<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115829</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สว.ส่อคว่ำร่างรธน. แก้ถอยหลังเข้าคลอง วิปฯยังลุ้นผ่านวาระ3</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานวิปรัฐบาลกัดฟันเชื่อโหวตวาระ 3 แก้ไขรัฐธรรมนูญผ่านได้ &amp;ldquo;ปชป.&amp;rdquo; ประกาศดันสุดลิ่มมาตั้งแต่วาระแรก ส่วนเพื่อไทยบอกขอดูทิศทางลมก่อน! &amp;ldquo;ส.ว.&amp;rdquo; เสียงแตก รอดูสัญญาณช่วงเย็นวันที่ 9 ก.ย. แต่ &amp;ldquo;วันชัย&amp;rdquo; ชี้โหวตคว่ำมาแรง อ้างผลพวงอภิปราย แก้ถอยหลังเข้าคลอง แค่ประโยชน์นักการเมือง &amp;ldquo;คำนูณ&amp;rdquo; ซัดเหล้าเก่าในขวดใหม่ รัฐบาลจับมือฝ่ายค้านกินรวบประเทศเหมือน 16 ปีที่แล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ที่ 6 กันยายน เริ่มมีความเคลื่อนไหวในการประชุมรัฐสภา ครั้งที่ 6 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 1) ในวันศุกร์ที่ 10 ก.ย. เพื่อพิจารณาเรื่องด่วนคือการลงมติในวาระ 3 ของร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 83 และมาตรา 91)&amp;nbsp;
โดยนายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวถึงความมั่นใจในการโหวตวันที่ 10 ก.ย.ว่า เราก็ผ่านมาและยืดมาหลายครั้ง ตั้งใจและคิดว่าน่าจะผ่าน แต่ถ้าไม่ผ่านก็อยู่ที่ ส.ว.จะกรุณา เพราะเท่าที่อ่านข่าวมาก็เห็นนายวันชัย สอนศิริ ส.ว.ออกมาแสดงความคิดคนเดียว ส่วน ส.ว.คนอื่นก็ยังไม่เห็นมีท่าทีอะไร&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ระบุว่า ได้นัด ส.ส.พรรค รวมทั้งรัฐมนตรีและผู้เกี่ยวข้องเข้าประชุมร่วมกันในวันอังคารที่ 7 ก.ย.นี้ เวลา 13.30 น. เพื่อเตรียมความพร้อมแล้ว ซึ่งพรรคเห็นชอบตั้งแต่วาระรับหลักการจนถึงวาระที่ 2 ไม่ใช่เพราะเป็นร่างแก้ไขที่พรรคเสนอ แต่เป็นเพราะการแก้ไขจะช่วยทำให้รัฐธรรมนูญมีความเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น แม้การแก้ไขครั้งนี้จะเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง ส.ส. ซึ่งมองทั่วไปดูเหมือนว่า ส.ส.แก้รัฐธรรมนูญเพื่อประโยชน์ของตัวเอง แต่เมื่อมองอย่างถี่ถ้วนแล้วจะเห็นว่าการแก้ไขครั้งนี้เป็นการแก้ไขเพื่อประโยชน์ของประชาชน เพราะการเลือกตั้งแบบเดิมจะใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว แต่เมื่อแก้ไขแล้วจะใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบคือ เลือก ส.ส. เขต 1 ใบ เลือก ส.ส.บัญชีรายชื่อหรือเลือกพรรคอีก 1 ใบ เท่ากับเปิดโอกาสให้ประชาชนแสดงเจตจำนงในการเลือกตั้งได้อย่างเต็มที่โดยไม่มีข้อจำกัด และทำให้พรรคการเมืองเข้มแข็ง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเสริมสร้างให้ประชาธิปไตยเข้มแข็งตามไปด้วย
