<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>97936</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/03/2021 20:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/03/2021 20:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดัดหลังปธน. ผู้บัญชาการทหารบราซิล3เหล่าทัพพร้อมใจลาออก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีชาอีร์ โบลโซนาโร เผชิญวิกฤติทางการเมืองครั้งใหญ่ภายหลังปรับคณะรัฐมนตรีวุ่นวาย รวมถึงรัฐมนตรีกลาโหม จนทำให้ผู้บัญชาการกองทัพบก, ทัพเรือ และทัพอากาศ พร้อมใจกันลาออกเมื่อวันอังคาร ในขณะที่สถานการณ์โควิด-19 ยังหนัก ยอดตายรายวันสูงสุดเป็นสถิติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงกลาโหมบราซิลแถลงเมื่อวันอังคารที่ 30 มีนาคมว่า ผู้บัญชาการ 3 เหล่าทัพของบราซิล ได้แก่ พลเอกเอ็ดสัน ปูจอล ผู้บัญชาการทหารบก, พลเรือเอกอิลเกส บาร์โบซา ผู้บัญชาการทหารเรือ และ พลอากาศเอกอันโตนิโอ คาร์ลอส เบอร์โมเจส ผู้บัญชาการทหารอากาศ ลาออกจากตำแหน่งเมื่อวันอังคารตามเวลาท้องถิ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เชื่อกันว่าเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์บราซิลที่ผู้บัญชาการ 3 เหล่าทัพพร้อมใจกันลาออกเนื่องจากความไม่ลงรอยกับประธานาธิบดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านทำเนียบประธานาธิบดีบราซิลแถลงว่า ประธานาธิบดีชาอีร์ โบลโซนาโร จะแต่งตั้งผู้บัญชาการใหม่ของทหารทั้ง 3 เหล่าทัพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สื่อบางแห่งของบราซิลวิเคราะห์ว่า สาเหตุที่ผู้บัญชการทหาร 3 เหล่าทัพลาออกพร้อมกัน เนื่องจากไม่พอใจที่โบโซนาโรปลด พล.อ.เฟอร์นันโด อาเซเวโด รัฐมนตรีกลาโหมออกจากตำแหน่ง เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โบลโซนาโรประกาศปรับคณะรัฐมนตรีครั้งใหญ่ โดยเปลี่ยนรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ, กระทรวงกลาโหม และกระทรวงยุติธรรม นอกจากนี้ยังเปลี่ยนหัวหน้าเจ้าหน้าที่ทำเนียบประธานาธิบดี, อัยการสูงสุด และเลขาธิการคณะรัฐมนตรี และสัปดาห์ที่แล้ว เขาแต่งตั้งรัฐมนตรีสาธารณสุขคนที่ 4 ในรัฐบาลของเขา เพื่อรับมือการระบาดของไวรัสโคโรนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลของโบลโซนาโรพยายามอย่างยิ่งที่จะควบคุมการเสียชีวิตจากผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้นมาก ขณะนี้บราซิลมีผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อไวรัสนี้มากกว่า 317,000 คน ผู้เสียชีวิตในรอบ 24 ชั่วโมงเมื่อวันอังคาร เป็นสถิติสูงสุดอยู่ที่ 3,780 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โบลโซนาโรต้องการลงเลือกตั้งประธานาธิบดีอีกสมัยในเดือนตุลาคมปีหน้า แต่ความนิยมของเขาตกต่ำอย่างมากจากการรับมือกับการระบาดของโควิด-19 ที่ย่ำแย่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97936</URL_LINK>
