<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117273</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/09/2021 14:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/09/2021 14:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชวน&#039;ยังไม่เห็นพรรคเล็กยื่นตีความร่างรธน. ครบ15วันส่งนายกฯทูลเกล้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.ย. 64 - ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าร่วมพิธีมุตาจิตผู้เกษียณอายุราชการ ถึงร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ผ่านสภาวาระ 3 แล้ว ว่า ตามกำหนดระยะเวลา 15 วัน หากไม่มีใครยื่นศาลรัฐธรรมนูญ หลังจากนี้จะนำขึ้นทูลเกล้าฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม รักษาการหัวหน้าพรรคไทยภักดี ระบุว่าหากนายกรัฐมนตรีเห็นว่าร่างรัฐธรรมนูญมีปัญหา สามารถยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญก่อนขึ้นทูลเกล้าฯ ได้นั้น&amp;nbsp; นายชวน กล่าวว่า เรื่องนี้ก็แล้วแต่นายกฯ แต่ทางสภาก็ต้องทำตามกรอบกฎหมาย โดยจะส่งไปให้นายกรัฐมนตรีเพื่อนำเรื่องขึ้นทูลเกล้าฯ อย่างไรก็ตามกรณีที่ส.ส.จะรวบรวมรายชื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความนั้น ขณะนี้ยังไม่เห็นมีใครส่งมา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117273</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชวน หลีกภัย, ทูลเกล้าฯ, ประธานรัฐสภา, ยื่นศาลตีความ, รธน.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210920/image_big_6148344069c18.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117050</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไต่สวน‘แม้ว-สุริยะ’ ‘พิเชษฐ-ทนง-กนก’โดนด้วย ซื้อเครื่องบินทำเจ้าจำปีเจ๊ง!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ชวน&amp;quot; บรรยายพิเศษเรื่องคุณธรรม ป้องกันโกง อย่าแปลกใจยุคที่คิดว่าใช้ รธน.ที่มีประชาธิปไตยกลายเป็นยุคที่มีรัฐมนตรีติดคุกมากที่สุด แนะ ป.ป.ช.นำคดีเก่าที่มีนายกฯ-รมต.-ติดคุกหัวโตมาเป็นบทเรียนให้หลักสูตร นยปส. &amp;nbsp;ยกตัวอย่างคดีกู้กรุงไทย จีทูจีข้าว ด้าน &amp;quot;ปธ.ศาลฎีกา&amp;quot; ระบุคนทำชั่วจะคิดว่าสิ่งที่ตัวเองทำนั้นเป็นเรื่องที่ดี จนกว่าความชั่วนั้นจะให้ผล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2564 ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สนามบินน้ำ นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา บรรยายพิเศษเรื่อง ธรรมาภิบาล คุณธรรม และความโปร่งใสในการป้องกันการทุจริต ในเวทีสัมมนาสาธารณะเรื่อง กลยุทธ์การยกระดับคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริตของประเทศ ซึ่งจัดขึ้นโดยนักบริหารยุทธศาสตร์การป้องกันและปราบปรามการทุจริตรระดับสูง (นยปส.) รุ่นที่ 12 ตอนหนึ่งว่า เราจะเห็นว่าเรื่องการป้องกันทุจริตและประพฤติมิชอบเป็นเรื่องใหญ่ ต้องจัดหลักสูตรอบรมผู้บริหารระดับสูงทั้งภาครัฐและเอกชน ซึ่งทุกคนรู้ดีว่าเรามีปัญหาเรื่องการทุจริตประพฤติมิชอบในแวดวงบ้านเมืองของเราอยู่ตลอดมายาวนานแล้ว มากบ้าง น้อยบ้าง ตามยุคตามสมัย และแนวโน้มยังมีอยู่ทุกวันนี้ ทุกวงการ ทุกภาคส่วน ส่วนกลาง ภูมิภาค ท้องถิ่น เริ่มตั้งแต่ด้านการเมืองในฐานะเป็นนักการเมือง และอยู่กับการเมืองมา 52 ปี อยู่ต่อเนื่อง ก็พูดได้ในฐานะประจักษ์พยานว่าแนวโน้มการทุจริตประพฤติมิชอบมีแนวโน้มไม่ลดลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าหากส่วนราชการ ฝ่ายราชการร่วมมือด้วยก็ยิ่งไปกันใหญ่ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ฉะนั้นอย่าแปลกใจที่มีบางยุคบางสมัยที่เราคิดว่าใช้รัฐธรรมนูญฉบับที่มีประชาธิปไตย แต่กลายเป็นยุคสมัยที่มีรัฐมนตรีติดคุกมากที่สุด ป.ป.ช. เจ้าของหลักสูตรควรจะนำคดีเหล่านั้นมาให้นักศึกษาได้ดู คดีที่ยังไม่จบก็เก็บไว้ก่อน แต่คดีที่จบแล้ว มีคนติดคุกไปแล้ว มีคนถูกลงโทษไปแล้วมากมายที่ ป.ป.ช.มีส่วนร่วมในหลายคดี บางคดีที่ ป.ป.ช.ไม่ได้มีส่วนร่วมก็ควรไปนำมาให้นักศึกษาได้ศึกษารวบรวมเอาไว้ศึกษา เพราะทุกเรื่องมีประโยชน์ในเชิงที่จะทำให้เราได้รู้ว่าบ้านเมืองเรามีเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร ทำไมคนระดับนั้น ตั้งแต่นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ลงมาถึงข้าราชการ ตั้งแต่ภาครัฐถึงเอกชน ทำไมต้องมีคนติดคุกอย่างนั้น เราจะได้เข้าใจว่าที่ไปที่มาเป็นอย่างไร อาจจะเป็นบทเรียน เป็นวิธีป้องกัน ไม่ให้คนของเรา หรือตัวเราเองต้องอยู่ในชะตากรรมเช่นนั้น&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวนกล่าวว่า การทำสิ่งที่มีคุณธรรม มีจริยธรรม มีความตรงไปตรงมา มีความซื่อสัตย์สุจริต ไม่ทุจริตโกงกิน ไม่บิดเบือน ไม่ทำอะไรที่ไม่ถูกต้อง ไม่คดโกง โปร่งใส เปิดเผย ตรงไปตรงมา มีการให้คำนิยาม คุณธรรม ธรรมาภิบาล จริยธรรม ซึ่งถ้าเราเข้าใจที่มาของคำเหล่านี้ จะทำให้รู้ว่าทั้งหมดอยู่ในเรื่องของคำว่าธรรมาภิบาล ซึ่งหลังจากที่ประกาศใช้ธรรมาภิบาล 6 ข้อแล้ว ยังมีการกระทำผิดเกิดขึ้นมาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เช่น ผู้จัดการใหญ่ธนาคารกรุงไทย เกรงใจบิ๊กบอส เกรงใจนายอนุมัติเงินกู้ให้เอกชนไป ผิดกฎหมาย ติดคุก 18 ปี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ทำสัญญาเจรจาข้าวจีทูจีผิดพลาด ติดคุก 40 กว่าปี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคลัง ติดคุก 2 ปี เพราะไปใช้ดุลพินิจเพื่อ ประโยชน์ของลูกนักการเมือง ดังนั้น ผมจึงอยากให้สังคมไทยเรามีธรรมาภิบาลข้อที่ 7 คือต้องไม่เกรงใจนาย เพราะถ้านายเราให้ทำอะไรที่ไม่ถูกต้อง ยอมขัดใจนายดีกว่าติดคุกในวันข้างหน้า เพราะหลายกรณีที่ติดคุกทั้งหมด คนที่สั่งไม่ติดเลย&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานรัฐสภาแนะนำให้ไปอ่านพระบรมราโชวาทของในหลวงรัชกาลที่ 9 เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2552 และวันที่ 5 ธันวาคม 2553 ที่ได้รับสั่งสองปีซ้ำว่า ขอให้ท่านทั้งหลาย ประชาชนทุกหมู่เหล่า พิจารณาให้ถ่องแท้ ว่าหน้าที่ท่านคืออะไร แล้วทำหน้าที่นั้นด้วยความรับผิดชอบ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนางเมทินี ชโลธร ประธานศาลฎีกา บรรยายพิเศษเรื่อง บทบาทของกระบวนการยุติธรรมกับการแก้ไขปัญหาการทุจริตของประเทศไทย ว่าในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา เราคาดหมายกันว่าการทุจริตในประเทศไทยน่าจะลดลงบ้าง เพราะมีการป้องกันและปราบปราม ส่งดำเนินคดี และศาลพิพากษาไปแล้วจำนวนมาก แต่จากปริมาณคดีที่อยู่ในศาล ป.