&amp;ldquo;ที่พรรคการเมืองบางพรรคจะยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความวินิจฉัย ก็เป็นสิทธิที่จะยื่นเรื่องให้วินิจฉัย แต่ในส่วนของพรรคยืนยันว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ไม่มีอะไรขัดรัฐธรรมนูญแต่อย่างใด&amp;rdquo;
นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) กล่าวเรื่องนี้ว่า ต้องรอประชุมพรรคในช่วงเช้าวันพุธที่ 8 ก.ย.นี้ เพราะพรรคเวลาโหวตต้องประชุมกันก่อน หลังประชุมจึงตอบได้ว่ามีทิศทางอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวว่า พรรคกำลังดูกระแสโหวตคว่ำและให้ผ่านว่าเขาจะใช้วิธีคิดอย่างไร อาจเป็นไปได้ 2 ทาง ยังไม่ได้ฟังเสียงใดเสียงหนึ่ง คนที่เสนอความเห็นออกมาเป็นเพียงความเห็นส่วนตัว พรรคจะรอประเมินถึงนาทีสุดท้าย ส่วนความกังวล การลงมติต้องใช้เสียง 1 ใน 3 จาก ส.ว.ด้วยนั้น ส่วนตัวมองว่าหากคิดตามหลักเหตุผลน่าจะผ่านได้ แต่ถ้าไม่อยู่บนหลักเหตุผลก็น่าจะเสี่ยง &amp;nbsp; &amp;nbsp;
แจงสัญญาณคว่ำแรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านความคิดเห็นของ ส.ว.นั้น นายวันชัย สอนศิริ ส.ว. กล่าวว่า ตั้งแต่การพิจารณาวาระ 2 มีสัญญาณอยู่แล้วถ้าไม่มีการปรับปรุงแก้ไขในบางบทหรือบางมาตรา เชื่อว่าอาจไม่ผ่านการพิจารณาในวันนั้น ซึ่งจากเหตุการณ์หลังลงคะแนนในวาระ 2 ที่ผ่านมา ส.ว.ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกันตลอด ว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้เป็นเรื่องของพรรคการเมืองและนักการเมืองล้วนๆ ไม่ได้เป็นประโยชน์กับประชาชนอย่างแท้จริง ดังนั้น เราเห็นว่าหากระบบแบบนี้มีข้อบกพร่อง และย้อนรอยกลับไปตั้งแต่ปี 2540 ไม่ได้แก้ไขเพื่อเดินหน้า แต่เป็นการแก้ถอยหลัง และจนวันนี้มีการพูดคุยแลกเปลี่ยนกันระหว่าง ส.ว.เป็นจำนวนมากในทำนองว่าจะรับหรือไม่รับ แม้กระทั่งวันนี้ก็มีหลายกลุ่มที่พูดคุยกัน และเชื่อว่าในวันที่ 9 ก.ย.จะชัดเจน แต่เท่าที่ติดตามมาโดยตลอดมีสัญญาณบางอย่างที่บ่งชี้ว่าอาจไม่รับร่างครั้งนี้ก็ได้ แต่ต้องรอดูกันต่อไป เพราะแต่ละวันมีการเปลี่ยนแปลงได้โดยตลอด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีที่พรรค พปชร.มีปัญหากันช่วงการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะส่งต่อการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วยหรือไม่ นายวันชัยยอมรับว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้เกิดแรงกระเพื่อมไปทุกฝ่าย แม้จะบอกว่าไม่ได้มีผลโดยตรง แต่ก็เกิดแรงกระเพื่อมในการเปลี่ยนแปลงเรื่องการโหวตได้ แต่ไม่ได้มีสัญญาณมาจากฝ่ายการเมือง หรือสัญญาณจากผู้มีอำนาจให้โหวตอย่างไร โดยเท่าที่ดูจากการแลกเปลี่ยนของ ส.ว.มาจากความรู้สึกนึกคิดของพวกเรากันเอง และสัญญาณนี้เท่าที่ดูนั้นพบว่าจะไม่รับร่างแรงพอสมควร
