<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>66623</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/05/2020 15:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/05/2020 14:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทรัมป์&#039;นำสหรัฐฉีกสนธิสัญญาเปิดน่านฟ้า โทษรัสเซียละเมิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ยกเลิกเป็นว่าเล่น ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศนำสหรัฐถอนตัวจากสนธิสัญญาเปิดน่านฟ้าที่อนุญาตให้เที่ยวบินตรวจการณ์ทางทหารที่ไม่ติดอาวุธบินสำรวจสมาชิก 35 ชาติได้ โดยโทษรัสเซียละเมิดข้อตกลง เผยเป็นข้อตกลงควบคุมอาวุธฉบับที่ 3 ที่ทรัมป์ฉีกทิ้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีและรอยเตอร์เมื่อวันศุกร์ที่ 22 พฤษภาคมกล่าวว่า ประธานาธิบดีสหรัฐประกาศเมื่อวันพฤหัสบดีว่ารัฐบาลของเขาจะแจ้งต่อชาติสมาชิกที่ลงนามในสนธิสัญญาฉบับนี้ภายในวันศุกร์ ว่าสหรัฐจะถอนตัวจากภาคีสนธิสัญญาอายุเก่าแก่ 18 ปีฉบับนี้อย่างเป็นทางการในอีก 6 เดือนข้างหน้า โดยทรัมป์กล่าวโทษรัสเซียว่าละเมิดเงื่อนไขซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่รัฐบาลของเขาอาจเปลี่ยนใจหากรัสเซียกลับมาปฏิบัติตามสนธิสัญญานี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมคิดว่าเรามีความสัมพันธ์ที่ดีมากกับรัสเซีย แต่รัสเซียไม่ทำตามสนธิสัญญา ฉะนั้นจนกว่ารัสเซียจะทำตามสนธิ เราจะถอนตัว&amp;quot; ทรัมป์กล่าวกับนักข่าวที่ทำเนียบขาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านรัฐบาลรัสเซียกล่าวเตือนว่า การถอนตัวของสหรัฐจะเป็นผลเสียต่อความมั่นคงของยุโรปและทำร้ายผลประโยชน์ของชาติพันธมิตรสหรัฐเอง สำนักข่าวอาร์ไอเอของทางการรัสเซียอ้างคำกล่าวของอเล็กซานเดอร์ กรุชโก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศด้วยว่า รัสเซียไม่ได้ละเมิดสนธิสัญญา และไม่มีอะไรขัดขวางการเจรจาต่อรองประเด็นปัญหาทางเทคนิค ที่สหรัฐใช้คำเรียกว่าการละเมิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความตกลงฉบับนี้ริเริ่มโดยประธานาธิบดีดไวต์ ไอเซนฮาวร์ ของสหรัฐ เมื่อปี 2498 โดยลงนามเมื่อปี 2535 และเริ่มมีผลบังคับใช้ในปี 2545 ปัจจุบันมี 35 ประเทศที่ลงนามแล้ว แต่คีร์กีสถานยังไม่ได้ให้สัตยาบัน วัตถุประสงค์ของสนธิสัญญานี้คือให้ชาติสมาชิกสามารถบินตรวจการณ์ เก็บรวบรวมข้อมูลและถ่ายภาพที่ตั้งและกิจกรรมทางทหารของสมาชิกชาติอื่นได้ เพื่อสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ ด้วยแนวคิดที่ว่า ยิ่งกองทัพคู่แข่งรู้เกี่ยวกับอีกฝ่ายมากเท่าไหร่ โอกาสที่จะเกิดความขัดแย้งก็น้อยลงเท่านั้น&amp;nbsp; แต่ขณะเดียวกัน เที่ยวบินเหล่านี้ก็ถูกใช้เพื่อสำรวจจุดอ่อนของอีกฝ่ายได้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐกล่าวกันว่า รัสเซียละเมิดเงื่อนไขมานานหลายปีแล้ว เช่นการไม่อนุญาตให้สหรัฐบินเหนือชายแดนรัสเซีย-จอร์เจีย และแคว้นคาลินินกราด ดินแดนแทรกริมทะเลบอลติกของรัสเซีย ที่เพนตากอนเชื่อว่ารัสเซียวางกำลังอาวุธนิวเคลียร์พิสัยกลางไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นิวยอร์กไทม์รายงานว่า ทรัมป์ยังไม่พอใจที่รัสเซียบินสำรวจเหนือรีสอร์ตสนามกอล์ฟของเขาในเมืองเบดมินสเตอร์ รัฐนิวเจอร์ซีย์ เมื่อ 3 ปีก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สนธิสัญญาเปิดน่านฟ้าจะเป็นความตกลงควบคุมอาวุธฉบับที่ 3 ที่ทรัมป์นำสหรัฐถอนตัวนับแต่เขาขึ้นเป็นประธานาธิบดีสหรัฐเมื่อเดือนมกราคม 2560 โดยฉบับแรกคือความตกลงนิวเคลียร์อิหร่านปี 2558 และอีกฉบับคือสนธิสัญญาอาวุธนิวเคลียร์พิสัยกลางปี 2531 ที่ทำไว้กับรัสเซีย ทั้งสองกรณีทรัมป์กล่าวโทษอีกว่าละเมิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท่าทีของทรัมป์ยังก่อคำถามด้วยว่า เขาจะต่ออายุข้อตกลงควบคุมนิวเคลียร์ นิวสตาร์ท ที่จะหมดอายุในเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้าหรือไม่ ข้อตกลงที่สหรัฐทำไว้กับรัสเซียฉบับนี้มีไว้เพื่อจำกัดจำนวนหัวรบนิวเคลียร์ทางยุทธศาสตร์ของทั้งสองประเทศไม่ให้เกิน 1,550 ลูก โดยทรัมป์พยายามถึงจีนเข้าร่วมด้วย แต่จีนซึ่งมีหัวรบนิวเคลียร์ราว 300 ลูก ยืนกรานปฏิเสธ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66623</URL_LINK>
                <HASHTAG>นำสหรัฐถอนตัว, ประธานาธิบดีทรัมป์, รัสเซีย, สนธิสัญญาเปิดน่านฟ้า, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200522/image_big_5ec7853f67763.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56502</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/02/2020 20:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/02/2020 20:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.ว.รีพับลิกันอุ้ม &#039;ทรัมป์&#039; รอดถอดถอนตามคาด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ รอดพ้นจากการถอดถอนตามคาด ส.ว.รีพับลิกันเสียงข้างมากลงมติให้ทรัมป์พ้นข้อกล่าวหาทั้งหมดเมื่อวันพุธ ขณะมิตต์ รอมนีย์ สร้างประวัติศาสตร์เป็น ส.ว.คนแรกที่ลงมติถอดถอนประธานาธิบดีจากพรรคตนเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ประท้วงชูป้ายประณาม ส.ว.รีพับลิกัน ที่ด้านหน้าอาคารรัฐสภาสหรัฐเมื่อค่ำวันพุธ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์วัย 73 ปีเป็นประธานาธิบดีคนที่ 3 ของสหรัฐที่โดนสภาคองเกรสไต่สวนข้อกล่าวหาเพื่อถอดถอน และเขาก็สามารถรอดพ้นการถอดถอนได้เหมือนกับประธานาธิบดี 2 คนก่อนหน้าเขาจากพรรคเดโมแครตทั้งคู่ คือ ประธานาธิบดีแอนดรูว์ จอห์นสัน ปี 2411 และประธานาธิบดีบิล คลินตัน ปี 2542&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การลงมติของสมาชิกวุฒิสภาเมื่อวันพุธที่ 5 กุมภาพันธ์ 2563 แยกเป็น 2 ข้อกล่าวหา โดยการถอดถอนต้องใช้มติ 2 ใน 3 ของสมาชิก 100 ที่นั่งในสภาสูง ซึ่งในทางปฏิบัติไปได้ยากเนื่องจาก ส.ว.