<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117845</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/09/2021 21:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/09/2021 21:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ราชกิจจาฯ เผยแพร่ประกาศแต่งตั้ง &#039;ชาญชัย แสวงศักดิ์&#039; เป็นประธานศาลปกครองสูงสุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.ย.64 - เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศ แต่งตั้งประธานศาลปกครองสูงสุด พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ประกาศว่า ตามที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นายปิยะ ปะตังทา เป็นประธานศาลปกครองสูงสุด ตั้งแต่วันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๙ ตามประกาศลงวันที่ ๔ เมษายน ๒๕๕๙ นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยที่ นายปิยะ ปะตังทา ประธานศาลปกครองสูงสุด ต้องพ้นจากตำแหน่งในวันที่ ๒๗ กันยายน ๒๕๖๔ เนื่องจากดำรงตำแหน่งครบวาระ ตามมาตรา ๓๗ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง (ฉบับที่ ๙) พ.ศ. ๒๕๖๐ คณะกรรมการตุลาการ ศาลปกครองจึงได้ดำเนินการพิจารณาคัดเลือก นายชาญชัย แสวงศักดิ์ รองประธานศาลปกครองสูงสุด ให้ดำรงตำแหน่ง ประธานศาลปกครองสูงสุด และได้เสนอชื่อต่อวุฒิสภา ซึ่งในคราวประชุมวุฒิสภา เมื่อวันที่ ๖ กันยายน ๒๕๖๔ ที่ประชุมได้ลงมติเห็นชอบให้ นายชาญชัย แสวงศักดิ์ ดำรงตำแหน่งประธานศาลปกครองสูงสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๙๐ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา ๑๕/๑ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง หน้า ๑ เล่ม ๑๓๘ ตอนพิเศษ ๒๓๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๕ กันยายน ๒๕๖๔ พ.ศ. ๒๕๔๒ และที่แก้ไขเพิ่มเติม จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นายชาญชัย แสวงศักดิ์ รองประธานศาลปกครองสูงสุด เป็น ประธานศาลปกครองสูงสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ ๒๗ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๔ เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกาศ ณ วันที่ 23 กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๔ เป็นปีที่ ๖ ในรัชกาลปัจจุบัน
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117845</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาญชัย แสวงศักดิ์, ประธานศาลปกครองสูงสุด, ราชกิจจานุเบกษา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210906/image_big_6135c14c890a0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115786</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/09/2021 14:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/09/2021 14:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> วุฒิสภามีมติเห็นชอบให้ &#039;ชาญชัย แสวงศักดิ์&#039; ดำรงตำแหน่งประธานศาลปกครองสูงสุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ก.ย. 64 - วุฒิสภาในการประชุม ครั้งที่ 15 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง)&amp;nbsp;เป็นพิเศษ ได้มีมติเห็นชอบให้นายชาญชัย แสวงศักดิ์ รองประธานศาลปกครองสูงสุด ดำรงตำแหน่งประธานศาลปกครองสูงสุด โดยขั้นตอนต่อไปนายกรัฐมนตรีจะนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งต่อไป &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ตามมาตรา 15/1 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 กรณีดังกล่าว สืบเนื่องมาจาก เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2564 คณะกรรมการตุลาการศาลปกครอง (ก.