<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>98409</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/04/2021 17:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/04/2021 17:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บรูไนผลักดันประชุมผู้นำอาเซียนหารือสถานการณ์เมียนมา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;บรูไน ซึ่งเป็นประธานกลุ่มอาเซียนวาระปัจจุบัน สนับสนุนให้ผู้นำกลุ่มอาเซียนประชุมหารือเกี่ยวกับสถานการณ์ในเมียนมา โดยได้ร้องขอให้เจ้าหน้าที่เตรียมการจัดประชุมที่กรุงจาการ์ตา ขณะทางการเมียนมาปล่อยตัวสามี-ภรรยาที่ปรึกษาธุรกิจชาวออสเตรเลียกลับประเทศแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ สมเด็จพระราชาธิบดีสุลต่าน ฮัสซานัล โบลเกียห์ แห่งบรูไน ขณะเสด็จเยือนมาเลเซียเมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2562 (Photo by Adli Ghazali/Anadolu Agency/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท่าทีของบรูไนมีออกมาภายหลังนายกรัฐมนตรีมูห์ยิดดิน ยัสซิน ของมาเลเซีย พบปะกับสมเด็จพระราชาธิบดีสุลต่าน ฮัสซานัล โบลเกียห์ แห่งบรูไน เมื่อวันจันทร์ที่ 5 เมษายน 2564 โดยแถลงการณ์ร่วมของรัฐบาลทั้งสองกล่าวว่า ผู้นำทั้งสองเห็นพ้องกันที่ผู้นำชาติสมาชิกอาเซียนจะประชุมเพื่อหารือพัฒนาการที่กำลังดำเนินอยู่ในเมียนมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองทัพเมียนมาก่อรัฐประหารยึดอำนาจจากรัฐบาลพลเรือนของนางอองซาน ซูจี เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ทำให้ชาวเมียนมาออกมาประท้วงต่อต้านทั่วประเทศ นักเคลื่อนไหวกล่าวว่า มีคนเสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 557 คนจากการใช้กำลังปราบปรามของกองกำลังความมั่นคง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถลงการณ์ร่วมของบรูไนและมาเลเซียกล่าวว่า ทั้งสองประเทศได้ร้องขอให้รัฐมนตรีและเจ้าหน้าที่ระดับสูงของตน &amp;quot;เตรียมการที่จำเป็นสำหรับการประชุมที่จะจัดขึ้นที่สำนักเลขาธิการอาเซียนในกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย&amp;quot; แต่คำแถลงไม่ได้ระบุว่าเป็นเมื่อใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อินโดนีเซียเป็นผู้นำความพยายามของสมาชิกอาเซียนหลายประเทศ เพื่อส่งเสริมให้มีการหาทางออกผ่านการเจรจา ถึงแม้ว่าอาเซียนจะมีนโยบายที่ยึดถือมายาวนานที่ไม่ก้าวก่ายปัญหาภายในของเพื่อนสมาชิก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการประชุมเมื่อวันจันทร์ ผู้นำมาเลเซียและบรูไนได้แสดงความกังวลต่อจำนวนผู้เสียชีวิตที่เพิ่มมากขึ้นในเมียนมาด้วย โดยทั้งสองเรียกร้องให้ทุกฝ่ายละเว้นจากการยุยงให้เกิดความรุนแรงเพิ่มขึ้น และขอให้ทุกฝายใช้ความอดกลั้นและความยืดหยุ่นถึงที่สุดทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้้ ทั้งมาเลเซีย, อินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์ต่างแสดงความตกใจต่อการสังหารผู้ชุมนุม และสนับสนุนให้มีการประชุมเจ้าหน้าที่ระดับสูงอย่างเร่งด่วนเกี่ยวกับเมียนมา สัปดาห์ที่แล้วรัฐมนตรีต่างประเทศของชาติเหล่านี้ต่างแยกเจรจากับรัฐมนตรีต่างประเทศของจีน ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านที่ทรงอิทธิพลของเมียนมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกด้านหนึ่ง รัฐบาลออสเตรเลียกล่าวเมื่อวันจันทร์ว่า พลเมืองออสเตรเลีย 2 คนที่โดนทางการเมียนมาควบคุมตัวเมื่อเดือนที่แล้วได้รับการปล่อยตัวและเดินทางออกจากย่างกุ้งแล้วเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บุคคลทั้งสองได้แก่ แมทธิว โอเคน และคริสตา เอเวอรี ภรรยาของเขาที่ถือสองสัญชาติแคนาดาและออสเตรเลีย เปิดธุรกิจด้านให้คำปรึกษาในเมียนมา ทั้งคู่พยายามออกจากเมียนมาด้วยเที่ยวบินบรรเทาทุกข์เมื่อเดือนมีนาคม แต่ถูกจับได้และถูกกักบริเวณที่บ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังมีพลเมืองออสเตรเลียอีกรายคือ ฌอน เทอร์เนลล์ นักเศรษฐศาสตร์ที่ปรึกษาของนางซูจี ซึ่งเป็นชาวต่างชาติคนแรกที่ถูกจับกุมภายหลังการยึดอำนาจ เขายังถูกควบคุมตัวไว้จนถึงขณะนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98409</URL_LINK>