                <HASHTAG>บราซิล, ประธานาธิบดีชาอีร์ โบลโซนาโร, ปรับคณะรัฐมนตรี, ผบ.สามเหล่าทัพลาออก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210331/image_big_606474bfec825.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69529</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/06/2020 00:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/06/2020 00:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลบราซิลสั่งปธน.สวมหน้ากากอนามัย ส่วนนายกฯ บัลแกเรียโดนปรับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีชาอีร์ โบลโซนาโร ของบราซิลโดนศาลสั่งให้สวมหน้ากากอนามัยตามกฎเมื่ออยู่ในที่สาธารณะภายในเมืองหลวงและเขตเฟเดอรัลดิสตริกต์ ส่วนนายกรัฐมนตรีบอยโค บอริซอฟ ของบัลแกเรีย โดนปรับเงินฐานไม่สวมหน้ากากอนามัยขณะไปเยือนอารามเมื่อวันอังคาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ประธานาธิบดีชาอีร์ โบลโซนาโร พบปะผู้สนับสนุนเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีขวาจัดของบราซิลผู้นี้เคยเปรียบเทียบโรคโควิด-19 ว่าเป็นเพียงไข้หวัดใหญ่เล็กๆ น้อยๆ และคัดค้านการใช้มาตรการล็อกดาวน์ปิดธุรกิจกักกันโรคประชาชนที่บ้าน โดยอ้างว่าสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจมากกว่าความสูญเสียจากโรคนี้ ปัจจุบันบราซิลมีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่มากกว่า 1.1 ล้านราย และเสียชีวิตเกิน 50,000 ราย รุนแรงเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โบลโซนาโรมักปรากฏตัวในที่สาธารณะและพบปะกับผู้สนับสนุนเขาโดยไม่สวมหน้ากากอนามัย และในการเข้าร่วมการชุมนุมครั้งหนึ่ง เขาถูกบันทึกภาพว่าไอโดยไม่ปิดปาก และอีกครั้งเขาจามใส่มือตนเองแล้วต่อจากนั้นก็จับมือหญิงสูงวัยคนหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานบีบีซีและเอเอฟพีกล่าวว่า ผู้ว่าการรัฐอีบาเนียส โรชา ของเฟเดอรัลดิสตริกต์ที่รวมถึงกรุงบราซิเลีย เคยออกกฎข้อบังคับให้ทุกคนต้องสวมหน้ากากอนามัยหรือปิดปากปิดจมูกเมื่ออยู่ในที่สาธารณะทุกแห่ง โดยเริ่มมีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 30 เมษายน ต่อมาวันที่ 11 พฤษภาคม กฎนี้ได้เพิ่มเติมการลงโทษปรับผู้ที่ฝ่าฝืนเป็นเงิน 2,000 เรียล หรือราว 12,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำตัดสินของผู้พิพากษาเรนาโต โบเรลลี เมื่อวันจันทร์ระบุว่า ประธานาธิบดีโบลโซนาโรก็ไม่ได้รับข้อยกเว้น และเขากับเจ้าหน้าที่รัฐทุกคนที่ไม่ปฏิบัติตามกฎต้องโดนลงโทษปรับเงิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพจากเฟซบุ๊กของนายกฯ บอลโค บอริซอฟ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกด้านหนึ่ง ที่บัลแกเรีย นายกรัฐมนตรีบอยโค บอริซอฟ โดนกระทรวงสาธารณสุขสั่งปรับเป็นเงิน 300 เลฟ หรือราว 5,360 บาทเมื่อวันอังคาร หลังจากภาพข่าวทีวีและภาพที่บอริซอฟเผยแพร่ทางเฟซบุ๊กฟ้องชัดว่า เขาเยือนอารามริลาในภาคตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศโดยไม่สวมหน้ากากอนามัย ซึ่งผิดกฎกระทรวงสาธารณสุขที่บังคับให้ทุกคนต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในที่สาธารณะที่เป็นสถานที่ปิดทุกแห่ง ผู้ติดตามและนักข่าวที่ไม่สวมหน้ากากก็โดนปรับเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากละเมิดกฎการสวมหน้ากาก พรรค GERB ของบอริซอฟ และพรรคสังคมนิยมบัลแกเรียที่เป็นฝ่ายค้านหลัก ต่างก็โดนปรับพรรคละ 3,000 เลฟ ฐานละเมิดคำสั่งห้ามชุมนุมเนื่องจากจัดการประชุมพรรคเมื่อสุดสัปดาห์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บัลแกเรียเป็นชาติยุโรปที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 น้อยมาก แต่ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาหลังจากรัฐบาลยกเลิกมาตรการเว้นระยะห่างและการบังคับสวมหน้ากาก จำนวนผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตก็เพิ่มมากขึ้น ถึงวันอังคารประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) ที่มีสมาชิก 7 ล้านคนแห่งนี้ มีผู้ติดเชื้อ 3,984 ราย เสียชีวิต 207 ราย ขณะที่ 2 สัปดาห์ก่อนหน้านี้ที่มีผู้ติดเชื้อ 2,889 ราย และเสียชีวิต 167 ราย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69529</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกรัฐมนตรีบอยโค บอริซอฟ, บราซิล, บัลแกเรีย, ประธานาธิบดีชาอีร์ โบลโซนาโร, หน้ากากอนามัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200624/image_big_5ef23686df3cd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65045</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/05/2020 19:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/05/2020 19:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บราซิลติดไวรัสเกิน100,000คน ปธน.ปลุกม็อบต้านล็อกดาวน์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีชาอีร์ โบลโซนาโร ขึ้นเวทีปราศรัยต่อต้านมาตรการควบคุมการแพร่เชื้อโควิด-19 ของหลายรัฐ ระบุการล็อกดาวน์บังคับคนอยู่บ้านทำลายเศรษฐกิจของประเทศ ขณะยอดติดเชื้อในบราซิลเกิน 100,000 คนแล้ว เสียชีวิตมากกว่า 7,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีชาอีร์ โบลโซนาโร ร่วมชุมนุมประท้วงต่อต้านสภาคองเกรสและศาลสูงสุด ด้านนอกทำเนียบประธานาธิบดีเมื่อวันอาทิตย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การทำลายการจ้างงานของผู้ว่าการรัฐบางคนเป็นเรื่องที่ไม่รับผิดชอบและยอมรับไม่ได้ พวกเราจะต้องชดใช้ราคาแพงในอนาคต&amp;quot; เอเอฟพีอ้างคำกล่าวของผู้นำขวาจัดของบราซิล ที่ปราศรัยที่ด้านนอกทำเนียบประธานาธิบดีในกรุงบราซิเลีย โดยมีการถ่ายทอดสดทางเฟซบุ๊กด้วยเมื่อวันอาทิตย์ที่ 3 พฤษภาคม 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โบลโซนาโรขัดแย้งกับผู้ว่าการรัฐต่างๆ หลายครั้ง โดยเขายืนกรานว่ามาตรการควบคุมอย่างเข้มงวดที่ผู้ว่าการรัฐเหล่านั้นบังคับใช้เป็นปฏิกิริยารุนแรงเกินเหตุและกำลังทำร้ายเศรษฐกิจของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขบราซิลวันเดียวกันนั้น มีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่ยืนยันแล้ว 101,147 ราย เพิ่มขึ้น 4,588 รายจากวันก่อน และมีผู้เสียชีวิตเพิ่มใน 24 ชั่วโมงถึง 275 คน ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตรวมเป็น 7,025 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้เชี่ยวชาญหลายคนเชื่อว่า จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในบราซิลสูงกว่าตัวเลขของทางการ 