<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119634</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/10/2021 13:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/10/2021 13:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พรเพชร&#039;นำคณะส.ว.ทำกิจกรรมจิตอาสาเก็บผักตบถวายพ่อหลวงร.9</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ต.ค.64 - ณ ห้องโถง ชั้น 1 อาคารรัฐสภา (ฝั่งวุฒิสภา) นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง นายศุภชัย สมเจริญ รองประธานวุฒิสภา คนที่สอง พร้อมคณะสมาชิกวุฒิสภา ร่วมพิธีวางพวงมาลาเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในนามวุฒิสภา นอกจากนี้ ยังมี น.ส.นภาภรณ์ ใจสัจจะ รองเลขาธิการวุฒิสภา รักษาราชการแทนเลขาธิการวุฒิสภา นำคณะผู้บริหารและบุคลากรสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา วางพวงมาลาในนามสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น ประธานวุฒิสภา นำกล่าวน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ยืนสงบนิ่ง และร่วมพิธีสวดพระพุทธมนต์ พร้อมถวายผ้าไตรบังสุกุล ถวายภัตตาหารเพลและจตุปัจจัยไทยธรรมแด่พระสงฆ์ในพิธีจำนวน 10 รูป ซึ่งนิมนต์มาจากวัดจันทรสโมสร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเวลา 10.30 น. นายพรเพชร พล.อ.สิงห์ศึก นายศุภชัย พร้อมคณะสมาชิกวุฒิสภา นำคณะจิตอาสาของวุฒิสภาร่วมทำกิจกรรมจิตอาสา &amp;ldquo;เราทำความดีเพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์&amp;rdquo; โดยได้ร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ประกอบด้วย กองบังคับการตำรวจน้ำ สำนักงานเขตดุสิต กรมเจ้าท่า และสำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร ร่วมกันกำจัดผักตบชวาและเก็บขยะตกค้างบริเวณริมฝั่งและในแม่น้ำเจ้าพระยา ณ บริเวณท่าน้ำ สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงเล็งเห็นความสำคัญด้านการบริหารจัดการน้ำตามแนวทฤษฎีการพัฒนาโดยการกรองน้ำเสียด้วยผักตบชวา และนำมาทำเป็นปุ๋ยหมักหรือเชื้อเพลิงและอาหารสัตว์
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119634</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายพรเพชร วิชิตชลชัย, ประธานวุฒิสภา, พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร, วันคล้ายวันสวรรคต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211013/image_big_616678ff549ef.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111450</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/07/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โหมโรงซักฟอกสิงหาฯ ขู่เชือดบิ๊กตู่-4รัฐมนตรี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ชวน&amp;rdquo; เลื่อนเปิดสภาไปอีก 1 สัปดาห์ ยันถกงบปี 65 วาระสอง-สาม 18-20 ส.ค.นี้ ไม่ให้โควิดเป็นอุปสรรค ขณะที่ฝ่ายค้านขู่ฟ่อ ส.ค.ยื่นซักฟอกแน่ รัฐมนตรีเข้าข่ายอย่างน้อย 5 คน เชื่อมโยง 3 ป. &amp;nbsp;ฟุ้งพรรคร่วมรัฐบาลฟังแล้วต้องคิดหนัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2564 นายชวน หลีกภัย &amp;nbsp;ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรว่า &amp;nbsp;ได้หารือกับสภารวมทั้งนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภาแล้วว่า &amp;nbsp;จะงดการประชุมสภาในสัปดาห์นี้และสัปดาห์หน้าระหว่างวันที่ 4-5 &amp;nbsp;ส.