<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>90607</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/01/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/01/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ไบเดน’ฟื้นเอกภาพสหรัฐ ผู้นำโลกแสดงความยินดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ผ่านพ้นอย่างราบรื่น &amp;quot;โจ ไบเดน&amp;quot; สาบานตนเป็นประธานาธิบดีคนที่ 46 ของสหรัฐในพิธีแบบนิวนอร์มอล ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างแน่นหนาที่สุด โดยไร้เงา &amp;quot;โดนัลด์ ทรัมป์&amp;quot; กล่าวสุนทรพจน์รับตำแหน่งเรียกร้องความเป็นเอกภาพและเยียวยาประเทศ เริ่มงานแรกด้วยการลงนามคำสั่งแก้ไขนโยบายที่สร้างความแตกแยกของทรัมป์ ผู้นำทั่วโลกแสดงความยินดีต่อไบเดนกันอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง ขณะที่ &amp;quot;ประยุทธ์&amp;quot; เชิญไบเดนและสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งเยือนกรุงเทพฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า พิธีสาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐคนใหม่ของโจ ไบเดน ที่ด้านหน้าอาคารรัฐสภาสหรัฐเมื่อช่วงเที่ยงของวันพุธที่ 20 มกราคม 2564 ตามเวลากรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ได้รับการจับตาและลุ้นระทึกจากทั่วโลก สถานที่แห่งเดียวกันนี้เคยถูกผู้สนับสนุนทรัมป์และม็อบขวาจัดบุกเข้ามาก่อจลาจลเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน และทำให้ต้องระดมทหารจากกองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิ หรือเนชั่นแนลการ์ด กว่า 25,000 นายมาคุ้มครองความปลอดภัยใจกลางกรุง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะเดียวกัน การแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งคร่าชีวิตคนอเมริกันแล้วมากกว่า 400,000 คน จากผู้ติดเชื้อไม่ต่ำกว่า 24 ล้านคน ทำให้ประชาชนทั่วไปไม่ได้รับอนุญาตให้ร่วมชมพิธีที่เนชั่นแนลมอลล์ซึ่งถูกแทนที่ด้วยธง 200,000 ผืน และแขกร่วมพิธีถูกจำกัดจำนวน โดยมีอดีตประธานาธิบดีสหรัฐที่ยังมีชีวิตอยู่ ทั้งบารัค โอบามา, จอร์จ ดับเบิลยู. บุช และบิล คลินตัน มาร่วมงานอย่างพร้อมหน้า ยกเว้นเพียงโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งเป็นประธานาธิบดีที่อำลาตำแหน่งคนแรกในรอบ 152 ปี ที่ไม่เข้าร่วมพิธีสาบานตนของประธานาธิบดีคนใหม่ อย่างไรก็ดี รองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ มาร่วมในพิธีนี้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ก่อนหน้าที่ไบเดนจะสาบานตนตามคำกล่าวของประธานศาลฎีกา จอห์น โรเบิร์ตส์ โดยวางมือซ้ายบนคัมภีร์ไบเบิลของครอบครัวที่ได้รับตกทอดมากว่า 100 ปี นางคามาลา แฮร์ริส ได้สาบานตนรับตำแหน่งรองประธานาธิบดี โดยมีผู้พิพากษาซอนยา โซโตมายอร์ แห่งศาลฎีกาผู้เป็นตุลาการศาลฎีกาเชื้อสายลาตินแรก ทำหน้าที่กล่าวนำ ในขณะที่ไบเดนสร้างประวัติศาสตร์เป็นประธานาธิบดีสหรัฐที่อายุมากที่สุดด้วยวัย 78 ปี แฮร์ริสซึ่งมีเชื้อสายจาเมกา-อินเดีย