                <HASHTAG>บรูไน, ประชุมอาเซียนหารือสถานการณ์เมียนมา, ประธานอาเซียน, ปล่อยตัวพลเมืองออสเตรเลีย, มาเลเซีย, รัฐประหารเมียนมา, สมเด็จพระราชาธิบดีสุลต่าน ฮัสซานัล โบลเกียห์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210405/image_big_606ae23966f42.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83684</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/11/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘บิ๊กตู่’ถกสุดยอดอาเซียนพร้อมเป็นศูนย์ฉุกเฉินสธ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;lsquo;บิ๊กตู่&amp;rsquo; ร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน-เกี่ยวข้องผ่านทางไกล หนุนแนวทางแสวงจุดร่วม สงวนจุดต่าง ลั่นพร้อมเป็นศูนย์ด้านภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุข ขอบคุณจีนประกาศให้วัคซีนโควิด-19 เป็นสินค้าสาธารณะ ยินดีนายกฯ ญี่ปุ่นคนใหม่ พร้อมสนับสนุนบรูไนเป็นประธานอาเซียนปีหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 12 พ.ย. ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เข้าร่วมพิธีเปิดการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 37 และการประชุมสุดยอดที่เกี่ยวข้องผ่านการประชุมระบบทางไกล โดยการประชุมครั้งนี้เป็นการประชุมระดับผู้นำครั้งสุดท้ายของปี 2563 ภายใต้การดำรงตำแหน่งประธานอาเซียนของเวียดนาม โดยมีผู้นำประเทศสมาชิกอาเซียนจากทั้ง 10 ประเทศ และเลขาธิการอาเซียนเข้าร่วม ตลอดจนผู้นำของคู่เจรจาเข้าร่วมการประชุมสุดยอดที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น สาธารณรัฐเกาหลี สหรัฐอเมริกา นิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย อินเดีย และรัสเซีย รวมทั้งเลขาธิการสหประชาชาติ กรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ และประธานธนาคารโลก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยประธานาธิบดีเวียดนามได้กล่าวต้อนรับ และนายกรัฐมนตรีเวียดนามในฐานะประธานจัดการประชุมได้กล่าวเปิดการประชุม ซึ่งได้ย้ำเจตนารมณ์ของเวียดนามที่จะขับเคลื่อนประชาคมอาเซียนให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น ตามแนวคิดหลักการเป็นประธานอาเซียนปี 2563 แน่นแฟ้นและตอบสนอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเป็นการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 37 (Plenary) โดยมีผู้นำและผู้แทนผู้นำประเทศสมาชิกอาเซียนจากทั้ง 10 ประเทศ และเลขาธิการอาเซียนเข้าร่วมประชุมด้วย โดยนายเหวียน ซวน ฟุก นายกรัฐมนตรีเวียดนาม กล่าวเปิดการประชุม โดยย้ำวัตถุประสงค์ของการประชุมเพื่อขับเคลื่อนประชาคมอาเซียนให้เข้มแข็ง เสริมสร้างความร่วมมือและติดตามความคืบหน้าของข้อริเริ่มต่างๆ ของอาเซียนในการรับมือกับผลกระทบของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับประเทศไทย พล.อ.ประยุทธ์ได้ย้ำถึงความเข้มแข็งและเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ของอาเซียนจะทำให้อาเซียนผ่านพ้นวิกฤติครั้งนี้ร่วมกัน การรับมือกับการแพร่ระบาดและผลกระทบจากโควิด-19 ยังเป็นภารกิจสำคัญและเร่งด่วนที่อาเซียนต้องร่วมมือกัน พร้อมเสนอ 4 ประเด็นสำคัญคือ การร่วมเสริมสร้างความร่วมมือด้านสาธารณสุข สร้างความมั่นคงและการพึ่งพาตนเองด้านวัคซีน เพื่อให้วัคซีนโควิด-19 เป็นสินค้าสาธารณะ ไทยได้ร่วมมือด้านการพัฒนาวัคซีนกับภาคส่วนต่างๆ และพร้อมแบ่งปันไปยังประเทศสมาชิกอาเซียน ให้ใช้ประโยชน์จากกองทุนอาเซียน เพื่อสนับสนุนการกระจายวัคซีนในภูมิภาคของเราในอนาคต ไทยยินดีสนับสนุนคลังสำรองอุปกรณ์ทางการแพทย์อาเซียนสำหรับภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุข พร้อมสมทบเวชภัณฑ์และอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็น และพร้อมจะเป็นที่ตั้งของศูนย์อาเซียนด้านภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขและโรคอุบัติใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ส่งเสริมแนวทางการฟื้นฟูและเยียวยาผลกระทบจากโควิด-19 แบบบูรณาการ ภูมิภาคของเราจะฟื้นตัวและปรับตัวกับความปกติใหม่ พร้อมร่วมรับรองกรอบการฟื้นฟูที่ครอบคลุมของอาเซียน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง อาทิ SMEs เนื่องจากเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญในภูมิภาค และสนับสนุนการจัดทำกรอบข้อตกลงระเบียงการเดินทางของอาเซียน พร้อมเสนอให้อาเซียนควรเตรียมความพร้อมในระยะยาวเพื่อยืนหยัดและต้านทานต่อความท้าทายใหม่ๆ สร้างความเข้มแข็งจากฐานราก &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;อาเซียนต้องร่วมมือรักษาเสถียรภาพในภูมิภาค เพื่อสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการรับมือกับการแพร่ระบาดและการฟื้นฟูเศรษฐกิจจากโควิด-19 ที่ทุกฝ่ายต้องแสวงจุดร่วม สงวนจุดต่าง เพื่อป้องกันการเผชิญหน้าในภูมิภาคและเพิ่มพูนความร่วมมือที่เป็นประโยชน์แก่ทุกฝ่าย&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ยังได้ชื่นชมบทบาทนำของเวียดนาม ประธานอาเซียนในปีนี้ พร้อมกันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ได้สนับสนุนบรูไนในการเป็นประธานอาเซียนในปีหน้าอย่างเต็มที่ เพื่อร่วมกันสร้างภูมิคุ้มกันต่อความท้าทายต่างๆ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาช่วงบ่าย นายกฯ ได้เข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน-จีน ครั้งที่ 23 ผ่านระบบการประชุมทางไกล โดยมีผู้นำประเทศสมาชิกอาเซียนจากทั้ง 10 ประเทศ และนายหลี่ เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีจีน เข้าร่วมด้วย ภายหลังการประชุมเสร็จสิ้น นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีจีนระบุว่า จีนมีความประสงค์ที่จะพัฒนาอย่างสันติเพื่อรักษาสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ได้เน้นย้ำบทบาทและความร่วมมือระหว่างอาเซียนและจีนที่มีมาอย่างแนบแน่น ซึ่งทุกฝ่ายร่วมมือกันฝ่าฟันวิกฤติมาตลอดระยะเวลา 30 ปี เปรียบเสมือนสุภาษิตที่ว่า มิตรในยามยากคือมิตรแท้ และวิกฤติโควิด-19 ได้พิสูจน์ความเป็นมิตรแท้อีกครั้ง โดย พล.อ.ประยุทธ์เสนอ 3 แนวทางดังนี้ อนาคตทางสาธารณสุขที่ต้องเสริมสร้างความมั่นคงด้านสุขภาพทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก ขอบคุณที่จีนประกาศให้วัคซีนและยาต้านไวรัสโควิด-19 เป็นสินค้าสาธารณะ โดยไทยพร้อมที่จะร่วมมือกับมิตรประเทศในการพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนร่วมทำวิจัย พัฒนา และผลิตยา เพื่อแจกจ่ายให้แก่ประเทศในภูมิภาค, อนาคตทางเศรษฐกิจ โดยใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-จีน และ RCEP, อนาคตที่ยั่งยืน อาเซียนและจีนต้องร่วมมือกันเสริมสร้างความยั่งยืนในทุกมิติ ยินดีที่จะร่วมประกาศให้ปี 2564 เป็นปีแห่งความร่วมมือด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนอาเซียน-จีน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ได้เข้าร่วมและกล่าวถ้อยแถลงในการประชุมสุดยอดอาเซียน-ญี่ปุ่น ครั้งที่ 23 ผ่านระบบการประชุมทางไกล โดยมีผู้นำประเทศสมาชิกอาเซียนจากทั้ง 10 ประเทศ พร้อมด้วย นายสึกะ โยชิฮิเดะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น โดย พล.อ.ประยุทธ์ได้แสดงความยินดีกับนายซูกะ โยชิฮิเดะ ในโอกาสเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 99 ของญี่ปุ่น พร้อมทั้งกราบบังคมทูลถวายพระพรชัยมงคลแด่มกุฎราชกุมารแห่งญี่ปุ่น เนื่องในพระราชพิธีสถาปนามกุฎราชกุมารเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ ระบุว่า ไทยมองวิกฤติครั้งนี้เป็นโอกาสที่อาเซียนและญี่ปุ่นได้เสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ที่มีความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนมากยิ่งขึ้น ซึ่งกุญแจสำคัญในการบรรลุเป้าหมายดังกล่าว คือความร่วมมือภายใต้เอกสารมุมมองอาเซียนต่ออินโด-แปซิฟิก (AOIP) ไทยจึงสนับสนุนข้อเสนอของญี่ปุ่นในการส่งเสริมความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ได้ร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน-สาธารณรัฐเกาหลี ครั้งที่ 21 โดยผู้นำประเทศสมาชิกอาเซียนจากทั้ง 10 ประเทศ และนายมุน แช-อิน ประธานาธิบดีสาธารณรัฐเกาหลี เข้าร่วมหารือ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในโอกาสนี้ พล.อ.