ค.ออกไปก่อน เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ยังมีความรุนแรงอยู่ ประกอบกับได้หารือกับนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เห็นตรงกันว่ามีความจำเป็นต้องเลื่อนการประชุมออกไปก่อน ส่วนสัปดาห์ถัดไปวันที่ 11-12 ส.ค.จะขอทบทวนอีกครั้ง ทั้งนี้ได้รับการแจ้งอย่างไม่เป็นทางการว่า คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 จะขอบรรจุระเบียบวาระร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ วาระ 2 และวาระ 3 ในช่วงวันที่ 18-20 ส.ค.นี้ จึงต้องมีการเปิดประชุมสภาอย่างแน่นอนไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้ โดยในเรื่องของการเดินทางมายัง กทม.ของ ส.ส. อาจต้องเดินทางโดยรถยนต์ และเมื่อเข้ารัฐสภาจำเป็นต้องมีตรวจแบบเข้มข้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า หากฝ่ายค้านเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจจะสามารถบรรจุระเบียบวาระได้เลยหรือไม่ ประธานสภาผู้แทนราษฎรกล่าวว่า เท่าที่ทราบจะมีการยื่นญัตติเข้ามาประมาณกลางเดือน &amp;nbsp;ส.ค. ดังนั้นหากมีการยื่นเข้ามาก็สามารถบรรจุในระเบียบวาระได้เลย ไม่มีปัญหา เพราะมีเจ้าหน้าที่ประจำที่ตรวจสอบญัตติอยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า หากช่วงเวลาดังกล่าวสถานการณ์โควิด-19 ยังระบาดหนักจะเป็นอุปสรรคในการประชุมหรือไม่ นายชวนกล่าวว่า เราต้องพยายามทำให้การทำงานสามารถเป็นไปได้ โดยไม่ให้โรคโควิด-19 &amp;nbsp;มาเป็นอุปสรรค โดยขอความร่วมมือทุกฝ่ายช่วยแก้ปัญหา ซึ่งช่วงที่รัฐบาลต้องการความร่วมมือ สภาฯ ก็ให้ความร่วมมือและป้องกันอย่างเต็มที่ เพื่อไม่ให้มีการรวมตัวของคนจำนวนมาก ไม่ให้สภาเป็นพื้นที่ที่ปัญหา ขณะนี้เราก็มีการติดตามสถานการณ์กันทุกวัน เท่าที่ได้รับรายงานจากเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร พบว่าตั้งแต่มีโควิด-19 มีเจ้าหน้าที่ของสภาติดทั้งสิ้นรวม 12 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย เปิดเผยความคืบหน้าการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่า ในครั้งนี้จะเป็นการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นจำเลยที่ 1 ส่วนคนอื่นจะต้องรอประชุมกับพรรคร่วมฝ่ายค้านเพื่อสรุปร่วมกันในสัปดาห์หน้า และจะยื่นได้กลางเดือนสิงหาคมนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบื้องต้นมีรัฐมนตรีที่อยู่ในข่ายอย่างน้อย 5 คน โดยการอภิปรายในครั้งนี้มีข้อมูลเรื่องการบริหารงานที่ผิดพลาดล้มเหลว ส่อไปทางทุจริต &amp;nbsp;และมีหลักฐานชัดเจน เชื่อว่าจะเป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งสุดท้ายของรัฐบาลชุดนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ยอมรับว่าข้อมูลยังไม่นิ่ง เพราะสถานการณ์โควิด-19 และมีการเปลี่ยนแปลงตลอด โดยยังมีข้อมูลหลั่งไหลเข้ามาจำนวนมากจากประชาชน ซึ่งต่างจากครั้งที่แล้วที่มีข้อมูลชัดเจนเรื่องถุงมือยาง และมั่นใจว่าเมื่อพรรคร่วมรัฐบาลได้ฟังข้อมูลการอภิปรายแล้ว หากจะลงมติให้นายกรัฐมนตรีก็ต้องคิดหนัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ระบุชัดว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้มีหลักฐานทุจริตชัดเจน เชื่อมโยงกับ 3 ป. &amp;nbsp;เชื่อว่าถ้าเปิดเผยออกมาประชาชนจะรับไม่ได้ โดยเป็นข้อมูลที่เกี่ยวโยงเรื่องความมั่นคง