<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>109097</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/07/2021 22:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สส.ปัดขอวัคซีนเข็ม3/‘หน่อย’ล่าชื่อฟ้องรัฐ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สภาดาหน้าปัดขอวัคซีนเข็ม 3 ฉีด ส.ส.-ส.ว. &amp;quot;สุชาติ&amp;quot; อ้างแค่ความเห็นส่วนตัวของ ส.ส.บางคน ย้ำที่ประชุมวิปฯ แค่เสนอความเห็นต้องเตรียมฉีดเข็ม 3 ให้ ปชช.ทุกกลุ่ม &amp;quot;ส.ส.พปชร.&amp;quot; ยอมรับสื่อสารไม่เคลียร์ทำเข้าใจผิด &amp;quot;สิระ&amp;quot; ชงล็อกดาวน์รัฐสภา &amp;quot;ปธ.ชวน&amp;rdquo; ชี้รอประเมินสถานการณ์เป็นระยะ &amp;quot;ไทยสร้างไทย&amp;quot; ชวนคนลงชื่อฟ้องรัฐบาล &amp;quot;หน่อย&amp;quot; ฟุ้งได้แล้ว 8 หมื่นราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา วันที่ 8 ก.ค. ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง &amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นประธานในการประชุม ก่อนเข้าสู่วาระการประชุมนายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานวิปรัฐบาล ชี้แจงกรณีมีการเสนอให้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 เข็มที่ 3 ให้กับ ส.ส.-ส.ว. รวมถึงบุคลากรรัฐสภา เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดในพื้นที่รัฐสภาว่า ขอยืนยันไม่มีใครเสนอในที่ประชุมวิป 3 ฝ่าย และจากการสอบถามไม่พบว่าต้นตอมาจากที่ใด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ผลการประชุมวิป 3 ฝ่ายไม่มีมติให้หาวัคซีนเข็มที่ 3 คนที่ไปให้ข่าวต้องรับผิดชอบ คนที่เข้ามาในสภาต้องตรวจหาเชื้อทุกคน เพราะไม่มั่นใจว่าจะมีเชื้อหรือไม่ ถ้าพบผลบวกต้องแยกในทันทีเพื่อที่จะเฝ้าระวัง ดังนั้นต้องเตรียมจัดหาวัคซีนที่ดีเพื่อมากระตุ้นให้กับสมาชิกรัฐสภาทุกคน เพราะภูมิคุ้มกันจะลดลง 3 เดือน 6 เดือน เราจำเป็นต้องมีวัคซีนไว้ล่วงหน้าเพื่อกระตุ้น ถ้าไม่มีเราก็จะกลับไปเป็นเหมือนเดิม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้าจะตีความว่าเข็ม 3 เป็นการเรียกร้องของรัฐสภาให้ฉีดเข็ม 3 เป็นการตีความที่ผิด ไม่ว่าหน่วยงานไหนหรือรัฐไทยที่ทำงานแบบโง่ๆ คุณต้องเตรียมเข็ม 3 แล้ว แพทย์พยาบาลที่ฉีดมาแล้วเขาจะได้รับการกระตุ้นวัคซีนแบบใด โดยเฉพาะคนสูงอายุรัฐบาลต้องคิด ประธานต้องช่วยวางแผนเรื่องนี้แล้ว สำหรับสมาชิกรัฐสภา คนทำงาน รวมทั้งคนที่มาติดต่อต้องได้รับการฉีดวัคซีนในเวลาที่เหมาะสม คนที่ไปแถลงข่าวเรื่องนี้ต้องขอโทษสภาแห่งนี้ ถ้าเป็นสมาชิกให้ตั้งกรรมการสอบว่ามีจุดประสงค์อะไรทำลายสภากันเอง คิดว่าจะมีชื่อเสียงเหรอ คิดว่าจะได้ข่าว ถ้าคิดเป็นอย่างนั้น คุณคือคนที่โง่มาก ดักดาน หิวแสง&amp;rdquo; นพ.ชลน่านกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า รู้สึกไม่สบายใจจากข่าวที่เกิดขึ้นว่า ส.ส.ควรจะฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 เรื่องนี้ไม่ควรเสียหายจากความไม่รับผิดชอบของ ส.ส.บางคนที่นำเรื่องที่ไม่ได้ศัพท์จับไปกระเดียด ทำให้รัฐสภาเสียหาย เพราะประชาชนคาดหวังว่าการประชุมสภาจะได้มีการหารือกันถึงปัญหาโควิด เพราะในการประชุมของวิป 3 ฝ่าย เห็นตรงกันว่าเราจะต้องทำหน้าที่ใน ส.ส. ประชาชนกำลังมีปัญหาเรื่องโควิดระบาด มีปัญหาเศรษฐกิจ จะหยุดการประชุมได้อย่างไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วันนี้สังคมก็ต้องตำหนิผู้ให้ข่าวที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง และไปขยายผลให้รัฐสภาเสียหาย แต่เราต้องเดินหน้าประชุมอย่างเคร่งครัด และขอให้ทำ Rapid Test การทำ Application เพื่อตรวจสอบสมาชิกรัฐสภา อยู่ที่ไหน ทำอะไร ได้มาประชุม กมธ. หรือประชุมในห้องประชุมใหญ่ และควรแยกสมาชิกรัฐสภาที่จะเข้าห้องประชุมกับเจ้าหน้าที่ผู้มาติดต่อให้ชัดเจน หากจะต้องชี้แจงไทม์ไลน์ก็จะบอกได้ว่าได้พบเจอใครบ้าง&amp;quot; นายชินวรณ์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายสุชาติชี้แจงว่า ในการประชุมเมื่อวันที่ 6 ก.ค.ที่ผ่านมา เป็นการประชุม 3 ฝ่าย เราได้ปรึกษาหารือกันว่าเราควรจะดำเนินการประชุมต่อไปหรือควรจะหยุดชั่วคราว ซึ่งก็มีการวิเคราะห์กันว่าควรดำเนินการต่อไป เพราะเราเป็นหลักในระบอบประชาธิปไตย ต้องเป็นแบบอย่างและสะท้อนปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนและประเทศชาติ แต่การดำเนินการต่อไปต้องมีมาตรการเข้มข้น และยังได้วิเคราะห์ทางการแพทย์ โดยมองไปข้างหน้าจะควบคุมได้อย่างไร จำเป็นต้องเตรียมวัคซีน ในการประชุมเราพูดถึงภาพรวมของประเทศว่าจะต้องมีการกระตุ้นภูมิ แต่ไม่ได้พูดว่าเป็นมติของสภาจะฉีดวัคซีนเข็ม 3
ส.ส.ปัดขอวัคซีนเข็ม 3
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมยืนยันไม่มีมติดังกล่าว ผู้ที่ให้ข่าวผมต้องกราบขออภัยและขอโทษ ไม่มี อาจจะคลาดเคลื่อนจากผู้ให้ข่าวหรือคลาดเคลื่อนจากการรับข่าว ที่ข่าวผิดพลาดออกมา ผมต้องขอโทษข่าวที่ออกมาผิดพลาด ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงใด เราไม่มีมติใดๆ บังคับให้ฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 แต่รัฐบาลควรจะดำเนินการกันทั้งประเทศ ส่วนผู้ที่ให้ข่าวเดี๋ยวผมจะดูว่าเป็นใคร และจะเรียกมาคุย ปรึกษาว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป&amp;rdquo; รองประธานสภาฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา ที่ประชุมได้พิจารณาญัตติเกี่ยวกับการแก้ปัญหาการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 ที่ค้างมาจากสัปดาห์ที่แล้ว โดยนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า ขณะนี้จำนวนผู้ติดเชื้อมีมากกว่าจำนวนผู้ป่วยที่ได้กลับบ้าน วันนี้มีผู้ติดเชื้อ 7,000 คนต่อวัน และอาจถึง 10,000 คน มีผู้ป่วยอาการหนักมากขึ้น อัตราเสียชีวิตก็สูงขึ้นเป็นเงาตามตัว รัฐบาลจะใช้วิธีเดิมๆ รับมือไม่ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เงื่อนไขตามหนังสือของคณะกรรมการกลั่นกรองเงินกู้ที่ส่งถึงนายกรัฐมนตรีระบุว่า รัฐบาลจะอุดหนุนเงิน 600 ล้านบาทให้บริษัท สยามไบโอไซเอนท์ฯ ในการผลิตวัคซีน โดยมีเงื่อนไขว่า จะส่งวัคซีนที่ผลิตในประเทศให้เป็นลำดับแรกตามความต้องการก่อน ส่วนที่เหลือจึงส่งออกไปยังภูมิภาค แสดงว่านี่คือการหลอกเอาเงินภาษีประชาชนไปอุดหนุนเอกชน โดยไม่ทำตามสัญญา รัฐบาลต้องกล้าหาญใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงด้านวัคซีน บังคับเอาวัคซีนจากแอสตร้าเซนเนก้าตามแผนการส่งมอบให้ได้ เพื่อปกป้องชีวิตประชาชน&amp;rdquo; ส.ส.พรรคก้าวไกลระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุชาติให้สัมภาษณ์อีกครั้งถึงเรื่องการฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 ว่า ภายหลังจากรับฟังข้อท้วงติงจาก ส.ส.ในระหว่างการประชุมสภา ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่าเป็นข้อมูลจากการแถลงข่าวภายหลังการประชุมวิป 4 ฝ่ายที่ตนเป็นประธาน ทั้งนี้ยืนยันในที่ประชุมวันนั้นได้หารือถึงมาตรการด้านสาธารณสุขในพื้นที่รัฐสภาอย่างเข้มข้น ตลอดจนการตรวจหาเชื้อไวรัสโควิดแบบ Swab แก่สมาชิกรัฐสภาสัปดาห์ละ 1 ครั้งเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มีช่วงหนึ่งที่ที่ประชุมมีการวิเคราะห์ถึงภาพรวมของสถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศไทยที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้นว่า ในอนาคตจำเป็นต้องมีการฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้แก่ประชาชนทุกคนในประเทศ โดยเฉพาะกับบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อระงับยับยั้งและแก้ไขปัญหาการแพร่กระจายเชื้อโควิด เช่นเดียวกับหลายประเทศที่เริ่มฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 ให้กับประชาชนแล้ว ยืนยันไม่ได้จำเพาะเจาะจงว่าต้องจัดหาวัคซีนเข็มที่ 3 สำหรับ ส.ส.หรือ ส.ว.แต่อย่างใด&amp;quot; รองประธานสภาฯ ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี นายอนันต์ ผลอำนวย ส.ส.กำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร ยอมรับภายหลังการประชุมวิป 4 ฝ่ายเมื่อวันที่ 6 ก.ค.ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้แถลงมติที่ประชุมในประเด็นสำคัญๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของรัฐสภา โดยในช่วงท้ายของการแถลงได้เล่าถึงการวิเคราะห์ภาพรวมสถานการณ์และความสำคัญของการฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกัน เพียงแต่ตนอาจจะพูดตกไป ไม่ได้พูดว่าสำหรับประชาชนทุกคน และไม่ได้พูดเจาะจงไปที่ ส.ส.หรือ ส.ว.เช่นกัน &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ถ้าไปย้อนดูคลิปหรือคำให้สัมภาษณ์ในวันนั้น ก็จะพบว่าเล่าถึงการหารือในที่ประชุมถึงข้อมูลทางการแพทย์ว่า การฉีดวัคซีนแม้จะครบ 2 เข็มแล้ว แต่เวลาผ่านไป 3 เดือนภูมิคุ้นกันอาจจะลดเหลือเพียง 40-50% และหากผ่านไปอีกภูมิคุ้มกันก็ยิ่งน้อยลงไปอีกเหมือนไม่ได้ฉีด ทุกคนจึงควรต้องฉีดบูสเตอร์เข็ม 3 ซึ่ง ส.ส.ที่เป็นแพทย์ในที่ประชุมวันนั้นเป็นคนให้ความรู้ในส่วนนี้เอง&amp;rdquo; นายอนันต์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า วันนี้จำนวนผู้ติดเชื้อโควิดกว่า 7,000 ราย และผู้เสียชีวิตกว่า 70 คน ในฐานะเป็น ส.ส.ตื่นขึ้นมาน้ำตาไหล คิดว่าเกิดอะไรขึ้นกับประเทศไทย ประชาชนไม่ได้รับการเข้าถึงสาธารณสุข ขอให้ ศบค.ออกมาชี้แจงกับประชาชนว่าจะแก้ไขปัญหาเรื่องนี้อย่างไร จะล็อกดาวน์หรือไม่ล็อกดาวน์ ก็ต้องออกมาชี้แจงว่าจะยับยั้งความสูญเสียของคนไทยอย่างไรบ้าง ถ้าไม่ล็อกดาวน์มีเหตุผลอย่างไร
&amp;#39;หน่อย&amp;#39;ปลุกลงชื่อไล่รบ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอเสนอให้ล็อกดาวน์ที่รัฐสภาเป็นแห่งแรก เพราะทุกวันนี้แม้วิป 3 ฝ่ายจะมีมติให้คณะกรรมาธิการสามัญ 35 คณะ และคณะกรรมาธิการวิสามัญงดประชุม แต่ก็ยังไม่ได้รับความร่วมมือจากคณะกมธ.บางคณะ วันนี้ยังมีประชุมอยู่ เมื่อยังมีประชุมก็ต้องเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องมาชี้แจง ซึ่งผู้ชี้แจงต้องเดินทางมาจากต่างจังหวัด พอกลับไปบ้านก็ต้องกักตัว 14 วัน ขณะเดียวกันก็อาจจะเป็นพาหะนำโรคด้วยหรือไม่ ดังนั้น ตนจึงขอให้ล็อกดาวน์รัฐสภาเป็นแห่งแรก&amp;quot; นายสิระกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า สภายังมีการประชุมตามปกติ แต่จะมีปัญหาอยู่หนึ่งเรื่องคือ การประชุมกฎหมายที่ค้างอยู่ เช่น พ.ร.บ.ยาเสพติด ซึ่งรัฐมนตรีได้มีการเร่งรัดให้แล้วเสร็จ ก็จะนำไปหารือกับทุกฝ่าย ทั้งวุฒิสภา รัฐบาลและ ฝ่ายค้าน ว่าจะพร้อมในช่วงใด เพื่อขอเวลา 1 วันในการพิจารณาให้แล้วเสร็จ เพราะมีผู้รอใช้กฎหมายอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขณะนี้ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เพียงแต่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ภายใต้สถานการณ์ที่วัคซีนไม่สามารถกระจายได้ทั่วประเทศ ผมจึงบอกตลอดว่าพวกเราต้องปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัด เพื่อช่วยลดความเสี่ยงและลดจำนวนผู้ติดเชื้อ เพื่อลดภาระให้กลุ่มด่านหน้า แพทย์ และพยาบาล&amp;quot; นายชวนกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟซบุ๊กพรรคไทยสร้างไทยได้โพสต์เชิญชวนประชาชนให้ร่วมลงชื่อพร้อมแบบฟอร์มให้ร่วมฟ้องการบริหารงานของรัฐบาลประยุทธ์ มีเนื้อหาว่า ฟ้องรัฐบาลฆาตกร ในสถานการณ์โรคระบาด Covid-19 รัฐบาลประยุทธ์ใช้ภาษีของประชาชนดำเนินนโยบายที่ผิดพลาด ทำให้เกิดความเสียหาย จนคนไทยล้มตาย เศรษฐกิจไทยพังพินาศ โดยไม่สนใจข้อมูลที่ถูกต้องจากประชาชนและผู้เชี่ยวชาญ พรรคไทยสร้างไทย ขอเป็นตัวแทนภาคประชาชน ที่ได้รับความเดือดร้อนจากการบริหารจัดการที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์จัดการโควิด-19
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวตอนหนึ่งถึงแคมเปญลงชื่อไล่รัฐบาลว่า จนถึงตอนนี้ มีประชาชนร่วมลงชื่อแล้วกว่า 80,000 คน และกำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย ได้ออกเเถลงการณ์ตอนหนึ่ง ระบุว่า การสั่งซื้อวัคซีนซิโนแวคและการที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติให้มีการสั่งซื้อเพิ่มเติมดังกล่าว จึงมิได้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ และขัดต่อกฎหมาย ทำให้ประเทศชาติและประชาชนได้รับความเสียหาย จึงขอเรียกร้องให้คณะรัฐมนตรีได้ทบทวนการสั่งซื้อวัคซีนที่ไม่มีประสิทธิภาพที่สามารถป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 ให้กับประชาชน และสมาคมยินดีเป็นตัวแทนของประชาชนเพื่อดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องอันเป็นการปกป้องผลประโยชน์และชีวิตของประชาชนที่ได้รับความเสียหายจากการดำเนินการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายดังกล่าว &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า ล่าสุดองค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทย ได้เผยแพร่ข้อมูลเพื่อย้ำว่า วัคซีนที่ได้รับการรับรองและขึ้นทะเบียนมีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ โดยประเทศไทยมีวัคซีน 3 ชนิดที่ให้บริการไปแล้ว &amp;nbsp;ได้แก่ แอสตร้าเซนเนก้า ซิโนฟาร์ม และซิโนแวค อีกทั้งการบริหารจัดการสถานการณ์โควิด-19 โดยเฉพาะแผนการจัดหาวัคซีน ประกอบไปด้วยคณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศ และมีงานวิชาการรองรับ เป็นไปตามกฎหมายทุกขั้นตอน สอดคล้องตามรัฐธรรมนูญ และทำตามหลักภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศขององค์การอนามัยโรค (WHO)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในระหว่างรอส่งมอบวัคซีน mRNA ในช่วงไตรมาสที่ 4 อาทิ วัคซีนไฟเซอร์ 20 ล้านโดสตามแผนวัคซีนหลัก และโมเดอร์นาซึ่งเป็นวัคซีนทางเลือก รัฐบาลจึงเร่งจัดหาและฉีดวัคซีนให้ประชาชนในวงกว้างให้มากที่สุดเพื่อลดการป่วยหนักและการเสียชีวิต&amp;quot; รองโฆษกรัฐบาลระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์ประจำวันว่า จำนวนผู้ฉีดวัคซีนเมื่อวันที่ 7 ก.ค. จำนวน 291,575 โดส ทำมีให้ยอดผู้ฉีดวัคซีนสะสมแล้ว 11,619,618 โดส.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109097</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายวิรัช รัตนเศรษฐ, นายสุชาติ ตันเจริญ, ประธานวิปรัฐบาล, พรรคพลังประชารัฐ, รองประธานสภาผู้แทนราษฎร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210622/image_big_60d19b80846c8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91660</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/02/2021 16:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/02/2021 16:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิรัช&#039;วางกรอบซักฟอก4วัน อภิปรายถึงตี2วันสุดท้าย4ทุ่ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ก.พ. 64 - ที่รัฐสภา นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล)&amp;nbsp; กล่าวถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลของฝ่ายค้านว่า ในวันที่ 2 ก.พ.จะได้รับคำตอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า จะพร้อมมาชี้แจงในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจเมื่อใด เมื่อทราบแล้วจะได้มีการหารือร่วมกับนายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาคนที่ 1 ที่ดูแลเรื่องนี้ รวมทั้งฝ่ายค้านด้วย&amp;nbsp; ดังนั้นจึงต้องรอผลการประชุมว่าจะเป็นอย่างไร ซึ่งคร่าวๆ คือวันที่ 16-19 ก.พ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิรัช กล่าวว่า การอภิปรายในแต่ละวันจะข้ามเที่ยงคืนไปแล้วอาจจะถึงเวลา 02.00 น. 2วัน เพื่อจะให้ระยะเวลาชั่วโมงใกล้เคียงกัน ส่วนวันสุดท้ายจะต้องเผื่อเวลาไว้ โดยจะหยุดการอภิปรายประมาณเวลา 21.00 น.&amp;nbsp; โดยฝ่ายค้านจะต้องสรุปให้เสร็จ และฝ่ายรัฐบาลต้องตอบให้เสร็จ อาจจะเลยไปเล็กน้อยถึง 22.00 น.