&amp;ldquo;ผมงดออกเสียงมาตั้งแต่ต้น และแต่ละคนเชื่อว่าเขาจะตอบได้ แต่จะตอบอย่างไรเป็นเรื่องของแต่ละบุคคล เชื่อว่าเรามีหลักการและเหตุผลยืนยันมาตลอด เพราะเราพูดกันมาแล้วว่าการแก้ไขครั้งนี้ไม่ใช่เพื่อประชาชน แต่เพื่ออำนาจและความได้เปรียบทางการเมืองล้วนๆ&amp;rdquo; นายวันชัยกล่าวตอบข้อถามว่าจะชี้แจงสังคมอย่างไรในเมื่อ ส.ว.กว่า 100 คนโหวตรับร่างมาแล้ว แต่ในวาระ 3 จะมาคว่ำร่าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสังศิต พิริยะรังสรรค์ ส.ว.กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า การลงมติของ ส.ว.เป็นฟรีโหวตที่แต่ละคนจะลงมติได้โดยอิสระและชอบธรรม ซึ่ง ส.ว.บางส่วนไม่เห็นด้วยกับบัตรสองใบ เพราะเกรงจะเกิดเผด็จการรัฐสภาแบบในอดีตนั้น ก็เป็นเรื่องที่กังวลใจหากกลับไปใช้บัตรสองใบ เพราะเราเคยมีบทเรียนมาแล้วในเรื่องนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายมณเฑียร บุญตัน ส.ว. กล่าวเช่นกันว่า จะลงมติไม่เห็นชอบกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะแม้บัตรใบเดียวทำให้ฝ่ายบริหารทำงานยาก เพราะมีพรรคการเมืองขนาดเล็กมากเกินไปในสภาและในรัฐบาล และก็ไม่ได้เห็นด้วย แต่ก็ไม่เห็นด้วยกับระบบที่เสนอแก้ไขมาในระบบคิดคะแนนและจำนวน ส.ส.ในสภาของพรรคการเมือง ซึ่งระบบบัตรสองใบจะทำให้เกิดระบบการเมืองและการเลือกตั้งแบบพับสนาม ทำให้มีพรรคการเมืองอาจได้ ส.ส.ในสภาเกือบ 400 เสียงแบบในอดีต จนเกิดเสียงแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ท่วมท้นล้นหลาม ซึ่งไม่แตกต่างอะไรกับเผด็จการ แม้สภาจะมาจากการเลือกตั้ง แต่ระบบก็คือเผด็จการ ฝ่ายค้านจะไม่มีน้ำยาในการตรวจสอบ ฝ่ายค้านตรวจสอบไม่ได้ สุดท้ายก็จะนำไปสู่ความรุนแรง การเมืองก็จะลงสู่ท้องถนนอีก แล้วก็เกิดเงื่อนไขจนนำไปสู่การยึดอำนาจขึ้นอีก&amp;nbsp;
&amp;ldquo;หากถามว่าแนวโน้มการลงมติวันศุกร์นี้จะออกมาแบบไหน ความเห็นส่วนตัวมองว่าก็น่าจะผ่านวาระ 3&amp;rdquo; นายมณเฑียรกล่าว &amp;nbsp;
เพื่อนร่วมรุ่นบิ๊กตู่ไม่เอา
พล.อ.ธวัชชัย สมุทรสาคร หรือบิ๊กเยิ้ม เพื่อนร่วมรุ่น ตท.12 กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า จุดยืนเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญยังคงเหมือนเดิม คือไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตั้งแต่แรก เพราะที่ใช้อยู่ปัจจุบันดีอยู่แล้ว จะไปแก้ไขทำไม ส่วนที่ไม่เห็นด้วยกับบัตร 2 ใบนั้น ส่วนหนึ่งเพราะมีตัวอย่างมาแล้วในเผด็จการสภา เพราะเคยเป็นทหารอยู่ที่ภาคอีสานมาตลอดชีวิต รู้เรื่องพวกนี้ดีเยอะแยะไปหมด เพียงแต่ไม่อยากพูด
