<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>54970</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/01/2020 19:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/01/2020 19:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เฟซบุ๊กขอโทษแปลชื่อ &#039;สี จิ้นผิง&#039; เป็น &#039;รูทวาร&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เฟซบุ๊กขอโทษประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ที่ระบบแปลอัตโนมัติจากภาษาพม่า แปลชื่อผู้นำจีนเป็น &amp;quot;รูทวาร&amp;quot; ในเพจเฟซบุ๊กภาษาพม่า โดยอ้างว่าเป็นความผิดพลาดทางเทคนิค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันอาทิตย์ที่ 19 มกราคม กล่าวว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เดินทางเยือนเมียนมานาน 2 วัน เมื่อวันศุกร์และเสาร์ที่ผ่านมา และได้รับการประโคมข่าวในฐานะการเยือนอย่างเป็นทางการของผู้นำจีนครั้งแรกในรอบเกือบ 20 ปี โดยเมื่อวันเสาร์ สีและนางอองซาน ซูจี มนตรีแห่งรัฐ ได้ลงนามความตกลง 33 ฉบับ ที่รวมถึงโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ เขตเศรษฐกิจและท่าเรือน้ำลึกเจ๊าะผิ่ว มูลค่า 1,300 ล้านดอลลาร์ ที่รัฐยะไข่ และทั้ง 2 ฝ่ายยังลงนามหนังสือแสดงเจตจำนงสำหรับการพัฒนาเมืองใหม่ที่นครย่างกุ้ง และการศึกษาความเป็นไปได้ของเส้นทางรถไฟ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เฟซบุ๊กอย่างเป็นทางการของนางซูจีลงแถลงการณ์เกี่ยวกับการเยือนของประธานาธิบดีสีเป็นภาษาพม่า แต่กลับเกิดปัญหาน่าอายขึ้นเมื่อระบบแปลอัตโนมัติของเฟซบุ๊กแปลชื่อ &amp;quot;สี จิ้นผิง&amp;quot; จากภาษาพม่าเป็นภาษาอังกฤษว่า &amp;ldquo;Mr Shithole&amp;quot; (นายรูทวาร) ทุกคำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นายรูทวาร ประธานาธิบดีจีนเดินทางมาถึงเมื่อ 16.00 น.&amp;quot; คำแปลจากภาษาพม่าในโพสต์เฟซบุ๊กวันเสาร์ &amp;quot;ประธานาธิบดีจีน นายรูทวาร ลงนามสมุดเยี่ยมที่สภาผู้แทนราษฎร&amp;quot; ข้อความต่อมากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอยเตอร์กล่าวด้วยว่า พาดหัวข่าวของวารสารข่าวท้องถิ่น อิระวดี จากภาษาพม่าก็ถูกแปลเป็นภาษาอังกฤษว่า &amp;quot;งานเลี้ยงอาหารค่ำเพื่อเป็นเกียรติแด่ประธานาธิบดีรูทวาร&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านเฟซบุ๊กแถลงขออภัยและกล่าวโทษว่าเป็นความผิดพลาดทางเทคนิค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราได้แก้ไขปัญหาทางเทคนิคที่ทำให้เกิดการแปลผิดพลาดจากภาษาพม่าเป็นภาษาอังกฤษบนเฟซบุ๊ก กรณีนี้ไม่ควรเกิดขึ้น และเราได้ดำเนินการเพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่เกิดกรณีเช่นนี้อีก เราขอโทษอย่างจริงใจต่อความผิดพลาดที่เกิดขึ้น&amp;quot; โฆษกของเฟซบุ๊กกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำชี้แจงอ้างว่า เฟซบุ๊กไม่มีข้อมูลการแปลชื่อของสีจากภาษาพม่าเก็บไว้ในฐานข้อมูล&amp;nbsp; ซึ่งทำให้ระบบของเฟซบุ๊กใช้การคาดเดาและแทนที่ด้วยคำที่มีการออกเสียงคล้ายกัน บริษัทได้ทดสอบคำภาษาพม่าหลายคำที่มีความคล้ายกัน และคำอื่นๆ ที่ขึ้นต้นด้วย &amp;quot;xi&amp;quot; และ &amp;quot;shi&amp;quot; ในภาษาพม่า ซึ่งใช้ตัวอักษรเดียวกัน ต่างก็แปลออกมาเป็นคำว่า &amp;quot;รูทวาร&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54970</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายรูทวาร, ประธานาธิบดีจีน, ผิดพลาดทางเทคนิค, ภาษาพม่า, ระบบแปลภาษา, สี จิ้นผิง, เฟซบุ๊ก, เมียนมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200119/image_big_5e244ee959512.