ป.ช. ป.ป.ท. เราอาจต้องยอมรับความจริงว่าเราอาจจะยังไปไม่ถึงเป้าประสงค์นั้นในเร็ววันนี้ แต่เชื่อว่าเรามาถูกทางแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ไม่ผิดหรอกที่คนจะกระทำผิดมากขึ้นในสภาพสังคมที่ต้องต่อสู้กับการปากกัดตีนถีบอย่างที่เห็นทุกวันนี้ เพราะไม่มีใคร อยากจะอยู่ในพื้นหรือฐานของคนอื่น แต่อยากจะอยู่ระดับที่สูงกว่าและมีอำนาจเหนือกว่าทั้งสิ้น&amp;quot; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานศาลฎีกาเผยว่า เคยคุยกับผู้ต้องขังหลายรายที่กระทำผิดไป ทั้งที่เขารู้ว่าการกระทำของเขาถ้าถูกจับกุมดำเนินคดีอาจถูกจำคุกหรือหนักกว่านั้น แต่คนกลุ่มนี้ยังเลือกกระทำทุจริตประพฤติมิชอบ เมื่อสอบถามได้รับคำตอบว่าขณะที่เขาทำไม่คิดว่าจะโดนจับ หรือพูดง่ายๆ ขณะตัดสินใจกระทำผิดเขาคิดว่ามีโอกาสรอด จากการที่เห็นหลายๆ คน หลายๆ กลุ่มที่ก็ยังสามารถรอดลอยหน้าในสังคมได้ เป็นสิ่งที่กระบวนการยุติธรรมต้องกลับมามองตัวเองว่าในฐานะที่เราเป็นปลายทางของการแก้ไขปัญหาการกระทำความผิด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เมื่อคนคิดว่าเขาทำความผิดแล้วจะรอด สะท้อนให้เห็นว่ากระบวนการยุติธรรมมีปัญหาแล้ว กระบวนการยุติธรรมไม่สามารถทำให้เขาเชื่อมั่นหรือทำให้เขาเกรงกลัวว่าเมื่อไหร่ที่เขาขยับไปทำความผิดเขาจะต้องถูกจับกุมไปดำเนินคดี เมื่อคนคิดว่าเขาคุ้มค่าที่จะเสี่ยง&amp;quot; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ การกระทำการทุจริตยังเป็นเรื่องการก่ออาชญากรรมที่มีความร้ายแรง แต่ไม่เห็นสภาพของความรุนแรงเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตา ไม่เห็นคนที่เลือดตกยางออก ไม่เห็นการบาดเจ็บ ไม่เห็นสายตาของการถูกทำร้ายเหมือนความผิดฆ่าคนตาย เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้วคนก็รู้สึกว่าทำได้ง่าย ไม่ต้องกระทบกระเทือนความรู้สึก คนกระทำความผิดทุจริตไม่ได้เห็นผลที่เกิดขึ้นด้วยตาตนเอง และเขาจะคิดว่าเป็นประโยชน์กับตัวเขาเอง เลยกล้าที่จะทำความผิดในลักษณะนี้จับก็ยาก เพราะเป็นการสมประโยชน์กัน คนให้ก็ยินดีให้ เพราะสิ่งที่ให้ไปคุ้มค่าที่จะเสีย คนรับก็คิดว่าเป็นโอกาสของตัวเองที่จะรับ ดังนั้นกระบวนการยุติธรรมจะยอมรับสิ่งเหล่านี้ไม่ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เราเคยได้ยินกันว่าคนทำชั่วจะคิดว่าสิ่งที่ตัวเองทำนั้นเป็นเรื่องที่ดี จนกว่าความชั่วนั้นจะให้ผล กระบวนการยุติธรรมจึงต้องสงเคราะห์ให้เขาได้เห็นผลเร็วๆ ดิฉันคิดว่าหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมทุกหน่วย ไม่ว่าจะเป็นพนักงานสอบสวน ป.ป.ช. ป.ป.ท. อัยการ ศาล รวมไปถึงหน่วยงานที่รองรับคนผิดอย่างกรมราชทัณฑ์นั้น จะต้องปรับบทบาทของตนเองในการทำหน้าที่ โดยเน้นให้เห็นความสำคัญ 5 ประการ ได้แก่ ความถูกต้อง เป็นธรรม แม่นยำ รวดเร็ว และโปร่งใส ตรวจสอบได้&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางเมทินีกล่าวว่า เรื่องความโปร่งใสตรวจสอบได้ แน่นอนว่าเราทำหน้าที่ในการค้นหาความจริงว่ามีการกระทำความผิดจริง คนที่ถูกกล่าวหาหรือจำเลยคนนั้นเป็นผู้กระทำความผิด ดังนั้นคนที่จะเป็นคนทำหน้าที่ค้นหาความจริง พิสูจน์ความผิด จะต้องไม่ทุจริตเสียเอง นอกจากนี้ ยังต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนได้ด้วยว่าเราจะทำงานด้วยความซื่อสัตย์ สุจริตอย่างแท้จริง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานศาลฎีการะบุว่า อีกส่วนที่สำคัญคือการคัดเลือกคนเข้ามาทำงานในองค์กรตั้งแต่ต้นทางเป็นเรื่องความสำคัญ &amp;nbsp;ไม่ใช่เพียงความรู้ความสามารถ แต่ต้องมีทัศนคติที่ดี ต้องมีคุณธรรม จริยธรรม มีความซื่อสัตย์สุจริต เป็นที่เชื่อมั่นศรัทธา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายนิวัติไชย เกษมมงคล รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และโฆษก ป.ป.ช. กล่าวถึงการกล่าวหานายทักษิณ ชินวัตร เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ดำรงตำแหน่ง รมว.คมนาคม อนุมัติจัดซื้อเครื่องบินแบบ A340-500 จำนวน 4 ลำ และ A340-600 จำนวน 6 ลำ ของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ระหว่างปี 2545-2547 รวม 10 ลำ มูลค่า 53,536 ล้านบาท ส่งผลให้การบินไทยแบกภาระหนี้เป็นจำนวนมาก ว่าที่ประชุม ป.ป.ช.ชุดใหญ่ได้มีมติตั้งองค์คณะไต่สวนโดย ป.ป.ช. 9 คน เป็นองค์คณะไต่สวนไปเมื่อสัปดาห์ก่อน ซึ่งผู้ถูกกล่าวหาที่ถูกตั้งไต่สวนคือ นายทักษิณ และนายสุริยะ กับพวกรวม 5 คน อาทิ บอร์ดการบินไทย โดยองค์คณะไต่สวนได้มอบให้สำนักไต่สวนการทุจริตภาครัฐวิสาหกิจ 1 เป็นผู้รับผิดชอบ ภายใต้การกำกับดูแลของ พล.ต.อ.สถาพร หลาวทอง กรรมการ ป.ป.ช.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านสำนักข่าวอิศรา ได้เผยแพร่ข่าวในหัวข้อ &amp;quot;มี 5 คน ป.ป.ช.ตั้งคณะใหญ่ไต่สวนอนุมัติซื้อเครื่องบิน &amp;#39;ทักษิณ-สุริยะ-พิเชษฐ-ทนง-กนก&amp;#39;&amp;quot; มีเนื้อหาระบุว่า ผู้ถูกกล่าวหาในคดีนี้ &amp;nbsp;5 ราย นอกจากนายทักษิณและนายสุริยะแล้ว ยังมีนายพิเชษฐ สถิรชวาล อดีต รมช.คมนาคม, นายทนง พิทยะ อดีตประธานกรรมการบริษัท การบินไทยฯ และนายกนก อภิรดี อดีตกรรมการผู้อำนวยการใหญ่การบินไทย รวมอยู่ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ปัจจุบันนายพิเชษฐเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธรรมไทย ซึ่งเป็นพรรคเล็กร่วมรัฐบาล.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117050</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายชวน หลีกภัย, ประธานรัฐสภา, ป้องกันโกง, รธน.ที่มีประชาธิปไตยกลายเป็นยุคที่มีรัฐมนตรีติดคุกมากที่สุด, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210917/image_big_614472d3759d7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116307</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฉลุยผ่านบัตร2ใบ พรรคเล็กดิ้นสู้ต่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลือกตั้งบัตร 2 ใบฉลุย ที่ประชุมรัฐสภาโหวตผ่านร่างแก้ไข &amp;nbsp;รธน.