<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>58946</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/03/2020 13:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/03/2020 13:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>8 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ​ลงมติเลือก &#039;วรวิทย์​&#039; เป็นประธานศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;5 มี.ค.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อ เวลา 11.00 น. ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 8 คน ประกอบด้วย 1.นายทวีเกียรติ มีนะกนิษฐ 2.นายวรวิทย์ กังศศิเทียม 3.นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ และ 4.นายปัญญา อุดชาชน ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญชุดเดิม และว่าที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ที่เพิ่งได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมวุฒิสภา ประกอบด้วย 1.นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม อดีตประธานแผนกคดีคำสั่งคำร้อง และขออนุญาตในศาลฎีกา 2.นายวิรุฬห์ แสงเทียน อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกาและอดีตรองประธานศาลฎีกา 3.นายจิรนิติ หะวานนท์ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา และอดีตกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) และ 4.นพดล เทพพิทักษ์ อดีตเอกอัครราชทูต โดยที่ประชุมทั้ง 8 คน ได้ประชุมลงมติเลือกกันเองให้คนหนึ่งเป็นประธานศาลรัฐธรรมนูญ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยที่ประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมากเลือกนายวรวิทย์ กังศศิเทียม ให้ดำรงตำแหน่งประธานศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่ ต่อจากนายนุรักษ์ มาปราณีต ที่จะพ้นวาระ โดยจากนี้จะแจ้งผลให้ประธานวุฒิสภาทราบ เพื่อนำรายชื่อประธานและว่าที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญขึ้นทูลเกล้าฯ ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับว่าที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้ง 4 คน จะมีวาระการดำรงตำแหน่ง 7 ปีนับแต่วันที่พระมหากษัตริย์ทรงโปรดเกล้าฯแต่งตั้ง และดำรงตำแหน่งได้เพียงวาระเดียว ส่วนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 4 คนในชุดปัจจุบันนั้น พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ​ (พ.ร.ป.)​ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 79 ได้บัญญัติคุ้มครองไว้ว่า ให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญซึ่งดำรงตำแหน่งยังไม่ครบวาระตามรัฐธรรมนูญ 50 และดำรงตำแหน่งอยู่ในวันที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้ใช้บังคับ&amp;nbsp; ยังคงอยู่ในตำแหน่งต่อไปจนกว่าจะครบวาระตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ 50 ซึ่งเท่ากับว่าตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 4 คนในชุดปัจจุบันจะดำรงอยู่ในตำแหน่งจนครบวาระ 9 ปีนับแต่ที่ได้รับการโปรดเกล้าแต่งตั้งช่วงปี 56-58&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58946</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ, ประธานศาลรัฐธรรมนูญ, ศาลรัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200305/image_big_5e609590e9dbf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58870</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/03/2020 17:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/03/2020 17:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลุ้น 5 มีนา. เลือก ประธานศาลรัฐธรรมนูญ คนใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;4 มี.