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52615</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/12/2019 20:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/12/2019 20:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แคร์รี แลม&#039; ใจชื้น ผู้นำจีนยืนยันยังหนุนหลัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนยังเชื่อมั่นในตัวแคร์รี แลม ผู้บริหารหญิงของฮ่องกง ที่เดินทางมาพบที่กรุงปักกิ่งเมื่อวันจันทร์ ประกาศชัดรัฐบาลปักกิ่งยังสนับสนุนอย่างแน่วแน่ให้แลมบริหารฮ่องกงต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แคร์รี แลม พบกับนายกฯ หลี่ เค่อเฉียง ที่มหาศาลาประชาชนเมื่อวันจันทร์&amp;nbsp; / Hong Kong Government / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขตปกครองพิเศษฮ่องกงเผชิญกับวิกฤติทางการเมืองมายาวนาน 6 เดือน จากการชุมนุมประท้วงต่อต้านรัฐบาลที่เกิดการปะทะรุนแรงหลายครั้ง เดือนที่ผ่านมาฝ่ายสนับสนุนรัฐบาลยังพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นอย่างราบคาบ และต้นเดือนนี้ ชาวฮ่องกงมากกว่า 800,000 คนออกมาเดินขบวนเรียกร้องประชาธิปไตย ซึ่งแสดงให้เห็นว่าประชาชนจำนวนมากยังสนับสนุนความเคลื่อนไหวนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ที่ 16 ธันวาคม 2562 แคร์รี แลม ผู้บริหารสูงสุดของเขตปกครองพิเศษฮ่องกงของจีนที่ตกเป็นเป้าหมายประท้วงขับไล่ด้วย ได้พบกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และนายกฯ หลี่ เค่อเฉียง โดยผู้นำทั้งสองยังคงยืนยันให้การหนุนหลังเธอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีสีกล่าวกับแลมระหว่างการพบกันที่มหาศาลาประชาชนว่า รัฐบาลกลางยอมรับถึงความกล้าหาญและความรับผิดชอบที่แลมได้แสดงให้เห็นในช่วงเวลาพิเศษเช่นนี้ในฮ่องกง &amp;quot;เราจะยังคงให้การสนับสนุนอย่างแน่วแน่ต่อท่าน ในการนำรัฐบาลเอสเออาร์ (เขตปกครองพิเศษ) บริหารต่อไปตามกฎหมาย&amp;quot; สีกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านแลมขอบคุณสีที่แสดงความห่วงใยสถานการณ์ของฮ่องกง และขอบคุณที่สีชี้แนะแนวทาง และเชื่อมั่นและสนับสนุนรัฐบาลฮ่องกงและตัวเธอในการรับมือกับวิกฤติครั้งใหญ่เช่นนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้าพบสี แลมได้พบกับนายกฯ หลี่ ซึ่งยอมรับว่ารัฐบาลของแลมพยายามอย่างเต็มความสามารถแล้ว เพื่อรักษาเสถียรภาพในสังคม ท่ามกลางสถานการณ์ที่ซับซ้อนและรุนแรงอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน ขณะเดียวกัน หลี่ก็เรียกร้องให้รัฐบาลของแลมเร่งทำการศึกษาความขัดแย้งที่ฝังรากลึกและปัญหาที่เป็นอุปสรรคต่อพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคมของฮ่องกง เพื่อฟื้นฟูความสงบในฮ่องกง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ฮ่องกงยังไม่หลุดพ้นสถานการณ์เลวร้าย รัฐบาลเอสเออาร์ต้องทำงานหนักต่อไป ยุติความรุนแรงและเอาชนะความโกลาหลวุ่นวายด้วยกฎหมาย และพื้นฟูความสงบเรียบร้อย&amp;quot; หลี่กล่าวกับแลม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แลมแถลงข่าวที่กรุงปักกิ่งหลังจากนั้นว่า สถานการณ์ในฮ่องกงปีนี้ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทำให้เธอต้องใช้เวลาชี้แจงต่อผู้นำปักกิ่งมากขึ้น แต่เธอรู้สึกได้รับกำลังใจจากการที่ประธานาธิบดีสีเข้าใจถึงแรงกดดันที่เธอได้รับในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา และการยอมรับถึงความรับผิดชอบและความกล้าหาญที่เธอแสดงให้เห็น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52615</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีน, ประธานาธิบดีจีน, ผู้บริหารฮ่องกง, สี จิ้นผิง, หลี่ เค่อเฉียง, ฮ่องกง, แคร์รี แลม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191216/image_big_5df78b1b71546.