ประยุทธ์ได้กล่าวถึงความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระหว่างอาเซียนกับสาธารณรัฐเกาหลีมีพัฒนาการที่ดีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งไทยมุ่งมั่นขับเคลื่อนแผนงานต่างๆ ให้คืบหน้าและเป็นรูปธรรม ไทยชื่นชมที่สาธารณรัฐเกาหลีพิจารณายกระดับนโยบายมุ่งใต้ใหม่ให้ทันสมัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เพื่อให้อาเซียนและสาธารณรัฐเกาหลีสามารถขับเคลื่อนสู่อนาคตที่มั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน นายกรัฐมนตรีได้เสนอกรอบความร่วมมือสำคัญ 2 ด้าน คือ ด้านสาธารณสุข เพื่อรับมือกับโควิด-19 ซึ่งรวมถึงการสนับสนุนกองทุนอาเซียน และการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และแนวปฏิบัติที่ดีในการตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉินด้านสาธารณสุข โดยไทยสนับสนุนการจัดตั้งกลไกด้านสาธารณสุข ทั้งในกรอบอาเซียนและทวิภาคี ซึ่งรวมถึงการประชุมรัฐมนตรีสาธารณสุขอาเซียน-สาธารณรัฐเกาหลี การแบ่งปันแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศในด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม การวิจัยและพัฒนาวัคซีนและยาต้านไวรัสโควิด-19.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83684</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประชุมสุดยอดอาเซียน, ประธานอาเซียน, ภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุข, ศูนย์ด้านภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุข, สงวนจุดต่าง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แสวงจุดร่วม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201112/image_big_5fad3ec752231.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49488</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/11/2019 12:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/11/2019 12:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ครูเจี๊ยบ&#039;ให้เกรดF&#039;บิ๊กตู่&#039;ล้มเหลวปธ.อาเซียนหลังผู้นำชาติมหาอำนาจไม่มาร่วมประชุม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 พ.ย.62- รท.หญิงสุณิสา ทิวากรดำรง รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานอาเซียน ล้มเหลว ผู้นำชาติมหาอำนาจ กลุ่มอาเซียนพลัส ที่ไม่ได้เป็นชาติสมาชิก แต่เป็นคู่ค้าสำคัญ ไม่ได้เดินทางมา โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา ลดความสำคัญไม่ได้ส่งเจ้าหน้าที่ระดับสูง ส่งเพียงผู้แทนที่มีความสำคัญน้อย ส่อให้เห็นถึงนัยยะทางการเมือง ความสัมพันธ์ทางการทูตที่พัฒนาไปในทางที่แย่ลง สะท้อนถึงความล้มเหลวในการดำเนินนโยบายต่างประเทศ ที่ไม่สามารถรักษาสัมพันธ์เหมือนในอดีต เราได้สูญเสียสถานะทางการทูต เมื่อย้อนไปในอดีต นายโดนัลป์ ทรัมป์ ประธานาธิบดี เดินทางมาร่วมประชุมที่วประเทศฟิลิปปินส์ รัฐบาลนายบารัค โอบามา สมัยน.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นนายกฯ นายโอบามา ยังเดินทางมาประชุมอาเซียนซัมมิท ความสำคัญการประชุมอาเซียน ไม่ได้มีเพียงแค่งานเลี้ยงที่น่าสนใจ มีอาหารที่ดี มีดนตรีเพราะ แต่ควรใช้เวทีนี้เป็นเวทีพบปะผู้นำ ที่จะนำมาสู่การไกล่เกลี่ยแก้ไข&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การประชุมครั้งนี้ ไม่ได้สร้างความประทับใจ สร้างความคุ้มค่า การเจรจาก็ยังห่างไกลจากเป้าหมาย ตามที่พล.อ.ประยุทธ์ ประกาศตั้งเป้า จะสร้างการเป็นหุ้นส่วน พัฒนาที่ยั่งยืนในชาติสมาชิกอาเซียน และสร้างความเป็นอันหนึ่งอันเดียวในอาเซียน โดยการประชุมเจรจาการค้า3-4วันที่ผ่านมา ห่างไกลจากเป้าหมายที่พล.อ.ประยุทธ์ ประกาศไว้ ถือว่าล้มเหลว และคงไม่มีโอกาสแก้ตัวอีกแล้ว สิ่งนี้จะติดอยู่ในสมุดพก เป็นความล้มเหลว ถือว่าติด F ในการทำหน้าที่ประธานอาเซียน&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49488</URL_LINK>