ค.63​ - ผู้สื่อข่าวรายงานที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุดมีมติเสนอชื่อนายบรรจงศักดิ์&amp;nbsp; วงศ์ปราชญ์ ตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองสูงสุดไปดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ แต่ก็ยังต้องมีขั้นตอนการพิจารณาและให้ความเห็นชอบของวุฒิสภา ซึ่งก็ไม่เป็นที่แน่ชัดว่าจะเสร็จสิ้นเมื่อใด ขณะเดียวกันกฎหมายกำหนดไว้ว่าหากมีตุลาการศาลรัฐธรรมนูญไม่น้อยกว่า 7 คนสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ทำให้กำหนดการที่จะมีการประชุมเพื่อคัดเลือกประธานศาลรัฐธรรมนูญยังคงจะมีขึ้นตามเดิมในวันพรุ่งนี้ ( 5 มี.ค.)ที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ เวลา 11.00 น.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;โดยตุลาการศาลรัฐธรรมนูญชุดปัจจุบัน 4 คน&amp;nbsp; ประกอบด้วย นายทวีเกียรติ มีนะกนิษฐ&amp;nbsp; นายวรวิทย์ กังศศิเทียม , นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ และปัญญา อุดชาชน จะมีการประชุมร่วมกับว่าที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้ง 4 คนที่เพิ่งได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมวุฒิสภา&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;ประกอบด้วย นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม อดีตประธานแผนกคดีคำสั่งคำร้องและขออนุญาตในศาลฎีกา 2.วิรุฬห์ แสงเทียน อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกาและอดีตรองประธานศาลฎีกา 3.จิรนิติ หะวานนท์ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา และอดีตกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) 4.นภดล เทพพิทักษ์ อดีตเอกอัครราชทูต&amp;nbsp; เพื่อเลือกกันเองให้คนหนึ่งเป็นประธานศาลรัฐธรรมนูญตามที่รัฐธรรมนูญมาตรา 206 กำหนด ก่อนแจ้งผลให้ประธานวุฒิสภาทราบ เพื่อนำรายชื่อประธาน และว่าที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญขึ้นทูลเกล้าฯต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;ทั้งนี้ว่าที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้ง 4 คนจะมีวาระการดำรงตำแหน่ง 7 ปีนับแต่วันที่พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งและดำรงตำแหน่งได้เพียงวาระเดียว ส่วนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 4 คนในชุดปัจจุบันนั้น​พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ​ ( พ.ร.ป.)​ ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 79 ได้บัญญัติคุ้มครองไว้ว่า ให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญซึ่งดำรงตำแหน่งยังไม่ครบวาระตามรัฐธรรมนูญ 50 และดำรงตำแหน่งอยู่ในวันที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้ใช้บังคับ&amp;nbsp; ยังคงอยู่ในตำแหน่งต่อไปจนกว่าจะครบวาระตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ 50 ซึ่งเท่ากับว่าตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 4 คนในชุดปัจจุบันจะดำรงอยู่ในตำแหน่งจนครบวาระ 9 ปีนับแต่ที่ได้รับการโปรดเกล้าแต่งตั้งช่วงปี 56-58&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;อย่างไรก็ตามมีกระแสข่าวขณะนี้ มี 3ตัวเต็งที่คาดว่าจะได้รับเลือกเป็นประธานศาลรัฐธรรมนูญ คือนายวรวิทย์ กังศศิเทียม นายทวีเกียรติ มีนะกนิษฐ&amp;nbsp; ซึ่งเป็น 2 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในชุดปัจจุบัน และนายอุดม สิทธิวิรัชธรรม ที่เป็นว่าที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญใหม่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58870</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ, ประธานศาลรัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180328/image_big_5abb87d973a7d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57015</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/02/2020 19:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/02/2020 19:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดโผแคนดิเดทชิงตำแหน่งประธานศาลรัฐธรรมนูญ   </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;นายวรวิทย์ กังศศิเทียม , นายทวีเกียรติ มีนะกษิษฐ์ , นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม ,นายจิรนิตติ หะวานนท์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.พ.63 - ความคืบหน้าหลังวุฒิสภามีการลงมติโหวตลับ เห็นชอบรายชื่อว่าที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 4 รายชื่อ ประกอบด้วยนายอุดม สิทธิวิรัชธรรม ประธานแผนกคดีคำสั่งและอนุญาตในศาลฎีกา นายวิรุฬ แสงเทียน อดีตรองประธานศาลฎีกา และผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา นายจิรนิตติ หะวานนท์ ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา และนายนภพล เทพพิทักษ์ อดีตเอกอัคราชทูตฯ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขั้นตอนต่อจากนี้ ว่าที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้ง 4 คน ต้องดำเนินการเรื่องต่างๆเพื่อเตรียมตัวเข้าปฏิบัติหน้าที่ เพื่อไม่ให้ขาดคุณสมบัติการเป็นตุลาการศาลรัฐมธรรมนูญ เช่นการลาออกจากราชการภายในกำหนดเวลาคือไม่เกินสิบห้าวัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น สำนักงานเลขาธิการศาลรัฐธรรมนูญ จะได้ประสานเป็นการภายในกับ 4 ว่าที่ตุลาการศาลรับธรรมนูญ เพื่อให้มาร่วมประชุมกับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญชุดปัจจุบันจำนวนสี่คน ที่ยังไม่พ้นวาระให้มาประชุมร่วมกันเพื่อเลือกประธานศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่แทนนายนุรักษ์ มาประณีต ประธานศาลรัฐธรรมนูญ.คนปัจจุบัน ที่กำลังจะพ้นจากตำแหน่ง โดยตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้งหมด 8 คน จะต้องลงมติเลือกบุคคลที่เห็นว่าเหมาะสมมาเป็นประธานศาลรัฐธรรมนูญคนต่อไป จนเมื่อได้ชื่อประธานศาลรัฐธรรมนูญแล้ว จะมีการส่งชื่อประธานศาลรธน.และว่าที่ตุลาการศาลรธน.ทั้งหมด ให้นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา เพื่อนำรายชื่อทั้งหมดขึ้นทูลเกล้าฯต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้มีการคาดหมายกันว่าขั้นตอนดังกล่าวน่าจะแล็วเสร็จภายในต้นเดือนมีนาคมนี้ จนเมื่อมีการโปรดเกล้าฯ แล้ว จากนั้นทั้งหมดจะเข้าปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการในการวินิจฉัยเรื่องต่างๆ ที่ยื่นคำร้องมายังศาลรับธรรมนูญต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีการจับตามองกันว่า ว่าที่ประธานศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่ ก่อนหน้านี้ มีการเก็งกันว่า อาจจะมีแคนดิเดทมาจาก 2 ทาง คือมาจาก 4 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญชุดปัจจุบันที่จะลงชิงเป็นแคนดิเดท ที่อาจจะมีชื่อของ นายวรวิทย์ กังศศิเทียม &amp;nbsp;ที่เป็นอดีตตุลาการศาลปกครองสูงสุด และ นายทวีเกียรติ มีนะกษิษฐ์ &amp;nbsp;อดีตอาจารย์นิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์ &amp;nbsp;และอีกปีกอาจมาจากสายว่าที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญใหม่ 4 คน ที่แวดวงตุลาการศาลฎีกา มีการเก็งกันว่านายอุดม &amp;nbsp; และนายจิรนิติ &amp;nbsp;อาจจะสนใจลงชิงแคนดิเดท เป็นประธานคนใหม่ ส่วนนายวิรุฬ แม้จะมีดีกรีเป็นอดีตรองประธานศาลฎีกา แต่แวดวงตุลาการประเมินกันว่าน่าจะไม่สนใจลงชิงเป็นแคนดิเดทด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดยังเป็นแค่กระแสข่าวและการคาดการณ์จากบางฝ่ายเช่นวงการผู้พิพากษาศาลฎีกาเท่านั้น เพราะสุดท้าย เมื่อถึงช่วงเวลาที่จะต้องมีการประชุมเพื่อเลือกประธานศาลรธน.