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39061</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/06/2019 21:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/06/2019 21:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สี จิ้นผิง&#039; พบ &#039;คิม จองอึน&#039; ก่อนเจอ &#039;ทรัมป์&#039; สัปดาห์หน้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เริ่มการเยือนเกาหลีเหนือนาน 2 วันเมื่อวันพฤหัสบดี &amp;quot;คิม จองอึน&amp;quot; นำคณะรอต้อนรับที่สนามบิน นักวิเคราะห์ชี้กำหนดพบคิมครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เผยอาจเป็นเบี้ยต่อรองก่อนหน้าผู้นำจีนจะพบประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ญี่ปุ่นสัปดาห์หน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประชาชนดูภาพข่าวการพบกันระหว่างประธานาธิบดีสี จิ้นผิง กับคิม จองอึน ในจอทีวีที่สถานีรถไฟกรุงโซลของเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของรอยเตอร์เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2562 กล่าวว่า ประธานาธิบดีสีเป็นผู้นำจีนคนแรกในรอบ 14 ปีที่เดินทางเยือนเกาหลีเหนือ ในขณะที่คิมเคยเดินทางเยือนจีนมาแล้ว 4 ครั้งนับแต่ปีที่แล้ว การมาเยือนของสีครั้งนี้เกิดขึ้นก่อนหน้าการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มจี 20 ที่เมืองโอซากาของญี่ปุ่น ที่สีและทรัมป์จะประชุมกันนอกรอบเพื่อหารือข้อพิพาททางการค้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โทรทัศน์ของทางการจีนรายงานว่า ประธานคิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของเปียงยาง และรี ซอลจู ภริยาของเขา มารอให้การต้อนรับสีถึงสนามบิน พร้อมกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงหลายคนของเกาหลีเหนือที่มีบทบาทสำคัญในการเจรจาด้านนิวเคลียร์กับสหรัฐ รวมถึงคิม โยจอง น้องสาวของเขาด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นขบวนรถเปิดประทุนของสีเคลื่อนผ่านถนนในกรุงเปียงยาง โดยสองข้างทางมีฝูงชนต้อนรับอย่างอบอุ่น ระหว่างเส้นทางไปยังวังสุริยะคึมซูซัน ซึ่งเป็นอนุสาวรีย์บรรจุร่างของคิม อิลซุง ผู้ก่อตั้งประเทศเกาหลีเหนือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของสื่อจีนกล่าวด้วยว่า ในวันแรก สีและคิมจะประชุมหารือกัน จากนั้นเป็นงานเลี้ยงต้อนรับ และชมการแสดงกายกรรมหมู่ กำหนดการอื่นนั้นคาดว่าสีจะไปแสดงความเคารพอนุสรณ์สถานหอคอยมิตรภาพ ที่สร้างขึ้นเพื่อรำลึกทหารจีนที่ร่วมสู้รบกับเกาหลีเหนือระหว่างสงครามเกาหลีปี 2493-2496&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จีนเป็นมหาอำนาจเพียงชาติเดียวที่เป็นพันธมิตรของเกาหลีเหนือ การมาเยือนของผู้นำจีนในครั้งนี้เกิดในช่วงยามที่คาบสมุทรเกาหลีกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง เมื่อสหรัฐพยายามชักจูงให้เกาหลีเหนือล้มเลิกอาวุธนิวเคลียร์ นักการทูตกล่าวกันว่า การเยือนของสียังเป็นการยืนยันอำนาจคัดง้างสำคัญที่จีนมีอยู่ในความสัมพันธ์กับสหรัฐที่กำลังแย่ลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลี่ จงหลิน ผู้เชี่ยวชาญด้านเกาหลีเหนือจากมหาวิทยาลัยเหยียนเปียนของจีน กล่าวว่า ช่วงเวลาการมาเยือนของสีครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ จีนอาจหวังแสดงบทบาทเกลี้ยกล่อมเกาหลีเหนือและสหรัฐรื้อฟื้นการเจรจานิวเคลียร์อีกครั้ง หลังจากซัมมิตระหว่างทรัมป์กับคิมที่กรุงฮานอยล้มเหลวเมื่อต้นปี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39061</URL_LINK>