มีหลักฐานมีลายเซ็นชัดเจน ยกตัวอย่างเช่นกรณีงบประมาณการจัดซื้อเรือดำน้ำที่รัฐบาลยอมถอย โดยข้อมูลทั้งหมดจะเชื่อมโยงกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111450</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายชวน หลีกภัย, นายพรเพชร วิชิตชลชัย, ประธานวุฒิสภา, ประธานสภาผู้แทนราษฎร, ยันถกงบปี 65, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เลื่อนเปิดสภาไปอีก 1 สัปดาห์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210728/image_big_6100d58471520.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96098</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/03/2021 11:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/03/2021 11:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พรเพชร&#039;รับอาจเลื่อนโหวตแก้รธน.วาระ3 หวั่นส.ว.ตกเป็นจำเลยสังคม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 มี.ค. 64 - ที่รัฐสภา นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา และรองประธานรัฐสภา เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา (วิปวุฒิสภา) วันนี้ (15 มี.ค. )จะพิจารณาว่าการโหวตร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมวาระ 3 จะดำเนินการอย่างไร หลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยรัฐสภามีอำนาจหน้าที่จัดทำร่างรัฐธรรทนูญฉบับใหม่ แต่ต้องทำประชามติก่อนและหลังยกร่างรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่มี ส.ส. เตรียมเสนอญัตติให้เลื่อนการโหวตวาระ 3 ออกไปก่อนนั้น นายพรเพชร กล่าวว่า ทำได้ และเป็นเรื่องที่ต้องพูดคุยในที่ประชุมรัฐสภา แต่ส่วนตัวไม่ขอออกความเห็นในเรื่องนี้ ซึ่งหากมองคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญชัดเจน ในเรื่องการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ต้องทำประชามติก่อนและหลัง แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นและกำลังถกเถียงในขณะนี้คือ มีร่างแก้ไขมาตรา 256 ค้างอยู่ในที่ประชุมรัฐสภา เตรียมโหวตวาระ 3 วันที่ 17 มี.ค.นี้ ซึ่งเป็นปัญหาถกเถียงกันมากว่าจะไปต่อโดยยึดร่างรัฐธรรมที่มีการแก้ไขและไปเชื่อมโยงกับการทำประชามติ&amp;nbsp; หรือร่างดังกล่าวไม่สามารถเดินหน้าต่อได้ เพราะมีเนื้อหาบางอย่างไม่ตรงกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ดังนั้นในวันที่17 มี.ค. จะเกิดการถกเถียงในที่ประชุมรัฐสภาเป็นอย่างมาก รวมไปถึงประเด็นว่าจะลงมติวาระ 3 หรือไม่ด้วย เพราะได้รับข้อมูลมาทั้ง 2 ฝ่าย และมีความเป็นไปได้ที่อาจเลื่อนการพิจารณาออกไป เพราะกฎหมายเปิดช่องไว้ ขณะที่ยังมีความเห็นบางส่วนให้เสนอญัตติซ้อนเพื่อจะลงมติว่าจะให้ลงมติวาระ 3 หรือไม่ แต่ส่วนตัวไม่ทราบว่าท้ายที่สุดจะออกมาในทิศทางใด&amp;rdquo;นายพรเพชร ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานวุฒิสภา ยอมรับว่า การโหวตวาระ 3 มีผลทางการเมืองพอสมควร&amp;nbsp; หากที่ประชุมเห็นชอบวาระ 3 และนำไปสู่การบังคับใช้ เชื่อมั่นว่าจะมีการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยอีกครั้ง ซึ่งจะทำให้กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญล่าช้าออกไปอีก แต่หากไม่เห็นชอบโดยเสียง ส.ว. ไม่ถึง 84 เสียง จะทำให้ ส.ว.ตกเป็นจำเลยของสังคมทันที หากเลือกทางนึ้ ส.