ว่าด้วยระบบเลือกตั้งท่วมท้น 472 เสียง ฉลุยทั้ง 3 เงื่อนไข ส.ว.ลงมติเห็นชอบถล่มทลายเกิน 1 ใน 3 แต่ ผบ.เหล่าทัพไม่ลงมติ ภูมิใจไทย- ก้าวไกล รวมถึงพรรคขนาดเล็กส่วนใหญ่งดออกเสียง ขณะที่ทีม &amp;quot;ธรรมนัส&amp;quot; ล่องหนยกก๊วน &amp;quot;หมอระวี&amp;quot; จ่อขอแรงภูมิใจไทย-ก้าวไกลยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2564 การประชุมร่วมรัฐสภาที่มีนายชวน &amp;nbsp;หลีกภัย ประธานรัฐสภาเป็นประธาน เพื่อลงมติร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่&amp;hellip;) พ.ศ. ... (แก้ไขมาตรา 83 และมาตรา 91 ว่าด้วยระบบเลือกตั้ง) วาระ 3 โดยก่อนลงคะแนนนายชวนได้แจ้งต่อที่ประชุมว่า คะแนนเห็นชอบตามเงื่อนไขที่รัฐธรรมนูญ มาตรา 256 กำหนด มีเงื่อนไข คือ 1. มีคะแนนเสียงเห็นด้วยมากกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกรัฐสภา ที่มี 730 คน แบ่งเป็น ส.ส. 480 &amp;nbsp;คน และ ส.ว.มี 250 คน ดังนั้นต้องได้ เสียงเกิน 365 เสียงขึ้นไป 2.ต้องได้เสียงพรรคการเมืองที่ไม่มีรัฐมนตรี &amp;nbsp;ประธานสภา และรองประธาน ร่วมออกเสียงเห็นชอบด้วย 20% ของทุกพรรคการเมือง โดยปัจจุบันมีสมาชิกจำนวน 242 คน ดังนั้นต้องได้ 49 &amp;nbsp;คน และ 3.ต้องมี ส.ว.เห็นชอบด้วยไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 คือ 84 เสียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;หากไม่ถึงจำนวนไม่ว่ากรณีใด เท่ากับว่าร่างรัฐธรรมนูญไม่ได้รับความเห็นชอบ สำหรับการออกเสียงลงคะแนนวาระ 3 จะใช้การเรียกชื่อและลงคะแนนโดยเปิดเผย สำหรับสมาชิกรัฐสภาที่มาออกเสียงไม่ทันตอนเรียกชื่อ หรือลงคะแนนผิดไป จะอนุญาตให้ลงคะแนนให้ครบถ้วน &amp;nbsp;สำหรับการประมวลผลการลงคะแนนจะใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ช่วยนับคะแนนเพื่อให้การรวบรวมคะแนนเป็นไปโดยรวดเร็ว&amp;rdquo; ประธานรัฐสภา กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา &amp;nbsp;09.40 น.จึงเริ่มนับคะแนน และนับเสร็จเวลา 11.35 &amp;nbsp;น. โดยผลการลงคะแนนปรากฏว่า รัฐสภาลงมติเห็นชอบ 472 เสียง &amp;nbsp;แบ่งเป็น ส.ส. 323 เสียง และ ส.ว. 149 เสียง ไม่เห็นชอบ 33 เสียง แบ่งเป็น ส.ส. 23 เสียง และ ส.ว. 10 เสียง งดออกเสียง 187 เสียง แบ่งเป็น ส.ส. 121 เสียง และ ส.ว. 66 เสียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวนแจ้งว่า ตามรัฐธรรมนูญกำหนดเกณฑ์ผ่านร่างแก้ไขไว้ 3 &amp;nbsp;เงื่อนไข เงื่อนไขที่หนึ่งคือ ต้องได้คะแนนเห็นชอบมากกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสองสภา หรือ 365 เสียง ซึ่งร่างรัฐธรรมนูญได้คะแนนเห็นชอบ 472 คะแนน เท่ากับว่าผ่านเงื่อนไขที่หนึ่ง &amp;nbsp;เงื่อนไขที่สองคือ ในจำนวนคะแนนเห็นชอบต้องได้เสียงจากพรรคที่ไม่ได้มี รมต. หรือประธานรัฐสภา มากกว่าร้อยละ 20 หรือ 49 เสียง ซึ่งร่างรัฐธรรมนูญได้คะแนนเห็นชอบด้วย 142 คะแนน ฉะนั้นจึงผ่านเกณฑ์เงื่อนไขที่สอง และเงื่อนไขที่สามคือ ในคะแนนเห็นชอบต้องมี ส.ว.เห็นด้วย 1 ใน 3 ของ ส.ว.เท่าที่มีอยู่ หรือไม่น้อยกว่า 84 คน ซึ่ง ส.ว.เห็นชอบ 149 เสียง เท่ากับว่าร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขดังกล่าวผ่านทั้งสาม เงื่อนไข ขั้นตอนต่อไปคือให้ร่างรัฐธรรมนูญรอไว้ 15 วัน แล้วจึงนำขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ บรรยากาศหลังจากที่มีการขานชื่อเพื่อลงมติได้ประมาณ 1 &amp;nbsp;ชั่วโมง โดยขานชื่อไปแล้วประมาณ 480 คน ในเวลา 10.45 น. ผลปรากฏว่า ส.ว.ได้ลงมติเห็นชอบเกิน 84 เสียง หรือเกินจำนวน 1 ใน 3 &amp;nbsp;ของ ส.ว.ทั้งหมดตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดเป็นที่เรียบร้อย ขณะที่พรรคพลังประชารัฐ, พรรคเพื่อไทย และพรรคประชาธิปัตย์ต่างออกเสียงเห็นชอบ ส่วนพรรคภูมิใจไทยและพรรคก้าวไกล รวมถึงพรรคขนาดเล็กส่วนใหญ่งดออกเสียง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากผลการลงคะแนนเสียงร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม พบว่าในฝั่งของพรรครัฐบาล ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา พรรคพลังประชารัฐ และ ส.ส.ในกลุ่ม อาทิ นายไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร, นายวัฒนา ช่างเหลา ส.ส.ขอนแก่น, นายเอกราช ช่างเหลา ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ต่างไม่ปรากฏตัวในการลงมติวันนี้ ส่วนกลุ่มของนายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค พปชร. รวมถึงนายไพบูลย์ นิติตะวัน และนายสันติ พร้อมพัฒน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค พปชร. ล้วนลงมติเห็นชอบอย่างพร้อมเพรียงตามมติพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับพรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาธิปัตย์ไม่มีใครแตกแถว แม้กระทั่งนายพนิต วิกิตเศรษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และนายอันวาร์ สาและ &amp;nbsp;ส.ส.ปัตตานี พรรคประชาธิปัตย์ ที่มักจะโหวตสวนมติพรรค แต่รอบนี้ลงมติเห็นชอบตามมติพรรค ขณะที่พรรคชาติไทยพัฒนาและพรรคชาติพัฒนาต่างก็เห็นชอบเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นเดียวกับพรรคฝ่ายค้าน พรรคเพื่อไทยไม่มี ส.ส.โหวตสวน ยกเว้น น.ส.พรพิมล ธรรมสาร ส.ส.ปทุมธานีที่มักเป็นงูเห่า ครั้งนี้ไม่ลงมติใดๆ ส่วนพรรคก้าวไกลโหวตงดออกเสียง ยกเว้นนายจิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ ส.ส.กทม.ที่ลงมติเห็นชอบ สำหรับพรรคเพื่อชาติส่วนใหญ่เห็นชอบ &amp;nbsp;ยกเว้น น.ส.ปิยะรัตน์ ติยะไพรัช ที่งดออกเสียง พรรคเสรีรวมไทยลงมติไม่เห็นชอบทั้งพรรค และพรรคประชาชาติส่วนใหญ่ลงมติเห็นชอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม สำหรับพรรคเล็กอื่นๆ ลงมติดังนี้ เห็นชอบได้แก่ &amp;nbsp;นายดำรงค์ พิเดช และนายยรรยงก์ ถนอมพิชัยธำรง พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย, นายสุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่, นางนันทนา สงฆ์ประชา หัวหน้าพรรคประชาภิวัฒน์
