วยงานรัฐนี้ โปรดสังเกตว่า กปปส. และ พธม. ทำเหมือนกัน คือพยายามยึดหน่วยงานสำคัญ เช่น ทำเนียบรัฐบาล, กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) สถานีโทรทัศน์ NBT, กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI), ท่าอากาศยาน ฯลฯ รุกไล่เจ้าหน้าที่รัฐ แม้แต่ในลิฟท์ เพราะม็อบ พธม., กปปส. คิดว่าตนเองจะยึดอำนาจรัฐได้โดยมวลชน จึงต้องยึดสถานที่สำคัญอันเป็นสัญลักษณ์ของรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่การชุมนุม นปช. ไม่ได้คิดในการยึดอำนาจรัฐ เป็นเพียงการชุมนุมประท้วง เรียกร้องให้ดำเนินตามกฎหมายและรัฐธรรมนูญ ยุบสภา, เลือกตั้งใหม่คืนอำนาจให้ประชาชน เป็นต้น เพราะเรายึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยที่อำนาจเป็นของประชาชน ไม่ใช่ของชนชั้นนำอนุรักษ์นิยมหรือกองทัพ
ประการสำคัญต่อมาที่จะพูดต่อไปนี้คือ ปัญหา นปช. มีหรือไม่มีกองกำลังอาวุธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้มาชุมนุมส่วนมากเปิดเผยตัวตนชัดเจน ใส่เสื้อสีแดงด้วยความภาคภูมิใจว่าเขาเป็นพลเมืองดี เป็นการต่อสู้สันติวิธีตามรัฐธรรมนูญ ไม่ผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญ ไม่มีปัญหากับความมั่นคง เพราะไม่เรียกร้องให้มีการเปลี่ยนระบอบแต่อย่างใด แต่เรียกร้องให้ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ คืนอำนาจให้ประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่ามีคนใส่เสื้อสีดำบ้างไหม?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอบได้ว่าก็มีสิ เพราะคนจำนวนหนึ่งชอบเสื้อดำ เพราะดูเท่ดี และอยากแสดงตัวเป็นการ์ด นปช. ซึ่งทำหน้าที่เพียงดูแลความเรียบร้อยและตรวจจับอาวุธคนที่เข้ามาในที่ชุมนุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ดังได้กล่าวมาก่อนนี้ว่า ในปี 2552 เราประกาศนโยบาย 6 ข้อชัดเจน เรื่องเป้าหมายการเมืองในระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข และใช้หนทางสันติวิธี ทั้งองค์กร นปช. และสมาชิก นปช. ต้องปฏิบัติตามนโยบายนี้อย่างเคร่งครัด ใครที่คุยโม้โอ้อวดเรื่องต่อสู้ด้วยอาวุธหรือใช้ความรุนแรงเป็นความรับผิดชอบส่วนตัว และโดยหลักถือว่าเขาไม่ใช่ นปช. อาจเป็นปัญหาส่วนตัวที่ชอบแสดงออก หรือเป็นกลุ่มแดงอิสระบางกลุ่มที่ไม่ยอมรับแนวทาง นปช. ใน 2 ข้อดังกล่าวข้างต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นการกล่าวหาเรื่องรถแก๊ส เรื่องชายชุดดำที่ใช้อาวุธ ขอยืนยันว่าไม่ใช่การตัดสินใจของ นปช. และแกนนำ นปช. เด็ดขาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราพูดซ้ำแล้วซ้ำอีกเรื่องหนทางสันติวิธีตามกฎหมายรัฐธรรมนูญและเป้าหมายทางการเมืองการปกครอง ในโรงเรียน นปช. ทั่วประเทศครั้งแล้วครั้งเล่า ทุกเวทีปราศรัยและการแถลงข่าว แต่ก็ยังถูกกล่าวหาโดยไม่มีหลักฐานใด ๆ ความจริงจนบัดนี้ยังไม่สามารถจับชายชุดดำที่ใช้อาวุธทำร้ายเจ้าหน้าที่ทหารได้เลย ได้แต่มีข้อกล่าวหาคนบางส่วนที่อยู่กับอาวุธและคดียังไม่สิ้นสุด มิพักต้องกล่าวถึงว่า ไม่สามารถโยงมาถึง นปช. จริงแต่อย่างใด ดังคำพิพากษาของศาลอาญาเมื่อวันที่ 14 ส.ค. 62 ในคดีข้อกล่าวหาก่อการร้ายต่อแกนนำ นปช.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานที่คู่ความทั้งสองฝ่ายนำสืบแล้ว เห็นว่าการกระทำในการเดินขบวนชุมนุมประท้วงโต้แย้งหรือเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องให้รัฐช่วยเหลือหรือให้ได้รับความเป็นธรรมอันเป็นการใช้สิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ การกระทำนั้นไม่เป็นความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้าย และมีคำตัดสินว่าการกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากพยานหลักฐานทางนำสืบของโจทก์ไม่มีพยานปากใดที่เข้ามาเบิกความยืนยันว่ามีจำเลยคนหนึ่งคนใดที่เป็นแกนนำกลุ่ม นปช. ได้ทำการปราศรัยหรือกระทำการอันเป็นการยุยงปลุกปั่นให้ผู้ร่วมชุมนุมกระทำการดังที่ได้ระบุไว้ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 135/1 (1) ถึง (3) แม้โจทก์จะมีพยานเบิกความต่อศาลว่า ระหว่างการชุมนุมของกลุ่ม นปช. มีเหตุการณ์ร้ายแรงเกิดขึ้นมากมายหลายแห่งตามข้อเท็จจริงที่โจทก์บรรยายในคำฟ้อง แต่พยานโจทก์ไม่ได้เบิกความยืนยันว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดังกล่าวเป็นการกระทำของบุคคลใดหรือเป็นการกระทำของฝ่ายใด และไม่มีการตรวจสอบความถูกต้องของแหล่งข่าวว่าเป็นจริงหรือไม่ และยังมีพยานโจทก์อีกหลายปากเบิกความต่อศาลว่าการชุมนุมของ นปช. เป็นการใช้สิทธิเรียกร้องทางการเมืองให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีประกาศยุบสภา แล้วจัดให้มีการเลือกตั้งกันใหม่ เหตุการณ์ร้ายแรงที่เกิดขึ้นระหว่างการชุมนุม โดยเฉพาะเหตุการณ์วันที่ 10 เมษายน 2553 ก็ไม่มีพยานปากใดเบิกความยืนยันว่าเป็นการกระทำของกลุ่ม นปช. การเดินทางไปที่รัฐสภาและสถานีดาวเทียมไทยคมก็เป็นการเดินทางไปเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลมีคำสั่งให้ต่อสัญญาณสถานีโทรทัศน์ช่องพีเพิล ชาเนล ที่รัฐบาลมีคำสั่งให้ปิดหรือตัดสัญญาณไปก่อนหน้านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชายชุดดำ ก็ไม่ปรากฏว่าเป็นกองกำลังของฝ่ายใด และไม่สามารถจับกุมบุคคลใดมาดำเนินคดีได้ในขณะนั้น ทั้ง ๆ ที่สถานที่ที่ปรากฏตัวชายชุดดำมีประชาชนอยู่ด้วยจำนวนมาก จึงไม่น่าที่เจ้าหน้าที่ของรัฐจะจับกุมดำเนินคดีไม่ได้ทันท่วงที การที่แกนนำกลุ่ม นปช. ปราศรัยบนเวทีที่ว่าหากทหารออกมาสลายการชุมนุมหรือทำรัฐประหารให้ประชาชนนำน้ำมันและให้มีการเผานั้น เป็นการกล่าวปราศรัยบนเวทีก่อนวันที่จะมีการชุมนุมใหญ่หลายวัน และไม่มีเหตุการณ์เผาทำลายทรัพย์สินตามที่มีการปราศรัยแต่อย่างใด