ก็สร้างประวัติศาสตร์เช่นกันว่าเป็นรองประธานาธิบดีหญิงคนแรกของสหรัฐ และเป็นคนผิวสีและคนเชื้อสายเอเชียคนแรกที่รับตำแหน่งนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ภายหลังกล่าวคำสัตย์สาบานว่าจะพิทักษ์รักษาและปกป้องรัฐธรรมนูญแห่งสหรัฐอเมริกา ไบเดนได้กล่าวสุนทรพจน์รับตำแหน่งความยาว 21 นาที ประกาศว่า วันนี้คือวันของประชาธิปไตย วันแห่งประวัติศาสตร์ และความหวังของการเริ่มต้นใหม่และความแน่วแน่ &amp;quot;ประชาธิปไตยเป็นสิ่งล้ำค่า ประชาธิปไตยนั้นเปราะบาง และชั่วโมงนี้ มิตรสหายทั้งหลาย ประชาธิปไตยได้รับชัยชนะแล้ว&amp;quot; เขากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;เราจะเดินหน้าอย่างรวดเร็วและเร่งด่วน เพราะเรามีภารกิจหลายอย่างต้องทำในฤดูหนาวแห่งภยันตรายและโอกาสที่สำคัญ มีหลายสิ่งต้องซ่อมแซม ต้องฟื้นฟู ต้องเยียวยา ต้องสร้างและต้องเพิ่มพูน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; สหรัฐยังเผชิญกับความท้าทายทั้งจากการโจมตีประชาธิปไตยและความจริง การระบาดของไวรัส, ความเหลื่อมล้ำที่มากขึ้น, การเหยียดผิวอย่างเป็นระบบ, วิกฤติสภาพภูมิอากาศ บทบาทของอเมริกาในเวทีโลก ซึ่งไบเดนชี้ว่าทั้งหมดนี้ประดังประเดมาในเวลาพร้อมกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ไบเดนยังร้องขอโอกาสจากชาวอเมริกันอีกมากกว่า 74 ล้านคนที่ไม่ได้เลือกเขาว่า &amp;quot;ผมจะเป็นประธานาธิบดีสำหรับชาวอเมริกันทุกคน และผมสัญญากับพวกคุณว่า ผมจะต่อสู้อย่างหนักเพื่อคนที่ไม่ได้สนับสนุนผมในแบบเดียวกับคนที่สนับสนุนผม&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เขากล่าวถึงปัญหาที่เกาะกุมสังคมอเมริกัน โดยเฉพาะคตินิยมหัวรุนแรงสุดโต่งทางการเมือง, กลุ่มเชิดชูคนขาวเป็นใหญ่, การก่อการร้ายภายในประเทศ ที่เราต้องเผชิญและต้องเอาชนะให้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พิธีในวันนี้มีศิลปินชื่อดังมาร่วมคับคั่งต่างจากพิธีของทรัมป์เมื่อ 4 ปีก่อน เลดี้ กาก้า ทำหน้าที่ร้องเพลงชาติ มีเจนนิเฟอร์ โลเปซ นักร้องลาติน และการ์ธ บรูกส์ นักร้องคันทรี มาขับร้องเพลงด้วย อีกคนที่โดดเด่นในงานคืออะแมนดา กอร์แมน กวีสาววัย 22 ปี ที่ ดร.จิล ไบเดน สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งคนใหม่ เชิญมาอ่านบทกวีที่มีประโยคทองว่า ประชาธิปไตยไม่มีวันพ่ายแพ้อย่างถาวร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; หลังพิธีสาบานตน ไบเดนไปร่วมพิธีวางพวงมาลาที่สุสานทหารนิรนามในสุสานแห่งชาติอาร์ลิงตันที่เวอร์จิเนีย พร้อมกับโอบามา, บุช และคลินตัน หลังจากนั้นขบวนของเขาร่วมพาเหรดสั้นๆ สู่ทำเนียบขาวในช่วงบ่าย โดยไบเดนลงจากลีมูซีนที่ถนนเพนซิลเวเนียแล้วเดินระยะทางไม่กี่ร้อยเมตรเข้าสู่ทำเนียบขาว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่นั่น เขาลงนามคำสั่งฝ่ายบริหาร 15 ฉบับโดยไม่ยอมให้เสียเวลา เพื่อกำหนดแนวนโยบายใหม่และแก้ไขคำสั่งและนโยบายที่สร้างความขัดแย้งของทรัมป์ ซึ่งรวมถึงการออกคำสั่งบังคับให้ต้องสวมหน้ากากอนามัยในสถานที่ของรัฐบาลกลาง, ระงับการถอนตัวจากองค์การอนามัยโลก, กลับเข้าร่วมสนธิสัญญาโลกร้อนปารีส