<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112787</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/08/2021 10:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/08/2021 10:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โปรดเกล้าฯแต่งตั้ง &#039;ปิยกุล บุญเพิ่ม&#039; ดำรงตำแหน่งประธานศาลฎีกา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ส.ค.64 - เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศแต่งตั้งประธานศาลฎีกา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ประกาศว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยที่คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมได้ให้ความเห็นชอบในการแต่งตั้ง นางสาวปิยกุล บุญเพิ่ม ข้าราชการตุลาการ ตำแหน่ง ประธานศาลอุทธรณ์ ให้ดำรงตำแหน่ง ประธานศาลฎีกา แทนนางเมทินี ชโลธร ที่จะพ้นจากตำแหน่งประธานศาลฎีกา ในวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๔&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๙ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ ศาลยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นางสาวปิยกุล บุญเพิ่ม ให้ดำรงตำแหน่ง ประธานศาลฎีกา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔ เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกาศ ณ วันที่ ๖ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔ เป็นปีที่ ๖ ในรัชกาลปัจจุบัน
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112787</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตุลาการ, ประธานศาลฎีกา, ปิยกุล บุญเพิ่ม, เมทินี ชโลธร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210721/image_big_60f7cd127b86d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110573</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/07/2021 14:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/07/2021 14:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เคาะแล้ว! &#039;ปิยกุล บุญเพิ่ม&#039; นั่งปธ.ศาลฎีกา คนที่ 47 มีผล 1 ต.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ก.ค.64 - นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม เปิดเผยว่า วันนี้คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม หรือ ก.ต. ได้ประชุมครั้งที่ 17/2564 โดยมีวาระสำคัญคือการลงมติให้ความเห็นชอบเลือกข้าราชการตุลาการเพื่อดำรงตำแหน่งประธานศาลฎีกาคนที่ 47 เนื่องจากนางเมทินี ชโลธร ประธานศาลฎีกาคนปัจจุบัน จะสิ้นสุดวาระการดำรงตำแหน่งในภารกิจของสายการบริหารในวันที่ 30 ก.ย.2564 เมื่อมีอายุครบ 65 ปีบริบูรณ์ตามกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยการให้ความเห็นชอบแต่งตั้งประธานศาลฎีกา จะพิจารณารายชื่อผู้พิพากษาตามลำดับอาวุโส ซึ่งผ่านการคัดกรองคุณสมบัติความเหมาะสมตามบัญชีที่มีการเสนอจากอนุกรรมการตุลาการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลยุติธรรม หรือ อ.ก.ต. ซึ่งที่ ประชุม ก.ต.วันนี้ มีมติเห็นชอบให้ น.ส.ปิยกุล บุญเพิ่ม ประธานศาลอุทธรณ์ ผู้ที่มีอาวุโสลำดับที่ 1 ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานศาลฎีกา คนที่ 47 จะมีผลตั้งแต่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 1 ต.ค.64 เป็นต้นไป โดยน.ส.ปิยกุล ว่าที่ประธานศาลฎีกา จะมีวาระการดำรงตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดของศาลยุติธรรม เป็นระยะเวลา 1 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับประวัติ น.