12-15 เท่า เนื่องจากการตรวจเชื้อที่ไม่ทั่วถึงในประเทศที่มีประชากรถึง 210 ล้านคนแห่งนี้ ทำให้มีผู้ติดเชื้อจำนวนมากที่ไม่ได้รับการตรวจยืนยัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การชุมนุมประท้วงที่กรุงบราซิเลียครั้งนี้มีผู้สนับสนุนโบลโซนาโรมาฟังปราศรัยมากกว่าการชุมนุมหลายครั้งในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้ประท้วงหลายคนชูป้ายข้อความต่อต้านผู้ที่วิจารณ์เขา เช่น โรดริโก มายา ประธานสภาผู้แทนราษฎร และแซร์จีโอ โมโร อดีตรัฐมนตรียุติธรรมที่ลาออกเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว หลายคนเรียกร้องให้กองทัพเข้าแทรกแซง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ประชาชนอยู่ข้างเรา และกองทัพก็อยู่ข้างเดียวกับกฎหมาย, กฎระเบียบ, เสรีภาพ และประชาธิปไตย&amp;quot; โบลโซนาโรกล่าวปลุกผู้สนับสนุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนังสือพิมพ์เอสตาดู เด เซาเปาลู ซึ่งเป็นหนึ่งในสื่อสิ่งพิมพ์ฉบับใหญ่ที่สุดของบราซิล รายงานในเว็บไซต์ของพวกเขาว่า ช่างภาพคนหนึ่งและคนขับรถโดนกลุ่มผู้ประท้วงผลักและเตะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้เชี่ยวชาญคาดคะเนกันว่า การแพร่ระบาดในประเทศใหญ่สุดของภูมิภาคลาตินอเมริกาแห่งนี้จะรุนแรงกว่าปัจจุบันมาก โดยเชื่อว่าสถานการณ์จะยังไม่ถึงจุดสูงสุดอีกหลายสัปดาห์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สัปดาห์ที่แล้ว นครรีโอเดจาเนโรประกาศขยายคำสั่งให้ประชาชนอยู่ในเคหสถานต่อไปจนถึงวันที่ 11 พฤษภาคม โดยไม่นำพาเสียงเรียกร้องของโบลโซนาที่ต้องการให้รัฐบาลท้องถิ่นอนุญาตให้ประชาชนกลับเข้าทำงานได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65045</URL_LINK>
                <HASHTAG>ต้านล็อกดาวน์, บราซิล, ประธานาธิบดีชาอีร์ โบลโซนาโร, โควิด-19, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200504/image_big_5eb00dfd8c627.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63706</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/04/2020 13:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/04/2020 13:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอางี้เลย ผู้นำบราซิลร่วมชุมนุมประท้วงล็อกดาวน์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;แบบนี้ก็มีด้วย ประธานาธิบดีชาอีร์ โบลโซนาโร แห่งบราซิล เข้าร่วมการชุมนุมประท้วงของประชาชนหลายร้อยคนที่ด้านนอกกองบัญชาการทหารในกรุงบราซิเลียเมื่อวันอาทิตย์ เพื่อต่อต้านคำสั่งบังคับประชาชนอยู่บ้านป้องกันการแพร่โควิด-19 ที่ออกโดยผู้ว่าการของหลายรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีชาอีร์ โบลโซนาโร ปราศรัยบนรถกระบะขณะร่วมการชุมนุมประท้วงมาตรการกักกันโรคและเว้นระยะห่างทางสังคม ที่กรุงบราซิเลีย เมื่อวันอาทิตย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันจันทร์ที่ 20 เมษายน 2563 กล่าวว่า ชาวบราซิลประมาณ 600 คนมาชุมนุมที่ด้านนอกกองบัญชาการทหารเมื่อวันอาทิตย์ เพื่อเรียกร้องให้กองทัพเข้าแทรกแซงการจัดการกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาในประเทศ และต้องการให้ปิดรัฐสภา บางคนชูป้ายข้อความประกาศว่า &amp;quot;การแทรกแซงทางทหารกับโบลโซนาโร&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โบลโซนาโรขึ้นรถกระบะเข้าร่วมการขบวนของผู้ประท้วงด้วย โดยเขาประกาศต่อฝูงชนว่า &amp;quot;ผมมาที่นี่เพราะผมเชื่อในตัวพวกคุณ และพวกคุณมากที่นี่ก็เพราะคุณเชื่อในบราซิล&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีขวาจัดซึ่งเป็นอดีตทหารยศร้อยเอกของกองทัพบก มักวิจารณ์มาตรการกักกันโรคบางส่วนที่ผู้ว่าการหลายรัฐประกาศใช้เพื่อควบคุมการระบาดของโควิด-19 ซึ่งรวมถึงในรัฐที่มีประชากรมากที่สุดของบราซิล เช่น เซาเปาลูและรีโอเดจาเนโร ที่เมื่อวันศุกร์เพิ่งประกาศขยายเวลามาตรการกักกันโรคออกไปอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันศุกร์ที่แล้ว โบลโซนาโรเพิ่งปลดรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ลูอิซ เอนริเก มันเดตตา ผู้สนับสนุนการใช้มาตรการล็อกดาวน์และเว้นระยะห่างทางสังคมตามแนวทางขององค์การอนามัยโลก แต่โบลโซนาโรโต้แย้งว่าเป็นมาตรการที่สร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจและก่อความเสี่ยงต่อสุขภาพของประชาชนในระยะยาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเทศลาตินอเมริกาที่มีประชากรมากกว่า 200 ล้านคนแห่งนี้ มีจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 มากที่สุดในภูมิภาค ถึงวันอาทิตย์มีผู้ติดเชื้อสะสมเกิน 38,600 ราย และเสียชีวิตแล้วมากกว่า 2,460 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระหว่างการปราศรัยกับผู้ประท้วงเมื่อวันอาทิตย์ โบลโซนาโรซึ่งพูดไปด้วยไอไปด้วยตลอด ไม่ได้ตอบสนองต่อเสียงเรียกร้องให้กองทัพแทรกแซงทางทหาร หรือกล่าวถึงการปิดสภาคองเกรส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พวกคุณต้องต่อสู้เพื่อประเทศของคุณ แล้วไว้วางใจให้ประธานาธิบดีทำสิ่งที่จำเป็น เพื่อที่เราจะสามารถรับประกันประชาธิปไตย และสิ่งที่เรารักมากที่สุด นั่นคือเสรีภาพของเรา&amp;quot; เขากล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63706</URL_LINK>
                <HASHTAG>บราซิล, ประท้วงล็อกดาวน์, ประธานาธิบดีชาอีร์ โบลโซนาโร, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200420/image_big_5e9d45f3a62b6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44053</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/08/2019 17:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/08/2019 17:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้นำบราซิลเปิดศึกเอ็นจีโอ กล่าวหาจุดไฟป่าแอมะซอน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีชาอีร์ โบลโซนาโร แห่งบราซิล เปิดศึกกับกลุ่มอนุรักษ์ ระบุเอ็นจีโอจุดไฟป่าเพื่อเรียกร้องความสนใจ ขณะภาพไฟป่าแอมะซอนแพร่สะพัดทางโซเชียลมีเดีย ซึ่งรวมถึงภาพเก่าและภาพไฟป่าในประเทศอื่น จุดกระแสห่วงใยทั่วโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพถ่ายจากดาวเทียมอะควาของนาซาวันที่ 21 สิงหาคม 2562&amp;nbsp; เผยกลุ่มควันจากไฟป่าหลายจุดในรัฐอามาโซนัส, ปารา, มาตูโกรสซู