ก็ไม่เป็นไร แต่จะต้องไม่เกินเวลา 24.00 น. เพื่อลงมติในวันรุ่งขึ้น&amp;nbsp; ทั้งนี้พยายามให้ฝ่ายค้านอภิปรายให้อยู่ใระยะเวลาที่กำหนด&amp;nbsp; ซึ่งต้องตกลงร่วมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงวอร์รูมรัฐบาลจะมีการตั้งเป็นพรรคร่วมหรือของแต่ละพรรค นายวิรัช กล่าวว่า คงจะต้องรวมกัน เพราะต้องใช้เวลาที่ต้องอยู่ในกรอบ ฉะนั้นรัฐมนตรีคนใดที่ถูกอภิปรายก็จะรู้ว่ามีกรอบในการตอบ โดยใช้ระยะเวลาเท่าไหร่ เช่นหากรัฐมนตรีคนหนึ่งถูกอภิปราย 2 ชั่วโมงแล้วจะตอบเสร็จหรือไม่ภายใน 1 ชั่วโมง หรือ มากกว่า 1 ชั่วโมงและต้องคุยกับฝ่ายค้านด้วยว่าในการอภิปรายจะต้องให้แล้วเสร็จเป็นคนๆ ไปไม่ใช่อภิปรายย้อนกลับมาอีก อย่างนี้ไม่ได้ เพราะตัวรัฐมนตรีต้องเตรียมการตอบโดยตอบทีเดียวให้ชัดเจน ซึ่งการตอบแต่ละครั้งของรัฐมนตรีถือว่ามีเวลาเพียงพอในการอธิบายข้อสงสัยให้รับทราบ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91660</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซักฟอก, นายวิรัช รัตนเศรษฐ, ประธานวิปรัฐบาล, ฝ่ายค้าน, อภิปรายไม่ไว้วางใจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210201/image_big_6017c6519ef0c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85564</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/12/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/12/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พปชร.ฟรีโหวต ญัตติส่งศาลรธน. ‘ปชป.-ภท.’ค้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานวิปรัฐบาลเผยปล่อยฟรีโหวตญัตติส่งศาลวินิจฉัยแก้ รธน. &amp;quot;จุรินทร์&amp;quot; ย้ำมติ ปชป.ไม่เห็นชอบส่งศาลตีความ ยันผ่านการตรวจสอบจากพรรคการเมืองอย่างรอบคอบแล้ว &amp;quot;วิษณุ&amp;quot; ชี้ร่าง พ.ร.บ.ประชามติฉบับฝ่ายค้านต้องให้นายกฯ ลงนามรับรองก่อนถึงเข้าสภาได้เหตุเป็นกฎหมายการเงิน &amp;quot;ฝ่ายค้าน&amp;quot; โต้ร่างรัฐบาลไม่ใช่กฎหมายปฏิรูปที่ใช้เสียง ส.ว.ช่วยผ่านร่างโดยง่าย อัดเป็นกระบวนการนิติบัญญัติแบบพิเศษที่ คสช.ออกแบบรองรับไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา วันที่ 30 พฤศจิกายน นายวิรัช รัตนเศรษฐ&amp;nbsp; ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล)&amp;nbsp; ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมวิปรัฐบาลว่า สัปดาห์นึ้จะมีการประชุมร่วมรัฐสภาในวันที่ 1 ธ.ค. โดยจะมีการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ออกเสียงประชามติซึ่งรัฐบาลเป็นผู้เสนอ แต่ทราบว่าฝ่ายค้านก็เสนอร่าง ?พ.ร.บ.ออกเสียงประชามติส่งให้ประธานรัฐสภาบรรจุเข้าวาระ เพื่อให้พิจารณา?พร้อมกันกับร่างของรัฐบาลด้วยเช่นกัน แต่เนื่องจากร่างที่ฝ่ายค้านเสนอเข้าข่ายกฎหมายการเงิน จึงต้องนำกลับไปให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา?รับรองอีกครั้งในที่ประชุม ครม.?วันอังคารนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แต่ประเด็นปัญหาอยู่ที่ว่าแม้ ครม.?จะรับรองร่างของฝ่ายค้านแล้ว แต่ร่างของฝ่ายค้านก็ไม่เข้าข่ายกฎหมายปฏิรูป จึงต้องนำมาเข้าพิจารณา?ในสภาเดียว คือสภาผู้แทนราษฎร? ซึ่งวันนี้วิปรัฐบาลคงมีมติเกี่ยวกับเรื่องนี้เป็นอย่างใดอย่างหนึ่ง? ส่วนร่างที่ ครม.เสนอมาคงมีการพิจารณาและตั้งคณะกรรมาธิการ? คาดว่าน่าจะเสร็จสิ้น?ในเวลาไล่เลี่ย?กับคณะกรรมาธิการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ?&amp;quot; นายวิรัชกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิรัชกล่าวด้วยว่า ยังจะมีการพิจารณาญัตติด่วนของนายสมชาย แสวงการ ส.ว. และนายไพบูลย์ นิติตะวัน&amp;nbsp; ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ที่เสนอขอให้ที่ประชุมร่วมรัฐสภามีมติส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญขัดต่อกฎหมายหรือไม่ โดยเบื้องต้นตนได้พูดคุยกับสมาชิกวิปร่วมรัฐบาลหลายคนอยากให้เป็นการฟรีโหวต เพราะมีบางคนอยากให้ส่งเรื่องไปยังศาล แต่ก็มีบางคนไม่อยากให้ส่งเหมือนกัน ส่วนท่าทีของพรรคพลังประชารัฐในเรื่องนี้นั้นก็ยังไม่ได้หารือ แต่อาจเป็นฟรีโหวตก็ได้ต้องรอประชุมพรรคเสียก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 15.30 น. ที่พรรคพลังประชารัฐ มีการประชุม ส.ส.พรรค โดยมีนายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เลขาธิการพรรค พปชร., นายไพบูลย์ นิติตะวัน&amp;nbsp; ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรค ทำหน้าที่ประธานการประชุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น น.ส.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ส.ส.กทม.และโฆษกพรรค พปชร.แถลงผลประชุมว่า ที่ประชุมหารือถึงการเตรียมความพร้อมประชุมสภาผู้แทนราษฎร 1-3 ธ.ค.นี้ โดยวันที่ 1&amp;nbsp; ธ.ค.นี้จะเป็นการประชุมร่วมรัฐสภาที่จะมีการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ออกเสียงประชามติ และญัตติด่วนเรื่องขอเสนอญัตติตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภา พ.ศ.2563 ข้อที่ 32 ให้รัฐสภามีมติขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา&amp;nbsp; 210 (2) ที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพปชร. และนายสมชาย แสวงการ เป็นผู้เสนอ ส่วนวันที่ 2-3 ธ.ค.เป็นการประชุมสภา โดยพรรค พปชร.มีมติให้เอกสิทธิ์ ส.ส.ตัดสินใจจะโหวตเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ โดยไม่ได้กำหนดว่าจะต้องลงมติในทิศทางใด เพราะแต่ละคนมีความคิดเห็นที่หลากหลายขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแต่ละคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า ที่ประชุม ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์มีมติร่วมกันจะลงมติไม่เห็นชอบญัตติเสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยอำนาจของรัฐสภาแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 เพราะร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญผ่านความเห็นชอบรับหลักการจากรัฐสภา ผ่านการตรวจสอบจากพรรคการเมืองต่างๆ อย่างรอบคอบ ไม่จำเป็นต้องส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยอีก ซึ่งการรับหลักการในที่ประชุมร่วมรัฐสภาก็เป็นการตอกย้ำว่า ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญชอบด้วยรัฐธรรมนูญแล้ว หากจะตรวจสอบความถูกต้องก็สามารถยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญหลังจากลงมติในวาระที่ 3 ก่อนนำขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายได้ ไม่จำเป็นต้องมาตรวจสอบตอนนี้ ซึ่งการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยขณะนี้เป็นการสร้างเงื่อนไขทางการเมืองโดยไม่จำเป็น อาจถูกตีความว่าไม่จริงใจในการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย ในฐานะวิปรัฐบาล เปิดเผยว่า ที่ประชุมผู้บริหารพรรคภูมิใจไทย ซึ่งมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค เป็นประธาน ได้พิจารณาถึงการเสนอญัตติให้รัฐสภามีมติขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของรัฐสภาในการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามมาตรา 256&amp;nbsp; โดยมีมติไม่เห็นด้วยกับการยื่นญัตติดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สมาชิกพรรคภูมิใจไทยเป็นผู้เสนอญัตติเองร่วมพิจารณาในการประชุมรัฐสภา และได้ลงมติรับหลักการ คือเห็นด้วยกับการแก้รัฐธรรมนูญไปแล้ว จะให้เราสนับสนุนหรือเห็นด้วยกับการส่งองค์กรอื่นให้มาพิจารณาวินิจฉัยสิ่งที่เราทำอีก เราไปบังคับให้ ส.ส.ลงมติเช่นนั้นไม่ได้ เรามั่นใจว่ารัฐธรรมนูญเปิดโอกาสให้มีการแก้ไขได้ตามกระบวนการที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้&amp;quot; นายชาดาระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมร่วมรัฐสภาพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประชามติ ที่ฝ่ายค้านยื่นร่างกฎหมายประกบว่า ทราบว่าประธานสภาผู้แทนราษฎรชี้ว่าร่าง พ.ร.บ.ประชามติของฝ่ายค้านเป็นกฎหมายการเงิน จึงจำเป็นต้องส่งมาให้นายกรัฐมนตรีลงนามรับรอง ทราบว่าเขาส่งมาเมื่อช่วงปลายสัปดาห์ก่อน&amp;nbsp; และเพิ่งถึงทำเนียบฯ วันที่ 30 พ.