(อ่านรายละเอียดได้จาก https://prachatai.com/journal/2019/08/83861)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น การไม่ยอมยุติข้อกล่าวหาเรื่องชายชุดดำ, เรื่องรถแก๊ส ที่เป็นคดีในปี 2552 ถามว่า นปช. สั่งให้เอารถแก๊สไปจอดที่แฟลตดินแดงเพื่ออะไร? นปช. คนเสื้อแดงได้อะไร? มีแต่เสียหาย มีแต่คนที่จงใจสร้างสถานการณ์ใส่ร้ายป้ายสี นปช. เท่านั้นที่จะทำ ซึ่งอาจเทียบได้กับการเผาตึก ร้านค้า ในกรุงเทพมหานครและศาลาว่าการในต่างจังหวัด ซึ่งคำพิพากษาศาลแพ่งกรุงเทพใต้ได้อ่านคำพิพากษา เมื่อวันที่ 30 เม.ย. 62 ศาลฎีกาคดีประกันภัยที่ตลาดหลักทรัพย์เป็นโจทก์ ฟ้องเรียกค่าเสียหายในความผิดเรื่องประกันภัยต่อ 6 บริษัทประกันภัย โดยในคำพิพากษาระบุชัดว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ทางนำสืบของคู่ความทั้งสองฝ่ายรับฟังได้ว่า เหตุเพลิงไหม้อาคารเกิดขึ้นตอน 15.00 น. ภายหลังแกนนำประกาศยุติชุมนุมตอน 13.00 น. ตลอดจนผู้ก่อเหตุทุบทำลายและเผาอาคารก็มีประมาณ 10 คน ทั้งเป็นกลุ่มคนที่ปิดบังอำพรางใบหน้า และกลุ่มที่ทำในลักษณะมีเจตนาก่อเหตุร้ายแล้วหลบหนีไปทันที โดยไม่มีประชาชนอื่นใดร่วมกระทำการ พยานหลักฐานของจำเลยทั้งหกไม่มีน้ำหนักที่จะรับฟังว่าเหตุเพลิงไหม้ตามฟ้องเป็นผลมาจากการก่อความไม่สงบของประชาชนที่ลุกฮือต่อต้านรัฐบาล และเป็นการก่อการร้ายเพื่อหวังผลทางการเมืองตามข้อต่อสู้ของจำเลยทั้งหก ดังนั้นจำเลยทั้งหกจึงไม่อาจอ้างข้อยกเว้นความรับผิดชอบตามกรมธรรม์ประกันความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน ดังนั้นที่ศาลอุทธรณ์แผนกคดีผู้บริโภคพิพากษายกฟ้องโจทก์ทั้งสามมานั้น ศาลฏีกาฯ ไม่เห็นพ้องด้วย ฏีกาของโจทก์ทั้งสามฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้จำเลยที่ 1-6 ชดใช้ให้ &amp;ldquo;ตลาดหลักทรัพย์&amp;rdquo; พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อไป
(อ่านรายละเอียดได้ที่ https://www.posttoday.com/social/general/587947)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หรือคดีเผาเซ็นทรัลเวิลด์ ที่มีคำพิพากษายกฟ้อง 2 นปช. โดยระบุว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลเห็นว่า แม้โจทก์มีพยานเป็นรปภ.ซึ่งถ่ายภาพจำเลยที่ 1 ได้ในที่เกิดเหตุ แต่ตามคำเบิกความของรปภ. พยานโจทก์ ระบุว่าอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 30 เมตร โดยเห็นเพียงว่าจำเลยที่ 1 ถือถังดับเพลิงเท่านั้น แต่ถังดับเพลิงดังกล่าวก็ไม่ใช่อุปกรณ์ที่จะใช้ในการวางเพลิง ประกอบกับพยานโจทก์ไม่สามารถตอบทนายจำเลยได้ว่าเห็นจำเลยที่ 1 เป็นผู้วางเพลิงหรือไม่ จึงยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับจำเลยที่ 2 แม้โจทก์จะมีพนักงานห้างที่อยู่ที่เกิดเหตุ 4 คนเบิกความทำนองเดียวกันว่าเห็นคนร้าย 40-50 คน ที่มีชาย 4-5 คนเดินนำหน้าแล้วใช้หนังสติ๊กยิงใส่ต่อเนื่อง กลุ่มพนักงานจึงหลบหาที่กำบัง ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมคนร้ายภายในห้างได้ 9 คน มีจำเลยที่ 2 รวมอยู่ด้วย ศาลเห็นว่ามีข้อน่าสงสัยตามคำเบิกความของพยานโจทก์กลุ่มนี้สามารถจำจำรูปพรรณสัณฐานจำเลยที่ 2 ได้ตรงกันหมด แต่โจทก์ไม่นำเจ้าหน้าที่ที่จับกุมจำเลยที่ 2 มาเบิกความถึงรายละเอียดการจับกุม ยังมีเหตุสงสัยว่าจำเลยที่ 2 จะกระทำผิดตามฟ้องจริงหรือไม่ จึงยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลย
(อ่านรายละเอียดได้ที่ https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/496870)
แม้กระทั่งการเผาศาลากลางต่างจังหวัด มีข้อสงสัยตั้งแต่การทำสำนวนต้นทางจากพนักงานสอบสวน ซึ่งพยายามให้คนที่มีภาพว่าไปศาลากลางจังหวัด (ไปดู, ไปช่วยเจ้าหน้าที่ดับไฟ) รับว่าได้ทำการและข้อสมมุติฐานอื่น ๆ ซึ่งยังไม่ได้ยกประโยชน์แห่งความน่าสงสัยในหลักฐานให้กับผู้ถูกกล่าวหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งซึ่งขาดหายไปในการพิจารณาคือ การสร้างสถานการณ์โดยฝ่ายคนของรัฐหรือมวลชนจัดตั้งฝ่ายขวาจากองค์กรรัฐ เพื่อทำให้ดูราวกับว่าผู้ชุมนุมเมื่อเลิกชุมนุมก็ก่อความวุ่นวาย ทั้งที่แกนนำยุติการชุมนุมไปแล้ว และสถานที่สำคัญในกรุงเทพฯ รวมทั้งต่างจังหวัดอยู่ในการควบคุมของเจ้าหน้าที่รัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าสังคมใช้ตรรกะว่า ความวุ่นวายต้องเกิดจากผู้ชุมนุม การยุติการชุมนุมที่มีไม่ใช่เกิดจากการจงใจสร้างสถานการณ์ของฝ่ายผู้ปราบปราม ผู้ชุมนุมก็กลายเป็นผู้ถูกกระทำ ทั้งจากการปราบปรามโดยอาวุธจริง และจากการใช้กลไกรัฐทางกฎหมายจับกุมคุมขังนับจากปี 2553&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จำนวนมากถูกดำเนินคดีในขั้นต่าง ๆ
หลายคนไม่ได้ประกันตัว ตั้งแต่วันยุติการชุมนุม