ศป.) ได้มีมติคัดเลือกนายชาญชัย แสวงศักดิ์ รองประธานศาลปกครองสูงสุด ให้ดำรงตำแหน่งประธานศาลปกครองสูงสุดตั้งแต่วันที่ 27 กันยายน 2564 เป็นต้นไป เนื่องจากนายปิยะ ปะตังทา ประธานศาลปกครองสูงสุดคนปัจจุบันจะครบวาระการดำรงตำแหน่งในวันที่ 26 กันยายน 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับนายชาญชัย แสวงศักดิ์ สำเร็จการศึกษาขั้นสูงสุด ปริญญาเอก นิติศาสตรดุษฎีบัณฑิตทางกฎหมายมหาชนภายใน จากมหาวิทยาลัย Aix - Marseille III สาธารณรัฐฝรั่งเศส ก่อนที่จะมาดำรงตำแหน่งตุลาการศาลปกครอง เคยดำรงตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง รองเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ปัจจุบันมีตำแหน่งทางวิชาการ ศาสตราจารย์พิเศษ สาขาวิชากฎหมายมหาชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลงานคดีที่สำคัญเป็นตุลาการเจ้าของสำนวนในคดีหมายเลขแดงที่ อ.349/2549 ระหว่างสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ผู้ร้อง กับบริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน) ผู้คัดค้าน และคดีหมายเลขแดง ที่ อ.33/2557ระหว่าง นายถวิล เปลี่ยนศรี ผู้ฟ้องคดี กับนายกรัฐมนตรี ผู้ถูกฟ้องคดี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115786</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาญชัย แสวงศักดิ์, ประธานศาลปกครองสูงสุด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210906/image_big_6135c14c890a0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93956</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/02/2021 13:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/02/2021 13:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ที่ประชุม ก.ศป.ลงมติเลือก &#039;ชาญชัย แสวงศักดิ์&#039; เป็นประธานศาลปกครองสูงสุดคนใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.พ.64 - ที่ศาลปกครอง ถ.แจ้งวัฒนะ&amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะกรรมการตุลาการศาลปกครอง (ก.ศป.) เมื่อวันที่ 17 ก.พ.2564&amp;nbsp; ที่ประชุม ก.ศป. มีมติเลือกนายชาญชัย แสวงศักดิ์ รองประธานศาลปกครองสูงสุด คนที่1 ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานศาลปกครองสูงสุด แทน นายปิยะ ปะตังทา ประธานศาลปกครองสูงสุด คนปัจจุบัน ที่กำลังจะดำรงตำแหน่งครบวาระ ตามที่ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง (ฉบับที่ 9 ) พ.ศ. 2560&amp;nbsp; กำหนดว่าประธานศาลปกครองสูงสุดมีวาระการดำรงตำแหน่ง4ปี นับแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งและให้ดำรงตำแหน่งได้เพียงวาระเดียว&amp;nbsp; ในวันที่ 26 ก.ย.2564 อย่างไรก็ตาม นายปิยะ ปะตังทา&amp;nbsp; จะยังคงดำรงตำแหน่งตุลาการศาลปกครองสูงสุด ไปจนถึงวันที่ 30ก.ย.2565&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับขั้นตอนแต่งตั้งประธานศาลปกครองสูงสุด คนใหม่ หลังจากนี้ ก.ศป. จะเสนอรายชื่อนายชาญชัย แสวงศักดิ์ ต่อนายกรัฐมนตรี และให้นายกรัฐมนตรีเสนอขอความเห็นชอบต่อวุฒิสภาภายใน15วันนับแต่วันที่ได้รับการเสนอชื่อ เมื่อได้รับความเห็นชอบแล้ว นายกรัฐมนตรีจึงจะความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93956</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาญชัย แสวงศักดิ์, ประธานศาลปกครองสูงสุด, ศาลปกครอง, ศาลปกครองสูงสุด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210223/image_big_60349bfd60a45.