คนใหม่ อาจจะมีความเคลื่อนไหวใหม่เกิดขึ้นก็ได้ เช่นอาจจะมีชื่อคนอื่นสนใจเสนอตัวเป็นแคนดิเดทประธานศาลรธน.คนใหม่ นอกเหนือจากสี่ชื่อดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันก็มีการวิเคราะห์กันว่า ว่าที่ตุลาการศาลรธน.ทั้งสี่คน ที่กำลังจะเข้าทำหน้าที่ สุดท้าย อาจจะไม่สนใจลงสมัครก็ได้ เพราะอาจถือว่าเพิ่งจะเข้าไปทำหน้าที่ จึงไม่ควรไปลงสมัครเป็นแคนดิเดท เพราะควรให้ตุลาการศาลรธน. ที่อยู่ในปัจจุบัน ขึ้นมาจะดีกว่า เพราะเป็นที่รู้กันว่าวงการตุลาการจะให้ความสำคัญกับเรื่องความอาวุโสค่อนข้างมาก จึงทำให้สุดท้ายการชิงประธานศาลรธน.คนใหม่ อาจจะมาจากสาย 4 ตุลาการศาลรธน.ชุดปัจจุบันที่ยังไม่หมดวาระ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ตามพรบ.วิธีพิจารณาคดีของศาลรธน.พ.ศ. 2561 บัญญัติให้ การทำหน้าที่ของตุลาการศาลรธน.หากมีตุลาการแค่ 7 คน ก็สามารถทำหน้าที่วินิจฉัยคดีต่างๆ ได้แล้ว ไม่จำเป็นต้องครบ 9 คนแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม การที่ตุลาการศาลรธน.หลังจากนี้จะมีแค่ 8 เสียง ทำให้การลงมติต่างๆ ที่อาจต้องใช้เสียงข้างมากหากตุลาการมีความเห็นที่ต่างกันในการลงมติแล้วเสียงเสมอกันคือ 4 ต่อ 4 &amp;nbsp;ก็อาจทำให้เกิดข้อถกเถียงกันหนักพอสมควรในการลงมติ เพื่อทำให้เสียงออกมาเป็นเลขคี่จนเป็นมติเสียงข้างมากต่อไป.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57015</URL_LINK>
                <HASHTAG>จิรนิตติ หะวานนท์, ทวีเกียรติ มีนะกษิษฐ์, ประธานศาลรัฐธรรมนูญ, วรวิทย์ กังศศิเทียม, ศาลรธน., อุดม สิทธิวิรัชธรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200212/image_big_5e43e4f9491ae.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45982</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/09/2019 17:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2019 17:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศึกษาด่วน!คดีแบบไหนเข้าข่ายมาตรการ-วิธีชั่วคราวก่อนวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.ย.2562 - &amp;nbsp;นายนุรักษ์ มาประณีต ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ได้ออกประกาศข้อกำหนดศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2562 ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 136 ตอนที่ 97 ก เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2562 และจะมีผลบังคับใช้ในอีก 30 วันถัดไปนั้น&amp;nbsp;มีเนื้อหาถึง 46 ข้อจำนวน 63 หน้านั้น มีเนื้อหาที่น่าสนใจอย่างมากในส่วนที่ 5 ว่าด้วยมาตรการหรือวิธีการชั่วคราวก่อนการวินิจฉัย ซึ่งแม้มีเพียง 4 ข้อจากข้อ 37 ถึง 40 แต่น่าจะสร้างผลสะเทือนอย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเนื้อหาของข้อบังคับดังกล่าวมีดังนี้ ข้อ 37 คู่กรณีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอาจขอมาในคำร้องหรือคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา หรืออาจยื่นคำขอในเวลาใด ๆ ก่อนศาลวินิจฉัยคดี เพื่อให้ศาลมีมาตรการหรือวิธีการชั่วคราวก่อนการวินิจฉัย อันจะมีผลเป็นการชะลอหรือระงับการดำเนินการของหน่วยงานของรัฐ เจ้าหน้าที่ของรัฐ คู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องไว้เป็นการชั่วคราว หรือมีมาตรการอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของคู่กรณีฝ่ายที่ร้องขอไว้ในระหว่างการพิจารณาคดี หรือเพื่อประโยชน์แก่การบังคับให้เป็นไปตามคำวินิจฉัยของศาลในภายหลัง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;คำขอตามวรรคหนึ่ง ต้องแสดงให้เห็นอย่างชัดแจ้งว่าประสงค์ให้ศาลกำหนดมาตรการหรือวิธีการชั่วคราวอย่างใด เพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นอย่างร้ายแรงยากแก่การแก้ไขเยียวยาในภายหลังประการใด หรือเพื่อป้องกันความรุนแรงอันใกล้จะถึงอย่างไร