หลายคนได้รับการปล่อยตัวไปแล้ว หลังผ่านไป 7-8 ปี
หลายคนยังอยู่ในที่คุมขัง
หลายคนกำลังจะถูกคุมขังอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดิฉันผ่านการชุมนุมมาตั้งแต่ 14 ตุลา 16 พบว่า การที่ผู้ชุมนุมจะเผาอาคารสถานที่นั้น ต้องมีเป้าหมายว่าเป็นหน่วยงานรัฐที่มีปัญหากับประชาชน แล้วฝูงชนทำอย่างเปิดเผยขณะเคลื่อนไหวจลาจล ไม่ใช่แอบงุบงิบทำ และที่สำคัญ กรณีที่เป็นสถานที่เอกชน ซึ่งไม่เกี่ยวกับอำนาจรัฐที่ปราบปรามประชาชน โดยทั่วไปผู้ชุมนุมจะไม่ทำให้เอกชนเดือดร้อนถึงขนาดเผาตึก เพราะไม่เกี่ยวกับการเอาชนะอำนาจรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่คือวิธีคิดของฝ่ายประชาชน ไม่มีการแอบงุบงิบทำไม่ให้ใครเห็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพิ่งจะเห็นว่าในยุค 2553 นี่แหละที่มีการแอบเผาตึกเอกชนที่ไม่เกี่ยวกับอำนาจรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่าผู้ชุมนุมจะทำทำไม? ให้เอกชนเดือดร้อนและผู้ชุมนุมเดือดร้อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ผู้ปราบปรามและมวลชนจัดตั้งต้องการสร้างสถานการณ์เพื่อกล่าวโทษผู้ชุมนุม 2553 หรือเปล่า?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น่าสงสัยอยู่ ???&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50241</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชายชุดดำ, ธิดา ถาวรเศรษฐ, ประธานที่ปรึกษานปช., เครือข่ายล้มเจ้า, เผาเมือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191114/image_big_5dccb0f6dff45.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49545</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/11/2019 08:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/11/2019 08:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สุดๆ!&#039;เมียเหวง&#039;โหยหาอดีตนปช.ขอฎีกาพระราชทานอภัยโทษให้&#039;ทักษิณ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 พ.ย.62- &amp;nbsp; นางธิดา ถาวรเศรษฐ &amp;nbsp; ประธานที่ปรึกษาแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) &amp;nbsp;โพตส์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ย้อนประวัติศาสตร์ นปช. และเหตุการณ์ในปี 2552&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางธิดา ระบุว่ากิจกรรม นปก. คัดค้านร่างรัฐธรรมนูญ 50 และการรณรงค์ไม่รับรัฐธรรมนูญ 50 ซึ่งทำได้มากกว่ายุครัฐประหาร 2557 เราสามารถตั้งกลุ่มรณรงค์ จัดกิจกรรมไม่รับรัฐธรรมนูญ 50 และใช้สัญลักษณ์สีแดง = VOTE NO เสื้อสีแดงและเสื้อ VOTE NO จึงแพร่หลายทั่วไป จำได้ว่าวันลงประชามติยังสามารถใส่เสื้อสีแดงได้ แต่สุดท้ายผลก็คือ คนไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ 50 ประมาณ 10 ล้านคน เหมือน ๆ กับการไม่รับรัฐธรรมนูญ 60&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราพออนุมานได้ว่า คนเสื้อแดงไม่เอารัฐธรรมนูญ 50 (ซึ่งยังดูดีกว่ารัฐธรรมนูญ 60) มีไม่ต่ำกว่า 10 ล้านคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ในที่สุดก็มีการเลือกตั้ง พรรคพลังประชาชนซึ่งนำโดย นายสมัคร สุนทรเวช ก็ได้เป็นรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การพุ่งขึ้นสูงของ นปก. โดยมี 3 เกลอ ในนามกลุ่ม PTV เป็นแกนนำก็โดดเด่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากรายการในช่อง NBT ทำให้การนัดแฟนคลับครั้งแรกที่ ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี คลาคล่ำไปด้วยแฟนคลับ PTV อย่างไม่น่าเชื่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นกิจกรรม นปก. ในการรวมพลคนเสื้อแดงที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน ก็เป็นจุดสูงสุด ที่เห็นอ่างกระทะยักษ์ประกอบด้วยคนเสื้อแดงเต็มสนาม เรายังไม่อาจออกทีวีดาวเทียมในนาม PTV ก็ไปอาศัยช่องของ MV&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กล่าวได้ว่านับจากรณรงค์ไม่รับรัฐธรรมนูญ 50 จนมีรัฐบาลพลังประชาชน นปก. ก็เติบใหญ่และมีการเปลี่ยนเป็น นปช. แดงทั้งแผ่นดิน แม้จะผ่านการถูกจับกุมคุมขังเป็นคดีในปี 50 มาก่อนก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณวีระ มุสิกพงศ์ ก็เป็นประธาน นปช. อย่างเต็มภาคภูมิ จนมีการขอฎีกาพระราชทานอภัยโทษให้ ดร.ทักษิณ ชินวัตร จากคนร่วม 5-6 ล้านคน ภายในเวลาไม่ถึง 2 เดือน แต่ในที่สุดก็ถูกอำนาจอนุรักษ์นิยมทำให้ไปไม่ถึงองค์พระมหากษัตริย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้หัวหน้าพรรคพลังประชาชนคนแล้วคนเล่าจะถูกจัดการโดยศาลรัฐธรรมนูญและโดยการเกิดงูเห่ายุคเนวินจนได้รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในปี 2552 มวลชนอนุรักษ์นิยมมีทั้งกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และกลุ่มเสื้อน้ำเงินของเนวิน แต่มวลชนเสื้อแดง นปช. กล่าวได้ว่ามีมากมายที่สนับสนุนทั้งพรรคพลังประชาชนและนปช.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49545</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธิดา ถาวรเศรษฐ, นายวีระกานต์ มุกสิกพงศ์, ประธานที่ปรึกษานปช., พระราชทานอภัยโทษทักษิณ, ย้อนประวัติศาสตร์นปช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190626/image_big_5d1338a968591.