รีพับลิกันครองเสียงข้างมาก และเกือบทุกคนลงมติตามแนวทางของพรรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อกล่าวหาแรกเรื่องการใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ จากกรณีที่ทรัมป์เรียกร้องให้รัฐบาลยูเครนของประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี สอบสวนอดีตรองประธานาธิบดีโจ ไบเดน ตัวเก็งที่จะเป็นคู่แข่งของเขาในการเลือกตั้งประธานาธิบดีวันที่ 3 พฤศจิกายนปีนี้ ส.ว.ลงมติด้วยคะแนน 52 ต่อ 48 ให้ทรัมป์พ้นข้อกล่าวหา โดยที่ ส.ว.มิตต์ รอมนีย์ รัฐบุรุษของพรรครีพับลิกันที่ยึดแนวทางสายกลาง ลงมติสวนพรรค ส่วนเดโมแครตไม่มีโหวตสวนแม้แต่รายเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น ส.ว.ลงมติข้อกล่าวหาที่ 2 ด้วยคะแนน 53 ต่อ 47 ว่าทรัมป์พ้นผิดจากข้อกล่าวหาขัดขวางกระบวนการสอบสวนของสภาคองเกรส จากการขัดขวางการให้การของพยานและการมอบเอกสารให้สภาผู้แทนราษฎร ข้อกล่าวหานี้รอมนีย์ลงมติว่าทรัมป์ไม่ผิด ขณะที่เดโมแครตทั้งหมดโหวตว่าทรัมป์ผิดตามข้อกล่าวหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การลงมติแต่ละข้อกล่าวหานั้น ส.ว.แต่ละคนจะขานมติจากที่นั่งของตนไล่ทีละคน โดยมีผู้พิพากษาจอห์น โรเบิร์ตส์ ประธานศาลฎีกา ทำหน้าที่ประธานที่ประชุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลคะแนนที่ออกมาแม้จะเป็นไปตามความคาดหมาย แต่ถือเป็นชัยชนะครั้งสำคัญของทรัมป์ ที่กำลังหาเสียงเลือกตั้งสมัยที่ 2 อีก 4 ปี และคาดว่าจะเป็นตัวแทนพรรครีพับลิกันโดยปราศจากคู่ต่อกรเมื่อถึงการประชุมพรรคระดับประเทศเพื่อเสนอชื่อในเดือนสิงหาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แบรด พาร์สเคล ผู้จัดการหาเสียงของทรัมป์ กล่าวว่า ประธานาธิบดีทรัมป์พ้นผิดอย่างสิ้นเชิง และตอนนี้ถึงเวลากลับมาทำงานของประชาชนชาวอเมริกันแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การไต่สวนเพื่อถอดถอนทรัมป์ในสภาสูงเริ่มอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 16 มกราคม โดย ส.ว.มิตช์ รอมนีย์ ผู้นำ ส.ว.เสียงข้างมาก และสมาชิกรีพับลิกันคนอื่นๆ ใช้เสียงข้างมากปฏิเสธการเรียกพยานหรือนำหลักฐานใหม่มาเสนอ รวมถึงความพยายามครั้งสุดท้ายของเดโมแครตเมื่อวันศุกร์ที่แล้ว ที่ต้องการให้วุฒิสภาเรียกพยานหลายปาก รวมถึงจอห์น โบลตัน อดีตที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติที่ขัดแย้งกับทรัมป์จนโดนปลด เข้าให้การ แต่สภาลงมติ 51 ต่อ 49 คัดค้าน โดยมี ส.ว.รีพับลิกัน 2 คนลงมติเห็นด้วยกับเดโมแครต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พรรคเดโมแครตกล่าวถึงการไต่สวนของสภาสูงว่าเป็นการเล่นตลกและปกปิดความผิด ในขณะที่ทรัมป์โจมตีเดโมแครตว่าพยายามก่อรัฐประหารและล้มล้างผลการเลือกตั้งปี 2559 ที่เขาเป็นฝ่ายชนะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ไม่ต้องสงสัยเลยว่าประธานาธิบดีจะโอ้อวดว่าเขาพ้นจากความผิดโดยสิ้นเชิง แต่พวกเรารู้ดีกว่าว่านี่ไม่ใช่การไต่สวน ไม่ว่าจะด้วยคำนิยามใดๆ&amp;quot; ส.ว.ชัค ชูเมอร์ แกนนำในพรรคเดโมแครตกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คะแนนนิยมในตัวทรัมป์ยังค่อนข้างคงเส้นคงวาตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ฐานเสียงฝ่ายอนุรักษนิยมยังคงหนุนหลังเขาอย่างเหนียวแน่น โดยเฉพาะกลุ่มชายผิวขาว, คนชนบท, ชาวคริสต์อีวานเจลิคัล และกลุ่มคาทอลิกหัวอนุรักษ์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56502</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถอดถอน, ประธานาธิบดีทรัมป์, รีพับลิกัน, วุฒิสภาสหรัฐ, ส.ว.สหรัฐ, เดโมแครต, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200206/image_big_5e3c16a1c6961.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41352</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/07/2019 08:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/07/2019 08:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพจดังวิเคราะห์ปรากฏการณ์ที่สหรัฐ&#039;อาตี๋&#039;ฟ้องฝรั่งไม่เป็นประชาธิปไตย ใครเสียประโยชน์?</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19ก.ค.62-เฟซบุ๊กแฟนเพจ &amp;quot;ปราชญ์ สามสี&amp;quot; ที่สนับสนุนรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โพสต์ข้อความ หัวข้อ &amp;quot;ปรากฏการณ์ที่สหรัฐ อาตี๋ฟ้องฝรั่งไม่เป็นประชาธิปไตย ใครเสียประโยชน์?&amp;quot; จากกรณีที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เดินทางไปยุโรปและสหรัฐอเมริกา กล่าวโจมตีประเทศไทยว่าไม่เป็นประชาธิปไตย มีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ช่วงสองสามวันที่ ผ่านมา มีกระแสมากมาย เกี่ยวกับ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจซึ่งกำลังเดินทางไปยังหลายๆประเทศทั้งในยุโรปและในอเมริกา ซึ่งพยายามเสียเหลือเกินที่จะทำให้รัฐบาลไทย ถูกตราหน้าว่าไม่เป็นประชาธิปไตย หรือเป็นเผด็จการทางทหารหัวรุนแรง อีกทั้งพยายาม ยกหางพรรคของตนเรื่องน่าที่ ในสภา ของอนาคตใหม่ ที่กำลังต้านการทำงานของรัฐบาลไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หนึ่งในประโยคที่เกิดขึ้น ในวันนั้นคือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ธนาธรให้สัมภาษณ์ว่า... ประเทศไทยตอนนี้อยู่ในระบบประชาธิปไตยจอมปลอม และต้องการให้อเมริกาเข้ามาช่วยทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศประชาธิปไตยอีกครั้ง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้ว่าจะเป็นเพียงคำพูดในลักษณะการ notice (แจ้งเพื่อให้ทราบ) ก็ตาม ....