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในกรณีที่ไม่มีคำขอตามวรรคหนึ่งแต่พฤติการณ์แห่งคดีมีความจำเป็นรีบด่วน ศาลอาจกำหนดมาตรการหรือวิธีการใด ๆ เป็นการชั่วคราวก่อนการวินิจฉัยได้ตามความจำเป็นและสมควรแก่กรณี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 38 ในกรณีที่ศาลหรือคณะตุลาการเห็นว่าคำขอให้ศาลกำหนดมาตรการหรือวิธีการชั่วคราวก่อนการวินิจฉัยใดยื่นโดยไม่มีข้ออ้างหรือข้อเท็จจริงเพียงพอ หรือไม่มีเหตุผลหรือสำระอันควรได้รับการพิจารณา หรือไม่มีเหตุอันมีน้ำหนักที่ศาลจะวินิจฉัยให้เป็นไปตามคำขอ ให้สั่งไม่รับคำขอดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 39 เมื่อศาลหรือคณะตุลาการมีคำสั่งรับคำขอตามข้อ 37 วรรคหนึ่ง และส่งสำเนาคำขอให้คู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งทำคำคัดค้านคำขอนั้นแล้ว ให้ศาลนัดไต่สวนคำขอโดยเร็วเพื่อให้คู่กรณีนำพยานหลักฐานมาแสดงต่อศาลตามข้ออ้างหรือข้อคัดค้านของแต่ละฝ่าย และให้ศาลมีคำสั่งเกี่ยวกับคำขอดังกล่าวโดยไม่ชักช้ำ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในกรณีที่มีเหตุฉุกเฉินรีบด่วนเป็นกรณีพิเศษและมีเหตุจำเป็นที่จะต้องกำหนดมาตรการหรือวิธีการใด ๆ เป็นการชั่วคราวก่อนการวินิจฉัย ศาลอาจกำหนดมาตรการหรือวิธีการใด ๆ เป็นการชั่วคราวก่อนการวินิจฉัยตามที่เห็นสมควรแก่กรณีได้โดยไม่ต้องไต่สวนและไม่ต้องรับฟังความเห็นของคู่กรณีหรือผู้เกี่ยวข้องก่อนก็ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 40 มาตรการหรือวิธีการชั่วคราวก่อนการวินิจฉัยตามข้อ 37 วรรคหนึ่งหรือวรรคสามศาลอาจมีคำสั่งอย่างหนึ่งอย่างใดเป็นการเฉพาะดังต่อไปนี้ก็ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;(1) คดีเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของกฎหมายหรือร่างกฎหมาย ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 210 วรรคหนึ่ง (1) หากกฎหมายมิได้กำหนดมาตรการหรือวิธีการชั่วคราวก่อนการวินิจฉัยไว้เป็นการเฉพาะ และเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับประโยชน์สาธารณะอย่างสำคัญ ศาลอาจมีคำสั่งให้หน่วยงานของรัฐ เจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือผู้ซึ่งใช้อำนาจรัฐรอการพิจารณาหรือการดำเนินการเรื่องนั้นไว้ก่อนหรือชะลอการบังคับใช้บทบัญญัติแห่งกฎหมายที่เกี่ยวข้องไว้เป็นการชั่วคราวจนกว่าศาลจะมีคำวินิจฉัยหรือจนกว่าศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น แล้วแต่กรณี
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; (2) คดีเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา รัฐสภา คณะรัฐมนตรี หรือองค์กรอิสระ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 210 วรรคหนึ่ง (2) ศาลอาจมีคำสั่งให้หน่วยงานของรัฐเจ้าหน้าที่ของรัฐ ผู้ซึ่งใช้อำนาจรัฐ หรือคู่กรณี รอการพิจารณาหรือการดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องนั้นไว้ก่อนจนกว่าศาลจะมีคำวินิจฉัยหรือจนกว่าศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; (3) คดีเกี่ยวกับการร้องขอให้เลิกการกระทำล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 ศาลอาจมีคำสั่งให้หน่วยงานของรัฐเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือผู้ซึ่งใช้อำนาจรัฐ หรือคู่กรณี กระทำการหรือระงับการกระทำใด ๆ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนไว้เป็นการชั่วคราวจนกว่าศาลจะมีคำวินิจฉัยหรือจนกว่าศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; (4) คดีที่ประชำชนหรือชุมชนยื่นคำร้อง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 51 ประกอบพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ มาตรา 45 ศาลอาจมีคำสั่งให้หน่วยงานของรัฐ เจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือผู้ซึ่งใช้อำนาจรัฐดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรีไปก่อนหรือรอการพิจารณาหรือการดำเนินการเรื่องอื่นใดไว้ก่อนจนกว่าศาลจะมีคำวินิจฉัยหรือจนกว่าศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; (5) คดีเกี่ยวกับหนังสือสัญญาที่ต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 178 ศาลอาจมีคำสั่งให้หน่วยงานของรัฐ เจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือผู้ซึ่งใช้อำนาจรัฐรอการพิจารณาหรือการดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องนั้นไว้ก่อนจนกว่าศาลจะมีคำวินิจฉัยหรือจนกว่าศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; (6) คดีที่ผู้ถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญคุ้มครองไว้ร้องขอว่าการกระทำนั้นขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 &amp;nbsp;ศาลอาจมีคำสั่งให้หน่วยงานของรัฐ เจ้าหน้าที่ของรัฐหรือผู้ซึ่งใช้อำนาจรัฐกระทำการหรือมิให้กระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดที่เกี่ยวข้องจนกว่าศาลจะมีคำวินิจฉัยหรือจนกว่าศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; (7) คดีที่ขอให้พิจารณาวินิจฉัยว่ามติของคณะรัฐมนตรีหรือการดำเนินการของคณะรัฐมนตรีเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ตามพระราชบัญญัติการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ.2560 มาตรา 29 ศาลอาจมีคำสั่งให้ชะลอการดำเนินการหรือการบังคับการให้เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง หรือสั่งการให้หน่วยงานของรัฐดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดตามมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าวไปก่อนจนกว่าศาลจะมีคำวินิจฉัยหรือจนกว่าศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;(8) คดีที่ขอให้ศาลพิจารณาวินิจฉัยตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 และกฎหมายอื่น ศาลอาจกำหนดมาตรการหรือวิธีการชั่วคราวก่อนการวินิจฉัยเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของผู้ขอหรือคู่กรณีในระหว่างการพิจารณาคดี หรือสั่งให้พรรคการเมืองระงับการกระทำใดไว้เป็นการชั่วคราวตามคำขอของคณะกรรมการการเลือกตั้ง นายทะเบียน หรืออัยการสูงสุดแล้วแต่กรณี จนกว่าศาลจะมีคำวินิจฉัยหรือจนกว่าศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;การมีคำสั่งตามวรรคหนึ่งต้องกระทำเพียงเท่าที่จำเป็นและพอสมควรแก่กรณี และต้องเป็นไปเพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นอย่างร้ายแรงที่ยากแก่การแก้ไขเยียวยาในภายหลัง หรือเพื่อป้องกันความรุนแรงอันใกล้จะถึง
การมีคำสั่งกำหนดมาตรการหรือวิธีการชั่วคราวก่อนการวินิจฉัยตามวรรคหนึ่งให้เป็นที่สุดและให้มีผลใช้บังคับได้ไม่เกินหกสิบวันนับแต่วันที่ศาลกำหนดมาตรการหรือวิธีการชั่วคราวนั้น แต่กรณีที่มีข้อเท็จจริงใหม่อันเป็นสำระสำคัญที่ทำให้เกิดความจำเป็นที่จะต้องกำหนดมาตรการหรือวิธีการชั่วคราวขึ้นใหม่ศาลอาจออกคำสั่งกำหนดมาตรการหรือวิธีการชั่วคราวใหม่ได้ โดยจะต้องมีมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของตุลาการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ ทั้งนี้ การออกคำสั่งแต่ละครั้งให้มีผลใช้บังคับได้ไม่เกินหกสิบวันนับแต่วันที่ศาลกำหนดมาตรการหรือวิธีการชั่วคราวนั้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45982</URL_LINK>