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49541</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/11/2019 07:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/11/2019 07:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;ป้าธิดา&#039;บ่น!คนเสื้อแดงตายไปหมด หายไปหมด หรือไม่ ยังไม่ชนะ&#039;แกนนำ-มวลชน&#039;ติดคุก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 พ.ย.62- นางธิดา ถาวรเศรษฐ &amp;nbsp; ประธานที่ปรึกษาแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) &amp;nbsp;โพตส์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ตั้งประเด็นว่านปช. และคนเสื้อแดงตายไปหมด หายไปหมด หรือไม่?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางธิดาระบุว่าเรามีการปรับองค์กรให้เป็นแนวร่วมที่มีรูปการ มีหลักนโยบาย มีคำขวัญ มียุทธศาสตร์ 2 ขาที่โด่งดัง มีการจัดตั้งโรงเรียนการเมืองนปช. ในช่วงปลายปี 2552 และต้นปี 2553 ประชาชน คนเสื้อแดงตื่นเต้นแข่งกันเข้าเรียนโรงเรียนการเมืองนปช.คับคั่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลายเป็นว่า นปช. คนเสื้อแดง ฤทธิ์แรงเพิ่มขึ้น โดยมีหลักการนโยบายที่สำคัญ 6 ข้อ ถือเป็นเข็มมุ่งที่ต้องปฏิบัติ หมายความว่า เรายึดการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข และใช้การขับเคลื่อน &amp;ldquo;สันติวิธี&amp;rdquo; ไม่มีกองกำลังอาวุธ เราจัดศึกษาโรงเรียนการเมืองทั่วประเทศ และออกอากาศถ่ายทอดผ่านทีวีดาวเทียมทุกนัด ปลุกให้ประชาชนตื่นตัวทางการเมืองในทิศทางที่ถูกต้อง แน่นอนมีคนไม่เห็นด้วยส่วนหนึ่ง จึงเกิดเสื้อแดงกลุ่มอิสระขึ้นหลายกลุ่มที่ไม่ยอมรับนโยบายของนปช.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มวลชนแยกออกได้ เพราะเราขยายโรงเรียนการเมืองนปช.ทั่วประเทศ สร้างแกนได้มากมาย แต่ไม่ใช่การจัดตั้งในระบบกองกำลังอาวุธ เป็นการพบปะ ร่วมชุมนุม พบปะกันทางการเมืองเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โรงเรียนการเมืองนปช. เรามาขยายอีกทีหลังปี 2553 ที่ถูกปราบอย่างหนัก ในช่วงปี 52 &amp;ndash; 53, 54 &amp;ndash; 56 เป็นเวลาบ่มเพาะทางการเมืองให้ประชาชน นอกจากนโยบาย นปช. ยุทธศาสตร์ ยังจัดศึกษาพัฒนาการทางประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติและพัฒนาการทางความคิด แนวทางการเมืองของประชาชนไทยกลุ่มต่าง ๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถือว่าเราได้บ่มเพาะประชาชนไม่น้อยทางการเมือง ให้เป็นพลเมืองที่ก้าวหน้าในระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงสามารถเป็นฐานเพื่อต่อยอดให้เป็นกลุ่มหรือพรรคการเมืองที่ก้าวหน้า สามารถขยายต่อไปไม่ยาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะประชาชนที่ก้าวหน้าแล้วจะไม่เปลี่ยนแปลงและไม่ยึดติดกับบุคคลหรือกลุ่มบุคคล/ผู้นำที่เปลี่ยนแปลงไปในทางล้าหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประชาชนมีแต่เดินหน้า นปช. เป็นองค์กรแนวร่วมที่มีประวัติศาสตร์การนำพาประชาชนต่อสู้ในช่วงเวลานับสิบปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ยังไม่ได้รับชัยชนะที่แท้จริง แกนนำจำนวนหนึ่งจึงต้องเผชิญชะตากรรมติดคุก มวลชนก็บาดเจ็บล้มตาย ติดคุก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่เป็นหนทางการต่อสู้ของประชาชนที่ยังไม่ได้อำนาจทางการเมืองจริง จะต้องเผชิญชะตากรรมเลวร้าย แต่ประชาชนมากมายยังอยู่ และมีคนรุ่นใหม่ที่เริ่มรับภารกิจต่อสู้ในเวทีต่าง ๆ แม้จะเผชิญชะตากรรมเพียงไร แต่จิตใจยังเต็มเปี่ยมด้วยพลังต่อสู้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าคิดแบบแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการตามชื่อ ก็จะเข้าใจจิตวิญญาณว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต้องมีใจกว้างขวางกับมวลมิตร
ให้กำลังใจกันและกัน
เสนอแนะกันและกัน
คำนึงถึงชัยชนะของประชาชนเป็นสำคัญยิ่งกว่าผลประโยชน์ของตนเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงอาจถือได้ว่าเป็นนักต่อสู้ตัวจริง แต่ขณะนี้ก็รอคดีที่เข้ามาเป็นระลอกทั้งแพ่งและอาญา.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49541</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนเสื้อแดง, ตายไปหมด, ธิดา ถาวรเศรษฐ, ประธานที่ปรึกษานปช., ยุทธศาสตร์2ขา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191105/image_big_5dc0bfab2750b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18931</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/10/2018 16:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/10/2018 16:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่มีอะไรที่ป้าไม่รู้!&#039;ธิดา&#039;เฉลยเหตุ 4 รัฐมนตรีไม่ยอมลาออก เพราะไม่มีการเลือกตั้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ต.ค.61- &amp;nbsp;นางธิดา ถาวรเศรษฐ ประธานที่ปรึกษานปช.ได้ทำ Facebook Live กล่าวถึงกรณีที่ 4 รมต. ยังไม่ยอมลาออกทั้ง ๆ ที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการกับบทบาททางการเมืองในพรรคพลังประชารัฐ