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่เห็นชอบได้แก่ พรรครวมพลังประชาชาติไทยทั้ง 5 ส.ส. นายปรีดา บุญเพลิง พรรคครูไทยเพื่อประชาชน, นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ พรรคไทยศรีวิไลย์, นายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค พรรคไทรักธรรม, นายพิเชษฐ สถิรชวาล พรรคประชาธรรมไทย, นางศิลัมพา เลิศนุวัฒน์ พรรคพลเมืองไทย, พล.ต.ทรงกลด ทิพย์รัตน์ พรรคพลังชาติไทย, &amp;nbsp;นพ.ระวี มาศฉมาดล พรรคพลังธรรมใหม่, นายคฑาเทพ เตชะเดชเรืองกุล พรรคเพื่อชาติไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายนิคม บุญวิเศษ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังปวงชนไทยงดออกเสียง อย่างไรก็ตาม พรรคเศรษฐกิจใหม่เสียงแตก มีทั้งโหวตเห็นชอบและงดออกเสียง แต่นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อลงมติเห็นชอบ และพรรคพลังท้องถิ่นไทซึ่งมี ส.ส. 5 คนเสียงแตก โดยเห็นชอบ 2 คน ได้แก่ นายจารึก ศรีอ่อน และนายนภดล แก้วสุพัฒน์ ส่วนที่เหลืออีก 3 คนงดออกเสียง ได้แก่ นายชัชวาลล์ คงอุดม หัวหน้าพรรค, &amp;nbsp;นายโกวิทย์ พวงงาม ส.ส.บัญชีรายชื่อ และ น.ส.กวินนาถ ตาคีย์ ส.ส.ชลบุรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับภาพรวมการลงมติของ ส.ว.ที่น่าสนใจ อาทิ บรรดา ส.ว.โดยตำแหน่ง สาย ผบ.เหล่าทัพไม่มาร่วมลงมติ ส่วนเสียงโหวต ส.ว.ส่วนใหญ่ ทั้งในส่วน ส.ว.สายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม และ ส.ว.สาย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ต่างโหวตไปในทิศทางเดียวกันคือลงมติเห็นชอบ อาทิ พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ส.ว.น้องชายนายกฯ และ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ ส.ว.เพื่อนเตรียมทหารรุ่นเดียวกับนายกฯ รวมถึง พล.อ.นพดล อินทปัญญา ส.ว.เพื่อนเตรียมทหารรุ่นเดียวกับ พล.อ.ประวิตรที่โหวตเห็นชอบ ยกเว้น พล.อ.อกนิษฐ์ หมื่นสวัสดิ์ ส.ว.สาย พล.อ.ประวิตรที่ลงมติไม่เห็นชอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน กลุ่มอดีต 40 ส.ว.ที่แสดงจุดยืนค้านบัตรเลือกตั้ง 2 &amp;nbsp;ใบมาตลอด เพราะเกรงจะเกิดการกินรวบของพรรคใหญ่ และเกรงว่าพรรคเพื่อไทยของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ จะกลับมา ต่างลงมติไปในทิศทางเดียวกันคือไม่เห็นชอบและงดออกเสียง อาทิ นายตวง &amp;nbsp;อันทะไชย, นายถวิล เปลี่ยนศรี, นายคำนูณ สิทธิสมาน, นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์, คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์, นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย, &amp;nbsp;นายเสรี สุวรรณภานนท์ และ พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม เป็นต้น ส่วนนายวันชัย สอนศิริ ที่ก่อนหน้านี้แสดงจุดยืนไม่เห็นชอบ แต่เมื่อถึงเวลาลงมติจริงกลับไม่ยอมลงมติใดๆ ได้แต่เพียงแสดงตนเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังธรรมใหม่ กล่าวว่า ในส่วนของตนและพรรคเล็กเราลงมติไม่เห็นด้วยกับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มเติมฉบับนี้ แต่เมื่อมติเสียงสมาชิกรัฐสภาส่วนใหญ่ออกมาแบบนี้แล้ว การดำเนินการต่อไปของพรรคเล็กมีแนวความคิดว่าจะไปยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย แต่ทั้งนี้ยอมรับว่าเสียงของพรรคเล็กนั้นไม่เพียงพอในการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความตามกฎหมาย เพราะต้องใช้เสียง 1 ใน 10 ของสมาชิกรัฐสภาทั้งหมด หรือ ประมาณ 72 เสียง และมีกรอบระยะเวลาตามกฎหมายที่จะสามารถดำเนินการยื่นได้ภายใน 15 วัน ทั้งนี้หากพรรคเล็กจะยื่นได้จำเป็นต้องอาศัยเสียงของพรรคภูมิใจไทยและพรรคก้าวไกลที่ได้ลงมติงดออกเสียงไว้ ว่าทั้งสองพรรคจะร่วมยื่นด้วยหรือไม่ ซึ่งก็ต้องรอเขาตัดสินใจ และภายใน 15 วันนี้ตนก็จะไปพูดคุยเจรจาประสานกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนพรรคก้าวไกล นำโดยนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ &amp;nbsp;ในฐานะหัวหน้าพรรคก้าวไกล แถลงว่า พรรคก้าวไกลมีมติงดออกเสียงเพราะพรรคไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญบางมาตรามาตั้งแต่ต้น &amp;nbsp;แต่ควรแก้ไขทั้งฉบับที่มาจาก ส.ส.ร. เพราะแก้ไขแค่ 2 มาตราไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ทั้งระบบ เห็นด้วยกับบัตร 2 ใบ แต่ไม่เห็นด้วยกับวิธีการคำนวณคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ ดังนั้นเป็นการชี้ชะตาของผู้ที่เสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญว่าจะมีคนสนับสนุนมากน้อยแค่ไหน ส่วนพรรคก้าวไกลทุกคนพร้อมที่จะสู้ในทุกกติกา ทุกสนาม ทุกแห่ง และเป็นตัวแทนของประชาชนในการแก้ไขวิกฤตบ้านเมือง เศรษฐกิจ สังคม และการเมืองต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า หากการลงมติวาระ 3 ผ่าน พรรคจะส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความหรือไม่ นายพิธากล่าวว่าไม่มี และพร้อมที่จะสู้ต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ แถลงว่า ขั้นตอนต่อไปนับจากนี้ก็คือจะต้องรอไว้ 15 วัน ก่อนนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย ซึ่งระหว่าง &amp;nbsp;15 วันนี้ถ้ามีสมาชิกรัฐสภาสงสัยในเรื่องความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของการแก้ไขเที่ยวนี้ ก็สามารถยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้ แต่ศาลรัฐ ธรรมนูญจะต้องวินิจฉัยให้เสร็จสิ้นภายใน 30 วันนับตั้งแต่รับเรื่อง ถ้าทุกอย่างผ่านตามขั้นตอนกระบวนการจนกระทั่งทรงลงพระปรมาภิไธย &amp;nbsp;และถือว่าผ่านกระบวนการเห็นชอบตามรัฐธรรมนูญทุกประการแล้ว ขั้นต่อไปก็คือจะต้องมีการยกร่างกฎหมายลูก หรือพิจารณากฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญที่แก้ไขต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย และ ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ว่า การมีบัตรเลือกตั้ง 2 ใบเป็นระบบเลือกตั้งที่เป็นธรรมกับทุกพรรค ประชาชนจะได้ประโยชน์ที่สุด &amp;nbsp;เพราะได้เลือกคนที่รักพรรคที่ชอบ ไม่ถูกมัดมือชกให้เลือกกาได้เพียงใบเดียวเหมือนรัฐธรรมนูญ 2560.