ส.ปิยกุล เกิดวันที่ 28 ต.ค. 2499 ปัจจุบันอายุ 64 ปี จบการศึกษานิติศาสตรบัณฑิต เกียรตินิยมอันดับ 2 จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง, หลักสูตรเนติบัณฑิตไทย สำนักอบรมศึกษากฎหมาย แห่งเนติบัณฑิตยสภา, นิติศาสตรมหาบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ขณะที่ประวัติการทำงาน ปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานศาลอุทธรณ์ ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2563 และเคยดำรงตำแหน่งที่สำคัญในอดีต ได้แก่ ประธานแผนกคดีล้มละลายในศาลฎีกา ดำรงตำแหน่งวันที่ 1 ต.ค. 2562, ประธานศาลอุทธรณ์ภาค 1 ดำรงตำแหน่งวันที่ 1 ต.ค. 2560, ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา ดำรงตำแหน่งวันที่ 1 ต.ค. 2558 สำหรับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสูงสุดที่ได้รับ ได้แก่ มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก วันที่ 5 ธ.ค. 2546, มหาวชิรมงกุฎ วันที่ 5 ธ.ค. 2543&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110573</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประธานศาลฎีกา, ปิยกุล บุญเพิ่ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210721/image_big_60f7cd127b86d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109557</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/07/2021 15:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/07/2021 15:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชงชื่อ &#039;ปิยกุล บุญเพิ่ม&#039; เป็นประธานศาลฎีกา คนที่ 47 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.ค. 64 - เว็บไซต์สำนักคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) เผยแพร่บัญชีรายชื่อที่สำนักงานศาลยุติธรรมเสนอแต่งตั้งโยกย้ายผู้พิพากษา วาระ 1 ต.ค. 2564 (บัญชี1) โดยมีการเสนอ น.ส.ปิยกุล บุญเพิ่ม ประธานศาลอุทธรณ์ ขึ้นเป็นประธานศาลฎีกา คนที่ 47 โดยหากที่ประชุม ก.ต.ที่จะมีการประชุมกันวันที่ 19 ก.ค.นี้ มีมติเห็นชอบ จะถือว่าเป็นประธานศาลฎีกาหญิงคนที่สองของประเทศไทย ต่อจาก นางเมทินี ชโลธร ประธานศาลฎีกาคนปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ น.ส.ปิยกุล นั้นเกิดวันที่ 28 ต.ค. 2499 ปริญญาตรีนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง เนติบัณฑิตไทย สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติ บัณฑิตยสภา ปริญญาโทนิติศาสตร์ จุฬาฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปี 2521 นิติกร ปี 2525 ผู้ช่วยผู้พิพากษา ปี 2526 ผู้พิพากษาประจำกระทรวง ปี 2527 ผู้พิพากษาจ.ร้อยเอ็ด ปี2530 ผู้พิพากษาจ.ขอนแก่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปี 2534 ผู้พิพากษาจ.จันทบุรี ปีเดียวกันผู้พิพากษาหัวหน้าศาลประจำกระทรวง ปี 2536-2538 ผู้พิพากษาจ.น่าน,ลำพูน และนครสวรรรค์ ปี 2540 ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลแพ่งกรุงเทพใต้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปี 2542 ผู้พิพากษาศาลแรงงานกลาง ปีเดียวกันผู้พิพากษาศาลอุธรณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปี2549 ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ ปี 2551 ประธานแผนกคดีเลือกตั้งในศาลอุทธรณ์ภาค 1 ปี 2553 รองประธานศาลอุทธรณ์ภาค 1 ปี2554 ผู้พิพากษาศาลฏีกา ปี 2558 ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา ปี 2560 ประธานศาลอุธรณ์ภาค1&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปี 2562 ประธานแผนกคดีล้มละลายในศาลฎีกา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนขึ้นดำรงตำเเหน่งประธานศาลอุทธรณ์ในปัจจุบัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109557</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประธานศาลฎีกา, ปิยกุล บุญเพิ่ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210713/image_big_60ed4bf97e9db.