ว. จะต้องชี้แจงต่อสังคม ซึ่งส่วนตัวไม่ขอออกความเห็น ว่าจะเลือกทางไหนเพราะเกรงจะเป็นการชี้นำ และอาจมีมากกว่า 2 ทาง แต่ไม่จำเป็นต้องหารือกับประธานรัฐสภา เพราะได้บรรจุในระเบียบวาระแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ปัญหานี้ไม่เกี่ยวกับศาลรัฐธรรมนูญเพราะการวินิจฉัยยุติแล้ว แต่ขึ้นอยู่ที่รัฐสภาจะดำเนินการอย่างไรกับการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ ไม่ใช่เรื่องที่จะมาเอาชนะคะคานกัน และมันต้องเกิดปัญหาอย่างที่ผมบอกแน่นอน หลบปัญหา 2 เรื่องนี้ไม่ได้ และที่ผมพูดว่าเป็นปัญหาทางการเมืองก็เพราะว่าการเมืองเอามาใช้ กล่าวหาว่าหากลงแบบนี้ก็ไม่เคารพหลักการประชาธิปไตย ไม่เคารพหลักการร่างรัฐธรรมนูญอะไรต่างๆนานา แต่อย่าลืมว่าวุฒิสภา มีความคิดเป็นอิสระไปบังคับเขาไม่ได้ จึงเชื่อว่าจะไม่มีมติออกมาว่า ส.ว. จะทำอย่างไร แต่ที่ประชุมวิปจะพูดคุยกันว่าจะทำอย่างไรให้พ้นวิกฤติประเทศชาติ&amp;rdquo;นายพรเพชร ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่ามีความเป็นไปได้หรือไม่ที่จะโหวตคว่ำร่าง หรือไม่ร่วมประชุม พรเพชร กล่าวว่า ยังไม่ได้พูดคุยกัน และไม่คิดว่าจะมีเหตุการณ์เช่นนั้นเกิดขึ้น เพราะเป็นสมาชิกก็ต้องเข้าร่วมประชุม จะเห็นอย่างไรก็ตามต้องแสดงความกล้าหาญ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96098</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายพรเพชร วิชิตชลชัย, ประธานวุฒิสภา, ศาลรธน., แก้รธน., โหวตวาระ3</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210315/image_big_604ee2e5ca541.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81436</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/10/2020 12:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/10/2020 12:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประธานวุฒิสภา หวั่นหากทำตามข้อเรียกร้องม็อบให้นายกฯลาออก อาจเปิดช่องปฏิวัติได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ต.ค.63 - ที่อาคารสุขประพฤติ นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ให้สัมภาษณ์ถึงข้อเรียกร้องของกลุ่มคณะราษฎร ที่ยื่นคำขาดให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ลาออกจากตำแหน่งภายใน 3 วัน ว่า การออกจากตำแหน่งใดๆ มีขั้นตอนปฏิบัติตามกฎหมาย หากนำข้อเรียกร้องของกลุ่มคนมาดำเนินการ อาจเปิดช่องให้ใช้อำนาจนอกกฎหมาย และนำไปสู่การปฏิวัติได้ อย่างไรก็ตาม การรวมตัวของเยาวชน และการยื่นข้อเรียกร้องนั้น ตนเข้าใจว่าเป็นเรื่องปกติของการชุมนุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพรเพชร ยังกล่าวถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ล่าสุดคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญก่อนรับหลักการ รัฐสภา ที่มีนายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ เป็นประธานกมธ. พิจารณาแล้วเสร็จว่า กรณีดังกล่าวทำให้ส.ว.เกิดความเข้าใจในสิ่งที่ยื่นเสนอให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะยอมรับว่าการเสนอให้แก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น เสนอโดยส.ส. และส.ว.ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ดังนั้น การศึกษาจึงเป็นการทำความเข้าใจ และใช้ประกอบการพิจารณาตัดสินใจในการลงมติของญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ ตนไม่ขอตอบถึงทิศทางการลงมติของส.