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116307</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายชวน  หลีกภัย, ประธานรัฐสภา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เพื่อลงมติร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม, เลือกตั้งบัตร 2 ใบฉลุย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210910/image_big_613b48022866d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114470</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/08/2021 11:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/08/2021 11:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐสภาลงมติท่วมท้นถกรัฐธรรมนูญฉบับปรับปรุงใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ส.ค.2564 - ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม มีวาระพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ... (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 83 และมาตรา 91) ซึ่งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาเสร็จแล้วในวาระสอง โดยก่อนเข้าสู่วาะที่ประชุมได้ลงมติ 357 ต่อ 42 งดออกเสียง 86 เสียง ให้นำร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ประธาน กมธ.ที่มีการทบทวนแก้ไขเมื่อวันที่ 24 ส.ค.เข้าสู่การพิจารณา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายไพบูลย์ ชี้แจงว่า คณะ กมธ. ได้ปรับแก้ไขรายงานโดยได้ตัดออกหลายมาตรา เพราะเห็นว่าไม่มีความจำเป็น อาทิ มาตรา 85 ว่าด้วยการกำหนดให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศผลเลือกตั้งภายใน 30 วัน &amp;nbsp;บทเฉพาะกาลว่าด้วยกำหนดให้ออกพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญภายใน 120 วัน หากทำไม่แล้วเสร็จ ให้ กกต. ออกประกาศ เพื่อใช้ในการเลือกตั้ง ทั้งนี้ คณะ กมธ.ได้คงมาตราที่เพิ่มเติม คือ มาตรา 86 &amp;nbsp;เพื่อปรับตัวเลข ส.ส.ให้สอดคล้องกับหลักการที่ให้มี ส.ส.เขต 400 คน และบัญชีรายชื่อ 100 คน &amp;nbsp;และคงบทเฉพาะกาลบางส่วนไว้ เพื่อรองรับในส่วนที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง ส.ส. ถ้าเกิดเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ขณะนี้ ก็ไม่เกี่ยวกับการแก้ไขฉบับนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช ส.ว. อภิปรายว่า การแก้ไขของ กมธ.แก้รัฐธรรมนูญถือว่าฉุกละหุก เมื่อวันที่ 24 ส.ค.ได้นำเสนอให้รัฐสภาพิจารณา แต่ไม่เห็นเนื้อหาว่าแก้อย่างไร จึงไม่แน่ใจว่ากระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะเป็นอย่างไร แต่เชื่อว่าจะมีผู้นำเรื่องไปร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ดังนั้นการแก้ไขของ กมธ. ควรพิจารณาในที่ประชุม ไม่ใช่ใช้มติ กมธ.แก้ไขเปลี่ยนแปลง แล้วให้ที่ประชุมรัฐสภาอนุญาต ตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า มีการแก้ไขคำแปรญัตติที่ไม่ตรงกับคำขอที่เสนอต่อที่ประชุม ดังนั้น จึงควรถอนร่างรัฐธรรมนูญออกไปก่อน เพื่อกลับไปแก้ไขให้สมบูรณ์ ให้เนื้อหาตรงกัน เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญมีบทบัญญัติเฉพาะ ไม่ต้องการให้มีปัญหากระทบต่อสมาชิกรัฐสภาระยะยาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชวน กล่าวว่า เมื่อ กมธ.แก้ไขเปลี่ยนแปลง ต้องขออนุญาตตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ข้อ 37 เมื่อคณะกมธ. มีการแก้ไขเพิ่มเติมญัตติ จะกระทำได้ต่อเมื่อได้รับอนุญาตของที่ประชุมรัฐสภา ดังนั้น จึงขอถามที่ประชุมว่าเห็นชอบให้คณะกมธ.นำเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมหรือไม่ ผลปรากฏว่าที่ประชุมเห็นชอบ &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114470</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายชวน หลีกภัย, ประธานรัฐสภา, มาตรา 83, มาตรา 91, รัฐสภา, ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210701/image_big_60dd908903986.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111538</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/07/2021 15:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/07/2021 15:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชวน&#039; ลุยต่อสายตรงถึงประธานสภาฯจีน ช่วยหา &#039;วัคซีนซิโนฟาร์ม&#039; ให้คนไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ก.ค.64 - นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์เปิดเผยว่า ขณะนี้นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ได้ติดตามสถานการณ์ของโควิด-19 อยู่ตลอด และพยายามหาทางเป็นอีกหนึ่งเเรงประสานโดยเฉพาะเรื่องวัคซีน การพยายามประสานงาน เเต่ละครั้งนายชวนไม่ได้หวังผลเลิศ แต่ทุกโอกาสที่เป็นไปได้ก็ต้องลอง ไม่สามารถนิ่งดูดายได้ นอกจากการได้โทรศัพท์ไปหารือกับนายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกฯและรมว.การต่างประเทศ เรื่องการประสานติดต่อขอวัคซีนจากสหรัฐอเมริกาแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อสัปดาห์ที่เเล้ว นายชวน ในฐานะประธานรัฐสภา ของประเทศไทย ได้ติดต่อผ่านระบบประชุมทางไกล ไปยังนายลี่ จ้านซู ประธานสภาประชาชนแห่งชาติ สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งถือเป็น 1 ใน 3 ผู้ทรงอำนาจทางการเมืองสูงสุดของจีน เพื่อขอให้ฝ่ายจีน พิจารณาผลักดัน 3 เรื่อง คือ 1.ให้นักศึกษาไทยได้กลับไปศึกษาต่อที่จีน 2.อนุญาตให้สายการบินไทย กลับไปทำการบินเชิงพาณิชย์ในจีนได้อีกครั้ง เพราะไทยได้อนุญาตให้สายการบินพาณิชย์จีน บินเข้าไทยได้แล้ว 3. ขอขอบคุณที่มีน้ำใจกับคนไทย เรื่องการมอบวัคซีนให้ แต่ตอนนี้สถานการณ์การแพร่ระบาดรุนแรง หากได้รับวัคซีนตัวใหม่ (ซิโนฟาร์ม) ก็จะเป็นประโยชน์ และเป็นที่ซาบซึ้งใจต่อคนไทยอย่างสูง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111538</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชวน หลีกภัย, ประธานรัฐสภา, ประธานสภาประชาชนแห่งชาติ, วัคซีนซิโนฟาร์ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210729/image_big_61026c6b3a8b0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110893</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/07/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เตือนสติร่วมแก้ไขโควิด ‘ปชป.’