                <HASHTAG>บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ประชุมอาเซียนซัมมิต, ประธานอาเซียน, ผู้นำชาติมหาอำนาจ, รท.หญิงสุณิสา ทิวากรดำรง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181125/image_big_5bfa2359c244b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48847</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/10/2019 13:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/10/2019 13:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039; ถกความพร้อมจัดประชุมสุดยอดอาเซียน กำชับจัดขบวนผู้นำแบบญี่ปุ่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ต.ค.62 - ที่ตึกภักดีบดินทร์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการระดับชาติเพื่อเตรียมการจัดการประชุมสุดยอดอาเซียนและการประชุมที่เกี่ยวข้อง ในช่วงที่ไทยดำรงตำแหน่งประธานอาเซียน ปี 2562 โดยกล่าวในตอนต้นของการประชุมว่า เป็นการประชุมครั้งที่ 3 มีวัตถุประสงค์เพื่อเตรียมการขั้นสุดท้ายก่อนที่จะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 35 และการประชุมที่เกี่ยวข้องในวันที่ 2-4 พ.ย.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยไทยต้องแสดงให้เห็นถึงความพร้อม ในการเตรียมการจัดการประชุมและแผนงานต่างๆ รวมถึงเรื่องสารัตถะของการประชุม ซึ่งต่างประเทศให้ความสนใจ โดยเฉพาะล่าสุดที่เดินทางไปที่ประเทศญี่ปุ่น มีผู้นำหลายคนสอบถามและให้ความสนใจเกี่ยวกับการประชุมครั้งนี้ และ ต้องสวมบทบาททั้งในฐานะไทยและอาเซียน ในเวทีระหว่างประเทศให้เกิดชัดเจนที่จะเกิดขึ้น โดยเฉพาะการที่โอกาสเข้าร่วมประชุม G20 ก็จะได้รวบรวมรายละเอียดสำคัญ บรรจุไว้ในสารัตถะของการประชุมครั้งนี้ เพื่อให้เกิดความครบถ้วนสมบูรณ์ เนื่องจากมีการประชุมทั้งภายในประเทศอาเซียนด้วยกัน และประเทศคู่เจรจา รวมถึงองค์กรระหว่างประเทศด้วย แม้บางประเทศจะมีปัญหาอยู่บ้างในเรื่องของการเมืองภายในและอาจจะมีปัญหากับการประชุมครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมมีการสรุปเนื้อหารายละเอียดเกี่ยวกับการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน โดยกำหนดการในการประชุม จะเริ่มตั้งแต่ 2 พ.ย. เป็นการเปิดการประชุม ASEAN Business and Investment Summit 2019 (ABIS2019) นอกจากนั้นยังมีการแสดงสินค้าและผลิตภัณฑ์ประเภทต่างๆ ของไทยเพื่อประชาสัมพันธ์ให้ผู้นำประเทศต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นในวันที่ 3พ.ย. จะเปิดการประชุมอย่างเป็นทางการ ก่อนในวันที่ 4พ.ย.จะเป็นการประชุมผู้นำอาเซียน และการประชุมอาเซียนบวกสาม สำหรับประเด็นที่หลายคนให้ความสนใจถึงรายชื่อผู้นำประเทศที่จะมาร่วมประชุมครั้งนี้ โดยผู้นำอาเซียนทั้ง 10 ประเทศมาครบ ส่วนผู้นำประเทศคู่เจรจาอีก 7 ประเทศ นอกจากนี้ยังมีเลขาธิการสหประชาชาติ ประธานกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ส่วนนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกานั้น ขณะนี้ยังไม่ปฏิเสธอยู่ระหว่างรอการยืนยันอีกครั้ง ขณะที่นายจัสติน ทรูโด นายกรัฐมนตรีแคนาดา แม้อยากจะมาร่วมประชุม แต่ไม่สามารถมาได้เนื่องจากมีปัญหาของเขา ซึ่งคงไม่ส่งผลกระทบใดๆต่อการประชุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางนฤมล กล่าวว่า นอกจากนี้ ในที่ประชุมได้รายงานการเตรียมความพร้อมด้านการรักษาความปลอดภัยและการจราจรต้องเป็นไปตามมาตรฐานสากล โดยนายกฯ ได้กำชับการจัดขบวนรถผู้นำให้มีความกระชับ ไม่ต้องรอนาน ดูตัวอย่างจากประเทศญี่ปุ่นที่สามารถจัดขบวนผู้นำกว่า 200 ประเทศได้ตามกำหนดเวลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48847</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน, ประธานอาเซียน, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191025/image_big_5db28e2bd9b5b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46649</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/09/2019 07:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/09/2019 07:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประธานสมัชชาสหประชาชาติ ชื่นชมบทบาทไทยในเวทีระหว่างประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ก.ย.62 - เมื่อวันที่ 25 ก.