<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>99824</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/04/2021 12:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/04/2021 12:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอประกิต&#039;วอน ครม. ทบทวนปรับภาษีบุหรี่ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เมื่อวันที่ 18 เมษายน ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ ประธานมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ กล่าวถึงกรณีกระทรวงการคลังเตรียมเสนอการปรับอัตราภาษียาสูบให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาว่า ตนเองรู้สึกกังวลเรื่องนี้เป็นอย่างมาก เนื่องจากทราบว่าการยาสูบแห่งประเทศไทย ภายใต้กระทรวงการคลัง เตรียมเสนอโครงสร้างภาษียาสูบใหม่ และมีการปรับราคาบุหรี่ลดลงเหลือซองละ 50-55 บาท ซึ่งปัจจุบันอัตราภาษียาสูบมี 2 ระดับ โดยบุหรี่ราคาไม่เกินซองละ 60 บาท เสียภาษีร้อยละ 20 ส่วนบุหรี่ที่ราคาเกินซองละ 60 บาท เสียภาษีร้อยละ 40 ส่วนแผนโครงสร้างภาษีใหม่ที่มีข่าวออกมาว่าจะมีการนำเสนอคือ 1.เก็บภาษีอัตราเดียวกันตามมาตรฐานสากล &amp;nbsp;2.ปรับภาษีเป็นหลายระดับเพื่อเอื้อให้บุหรี่ของยาสูบไทยแข่งขันกันได้ โดยเฉพาะบุหรี่ราคาถูก หรือบุหรี่ที่กำลังประกาศลดราคาบุหรี่กันอยู่ในขณะนี้ ซึ่งในต่างประเทศทั่วโลกมีการปรับอัตราการเก็บภาษียาสูบให้เหลือระดับเดียว เนื่องจากภาษีหลายระดับขัดกับเจตนารมณ์ของภาษียาสูบที่ถูกต้อง ที่จะควบคุมและรณรงค์ให้ประชากรในประเทศสูบบุหรี่ลดลงและรัฐบาลเก็บภาษีได้เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หวังว่า การตัดสินใจของครม. จะไม่ทำให้คนไทยผิดหวัง โดยรัฐบาลจะต้องไม่เป็นห่วงความอยู่ดีของธุรกิจยาสูบ มากกว่าสุขภาพของคนไทย เพราะหาก ครม .เห็นชอบกับการปรับอัตราภาษียาสูบเป็นแบบหลายระดับ จะส่งผลเสียมากกว่าประโยชน์ที่จะได้รับ เพราะจากการปรับอัตราภาษียาสูบ 2 ระดับที่ใช้ในปัจจุบัน ส่งผลให้บุหรี่ไทยมีราคาสูงขึ้นและขายได้น้อยลง แต่บุหรี่ต่างประเทศราคาถูกลงและขายได้มากขึ้น ซึ่งหากมีการปรับภาษีเป็นหลายระดับจริง จะทำให้ธุรกิจยาสูบขายบุหรี่ได้มากขึ้น ซึ่งเท่ากับเป็นการเพิ่มนักสูบให้เพิ่มขึ้นด้วย &amp;rdquo; ศ.นพ.ประกิต กล่าว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศ.นพ.ประกิต กล่าวต่อว่า อัตราภาษียาสูบ 2 ระดับในปัจจุบัน กรมสรรพสามิตไม่ได้พิจารณามาตรฐานการปรับเกณฑ์ร่วมกับนักวิชาการหรือผู้เชี่ยวชาญที่ทำงานเฉพาะด้านภาษียาสูบอย่างถี่ถ้วน ทำให้ผลลัพธ์ย้อนแย้งกับเจตนารมณ์และวัตถุประสงค์ที่ต้องการลดลงจำนวนผู้สูบบุหรี่ รวมถึงยังส่งผลให้รายได้ของรัฐบาลที่มาจากการจัดเก็บภาษียาสูบน้อยลงตามไปด้วย นอกจากนี้ การยาสูบแห่งประเทศไทย และอุตสาหกรรมการทำยาสูบ อยู่ในภาวะขาดทุน ยกเว้นแต่บุหรี่ต่างชาติ ที่ได้รับผลประโยชน์เพราะมีการปรับราคาลงตามอัตราภาษียาสูบที่มีการกำหนดใช้ ถือเป็นการปรับปรุงภาษีที่ธุรกิจยาสูบต่างประเทศได้ประโยชน์ไปแต่เพียงฝ่ายเดียวและสุขภาพของคนไทยไม่ได้ดีขึ้นจากการสูบบุหรี่ไม่ได้ลดลง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศ.นพ.ประกิต กล่าวอีกว่า ปัจจุบันบุหรี่เป็นภัยคุกคามสุขภาพประชาชนและเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรังและเป็นสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิต ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลกพบว่า ในปี 2562 คนไทยเสียชีวิตจากโรคที่เกิดจากบุหรี่ถึง 70,952 คน โดยเป็นผู้ที่สูบบุหรี่ 62,259 คน เป็นผู้ที่ได้รับควันบุหรี่มือสอง 9,435 คน และจากการเคี้ยวยาสูบ 726 คน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99824</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประธานมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่, ปรับภาษีบุหรี่, ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210402/image_big_6066d059d845f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