และยุติการห้ามเดินทางเข้าสหรัฐของประชาชนในประเทศมุสลิมบางประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ไบเดนเปิดเผยกับนักข่าวที่ห้องทำงานรูปไข่ด้วยว่า ทรัมป์ได้วาง &amp;quot;จดหมายที่ใจกว้างมากฉบับหนึ่ง&amp;quot; ถึงเขาที่โต๊ะทำงาน แต่เขาไม่เปิดเผยเนื้อหาภายใน อ้างว่าเป็นเรื่องส่วนตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านทรัมป์ ซึ่งไม่เคยยอมรับความพ่ายแพ้และกล่าวอย่างผิดๆว่าโดนโกงชัยชนะ อำลาจากทำเนียบขาวพร้อมกับนางเมลาเนียไม่กี่ชั่วโมงก่อนพิธี โดยขึ้นเฮลิคอปเตอร์มารีนวันไปยังฐานทัพอากาศแอนดรูว์สเพื่อใช้บริการเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันครั้งสุดท้ายไปยังรีสอร์ตของเขาในรัฐฟลอริดา ทรัมป์ประกาศที่ฐานทัพว่าเขาจะกลับมาอีกในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; บรรดาผู้นำประเทศทั่วโลกแสดงความยินดีกับไบเดนอย่างรวดเร็ว หลายชาติที่เป็นพันธมิตรกับสหรัฐแสดงความโล่งใจหลังจากต้องผจญกับ 4 ปีที่คาดเดาไม่ได้ในยุคของทรัมป์ที่เน้นวาระ &amp;quot;อเมริกาต้องมาก่อน&amp;quot; อัวร์ซูลา ฟ็อน แดร์ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป กล่าวว่า ยุโรปพร้อมแล้วสำหรับการเริ่มต้นใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีอังเกลา แมร์เคิล แห่งเยอรมนี, ประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส, นายกฯ บอริส จอห์นสัน แห่งอังกฤษ, สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2, สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส, นายกฯ จัสติน ทรูโด แห่งแคนาดา ซึ่งไบเดนจะคุยโทรศัพท์ด้วยเป็นคนแรกในวันศุกร์, นายกฯ เบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล, นายกฯ นเรนทรา โมดี แห่งอินเดีย, นายกฯ โยชิฮิเดะ ซูกะ ของญี่ปุ่น, ประธานาธิบดีมุน แจอิน ของเกาหลีใต้ และผู้นำของรัฐอ่าวอีกหลายประเทศ เป็นกลุ่มแรกๆ ที่แสดงความยินดีกับไบเดน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่ประธานาธิบดีฮัสซัน โรฮานี ของอิหร่าน แสดงความยินดีที่ &amp;quot;ทรราช&amp;quot; ทรัมป์พ้นจากตำแหน่ง และคาดหวังว่าไบเดนจะนำสหรัฐกลับคืนสู่กฎหมายและคำมั่นสัญญา ส่วนโฆษกรัฐบาลรัสเซียคาดหวังว่าสองประเทศจะมีความสัมพันธ์ที่ดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ส่งหนังสือแสดงความยินดีถึงนายโจเซฟ อาร์. ไบเดน จูเนียร์ ระบุตอนหนึ่งว่า ด้วยมิตรภาพอันแน่นแฟ้นระหว่างไทยกับสหรัฐอเมริกาที่มีมายาวนานกว่า 200 ปี และในฐานะประเทศหุ้นส่วนคู่สนธิสัญญาที่เก่าแก่ที่สุดของสหรัฐอเมริกาในภูมิภาคเอเชีย ไทยมีความภาคภูมิใจอย่างยิ่ง ในความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ของเรา ซึ่งพัฒนาผ่านร้อนผ่านหนาวมาด้วยกัน ความเป็นพันธมิตรที่ยาวนาน และความร่วมมือระหว่างกันที่ครอบคลุมหลากหลายมิติ สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับพวกเราทุกคนคือการหันหน้าเข้าหากันเพื่อร่วมมือ ผมมีความพร้อมอย่างยิ่งที่จะทำงานอย่างใกล้ชิดร่วมกับท่านและรัฐบาลของท่าน