&amp;nbsp;คนที่รู้ว่าจะมีการเลือกตั้งหรือไม่มีนั้นคือ คสช. ก่อนหน้านี้ก็มีการสัญญาว่าจะมีการเลือกตั้งมาเป็นระยะ ๆ และมีการปรับครม. &amp;nbsp;ตนเคยกล่าวว่าถ้ามีการปรับครม. เป็นไปไม่ได้ที่การเลือกตั้งจะเกิดขึ้นภายในปีนั้น อย่างน้อยต้อง 2 ปี ซึ่งก็เป็นไปตามนั้นเพราะมีการปรับเปลี่ยน โดยเฉพาะอย่างยิ่งทีมเศรษฐกิจครั้งหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทีนี้ 4 รมต.ให้เหตุผลในการที่ยังไม่ลาออกว่า ยังมีงานที่คั่งค้างอยู่ต้องสานต่อเยอะ ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงอุตสาหกรรม, กระทรวงพาณิชย์, กระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี &amp;nbsp;ถ้าเป็นเช่นนี้สงสัยว่าคสช.จะยังไม่มีการเลือกตั้งอีกหรือเปล่า?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่าคุณจะอยู่ไปอีกนานเท่าไหร่???&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ถ้ามีน้ำหนักของการเลือกตั้งอย่างชัดเจน ปัญหาการเลือกตั้ง ปัญหาพรรคใหม่ที่ต้องดำเนินการหาเสียง การตั้งพรรคใหม่ไม่ใช่ง่าย!!! แต่ถ้าท่านบอกว่ายังมีงานค้างอยู่ในรัฐบาลเยอะ ก็แสดงให้เห็นว่าเรื่องการตั้งพรรคไม่ได้เอาจริงเอาจัง...หรือเปล่า? ทำให้อดสงสัยไม่ได้ว่า...หรือว่าจะยังไม่มีการเลือกตั้ง!!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การที่ท่านออกมาประกาศตัวและลงมือทำพรรคพลังประชารัฐ หลายคนอุ่นใจว่าจะมีการเลือกตั้งจริง แต่พอท่านไม่ลงมาทำเต็มตัว จะรอทำเอาตอนเย็น แล้วยังให้น้ำหนักการทำงานในรัฐบาลช่วงนี้มาก แสดงให้เห็นว่างานพรรคการเมืองซึ่งเป็นงานใหญ่มาก เป็นงานอนาคตระยะยาวนั้น ท่านยังไม่ได้ให้น้ำหนักเท่าที่ควร นี่สำหรับ 4 รมต.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าคุณมาทำงานพรรคการเมืองในระบอบประชาธิปไตย การตั้งพรรคและตั้งใจจะให้เป็นพรรคใหญ่นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องใช้เวลาและทุ่มเทเต็มที่ในการคิดนโยบาย การตั้งคณะกรรมการผลิตนโยบาย การวางแผนงานยุทธศาสตร์ของพรรค เรื่องการหาสมาชิก แต่ดูแล้วท่านเป็นห่วงงานในรัฐบาลมากกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้า 4 รมต.ยังทิ้งงานไม่ได้ แล้วคสช.จะทิ้งได้หรือ? แล้วอีก 3-4 เดือนจะทิ้งไหวหรือ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันพรรคการเมืองอื่นก็บอกว่าคุณเอาเปรียบ คุณมีตำแหน่ง มีเงินเดือน ที่สำคัญก็คือพรรคนี้เอาโครงการที่ตัวเองทำมา 4 ปีกว่ามาเป็นชื่อพรรค แปลว่าทุกวันที่ทำโครงการนี้ก็คือการโฆษณาพรรคดี ๆ นี่เอง!!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เอาเปรียบในฐานะที่มาจากอำนาจรัฐที่ไม่ได้มาจากประชาชน แล้วไม่ได้อยู่ในฐานะรัฐบาลรักษาการ แต่เป็นรัฐบาลที่มีอำนาจเต็มและมีอำนาจเหนือกว่ารัฐธรรมนูญ ไม่ต้องพูดเลยว่าเหนือกว่ากกต.ด้วยซ้ำ ใช้ม.44ปลดกกต.ได้!!! จัดการใครก็ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางธิดากล่าวว่าการที่รมต.ยังไม่ยอมลาออกก็แสดงให้เห็นว่าคสช.ยังไม่ต้องการการเปลี่ยนแปลงใด ๆ อาจจะต้องอยู่อีกนาน ยังมีอยากเปลี่ยนตัวรมต.ในช่วงนี้ ทำให้มองเห็นว่าอนาคตของการที่คสช.จะลงจากอำนาจก็ต่อเมื่อมีรัฐบาลใหม่ ซึ่งการมีรัฐบาลใหม่อย่างราบรื่นและรวดเร็วดูแล้วมันคงยาก เพราะแม้กระทั่งรมต.ทั้ง 4 คนจะถูกตำหนิติติงใด ๆ ก็ตาม ท่านก็ยังอ้างเหตุผลว่า ไม่ผิดกฎหมาย ทำได้ แปลว่าท่านไม่ได้ตั้งใจทำงานการเมืองเป็นด้านหลัก แต่ท่านต้องการบริหารราชการเป็นด้านหลัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่คือคำถามมายังคสช. และ 4 รมต. ว่า ตกลงท่านตั้งใจจะให้มีการเลือกตั้งในวันที่ 24 ก.พ. จริงหรือเปล่า? เพราะว่าแม้กระทั่งพรรคการเมืองท่านก็ไม่ได้ตั้งใจที่จะทำอย่างทุ่มเท แต่กลับใช้เวลาในการบริหารราชการมากกว่า แล้วอ้างว่ายังทิ้งงานไม่ได้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หรือว่าการเลือกตั้งจะยังไม่มาถึง !!!&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18931</URL_LINK>
                <HASHTAG>4 รัฐมนตรี, ธิดา ถาวรเศรษฐ, ประธานที่ปรึกษานปช., ลาออก, ไม่มีการเลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181002/image_big_5bb340d85088a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17926</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/09/2018 11:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/09/2018 11:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เหลือเชื่อ!&#039;ป้าธิดา&#039;ยันไม่ได้เป็นคนเพื่อไทย ซัดปชป.เอาแต่ต้านระบอบทักษิณ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ก.ย.61-นางธิดา ถาวรเศรษฐ ประธานที่ปรึกษานปช. ได้กล่าวในการทำ Facebook Live &amp;nbsp;ซึ่งก็ยังคงเป็นเรื่องของพรรคประชาธิปัตระบุว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่นายนิพิฎฐ์โพสต์เฟสบุ๊คบอกว่ารำคาญที่ตนออกมาวิจารณ์พรรคประชาธิปัตย์เป็นเพราะ &amp;ldquo;พรรคของตัวไม่มีหัว&amp;rdquo;ตนพูดมาตลอดว่าไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคการเมืองใด โดยเฉพาะพรรคการเมืองในระบอบประชาธิปไตยแบบทุนนิยม แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่ได้สนับสนุนหรือโจมตีว่าใครไม่ดี และเหตุที่ต้องพูดเรื่องพรรคประชาธิปัตย์เพราะพรรคปชป.