<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>82969</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/11/2020 10:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/11/2020 10:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ต่างชาติอ้อนพาณิชย์ขอถือหุ้นธุรกิจบริการในไทย100%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
6 พ.ย.2563 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังหอการค้าร่วมต่างประเทศในประเทศไทย หรือ Joint Foreign Chambers of Commerce in Thailand : JFCCT นำโดยนายสแตนลีย์ คัง ประธาน JFCCT เข้าพบ ว่า ได้หารือกับภาคเอกชนต่างประเทศ ที่ทำธุรกิจในไทย และเป็นรายใหญ่ติดลำดับท้อป 50 ของไทย เพื่อร่วมมือในการพัฒนาเศรษฐกิจ การฟื้นฟูเศรษฐกิจ และภาคการส่งออกร่วมกัน โดยทางหอการค้าร่วมต่างประเทศในประเทศไทยได้ขอให้กระทรวงพาณิชย์ พิจารณาในเรื่องการอนุญาตให้ผู้ประกอบธุรกิจต่างด้าวสามารถถือหุ้นธุรกิจบริการในไทยได้ 100% บางรายการในช่วง 3 ปีนี้ โดยเฉพาะธุรกิจบริการ ภายใต้บัญชีแนบท้าย 3 ของพ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 เพื่อดึงดูดการลงทุนเข้ามาในไทยในช่วงที่โควิด-19 โดยกระทรวงพาณิชย์รับจะพิจารณาให้ภายใต้ขั้นตอนและกระบวนการตามที่กฎหมายกำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ยังได้ขอให้ไทยทำข้อตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) กับประเทศคู่ค้าต่างๆ มากขึ้น ซึ่งได้แจ้งว่า ขณะนี้ไทยมีเป้าหมายที่จะทำข้อตกลงเอฟทีเอ 5 ฉบับ คือ เอฟทีเอไทย-สหภาพยุโรป (อียู) , เอฟทีเอไทย-สหราชอาณาจักร (ยูเค) , เอฟทีเอไทย-EFTA , เอฟทีเอไทย-ยูเรเซีย และเอฟทีเออาเซียน-แคนาดา ส่วนการฟื้นฟูการท่องเที่ยว ได้แจ้งไปว่ารัฐบาลมีมาตรการผ่อนคลายอย่างต่อเนื่อง มีแนวคิดที่จะลดวันกักตัว แต่ก็ต้องคำนึงถึงปัญหาโควิด-19 และสุขภาพของคนไทยด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนปัญหาเรื่องการขนถ่ายสินค้าและการหาตู้ขนส่งสินค้าให้เพียงพอ ได้รับไปหารือใน กรอ. พาณิชย์ ซึ่งมีสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทยอยู่ และสามารถเชิญหอการค้าร่วมต่างประเทศเข้ามาหารือในวาระนี้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ จะเปิดโอกาสให้หอการค้าร่วมต่างประเทศได้พูดคุยกับกระทรวงพาณิชย์มากขึ้น ซึ่งปกติพบกันปีละครั้ง ให้เพิ่มเป็นอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง เพื่อจะได้ติดตามความคืบหน้า และร่วมกันทำงาน คลี่คลายปัญหาที่ติดขัด เพื่อช่วยกันฟื้นเศรษฐกิจและเป้าหมายการเพิ่มการส่งออกให้กับประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กล่าวว่า ธุรกิจต่างด้าวที่จะเข้ามาลงทุนในไทยสามารถที่จะถือหุ้น 100% ภายใต้กฎหมายส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ที่ได้รับข้อยกเว้นอยู่แล้ว หรืออาจจะใช้ช่องทางการลงทุนผ่านข้อตกลงเอฟทีเอ ส่วนการปลดล็อกธุรกิจภายใต้บัญชี 3 แนบท้ายพ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว จะพิจารณาทุกปี โดยมีหลัก คือ เป็นธุรกิจที่มีกฎหมายเฉพาะกำกับดูแล เป็นธุรกิจที่รัฐบาลต้องการดึงดูดการลงทุน ซึ่งปีนี้ กำลังจะเสนอให้ถอดธุรกิจที่คนต่างด้าวไม่ต้องขออนุญาต เพิ่มอีก 3 ธุรกิจ คือ ธุรกิจบริการโทรคมนาคมสำหรับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม แบบที่หนึ่ง ธุรกิจศูนย์บริหารเงิน ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน และธุรกิจบริการพัฒนาซอฟต์แวร์&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82969</URL_LINK>