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45976</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2019 16:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2019 16:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส่องค่าใช้&#039;มือถือ-แท็บแล็ต&#039;ของศาลปกครอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.ย.2562 - นายปิยะ ปะตังทา ประธานศาลปกครองสูงสุด ในฐานะประธานกรรมการบริหารศาลปกครองได้ออกระเบียบ ก.บ.ศป.ว่าด้วยวิทยุโทรศัพท์เคลื่อนที่ พ.ศ.2562 ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาแล้ว และจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 18 ก.ย.นี้ โดยระเบียบดังกล่าวมีทั้งหมด 16 ข้อ โดยเป็นเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องการจัดหามือถือและแท็บแล็ต รวมถึงการกำหนดค่าใช้บริการในแต่ละตำแหน่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเนื้อหาที่น่าสนใจเริ่มที่ข้อ 7 ระบุว่า ให้สำนักงานจัดวิทยุโทรศัพท์เคลื่อนที่ให้แก่ข้าราชการผู้ดำรงตำแหน่งตามบัญชีแนบท้ายระเบียบนี้โดยคำนึงถึงความคุ้มค่า ประหยัด และเหมาะสม หากข้าราชการผู้ใดดำรงตำแหน่งหลายตำแหน่งให้สำนักงานจัดวิทยุโทรศัพท์เคลื่อนที่ให้เพียงตำแหน่งเดียวเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 8 ในกรณีมีความจำเป็นเพื่อประโยชน์ของทางราชการที่สำนักงานต้องจัดวิทยุโทรศัพท์เคลื่อนที่ให้แก่ข้าราชการนอกเหนือจากบัญชีแนบท้ายระเบียบนี้ ให้อยู่ในดุลพินิจของเลขาธิการ ข้อ 9 การใช้วิทยุโทรศัพท์เคลื่อนที่ ให้ข้าราชการใช้ดุลพินิจในการใช้ โดยคำนึงถึงความประหยัดและประโยชน์ของทางราชการให้ข้าราชการใช้วิทยุโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ได้รับการจัดให้ตามข้อ 7 ไปจนกว่าจะพ้นจากตำแหน่งหรือพ้นจากราชการ หรือครบกำหนดระยะเวลาตามสัญญากับผู้ให้บริการ และสำนักงานเรียกให้ส่งคืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 10 ให้ข้าราชการส่งวิทยุโทรศัพท์เคลื่อนที่คืนสำนักงานทันทีเมื่อถึงกำหนดระยะเวลาตามข้อ 9 วรรคสอง หรือภายในวันที่สำนักงานกำหนดให้ส่งคืน ในกรณีที่ข้าราชการพ้นจากตำแหน่งเพราะพ้นจากราชการประสงค์จะใช้หมายเลขเดิมให้แจ้งสานักงานเพื่อดำเนินการต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 11 วิทยุโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่สำนักงานได้รับคืนตามข้อ 10 ให้สำนักงานบริหารการใช้วิทยุโทรศัพท์เคลื่อนที่ให้แก่ข้าราชการที่ยังไม่ได้รับการจัดวิทยุโทรศัพท์เคลื่อนที่ตามระเบียบนี้ แต่หากยังมีวิทยุโทรศัพท์เคลื่อนที่เหลืออยู่อีก ให้สำนักงานบริหารการใช้วิทยุโทรศัพท์เคลื่อนที่เพื่อประโยชน์ของทางราชการต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 12 ให้สำนักงานเบิกจ่ายค่าใช้บริการวิทยุโทรศัพท์เคลื่อนที่ให้แก่ข้าราชการได้ไม่เกินอัตราตามบัญชีแนบท้ายระเบียบนี้ โดยให้รวมค่าใช้บริการแท็บเล็ตในวงเงินดังกล่าวไว้ด้วย เว้นแต่ในกรณีมีความจำเป็นเพื่อประโยชน์ของทางราชการ ให้เลขาธิการใช้ดุลพินิจกำหนดอัตราค่าใช้บริการให้แก่ข้าราชการเกินกว่าอัตราตามบัญชีแนบท้ายระเบียบนี้ ในวงเงินเมื่อรวมกับอัตราค่าใช้บริการตามบัญชีแนบท้ายระเบียบนี้แล้วไม่เกิน 3,000 บาท ต่อเดือนต่อคน ค่าใช้บริการให้เบิกจ่ายได้ภายในวงเงินไม่เกินตามวรรคหนึ่ง สำหรับค่าใช้บริการส่วนเกินให้ข้าราชการที่ได้รับการจัดวิทยุโทรศัพท์เคลื่อนที่เป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง โดยให้สำนักงานดำเนินการเรียกเก็บเงินส่วนที่เกินวงเงินอัตราที่กำหนดจากข้าราชการที่ได้รับการจัดวิทยุโทรศัพท์เคลื่อนที่เพื่อสมทบจ่ายเป็นค่าใช้บริการตามใบแจ้งหนี้ หากไม่สามารถเรียกเก็บได้ทันให้เบิกจ่ายจากเงินงบประมาณประจำปีไปก่อน