                <HASHTAG>นุรักษ์ มาประณีต, ประกาศ, ประธานศาลรัฐธรรมนูญ, มาตรการ, รัฐธรรมนูญ, ราชกิจจานุเบกษา, วิธีการชั่วคราว, วินิจฉัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190418/image_big_5cb8838b37db0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29181</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/02/2019 07:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/-0001 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ต้องหาม.122ตอกลิ่ม!จี้ศาลรธน.ให้โอกาสผู้ถูกฟ้องร้องแสดงพยานหลักฐานครบถ้วน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
15ก.พ.62-นายจรัล ดิษฐาอภิชัย อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ผู้ต้องหาหลบหนีคดีม.112 มีสถานะผู้ลี้ภัยที่ฝรั่งเศส ในฐานะสมาคมคนไทยเพื่อประ​ชาธิปไตย ออกจดหมายเปิดผนึกถึงศาล​รัฐธรรมนูญ​ ระบุว่า
เรียนประธานศาลรัฐธรรมนูญ​
ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญได้รับคดียุบพรร​คไทยรักษาชาติ Association​ des D&amp;eacute;mocrates​Tha&amp;iuml;landais​ Sans Fronti&amp;egrave;res เป็นสมาคมคนไทยเพื่อประ​ชาธิปไตย ขอเสนอความคิดเห็นดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนอื่น ขอวิจารณ์​คณะกรรมการ​การเลือกตั้ง​(กกต.)​ ที่รีบมีมติชี้ความผิดของพรรคไทย​รัก​ษาชาติ ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ​สั่งยุบพรรคดังกล่าว โดยมิได้สอบสวนข้อเท็จจริงตามกระบวนการตรวจสอบขององค์การอิสระ และกระบวนการยุติธรรม​ อาศัยแต่พระบรมราชโอการ 8 กุมภาพันธ์​และหนังสือเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี​ของพรรคไทย​รัก​ษาชาติ เป็นพยานหลักฐาน มิได้สอบสวนจากคณะกรรมการบริหารพรรค และคุณอุบลรัตน์​ มหิดล ไปให้ปากคำ แสดงให้เห็นว่า กกต.ทำตัวเป็นเครื่องมือของระบอบเผด็จการที่ต้องการยุบนี้ก่อนการเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.พรรคการเมืองเป็นองค์การ​ทางการเมืองของประชาชน เป็นสถาบันและกลไกสำคัญหนึ่งของการดำเนินระบอบประชาธิปไตย โดยหลักการ ไม่ว่าศาลใดๆ หรือรัฐบาลจะยุบพรรคการเมืองอย่างง่ายๆ มิได้ ยิ่งช่วงมีการเลือกตั้ง จะกระทำมิได้ เพราะ​พรรคการเมืองเป็นผู้กระทำสำคัญที่สุดในการเลือกตั้ง และขัดกับหลักการเลือกตั้ง เสรี และยุติธรรม
2.ศาลรัฐธรรมนูญ​จะต้องไม่รับพิจารณาคดียุบพรรคนี้ เพราะการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี​ เป็นสิทธิตามพระราชบัญญัติ​ประกอบรัฐธรรมนูญ​ว่าด้วยการเลือกตั้งและพรรค​การเมือง มิได้เป็นการกระทำปฎิปักษ์​กับระบอบการปกครองประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์​เป็นประมุข แล้วก็คุณอุบลรัตน์​ มหิดล มิได้มีฐานันดรศักดิ์​เป็นเจ้าหญิง มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2515
3.ุถ้าศาลรัฐธรรมนูญ​ยังรับคดีนี้ จะต้องดำเนินตามวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ​ จะต้องเปิดโอกาสให้ผู้ถูกฟ้องร้อง คณะกรรมการ​พรรคไทย​รัก​ษาชาติ และคุณอุบลรัตน์​ มหิดล แถลงชี้แจงข้อเท็จจริง​ แสดงหลักฐาน​พยานอย่างครบถ้วน
4.ศาลรัฐธรรมนูญ​เป็นศาลสูงสุด​ทางการเมือง จะต้องยึดหลักการความเป็นอิสระ​ เป็นกลาง และประชาธิปไตย​ ในการพิจารณาคดี ควรเปิดโอกาส​ให้​ให้ประชาชนรับฟัง และแสดงความคิดเห็นได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงเรียนมาด้วยความเคารพ
จรัล ดิษฐาอภิชัย
ประธานสมาคมฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29181</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการพรรคไทยรักษาชาติ, จรัล ดิษฐาอภิชัย, ประธานศาลรัฐธรรมนูญ, สมาคมคนไทยเพื่อประ​ชาธิปไตย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181225/image_big_5c21869e91755.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