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109154</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/07/2021 15:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/07/2021 15:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประธานศาลฎีกา ออกสารถึงตุลาการข้าราชการศาลยุติธรรม คำนึงถึงความปลอดภัยประชาชนจากโควิดเป็นสำคัญ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.ค.64 - นางเมทินี ชโลธร ประธานศาลฎีกา ได้ออกสารประธานศาลฎีกา มีใจความว่า ท่านผู้พิพากษา ข้าราชการและบุคลากรในศาลยุติธรรมทุกท่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะนี้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในประเทศไทยยังทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง ดังจะเห็นได้จากสถิติจำนวนผู้ติดเชื้อใหม่และผู้เสียชีวิตจากโรคดังกล่าวในแต่ละวันบุคลากรทางการแพทย์ต้องทำงานอย่างหนักต่อเนื่องยาวนานด้วยความเสียสละเพื่อรักษาชีวิตและดูแลสุขภาพของพี่น้องประชาชนสถานการณ์นี้ไม่เพียงเป็นปัญหาในทางสุขอนามัยเท่านั้น &amp;nbsp;แต่ยังก่อให้เกิดปัญหานานัปการทั้งในด้านเศรษฐกิจสังคม การศึกษา ประชาชนจำนวนมากไม่อาจประกอบอาชีพได้ตามปกติขาดรายได้มาจุนเจือครอบครัวทั้งความสูญเสียที่เกิดขึ้นยังบั่นทอนกำลังใจของผู้คน ทำให้ขาดความเชื่อมั่นในการดำเนินชีวิตประจำวันว่าจะสามารถใช้ชีวิตไปได้ด้วยความปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนของศาลยุติธรรมซึ่งมีอำนาจหน้าที่ในการพิจารณาพิพากษาอรรถคดียอมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเผชิญปัญหา ในการปฏิบัติหน้าที่เนื่องจากปกติแล้วในแต่ละวัน จะมีคู่ความและผู้เกี่ยวข้องเข้ามาใช้บริการในศาลจำนวนมาก แต่ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ศาลยุติธรรมจึงจำเป็นต้องปรับตัวเพื่อทำงานในวิถีใหม่โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชน ผู้มาติดต่อราชการและบุคลากรของศาลยุติธรรมเป็นสำคัญยิ่งกว่าสิ่งใด ในช่วงต้นของสถานการณ์การแพร่ระบาดจึงได้มีการนำมาตรการเลื่อนคดีส่วนใหญ่มาใช้ &amp;nbsp;แต่อย่างไรก็ตามการเลื่อนคดีออกไปโดยไม่ทราบระยะเวลาสิ้นสุด ย่อมทำให้คดีล่าช้าส่งผลกระทบต่อคู่ความโดยเฉพาะคดีอาญาที่จำเลยถูกคุมขังระหว่างพิจารณา จึงได้มีการนำวิธีพิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกส์มาใช้เพื่อให้คดีบางส่วนสามารถดำเนินไปได้โดยปลอดภัยแก่ทุกฝ่าย ทั้งได้ออกคำแนะนำตลอดจนระเบียบราชการต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนการทำงานของผู้พิพากษาในอันที่จะเป็นคุ้มครองสิทธิของผู้เกี่ยวข้องแม้อยู่ในสถานการณ์อันยากลำบาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยดิฉันได้มอบหมายให้สำนักงานศาลยุติธรรมเร่งดำเนินการสนับสนุนอุปกรณ์และเทคโนโลยีต่าง ๆ เพื่อให้การทำงานในวิถีใหม่สามารถดำเนินไปได้โดยราบรื่น ซึ่งก็ได้รับความร่วมมืออย่างดีจากท่านผู้พิพากษา ข้าราชการและบุคลากรของศาลในยุติธรรมทั่วประเทศ และด้วยจิตสำนึกของความรับผิดชอบต่อประชาชนความเสียสละและความตระหนักต่อภาระหน้าที่ศาลยุติธรรมทุกแห่งจึงสามารถบริหารจัดการคดีไปได้ตามสมควรแก่สภาวการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดิฉันขอขอบคุณท่านผู้พิพากษาข้าราชการและบุคลากรในศาลยุติธรรมทุกท่านที่ช่วยกันปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็ง เต็มกำลังความสามารถเพื่ออำนวยความยุติธรรมแก่ประชาชนผู้มีอรรถคดีแม้ส่วนหนึ่งจะยังคงมีความกังวลใจในความปลอดภัย อันแสดงให้เห็นถึงความสำนึกในหน้าที่และความเสียสละของทุกท่านเพื่อให้ศาลเป็นที่พึ่งของประชาชนได้อย่างแท้จริง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ด้วยสถานการณ์ที่มีแนวโน้มที่จะมีการแพร่ระบาดของโรครุนแรงขึ้นและยาวนานกว่าที่คาดไว้ ดิฉันจึงอยากเน้นย้ำให้ทุกท่านให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของประชาชนและบุคลากรในศาลยุติธรรมยิ่งขึ้น พึงให้ความเมตตาห่วงใยและเข้าใจในความรู้สึกของประชาชน ที่ต้องเสี่ยงต่อความปลอดภัยเมื่อมาที่ศาลเป็นสำคัญ หากไม่สามารถพิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกส์หรือไม่อาจพิจารณาคดีโดยวิธีอื่นได้ด้วยความปลอดภัยอย่างแท้จริง ก็พึงเลื่อนคดีออกไปก่อนเพื่อมิให้เกิดความสูญเสียใด ๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอให้ทุกท่านดำเนินชีวิตและปฏิบัติหน้าที่ด้วยความไม่ประมาท รักษาระยะห่าง ทางสังคมปฏิบัติตามข้อแนะนำทางการแพทย์ เช่นนี้เราทุกคนก็จะสามารถผ่านสถานการณ์อันเลวร้ายนี้ไปได้ด้วยกัน หากท่านมีปัญหาข้อขัดข้องหรือความกังวลใด ๆ ดิฉันพร้อมรับฟังและหาหนทางแก้ไขให้อย่างสุดกำลังความสามารถ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในท้ายที่สุดดิฉันขอส่งกำลังใจและความปรารถนาดีมายังทุกท่านด้วยความเชื่อมั่นว่าความตั้งใจดีความเสียสละและความห่วงใยซึ่งกันและกันนี้จะเป็นปัจจัยที่ทำให้ท่านผู้พิพากษาข้าราชการและบุคลากรในศาลยุติธรรมทุกท่านมีพลังกายพลังใจที่เข้มแข็งในการทำงานและการดำเนินชีวิตแล้วเราจะผ่านพ้นสถานการณ์นี้ไปด้วยกัน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109154</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประธานศาลฎีกา, เมทินี ชโลธร, โควิด19วันนี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210709/image_big_60e80450760ca.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106188</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/06/2021 10:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/06/2021 10:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ราชกิจจาฯเผยแพร่คำแนะนำของ &#039;ประธานศาลฎีกา&#039; ว่าด้วยการใช้มาตรการกำกับดูแลในระหว่างปล่อยตัวชั่วคราว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 มิ.ย.64 - ราชกิจจานุเบกษา ได้ประกาศเผยแพร่ คำแนะนำของประธานศาลฎีกา ว่าด้วยการใช้มาตรการกำกับดูแลในระหว่างปล่อยตัวชั่วคราวพ.ศ. 2564 ลงใน&amp;nbsp;เว็บไซต์ เมื่อวันที่ 11 มิ.ย.ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยมีเนื้อหาดังนี้ ตามที่พระราชบัญญัติมาตรการกํากับและติดตามจับกุมผู้หลบหนีการปล่อยชั่วคราวโดยศาล พ.