ย. จึงยังไม่ทราบว่านายกฯ ได้เห็นหรือยัง ส่วนเมื่อได้รับเรื่องแล้วนายกฯ จะรับรองหรือไม่ ก็ต้องถามไปยังหน่วยงานต่างๆ แล้วประมวลกลับมาให้นายกฯ เป็นผู้วินิจฉัย แต่ถึงอย่างไรก็ไม่เป็นปัญหาอะไร เพราะฉบับของรัฐบาลต้องเข้าสภาในวันที่&amp;nbsp; 1 ธ.ค.อยู่แล้ว จะแปรญัตติหรืออะไรก็ได้ หลักการนั้นมีบรรทัดเดียวคือ ให้มีกฎหมายว่าด้วยการออกเสียงประชามติ จะตัดและเติมอะไรก็ได้ ยกของฝ่ายค้านมาใส่ก็ยังได้ถ้าคณะกรรมาธิการยอม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในการประชุมร่วมรัฐสภาวันที่ 1 ธ.ค. ตนจะเดินทางไปเป็นผู้เสนอร่าง เนื่องจากร่าง พ.ร.บ.ประชามติเป็นของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ให้รัฐบาลเป็นผู้เสนอ แต่ถ้ามีประเด็นซักถามในส่วนของ กกต.หรือข้อกฎหมายจะให้ กกต.และคณะกรรมการกฤษฎีกาเป็นผู้ชี้แจง แต่ถ้าส่วนไหนเกี่ยวกับรัฐบาลจะเป็นผู้ชี้แจงเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีนายวิรัช รัตนเศรษฐ ในฐานะประธานวิปรัฐบาล ระบุว่าร่างของฝ่ายค้านไม่เกี่ยวกับการปฏิรูปจึงไม่สามารถนำเข้าสู่ที่ประชุมร่วมรัฐสภาได้นั้น นายวิษณุ กล่าวว่า ประเด็นขณะนี้มีเพียงฝ่ายค้านเสนอร่าง พ.ร.บ.ประชามติ ประธานสภาวินิจฉัยว่าเป็นกฎหมายการเงินแล้วเสนอมาให้นายกฯ รับรอง ตราบใดที่นายกฯ ยังไม่รับรองก็ยังไม่สามารถเข้าสภาได้ ไม่ว่าจะสภาเดียวหรือสองสภาก็ตาม แต่ถ้านายกฯ รับรองแล้วและจะไปสู่การพิจารณาของสภาหรือไม่ถือเป็นอำนาจของสภา &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า เมื่อเป็นเช่นนี้ในการประชุมร่วมรัฐสภาวันที่ 1 ธ.ค.จะไม่สามารถพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประชามติฉบับฝ่ายค้านควบคู่ไปกับร่าง พ.ร.บ.ประชามติ ที่เสนอโดยรัฐบาลใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า &amp;quot;ใช่ ไม่แน่ใจว่านายกฯ จะรับรองทันหรือไม่&amp;quot; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พรรคเพื่อไทย ตัวแทน 6 พรรคร่วมฝ่ายค้านแถลงภายหลังการประชุมคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน เพื่อการมีส่วนร่วมของประชาชน (ฝ่ายค้านเพื่อประชาชน) โดยนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พ.ร.บ.ประชามติมีความจำเป็น&amp;nbsp; ต้องมีเพื่อรองรับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่เรามีข้อสังเกต 2&amp;nbsp; ประเด็น การเสนอ พ.ร.บ.ประชามติโดยรัฐบาลเข้าสู่รัฐสภา&amp;nbsp; มองว่าไม่ใช่การปฏิรูป รัฐบาลใช้อำนาจ ครม.ดำเนินการเพื่อต้องใช้เสียง ส.ส.ซีกรัฐบาล และเสียง ส.ว. 250 เสียง ผ่านร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวนี้โดยง่าย ทั้งนี้พรรคฝ่ายค้านเราจะเสนอ พ.ร.บ.ประชามติควบคู่เข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งไม่ใช่การทำให้ล่าช้าไปกว่ากระบวนการของรัฐบาล แต่ทำเพื่อความรอบคอบ อีกประเด็นจากการทำประชามติในร่างรัฐธรรมนูญ 2560 จะเห็นว่าเป็นการทำประชามติที่ไม่ให้ประชาชนแสดงความเห็น ทั้งยังจำกัดสิทธิ จึงไม่อยากให้เหตุการณ์ซ้ำรอย ทั้งยังทำให้การลงประชามติเป็นไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่งที่รัฐบาลต้องการ นอกจากนี้ร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าวยังไม่มีประชาชนได้แสดงความเห็นแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล กล่าวว่า ฝ่ายค้านมีความเห็น 2 สองเรื่อง คือกระบวนการ เนื้อหาและหลักการที่เสนอ เราไม่เห็นด้วยในกระบวนการที่รัฐบาลอาศัยให้ร่าง พ.ร.บ.ประชามติให้เป็นกฎหมายเกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศ ทั้งยังมีการเร่งรัดในการพิจารณาเข้าสู่รัฐสภา ทั้งยังอาศัยเสียง ส.ว.มาช่วยออกกฎหมาย ควบคุมเนื้อหาตามที่รัฐบาลต้องการ เป็นกระบวนการนิติบัญญัติแบบพิเศษที่ คสช.ออกแบบรองรับไว้ กระบวนการนิติบัญญัติแบบปกติก็สามารถทำได้ และจะส่งผลเสียต่อกฎหมายหลายฉบับ นอกจากนี้ไม่เห็นด้วยที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จะเสนอให้สภาพิจารณาส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยอำนาจของรัฐสภาในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะเห็นว่าเป็นการเตะถ่วงและลดทอนอำนาจของรัฐสภา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ กล่าวถึงการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ 60 ว่า มีผู้ถูกดำเนินคดีถึง 113 คน เมื่ออ่านร่าง พ.ร.บ.ประชามติของรัฐบาล เห็นว่ามีการนิรโทษกรรมให้ กกต.และเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ออกมาดำเนินการกับคนเห็นต่างที่ไม่ต้องรับโทษทั้งทางแพ่ง อาญา และปกครอง และการให้ กกต.ชุดนี้ดำเนินการทำประชามติน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประเสริฐยังกล่าวถึงการตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์ว่า ยืนยันว่าฝ่ายค้านยังไม่ได้รับหนังสือแจ้งอย่างเป็นทางการจากสภา ทราบเพียงแต่ว่ามีคำปรารภจากประธานรัฐสภาผ่านทางประธานวิปฝ่ายค้านเท่านั้น ซึ่งเราขอดูรายละเอียดก่อน ทั้งนี้ที่ประชุมพรรคร่วมฝ่ายค้านเห็นว่าควรแก้ปัญหาที่ต้นตอ คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม&amp;nbsp; โดยนายกฯ ต้องลาออกเพื่อเปิดทางในการสร้างบรรยากาศ&amp;nbsp; ไม่เช่นนั้นการตั้งกรรมการสมานฉันท์จะเป็นเพียงการยื้อเวลาต่ออายุรัฐบาล ซึ่งไม่มีประโยชน์อะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชัยธวัชกล่าวว่า ถ้านายกฯ ลาออกจะเป็นเงื่อนไขเดียวในการยุติความขัดแย้ง และขอให้รัฐบาลยุติการดำเนินคดีทางการเมือง ไม่ใช้มาตรการสลายการชุมนุมที่ไม่เป็นไปตามหลักสากล และหยุดสร้างความเกลียดชังในสังคม โดยเฉพาะการที่ทหารสร้างไอโอเพื่อให้ข้อมูลเท็จ&amp;nbsp; ซึ่งเรื่องดังกล่าวนี้ปรากฏให้เห็นว่ารัฐบาลให้การสนับสนุน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย&amp;nbsp; กล่าวว่า ต้องให้คู่ขัดแย้งได้คุยกัน คณะกรรมการสมานฉันท์ไม่มีกฎหมายรองรับ หากผลออกมาอย่างไรก็ไม่มีอะไรยืนยันได้ว่าจะปฏิบัติตาม ที่สำคัญคือตัวนายกฯ ที่จะต้องพิจารณาตัวเอง.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85564</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประธานวิปรัฐบาล, ฟรีโหวต, ส่งศาลวินิจฉัย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แก้ รธน, แก้รัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201130/image_big_5fc50aa338887.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85471</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/2020 11:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/2020 11:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิปรัฐบาล&#039; เผยปล่อยฟรีโหวตญัตติส่งศาลวินิจฉัยแก้ รธน. ขัดกฎหมายหรือไม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 พ.ย.63 - ที่รัฐสภา นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานวิปรัฐบาล ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมวิปรัฐบาลว่า สัปดาห์นึ้จะมีการประชุมร่วมรัฐสภา ในวันที่ 1 ธ.ค. โดยจะมีการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ออกเสียงประชามติ ซึ่งรัฐบาลเป็นผู้เสนอ&amp;nbsp;แต่ทราบว่าฝ่ายค้านก็เสนอร่าง ​พ.ร.บ.ออกเสียงประชามติ ส่งให้ประธานรัฐสภาบรรจุเข้าวาระ เพื่อให้พิจารณา​พร้อมกันกับร่างของรัฐบาลด้วยเช่นกัน แต่เนื่องจากร่างที่ฝ่ายค้านเสนอ เข้าข่ายกฎหมายการเงิน จึงต้องนำกลับไปให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา​รับรองอีกครั้งในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)​ในวันพรุ่งนี้​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิรัช กล่าวว่า แต่ประเด็นปัญหาอยู่ที่ว่า แม้ครม.​จะรับรองร่างของฝ่ายค้านแล้ว แต่ร่างของฝ่ายค้านก็ไม่เข้าข่ายกฎหมายปฎิรูป จึงต้องนำมาเข้าพิจารณา​ในสภาเดียว คือ สภาผู้แทนราษฎร​ ซึ่งวันนี้วิปรัฐบาลคงมีมติเกี่ยวกับเรื่องนี้เป็นอย่างใดอย่างหนึ่ง​ ส่วนร่างที่คณะรัฐมนตรี​เสนอมา คงมีการพิจารณาและตั้งคณะกรรมาธิการ​ คาดว่าน่าจะเสร็จสิ้น​ในเวลาไล่เลี่ย​กับคณะกรรมาธิการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิรัช กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ยังจะมีพิจารณาญัตติด่วนของนายสมชาย แสวงการ ส.ว. และนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ที่เสนอขอให้ที่ประชุมร่วมรัฐสภามีมติส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญขัดต่อกฏหมายหรือไม่ โดยเบื้องต้น ตนได้พูดคุยกับสมาชิกวิปร่วมรัฐบาลหลายคนอยากให้เป็นการฟรีโหวต เพราะมีบางคนอยากให้ส่งเรื่องไปยังศาล แต่ก็มีบางคนไม่อยากให้ส่งเหมือนกัน ทั้งนี้ ท่าทีของพรรคพลังประชารัฐในเรื่องนี้นั้น ก็ยังไม่ได้หารือแต่อาจเป็นฟรีโหวตก็ได้ ต้องรอประชุมพรรคเสียก่อน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85471</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประชุมร่วมรัฐสภา, ประธานวิปรัฐบาล, ร่างพรบ.ประชามติ, วิรัช รัตนเศรษฐ, ศาลรัฐธรรมนูญ, แก้รัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201130/image_big_5fc46d1408702.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82502</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/11/2020 20:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/11/2020 19:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปธ.วิปรัฐบาล&#039;รอดูโครงสร้างคกก.สมานฉันท์ก่อนกำหนดแนวทางประสานงาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 พ.ย.63-นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค พลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร(วิปรัฐบาล) กล่าวถึงความคืบหน้าการตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อหาทางออกประเทศ ที่มีผลมาจากการประชุมร่วมรัฐสภาสมัยวิสามัญว่า ตนอยากให้รอเห็นโครงสร้างคณะกรรมการที่สถาบันพระปกเกล้าร่างขึ้นก่อน ที่จะส่งให้นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 2 พ.ย.และจะมีการประชุมพูดคุยในรายละเอียด เพื่อที่จะวางหลักแนวทางการดำเนินงานและจะได้รู้ว่าต้องประสานฝ่ายใดบ้าง รวมถึงตัวประธานจะเป็นใครต้องดูที่โครงสร้างด้วย ยังตอบอะไรก่อนไม่ได้ พูดไปก่อนอาจผิดได้ เพราะต้องดูว่าจะเลือกเอาโครงสร้างไหน ที่อาจจะมีมาให้เลือก 2-3 โครงสร้าง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82502</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการสมานฉันท์, นายวิรัช รัตนเศรษฐ, ประธานวิปรัฐบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200526/image_big_5ecd096dc8359.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73757</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/08/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับแกนนำม็อบมุ้งมิ้ง ก้าวไกล-ก้าวหน้าพล่าน/เหลิมโผล่ชงแก้3มาตรา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ประธานวิปรัฐบาลระบุรอผลสรุป กมธ.ศึกษาแก้ รธน. ก่อนยอมรับแก้ยาก ขอฝ่ายค้านรอเดินหน้าไปพร้อมกัน เผยส.ว.บางคนเห็นด้วยตั้ง ส.ส.ร. &amp;quot;อนุดิษฐ์&amp;quot; วอน &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; สั่งการทุกฝ่ายร่วมแก้ รธน. &amp;quot;ดร.เหลิม&amp;quot; มาแปลก เสนอแก้ 3 มาตรายกเลิกรธน.ปี 60 นำปี 40 ใช้ อ้าง กม.ไม่ห้ามถือว่าทำได้ &amp;ldquo;ปิยบุตร&amp;rdquo; ดันล้างมรดก คสช. แต่ขอ ส.ว.ร่วมมือกันแก้ ปชช.ปลดแอกนัดชุมนุมใหญ่ 16 ส.ค.ที่อนุสาวรีย์ฯ ขณะที่ &amp;quot;อานนท์-ไมค์&amp;quot; โดนตำรวจจับ แจ้ง 7 ข้อหา ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน &amp;quot;โรม-ปิยบุตร-ช่อ&amp;quot; โวยใช้กฎหมายปิดปาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวถึงความคืบหน้าการพูดคุยเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญกับพรรคร่วมรัฐบาลว่า พรรคร่วมรัฐบาลขอให้รอคณะกรรมาธิการ (กมธ.)วิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหา หลักเกณฑ์ และแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 สรุปและส่งรายงานให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาก่อน เพื่อให้ทราบแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่าควรดำเนินการอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;กรณีที่ฝ่ายค้านเตรียมเสนอญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อสภาในวันที่ 15&amp;nbsp; สิงหาคมนี้ อยากขอร้องให้ฝ่ายค้านเดินหน้าไปพร้อมกัน เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องสำคัญ และแก้ไขยากพอสมควร จึงขอให้ค่อยๆ คิด ค่อยๆ ทำ&amp;rdquo; ประธานวิปรัฐบาลกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา (ส.ว.) คัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วยการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) มีผลต่อการตัดสินใจของวิปรัฐบาลด้วยหรือไม่ นายวิรัชกล่าวว่า ถือเป็นอีกเรื่อง และไม่ขอนำมาปนกัน เพราะเมื่อถึงวันหนึ่งต้องพูดคุยกัน โดยพูดคุยกับ ส.ว.บางคนนอกรอบบ้างแล้ว ซึ่งก็สนับสนุนการแก้ไขในบางประเด็นที่ไม่ได้ไปเกี่ยวข้องกับ ส.ว. ขณะเดียวกัน ในวันที่ 7 ส.ค.นี้ วิปรัฐบาลประชุมร่วมกันเพื่อเตรียมความพร้อมการประชุมสภาในสัปดาห์หน้า โดยในวันนี้ที่ประชุมพูดคุยแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วย โดยจะให้แต่ละพรรคร่วมรัฐบาลไปแจ้งพรรคการเมืองของตนว่าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างไร ก่อนนำ ความเห็นมาเสนอต่อวิปฯ เพื่อตัดสินใจร่วมกันต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะหัวหน้า คสช.และพวกพ้องอยู่เบื้องหลังการสร้างรัฐธรรมนูญปี 60 ฉบับนี้ขึ้นมาเอง พร้อมกับผูกเงื่อนตายให้แก้ไขได้ยากมาก ยกเว้นจะได้รับไฟเขียวจาก พล.อ. ประยุทธ์เท่านั้น ดังนั้นหากนายกฯ มีความจริงใจก็สามารถแก้ไขได้ทันที ไม่จำเป็นต้องออกตัวโยนให้เป็นเรื่องของรัฐสภา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การเตะถ่วงหรือขัดขวางการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะยิ่งกลายเป็นประเด็นเร่งเร้าให้ม็อบจุดติด และทำให้มีผู้เข้าร่วมชุมนุมกับม็อบมากขึ้น จะทำให้การชุมนุมขยายตัวและแพร่หลายไปทั้งประเทศ&amp;nbsp; จึงอยากขอวิงวอนให้นายกฯ และพวกพ้องรีบสั่งการทุกฝ่าย ให้ความร่วมมือกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยเร็วที่สุด&amp;quot; น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานคณะกรรมการกิจการพิเศษพรรคเพื่อไทย ออกแถลงการณ์เสนอทางออกประเทศไทย มีใจความสำคัญว่า 1.ยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันปี 60 ทันที 2.ให้นําเอารัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 มาใช้บังคับเป็นการชั่วคราวทันที 3.นายกรัฐมนตรีต้องประกาศยุบสภาเพื่อให้มีการเลือกตั้งใหม่ภายใน 60 วัน โดยเป็นการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญฉบับปี 40 จากนั้น จึงมีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ถาวรต่อไป เพื่อให้เป็นรูปธรรมที่สามารถปฏิบัติได้จริง ผมจะได้เสนอให้สมาชิกพรรคร่วมฝ่ายค้านพิจารณาเห็นชอบใน 3 ข้อดังกล่าว โดยการร่างรัฐธรรมนูญฉบับปี 63 ซึ่งจะมีเพียง 3 มาตราดังกล่าวเท่านั้น ไม่มีเนื้อความยุ่งยากใดๆ พิจารณาเพียง 3 วันก็แล้วเสร็จ จากนั้นก็จะนําส่งให้ผู้นําฝ่ายค้านนําขึ้นกราบบังคมทูลทรงพระราชวินิจฉัยประกาศใช้ต่อไป