                <HASHTAG>คิม จองอึน, ประธานาธิบดีจีน, สี จิ้นผิง, เยือนเกาหลีเหนือ, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190620/image_big_5d0b8e0d55236.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27523</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/01/2019 21:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/01/2019 21:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จอร์จ โซรอส&#039; ซัด &#039;สี จิ้นผิง&#039; ศัตรูอันตรายต่อโลกเสรี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;พ่อมดการเงินชาวอเมริกัน &amp;quot;จอร์จ โซรอส&amp;quot; แสดงปาฐกถาโจมตีประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนว่าเป็น &amp;quot;ศัตรูอันตรายที่สุด&amp;quot; ของสังคมเสรี จากการเป็นผู้นำรัฐบาลที่เฝ้าสอดแนมคนผ่านอุปกรณ์ไฮเทค รัฐบาลจีนโต้ถ้อยแถลงไร้สาระกลับผิดเป็นถูกไม่ควรค่าต่อการปฏิเสธด้วยซ้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จอร์จ โซรอส นักลงทุนและมหาเศรษฐีใจบุญ กล่าวปาฐกถานอกรอบเวทีเวิลด์อีโคโนมิกฟอรัม ที่เมืองดาวอส เมื่อวันที่ 24 ม.ค. 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักลงทุนอภิมหาเศรษฐีที่เคยโจมตีค่าเงินบาทของไทยในช่วงวิกฤติต้มยำกุ้งแสดงปาฐกถาต่อผู้ฟังในงานเลี้ยงอาหารค่ำนอกรอบการประชุมเศรษฐกิจเวิลด์อีโคโนมิกฟอรัม ที่เมืองดาวอสของสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 24 มกราคม 2561 เนื้อหาหลักของปาฐกถาประจำปีนี้ของเขาเป็นการโจมตีประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จีนไม่เพียงเป็นระบอบเผด็จการอำนาจนิยมเพียงชาติเดียวในโลกเท่านั้น แต่ยังเป็นระบอบที่มั่งคั่งที่สุด, แข็งแกร่งที่สุด และมีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่สุดด้วย&amp;quot; นักลงทุนชาวอเมริกันเชื้อสายฮังการีกล่าวถึงรัฐบาลจีนภายใต้การนำของสี ซึ่งในเวลาเดียวกันเขายังแสดงความกังวลเกี่ยวกับรัสเซียภายใต้การนำของประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สิ่งนี้ทำให้สี จิ้นผิง เป็นศัตรูอันตรายที่สุดของสังคมเปิด&amp;quot; เอเอฟพีรายงานคำกล่าวของโซรอส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โซรอสยังได้เตือนถึงอันตรายถึงตายที่สังคมเปิดกำลังเผชิญจากการที่เครื่องมือควบคุมการเรียนรู้ของเครื่องจักรกลและปัญญาประดิษฐ์จะตกไปอยู่ในมือของระบอบที่กดขี่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของจีน ทั้งแซดทีอี และหัวเว่ย ที่กำลังก่อความวิตกแก่รัฐบาลโลกตะวันตกซึ่งกำลังก้าวเข้าสู่เครือข่ายไร้สายเจเนอเรชันที่ 5 หรือ 5จี โซรอสได้กล่าวถึงบริษัททั้ง 2 แห่งของจีนนี้ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ควรปราบปรามแซดทีอีและหัวเว่ยอย่างหนัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หากบริษัทเหล่านี้ครองตลาด 5จี ได้ พวกเขาจะกลายเป็นความเสี่ยงต่อความปลอดภัยที่ไม่อาจยอมรับได้ของประเทศอื่นในโลก&amp;quot; โซรอสกล่าวปาฐกถา ซึ่งมีการทำสำเนาเป็นภาษาจีนด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ เขายังกล่าวถึงระบบล้ำสมัยที่สร้างในยุคของสี ซึ่งรวมถึงระบบการจดจำใบหน้าที่จีนใช้เฝ้าตรวจพลเมืองของตน ผ่านระบบอัลกอริธึมที่คำนวณว่าบุคคลใดเป็นภัยคุกคามต่อรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ระบบเครดิตสังคม ซึ่งหากปฏิบัติการได้จริง จะทำให้สีควบคุมประชาชนได้อย่างเบ็ดเสร็จ&amp;quot; เขากล่าว และว่า เพราะสีเป็นศัตรูอันตรายที่สุดของสังคมเปิด จึงต้องฝากความหวังไว้กับชาวจีน โดยเฉพาะประชาคมธุรกิจและชนชั้นนำทางการเมืองที่เต็มใจธำรงประเพณีของขงจื้อ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กรุงปักกิ่งในวันศุกร์ หัว ชุนอิง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน กล่าวว่า โซรอสสับสนระหว่างสิ่งถูกกับสิ่งผิดในถ้อยแถลงที่ไร้ความหมายของเขา ซึ่งไม่ควรค่าต่อการหักล้าง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27523</URL_LINK>
                <HASHTAG>จอร์จ โซรอส, ประธานาธิบดีจีน, พ่อมดการเงิน, ศัตรูอันตราย, สังคมเปิด, สังคมเสรี, สี จิ้นผิง, โลกเสรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190125/image_big_5c4b164ae8614.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