เพื่อเสริมสร้างพลวัตของความสัมพันธ์ที่ยาวนานระหว่างทั้งสองประเทศ และส่งเสริมความร่วมมืออย่างรอบด้าน ทั้งในระดับทวิภาคี ระดับภูมิภาค และระดับโลก ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในโอกาสนี้ ผมขอเรียนเชิญท่านและสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง เยือนกรุงเทพฯ โดยหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะมีโอกาสได้ต้อนรับท่านในอนาคตอันใกล้นี้.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90607</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประธานาธิบดีคนที่ 46, ผู้นำโลกแสดงความยินดี, สหรัฐอเมริกา, สาบานตนเป็นประธานาธิบดี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แก้ไขนโยบาย, โจ ไบเดน, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210121/image_big_600981dc865d2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90512</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/01/2021 00:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/01/2021 00:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;โจ ไบเดน&#039;สาบานตน ลั่นเป็นประธานาธิบดีของอเมริกันทุกคน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;โจ ไบเดน ทำพิธีสาบานตนเป็นประธานาธิบดีคนที่ 46 ของสหรัฐอย่างเป็นทางการเมื่อวันพุธ ประกาศลั่นสหรัฐอเมริกาเริ่มต้นวันใหม่ นี่คือวันแห่งประชาธิปไตยและวันแห่งความหวัง ให้คำมั่นจะเป็นประธานาธิบดีของชาวอเมริกันทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไบเดน ในวัย 78 ปี เป็นประธานาธิบดีที่อายุมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของสหรัฐและเป็นผู้นับถือศาสนาคริสต์นิกายคาทอลิกคนที่ 2 ที่ดำรงตำแหน่งนี้ ในพิธีสาบานตนที่จัดขึ้นอย่างเรียบง่ายที่ด้านหน้าอาคารรัฐสภาสหรัฐเมื่อวันพุธที่ 20 มกราคม 2564 สถานที่เดียวกับที่ผู้สนับสนุนอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ บุกก่อจลาจลเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน ไบเดนกล่าวคำสาบานตนต่อประธานศาลฎีกาจอห์น โรเบิร์ตส์ พร้อมวางมือข้างหนึ่งบนพระคัมภีร์ไบเบิลของครอบครัว ว่าเขาจะ &amp;quot;พิทักษ์รักษาและปกป้องรัฐธรรมนูญแห่งสหรัฐอเมริกา&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่กี่นาทีก่อนหน้านั้น คามาลา แฮร์ริส ได้กล่าวคำสาบานตนในตำแหน่งรองประธานาธิบดีสหรัฐ โดยเธอเป็นสตรีคนแรกที่รับตำแหน่งนี้ และเป็นรองประธานาธิบดีผิวสีเชื้อสายเอเชียคนแรกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พิธีสาบานตนครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้ข้อจำกัดของการแพร่ระบาดของโควิด-19 และการรักษาความปลอดภัยอย่างแน่นหนาโดยทหารจากกองกำลังเนชันแนลการ์ดมากกว่า 25,000 นาย ประชาชนทั่วไปไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมชมพิธี พื้นที่อุทยานเนชันแนลมอลล์ที่ปกติจะมีผู้คนเรือนแสนร่วมงานถูกแทนที่ด้วยธง 200,000 ผืน