ศ. 2560 กําหนดให้มีมาตรการกํากับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวขึ้น โดยมุ่งประสงค์ที่จะเสริมสร้าง ประสิทธิภาพในการป้องกันการหลบหนีและภัยอันตรายหรือความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในระหว่างที่ ผู้ต้องหาหรือจําเลยได้รับการปล่อยชั่วคราวจากศาล ซึ่งนอกจากจะทําให้สังคมได้รับความปลอดภัยยิ่งขึ้นแล้ว ยังมีส่วนช่วยลดความจําเป็นในการเรียกหลักประกันลงด้วย ส่งผลให้ผู้ต้องหาหรือจําเลยที่ยากจน ซึ่งไม่อาจหาหลักประกันมาวางย่อมมีโอกาสที่จะได้รับการปล่อยชั่วคราวเช่นเดียวกับผู้ต้องหาหรือจําเลยอื่น อันเป็นการลดความเหลื่อมล้ําในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้อีกทางหนึ่ง จึงสมควรจัดวางระบบ การใช้มาตรการกํากับดูแลดังกล่าวให้มีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับหลักการและวัตถุประสงค์ของกฎหมาย รวมทั้งส่งเสริมให้มีการใช้แพร่หลายมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 5 แห่งพระธรรมนูญศาลยุติธรรม ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม โดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระธรรมนูญศาลยุติธรรม (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2551 ประธานศาลฎีกา จึงออกคําแนะนํา ดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 1 การกํากับดูแล หมายถึง การสอดส่องดูแลให้ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวปฏิบัติตามคําสั่ง หรือเงื่อนไขที่ศาลกําหนดซึ่งรวมถึงการรับรายงานตัวและการให้คําปรึกษาแก่บุคคลดังกล่าวด้วย เพื่อมิให้เกิดการหลบหนีหรือก่อภัยอันตรายหรือความเสียหายใด ๆ ดังที่กําหนดไว้ในประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 108&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 2 ในกรณีปล่อยชั่วคราวโดยไม่มีประกันตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 111 หากศาลเห็นว่า มีความจําเป็นเพื่อคุ้มครองสังคมจะมีคําสั่งกําหนดเงื่อนไขหรือสั่งใช้ มาตรการกํากับดูแลกับผู้ถูกปล่อยชั่วคราวนั้นก็ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 3 การปล่อยชั่วคราวในกรณีอื่นนอกจากข้อ 2 ศาลจึงคํานึงถึงการใช้วิธีกําหนดเงื่อนไข ให้ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวปฏิบัติและมาตรการกํากับดูแลเป็นเบื้องต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 4 เงื่อนไขที่อาจกําหนดให้ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวปฏิบัติในระหว่างปล่อยชั่วคราว ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 108 วรรคสาม เช่น(1) ให้มาศาลตามกําหนดนัด (2) ห้ามยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน (3) ห้ามเดินทางออกนอกประเทศหรือออกนอกพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง (4) ห้ามพบหรือเข้าใกล้ผู้เสียหาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(5) ห้ามออกจากที่อยู่อาศัย(6) การเปลี่ยนหรือย้ายที่อยู่อาศัยต้องแจ้งให้ศาลทราบ (7) ห้ามเข้าไปในสถานที่บางแห่ง (8) ห้ามคบหาสมาคมกับบุคคลบางประเภท (9) ให้รายงานตัวต่อผู้กํากับดูแลหรือบุคคลที่ศาลกําหนด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(10) ให้เข้ารับคําปรึกษาหรือการบําบัดรักษาความบกพร่องทางร่างกายหรือจิตใจ (11) ให้เข้ารับการตรวจร่างกายเพื่อหาสารเสพติด (12) ห้ามทํากิจกรรมหรือประกอบอาชีพบางอย่าง (13) ห้ามพกพาอาวุธปืน (14) ห้ามกระทําการตามที่ถูกกล่าวหาหรือฟ้องร้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 5 นอกจากกําหนดเงื่อนไขตามข้อ 4 แล้ว ศาลจะกําหนดให้มีผู้กํากับดูแลเพื่อสอดส่องดูแล รับรายงานตัว หรือให้คําปรึกษาแก่ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวด้วยก็ได้ โดยอาจแต่งตั้งจากบุคคลที่ขึ้นบัญชีไว้ ต่อศาลหรือบุคคลอื่นที่ศาลเห็นว่า เหมาะสมและสามารถสอดส่องดูแลให้ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวปฏิบัติ ตามเงื่อนไขหรือคําสั่งของศาลได้ แต่ต้องได้รับความยินยอมจากผู้นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในกรณีที่ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวมีความเสี่ยงสูงที่จะหลบหนีหรือก่อภัยอันตรายและมีการกําหนด เงื่อนไขเกี่ยวกับสถานที่อยู่หรือการเดินทางซึ่งต้องมีการตรวจสอบอย่างเข้มงวด ศาลอาจสั่งใช้อุปกรณ์ อิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถใช้ตรวจสอบหรือจํากัดการเดินทางของผู้ถูกปล่อยชั่วคราวควบคู่ไปด้วยก็ได้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 6 การกําหนดเงื่อนไขการแต่งตั้งผู้กํากับดูแลตลอดจนการสั่งใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ศาลพึงพิจารณากําหนดให้เหมาะสมและได้สัดส่วนกับพฤติการณ์ของผู้ต้องหาหรือจําเลยเป็นราย ๆ ไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าศาลเห็นว่า การใช้วิธีการตามวรรคหนึ่งเป็นอันเพียงพอต่อการป้องกันการหลบหนีหรือ ก่อภัยอันตรายหรือความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นแล้ว ศาลจะปล่อยชั่วคราวโดยไม่เรียกหลักประกันเลยก็ได้ เว้นแต่เป็นคดีเกี่ยวกับการทุจริตฉ้อฉลอันมีผลกระทบต่อสาธารณชนส่วนรวมหรือการค้ายาเสพติดให้โทษ ที่พฤติการณ์แห่งคดีก่อให้เกิดความเสียหายแก่เศรษฐกิจและสังคมอย่างร้ายแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 7 ถ้าความปรากฏต่อมาว่า วิธีการที่กําหนดไว้ไม่เพียงพอหรือไม่เหมาะสม ศาลอาจมีคําสั่ง ให้ใช้วิธีการที่เข้มงวดเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ตามที่เห็นสมควร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 8 ภายหลังที่ศาลมีคําพิพากษาแล้ว หากจําเลยไม่เคยถูกคุมขังมาก่อนหรือได้รับ การปล่อยชั่วคราวในศาลชั้นต้นหรือศาลชั้นอุทธรณ์และไม่มีพฤติการณ์จะหลบหนี ยุ่งเหยิงกับ พยานหลักฐานหรือก่อเหตุอันตรายประการอื่นใด แม้ยังไม่มีการยื่นอุทธรณ์หรือฎีกาหรือยังไม่ได้รับอนุญาต ให้อุทธรณ์หรือฎีกา ให้ศาลที่มีอํานาจนําวิธีการตามคําแนะนํานี้ไปใช้ประกอบการพิจารณาสั่งคําร้องขอ ปล่อยชั่วคราวด้วยเพื่อให้จําเลยมีโอกาสได้รับการปล่อยชั่วคราวมากขึ้นและสามารถดูแลความปลอดภัย ให้แก่สังคมได้ในขณะเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 9 การประสานงานระหว่างเจ้าหน้าที่ศาลกับผู้กํากับดูแล อาจดําเนินการโดยผ่านสื่อ อิเล็กทรอนิกส์ใดก็ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในกรณีที่มีความจําเป็นต้องแต่งตั้งบุคคลซึ่งอยู่นอกเขตศาลเป็นผู้กํากับดูแล อาจขอให้ เจ้าหน้าที่ศาลที่บุคคลดังกล่าวมีภูมิลําเนาอยู่ในเขตของศาลนั้นประสานงานให้ และเพื่อความรวดเร็ว การติดต่อระหว่างเจ้าหน้าที่ศาลด้วยกันจะดําเนินการโดยผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ก็ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 10 การจ่ายค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายแก่ผู้กํากับดูแลให้ดําเนินการตามกฎหมายว่าด้วย มาตรการกํากับและติดตามจับกุมผู้หลบหนีการปล่อยชั่วคราวโดยศาล และเพื่อให้การดําเนินการเป็นไป ด้วยความเรียบร้อย ศาลอาจแจ้งให้ผู้กํากับดูแลทราบถึงสิทธิที่จะได้รับเงินดังกล่าวภายหลังจากปฏิบัติ หน้าที่เสร็จสิ้นแล้วก็ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 11 ให้สํานักงานศาลยุติธรรมจัดทําคู่มือการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ผู้กํากับดูแล รวมทั้ง คู่มือในการปฏิบัติตนของผู้ถูกปล่อยชั่วคราวและสนับสนุนการดําเนินการของศาลต่าง ๆ ให้เป็นไป ตามคําแนะนํานี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกาศ ณ วันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2564