ขณะที่ พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช ส.ว. กล่าวว่า การลงมติวาระ 3 ในวันที่ 10 ก.ย. ดูแล้วน่าจะผ่านความเห็นชอบไปได้ โดยในส่วนของ ส.ว.นั้น ส่วนใหญ่ไม่มีใครขัดข้องเรื่องการแก้ไขระบบเลือกตั้ง ส.ส. เพราะ ส.ว.เห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของ ส ส.ที่อยากได้ระบบเลือกตั้งแบบไหน อีกทั้งก็เห็นกันแล้วว่าระบบเลือกตั้งบัตรใบเดียวและการคิดคำนวณจำนวนที่นั่ง ส.ส.ในสภาที่เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 เป็นระบบที่สร้างปัญหามาก ทำให้หากเทียบกับที่เสนอแก้ไข แม้จะถอยหลังกลับไปใช้กติกาตอนปี 2540 และตอนปี 2554 แต่โดยรวมก็ยังดีกว่าที่เขียนในรัฐธรรมนูญปัจจุบัน เพราะทุกอย่างชัดเจน ไม่สลับซับซ้อน&amp;nbsp;
&amp;ldquo;เผด็จการรัฐสภาจะเกิดขึ้นได้ หลักคือเกิดการรวมพรรคกันหลังเลือกตั้ง เห็นได้จากตอนไทยรักไทย ที่ไปนำพรรคการเมืองอื่นมารวมเข้าด้วยกัน แต่วันนี้มันยากมาก เพราะพรรคการเมืองปัจจุบันมีความหลากหลายมากกว่าอดีต โอกาสไปรวมกันเป็นพรรคเดียวมันยาก เพราะทำแบบนั้น โควตารัฐมนตรีก็ต้องถูกแบ่งออกไปหลายพรรค เผด็จการรัฐสภาจึงไม่น่าเป็นห่วงมาก&amp;rdquo;
นายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว. ตั้งคำถามต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า พันธมิตรใหญ่ระหว่างพรรครัฐบาลและพรรคฝ่ายค้าน กำลังปรองดองเพื่อกินรวบประเทศหรืออย่างไร เพราะจะกลับไปใช้ระบบที่ก่อวิกฤตเมื่อ 16 ปีที่แล้ว ระบบเหล้าเก่าในขวดใหม่&amp;nbsp;
มีรายงานจาก ส.ว.ว่า ขณะนี้ ส.ว.ได้เริ่มแลกเปลี่ยนความเห็น และจับกลุ่มพูดคุยเรื่องการลงมติในวันศุกร์นี้กันแล้ว รวมถึงหยั่งท่าทีและแสดงความคิดเห็นเรื่องการลงมติผ่านไลน์ส่วนตัวและไลน์กลุ่มเล็กๆ ของ ส.ว.บางส่วน ซึ่งเสียงก็ยังแตกเป็นเป็น 2 ส่วน โดย ส.ว.ที่เป็นมือประสานรายหนึ่งให้ข้อมูลว่า ขณะนี้ ส.ว.จำนวนไม่น้อยคุยกันแล้ว ส.ว.หลายคนบอกว่า ตอนโหวตวาระแรกกับวาระ 2 เขาได้ลงมติเห็นด้วยกับการแก้ไขครั้งนี้ จนทำให้ร่างแก้ไขผ่านมาจนถึงวาระ 3 ดังนั้นหากจะมาเปลี่ยนไม่เห็นชอบวาระ 3 ที่ต้องขานชื่อทีละคน แล้วมาเปลี่ยนใจไม่เห็นชอบ เขาก็บอกว่ามันก็ตอบสังคมลำบาก ที่ทำไมลงมติไม่เหมือนสองครั้งก่อนหน้านั้น ทำให้ ส.ว.จำนวนไม่น้อยที่เคยลงมติเห็นชอบวาระแรกและวาระ 2 ก็จะลงมติเห็นชอบในวาระ 3 หากไม่มีเหตุให้เปลี่ยนใจวันศุกร์นี้
&amp;ldquo;ส.ว.ตอนนี้ต่างบอกว่าขอรอดูท่าทีและสัญญาณการเมืองบางอย่างจนถึงช่วงเย็นวันพฤหัสบดีที่ 9 ก.ย.ว่าจะเอาอย่างไร&amp;quot; ส.ว.มือประสานรายหนึ่งระบุ.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115829</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายวิรัช รัตนเศรษฐ, ประธานวิปรัฐบาลกัดฟันเชื่อโหวตวาระ 3, พรรคพลังประชารัฐ, ส.ส.บัญชีรายชื่อ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แก้ไขรัฐธรรมนูญผ่านได้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210701/image_big_60dd908903986.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