ย. เวลา 17.15 น. ตามเวลาท้องถิ่น ณ สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พบหารือกับ นายทิจจานี มูฮัมหมัด-บานเด ประธานสมัชชาสหประชาชาติ สมัยที่ 74 โดยนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รัฐบาลไทยพร้อมสนับสนุนประธานสมัชชาฯ และการจัดการประชุมสมัชชาสหประชาชาติเพื่อให้การประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 74 นี้ ประสบความสำเร็จและเกิดผลเป็นรูปธรรมตามวัตถุประสงค์ที่ได้วางไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องที่ประธานสมัชชาฯ ให้ความสำคัญ ซึ่งเป็นความท้าทายที่โลกต้องให้ความสนใจ ได้แก่ การศึกษา ความเท่าเทียม สังคมการมีส่วนร่วม (inclusion) และสภาพภูมิอากาศ ไทยในฐานะประธานอาเซียน ภายใต้หัวข้อ &amp;ldquo;Advancing partnerships for sustainability&amp;rdquo; ให้ความสำคัญกับสหประชาชาติในฐานะหุ้นส่วนสำคัญเพื่อสร้างความยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านประธานสมัชชาฯ ชื่นชมบทบาทของไทยในฐานะประธานอาเซียน และบทบาทที่เด่นชัดของไทยในการส่งเสริมความร่วมมือระดับภูมิภาค ซึ่งส่งผลในการเสริมสร้างบทบาทของเวทีระหว่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งสองฝ่ายสนับสนุนหัวข้อหลักหลักการอภิปรายทั่วไปในปีนี้ ซึ่งมุ่งเน้นเรื่องที่เป็นหัวใจของการอนุวัติเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals:SDGs) และเน้นคนเป็นศูนย์กลาง ซึ่งนายกรัฐมนตรีกล่าวย้ำว่าประเทศไทยได้ยึดถือแนวทางเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนมาโดยตลอดตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และได้แลกเปลี่ยนแนวความคิดนี้กับประเทศต่างๆ นอกจากนี้ ไทยก่อตั้งกองทุน Equitable Education Fund (EEF) เมื่อปี 2561 เพื่อมอบทุนการศึกษาสนับสนุนเด็กด้อยโอกาส โดยเป็นโครงการที่ยูเนสโกชื่นชมว่าเป็นตัวอย่างการขับเคลื่อน SDG4 ในเรื่องการให้การศึกษาที่มีคุณภาพ
&amp;nbsp;
ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้ขอบคุณไนจีเรียสำหรับการสนับสนุนไทยให้เข้าร่วมเป็นสมาชิก ECOSOC ซึ่งไทยจะเริ่มปฏิบัติหน้าที่ในเดือนมกราคม ปี 2563 (ค.ศ. 2020) ซึ่งขอให้เชื่อมั่นว่าไทยพร้อมแสดงบทบาทที่แข็งขันและสร้างสรรค์ เพื่อให้ ECOSOC และสมัชชาสหประชาชาติจะสามารถทำงานเสริมกันและกันให้เกิดผลลัพธ์ที่ทวีคูณมากขึ้น ทั้งนี้ไทยสนับสนุนการสอดประสานกันของสมัชชาสหประชาชาติและคณะมนตรีความมั่นคงฯ (UNSC) และไทยสนับสนุนการมีผู้แทนของประเทศแอฟริกาใน UNSC เพื่อจะได้มีความสมดุลในการเป็นตัวแทนภูมิภาคมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46649</URL_LINK>
                <HASHTAG>นครนิวยอร์ก, ประชุมสมัชชาสหประชาชาติ, ประธานอาเซียน, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, สหประชาชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190926/image_big_5d8c0b1890b1b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46192</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/09/2019 09:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/09/2019 08:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดกำหนดการนายกฯร่วมเวทีประชุมยูเอ็น21-27ก.ย.ที่สหรัฐพร้อมถกผู้นำนานาประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(แฟ้มภาพ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20ก.ย.62-ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า ในวันที่ 21-27 กันยายน 2562 นี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม พร้อมด้วยคณะ ประกอบด้วย นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายวราวุธ ศิลปะอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีกำหนดการเข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ (United Nations General Assembly &amp;ndash; UNGA) ครั้งที่ 74 และเข้าร่วมการประชุมสำคัญที่เกี่ยวเนื่อง ณ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายกรัฐมนตรีมีกำหนดการเข้าร่วมการประชุมที่สอดคล้องกับวาระการเป็นประธานอาเซียน เพื่อแสดงบทบาทในวาระระดับโลกที่สำคัญสอดคล้องกับ 3 เสาหลักสหประชาติและผลประโยชน์ของไทย ได้แก่ 1. การประชุมระดับสูงว่าด้วยหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า เพื่อแสดงบทบาทที่แข็งขันของไทยในด้านสาธารณสุข แสดงให้ประชาคมโลกเห็นถึงนโยบายของไทยในการส่งเสริมความเชื่อมโยงระหว่างการพัฒนาสุขภาพ สังคมและเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนเป้าหมายที่ 3 และผลักดันระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ซึ่งไทยมีส่วนร่วมในการผลักดันให้ UHC เป็นวาระระดับโลกมาอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. การประชุมระดับผู้นำว่าด้วยการดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศ (UN Climate Action Summit) การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศซึ่งวาระสำคัญของโลกที่ทุกฝ่ายจะต้องร่วมมือกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. การประชุมระดับผู้นำว่าด้วยเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG Summit) เพื่อทบทวนและติดตามผลการอนุมัติวาระการพัฒนาที่ยั่งยืน ค.ศ. 2030 ในระดับผู้นำเป็นครั้งแรกภายหลังจากที่ผู้นำประเทศต่างๆ รวมทั้งประเทศไทยได้รับรองเมื่อปี 2558 ซึ่งไทยจะกล่าวถ้อยแถลงในนามอาเซียน โดยย้ำ 3 ประเด็น 1.Acceleration การเร่งรัดการดำเนินงานเพื่อสร้างความเชื่อมโยง ลดความเหลื่อมล้ำ รักษาสิ่งแวดล้อม และใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน 2. Localization การดำเนินนโยบายให้เข้าถึงระดับท้องถิ่นโดยให้ประชาชนเป็นศูนย์กลาง ชูหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และ 3.Cooperation การเสริมสร้างความร่วมมือโดยย้ำว่าอาเซียนพร้อมร่วมมือกับสหประชาชาติและประเทศต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีจะพบกับภาคส่วนสำคัญได้แก่ 1.Asia Society ซึ่งนายกรัฐมนตรีจะได้ย้ำบทบาทไทยในภูมิภาคและความร่วมมือกับประเทศต่างๆ ในฐานะประธานอาเซียน ทั้งด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม บทบาทไทยในอนุภูมิภาค การเตรียมตัวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ Smart City และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และ2. สภาธุรกิจสหรัฐ-อาเซียน (US-ASEAN Business Council: USABC) จะใช้โอกาสนี้สร้างความเชื่อมั่นต่อศักยภาพด้านเศรษฐกิจของไทย โดยแจ้งถึงการดำเนินการของไทยในการปฏิรูปทางเศรษฐกิจ อาทิ ด้านภาษีศุลกากร เพื่อเอื้อประโยชน์ต่อการดำเนินธุรกิจ ย้ำจุดแข็งของ EEC ในการเชื่อมโยงไปยังอนุภูมิภาคต่างๆ เปิดโอกาสให้แก่นักลงทุนต่างชาติให้มาร่วมมือกันในฐานะ Key Player&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในระหว่างนี้นายกรัฐมนตรียังมีกำหนดการพบปะหารือกับผู้นำประเทศต่างๆ ได้แก่ นายสกอตต์ มอริสัน นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย รวมทั้งหารือกับนายอันโตนิอู กุแตเรซ เลขาธิการสหประชาชาติ และนาย Tijjane Muhammad Bande ประธานสมัชชาสหประชาชาติ สมัยที่ 74 ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกำหนดการวันเสาร์ที่ 21 กันยายน 2562 เวลา 23.10 น. นายกรัฐมนตรีและคณะเดินทางออกจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และจะเดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติจอห์น เอฟ เคนเนดี นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ในวันอาทิตย์ที่ 22 กันยายน เวลา 11.05 น. โดยในช่วงบ่ายนายกรัฐมนตรีจะรับฟังการบรรยายสรุปการเข้าร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 74 และกิจกรรมอื่นๆ จากนั้นเวลา 15.30 น. นายกรัฐมนตรีจะพบปะกับชุมชนไทยในสหรัฐอเมริกา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันจันทร์ที่ 23 กันยายน 2562 ช่วงเช้า นายกรัฐมนตรีจะเข้าร่วมการประชุมเต็มคณะของการประชุมระดับสูงว่าด้วยหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า และการประชุมระดับผู้นำว่าด้วยการดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศ จากนั้นในช่วงบ่าย นายกรัฐมนตรีจะเข้าร่วมพิธีปิดการประชุมระดับสูงว่าด้วยหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันอังคารที่ 24 กันยายน 2562ช่วงเช้าเลขาธิการสหประชาชาติเป็นเจ้าภาพงานเลี้ยงรับรองเพื่อต้อนรับประมุข หัวหน้ารัฐบาลที่เข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 74 และคู่สมรส จากนั้นเวลา 09.00 น. นายกรัฐมนตรีจะเข้าร่วมการเปิดอภิปรายทั่วไปการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 