เมทินี ชโลธร ประธานศาลฎีกา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106188</URL_LINK>
                <HASHTAG>การปล่อยตัวชั่วคราว, คดีอาญา, ประกันตัว, ประธานศาลฎีกา, ศาลยุติธรรม, เมทินี ชโลธร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210101/image_big_5fee85862902b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104842</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/05/2021 21:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/05/2021 21:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปธ.ศาลฎีกา ตั้ง 4 ผู้พิพากษาชั้นฎีกา-อุทธรณ์ เป็นคกก.สอบข้อเท็จจริงปมภาษีโตโยต้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 พ.ค.64 - นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม เปิดเผยว่า ภายหลังเมื่อวันศุกร์ที่ 28 พฤษภาคม สำนักงานศาลยุติธรรม ได้มีคำสั่งแต่งตั้ง คณะทำงานตรวจสอบและติดตามผลการดำเนินการต่อข้อกล่าวหากรณีภาษีอากรที่เป็นข่าวในสื่อสังคมออนไลน์ รวม 10 คน โดยมี นายพงษ์เดช วานิชกิตติกูล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม เป็นประธานคณะทำงานฯ ซึ่งคณะทำงานชุดนั้นมีอำนาจหน้าที่ตรวจสอบและดำเนินการให้ข้อเท็จจริงเป็นที่กระจ่างแก่สังคมและดำเนินการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องต่อเรื่องที่มีการเผยแพร่ข่าวเกี่ยวกับการสอบสวนกรณีภาษีของบริษัทในเครือโตโยต้าในต่างประเทศ ที่พาดพิงถึงบุคลากรในศาลยุติธรรม ซึ่งคณะทำงานชุดดังกล่าวได้ดำเนินการส่งหนังสือขอข้อมูลไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในและนอกประเทศ เช่น หน่วยงานที่บังคับใช้กฎหมายในประเทศสหรัฐอเมริกา สำนักงานกฎหมายที่เกี่ยวข้อง นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด วันนี้&amp;nbsp;นางเมทินี ชโลธร ประธานศาลฎีกา ได้อาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ.2543 ลงนามในคำสั่งแต่งตั้ง คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง 4 คน ประกอบด้วยผู้พิพากษาชั้นฎีกาและชั้นอุทธรณ์ ซึ่งมีผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา เป็นประธานกรรมการฯ และมีผู้พิพากษาชั้นศาลฎีกาและชั้นศาลอุทธรณ์ เป็นกรรมการ โดยให้คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงชุดนี้มีอำนาจหน้าที่ดำเนินการสอบสวนตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในประกาศคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการสอบสวนข้อเท็จจริงในชั้นต้น กรณีข้าราชการตุลาการถูกกล่าวหาหรือเป็นที่สงสัยว่ากระทำผิดวินัย พ.ศ.2544 ออกตามความในมาตรา 68 แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมฯ ให้เสร็จโดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ให้เสนอความเห็นว่ากรณีมีมูลเป็นความผิดวินัยร้ายแรงหรือไม่ร้ายแรง หรือไม่มีมูลความผิดทางวินัย หากมีมูลความผิดทางวินัยก็ให้พิจารณาด้วยว่าเป็นความผิดวินัยตามบทมาตราใด และควรได้รับโทษสถานใด เพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป และหากสอบสวนพบข้อเท็จจริงมีบุคคลอื่นใดเป็นผู้กระทำผิด หรือพบข้อกล่าวหาเพิ่มเติมจากที่ระบุในคำสั่งนี้ ก็ให้คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงชุดนี้ดำเนินการสอบสวนไปด้วยในคราวเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวย้ำว่า ศาลยุติธรรมจะแสวงหาทุกข้อเท็จจริงและทุกคนที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ โดยจะทำทุกทางพิสูจน์ให้ความจริงปรากฏอย่างชัดเจนโดยเร็วที่สุด