แต่ประโยคนี้ อ่านแล้วแปลได้ &amp;ldquo;ชัดเจน&amp;rdquo; ถึงเจตนาการ &amp;ldquo;หาพวก&amp;rdquo; โดย ยกเอาเรื่องความ &amp;ldquo;ไม่เป็นประชาธิปไตย&amp;rdquo; มาเป็นประเด็น เพื่อให้รัฐบาลสหรัฐออกมากดดันรัฐบาลไทย แต่เราไม่รู้หรอกว่าสหรัฐมีท่าทีอย่างไรก็กับ &amp;ldquo;ประเทศไทย&amp;rdquo; จริงๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ก็ดูเหมือน เรื่องนี้ จะน่าสนใจ เมื่อ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ไป พบกับผู้สื่อข่าว Voice of America โดยมีคำถามที่น่าสนใจหลายคำถาม เช่นกัน โดยระบุสอบถามว่าเข้าพบใครบ้าง ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ธนาธรกล่าวว่า &amp;quot;ปฏิบัติภารกิจก็ได้พบกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงต่างประเทศของสหรัฐอเมริกา คณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนโยบายต่างประเทศของรัฐสภาล่างและสภาบนขณะที่ภารกิจที่นิวยอร์กตนได้เจอกับมูลนิธิเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนซึ่งสนใจสถานการณ์การเมืองและสถานการณ์การละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย&amp;rdquo; โดยยกตัวอย่าง องค์กรที่เข้าพบคือ clooney foundation for justice&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ธนาธรกล่าวว่า &amp;ldquo;อย่างไรก็ตาม เรายังไม่มีโอกาสได้พูดคุยกับทางฝั่งรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งหากมีโอกาสได้พูดคุยเราจะเข้าใจท่าทีของชาวสหรัฐอเมริกาทันทีว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ จะมีท่าทีอย่างไรต่อสิทธิมนุษยชนในเอเชียหรือทั่วโลก และควรจะผลักดันอะไรต่อไป&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อ่าว อาตี๋ โง่ ฆ่าตัวตายกลางสื่อ ...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และเป็นที่ชัดเจนว่า ยังไม่ได้มีโอกาสใดๆ &amp;ldquo;เข้าพบผู้นำชาติใดๆ&amp;rdquo; เพราะไม่รู้ไปในฐานะใดๆ.. แล้วยังไปกดดันเขา?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด สหรัฐอเมริกา แต่งตั้งทูตคนใหม่ และ ส่งหนังสือ แสดงความยินดีกับการเป็นนายกรัฐมนตรี และรัฐบาลชุดใหม่ของประเทศไทย นั้นแปลว่า .... สหรัฐฯ ยอมรับตัวตนของการเป็นรัฐบาลไทยที่ได้มาจากการเลือกตั้งครั้งนี้อย่างแน่นอน
งานนี้ ถือว่าโดน ฉีกหน้า ดังแควกกกกกกก!!!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วิเคราะห์กันดูนะครับว่า ทำไม สหรัฐฯถึงรับรองผลการเลือกตั้งครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. มีหรือว่า สหรัฐจะไม่สนับสนุนธนาธร? ไม่มีทางหรอก เพราะ สหรัฐมองถึงผลประโยชน์ของชาติเป็นหลัก ยังไงๆ สหรัฐย่อมแทงกั๊กไว้บ้างอยู่แล้ว ...เพียงแต่ ธนาธร &amp;ldquo;ตื้นเขิน&amp;rdquo; เกินไปกว่าที่จะทำให้สหรัฐจะทิ้งไพ่เด็ดได้ในเร็วๆนี้ ...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. อย่าคิดว่าสหรัฐจับมือแค่ประเทศที่เป็นประชาธิปไตยเท่านั้น ประเทศ ซาอุดิอารเบีย คิวบา เพื่อเศรษฐกิจของตัวเอง หรือ ย้อนไปถึงจีนสมัยสงครามเวียดนาม ก็เคยมีการจับมือกันมาแล้ว เพื่อขอให้รบกับเวียดนามแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. มันเป็นเรื่องของผลประโยชน์ ระหว่างคนทั่วโลก ...นโยบายของอนาคตใหม่ไม่เป็นที่ถูกใจของ สหรัฐอเมริกาโดยเฉพาะการสร้างภาพลักษณะให้ฝ่ายโลกเสรี &amp;ldquo;ดูโง่&amp;rdquo;&amp;hellip; และเป็นภัยต่อบ้านเมืองที่เป็นกลาง เวลาไปไหน ก็โดนยี้ ... แม้จะใส่ดาวแดงเรียกหาประชาธิปไตย แต่มักมีโลโก้คนเคยเป็น cia หนุนหลังทั้งนั้น แบบนี้เขาเรียกว่าไม่เนียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. สหรัฐกำลังประสบปัญหาเรื่อง เพื่อนบ้านไม่ค่อยคบ ... ส่งผลให้ ค้าขายไม่ค่อยออก ... ไทยน่ารัก ใครไปใครมา มีข้าวให้กินแถมช่วยซื้อหมูฝรั่งลดราคา ... ช่วยเศรษฐกิจมะกัน คิดเอาละกัน มันเหมือนซื้อประกันชีวิต ใช้กันเป็นสิบๆปี ... ถ้ามะกันทำร้ายประเทศไทยคราวหน้า หมูไม่กิน รถถังไม่ซื้อ .... หันไป Made in China มะกันก็หนาวนะครับ... ถ้าธนาธรจะลงถนนไล่รัฐบาลประชารัฐ... เศรษฐกิจจะตกลงฮวบฮาบ ใครจะซื้อหมูมะกันล่ะทีนี้ ธนาธรขึ้นเป็นรัฐบาล ใครจะซื้อปืนมะกัน?ในเมื่อทหารก็จะถูกปลดกันหมด!?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.ประเทศไทยเหมือน &amp;ldquo;บ่อทอง&amp;rdquo; จากหลายปัจจัยไม่ใช่แค่เรื่องการเงินค้าขาย แต่ทั้งจุดยุทธศาสตร์ความมั่นคง และคมนาคม รวมไปถึงสังคมไทยที่เปิดรับอเมริกันอยู่แล้ว หากปล่อยให้ประเทศไทยมีความสัมพันธ์ที่แย่ลง ก็จะโดน พี่จีน ญี่ปุ่น รัสเซีย และ ยุโรป จีบเข้าพวกอยู่ดี (ข้าวไทยอร่อย ใครๆก็ชอบ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. ส้มหวานไม่ได้จีบสหรัฐฝ่ายเดียว....แต่จีบฝ่ายยุโรป ฝ่ายซ้ายอีกด้วย หากส้มหวานหรือฝ่ายแดง ขึ้นเป็นรัฐบาล การดีลในภูมิภาคนี้ๆก็โดนแย่งชิ้นปลามันไปอีก ลองนึกๆ ดูนะ หาก ส้มหวานเป็นรัฐบาล ...ถิ่นฐานของไทย จะมีสถานะ นายกับบ่าว กับประเทศใด ? สรุปแล้วโดน ยุโรป ตัดหน้าไปกินอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7. เศรษฐกิจโลกห่วยแตกไม่แปลกใดๆเพราะความขัดแย้งระหว่างมหาอำนาจมีผลสูง อย่างกรณี หัวเหว่ยกับ รัฐบาลสหรัฐ...ส่วนคนไทย กินข้าวสวยใช้มือถือหัวเหว่ยดูเน็ตฟริ๊กอยู่บนภูดูหมากัดกัน....
ดังนั้นท่าทีของสหรัฐที่กระทำเวลานี้ก็แค่มองถึงการเอาตัวรอดของประเทศตัวเองเป็นหลัก ไม่ได้ สนหลักประชาธิปไตยอะไรหรอก .... ดังนั้นการที่สหรัฐเดินออกจากรัฐบาลไทย ภายใต้การนำของท่านประยุทธ นั้น คนเสียประโยชน์ คือ สหรัฐอเมริกาเสียเองนั้นแล.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41352</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนาธร จึงรุงเรืองกิจ, ประชาธิปไตยจอมปลอม, ประธานาธิบดีทรัมป์, ปราชญ์ สามสี, อาตี๋ฟ้องฝรั่ง, ไทยเหมือนบ่อทอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190716/image_big_5d2d6fed55956.