ว.ว่าจะรับหลักการหรือไม่ ตามที่มีกระแสข่าวว่า ส.ว.จะลงมติรับร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขมาตรา 256 และตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81436</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประธานวุฒิสภา, พรเพชร วิชิตชลชัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201022/image_big_5f9113b599dab.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79084</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/09/2020 13:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/09/2020 13:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พรเพชร&#039;ลั่น&#039;กมธ.พิจารณาร่างรธน.6ฉบับ&#039;ไม่มีสิทธิล้มร่างใดร่างหนึ่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ก.ย.2563 - &amp;nbsp;นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ให้สัมภาษณ์ถึงคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมก่อนรับหลักการ จำนวน 6 ฉบับ ว่า ผลการศึกษาที่ออกมาต้องไม่ใช่การล้มร่างใดร่างหนึ่ง แต่การหารือในคณะกรรมาธิการฯ จะได้ผลดีกว่าการถกเถียงในห้องประชุมรัฐสภา อย่างไรก็ตาม รู้สึกเสียดายที่พรรคการเมืองบางพรรคไม่ได้เข้าร่วมในคณะกรรมาธิการฯ ชุดนี้ เพราะหากได้เข้าร่วมก็จะได้เห็นจุดอ่อนและจุดแข็งในแต่ละร่าง และนำไปสู่การแก้ไข&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การที่พรรคร่วมรัฐบาลเสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการฯ ก็เพื่อต้องการให้เคลียร์ปัญหาทั้งหมดที่เกิดขึ้นก่อนที่จะมีการลงมติรับหลักการ พร้อมยืนยันว่าแม้จะไม่มีพรรคฝ่ายค้านมาร่วมด้วย แต่ร่างก็ไม่ตกไป เนื่องจากต้องรอการลงมติรับหลักการวาระแรก ซึ่งในตอนนั้นก็จะเห็นเค้าลางว่าร่างใดจะได้รับความเห็นชอบ และมีข้อสังเกตอย่างไร&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพรเพชร กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญภาคประชาชนของกลุ่มไอลอว์นั้น &amp;nbsp;ยอมรับว่าต้องศึกษาและตรวจสอบข้อมูลให้รอบคอบ เพราะการเสนอกฎหมายที่ผ่านมาเจอปัญหาเรื่องรายชื่อของภาคประชาชน ดังนั้น หากร่างของไอลอว์ตรวจสอบไม่ทันก็จะต้องเร่งนำ 6 ฉบับเดิมเข้าสู่ที่ประชุมก่อน เพราะเป็นเรื่องเร่งด่วนและแต่ละฝ่ายคงไม่ยอมให้มีการเลื่อนอีก
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79084</URL_LINK>
                <HASHTAG>6 ฉบับ, คณะกรรมาธิการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมก่อนรับหลักการ, นายพรเพชร วิชิตชลชัย, ประธานวุฒิสภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200817/image_big_5f3a0b92470f8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78324</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2020 09:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2020 09:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พรเพชร&#039;พลิ้วไม่เคยบอกตั้งกมธ.