เป็นปัจจัยสำคัญในทางการเมืองของประเทศไทย อันนี้ถือว่าให้เกียรติให้ความสำคัญพรรคปชป.และวิเคราะห์ในฐานะนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ผู้รักประชาธิปไตย รักความเป็นธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อสังเกตว่าเมื่อคสช.ออกคำสั่ง 13/61 คลายล็อก เหมือนคลายโซ่ให้ยาวขึ้น ให้ทำงานธุรการแบบที่นายอภิสิทธิ์พูด ก็ปรากฎว่ามีการประชุมเมื่อวานซึ่งพูดถึงอุดมการณ์ นโยบาย การเปลี่ยนแปลงข้อบังคับต่าง ๆ รวมทั้งเรื่องการให้สมาชิกพรรคมาร่วมลงคะแนนแคนดิเดทหัวหน้าพรรคปชป.คนใหม่ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางธิดากล่าวต่อว่าพอปชป.มีการขยับก็เริ่มกระชับพื้นที่ ทำให้เห็นชัดว่าจุดยืนของการต้านสิ่งที่เรียกว่า &amp;ldquo;ระบอบทักษิณ&amp;rdquo; นั้นมันค่อนข้างที่จะเป็นกระแสหลัก ยกตัวอย่าง หมอวรงค์ก็ถูกแคนดิเดทในฐานะผู้นำการต้านคุณยิ่งลักษณ์ มีผลงานชิ้นโบว์แดงเรื่องการจำนำข้าว นายบุญยอดที่เป็นแกนนำกปปส.ก็มาเชียร์ปชป.ในฐานะผู้นำในการต้านระบอบทักษิณ พูดง่าย ๆ ว่าการต้านสิ่งที่เรียกว่าระบอบทักษิณ การต้านคุณทักษิณ คุณยิ่งลักษณ์ เหล่านี้กลายเป็นกระแสในการพิจารณาคุณสมบัติของผู้สมัครหัวหน้าพรรค...หรืออย่างไร?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หมอวรงค์ก็แสดงตัวว่าเป็นผู้นำคนสำคัญยืนหยัดในเรื่องจำนำข้าวจนสามารถทำให้คุณยิ่งลักษณ์ต้องพ้นตำแหน่ง สามารถจัดการกับพรรคเพื่อไทยได้ สามารถล้มรัฐบาลได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับนายอภิสิทธิ์จะโชว์ผลงานอะไร? อาจจะบอกเป็นผลงานปราบประชาชนในปี 2553ได้อย่างเด็ดขาด...หรืออย่างไร ปราบเสร็จแล้วไม่เจอศาลลงโทษด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นการขยับตัวครั้งนี้แคนดิเดทหัวหน้าพรรคก็ชูการต้านระบอบทักษิณและจัดการคุณยิ่งลักษณ์เป็นสำคัญ ชี้ให้เห็นว่าพรรคปชป.จะญาติดีกับพรรคเพื่อไทยเพื่อไปต้านคสช.เป็นไปไม่ได้...หรือเปล่า? แต่น่าจะไปร่วมกับผู้สนับสนุนคสช.มาต้านสิ่งที่เรียกว่า &amp;ldquo;ระบอบทักษิณ&amp;rdquo; ซึ่งนี่เป็นเป้าหมายทางยุทธศาสตร์ในการจัดการทำลายพรรคคู่แข่งทางการเมืองของปชป.และของฝ่ายอนุรักษ์นิยมอำนาจนิยมทั้งหมด เรียกว่าสมประโยชน์ทั้งหมด ต้องอยู่ฟากเดียวกัน...หรือเปล่า? นี่คือข้อสังเกตประการที่หนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประการที่สอง มีการเสนอตัวแคนดิเดทหัวหน้าพรรค รวมทั้งมีการเสนอที่จะให้นายเอกณัฐ พร้อมพันธุ์ มาเป็นโฆษกพรรค ยิ่งชัดเจนว่ามันสัมพันธ์ใกล้ชิดกับพรรครปช.มากขึ้นใช่หรือเปล่า?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะฉะนั้นเราจะเห็น 2 อย่างเลย อย่างแรกที่บอกว่าชูธงต้านระบอบทักษิณเป็นด้านหลัก...หรือเปล่า? ไม่ว่าจะเป็นแคนดิเดทหัวหน้าพรรคทั้งสอง เราจะเห็นความสัมพันธ์ระหว่างพรรครปช.กับพรรคปชป.มากยิ่งขึ้น ทั้งในตัวบุคคลและในแนวทาง เท่ากับว่าเป็นการกระชับพื้นที่และผูกพันใกล้ชิดกับพรรครปช.ไปทางเดียวกัน ไปทางก๊กที่สนับสนุนคสช. ใช่หรือเปล่า?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การขยับครั้งนี้ของพรรคปชป.เท่ากับกระชับพื้นที่เพื่อที่จะแสดงจุดยืนในการที่จะไม่มีความสามารถที่จะร่วมมือกับพรรคเพื่อไทยในการต้านคสช. ทำให้เห็นชัดว่าเป็นไปไม่ได้ นอกจากพรรคพท.สามารถได้เสียงท่วมท้นจึงจะสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ในรอบแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พรรคปชป.ดี ๆ ชั่ว ๆ ก็คงได้ร้อยเสียงขึ้น ร้อยเสียงก็ไม่น้อย นี่ก็จะทำให้ความหวังคสช.เป็นรัฐบาล แต่นายอภิสิทธิ์จะไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี อันนี้จะยอมหรือเปล่า? ระหว่างการที่ได้ร่วมรัฐบาลแต่ไม่ได้เป็นนายกฯ ต้องมาติดตามดูอีกที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุดท้ายนางเชื่อว่านายอภิสิทธิ์ก็คงได้เป็นหัวหน้าพรรค แต่จุดยืนของพรรคปชป.ที่ต้านระบอบทักษิณนั้น ก็คงเป็นกระแสที่นายอภิสิทธิ์เดินตามอย่างแน่นอน!!!&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17926</URL_LINK>
                <HASHTAG>#คสช., ธิดา ถาวรเศรษฐ, ประธานที่ปรึกษานปช., พรรคประชาธิปัตย์, พรรคเพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180919/image_big_5ba1c932a5ba6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17456</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/09/2018 08:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/09/2018 08:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เบาๆกับป้าธิดา!&#039;อุ้มเฌอปราง-จับเสื้อยืด-ขู่ถอดหัวจตุพร&#039;สะท้อน&#039;บิ๊กตู่&#039;ยังไม่ปฏิรูป</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.ย.