และรอนโดเนียของบราซิล / NASA Earth Observatory / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 22 สิงหาคม 2562 ว่าคำกล่าวหาของประธานาธิบดีบราซิลเมื่อวันพุธ มีออกมาในช่วงเวลาเดียวกับที่ภาพเหตุการณ์ไฟป่าที่เผาผลาญป่าดิบชื้นขนาดใหญ่ที่สุดในโลกซึ่งอยู่ตอนเหนือของบราซิลแห่งนี้กลายเป็นกระแสไวรัลทางโซเชียลมีเดีย แฮชแท็ก #PrayforAmazonas ขึ้นแฮชแท็กยอดนิยมของโลกเมื่อวันพุธ โดยมีการทวีตมากกว่า 249,000 ครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี การตรวจสอบของเอเอฟพีพบว่า ภาพไฟป่าที่แอมะซอนบางภาพนั้นเป็นภาพเก่าย้อนไปถึงปี พ.ศ. 2532 หรือแม้แต่เป็นภาพไฟป่าในประเทศอื่นๆ เช่น สหรัฐ และอินเดีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ไม่สำคัญว่าเราจะประสบความสำเร็จแค่ไหน ถ้าโลกตาย พวกเราก็ตายหมด&amp;quot; ผู้ใช้ทวิตเตอร์รายหนึ่งโพสต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลจากสถาบันวิจัยอวกาศแห่งชาติ (ไอเอ็นพีอี) หน่วยงานที่มีหน้าที่เฝ้าติดตามการเผาทำลายป่าเพื่อหักร้างถางพง เปิดเผยว่า ช่วง 8 เดือนแรกของปีนี้ เกิดไฟป่าในบราซิลเกือบ 73,000 ครั้ง ซึ่งเป็นจำนวนมากที่สุดในรอบ 6 ปี ไฟป่าส่วนใหญ่เกิดในป่าแอมะซอน ในขณะที่ข้อมูลของปี 2561 ชี้ว่าตลอดทั้งปีนั้นเกิดไฟป่าทั้งหมด 39,759 ครั้ง ภายหลังการเปิดเผยตัวเลขนี้ ผู้บริหารของไอเอ็นพีอีก็โดนประธานาธิบดีโบลโซนาโรสั่งปลด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้ขณะนี้จะยังไม่สามารถระบุได้แน่ชัดถึงพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากไฟป่า แต่ช่วงหลายวันที่ผ่านมา หลายเมืองของบราซิล ซึ่งรวมถึงนครเซาเปาลู มีกลุ่มควันหนาทึบปกคลุม และทำให้เที่ยวบินพาณิชย์ต้องเปลี่ยนเส้นทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไฟป่ามีแนวโน้มรุนแรงขึ้นในช่วงหน้าแล้ง ซึ่งปกติจะสิ้นสุดช่วงปลายเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนพฤศจิกายน เนื่องจากการเปิดพื้นที่เพื่อทำเกษตรหรือทุ่งปศุสัตว์ แต่กองทุนสัตว์ป่าโลก (ดับเบิลยูดับเบิลยูเอฟ) กล่าวว่า ไฟป่าที่เพิ่มจำนวนอย่างมากมายในปีนี้เป็นผลจากการตัดไม้ทำลายป่าแอมะซอน ซึ่งถูกมองว่าเป็นผืนป่าสำคัญในการควบคุมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทว่า ประธานาธิบดีโบลโซนาโรตอบโต้ว่า สาเหตุของไฟป่าในบราซิลขณะนี้อาจเป็นฝีมือการก่ออาชญากรรมโดยพวกเอ็นจีโอ ที่ต้องการเรียกร้องความสนใจเพื่อต่อต้านตัวเขาและรัฐบาลบราซิลที่ตัดงบประมาณสนับสนุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นี่คือสงครามที่เรากำลังเผชิญอยู่&amp;quot; เขากล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันพุธ &amp;quot;ไฟป่าถูกจุดขึ้นในพื้นที่ยุทธศาสตร์ สิ่งบ่งชี้ทั้งหมดบอกว่า พวกนั้นไปที่นั่นเพื่อถ่ายทำและจุดไฟป่า&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44053</URL_LINK>
                <HASHTAG>บราซิล, ประธานาธิบดีชาอีร์ โบลโซนาโร, ผู้นำบราซิล, เอ็นจีโอ, แอมะซอน, ไฟป่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190822/image_big_5d5e6ab44eb9e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