ศึกษา6ญัตติแค่ตอบคำถามสื่อ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ย.2563 - &amp;nbsp;นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ในฐานะรองประธานรัฐสภายืนยันว่า ในวันนี้จะมีการลงมติรับหลักการหรือไม่รับหลักการญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยจะไม่มีการตั้งกรรมาธิการศึกษา 6 ญัตติก่อน ตามที่มีการเสนอข่าว พร้อมขอแก้ข่าวว่าส่วนตัวไม่เคยพูดว่าจะตั้งกรรมาธิการศึกษา แต่เป็นคำถามจากสื่อมวลชน ซึ่งตอบไปว่าเคยได้ยินเท่านั้น เป็นข่าวที่ลือกันมา แต่วิป 3 ฝ่ายไม่ได้พูดคุยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพรเพชร กล่าวว่าในส่วนของ ส.ว. มีผู้ประสงค์อภิปราย 27 คน ส่วน ส.ว. จะลงมติรับหลักการในญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่นั้น เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องสำคัญ แต่ยืนยันว่าตนเองและรัฐบาลไม่มีคำสั่งหรือชี้แนะสมาชิกในประเด็นนี้ ขณะที่ผู้ใหญ่หลายคนในที่ประชุมวิปวุฒิสภา บอกว่า ส.ว. มีวุฒิภาวะพอที่จะที่จะพิจารณาว่าจะลงมติอย่างไร ส่วนที่สมาชิกไปปรึกษากันเองก็ว่ากันไป ยืนยันว่ารัฐบาลไม่ยุ่ง ไม่ก้าวก่ายเรื่องนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า เสียง ส.ว. 84 เสียงสำคัญต่อการลงมติรับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ถ้าไม่ครบจะทำให้การเมืองร้อนขึ้นหรือไม่ นายพรเพชรกล่าวว่า รัฐธรรมนูญสร้างมาเช่นนั้น และให้สมาชิกลงมติตามที่เห็นสมควรไม่มีการตั้งเป้าว่าจะลงครบหรือไม่ แต่การลงมติครั้งต้องอธิบายต่อสังคมได้ และสังคมมีสิทธิวิจารณ์ได้
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78324</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายพรเพชร วิชิตชลชัย, ประธานวุฒิสภา, รองประธานรัฐสภา, หลักการ, แก้ไขรัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200817/image_big_5f3a0b92470f8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76840</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/09/2020 18:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/09/2020 18:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไร้เงา &#039;อาทิตย์-อุทัย&#039; ร่วมถกอดีตประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ เสนอบิ๊กตู่ต้องลาออกจะสง่างาม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ก.ย.63 - ที่โรงแรมเซนทาราลาดพร้าว กลุ่มอดีตประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ ประกอบด้วยนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา อดีตประธานรัฐสภา&amp;nbsp;นายนิคม ไวยรัชพานิช นายสุชน ชาลีเครือ อดีตประธานวุฒิสภา นัดประชุมระดมความคิดหาทางออกวิกฤติการเมืองไทย โดยจะมีการหยิบยก ประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 272 รวมถึงข้อเสนอที่ให้นายกรัฐมนตรี ลาออกจากตำแหน่ง มาหารือ ขณะที่นายอาทิตย์ อุไรรัตน์&amp;nbsp;&amp;nbsp;และนายอุทัย พิมพ์ใจชน ไม่ได้เดินทางมาร่วมการหารือเนื่องจากติดภารกิจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชาติ กล่าวก่อนเข้าประชุม ว่า หมดเวลาแล้วสำหรับพล.อ.ประยุทธ์ ส่วนตัวเห็นด้วยกับข้อเสนอของนายอาทิตย์ อุไรรัตน์ ที่เห็นว่าขณะนี้รัฐบาลมีปัญหา ทั้งปัญหาเศรษฐกิจและความขัดแย้ง ดังนั้นพล.อ.ประยุทธ์ ควรเสียสละลาออกจากตำแหน่ง ไม่ควรรอให้สถานการณ์รุนแรงบานปลายไปมากกว่านี้ ถือเป็นทางออกที่ดีที่สุด เหมือนกับพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อดีตประธานองคมนตรีและอดีตนายกรัฐมนตรี พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ตัดสินใจลาออก ซึ่งถือเป็นทางลงที่ดีสามารถอยู่ต่อในสังคมได้โดยไม่มีปัญหา แต่ขณะเดียวกันก็มีอดีตนายกรัฐมนตรีที่เป็นอดีตผู้นำเหล่าทัพ เช่น จอมพล ป.