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29783</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/02/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/02/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ภาวะฉุกเฉินแห่งชาติกับการขยายอำนาจเบ็ดเสร็จของประธานาธิบดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังพรรครีพับลิกันกับเดโมแครตบรรลุข้อตกลงอนุมัติงบประมาณ 1.375 พันล้านดอลลาร์เพื่อสร้างกำแพงกั้นพรมแดนเม็กซิโก แต่ประธานาธิบดีทรัมป์บ่นว่าไม่พอใจเท่าไหร่นัก ไม่กี่วันต่อมาทรัมป์ประกาศยอมรับข้อตกลงของ 2 พรรค พร้อมกับประกาศภาวะฉุกเฉินแห่งชาติ (national emergency) เพื่อให้ได้งบสร้างกำแพงเพิ่มเติมอีก 8 พันล้านดอลลาร์ จากเดิมที่ขอไว้ 5.7 พันล้านดอลลาร์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวว่า &amp;ldquo;เรากำลังเผชิญหน้าวิกฤติความมั่นคงแห่งชาติที่พรมแดนตอนใต้ของเรา&amp;rdquo; การรุกรานจากยาเสพติด แก๊งอาชญากรและคน (ผู้อพยพต่างชาติ)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรื่องนี้ต้องตีความแยก 3 เรื่อง เรื่องแรกคือทรัมป์ยอมรับข้อตกลงที่ได้จาก 2 พรรค แต่ไม่ยอมแพ้การสร้างกำแพงตามที่ต้องการ ที่ร้ายแรงคือการใช้อำนาจภาวะฉุกเฉิน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พวกพรรคเดโมแครตระบุทันทีว่าผิดกฎหมาย ในขณะที่ฝ่ายรีพับลิกันบางคนเห็นด้วยกับการใช้อำนาจพิเศษนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผลโพลล่าสุดของ HuffPost/YouGov ชี้ว่าคนอเมริกันร้อยละ 55 ไม่เห็นด้วยกับการประกาศภาวะฉุกเฉิน ร้อยละ 37 เห็นด้วย ผลโพลนี้ให้คะแนนใกล้เคียงกับผลโพลอื่นๆ นั่นคือ คนส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการสร้างกำแพง ในขณะที่ร้อยละ 40 เห็นด้วย โพลนี้คะแนนผู้สนับสนุนลดลงเล็กน้อย แต่โดยรวมแล้วพวกที่สนับสนุนส่วนใหญ่ยังคงสนับสนุนต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ความหมายของการประกาศภาวะฉุกเฉินแห่งชาติ :&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การประกาศภาวะฉุกเฉินของประธานาธิบดีทรัมป์ตีความได้อย่างน้อย 2 นัย ข้อแรกคือทรัมป์ยืนยันการสร้างกำแพงตามต้องการ โดยไม่สนใจความคิดเห็นของฝ่ายนิติบัญญัติ อีกข้อคือต้องการเพิ่มขยายอำนาจของประธานาธิบดี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในประวัติศาสตร์การประกาศภาวะฉุกเฉินแห่งชาติ (national emergency) ใช้ในยามเกิดศึกสงคราม เช่น สงครามโลก สงครามเกาหลี รัฐบาลประกาศใช้ภาวะฉุกเฉินแห่งชาติเพื่อของบกลาโหมเพิ่มขึ้น 4 เท่าตัวจากปกติ การประกาศเมื่อปี 1933 เพื่อสู้กับ Great Depression ปี 1977 จากวิกฤติน้ำมัน สถานทูตสหรัฐในอิหร่านถูกผู้ก่อการร้ายยึดเมื่อปี 1979&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การประกาศภาวะฉุกเฉินที่ผ่านมามี 3 ลักษณะที่เกิดขึ้น คือ เป็นภัยที่กระทบต่อทุกคนในชาติ หรือคนจำนวนมากอย่างร้ายแรง มีความเร่งด่วน และเมื่อประกาศภาวะฉุกเฉินทุกคนจะได้รับผลจากคำประกาศ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยกฎหมายแล้วประธานาธิบดีสามารถประกาศภาวะฉุกเฉิน ในขณะที่รัฐสภากับศาลสูงสุด (Supreme Court) สามารถยับยั้งคำประกาศของฝ่ายบริหาร โดยเฉพาะศาลสูงสุดมักมีบทบาทในเรื่องนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังสงครามเวียดนามกับคดีวอเตอร์เกต (Watergate) จากเหตุประธานาธิบดีใช้อำนาจพิเศษอย่างผิดๆ รัฐสภาให้ความสำคัญกับดูแลการใช้อำนาจพิเศษของฝ่ายบริหารมากขึ้น ป้องกันไม่ได้เกิด &amp;ldquo;imperial presidency&amp;rdquo; อันหมายถึงประธานาธิบดีที่ใช้อำนาจเกินขอบเขตรัฐธรรมนูญ แต่การใช้อำนาจพิเศษยังคงมีเรื่อยมาในแทบทุกรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;การใช้อำนาจพิเศษ :&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป้าหมายการให้อำนาจพิเศษของประธานาธิบดี คือ เพื่อตอบสนองภัยคุกคามระดับประเทศที่ต้องอาศัยความรวดเร็วสูงสุด ลดความสูญเสียให้มากที่สุด จึงข้ามขั้นตอนตามระเบียบแบบแผน เช่น ไม่ต้องรอให้สภาประชุมก่อน (การประชุมสภาต้องนัดหมายและรอครบองค์ประชุม) ไม่ต้องรอศาลพิจารณาไต่สวนซึ่งอาจเป็นเหตุให้ประเทศชาติเสียหายหนักจากความล่าช้า เช่น เมื่อเกิดศึกสงคราม ผู้ก่อการร้ายโจมตีอเมริกาในเหตุ 9/11 เกิดภัยพิบัติร้ายแรง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในทางปฏิบัติก่อนประกาศภาวะฉุกเฉินแห่งชาติ ประธานาธิบดีจะหารือแกนนำพรรคการเมือง ประธานศาลเพื่อขอคำแนะนำและเห็นชอบเป็นการส่วนตัวหรือในวงประชุมเล็กๆ ดังนั้น แม้ไม่ถูกต้องครบขั้นตอนตามแบบแผน ผู้นำฝ่ายบริหารได้หารือกับผู้นำฝ่ายนิติบัญญัติและศาลแล้ว ทุกฝ่ายเห็นพ้องต้องกันให้ประธานาธิบดีใช้อำนาจพิเศษนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในกรณีการสร้างกำแพง การใช้อำนาจภาวะฉุกเฉินคือการโยกย้ายใช้งบประมาณโดยไม่ผ่านการรับรองจากรัฐสภา พูดให้ชัดคือประธานาธิบดีกำลังใช้อำนาจเบ็ดเสร็จ ทำสิ่งที่ตนเห็นชอบ โดยไม่สนใจว่าฝ่ายนิติบัญญัติจะคิดเห็นอย่างไร ประเด็นสำคัญไม่อยู่ที่จำนวนเงินหรือการสร้างกำแพง แต่อยู่ที่การใช้อำนาจโดยมิชอบ มีข้อสงสัยว่าประเด็นที่ถกกันอยู่เป็นภัยร้ายแรงระดับชาติหรือไม่ มีความเร่งด่วนจริงหรือไม่ การสร้างกำแพงช่วยแก้ปัญหาได้หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ทรัมป์อ้างว่าทำได้ พยายามชี้ว่าการเข้าเมืองผิดกฎหมายเป็นเรื่องร้ายแรงกระทบต่อความมั่นคงแห่งชาติ ต้องรีบเร่งจัดการโดยด่วน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ทรัมป์ตั้งธงแต่แรกแล้วหรือไม่ว่าต้องการประกาศภาวะฉุกเฉิน :&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประเด็นน่าคิดคือประธานาธิบดีทรัมป์รู้อยู่แล้วว่าฝ่ายเดโมแครตจะไม่ยอมให้สร้างกำแพง เพราะเป็นจุดยืนที่เดโมแครตประกาศไว้นานแล้ว ยิ่งยามนี้ที่เดโมแครตกลับมาเป็นฝ่ายเสียงข้างมากในสภาผู้แทน (หลังชนะเลือกตั้งกลางเทอม) ยิ่งไร้เหตุผลหากจะยอมให้ทรัมป์สร้างกำแพง ดังนั้น ข้อเสนออนุมัติงบ 1.375 พันล้านดอลลาร์น่าจะเป็นทางออกที่ดี ที่ทั้ง 2 พรรคเห็นพ้องต้องกัน แต่ทรัมป์ไม่ยอมหยุดตรงนี้ กลับเลือกที่จะเพิ่มความขัดแย้งด้วยการประกาศภาวะฉุกเฉินที่ครั้งหนึ่งทรัมป์บอกว่าไม่เห็นด้วยเหมือนกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นไปได้ว่าลึกๆ แล้วเป้าหมายที่ทรัมป์ต้องการคือ &amp;quot;ทดลอง&amp;quot; ขยับขยายอำนาจประธานาธิบดี &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่สุดแล้วทรัมป์จะสามารถใช้อำนาจพิเศษในภาวะฉุกเฉินแห่งชาติได้หรือไม่ เป็นเรื่องน่าติดตาม เพราะหากทำได้เท่ากับผู้นำฝ่ายบริหารกำลังใช้อำนาจอธิปไตยตามลำพัง (แม้ไม่สมบูรณ์) นับจากนี้ประธานาธิบดีจะทำได้อีกหลายอย่างด้วยการอ้างว่า &amp;ldquo;เพื่อความมั่นคงแห่งชาติ&amp;rdquo; แม้ขัดแย้งความเห็นของพลเมืองส่วนใหญ่ พรรคฝ่ายตรงข้ามที่เป็นเสียงข้างมาก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ความแหลมคมของเรื่องนี้จึงไม่อยู่ที่การสร้างหรือไม่สร้างกำแพง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา ประธานาธิบดีทรัมป์ตีตราหลายเรื่องว่าเป็นภัยคุกคามความมั่นคง เช่น ค่าเงินหยวนจีน การขาดดุลการค้ากับบางประเทศ การขึ้นภาษีเหล็ก อะลูมิเนียม ร้อยละ 10 เป็นอีกตัวอย่างที่เป็นรูปธรรม เพียงแต่ประเด็นเหล่านี้ยังไม่ใช้ &amp;ldquo;อำนาจพิเศษ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อไม่นานนี้ทรัมป์เอ่ยเรื่องรถยนต์นำเข้าจากยุโรปอีก พร้อมกับพูดว่าเป็นภัยต่อความมั่นคงแห่งชาติ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คงไม่เกินเลยถ้าจะวิเคราะห์ว่าในอนาคตทรัมป์อาจประกาศขอให้ยุติการสอบสวนไต่สวนคดีที่เกี่ยวข้องกับตน เพราะเป็นภัยต่อความมั่นคงแห่งชาติเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ประชาธิปไตยอเมริกาเสื่อมถอย :&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถ้าการสร้างกำแพงเป็นเรื่องวิกฤติของชาติ หลายข้อที่เอ่ยถึงข้างต้นเป็นวิกฤติมากกว่า และจะร้ายแรงขึ้นอีกถ้าในอนาคตประธานาธิบดีทำอีกหลายอย่างด้วยการอ้างเพื่อความมั่นคงแห่งชาติ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นี่คือความเสื่อมถอยของประชาธิปไตยอเมริกาใช่หรือไม่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นักการเมืองอาวุโสมิตต์ รอมนีย์ (Mitt Romney) กล่าวว่า ผู้เป็นประธานาธิบดีต้องแสดงออกถึงความซื่อสัตย์และเสมอต้นเสมอปลาย น่าเคารพยกย่อง เป็นแบบอย่างที่ดี สมกับเป็นบุคคลที่โลกจับตา เรื่องเหล่านี้สำคัญยิ่งไม่แพ้ภาวะเศรษฐกิจ เสรีภาพของคนอเมริกัน ยิ่งโลกถูกปกครองด้วยระบอบอำนาจนิยม (authoritarian regimes) มากเพียงไร โลกกับอเมริกาจะยิ่งยากจน ขาดเสรีภาพและสันติภาพ ตนขอต่อต้านผู้นำที่ทุจริตและบ่อนทำลายสถาบันประชาธิปไตย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากนี้ต้องติดตามว่า ส.ส., ส.ว.ของพรรครีพับลิกันจะลงมติคัดค้านหรือไม่ เป็นการพิสูจน์ว่าพรรคสนับสนุนประธานาธิบดีของตน และอาจตีความว่าในกรณีนี้พรรครีพับลิกันกับทรัมป์เป็นพวกเดียวกัน ไม่ใช่เรื่องที่ทรัมป์คิดเองทำเอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การต่อสู้ครั้งนี้จะกินเวลาอีกพอสมควร ผ่านอีกหลายกระบวนการ ทั้งหมดบ่งชี้ภาวะประชาธิปไตยของประเทศนี้ เป็นเรื่องที่น่าติดตาม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การสร้างกำแพงกั้นพรมแดนเม็กซิโกในยามนี้ไม่ใช่วิกฤติการต่อสู้ทางการเมืองของ 2 พรรคเท่านั้น ถ้าคิดไกลกว่านั้นในแง่ร้ายสุดคือการเพิ่มขยายอำนาจประธานาธิบดีให้สามารถใช้อำนาจเบ็ดเสร็จตามต้องการ แม้ฝ่ายค้านไม่เห็นด้วย แม้พลเมืองอเมริกันส่วนใหญ่ไม่สนับสนุน ไม่ว่าจะโดยตั้งใจหรือไม่ ประชาธิปไตยอเมริกากำลังขยับไปสู่ความเป็นอำนาจนิยมมากขึ้นอีกขั้น.&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:center&quot;&gt;-------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ภาพ : ชัยชนะคือการชนะเพื่อประเทศของเรา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ที่มา : https://www.facebook.com/DonaldTrump/photos/a.488852220724/10162126324550725/?type=3&amp;amp;theater&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29783</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประธานาธิบดีทรัมป์, ภาวะฉุกเฉินแห่งชาติกับการขยายอำนาจเบ็ดเสร็จของประธานาธิบดี, สถานการณ์โลก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171218/5a37c198cdef1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28520</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/02/2019 22:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/02/2019 22:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เด็กชาย &#039;ทรัมป์&#039; ขโมยซีน นั่งหลับขณะ &#039;ทรัมป์&#039; แถลงนโยบาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;โจชัว ทรัมป์ หนุ่มน้อยวัย 11 ขวบที่มีนามสกุลตรงกับประธานาธิบดีสหรัฐจนโดนเพื่อนร่วมโรงเรียนรุมรังแก&amp;nbsp; กลายเป็นฮีโร่ของกลุ่มต่อต้านทรัมป์เพียงชั่วข้ามคืน เมื่อขโมยซีนจากการนั่งหลับภายในสภาคองเกรสระหว่างที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แถลงนโยบายประจำปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางเมลาเนีย ทรัมป์ ปรบมือขณะฟังสามีแถลงนโยบายประจำปีต่อคองเกรส โดยนั่งใกล้กับเกรซ อีไลน์ เด็กหญิงวัย 10 ขวบที่พิชิตโรคมะเร็ง และโจชัว ทรัมป์ ที่กำลังนั่งหลับ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เด็กชายโจชัว ทรัมป์ เคยเป็นข่าวดังในสหรัฐอเมริกาตั้งแต่ช่วงที่ทรัมป์เริ่มหาเสียงเลือกตั้งชิงประธานาธิบดี ในฐานะเด็กที่ถูกรังแกเพียงเพราะมีนามสกุลทรัมป์ แต่ครอบครัวของเขาไม่ได้เป็นญาติของประธานาธิบดีมหาเศรษฐีผู้นี้ พ่อแม่ของเด็กชายวัยประถม 6 จากเมืองวิลมิงตัน รัฐเดลาแวร์รายนี้ ต้องให้เขาลาออกจากโรงเรียนมาเรียนเองที่บ้านเมื่อปี 2560 หลังจากเด็กชายทนไม่ไหวกับการถูกล้อและรังแก จนถึงขั้นเปรยว่าไม่อยากมีชีวิตอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องราวของโจชัวได้รับความสนใจจากนางเมลาเนีย ทรัมป์ สตรีหมายเลขหนึ่งของสหรัฐ ซึ่งได้เชิญเด็กชายมาเป็นหนึ่งในแขกพิเศษ 13 คนของประธานาธิบดีทรัมป์ เพื่อนั่งฟังคำแถลงนโยบายประจำปีของประธานาธิบดีเมื่อค่ำวันอังคารที่ 5 กุมภาพันธ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การแถลงภายในสภาคองเกรสมีการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์สู่สายตาผู้ชมหลายสิบล้านคน และช่วงตอนหนึ่งที่ทรัมป์กำลังบรรยายเรื่องการสร้างกำแพงชายแดนเม็กซิโกและประกาศว่าผู้อพยพเข้าเมืองผิดกฎหมายเป็นวิกฤติเร่งด่วนของชาติ กล้องก็จับภาพไปเห็นโจชัวกำลังนั่งหลับ ภาพนี้เป็นที่ชื่นชอบของฝ่ายต่อต้านทรัมป์ ที่ยกว่าโจชัวคือฮีโร่ของการต่อต้านทรัมป์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;โจชัว ทรัมป์ ยินดีต้อนรับสู่การต่อต้าน&amp;quot; ผู้ใช้ทวิตเตอร์รายหนึ่งทวีตพร้อมภาพเด็กชายกำลังนั่งหลับ อีกคนทวีตว่า &amp;quot;โจชัว ทรัมป์ เป็นตัวแทนอเมริกาอย่างแท้จริง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การประชุมคองเกรสเพื่อฟังการแถลงนโยบายของทรัมป์ในครั้งนี้ สมาชิกพรรคเดโมแครตที่เป็นสตรียังพร้อมใจกันใส่ชุดสีขาว เพื่อรำลึกถึงการต่อสู้ของสตรีในสหรัฐเมื่อ 100 ปีก่อน เพื่อให้ได้สิทธิเท่าเทียมในการใช้สิทธิออกเสียงเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส.ส.และ ส.ว.หญิงพรรคเดโมแครตถ่ายรูปร่วมกันขณะมาถึงสภา / AFP&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28520</URL_LINK>
                <HASHTAG>นั่งหลับ, ประธานาธิบดีทรัมป์, เด็กชายทรัมป์, แถลงนโยบายประจำปี, โจชัว ทรัมป์, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190206/image_big_5c5ae3339c5b7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28162</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/02/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/02/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทรัมป์ไม่ได้สร้างกำแพง แต่อาจชนะเลือกตั้งอีกรอบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศซ้ำแล้วซ้ำอีกว่าจะไม่ยอมเปิดหน่วยงานรัฐตราบเท่าที่ยังไม่ได้รับงบประมาณ 5,700 ล้านดอลลาร์ฯ เพื่อสร้างกำแพงกั้นพรมแดนระหว่างสหรัฐกับเม็กซิโก เป็นหน้าที่ของตนที่จะทำให้อเมริกาปลอดภัยมากขึ้น ฝ่ายเดโมแครตเห็นด้วยกับการเพิ่มงบประมาณเพื่อควบคุมคนเข้าเมืองผิดกฎหมาย ลดปัญหาอาชญากรรม ยาเสพติด แต่ไม่เห็นด้วยกับการสร้างกำแพงตามที่รัฐบาลเสนอ เพราะคิดว่าไม่ได้ผล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ตลอด 35 วันที่ปิดหน่วยงานรัฐบางส่วน (หรือเปิดให้บริการบางส่วน) มีการเจรจาหารือเรื่อยมาเพื่อแก้ปัญหาในทุกระดับ แต่ไม่ได้ข้อตกลง ในที่สุดทรัมป์ประกาศให้หน่วยงานรัฐที่ปิดชั่วคราวกลับมาเปิดทำการใหม่อีกครั้งแต่เพียงชั่วคราว 3 สัปดาห์ หากการเจรจาไม่เป็นผล จะปิดอีกในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ และอาจใช้อำนาจประกาศภาวะฉุกเฉิน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;นักวิเคราะห์บางคนเห็นว่าเป็นความพ่ายแพ้ของประธานาธิบดีทรัมป์ บทความนี้จะนำเสนอในแง่มุมที่ผูกโยงการสร้างกำแพงกับการหยั่งเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดี 2020 ดังนี้ ...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ความเข้าใจสำคัญข้อหนึ่งคือเมื่อเข้าปี 2019 เป็นวันแรกที่ ส.ส. 435 คนกับ ส.ว.ส่วนหนึ่งเริ่มทำหน้าที่ของตนอย่างเป็นทางการหลังชนะเลือกตั้งกลางเทอม (midterm election) ประเด็นการสร้างกำแพงกลายเป็นการประลองกำลังครั้งแรกในสภา หลังพรรคเดโมแครตกลับมาเป็นเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร ส่วนพรรครีพับลิกันยังครองวุฒิสภาเช่นเดิม และจะคงสภาพเช่นนี้จนถึงการเลือกตั้งประธานาธิบดีรอบหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ผลกระทบจากการปิดหน่วยงาน :&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ต้องยอมรับว่าการปิดหน่วยงานรัฐสร้างความเสียหายมากมาย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประการแรก เจ้าหน้าที่ลูกจ้าง 800,000 คนขาดรายได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คนกลุ่มแรกที่ต้องเอ่ยถึงคือเจ้าหน้าที่ลูกจ้าง 800,000 คน ในกลุ่มนี้แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มย่อย กลุ่มแรกคือพวกเจ้าหน้าที่ประจำมีรายได้เป็นเงินเดือน หลายคนในกลุ่มนี้ทำงานต่อโดยไม่ได้เงินเดือน (เงินเดือนไม่ออก) แต่คาดว่าจะได้ &amp;ldquo;ตกเบิก&amp;rdquo; ทีหลัง ดังนั้นถ้ามีเงินออมก็ใช้เงินออมไปก่อน ถ้าไม่มีจะต้องกู้ยืม กลุ่มที่ 2 เป็นพวกลูกจ้างตามสัญญา กลุ่มนี้ลำบากสุดเพราะจะได้ค่าจ้างต่อเมื่อ &amp;ldquo;เข้างาน&amp;rdquo; เท่านั้น และควรเข้าใจว่าแม้เป็นลูกจ้างตามสัญญาย่อมคาดหวังจะได้ทำงาน &amp;ldquo;ทุกวัน&amp;rdquo; เหมือนพนักงานทั่วไป การปิดหน่วยงานทำให้พวกเขาไม่ได้เข้างาน ซึ่งตามสัญญาคือไม่ได้ทำงานไม่มีรายได้ คนกลุ่มนี้ต้องดิ้นรนไปหางานอื่นทำในช่วงหน่วยงานปิดตัว จะหางานได้หรือไม่ เงินดีหรือไม่ รัฐบาลไม่รับผิดชอบ ทั้งยังเป็นคำถามว่าจะสามารถทนแบกรับสถานการณ์เช่นนี้หรือไม่ เพราะรัฐบาลทรัมป์อาจปิดหน่วยงานอีก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และดังที่ได้นำเสนอในบทความก่อนว่าผู้ได้รับผลกระทบไม่ใช่เฉพาะแค่ 800,000 คนเท่านั้น เพราะอาจต้องรวมพ่อแม่ลูกเมียที่ต้องเลี้ยงดูด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตลอดช่วงการปิดหน่วยงาน ประธานาธิบดีทรัมป์ปากแข็งไม่ยอมเอ่ยเรื่องความยากลำบากของคนเหล่านี้ พูดถึงแต่ปัญหาจากผู้เข้าเมืองผิดกฎหมาย แต่หลังการประกาศเปิดชั่วคราว ทรัมป์ทวีตข้อความหนึ่งว่าตนไม่ยอมแพ้เรื่องการสร้างกำแพง การสั่งเปิด &amp;ldquo;เป็นการดูแลประชาชนนับล้านที่เจ็บปวดอย่างหนักจากการปิดหน่วยงานรัฐ&amp;rdquo; จะเห็นว่าแท้ที่จริงแล้วทรัมป์เข้าใจสภาพดี ในที่สุดยอมรับว่าการปิดหน่วยงานส่งผลกระทบต่อคนนับล้าน แต่ไม่วายยืนยันจะสร้างกำแพงต่อไป พร้อมปิดหน่วยงานอีก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การกลับมาเปิดหน่วยงานอีกครั้งทำให้เจ้าหน้าที่ลูกจ้างได้รับเงินเดือน และอีกส่วนเข้าทำงานได้ค่าแรง นี่คือเหตุผลเบื้องต้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประการที่ 2 เศรษฐกิจเสียหายหนัก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เศรษฐกิจประเทศคือผลรวมของหน่วยเศรษฐกิจที่ประกอบเข้ามาเป็นตัวเลขระดับประเทศ เมื่อคนนับล้านต้อง &amp;ldquo;รัดเข็มขัด&amp;rdquo; ใช้จ่ายแต่จำเป็น