ส่วนแขกที่เข้าร่วมถูกจำกัดไว้เพียง 2,000 คน โดยอดีตรองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ เป็นตัวแทนจากรัฐบาลที่พ้นตำแหน่ง ขณะที่อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กลับฟลอริดาไปก่อนหน้านั้นแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นี่คือวันของอเมริกา นี่คือวันของประชาธิปไตย วันแห่งประวัติศาสตร์และความหวัง&amp;quot; ไบเดนกล่าวสุนทรพจน์ภายหลังสาบานตน ที่เขาประกาศว่า จะเป็นประธานาธิบดีสำหรับชาวอเมริกันทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงยามที่สหรัฐกำลังเผชิญกับวิกฤติไวรัสโคโรนาระบาดที่คร่าชีวิตผู้คนในสหรัฐแล้วมากกว่า 400,000 คน และความแตกแยกทางการเมืองอย่างร้าวลึกในประเทศ ไบเดนเตือนด้วยว่า เพื่อเอาชนะปัญหาท้าทายทั้งหลาย สหรัฐจำเป็นต้องมีสิ่งอื่นที่มากกว่าคำพูด สหรัฐต้องการสิ่งที่หายากยิ่งที่สุดในระบอบประชาธิปไตยนั่นก็คือความเป็นเอกภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไบเดนยังขอให้ทุกคนพร้อมใจกันสงบนิ่งไว้อาลัยแด่ชาวอเมริกันที่เสียชีวิตเพราะโควิด-19 และเตือนว่าสหรัฐอาจกำลังเข้าสู่ระยะการแพร่ระบาดที่อาจมีผู้คนล้มตายจำนวนมากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาให้คำมั่นด้วยว่า สหรัฐจะเอาชนะลัทธิคตินิยมสุดโต่งทางการเมือง พวกที่นิยมลัทธิคนขาวเป็นใหญ่ และการก่อการร้ายภายในประเทศ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90512</URL_LINK>
                <HASHTAG>คามาลา แฮร์ริส, ประธานาธิบดีคนที่ 46, พิธีสาบานตนรับตำแหน่ง, โจ ไบเดน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210121/image_big_60086c54992d7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83329</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/11/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ไบเดนจ่อถ่ายโอนอำนาจ ทรัมป์เดินสายปลุกม็อบสู้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;โจ ไบเดน&amp;quot; ว่าที่ประธานาธิบดีคนที่ 46 ของสหรัฐฯ เตรียมแผนถ่ายโอนอำนาจเพื่อลุยงานทันทีที่รับตำแหน่งต้นปีหน้า ขณะประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ไม่มีทีท่ายอมรับความพ่ายแพ้ เตรียมเดินสายจัดชุมนุมกดดันให้นับคะแนนใหม่ ผู้นำรัสเซียและจีนยังไม่แสดงความยินดีต่อไบเดน อ้างต้องรอผลคะแนนอย่างเป็นทางการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีตรองประธานาธิบดีโจ ไบเดน ซึ่งจะอายุครบ 78 ปีในวันที่ 20 พฤศจิกายนนี้ ประกาศชัยชนะเหนือประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ภายหลังรายงานผลการนับคะแนนของเครือข่ายสถานีโทรทัศน์รายใหญ่ๆ ของสหรัฐอเมริกาเผยว่า เขาได้จำนวนคณะผู้เลือกตั้งเกิน 270 คนที่ต้องการแล้ว หลังจากชนะในรัฐเพนซิลเวเนีย โดยเขาเรียกร้องความเป็นเอกภาพในชาติและว่าขณะนี้คือเวลาของการรักษาอเมริกา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของสำนักข่าวเอเอฟพีเมื่อวันจันทร์ที่ 9 พฤศจิกายนกล่าวว่า ในวันอาทิตย์ที่ผ่านมาไบเดนและนางคามาลา แฮร์ริส ว่าที่รองประธานาธิบดีของเขา ประกาศว่าพวกเขาจะรับฟังรายงานสรุปจากทีมที่ปรึกษาการถ่ายโอนอำนาจด้านโควิด-19 ที่เมืองวิลมิงตัน รัฐเดลาแวร์ บ้านของไบเดน แล้วจากนั้นไบเดนจะแถลงเกี่ยวกับไวรัสโคโรนาและการฟื้นฟูเศรษฐกิจ นอกจากนี้พวกเขายังได้เปิดเว็บไซต์ BuildBackBetter.com สำหรับการถ่ายโอนอำนาจ และเปิดบัญชีทวิตเตอร์ชื่อ @Transition46