พิบูลสงคราม มีอำนาจพรรคการเมืองสนับสนุน แต่ไม่ยอมออกจากตำแหน่ง สุดท้ายต้องหนีไปต่างประเทศ เช่นเดียวกับจอมพลถนอม กิตติขจร ที่ไม่ยอมเปลี่ยนแปลงตามข้อเรียกร้องของประชาชน ขณะนี้ถือว่าพล.อ.ประยุทธ์ กำลังยืนอยู่บนทางสองแพร่ง ซึ่งมีตัวอย่างให้เห็นทั้งสองด้าน ควรตัดสินใจและเลือกว่าจะเป็นแบบไหน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าหากพล.อ.ประยุทธ์ ลาออกใครจะมาดำรงตำแหน่งแทน นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา กล่าวว่าควรให้เป็นเรื่องของสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากประชาชน ซึ่งสมัยที่ตนเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร และพล.อ.ชวลิต ลาออก ก็ได้เชิญหัวหน้าพรรคการเมือง มาหารือและสุดท้ายที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีมติเลือกนายชวน&amp;nbsp;หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี ก็เป็นนายกฯต่อมาถึง 3 ปี ปัญหาความวุ่นวายต่างๆในประเทศก็ลดลง ความน่าเชื่อถือก็กลับคืนมา ดังนั้นรัฐบาลที่ขาดความเชื่อถือทั้งในและต่างประเทศก็ควรจะหลีกทางให้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากการประชุมหารือราวครึ่งชั่วโมง นายสุชน ชาลีเครือ อดีตประธานวุฒิสภา ออกมาแถลงข้อสรุปความเห็นของกลุ่ม โดยเสนอว่า ควรเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อยกเลิกบทเฉพาะกาลมาตรา 272 เกี่ยวกับการให้อำนาจ ส.ว. เลือกนายกรัฐมนตรี ก่อนที่จะแก้ไขมาตรา 256 เพราะการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่โดยสภาร่างรัฐธรรมนูญ(ส.ส.ร.) อาจต้องใช้ระยะเวลานาน ขณะที่นิสิต นักศึกษา และประชาชน ต้องการให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยเร็ว โดยเฉพาะการยกเลิกมาตรา 272 ตัดอำนาจวุฒิสภาในการเลือกนายกรัฐมนตรี หากมีเหตุการณ์ถึงขั้นยุบสภาหรือนายกรัฐมนตรีลาออก แล้วต้องมีการเลือกตั้งใหม่ ก็ควรให้นายกรัฐมนตรีมีที่มาตามรัฐธรรมนูญมาตรา 159 โดยให้สภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้ลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุชน กล่าวว่า ทุกฝ่ายควรให้ความร่วมมือกัน และรับฟังข้อเรียกร้องของนักศึกษาและทุกฝ่ายว่าทำได้มากน้อยแค่ไหน ควรมีการพูดคุยกัน ไม่ควรเผชิญหน้ากันต้องหาทางร่วมมือให้ประเทศชาติเดินหน้าไปได้ ซึ่งในฐานะที่เป็นกลุ่มคณะเล็กๆ ก็ทำได้เพียงการเสนอความเห็นไม่สามารถเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ โดยจะเสนอความเห็นไปยังประธานสภาผู้แทนราษฎรในฐานะ กลุ่มอดีตประธานสภาฯ และส่งความเห็นไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและนายกรัฐมนตรี ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นเรื่องของรัฐสภาที่จะแก้ไขวิกฤตตรงนี้ ยังไม่สายเกินไปหากทุกฝ่ายจะร่วมมือกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76840</URL_LINK>
                <HASHTAG>จี้บิ๊กตู่ลาออก, นิคม ไวยรัชพานิช, ประธานรัฐสภา, ประธานวุฒิสภา, ประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ, วันมูหะมัดนอร์ มะทา, สุชน ชาลีเครือ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200908/image_big_5f57652a6c0ed.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