ชะลอซื้อสินค้าฟุ่มเฟือยย่อมกระทบเศรษฐกิจเป็นลูกโซ่ กระทบต่อบริษัทร้านค้าเอกชน ตั้งแต่ร้านค้าปลีกจนถึงร้านขายอะไหล่รถยนต์ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; S&amp;amp;P Global Ratings ประเมินว่าการปิดหน่วยงานรัฐ 35 วัน สร้างความสูญเสียต่อเศรษฐกิจอย่างน้อย 6,000 ล้านดอลลาร์ มากกว่างบที่ทรัมป์ขอไว้ที่ 5,700 ล้านดอลลาร์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เควิน ฮาสเซ็ทท์ (Kevin Hassett) หัวหน้าที่ปรึกษาเศรษฐกิจประจำทำเนียบขาว เห็นว่าผลการปิดหน่วยงานชั่วคราวอาจทำให้ GDP ไตรมาสแรกของสหรัฐเท่ากับ 0 คือไม่เติบโตเลย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผลกระทบต่อพลเมืองนับล้าน บริษัทเอกชน และตัวเลขเศรษฐกิจ หากปล่อยนานวันความเสียหายจะยิ่งชัดเจนและรุนแรง ทรัมป์ไม่อาจปล่อยให้ตัวเลขเศรษฐกิจออกมาแย่ เพราะมีผลต่อการเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีสมัยที่ 2&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กลยุทธ์การปิดหน่วยงานจึงมีข้อจำกัดในตัวเอง จะปิด &amp;ldquo;ชั่วคราวตลอดปี&amp;rdquo; ไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ทั้งทรัมป์กับเดโมแครตต่างทดสอบฐานเสียงของตน :&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ การที่รัฐบาลทรัมป์ประกาศสร้างกำแพงอีกรอบพร้อมกับเรื่องวุ่นๆ มีประโยชน์ในแง่ทดสอบฐานเสียงของแต่ละฝ่าย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประเด็นน่าคิดคือทรัมป์อาจรู้อยู่แล้วว่าการสร้างกำแพงจะไม่เกิด เพราะจุดยืนของเดโมแครตคือเห็นด้วยกับการเพิ่มมาตรการควบคุมผู้อพยพลี้ภัย การเข้าเมืองผิดกฎหมาย เห็นด้วยกับการเพิ่มงบประมาณเพื่อความมั่นคงแนวชายแดน ปราบปรามยาเสพติด แต่ไม่ใช่ด้วยการสร้างกำแพง แต่ทั้งๆ ที่รู้ทรัมป์ยืนยันต้องได้งบ 5,700 ล้านดอลลาร์เพื่อสร้างกำแพง จุดยืนข้อนี้ทำให้การเจรจาตลอดสามสิบกว่าวันล้มเหลว ผลที่ตามมาอีกข้อคือทำให้รู้ว่าฐานเสียงของแต่ละฝ่ายเป็นอย่างไร ส.ส., ส.ว.ของแต่ละพรรคแสดงท่าทีอย่างไร &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำนักข่าว CNN ตรวจสอบผลโพลหลายสำนักที่ทำช่วงต้นเดือนมกราคม ร้อยละ 50 เห็นว่าเป็นความผิดของประธานาธิบดี ร้อยละ 35 เห็นว่าเป็นความผิดของพวกเดโมแครต และร้อยละ 5 ที่โทษพรรครีพับลิกัน ถ้ารวมตัวเลขของทรัมป์กับรีพับลิกันจะเท่ากับ 55 อย่างไรก็ตามร้อยละ 80 ของคนที่เลือกทรัมป์เป็นประธานาธิบดีเห็นว่าทำถูกต้องแล้ว ควรโทษพวกเดโมแครตมากกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผลโพลจาก FiveThirtyEight ผู้ตอบแบบสอบถามให้ทรัมป์สอบผ่านเพียงร้อยละ 41 เป็นตัวเลขต่ำสุดนับจากเดือนกันยายนที่ผ่านมา และให้สอบตกถึงร้อยละ 54&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผลโพลล่าสุดจาก Politico&amp;ndash;Morning Consult ผู้ตอบแบบสอบถามร้อยละ 7 เท่านั้นที่เห็นว่าควรยอมให้ทรัมป์สร้างกำแพงเพื่อยุติการปิดหน่วยงานรัฐ อย่างไรก็ตาม ร้อยละ 43 เห็นด้วยกับการสร้างกำแพง ร้อยละ 49 ไม่เห็นด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผลโพลเหล่านี้สอดคล้องกับผลโพลตลอด 2 ปีที่ผ่านมา ประธานาธิบดีทรัมป์สอบตก ผู้ให้คะแนนสอบผ่านมีไม่ถึงครึ่ง ตัวเลขที่ให้สอบตกในช่วงนี้เพิ่มขึ้น 2-3 จุด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ผลการหยั่งเสียงในมุมพรรคเดโมแครต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ผลโพลโดยรวมน่าจะเป็นผลบวกต่อพรรคเดโมแครต คนเกลียดทรัมป์เพิ่มขึ้น ประเด็นคือพรรคเดโมแครตยังต้องฝ่าฟันอีกหลายด่าน เพื่อจะได้ตัวแทนพรรคชิงตำแหน่งประธานาธิบดีที่สามารถล้มทรัมป์ จนวันนี้ยังไม่ปรากฏว่าใครโดดเด่น ผิดกับทรัมป์ที่โดดเด่นในโลกของสื่อ ในเวทีโลก เป็นข่าวพาดหัวหน้าหนึ่งแทบทุกวัน ไม่ว่าเรื่องที่เอ่ยถึงจะเป็นเรื่องดีหรือร้าย (บางคนอาจตีความว่าเป็นเรื่องร้ายมากกว่าเรื่องดี) ท่านคือบุคคลที่สังคมอเมริกันรู้จัก บางส่วนไม่ชอบ แต่บางส่วนสนับสนุนอย่างแข็งขันไม่ว่าเสียงวิพากษ์วิจารณ์แง่ลบจะดังเพียงไร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;คนจะออกมาเลือกตั้งเพื่อล้มทรัมป์ หรือไม่เป็นโจทย์สำคัญ และหากล้มทรัมป์แล้วผู้สมัครจากพรรคเดโมแครตคือทางเลือกที่ดีกว่าหรือไม่ ต้องไม่ซ้ำรอยที่หลายคนเลือกโดนัลด์ ทรัมป์ เพราะไม่อยากให้ฮิลลารี คลินตัน ชนะ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;การเมืองเรื่องการเลือกตั้งอเมริกาดูเหมือนจะยังคงวนเวียนอยู่เช่นนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ผลการหยั่งเสียงในมุมทรัมป์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ถ้ามองอีกด้าน ท่ามกลางข่าวแง่ลบต่อรัฐบาลและตัวประธานาธิบดี ยังมีผู้สนับสนุนทรัมป์อย่างหนาแน่นให้สอบผ่านกว่าร้อยละ 40 เช่นเดียวกับเรื่องการสร้างกำแพงที่กว่าร้อยละ 40 สนับสนุน (แม้มีเหตุปิดหน่วยงานรัฐ) อีกตัวเลขที่น่าสนใจคือร้อยละ 80 ของคนที่เลือกทรัมป์เป็นประธานาธิบดียังสนับสนุนท่านต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ข้อสรุปคือท่ามกลางกระแสข่าวลบสารพัดเรื่อง เช่น คำกล่าวหาทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง ร่วมมือลับๆ กับรัฐบาลรัสเซีย นโยบายต่างประเทศบางเรื่องที่ประชาชนไม่เห็นด้วย และการปิดหน่วยงานรัฐ ร้อยละ 80 ของคนอเมริกันที่เคยเลือกทรัมป์เป็นประธานาธิบดียังคงสนับสนุนท่านอยู่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เป็นฐานคะแนนที่เหนียวแน่น และน่าจะไปลงคะแนนเลือกทรัมป์ให้เป็นประธานาธิบดีอีกสมัย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ทรัมป์อาจชนะเลือกตั้งอีกสมัย :&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถ้ายึดเรื่องการสร้างกำแพงต้องยอมรับว่าประธานาธิบดีพ่ายแพ้ในศึกนี้ หลังต่อสู้ยืดเยื้อตั้งแต่ช่วงหาเสียงจนเป็นรัฐบาลครบ 2 ปี เหตุผลสำคัญคือพรรคเดโมแครตกลับมาครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในอีกมุมหนึ่งได้หยั่งฐานเสียงว่าเข้มแข็งเพียงใด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถ้าวันนี้เป็นวันเลือกตั้ง