หากพบว่าคนของศาลเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง จะดำเนินการโดยเด็ดขาดไม่ว่าจะเป็นใคร ระดับใด แต่หากไม่เป็นความจริงก็จะเป็นการกอบกู้ชื่อเสียงของทุกท่านกลับคืนมา ที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใดจะทำให้ประชาชนยังคงความเชื่อมั่นศรัทธาต่อสถาบันศาลยุติธรรมต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ระบบการตรวจสอบของศาลยุติธรรมมีความเข้มแข็งและทำงานอย่างมีประสิทธิภาพตลอดมา หากผู้พิพากษาคนใดมีพฤติการณ์ทุจริต เกี่ยวข้องกับการเรียกรับผลประโยชน์จะถูกลงโทษอย่างเด็ดขาดเสมอ ซึ่งสามารถตรวจสอบได้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104842</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประธานศาลฎีกา, ศาลยุติธรรม, สุริยัณห์ หงษ์วิไล, เมทินี ชโลธร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210531/image_big_60b4ebf745503.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99039</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/04/2021 14:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/04/2021 14:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ก.ต.เห็นชอบ ประธานศาลฎีกา สั่งเด้ง &#039;ปรเมษฐ์ โตวิวัฒน์&#039; อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาคดีทุจริต ภาค 1 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมทินี ชโลธร ประธานศาลฎีกา &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 เม.ย.64 -&amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 5 เม.ย. 2564 นางเมทินี ชโลธร ประธานศาลฎีกา มีคำสั่งให้นายปรเมษฐ์ โตวิวัฒน์ อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 1 ไปช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ภาค 1 ซึ่งที่ประชุม คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) ครั้งที่ 4/2564 เมื่อวันที่ 5 เม.ย. 2564 มีมติเห็นชอบคำสั่งดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงอาศัยอำนาจตามความในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. 2543 มาตรา 21 ประกอบกับระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมว่าด้วยการกำหนดเหตุจำเป็นอื่นอันมิอาจก้าวล่วงได้ในการสั่งให้ข้าราชการตุลาการไปช่วยทำงานชั่วคราว พ.ศ. 2550 ข้อ 3(10) ตามคำสั่งสำนักงานศาลยุติธรรมที่ 371/2564 ลงวันที่ 5 เม.ย. 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้สำนักงานศาลยุติธรรมได้มีคำสั่งลับที่ 333/2564 ลงวันที่ 25 มี.ค. 2564 แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง กรณีนายปรเมษฐ์ถูกร้องเรียนกล่าวหาว่าเข้าไปก้าวก่ายหรือแทรกแซงการพิจารณาคดีหมายเลขดำ ที่อท.84/2563 ของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 ระหว่างนายประหยัด พวงจำปา อดีตรองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช., น.ส.สุภา ปิยะจิตติ กรรมการ ป.ป.ช. และนายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อัยการสูงสุด เป็นจำเลยที่ 1-3 ในความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ซึ่งอาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของคู่ความ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99039</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประธานศาลฎีกา, ปรเมษฐ์ โตวิวัฒน์, เมทินี ชโลธร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210101/image_big_5fee85862902b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