                <HASHTAG>JFCCT, จุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์, ประธานหอการค้าร่วมต่างประเทศในไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200830/image_big_5f4ba5544ac8c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82262</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/10/2020 10:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/10/2020 10:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;กรณ์&#039;พบประธานJFCCTยก3ความท้าทายและโอกาสทางเศรษฐกิจหลังโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
30 ต.ค.63 - นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า พร้อมด้วยนายภิมุข สิมะโรจน์ ประธานทีมนโยบายพรรคกล้า ได้เข้าพบกับคุณ Stanley Kang ประธานหอการค้าร่วมต่างประเทศในไทย JFCCT (Joint Foreign Chambers of Commerce in Thailand) โดยได้ถกกันในหลายประเด็นเศรษฐกิจของไทย ทั้งโอกาสและความท้าทาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกรณ์ บอกว่า เนื้อหาสำคัญที่ได้ถกกันคือเรื่องที่ 1) นักลงทุนต่างชาติกังวลต่อไทยคือ &amp;quot;ปัญหากฎระเบียบราชการต่อความน่าลงทุน&amp;quot; ในประเทศไทย ซึ่งหมายถึง ระบบราชการที่ไม่เอื้ออำนวย เรื่องจากกฎระเบียบที่ล้าหลังและไม่มีประสิทธิภาพหลายฉบับที่ไปไม่ทันโลก ซึ่งหลายเรื่องนำไปสู่ความไม่โปร่งใสในการทำงานโดยราชการ โดยเราได้ปรึกษากันถึงแนวทางการปลดล็อกอุปสรรคต่างๆ เหล่านี้เพื่อช่วยผู้ประกอบการ SME ทั้งไทยและเทศ ใครเป็นนักธุรกิจโดยเฉพาะรายเล็กจะเข้าใจดี เรื่องนี้เป็นหนึ่งในโจทย์สำคัญที่พรรคกล้าเล็งสร้างเป็นนโยบายตามภารกิจของเราที่เรียกว่า #เศรษฐกิจเพื่อคนตัวเล็ก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องที่ 2) เราคุยกันถึงโอกาสที่ไทยจะสามารถดึง &amp;quot;แรงงานฝีมือ และการลงทุนทันสมัย&amp;quot;
ในยุค post Covid ซึ่งมีประเด็นที่เกี่ยวกับกฎหมายธุรกิจต่างด้าว และการออกนโยบายดึงอุตสาหกรรมสร้างสรรค์เข้ามาไทย สอดคล้องกับแนวคิด &amp;lsquo;Work from Thailand&amp;rsquo; ที่เราเคยนำเสนอไปก่อนหน้านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องที่ 3) โอกาสทางเศรษฐกิจของไทย จากความขัดแย้งทางการค้าระหว่างจีน กับสหรัฐอเมริกา ซึ่งผู้ประกอบการข้ามชาติต้องวางแผนแหล่งผลิตสินค้าใหม่เพื่อบริหารความเสี่ยงที่เกิดจากความขัดแย้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ส่วนประเด็นการเมืองในบ้านเรา ต่างชาติมองว่าการประท้วงเป็นเรื่องปกติในประเทศประชาธิปไตย และนักธุรกิจต่างชาติเชื่อว่าโครงสร้างสังคมไทยเรามีเสถียรภาพ และความยืดหยุ่นเพียงพอที่จะรับสถานการณ์ได้&amp;rdquo; หัวหน้าพรรคกล้า กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82262</URL_LINK>
                <HASHTAG>post Covid, กรณ์ จาคิกวณิช, ประธานหอการค้าร่วมต่างประเทศในไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201030/image_big_5f9b86b88a3cb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