และดำเนินการเก็บเงินส่วนที่เกินวงเงินจากข้าราชการดังกล่าวเพื่อส่งคืนสำนักงานโดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 14 ในกรณีที่วิทยุโทรศัพท์เคลื่อนที่ได้ลงทะเบียนครุภัณฑ์ของสานักงานไว้แล้วเกิดการสูญหายหรือเสียหายอันเกิดจากการกระทำของข้าราชการที่ได้รับการจัดวิทยุโทรศัพท์เคลื่อนที่ข้าราชการผู้นั้นต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ทางราชการทุกกรณีในกรณีชดใช้เป็นวิทยุโทรศัพท์เคลื่อนที่จะต้องเป็นวิทยุโทรศัพท์เคลื่อนที่อย่างเดียวกันหากไม่สามารถดำเนินการได้ ให้ชดใช้เป็นวิทยุโทรศัพท์เคลื่อนที่โดยมีสภาพ คุณภาพ และลักษณะไม่ด้อยกว่า และใช้งานแทนได้เช่นเดียวกับวิทยุโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่สูญหายหรือเสียหาย การชดใช้ค่าเสียหายเป็นวิทยุโทรศัพท์เคลื่อนที่ตามวรรคสอง ให้มีการตรวจรับตามกฎหมายและระเบียบของทางราชการว่าด้วยการพัสดุ และแจ้งสำนักงานเพื่อกำหนดหมายเลขทะเบียนทรัพย์สินให้กับวิทยุโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ได้รับชดใช้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับวิทยุโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่สูญหาย ให้เจ้าหน้าที่พัสดุลงจ่ายพัสดุนั้นออกจากทะเบียนทันทีแล้วแจ้งสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินภูมิภาค แล้วแต่กรณีทราบภายในสามสิบวันนับแต่วันลงจ่ายตามกฎหมายและระเบียบของทางราชการว่าด้วยการพัสดุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 15 ในกรณีวิทยุโทรศัพท์เคลื่อนที่เสียหายที่พิสูจน์ได้ว่าไม่ได้เกิดจากการกระทำของข้าราชการที่ได้รับการจัดวิทยุโทรศัพท์เคลื่อนที่ ให้ทำการซ่อมบำรุงให้อยู่ในสภาพพร้อมที่จะใช้ได้ดีอยู่เสมอ โดยให้เบิกจ่ายจากเงินงบประมาณประจำปี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45976</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประธานศาลปกครองสูงสุด, ปิยะ ปะตังทา, ระเบียบ ก.บ.ศป., ราชกิจจานุเบกษา, วิทยุโทรศัพท์เคลื่อนที่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190917/image_big_5d80abc37d840.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30543</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/03/2019 14:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/03/2019 14:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>18 ปีศาลปกครอง รับคดีพิจารณา1.5แสนคดี มหาดไทยแชมป์ถูกร้อง ตามด้วยศึกษาธิการ คมนาคม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 มี.ค.62- &amp;nbsp;ที่สำนักงานศาลปกครอง นายปิยะ ปะตังทา ประธานศาลปกครองสูงสุด เป็นประธานแถลงผลการดำเนินงานของศาลปกครองครบรอบ 18 ปี จนถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2561 ศาลได้รับคดีเข้าสู่การพิจารณาจำนวน 149,469 คดี เป็นคดีที่ประชาชนยื่นฟ้องต่อศาลปกครองชั้นต้น 105,783 คดี และเป็นคดีอุทธรณ์รวมถึงฟ้องตรงต่อศาลปกครองสูงสุด 43,686 คดี ซึ่งศาลได้พิจารณาคดีแล้วเสร็จ 125,292 คดี หรือคิดเป็นร้อยละ 83.82&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยแยกเป็นศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วเสร็จ 93,932 คดี คิดเป็นร้อยละ 88.80 ศาลปกครองสูงสุด พิจารณาคดีแล้วเสร็จ 31,360 ร้อยละ 71.79 โดยในปี 2561 มีตัวเลขคดีรับเข้า 11,689 คดี ซึ่งถือเป็นปีที่ 4 ที่ศาลปกครองมีคดีรับเข้ามากกว่า 10,000 คดี โดยเป็นคดีรับเข้าในศาลปกครองชั้นต้น 7,668 คดี ศาลปกครองสูงสุดรับเข้า 4,021 คดี ซึ่งในปีนี้ศาลปกครองชั้นต้นสามารถพิจารณาคดีได้แล้วเสร็จ 7,026 คดี คิดเป็นร้อยละ 91.62 