ชงเปิดค่ายทหาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ชวน&amp;quot; เตือนสติทุกฝ่ายร่วมช่วยกันแก้ปัญหาโควิด ชี้คนทำงานมีโอกาสพลาดได้ แนะรัฐบาลดึงท้องถิ่นช่วยงานมากขึ้น &amp;quot;ปชป.&amp;quot; ชงนายกฯ ใช้ค่ายทหารทั่ว ปท.ทำ รพ.สนาม-จุดพักคอย &amp;quot;ฝ่ายค้าน&amp;quot; ยังตามถล่ม รบ.แก้โควิดล้มเหลว จี้ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; สารภาพบริหารผิดพลาด บี้พรรคร่วมเห็นแก่ ปชช.บ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 23 ก.ค. นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา &amp;nbsp;กล่าวถึงกรณีรัฐบาลถูกวิพากษ์วิจารณ์การแก้ปัญหาโควิด-19 ล้มเหลวว่า ต้องช่วยรณรงค์กับประชาชนให้ลดภาระแพทย์ พยาบาล และเคารพกฎเกณฑ์การดูแลสุขภาพของตัวเอง เช่น การขอร้องให้สวมหน้ากากอนามัย &amp;nbsp;หากเราคิดว่าไม่ใช่ธุระจะทำให้สถานการณ์หนัก ประเทศไม่ได้มีแต่ปัญหาโควิด-19 ฉะนั้นแต่ละฝ่ายต้องดูแลปัญหาที่ตนเองรับผิดชอบให้ดีที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวนกล่าวว่า คนทำงานมีโอกาสพลาดได้ ปัญหาคนไข้บางคนป่วยเสียชีวิต ดีแล้วที่ทุกคนให้ข้อมูล แต่ไปบอกว่าระบบสาธารณสุขล้มเหลวคงไม่ถึงขนาดนั้น เพราะปัญหามีทั่วโลก และเราก็เห็นแล้วว่าปัญหาเช่นนี้เกิดขึ้นได้กับที่อื่น ถ้าจำได้ที่เราแก้ไขจนมีผู้ติดเชื้อเป็นศูนย์ เราก็พูดว่าไม่มีประเทศใดน่าอยู่เท่าบ้านเรา เพราะขณะนั้นประเทศแถบยุโรป อเมริกา จำได้เลยคนไทยในอเมริกาให้สัมภาษณ์ว่าโรงพยาบาลที่นั่นให้พ่อครัวคนไทยคนหนึ่งออกจากโรงพยาบาล ถ้าไม่ออกจะปลดสายเครื่องช่วยหายใจ ทำให้คนไทยเรี่ยไรเงินได้หลายล้านบาทเพื่อนำพ่อครัวคนนั้นกลับมา ซึ่งตอนนั้นเราบอกว่าไม่มีที่ไหนน่าอยู่เท่าเมืองไทย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วันนี้ทางการเราหนัก แต่ผมก็คิดว่าไม่ใช่เรื่องที่ใครคนใดคนหนึ่งแก้ได้ แต่ทุกฝ่ายต้องมีส่วนร่วมเข้าไปช่วย ได้แนะนำนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ว่าต้องให้ความสำคัญกับท้องถิ่น เราเคยขอให้อาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) ช่วยเหลือ ตอนนี้ยิ่งจำเป็นให้เขาคอยเป็นหูเป็นตา อย่าให้มีการเปิดบ่อน ถ้ามีเปิดผู้ปกครองในพื้นที่นั่นก็ต้องดูแลรับผิดชอบ ลำพังรัฐบาลหรือเจ้าหน้าที่รัฐฝ่ายเดียวจะลำบาก ต้องอาศัยรูปแบบการปกครองของเราให้เป็นประโยชน์&amp;quot; นายชวนกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า ปัญหาการบริหารการแพร่ระบาดโควิดจะกระทบต่ออายุรัฐบาลหรือไม่ ประธานรัฐสภากล่าวว่า อย่าเพิ่งประเมินเหตุการณ์ช่วงเวลาหนึ่ง อย่าเพิ่งคิดเรื่องอายุรัฐบาล แต่ขอให้คิดดีกว่าว่าเราจะมีส่วนช่วยให้ความเสียหายของประชาชนลดได้อย่างไรบ้าง เช่น คนป่วยคนไข้ที่เสียชีวิตอย่างน่าอนาถ เห็นหรือไม่ต่างประเทศเขาเอาคนที่ยังไม่ตายใส่ถุงพลาสติกแล้วนำไปกอง ซึ่งน่าตกใจมาก ส่วนบ้านเราไม่ถึงขนาดนั้น แต่ก็มีเรื่องว่าป่วยแล้วไม่ได้รับการรักษาแบบทันทีทันใด ซึ่งน่าเห็นใจมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า เฟซบุ๊กศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบกได้เผยแพร่ข้อมูลระบุกองทัพบกได้ริเริ่มตั้งศูนย์ประสานงานต้านภัยโควิด-19 เพื่อเป็นสื่อกลางช่วยผู้ติดเชื้อเข้าสู่ระบบรักษาไปยังศูนย์แรกรับและส่งต่อผู้ป่วยโควิดของรัฐบาล (อาคารนิมิบุตร) หรือสาธารณสุขจังหวัดในพื้นที่ต่างๆ รวมถึงฌาปนสถานของ ทบ.อีก 4 แห่งไว้รองรับ จึงนับเป็นเรื่องน่ายินดี เพื่อให้การดำเนินการสามารถช่วยเหลือผู้ติดเชื้อโควิดได้เพิ่มมากขึ้น เพราะแนวโน้มการแพร่ระบาดยังไม่มีทีท่าว่าจะเบาบางลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ขอเสนอนายกฯ 1. ควรนำค่ายทหารทั่วประเทศ โดยเฉพาะค่ายทหารในกทม.มาทำเป็นโรงพยาบาลสนามและจุดพักคอยเพิ่มขึ้น 2. ควรแปรสภาพศูนย์ประสานงานต้านภัยโควิด-19 ของกองทัพบกให้เป็นศูนย์ของกองทัพไทย และประสานให้กองทัพเรือ กองทัพอากาศเข้ามาทำงานช่วยเหลือประชาชนด้วย 3.ควรสนับสนุนงบประมาณให้เพียงพอต่อการทำงานอย่างจริงจัง ไม่ควรปล่อยผู้นำหน่วยไปหางบทำงานกันเอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ หัวหน้าทีมประสานข้อมูลผู้ติดเชื้อเพื่อการส่งต่อศูนย์ประสานงานสถานการณ์ฉุกเฉิน โควิด-19 พรรคประชาธิปัตย์ (ศปฉ.ปชป.) กล่าวว่า มาตรการของภาครัฐในการให้ผู้ป่วยกลุ่มสีเขียวพักรักษาตัวที่บ้านหรือ Home Isolation ถือเป็นมาตรการที่ดี แต่ยังมีปัญหาเรื่องการสื่อสารที่ไม่ทั่วถึงและไม่ครอบคลุม จึงขอให้ ศบค.เร่งประชาสัมพันธ์เรื่อง Home Isolation ผ่านสื่อในช่องทางต่างๆ อย่างเข้มข้น รวมถึงทบทวนแนวทางในการสื่อสารที่ถูกต้องชัดเจน ถูกที่ถูกเวลา และถูกกลุ่มเป้าหมายให้มากกว่านี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า ประชาชนรอฟังคำขอโทษอย่างจริงใจจากปาก พล.อ.ประยุทธ์ สารภาพบาปต่อการตัดสินใจผิดพลาดล้มเหลวของรัฐบาลที่ไม่เข้าร่วมโคแวกซ์ตั้งแต่ต้น จนเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญนำประเทศชาติและประชาชนไปสู่จุดวิกฤติ พล.อ.ประยุทธ์พูดกลางสภาว่าการไม่เข้าร่วมโคแวกซ์เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง ซึ่งอาจเป็นการให้ข้อมูลอันเป็นเท็จของรัฐบาลต่อสภาและประชาชน พอจะกลับลำปิดบังกลบเกลื่อนทำได้ยาก เพราะมีบันทึกและสืบค้นได้หมด ประชาชนไม่เชื่อว่าสถาบันวัคซีนแห่งชาติจะตัดสินใจโดยลำพังต่อการเข้าร่วมหรือไม่เข้าร่วมโคแวกซ์ และตั้งคำถามว่าเหตุใดรัฐบาลจึงโยนบาปข้าราชการ แอบหลัง ผอ.วัคซีน ไม่กล้าออกมาขอโทษประชาชนด้วยตัวเอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พรรค พท. กล่าวถึงกรณีพรรคร่วมรัฐบาลแสดงท่าทีชัดเจนไม่ถอนตัวจากรัฐบาลว่า ถึงเวลานี้พรรคร่วมรัฐบาลต้องสำเหนียกว่าจะปล่อยให้ประเทศเป็นแบบนี้ไปถึงเมื่อไหร่ ไม่ต้องรอให้ถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจ หากเป็นนักการเมืองที่มาจากประชาชน ต้องทำงานเพื่อประชาชน อย่ามัวแต่ห่วงอำนาจ นักการเมืองที่ดีต้องห่วงประชาชนมากกว่าผลประโยชน์ ในขณะเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ควรที่จะฟังเสียงของประชาชนทุกกลุ่ม ไม่ฟังแต่เสียงคนข้างตัว หรือเสียงประชาชนเข้าไม่ถึงหูของ พล.อ.ประยุทธ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;พล.อ.ประยุทธ์ประกาศว่าต้องไม่มีผู้ติดเชื้อโควิดนอนรอรักษาที่บ้านหรือข้างถนนอีกต่อไป เป็นคำพูดเพื่อเอาตัวรอดไปวันๆ หาสาระไม่ได้ ปัจจุบันยังคงมีผู้ติดเชื้อจำนวนมากรอเตียงรักษานานกว่า 7 วันก็ยังไม่ได้เตียง บางพื้นที่ผู้ป่วยรอจนเสียชีวิต คำพูดของ พล.อ.ประยุทธ์หมดความน่าเชื่อถือแล้ว&amp;rdquo; ส.ส.เพื่อไทยรายนี้ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ส.ส.กทม. พรรค พท.กล่าวว่า ประชาชนที่ตอบรับเข้าระบบกักตัวอยู่บ้าน ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือจากภาครัฐ ยังไม่มียารักษาโรค ทั้งยาลดไข้ ยาฟ้าทะลายโจร ยังไม่ต้องพูดถึงยาฟาวิพิราเวียร์ แล้วจะให้ประชาชนมั่นใจในระบบของรัฐบาลได้อย่างไร ขอเรียกร้องให้รัฐบาล ผู้บริหาร ศบค. ผู้บริหาร กทม.ออกมาให้ความมั่นใจว่าผู้ป่วยติดเชื้อ ถ้าเข้าระบบแล้วจะได้รับยาภายในกี่วัน ถ้าไม่ได้ตามนั้นต้องทำอย่างไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด แม้รัฐบาลขยายระยะเวลาบังคับใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน รวมทั้งออกมาตรการล็อกดาวน์เข้มข้นในหลายพื้นที่ แต่ผลที่ออกมาคือไม่สามารถหยุดการระบาดของเชื้อไวรัสได้ นับวันมีแต่รุนแรงขึ้นมีประชาชนติดเชื้อเพิ่มขึ้นหลักหมื่นทุกวัน ชัดเจนว่ารัฐบาลใช้แต่อำนาจแต่ทำงานไม่เป็น แก้ปัญหาไม่ได้ เพราะแม้แต่ตัพล.อ.ประยุทธ์ยังไม่กล้ามาทำงานในทำเนียบฯ แล้วประชาชนจะมีความเชื่อมั่นในรัฐบาลได้อย่างไร หากเป็นแบบนี้ไม่ต้องมีรัฐบาลก็ได้ควรออกไปได้แล้ว อย่าอยู่เพื่อสร้างความหายนะให้ประเทศอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นเดียวกับนายประมวล เอมเปีย หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน กล่าวว่า รัฐบาลควรฟังเสียงพี่น้องประชาชนบ้างว่าเขาเดือดร้อนอย่างไร จะแก้ไขปัญหาจำเป็นต้องฟังอย่าเป็นผู้บริหารจุดเดือดต่ำ ที่ใครออกมาวิจารณ์ก็โดนขู่แจ้งข้อหา มีโทษปรับอาจถึงขั้นติดคุก นี่หรือประเทศที่บอกว่าปกครองโดยระบอบประชาธิปไตย นักการเมืองพอมีอำนาจก็ลืมประชาชน ขณะนี้เศรษฐกิจ การค้าขายของชาวบ้านย่ำแย่ ต้องปิดร้าน ธุรกิจล้มละลาย เจ้าของกิจการฆ่าตัวตายไปหลายคน เพราะทนแบกรับภาระหนี้ไม่ไหว คนตกงานฉับพลันคนจนไม่มีจะกินจากมาตรการที่ไม่แน่นอนของรัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมบอกได้แค่ว่าสักวันพวกท่านจะได้รับกรรมที่ทำไว้ เลือกตั้งครั้งหน้ายังจะมีหน้ามายกมือไหว้ขอคะแนนประชาชนอีกหรือไม่ หรือคิดว่าจะใช้เงินฟาดหัวพี่น้องประชาชนซื้อเสียงก็ได้กลับเป็นรัฐบาลอีก ก็สุดแต่กรรมของประเทศ&amp;rdquo; หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดินกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110893</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายชวน หลีกภัย, ประธานรัฐสภา, รัฐบาลถูกวิพากษ์วิจารณ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เตือนสติทุกฝ่ายร่วมช่วยกันแก้ปัญหาโควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210708/image_big_60e67a412048d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109498</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/07/2021 22:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทั่นส.ส.ปิดสภาหนีโควิดฝ่ายค้านย้ำซักฟอกแน่!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปิดสภาหนีโควิด! &amp;ldquo;ชวน&amp;rdquo;หารือวิป 3 ฝ่าย มติเลื่อนประชุมสภา-กมธ.ออกไป 2 สัปดาห์ จนถึง 25 ก.ค. &amp;nbsp;ฝ่ายค้านยอมให้ความร่วมมือแต่โดยดี &amp;nbsp;แต่ยังขู่ฟ่อ เจอแน่ศึกซักฟอกรัฐบาล เตรียมยื่นเดือนสิงหา.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 12 ก.ค. ที่รัฐสภา มีการประชุมวิป 3 ฝ่าย ประกอบด้วย ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล, ส.ส.ฝ่ายค้าน และสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) มีนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อพิจารณาการเลื่อนประชุมสภา ภายหลังจาก ศบค.ออกมาตรการคุมเข้มด้านต่างๆ เพื่อควบคุมสถานการณ์แพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 จนอาจมีผลกระทบต่อการประชุมสภา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา กล่าวก่อนการประชุมว่า จากการหารือกับ ศบค.แต่ละครั้ง ศบค.อนุมัติให้สภาประชุมจนสิ้นสุดสมัยประชุมได้ อย่างไรก็ตาม สภาต้องให้ความร่วมมือในช่วงที่รัฐบาลประกาศคุมเข้ม 2 สัปดาห์ เรื่องการงดการเดินทาง จะหารือกันในที่ประชุมวิป 3 ฝ่ายว่าหากจะหยุดประชุมสภาจะใช้เวลากี่วันจึงเหมาะสม มาตรการความปลอดภัยในรัฐสภามีความเข้มงวดอยู่แล้ว โดยเฉพาะภายในห้องประชุมใหญ่ สมาชิกให้ความร่วมมือสวมใส่หน้า กากอนามัย และกำชับทุกฝ่ายไม่ให้หละหลวมต่อมาตรการต่างๆ ที่วางไว้ ขณะที่ส.ส.และบุคลากรที่ตรวจพบการติดเชื้อได้เข้ารักษาตัว และมีมาตรการทำงานที่บ้านอยู่แล้ว แต่หากต้องยกระดับสูงขึ้น จะต้องหารือทุกฝ่ายให้เข้าใจตรงกัน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวภายหลังการประชุมว่า ประธานสภาผู้แทนราษฎรแจ้งงดการประชุมสภา 2 สัปดาห์ ให้มาประชุมสภาอีกครั้งวันที่ 29-30 ก.ค. และให้งดประชุมคณะกรรมาธิการสามัญและวิสามัญทุกคณะ ยกเว้นคณะ กมธ.และ กมธ.วิสามัญแก้ไขรัฐธรรมนูญ ส่วนการประชุม กมธ.งบประมาณนั้น จะใช้การประชุมผ่านระบบซูมเกือบ 100%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวว่า ยินดีให้ความร่วมมือ แต่ระหว่างงดประชุม 14วัน ต้องพิจารณาหามาตรการไปด้วยว่า หากครบ 14 วันแล้วสถานการณ์ไม่ดีขึ้นจะทำอย่างไร เพื่อพัฒนาให้สามารถอยู่กับโควิดให้ได้ ส่วนการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลของพรรคร่วมฝ่ายค้านนั้น &amp;nbsp;การงดประชุมไม่ได้มีผลให้เปลี่ยนแปลงการยื่นอภิปรายไปได้ แม้สภาจะปิด แต่การตรวจสอบของฝ่ายค้านจะต้องดำเนินต่อ จะยื่นเมื่อใดยังบอกไม่ได้ แต่จะเร่งรัดดำเนินการให้เร็วที่สุด คาดว่าจะไม่เกินกลางเดือน ส.ค.