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; อีกด้าน ทรัมป์ได้ออกรอบเล่นกอล์ฟในสนามของเขาที่รัฐเวอร์จิเนียซ้ำอีกเป็นวันที่ 2 และยังไม่มีท่าทีว่าจะยอมรับความพ่ายแพ้ เขาทวีตว่า &amp;quot;สื่อกระแสง่อยเป็นผู้ขานชื่อว่าใครจะเป็นประธานาธิบดีคนต่อไปของสหรัฐฯ ตั้งแต่เมื่อใด&amp;quot; ทรัมป์มีแผนจะยื่นคำร้องทางกฎหมายเพื่อขอให้นับคะแนนใหม่ในหลายรัฐสมรภูมิ ตามการเปิดเผยของรูดี จูเลียนี ทนายความของเขา ที่อ้างว่า &amp;quot;มีหลักฐานมากมาย&amp;quot; ว่ามีการทุจริตเลือกตั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; รายงานรอยเตอร์อ้างคำกล่าวของทิม เมอร์ทอ โฆษกคณะทำงานเลือกตั้งของทรัมป์ ที่ยืนยันเมื่อวันอาทิตย์ว่า ทรัมป์จะจัดการชุมนุมหลายครั้งเพื่อระดมเสียงสนับสนุนในการต่อสู้ทางกฎหมายเพื่อท้าทายผลเลือกตั้ง เขาไม่ได้บอกแน่ชัดว่าเมื่อใด นอกจากนี้พวกเขายังเปิดตัวทีมงานหลายทีมที่จะเดินหน้าฟ้องร้องให้มีการนับคะแนนใหม่ และจะหาทางสนับสนุนคำกล่าวอ้างเรื่องการทุจริตเลือกตั้งด้วยการสวมสิทธิ์คนตาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เจ้าหน้าที่เลือกตั้งในระดับรัฐกล่าวกันว่า ไม่พบความผิดปกติที่มีนัยสำคัญในการเลือกตั้งครั้งนี้&amp;nbsp; และฝ่ายของทรัมป์ก็ไม่เคยแสดงหลักฐานสนับสนุนคำกล่าวอ้างของพวกเขา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไบเดนได้คะแนนรวมทั่วประเทศมากกว่าทรัมป์เกิน 4.1 ล้านคะแนน และหากเขาชนะรัฐสมรภูมิที่เหลือทั้งแอริโซนาและจอร์เจียที่เขามีคะแนนนำอยู่ ก็จะได้คณะผู้เลือกตั้งรวมเป็น 306 คน เท่ากับที่ทรัมป์เคยได้เมื่อปี 2559 ครั้งที่เอาชนะนางฮิลลารี คลินตัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; จูเลียนี ทนายความของทรัมป์ กล่าวกับฟอกซ์นิวส์ว่า ทีมงานของทรัมป์จะยื่นฟ้องร้องที่รัฐเพนซิลเวเนียวันจันทร์เพื่อดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ &amp;quot;ฐานละเมิดสิทธิพลเมือง, จัดการเลือกตั้งอย่างไม่ยุติธรรม&amp;nbsp; และละเมิดกฎหมายของรัฐ&amp;quot; แล้วต่อไปก็จะยื่นฟ้องที่รัฐมิชิแกนหรือจอร์เจีย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ซีโมน แซนเดอร์ส ที่ปรึกษาอาวุโสของไบเดน กล่าวกับซีเอ็นเอ็นเมื่อวันอาทิตย์ว่า การฟ้องร้องต่อศาลของฝ่ายทรัมป์นั้นเป็น &amp;quot;กลยุทธ์ทางกฎหมายที่ไม่มีมูลความจริง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; แม้แต่อดีตประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู. บุช แห่งพรรครีพับลิกัน ยังระบุว่าผลลัพธ์นั้นชัดเจน และเขาได้โทรศัพท์ไปแสดงความยินดีต่อไบเดน &amp;quot;ผู้ได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดี&amp;quot; และนางแฮร์ริส