ศาลปกครองสูงสุด พิจารณาคดีได้แล้วเสร็จ 2,705 คดี คิดเป็นร้อยละ 67.27&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยหน่วยงานที่ถูกฟ้องคดี 5 อันดับแรก คือ กระทรวงมหาดไทย 1,873 คดี กระทรวงศึกษาธิการ 1,018 คดี กระทรวงคมนาคม 680 คดี สำนักนายกรัฐมนตรีหรือหน่วยงานในบังคับบัญชาของนายกรัฐมนตรี 452 คดี กระทรงเกษตร 354 คดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ศาลปกครองได้กำหนดนโยบายและทิศทางในการดำเนินงานของศาลโดยกำหนดให้ปีที่ผ่านมาเป็นปีแห่งการเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานและการให้บริการประชาชนด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งก็ได้ดำเนินภารกิจสอดคล้องกับนโยบายดังกล่าว โดยได้เร่งรัดพิจารณาคดีค้างนานเกิน 2 ปี ให้แล้วเสร็จในปี 2561 และเร่งรัดบังคับคดีปกครองให้เป็นไปตามคำพิพากษาเพื่อเยียวยาความเดือดร้อนเสียหายให้แก่คู่กรณีได้ทันการณ์ โดยในปี 2561 สามารถยุติการบังคับคดีได้จำนวน1,045 คดี และในปีงบประมาณ 2562 ข้อมูล ณ วันที่ 30 พ.ย.2561 สามารถยุติการบังคับคดีได้แล้ว 150 คดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังได้มีการปรับปรุงกฎหมาย ระเบียบ ประกาศต่างๆ เพื่อให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญใหม่ เช่น ประกาศใช้ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง (ฉบับที่ 10) พ.ศ.2561 ซึ่งมีการปรับปรุงการพิจารณาคดีบริหารคดีให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ให้สามารถยื่นฟ้องคดีทางอิเล็กทรอนิกส์ กำหนดการพิจารณาคดีในกรณีมีความจำเป็นเร่งด่วน และมีการประกาศใช้ระเบียบของที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุดว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีปกครอง (ฉบับที่ 7) พ.ศ.2562 ซึ่งกำหนดให้อธิบดีศาลปกครองชั้นมีคำสั่งให้ดำเนินกระบวนคดีพิจารณาโดยเร่งรัดได้ หากมีกฎหมายกำหนดเวลาในการพิจารณาพิพากษาไว้เป็นการเฉพาะ ซึ่งศาลก็ได้นำระเบียบดังกล่าวมาใช้บังคับกับกรณีที่ กสทช.ระงับการออกอากาศของช่องวอยซ์ทีวีไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และขณะนี้มีการแก้ไข พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง (ฉบับที่ 12 )พ.ศ. ... ที่เกี่ยวกับการกำหนดให้มีการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในคดีปกครอง ซึ่งอยู่ระหว่างนายกฯ นำขึ้นทูลเกล้า หากมีการบังคับใช้ก็จะเป็นการส่งเสริมให้คู่กรณีมีทางเลือกในการระงับข้อพิพาทในคดีทางปกครอง และขณะนี้ได้ดำเนินการสรรหาตุลาการในศาลปกครองสูงสุดและในศาลปกครองชั้นต้นเพิ่มเติม เพื่อให้สอดคล้องกับปริมาณคดีของศาลปกครองในแต่ละแผนก พัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อการบริหารจัดการคดีและให้บริการกับประชาชนผ่านช่องทางศาลปกครองอิเล็กทรอนิกส์ เสริมสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆทั้งในและต่างประเทศเพื่อยกระดับความร่วมมือของศาลปกครอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในปี 2562 ศาลปกครองจะก้าวเข้าสู่การบริหารจัดการยุคดิจิตอล ซึ่งจะมุ่งให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ของประชาชน ความเป็นมืออาชีพ ความน่าเชื่อถือ ความเป็นประชาธิปไตย ความสะดวกรวดเร็ว และประสานงานอย่างเป็นเครือข่ายต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30543</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครบรอบ 18 ปี, ประธานศาลปกครองสูงสุด, ปิยะ ปะตังทา, ศาลปกครอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190305/image_big_5c7e1fb3a4c14.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