กม.ไม่ห้ามนำรธน.ปี40มาใช้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถลงการณ์ระบุอีกว่า หากจะมีผู้กล่าวอ้างว่าวิธีนี้ไม่มีการบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญปี 60 ขอเรียนว่า ถูกต้อง เพราะมีแต่บทบัญญัติเรื่องการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ จึงเป็นความจริงที่ไม่มีบทบัญญัติว่าด้วยการออกรัฐธรรมนูฉบับใหม่ยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับเดิม กรณีจึงเป็นที่แน่ชัดว่าไม่มีบทบัญญัติเขียนให้กระทําได้ แต่ก็ไม่มีบทบัญญัติห้ามมิให้กระทํา ซึ่งย่อมต้องถือว่ากระทําได้ เพราะได้มีบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญฉบับปี 60 นี้ไว้ในมาตรา 5 วรรคสองว่า &amp;ldquo;เมื่อไม่มีบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้บังคับแก่กรณีใด ให้กระทําการนั้น หรือวินิจฉัย กรณีนั้นไปตามประเพณีการปกครองประเทศไทยในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข&amp;quot; และมั่นใจว่าข้อเสนอของข้าพเจ้าจะได้รับการสนับสนุนจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะนักเรียน นิสิต นักศึกษา และภาคธุรกิจ และในที่สุดแล้วพวกเราทุกคนก็จะช่วยกันนําพาประเทศชาติบ้านเมือง ให้พลิกฟื้นฟันฝ่าอุปสรรคทั้งปวง ให้ประเทศไทยกลับเป็นอู่ข้าวอู่น้ำ และทุกคนอยู่ดีกินดีได้อย่างแท้จริงโดยเร็วที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน ส.ว. ไม่เห็นด้วยหากจะแก้มาตรา 256 เพื่อจัดตั้ง ส.ส.ร. ว่าไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจเพราะที่มาของ ส.ส.ร. มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ต่างจาก ส.ว.ที่มาจากการแต่งตั้งของคนเพียงไม่กี่คน การพูดเช่นนี้ของนายพรเพชรจึงเป็นการดูถูกประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายปิยบุตร แสงกนกกุล แกนนำคณะก้าวหน้า ในฐานะ กมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาหลักเกณฑ์และวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฯ เปิดเผยว่า การประชุม กมธ.วันนี้ (7 ส.ค.) พูดถึงบทเฉพาะกาลซึ่งเป็นบทบัญญัติที่วางไว้เพื่อการสืบทอดอำนาจของ คสช. โดยต้องยกเลิกมาตรา 279 ซึ่งรับรองให้บรรดาประกาศ คำสั่ง และการใช้อำนาจต่างๆ ของ คสช.ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ทั้งที่มาตรานี้เหมือนหลุมดำของรัฐธรรมนูญ เพราะยกเว้นให้กับการใช้อำนาจของ คสช.ตลอดช่วง 6-7 ปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังจะเสนอให้ยกเลิกมาตรา 269, 270, 271 และ 272 ซึ่งว่าด้วย ส.ว.ตามบทเฉพาะกาล 250 คน มีเวลา 5 ปี ซึ่งเห็นว่าเวลานี้ภารกิจของ ส.ว. ตามบทเฉพาะกาลได้สิ้นสุดลงไปแล้ว คือได้เลือก พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ เรียบร้อยแล้ว ดังนั้นเพื่อความยุติธรรมกับทุกฝ่ายในกรณีที่หากมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นครั้งหน้าคิดว่า ส.ว.ทั้ง 250 คนควรต้องยุติบทบาทตรงนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า การแก้มาตรา 256 จำเป็นต้องใช้เสียง ส.ว.สนับสนุนและการแก้มาตราอื่นๆ โอกาสเป็นไปได้แทบไม่มี นายปิยุบตร กล่าวว่า มันเป็นปัญหาไก่กับไข่ว่าอะไรเกิดขึ้นก่อนกัน ในเมื่อรัฐธรรมนูญฉบับนี้วางไว้ว่า ส.ว.จะต้องมีส่วนแก้รัฐธรรมนูญด้วย ถ้าเราไม่มี ส.ว. 84 คนเป็นอย่างน้อยก็ไม่มีทางแก้ไขรัฐธรรมนูญได้สำเร็จ ดังนั้นตนขอความร่วมมือกับ ส.ว. 250 คนว่าถ้าท่านนั่งอยู่แบบนี้ต่อไปนานวันขึ้น ความชอบธรรมก็จะลดน้อยถอยลงไปเรื่อยๆ ดังนั้นแทนที่ท่านจะถูกกดดันและไล่ออกไป คิดว่า ส.ว.ควรแก้เรื่องนี้ดีกว่า แล้วกลับมาเป็น ส.ว.ตามปกติ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยบุตรกล่าวว่า มีขั้นตอนในการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญตามขั้นตอนอยู่แล้ว ส่วนการตั้ง ส.ส.ร.ก็ดำเนินการไป ซึ่งที่สุดแล้วจะเกี่ยวข้องกับการชุมนุมทางการเมืองของนิสิตนักศึกษาว่าอย่างน้อยที่สุดเรื่องเหล่านี้ได้รับการแก้ไข ตนเชื่อว่าจะทำให้อุณหภูมิความร้อนแรงของการชุมนุมบรรเทาเบาบางลงไปบ้าง ส่วนหากยุบสภาตอนนี้ก็ไม่เกิดประโยชน์อะไร เพราะเป็นไปได้ว่าพล.อ.ประยุทธ์จะกลับมาเป็นนายกฯ อีก โดยกลไก ส.ว. 250 คน หากเรายกเลิก ส.ว.ออกไป เชื่อว่าหากมีการยุบสภาเกิดขึ้น เชื่อการตัดสินใจของคนที่จะไปร่วมรัฐบาลจะเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน
ล่า5หมื่นชื่อร่วมรื้อรธน.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล ในฐานะ กมธ. แก้ไขรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า จุดยืนพรรคก้าวไกลคือสนับสนุนและ เห็นด้วยให้มีการยกเลิก ม.269-272 ที่เป็นเรื่องบทเฉพาะกาล ส.ว.&amp;nbsp; 5 ปี เพราะนี่เป็นอัปลักษณะที่ทำให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ถูกคนจำนวนมากต่อต้าน ดังนั้นควรยกเลิก การที่ ส.ว.มีที่มาจากการเลือกของ คสช. ตาม ม.269 แล้วกลับไปใช้ ส.ว. ตามหมวดปกติ ซึ่งไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ถ้ายังคงตรงนี้ไว้ หากมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในระหว่างนี้ มีการเลือกนายกฯ อีกครั้ง การที่ให้อำนาจ ส.ว.ร่วมเลือกนายกฯ ด้วย เชื่อว่าจะนำมาสู่ความขัดแย้ง ทางการเมืองครั้งใหญ่อย่างแน่นอน &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ห้องจิ๊ด เศรษฐบุตร&amp;nbsp; LT.1 คณะนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์ - iLaw) จัดกิจกรรมแถลงเปิดตัวแคมเปญ เข้าชื่อ 50,000 ชื่อ ร่วมรื้อร่วมสร้างร่วมร่างรัฐธรรมนูญ พร้อมเปิดล่ารายชื่อ โดยมีเครือข่ายประชาชนเข้าร่วม อาทิ People Go, Constitution Advocacy&amp;nbsp; Alliance (CALL), คณะรณรงค์เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ( ครช.), คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.) และคณะประชาชนปลดแอก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายจอน อึ๊งภากรณ์ ผู้อำนวยการไอลอว์ กล่าวว่า ไอลอว์ชักชวนภาคประชาชนที่เห็นร่วมกันเพื่อรื้อรัฐธรรมนูญเผด็จการ ส่วนรัฐธรรมนูญใหม่มีเนื้อหาอย่างไรอยู่ที่ประชาชนทั้งประเทศกำหนดจึงได้ล่ารายชื่อเพื่อปลดล็อกแก้ไขรัฐธรรมนูญ ส่วนที่เป็นเผด็จการปัจจุบัน โดยมีที่มาจาก ส.ส.ร.ที่มาจากการเลือกตั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา นายคณวัฒน์ จันทรลาวัณย์&amp;nbsp; โฆษก กมธ.วิสามัญรับฟังความคิดเห็นของนักเรียน นิสิต และนักศึกษา สภาผู้แทนราษฎร แถลงความคืบหน้าการดำเนินงานของคณะ กมธ.ในช่วงสัปดาห์นี้ ว่าได้เชิญตัวแทนจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) และตัวแทนสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) มาชี้แจง ซึ่ง กมธ.ได้สอบถามถึงการคุกคามนักศึกษาประชาชน ได้รับการยืนยันว่าทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย และเจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามพูดคุยกับนิสิตนักศึกษาด้วยความรอบคอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม คณะ กมธ.ได้ทำหนังสือขอจำนวนและรายชื่อนักศึกษาที่ถูกดำเนินคดี โดยในสัปดาห์หน้าจะได้เชิญเจ้าหน้าที่ตำรวจมาชี้แจงเพิ่มเติมถึงจำนวนผู้ถูกดำเนินคดี พร้อมกับจะเชิญอัยการและทนายพิทักษ์สิทธิมาร่วมให้ข้อมูลด้วย และเตรียมเปิดช่องทางรับฟังความเห็นผ่านทางทวิตเตอร์ ส่วนช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เราได้มีตัวแทนลงพื้นที่รับฟังความเห็นบ้างแล้ว และในวันจันทร์ที่ 10 ส.ค.นี้ ก็เตรียมจะลงพื้นที่สังเกตการณ์ชุมนุมที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ส่วนการชุมนุมใหญ่ของคณะประชาชนปลดแอก ในวันที่ 16 ส.ค.นี้ คณะ กมธ.ก็พร้อมไปสังเกตการณ์รับฟัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย คณะประชาชนปลดแอก นำโดยนายทัตเทพ เรืองประไพกิจเสรี หรือฟอร์ด เลขาธิการคณะประชาชนปลดแอก, น.ส.จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์&amp;nbsp; โฆษกคณะประชาชนปลดแอก, นายสิรภพ อัตโตหิ สมาชิกคณะประชาชนปลดแอก (เพศทางเลือก) และคณะจัดกิจกรรมอ่านแถลงการณ์เปิดตัวคณะประชาชนปลดแอก - Free People พร้อมแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน และร้องเพลง Do You&amp;nbsp; Hear The People Sing?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยแถลงการณ์ยืนยันข้อเรียกร้องตั้งแต่การชุมนุมในนามเยาวชนปลดแอกทั้ง 3 ข้อ และเมื่อถามถึงการที่ ส.ว.ไม่เห็นด้วยกับการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ นายทัตเทพกล่าวว่า เรากลัวว่ารัฐบาลจะยุบสภาโดยไม่ทำอะไรกับรัฐธรรมนูญภายในสมัยประชุมสภานี้ ดังนั้นเดือน ก.ย.นี้ ต้องไม่มี 250 ส.ว.