74 โดยในช่วงบ่าย นายกรัฐมนตรีจะเข้าร่วมการประชุมระดับผู้นำว่าด้วยเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน และในช่วงค่ำประธานาธิบดีแห่งสหรัฐฯ และภริยาเป็นเจ้าภาพงานเลี้ยงรับรองเพื่อเป็นเกียรติแก่ประมุข หัวหน้ารัฐบาลที่เข้าร่วมการประชุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันพุธที่ 25 กันยายน ช่วงเที่ยง นายกรัฐมนตรีมีกำหนดกล่าวสุนทรพจน์ ณ องค์กร Asia Society และในช่วงค่ำ นายกรัฐมนตรีจะเข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำและพบปะกับคณะผู้บริหารของ USABC&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีมีกำหนดการเดินทางออกจากนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ในวันพฤหัสบดีที่ 26 กันยายน เวลา 12.00 น. และจะเดินทางถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ในวันศุกร์ที่ 27 กันยายน 2562 เวลา 21.55 น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46192</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายอันโตนิอู กุแตเรซ, ประธานอาเซียน, พล.อ .ประยุทธ์ จันทร์โอชา, สภาธุรกิจสหรัฐ-อาเซียน, สหประชาชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190426/image_big_5cc2606a9f372.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39587</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/06/2019 11:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/06/2019 11:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ธนกร&#039; ป้องบิ๊กตู่ประชุมอาเซียนสมศักดิ์ศรี เย้ย &#039;ช่อ&#039; เอาเวลาไปแก้ต่างคดี 112 จะดีกว่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 มิ.ย.62 - นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่ น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ ตำหนิบทบาทของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานอาเซียนต่อการประชุมอาเซียนซัมมิตว่า การประชุมครั้งนี้เป็นความภาคภูมิใจของคนไทยทุกคนที่ประเทศเราเป็นเจ้าภาพ และการประชุมในครั้งนี้ได้เนื้อสาระที่เป็นประโยชน์ต่อความร่วมมือของทุกประเทศต่อการพัฒนาในหลายๆ ด้าน แต่น.ส.พรรณิการ์กลับมองในแง่ลบ พยายามดิสเครดิตพล.อ.ประยุทธ์ ไม่ว่าสถานที่จัดงานหรือการแถลงข่าวเป็นภาษาไทย ดูเหมือนพล.อ.ประยุทธ์ทำอะไรก็ผิดไปหมดสำหรับพรรคอนาคตใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนกร กล่าวอีกว่า การประชุมครั้งนี้ได้ประโยชน์มากมายกับประเทศไทยและประเทศในกลุ่มอาเซียนถึงทิศทางการขับเคลื่อนอาเซียน รวมทั้งความร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดบนพื้นฐานประโยชน์ร่วมกันของประเทศในกลุ่มอาเซียน หากเรามองในแง่เศรษฐกิจก็เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างรายได้ให้ประเทศ และจะเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวด้วย สิ่งสำคัญคือ การประชุมอาเซียนเกิดขึ้นเพราะมีความต้องการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างอาเซียนในการช่วยเหลือทางด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม เทคโนโลยี และการบริหารส่งเสริมสันติภาพความมั่นคงในภูมิภาคอาเซียนให้เป็นหนึ่งเดียว ซึ่งเราน่าจะภาคภูมิใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ทางที่ดีน.ส.พรรณิการ์น่าจะเอาเวลาไปเตรียมตัวในการแก้ต่างในคดีมาตรา 112 ที่นายศรีสุวรรณ จรรยา ฟ้องร้องจะดีกว่า เพราะพฤติกรรมหลายสิ่งหลายอย่างที่น.ส.พรรณิการ์กระทำนั้นสร้างความไม่สบายใจให้กับคนไทยทั้งประเทศ ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้จึงไม่แปลกใจถ้าสิ่งที่พล.อ.ประยุทธ์ทำเพื่อคนทั้งประเทศนั้น จะแค่เฉยๆ ในความรู้สึกของน.ส.พรรณิการ์&amp;quot;นายธนกร กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39587</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.ส.พรรณิการ์ วานิช, นายธนกร วังบุญคงชนะ, ประชุมอาเซียนซัมมิต, ประธานอาเซียน, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190420/image_big_5cbacf94a6111.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