บุชกล่าวในแถลงการณ์ว่า คนอเมริกันสามารถมั่นใจได้ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้มีความยุติธรรมโดยรากฐาน เราต้องร่วมมือกันเพื่อครอบครัวและเพื่อนบ้านของเรา และเพื่อประเทศชาติและอนาคตของประเทศนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ผู้นำของหลายประเทศต่างแสดงความยินดีต่อไบเดนตั้งแต่ช่วงสุดสัปดาห์ภายหลังการประกาศชัยชนะ ไม่ว่าจะเป็นชาติใหญ่ๆ ในซีกโลกตะวันตก ทั้งอังกฤษ, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, อิตาลี, สเปน และผู้นำชาติยุโรปอีกหลายชาติ ไปจนถึงซาอุดีอาระเบีย, ออสเตรเลีย, แคนาดา, อินเดีย, อินโดนีเซีย, อิสราเอล,&amp;nbsp; ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ แต่ยังขาดชาติมหาอำนาจคู่แข่งของสหรัฐฯ ทั้งจีนและรัสเซีย และผู้นำชาติที่สนิทสนมกับทรัมป์อย่างบราซิลและเม็กซิโก ส่วนสโลวีเนีย ประเทศบ้านเกิดของนางเมลาเนีย ทรัมป์ นายกรัฐมนตรียาเนซ ยานซา ที่แสดงความยินดีกับทรัมป์ตั้งแต่กลางสัปดาห์ที่แล้ว ยังไม่มีปฏิกิริยาต่อชัยชนะของไบเดน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อวันจันทร์ หวัง เหวินปิง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน แถลงข่าวที่กรุงปักกิ่งและถูกซักไซ้เกี่ยวกับผลการเลือกตั้งสหรัฐฯ เขาตอบว่าจีนสังเกตเห็นว่าไบเดนประกาศว่าเขาคือผู้ชนะการเลือกตั้ง แต่ความเข้าใจของจีนคือ ผลการเลือกตั้งจะถูกกำหนดตามกฎหมายและวิธีดำเนินการของสหรัฐฯ และจีนหวังว่ารัฐบาลสหรัฐฯ ชุดใหม่จะพบกับจีนครึ่งทาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนดมิตรี เปสคอฟ โฆษกของทำเนียบเครมลิน กล่าวว่า รัสเซียเห็นว่าเป็นเรื่องถูกต้องที่ควรรอผลคะแนนอย่างเป็นทางการก่อนจึงจะแสดงความยินดี ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน เคยกล่าวไว้หลายครั้งว่าเขาจะเคารพการเลือกของชาวอเมริกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อปี 2559 ที่ทรัมป์เอาชนะนางคลินตันได้ ประธานาธิบดีปูตินแสดงความยินดีกับทรัมป์ภายในเวลาราว 1 ชั่วโมง แต่เปสคอฟอ้างว่าการเลือกตั้งปีนี้ต่างออกไป เพราะประธานาธิบดีทรัมป์ได้ยื่นฟ้องต่อสู้ทางกฎหมาย กระนั้นรัสเซียพร้อมจะทำงานกับใครก็ตามที่ได้รับการประกาศว่าเป็นผู้ชนะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; รัสเซียถูกกล่าวหาว่าแทรกแซงการเลือกตั้งของสหรัฐฯ เมื่อปี 2559 เพื่อช่วยให้ทรัมป์เอาชนะนางคลินตัน ซึ่งผลสำรวจความเห็นก่อนเลือกตั้งเกือบทุกสำนักชี้ว่านางมีคะแนนนำทรัมป์ห่าง ด้วยความคาดหวังว่าทรัมป์จะดำเนินนโยบายที่อ่อนลงกับรัสเซีย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83329</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถ่ายโอนอำนาจ, นับคะแนนใหม่, ประธานาธิบดีคนที่ 46, ประธานาธิบดีสหรัฐ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เลือกตั้งสหรัฐ, โจ ไบเดน, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201109/image_big_5fa943987d5d0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