- นางธิดา ถาวรเศรษฐ ประธานที่ปรึกษานปช. กล่าวในการทำ Facebook Live ว่าเพื่อไม่ให้เครียดกันจนเกินไปขอพูดถึงเรื่องการปรับตัวหรือปฏิรูปตัวเองของท่านนายกฯ &amp;nbsp;เพราะมีปฏิกิริยาที่ออกมาจากหน้าสื่อ มีการอุ้มเฌอปราง มีการจับเสื้อยืด และขู่เรื่องถอดหัวคุณจตุพร ซึ่ง 3 เรื่องนี้กลายเป็นพาดหัวใหญ่ของสื่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเด็น &amp;ldquo;คุณเฌอปราง&amp;rdquo; แสดงให้เห็นว่า ท่านนายกฯ มองว่าสิ่งที่คุณเฌอปรางทำนั้นเป็นเรื่องดีและเป็นเรื่องของคนดี ตนมองว่าเป็นเรื่องดีนั้นยอมรับได้ แต่สิ่งที่ติดใจคือท่านบอกว่าคนที่มาวิจารณ์คุณเฌอปรางเป็นคนไม่ดี แปลว่าท่านตัดสินว่าท่านเป็นคนดี ใครเห็นต่างหรือไม่สนับสนุนท่านก็เป็นคนไม่ดี ท่านคือมาตรฐานความดี ซึ่งตรงนี้บอกว่าอันนี้มันไม่ใช่นะ!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนที่เชียร์นายกฯ &amp;nbsp;ตนก็ไม่ได้บอกว่าเป็นคนไม่ดี แต่คนที่ไม่ชอบไม่สนับสนุนนายกฯ ท่านก็จะไปชี้ว่าเขาเป็นคนไม่ดี...ไม่ได้เหมือนกัน ท่านไม่ใช่สิ่งที่เป็นตัวมาตรฐานวัดความดี คนที่เชื่อในระบอบประชาธิปไตยเขาก็ไม่สนับสนุนท่าน ไม่จำเป็นว่าเป็นคนดีหรือไม่ดี แต่ในเมื่อท่านทำให้ระบอบประชาธิปไตยในประเทศต้องถูกหยุดยั้ง ทำให้คน 20 ล้านคนที่ออกมาเลือกตั้งแล้ว&amp;hellip;ไม่ชอบ ถามว่าคน 20 ล้านคนเป็นคนไม่ดีหรือ? ไม่ใช่!!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางธิดากล่าวว่าพล.อ.ประยุทธ์กำลังชี้มาตรฐานผิด และท่านกำลังสำคัญตัวเองผิดหรือเปล่า? คิดว่าท่านคือมาตรวัดของคนดีและเรื่องดี &amp;nbsp;ไม่ได้ว่าท่านเป็นคนไม่ดี เพียงแต่ไม่เห็นด้วยกับการทำรัฐประหารและเห็นต่างจากท่าน กรอบของความดีอยู่ที่บุคคลไม่ได้ มันต้องอยู่ที่สิ่งที่ปฏิบัตินั้นยังผลประโยชน์ให้หมู่คณะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกได้หรือเปล่า?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท่านจะอุ้มน้องเฌอปรางก็อุ้มไป แต่อย่าไปชี้หน้าว่าคนที่วิจารณ์เฌอปรางเป็นคนไม่ดี!!! ท่านมีสิทธิ์ที่จะไปเชิญใครมา แต่ศิลปินที่มาเมื่อตัดสินใจแล้วก็ต้องรับผลว่า การเมืองนั้นมีข้าง (ข้างที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย) และไม่จำเป็นต้องไปชี้หน้าว่าคนที่เขาไม่เห็นด้วยเห็นคนไม่ดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สรุปว่าไป ๆ มา ๆ มันไม่ได้ผลดีทั้งน้องเฌอปรางและตัวท่าน เพราะเพียงแต่มีคนวิจารณ์ท่านก็รับไม่ได้ ซึ่งที่จริงมันเป็นเรื่องธรรมดามาก ๆ สำหรับนักการเมือง บุคคลสาธารณะและคนที่เป็นนายกฯ ในระบอบประชาธิปไตย แต่อาจจะเป็นเรื่องไม่ธรรมดาในระบอบรัฏฐาธิปัตย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเด็นเรื่อง &amp;ldquo;เสื้อยืด&amp;rdquo; คนงง? เพราะว่าบ้านเราคนที่ใส่เสื้อยืดทั่วไปบางทีเขาไม่รู้หรอกว่าสัญลักษณ์บนเสื้อนั้นหมายถึงอะไร เพียงแต่ดูว่าสวยดี หรือเนื้อผ้าดี เขาก็ซื้อใส่ ในกรณีนี้ความจริงไม่มีใครรู้จักสัญลักษณ์นี้ ไม่มีใครรู้จักสหพันธรัฐไทย แต่การไปจับชาวบ้านของท่านก็เลยกลายเป็นปัญหาของการละเมิดสิทธิมนุษยชนทำให้เรื่องนี้กลายเป็นเรื่องดัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความจริงเรื่องนี้เป็นเรื่องเล็ก ๆ แต่การปฏิบัติของท่านมันเว่อร์ไปหรือเปล่า? คือประชาชนยังไม่รู้จักเลยว่ามีขบวนการที่เรียกว่า &amp;ldquo;สหพันธรัฐไท&amp;rdquo; และถามว่ามันมีศักยภาพไหม? เป็นขบวนการที่จะมีปัญหากับความมั่นคงขนาดไหน? อยู่ดี ๆ ก็จับคนใส่เสื้อยืด ก็เลยทำให้ปฏิบัติการของท่านถูกวิพากษ์วิจารณ์ในทางลบ ซึ่งประชาชนไม่รู้สึกว่าขบวนการดังกล่าวมันมีจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาประเด็นที่สามคือเรื่อง &amp;ldquo;หัวคุณจตุพร&amp;rdquo; ที่คุณจตุพรไปพูดเตือนว่าพรรคการเมืองทั้งหลายอย่าไปคิดเรื่องหัวชื่อ ซึ่ง &amp;ldquo;หัว&amp;rdquo; นี่ก็คือชื่อพรรค อย่าไปคิดเรื่องพรรค ให้คิดเรื่องประชาธิปไตย ให้ถอดหัว ช่วยกันทำให้บ้านเมืองหลังการเลือกตั้งไปให้รอด ท่านนายกฯ บอกอย่างไม่มีอารมณ์ขันและดุดัน บอกให้คุณจตุพรถอดหัวตัวเอง ให้อยู่เงียบ ๆ และรอสู้คดีต่าง ๆ ที่เหลืออยู่ไป คนก็รู้สึกเสียวหัวแทนคุณจตุพรซะด้วยซ้ำ หลังจากคุณจตุพรออกจากเรือนจำคนส่วนหนึ่งมองว่าคุณจตุพรพูดเน้นเรื่องปรองดองมาก มีท่าทีอ่อนลง ไม่ได้ดุดัน ไม่ได้โจมตีคสช.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แปลว่าถ้าพรรคการเมืองสามัคคีกัน คุยกันรู้เรื่อง ก็จะมีปัญหากับระบอบรัฏฐาธิปัตย์...หรือเปล่า? ซึ่งถ้าคสช.ตัดสินใจลงมาเล่นการเมือง ท่านก็เป็นส่วนของพรรคการเมืองซึ่งต้องช่วยกันทำให้ระบอบประชาธิปไตยขับเคลื่อนไปได้ ไม่จำเป็นต้องมีคนมาฉีกรัฐธรรมนูญใหม่ด้วยการทำรัฐประหารซ้ำซ้อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้ง 3 เรื่องนี้ทำให้เห็นว่า ท่านนายกฯ ยังปฏิรูปตัวเองเพื่อเป็นนายกฯ สมัยต่อไป เป็นรัฐบาลมาจากการเลือกตั้ง ยังไม่ได้ ท่านยังสอบไม่ผ่าน ท่านต้องปรับใหม่!!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มันไม่ใช่เรื่องใหญ่...ไม่ใช่เรื่องของคนดี / ไม่ดี &amp;nbsp;ไม่จำเป็นต้องจับคนใส่เสื้อยืดโดยที่ไม่มีคำอธิบายต่อสังคมที่เหมาะสม และไม่จำเป็นที่บอกว่า...ถอดหัวเธอซิ มันยังไม่ใช่เรื่องปัญหาของประชาชนที่จะทำให้เกิดปัญหาความมั่นคงใด ๆ ถ้าท่านยังปฏิรูป ปรับตัว ยังไม่ได้ จะไปโกรธคนอื่นไม่ได้นะ ต้องโกรธตัวเองค่ะ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17456</URL_LINK>