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางพรพิศ เพชรเจริญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้ออกหนังสือด่วนที่สุด ถึงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เรื่อง งดการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 14 วัน (จนถึงวันที่ 25 ก.ค.64) ประธานสภาผู้แทนราษฎรจึงเห็นสมควรร่วมกันในการรักษามาตรการดังกล่าวจึงให้งดการประชุมสภาผู้แทนราษฎรจนถึงวันที่ 25 ก.ค.64 ทั้งนี้ หากจะมีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเมื่อใดจะแจ้งให้สมาชิกทราบต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ หัวหน้าพรรค แกนนำ ตัวแทนพรรคร่วมฝ่ายค้าน อาทิ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย, นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย, นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ, นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล, &amp;nbsp;นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ แกนนำพรรคเพื่อชาติ, นายนิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย เป็นต้น ร่วมประชุมผ่านระบบซูม เพื่อประเมินสถานการณ์รัฐบาล การแพร่ระบาดไวรัสโควิด และความพร้อมในการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยที่ประชุมเห็นว่า ประเทศเสียหายจากการระบาดของโควิด-19 ทั้งหมดเกิดจากการบริหารงานที่ผิดพลาดและล้มเหลวของรัฐบาล พรรคร่วมฝ่ายค้านเห็นว่ามีความจำเป็นต้องดำเนินการอภิปรายไม่ไว้วางใจตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 เพื่อความรอบคอบและความครบถ้วนของประเด็นการอภิปราย และการมีส่วนร่วม ขอเชิญพี่น้องประชาชนร่วมกันเป็นเจ้าภาพในการร่วมอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ส่งข้อมูลความผิดพลาด ล้มเหลว รวมถึงการทุจริตที่เกิดขึ้นมายังพรรคร่วมฝ่ายค้าน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้จะเป็น การอภิปรายไม่ไว้วางใจร่วมกันระหว่างพี่น้องประชาชน ข้าราชการ และพรรคร่วมฝ่ายค้าน ในการหยุดยั้งรัฐบาลที่ล้มเหลว อย่างไรก็ตาม ในระหว่างที่ไม่มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พรรคร่วมฝ่ายค้านจะทำงานอย่างต่อเนื่อง จะนำเสนอท่าทีและความเห็นต่อสถานการณ์ประเทศต่อไป จะมีการประชุมครั้งต่อไปในวันที่ 19 ก.ค. เวลา 10.00 น. รูปแบบการประชุมนั้นจะเป็นไปตามกฎหมายกำหนด &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงสถานการณ์การแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ของรัฐบาลว่า ถ้ารัฐบาลยังล้มเหลวไร้ประสิทธิภาพแบบนี้ 120 วันเปิดประเทศคงไม่สำเร็จ แม้แต่ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ก็จะล้มเหลว สิ่งที่รัฐบาลควรเร่งทำคือให้ความสำคัญกับชุดตรวจ Rapid Antigen Test ที่เพิ่งคิดจะมาปลดล็อก แม้รัฐบาลจะผิดพลาดล้มเหลวซ้ำซากในการบริหารจัดการวัคซีน แต่วัคซีนคุณภาพคือทางออก &amp;nbsp;และการเยียวยาต้องรวดเร็วตรงจุดและเพียงพอแก่ประชาชนที่เผชิญความทุกข์ยากมาแล้วกว่า 18 เดือน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;พลเอกประยุทธ์และพวกพ้ององคาพยพทั้งหมดต้องลาออก ยุติการสืบทอดอำนาจเพื่อเปิดโอกาสให้ปัญหาของประเทศชาติและประชาชนได้รับการแก้ไขโดยเร่งด่วน&amp;rdquo; นายอนุสรณ์ กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยด้านเศรษฐกิจ กล่าวว่า &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การล็อกดาวน์จะทำให้รัฐบาลต้องกู้เงินเพิ่มเพื่อเยียวยา ซึ่งจะทำให้หนี้สาธารณะพุ่งสูงขึ้นทะลุเกินเพดานไปอีกมาก อีกทั้งจะทำให้การจัดเก็บรายได้ที่ลดลงพลาดเป้าอยู่แล้วยิ่งลดลงไปอีก &amp;nbsp;ซึ่งจะส่งผลให้การจัดงบประมาณในปีต่อไปต้องลดลงไปอีก แต่จะออก พ.ร.ก. เงินกู้เพิ่มไม่ได้แล้ว หนี้ครัวเรือนที่สูงถึง 90.5% แล้วจะยิ่งพุ่งขึ้น คนจะจมหนี้ &amp;nbsp;บริษัท ห้างร้าน จะปิดตัวกันอีกมาก คนตกงานจะพุ่งสูง หนี้เสียธนาคารจะกระฉูด แล้วไม่มีทางที่พลเอกประยุทธ์จะแก้ไขได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า สถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิดรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง รัฐบาลไร้ความสามารถ ทอดทิ้งให้ประชาชนต้องเผชิญกับการระบาดของไวรัสร้าย รัฐบาลไม่เคยยื่นมือเข้ามาช่วย ภาพของประชาชนจำนวนมากต้องนอนรอที่วัดพระศรีมหาธาตุบางเขนนาน 2 วัน เพื่อรอโอกาสในการตรวจหาเชื้อ อีกส่วนที่ป่วย ก็นอนรอความตายอยู่ที่บ้านโดยที่ พล.อ.ประยุทธ์ไม่แม้แต่จะเหลียวมามอง การกระทำคือการทอดทิ้งประชาชน ไม่ต่างจากฆาตกร ที่เห็นคนตายทุกวันโดยไร้ความรู้สึกรับผิดชอบ สิ่งเหล่านี้ไม่ควรเกิดขึ้นในประเทศไทย ประเทศที่ได้รับการยอมรับว่าระบบสาธารณสุขดีเป็นอันดับ 6 ของโลก แต่วันนี้ถูก พล.อ.ประยุทธ์ทำลายลงอย่างสิ้นเชิง ทั้งที่รวบอำนาจทั้งหมดไว้ในมือ มีเครื่องมือมากมาย แต่คิดไม่เป็น แก้ปัญหาไม่ได้ ส่งผลให้ประชาชนต้องทนทุกข์โดยที่รัฐบาลไม่เคยแสดงออกถึงความห่วงใยใดๆ การประกาศล็อกดาวน์ 14 วัน ไม่เกิดประโยชน์ เพราะยังไม่สามารถที่จะตรวจหาเชื้อได้เลยว่าใครบ้างที่มีการติดเชื้อ เพื่อแยกคนติดเชื้อออกไปรักษา กักกันคนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ถึงเวลานี้หากพรรคร่วมรัฐบาลยังคงร่วมพายเรือที่ใกล้อับปางลำนี้ต่อไป ไม่รับรู้และไม่รู้สึกถึงความเดือดร้อนของประชาชนทั้งประเทศ จะยังคงนั่งในเรือนี้ต่อไป ขอให้พี่น้องประชาชนจงจำไว้ว่าใครบ้างที่ร่วมกันทำร้ายท่าน แต่หากอยากให้เกิดการเปลี่ยนแปลง และมีโอกาสที่ประชาชนจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เข้าถึงการรักษาที่ดีขึ้น หาก ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล เพียง 30 เสียง &amp;nbsp;ประกาศเป็นสัญญากับประชาชนว่าจะไม่สนับสนุน ไม่ลงมติในสภาให้กับรัฐบาลชุดนี้ทุกกรณี แค่นี้ก็ช่วยชาติได้ และเป็นโอกาสที่จะนำพาประชาชนฝ่าวิกฤตินี้ไปด้วยกัน&amp;rdquo; นพ.ชลน่านกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109498</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายชวน หลีกภัย, ประธานรัฐสภา, ปิดสภาหนีโควิด, ศึกซักฟอกรัฐบาล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210630/image_big_60dc67cdc46e1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