ปลดแอกชุมนุมใหญ่16ส.ค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงการที่รัฐบาลจะเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นของนักเรียนนักศึกษา นายทัตเทพกล่าวว่า ข้อเรียกร้องเราชัดเจนพอแล้วที่รัฐบาลจะรับฟังไปปฏิบัติ เลิกเล่นละคร ซื้อเวลา คิดว่าเราจะสลายไปเอง ส่วน น.ส.จุฑาทิพย์กล่าวว่า เราไม่ประนีประนอม ถ้ารัฐบาลระดมคนมาเป็นตัวแทนเรา ขอประกาศว่าเราไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่ยอมรับ ไม่ให้ความเห็นอย่างแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายทัตเทพเปิดเผยถึงการชุมนุมใหญ่ว่า ขอเรียกร้องให้นายกฯ มาขึ้นเวที โดยเราจะชุมนุมใหญ่ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย วันที่ 16 ส.ค.นี้ เวลา 15.00 น. เป็นต้นไป ไม่ข้ามคืน เสร็จภายในเวลา 21.00 น. ส่วนในอนาคตจะยืดเยื้อหรือไม่นั้น อยู่ที่สถานการณ์ ถ้ารัฐบาลตีมึนเตะถ่วงไปเรื่อยๆ ก็มีลุ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีนายอานนท์ นำภา ที่ปราศรัยเนื้อหาเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ นายทัตเทพกล่าวว่า นายอานนท์เป็นบุคคลสำคัญที่ร่วมปราศรัย ที่เราต้องศึกษา เรายินดีที่จะให้ปราศรัย เรายึดถือหลักประชาธิปไตย การแสดงออกเรื่องใดก็ตามเราเคารพการแสดงออกทุกประเด็น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามกรณีนายอานนท์คิดว่าผู้ชุมนุมจะเพิ่มขึ้นหรือลดลงหรือไม่ นายสิรภพมองว่าถ้าสิ่งที่นายอานนท์พูดจริง ประชาชนจะไม่ลดการชุมนุมลง หลายคนที่ตาสว่างจะเข้ามาร่วมมากขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายอานนท์และนักเคลื่อนไหวทางการเมืองได้โพสต์ภาพหมายจับ พร้อมข้อความระบุว่า &amp;quot;ผมโดนจับแล้ว&amp;quot;&amp;nbsp; ตามหมายจับศาลอาญา ในข้อหายุยง ปลุกปั่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 5 ส.ค. นายอภิวัฒน์ ขันทอง กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะทนายความประจำสำนักกฎหมาย อ.อัมพร ณ ตะกั่วทุ่ง และเพื่อน เข้าพบ พ.ต.อ.อิทธิพล พงษ์ธร ผู้กำกับ สน.สำราญราษฎร์ เพื่อให้ดำเนินคดีกับนายอานนท์ โดยกล่าวหาจัดชุมนุมปราศรัยละเมิดกล่าวหาสถาบันฯ ทางด้านกองบัญชาการตำรวจนครบาลชี้แจงว่า เมื่อวันที่ 18 ก.ค. 63 กลุ่มแกนนำกิจกรรมได้ดำเนินการจัดกิจกรรมร่วมกับกลุ่มบุคคลเพื่อเรียกร้องในประเด็นต่างๆ บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ซึ่งเป็นการกระทำผิดกฎหมายอาญา และยังเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 จึงได้มีการแจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่ สน.สำราญราษฎร์ จากการรวบรวมพยานหลักฐานและการพิจารณาข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และขออนุมัติศาลออกหมายจับและในวันนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมตัวนายภาณุพงศ์ จาดนอก และนายอานนท์ นำภา แกนนำจัดกิจกรรม หมายจับศาลอาญา ลงวันที่ 6 ส.ค.63 ใน 7 ข้อหา คือร่วมกันกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชน เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนฯ ร่วมกันมั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไปกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดการวุ่นวายขึ้นในบ้านเมืองฯ ร่วมกันจัดให้มีกิจกรรมซึ่งมีผู้เข้าร่วมจำนวนมากในลักษณะมั่วสุมหรือมีโอกาสติดต่อสัมผัสกันง่าย หรือในลักษณะที่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรคฯ ร่วมกันกีดขวางทางสาธารณะ ร่วมกันวางตั้งยื่นหรือแขวนสิ่งใดสิ่งหนึ่งหรือกระทำด้วยประการใดๆ ในลักษณะที่เป็นการกีดขวางการจราจรฯ ร่วมกันตั้งวางหรือกองวัตถุใดๆ บนถนนฯ และร่วมกันโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียงด้วยกำลังไฟฟ้าโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ฯ
จับ&amp;quot;อานนท์-ไมค์&amp;quot;ปลุกปั่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ต.ต.สมประสงค์ เย็นท้วม รอง ผบช.น. เดินทางมาร่วมสอบปากคำที่ สน.สำราญราษฎร์ โดยมีกลุ่มผู้สนับสนุนจำนวนหนึ่งก็เดินทางมาให้กำลังใจและสังเกตการณ์การดำเนินคดีอย่างต่อเนื่อง จนทางเจ้าหน้าที่นำตัวนายอานนท์ออกเดินทางจาก สน.สำราญราษฎร์ไป มีรายงานว่าจะนำตัวไปควบคุมไว้ที่ สน.บางเขน จากนั้นได้มีการควบคุมตัวนายภาณุพงศ์ ผู้ต้องหาตามหมายจับอีกคนเข้ามาสอบสวน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับนายภาณุพงศ์ คือหนุ่มที่ยืนชูป้ายไล่ พล.อ.ประยุทธ์&amp;nbsp; เมื่อคราวเดินทางไปลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 เพื่อให้กำลังใจคนพื้นที่จังหวัดระยอง เมื่อวันที่ 15&amp;nbsp; ก.ค.ที่ผ่านมา
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ได้ทวีตข้อความและโพสต์เฟซบุ๊กว่า ขอประณามการควบคุมตัวนายอานนท์ และนักกิจกรรมอื่นๆ นี่คือการปฏิเสธข้อเรียกร้องของนักศึกษาที่ต้องการให้หยุดคุกคามประชาชน การจับคือการใช้กฎหมายคุกคามประชาชนเพียงเพื่อปกป้องรัฐบาลให้อยู่สืบทอดอำนาจได้ นี่ไม่ใช่แค่จับนายอานนท์ แต่คือการทำลายหลักการพื้นฐานตามรัฐธรรมนูญที่คุ้มครองเสรีภาพของประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายรังสิมันต์ยังระบุด้วยว่า ตนเองและ ส.ส.พรรคก้าวไกลได้เตรียมเอกสารเพื่อยื่นประกันตัวให้กับนายอานนท์และนักกิจกรรมทางการเมืองที่จะถูกดำเนินคดี หวังว่าศาลจะให้นายอานนท์และผองเพื่อนได้กลับบ้าน รวมถึงติดแฮชแท็ก #saveทนายอานนท์ ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยบุตร แสงกนกกุล แกนนำคณะก้าวหน้า โพสต์ในทวิตเตอร์เช่นกันว่า &amp;quot;การจับอานนท์และไมค์ในวันนี้ คือ 1 ในวิธีการใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือของเผด็จการ ตั้งข้อหาทิ้งไว้ ออกหมายจับไว้ให้เป็นชนักปักหลัง จังหวะสัญญาณมาเมื่อไร ก็นำมาใช้จับกุม เพื่อมิให้พวกเขาได้ใช้เสรีภาพอีกต่อไป ทั้งหมดนี้ ไม่ต้องใช้ปืน แต่มันมาในนามกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ น.ส.พรรณิการ์ วานิช แกนนำคณะก้าวหน้า โพสต์ทวิตเตอร์ว่า การพูดข้อเสนอในการปฏิรูปกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสถาบันกษัตริย์ต่อสาธารณะ ด้วยความปรารถนาดีต่อชาติบ้านเมือง ไม่ใช่การยุยงปลุกปั่น ไม่ใช่การล้มล้างสถาบัน แต่เป็นการใช้สิทธิของประชาชนในฐานะเจ้าของประเทศ อย่ายอมให้เขาใช้ความกลัวปิดปากเรา #saveทนายอานนท์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมานางปิยนุช โคตรสาร ผู้อำนวยการแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลประเทศไทย เผยว่า การออกหมายจับและตั้งข้อกล่าวหาทั้งสองคน เป็นปฏิบัติการที่ไม่ได้สัดส่วนอย่างสิ้นเชิงอีกครั้งหนึ่งของตำรวจไทยเพื่อปราบปรามการใช้สิทธิในเสรีภาพการชุมนุมโดยสงบ โดยมีเป้าหมายอย่างชัดเจนว่าเพื่อข่มขู่ผู้ที่จะเข้าร่วมการชุมนุมในช่วงสุดสัปดาห์นี้&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;ldquo;นอกจากต้องถอนข้อกล่าวหาที่ปราศจากมูลความจริงเช่นนี้แล้ว แอมเนสตี้เรียกร้องทางการไทยให้การประกันว่าจะมีการคุ้มครอง รักษาความมั่นคงปลอดภัย ไม่ให้มีการตอบโต้เอาคืนกับบุคคลใดก็ตาม ซึ่งมีชื่อว่าเกี่ยวข้องกับการชุมนุมอย่างต่อเนื่องในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา&amp;rdquo;