                <HASHTAG>จตุพร พรหมพันธุ์, จับเสื้อยืด, ธิดา ถาวรเศรษฐ, ประธานที่ปรึกษานปช., เฌอปราง-อารีย์กุล ปัญสิกรณ์ BNK48</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180913/image_big_5b99c15b4634c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17273</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/09/2018 10:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/09/2018 08:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผิดจากชี้นิ้วสั่งไม่ใช่เรา!&#039;ธิดา&#039;หยามเลือกหัวหน้าปชป.โดยสมาชิกพรรคไม่ใช่ประชาธิปไตย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ก.ย.61- นางธิดา ถาวรเศรษฐ ประธานที่ปรึกษานปช. ได้กล่าวในการทำ Facebook Live ว่า อันเนื่องมาจากที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้โพสต์ในเพจเฟสบุ๊คถึงขนาดบอกเป็นโรดแมปเลยว่าจะมีการทำอะไร เมื่อไหร่ แต่ต้องเริ่มต้นจากการที่คสช.ต้องคลายล็อกก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เวลาที่นายอภิสิทธิ์เขียนในเฟสบุ๊คนั้น อย่างแรกก็ไปเหน็บว่าคสช.ปฏิรูปการเมืองล้มเหลว นั่นก็คือพรรคการเมืองต่าง ๆ ยังไม่ได้ถูกปฏิรูปการเมือง ยังมีความเป็นเจ้าของพรรค และความต้องการของนายอภิสิทธิ์ลึก ๆ แล้วคือต้องการทำให้พรรคอื่นเห็นเป็นตัวอย่างว่าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) จะให้สมาชิกโหวตหัวหน้าพรรคโดยตรง ซึ่งนายอภิสิทธิ์มองว่าเป็นพัฒนาการและความก้าวหน้าซึ่งพรรคอื่นๆ ไม่ได้ทำอย่างนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางธิดาคิดว่ามันไม่น่าจะใช่ ที่ทำอย่างนี้แปลว่าคุณมีปัญหาในพรรคปชป. ต่างหาก เพราะปกติการเลือกหัวหน้าพรรคมันต้องมีประธานสาขา อดีตส.ส. และผู้บริหารพรรค &amp;nbsp;นายอภิสิทธิ์ไม่แน่ใจในอดีตส.ส.ซึ่งจำนวนมากเป็นสายกำนันสุเทพ (สายกปปส.) ซึ่งอาจจะไม่พึงพอใจนายอภิสิทธิ์นัก โดยเริ่มตั้งแต่ที่นายสุเทพบอกว่าความจำเป็นที่ต้องไปตั้งพรรครปช.ก็เนื่องมาจากนายอภิสิทธิ์โหวตไม่เอารธน.60 และนายอภิสิทธิ์บอกว่าคนในพรรคปชป.ต้องเลือกหัวหน้าพรรคปชป.เท่านั้นเป็นนายกฯและนายอภิสิทธิ์ก็มีการโจมตีคสช.อย่างแข็งกร้าว ในขณะที่อดีตส.ส.สายนายสุเทพสนับสนุนคสช. ดังนั้นการมีนายอภิสิทธิ์เป็นหัวหน้าพรรคก็อาจเป็นอุปสรรคอันหนึ่งในการสนับสนุนให้คสช.เป็นนายกฯ ก็ได้ ตามที่นายถาวร เสนเนียมบอกว่าอาจจะมีการเปลี่ยนหัวหน้าพรรคโดยเลือกจากประชาชนโดยตรงจำนวนหนึ่งก็ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางธิดามองว่าหากเลือกโดยตรงมันก็ขึ้นอยู่กับว่าสายที่มาเป็นสมาชิกเป็นสายที่รับรองนายอภิสิทธิ์หรือเป็นสายที่รับรองกปปส. แต่เชื่อว่าเกมนี้ที่นายอภิสิทธิ์ตกลงปลงใจเห็นด้วยและอาจจะเป็นผู้ริเริ่มก็ได้ ก็คือนายอภิสิทธิ์เชื่อมั่นในผู้สมัครที่เป็นสมาชิกร่วมแสนคนจะมาเทเสียงให้ เพราะสมาชิกเหล่านี้มาสมัครในช่วงเวลาที่นายอภิสิทธิ์เป็นหัวหน้าพรรคต่อเนื่องมาถึง 13 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางธิดาวิเคราะห์ว่าภายในพรรคปชป.จะมี 3 กลุ่ม 1) ไม่เอาทักษิณ (พท.) แต่เอาคสช. &amp;nbsp;2) ไม่เอาทักษิณ (พท.) ไม่เอาคสช. กลุ่มนี้แสดงออกโดยนายอภิสิทธิ์ 3) ไม่เอาคสช. แต่ยังสามารถจับมือกับพรรคการเมืองที่ชนะการเลือกตั้งได้ (พท.) กลุ่มนี้ส่วนใหญ่เป็นผู้อาวุโสทางการเมืองและมีจำนวนน้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นภายในพรรคปชป.จึงมีความขัดแย้ง ด้านหลักก็คือเอาคสช.หรือไม่เอาคสช. จึงจำเป็นที่ต้องใช้การเลือกตั้งโดยตรงเข้ามาแก้เกม ซึ่งเฉพาะหน้ารายชื่อที่เข้ามาชิงหัวหน้าพรรคก็มี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์, หมอวรงค์ เดชกิจวิกรม อ.ธิดาแสดงความคิดเห็นต่อไปว่า เกมนี้นายอภิสิทธิ์ก็ต้องหวังชนะ เพราะถ้านายอภิสิทธิ์คิดจะวางมือก็ต้องลาออกแล้ว ที่น่าสนใจคือนายจุรินทร์นั้นจะได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มไหนหรือเปล่า?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุดท้ายนางธิดามองว่าการเลือกหัวหน้าพรรคโดยสมาชิกนั้นไม่ใช่เรื่องของความก้าวหน้าของพรรคปชป. แต่นายอภิสิทธิ์ต้องทำเพื่อเป็นเกมในการแก้ความขัดแย้งในพรรคซึ่งมีปีกความคิดที่แตกต่างจำนวนหนึ่ง และปีกที่ไม่เอานายอภิสิทธิ์นั้นก็แข็งใช่น้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เป็นที่รับรู้กันว่าสำหรับการเลือกหัวหน้าพรรคพลังประชาชนและเพื่อไทยนั้น ต่างออกไปจากพรรคประชาธิปัตย์เพราะเป็นไปตามความต้องการของนายทักษิณ ชินวัตร นักโทษหนีคุก เพียงผู้เดียวเท่านั้น และหัวหน้าพรรคคนต่อไปนายทักษิณยังไม่เคาะว่าเป็นใคร แต่มีการวิ่งเข้าหานายทักษิณกันเป็นระยะๆเพื่อเสนอตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17273</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธิดา ถาวรเศรษฐ, นายสุเทพ เทือกสุบรรณ, นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, ประธานที่ปรึกษานปช., พรรคประชาธิปัตย์, เลือกหัวหน้าพรรค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180911/image_big_5b9712427b4b8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