ในช่วงเย็น ที่ศาลอาญา พนักงานสอบสวน สน.สำราญราษฎร์ นำตัวนายอานนท์และนายภาณุพงศ์มายื่นคำร้องฝากขังครั้งแรกเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 7-18 ส.ค.นี้ เนื่องจากการสอบสวนยังไม่แล้วเสร็จ ซึ่งพนักงานสอบสวนยังได้คัดค้านการประกันตัว ขณะที่ผู้ต้องหาก็ได้ยื่นคำคัดค้านการฝากขังครั้งนี้ โดยอ้างเหตุการณ์ถูกจับกุมโดยมิชอบ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่พนักงานสอบสวนได้ยื่นคำร้องฝากขังต่อศาลให้พิจารณาแล้ว นายอานนท์ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ที่ใช้วิชาชีพทนายความเป็นหลักประกัน ส่วนนายภาณุพงศ์ได้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว โดยมีนายรังสิมันต์มาเป็นนายประกันโดยใช้ตำแหน่ง ส.ส.เป็นหลักทรัพย์ จนกระทั่งเวลา 19.00 น. ทั้งคำร้องฝากขังและคำคัดค้านการฝากขังของผู้ต้องหาทั้งสอง กับคำร้องขอปล่อยชั่วคราวอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล ล่าสุดเวลา 19.25 น. ศาลได้มีคำสั่งให้ไต่สวนคำร้องคัดค้านการฝากขัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ บางเขน&amp;nbsp; กทม. นายอภิวัฒน์ ขันทอง กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะทนายความประจำสำนักกฎหมาย อ.อัมพร ณ ตะกั่วทุ่ง เข้ายื่นเรื่องขอให้สภาทนายความฯ ลบชื่อนายอานนท์ นำภา ออกจากทะเบียนทนายความ เนื่องจากมีพฤติกรรมเข้าข่ายละเมิด ข้อบังคับสภาทนายความฯ จากการปราศรัยที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถ.ราชดำเนิน เมื่อวันที่ 3 ส.ค.63 มีเนื้อหายุยง ปลุกปั่น บิดเบือน และล่วงละเมิดสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยมีนายเกียรติศักดิ์ เหลืองอังกูร อุปนายกฝ่ายช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย และนายปัญญา จารุมาศ เลขานุการคณะกรรมการมรรยาททนายความ เป็นผู้รับเรื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเกียรติศักดิ์กล่าวว่า เมื่อรับเรื่องร้องเรียนมา ทางสภาทนายความฯ จะ เร่งดำเนินการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง จากนั้นจะเร่งพิจารณาเป็นการเร่งด่วน คาดว่าจะใช้เวลา 1-2 สัปดาห์จะมีความชัดเจน โดยจะเชิญนายอานนท์มาให้ถ้อยคำใน เรื่องนี้ด้วย สำหรับฐานความผิดหนักที่สุดคือการลบชื่อออกจากการเป็นทนายความ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73757</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.ศึกษาแก้รัฐธรรมนูญ, ประธานวิปรัฐบาล, วิปรัฐบาล, ส.ส.ร., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แก้รัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200807/image_big_5f2d6338b3831.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63745</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/04/2020 20:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/04/2020 20:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประธานวิปรบ.รอดูนโยบายรัฐบาล ก่อนจัดวาระ 6 ร่างกฎหมายสำคัญเข้าที่ประชุมสภาฯ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20&amp;nbsp;เม.ย. 63 - &amp;nbsp;นายวิรัช&amp;nbsp;รัตนเศรษฐ&amp;nbsp;ส.ส.บัญชีรายชื่อ&amp;nbsp;พรรคพลังประชารัฐ&amp;nbsp;ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล&amp;nbsp;(วิปรัฐบาล)&amp;nbsp;กล่าวถึงการจัดระเบียบวาระในช่วงสมัยเปิดประชุม&amp;nbsp;หลังพระราชกำหนด(พ.ร.ก.)&amp;nbsp;ที่เกี่ยวข้องการแก้ไขสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19&amp;nbsp;มีผลบังคับใช้ว่า&amp;nbsp;ขณะนี้มีกฏหมายสำคัญอย่างน้อย6&amp;nbsp;ฉบับที่รอเข้าสู่การประชุมช่วงเปิดสมัยประชุมในช่วงสิ้นเดือนพฤษภาคมนี้&amp;nbsp;โดยแยกเป็น&amp;nbsp;พ.ร.ก.จำนวน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ฉบับประกอบด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา&amp;nbsp;เยียวยา&amp;nbsp;และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม&amp;nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;พ.ศ.2563&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.พ.ร.ก.การให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบวิสาหกิจ&amp;nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;พ.ศ.2563&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.พ.ร.ก.การรักษาเสถียรภาพของระบบการเงิน&amp;nbsp;และความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ&amp;nbsp;พ.ศ.2563&amp;nbsp;วงเงินรวม&amp;nbsp;1.9&amp;nbsp;ล้านล้านบาท&amp;nbsp;และ 4.พ.ร.ก.ว่าด้วยการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์&amp;nbsp;พ.ศ.2563&amp;nbsp;อีก&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ฉบับ&amp;nbsp;ซึ่งขณะนี้ได้เผยแพร่เนื้อหาลงในราชกิจจานุเบกษาแล้ว&amp;nbsp;ส.ส.ฝ่ายค้านสามารถดูรายเอียดทั้งหมดของพ.ร.ก.ทั้ง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ฉบับได้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิรัช&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;สำหรับพ.ร.ก.ทั้ง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ฉบับดังกล่าวนั้น&amp;nbsp;รัฐธรรมนูญกำหนดให้สภาฯพิจารณาโดยไม่ชักช้า&amp;nbsp;แต่ส่วนตัวเห็นว่า&amp;nbsp;ต้องดูสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิดด้วย&amp;nbsp;หากรัฐบาลตัดสินใจประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินต่อไป&amp;nbsp;จะกินเวลาไปถึงช่วงเปิดสมัยประชุมสามัญหรือไม่&amp;nbsp;ถ้าไม่ถึงก็ดำเนินการประชุมได้&amp;nbsp;เรื่องนี้จึงต้องดูนโยบายของรัฐบาลด้วย&amp;nbsp;แต่ในเบื้องต้นทราบว่า&amp;nbsp;ประธานสภาฯได้เตรียมการประชุมในระหว่างวันที่&amp;nbsp;27-28&amp;nbsp;พ.ค.ไว้&amp;nbsp;เพื่อรองรับสำหรับการพิจารณาเห็นชอบพ.ร.ก.ทั้ง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ฉบับแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ส่วนอีก&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ฉบับคือ&amp;nbsp;ร่างพ.ร.บ.ปรับโอนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ. 2564&amp;nbsp;ขึ้นอยู่กับทางรัฐบาลว่า&amp;nbsp;จะเสนอเข้าสู่สภาฯเมื่อไหร่&amp;nbsp;แม้ล่าสุดจะมีการนำร่างกลับไปปรับปรุงแก้ไขรายละเอียดการใช้งบประมาณให้สอดคล้องกับสถานการณ์การแก้ปัญหาโควิด&amp;nbsp;แต่อาจจะทันตามกรอบ&amp;nbsp;หรือเลื่อนออกไปไม่มาก&amp;nbsp;เพราะขณะนี้ยังถือว่า&amp;nbsp;มีเวลาอีกประมาณ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;กว่าสภาฯจะเปิดสมัยประชุม&amp;nbsp;หากรัฐบาลส่งมาทางวิปรัฐบาลก็พร้อมดำเนินการให้ทันที&amp;rdquo;&amp;nbsp;ประธานวิปรัฐบาลกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63745</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายวิรัช รัตนเศรษฐ, ประธานวิปรัฐบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190721/image_big_5d345c4d83622.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