เป็นไปได้ว่าทรัมป์อาจแพ้ (หรืออาจจะชนะ) แต่ยังมีเวลาอีกเกือบ 2 ปีจึงจะเลือกตั้งจริง เป็นเวลาที่รัฐบาลทรัมป์สามารถสร้างผลสร้าง แสดงผลงานเด่นๆ ขอเพียงรักษาเศรษฐกิจให้ดีหรือไม่เลวร้ายหนัก เพิ่มนโยบายประชานิยมอีก 2-3 ข้อ เพื่อได้ฐานเสียงเดิมกลับมาทั้งหมด และได้เพิ่มเติมอีกส่วนจากพวกไม่สังกัดพรรค&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังที่ทราบกันว่าในระบอบประชาธิปไตยเป็นไปไม่ได้ที่จะได้ใจของทุกคน เป็นไปไม่ได้ที่จะออกนโยบายที่ทุกคนเห็นด้วย ขอเพียงให้คนส่วนใหญ่สนับสนุนเท่านี้ก็ชนะเลือกตั้ง ไม่ว่านโยบายนั้นจะผิดหลักศีลธรรมหรือไม่ ประเทศชาติจะรุ่งเรืองยั่งยืนหรือไม่ หรือจำต้องทำลายล้างประเทศอื่นๆ หรือแม้กระทั่งทำให้พลเมืองตัวเองเสียหาย นี่คือแนวทางประชาธิปไตยของอเมริกา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทรัมป์เคยทวีตข้อความพาดพิงเรื่องสร้างกำแพงกับการเลือกตั้งรอบหน้าว่า พวกเดโมแครตไม่มองเรื่องอาชญากรรม ยาเสพติด พวกเขาคิดถึงแต่ปี 2020 แต่พวกเขาจะไม่ชนะ เศรษฐกิจตอนนี้ดีสุดยอด ข้อความดังกล่าวชี้ว่าทั้งทรัมป์กับเดโมแครตต่างคิดถึงเลือกตั้งสมัยหน้า ประเด็นการสร้างกำแพงเชื่อมโยงกับการเลือกตั้งไม่มากก็น้อย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บทความนี้เชื่อมโยงการสร้างกำแพงกับการหยั่งเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีสมัยหน้า เร็วเกินไปที่จะฟันธงว่าใครจะชนะเลือกตั้ง แต่ช่วยให้เข้าใจสภาพฐานเสียงของแต่ละฝ่าย ทรัมป์เป็นฝ่ายได้เปรียบ ด้านฝ่ายเดโมแครตย่อมรู้ดี กำลังหาทางแก้เพื่อเอาชนะ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หากทรัมป์ชนะเลือกตั้งอีกสมัย ท่านอาจเอ่ยเรื่องสร้างกำแพงกั้นพรมแดนเม็กซิโกอีกครั้ง พร้อมกับพูดว่าเป็นคำมั่นสัญญาที่ให้กับประชาชนตั้งแต่หาเสียงสมัยแรกเมื่อ 5 ปีที่แล้ว เป็นหน้าที่ของท่านที่จะต้องทำให้คนอเมริกันปลอดภัยกว่าเดิม.&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:center&quot;&gt;---------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ภาพ : มีผู้เข้าเมืองผิดกฎหมายอาศัยอยู่ในอเมริกากว่า 25 ล้านคน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ที่มา : https://www.facebook.com/DonaldTrump/photos/pb.153080620724.-2207520000.1548860864./10162085510135725/?type=3&amp;amp;theater&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ---------------------&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28162</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทรัมป์ไม่ได้สร้างกำแพงแต่อาจชนะเลือกตั้งอีกรอบ, ประธานาธิบดีทรัมป์, สถานการณ์โลก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190202/image_big_5c557d21d418f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18699</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/09/2018 20:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/09/2018 20:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทรัมป์&#039; สั่งเอฟบีไอสอบคำกล่าวหา &#039;คาวานอห์&#039; ละเมิดทางเพศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ตัดสินใจสั่งการให้เอฟบีไอเปิดการสอบสวน &amp;quot;เบรตต์ คาวานอห์&amp;quot; ผู้ที่เขาเสนอชื่อเป็นผู้พิพากษาศาลฎีกาซึ่งถูกผู้หญิงกล่าวหาล่วงละเมิดทางเพศสมัยวัยรุ่น ขณะที่ กมธ.วุฒิสภาลงมติรับรองเบื้องต้นเมื่อวันศุกร์ แต่สุดท้ายต้องยอมเลื่อนการลงมติในสภาสูงออกไป 1 สัปดาห์ เมื่อ ส.ว.รีพับลิกันคนสำคัญขู่โหวตแตกแถว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ผู้ประท้วงถือป้ายต่อต้านคาวานอห์ ชุมนุมที่ด้านนอกศาลาว่าการเมืองลอสแองเจลีส เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การตัดสินใจให้ตำรวจสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐ (เอฟบีไอ) เปิดการสอบสวนนั้นมีขึ้นภายหลังคณะกรรมาธิการการตุลาการของวุฒิสภาสหรัฐ ลงมติเมื่อวันศุกร์ที่ 28 กันยายน 2561 รับรองการเสนอชื่อคาวานอห์เป็นตุลาการศาลสูงสุดของสหรัฐคนที่ 9 แทนบัลลังก์ที่ว่างลง การลงมติในคณะกรรมาธิการมีขึ้นภายหลังการเข้าให้การอย่างสะเทือนอารมณ์ของคริสตีน บลาซีย์ ฟอร์ด อาจารย์มหาวิทยาลัยในแคลิฟอร์เนีย ผู้กล่าวหา ตามด้วยการให้การของคาวานอห์ในวันเดียวกันเมื่อวันพฤหัสบดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์หัวอนุรักษนิยมวัย 53 ปีรายนี้ยืนกรานปฏิเสธคำกล่าวหาของฟอร์ด ที่อ้างว่าโดนเขาล่วงละเมิดทางเพศเธอสมัยเป็นวัยรุ่น และประธานาธิบดีทรัมป์ผู้มีเป้าหมายให้ตุลาการฝ่ายอนุรักษนิยมครองเสียงข้างมากในศาลสูงสุดแห่งนี้ ก็ประกาศว่าเขาเชื่อมั่นต่อตัวคาวานอห์ พร้อมกับกล่าวหาพรรคเดโมแครตว่าเป็นพวกต้มตุ๋นที่ต้องการเตะถ่วงและหวังผลทางการเมืองก่อนถึงการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายนปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ภายหลังการลงมติของคณะกรรมาธิการที่รีพับลิกันมีเสียงข้างมาก เจฟฟ์ เฟลค ส.ว.รีพับลิกันคนสำคัญขู่ว่า หากไม่ให้เอฟบีไอเปิดการสอบสวน เขาจะไม่โหวตรับรองในคาวานอห์ในการลงมติของวุฒิสภาเต็มคณะ ซึ่งรีพับลิกันมี ส.ว. 51 ที่นั่ง เกินครึ่งอย่างหมิ่นเหม่ กดดันให้ ส.ว.ชัค แกรสลีย์ ประธานคณะกรรมาธิการจากพรรครีพับลิกัน ตัดสินใจร้องขอให้ทรัมป์สั่งการดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส.ว.เจฟฟ์ เฟลค กล่าวกับผู้สื่อข่าวภายหลังการประชุมกับ ส.ว.มิตช์ แมคคอนเนลล์ ผู้นำ ส.ว.เสียงข้างมากพรรครีพับลิน&amp;nbsp; เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทรัมป์ทวีตในเวลาต่อมาว่า เขาได้สั่งการให้เอฟบีไอสอบสวนคำกล่าวหาตามที่ ส.ว.เรียกร้องแล้ว แต่กำหนดเวลาให้แล้วเสร็จภายใน 1 สัปดาห์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฟอร์ดกล่าวหาคาวานอห์ว่าพยายามข่มขืนเธอในงานปาร์ตี้ของนักเรียนมัธยมปลาย โดยเธออ้างว่าคาวานอห์และเพื่อนชายอีกคนที่มึนเมา ปลุกปล้ำถอดเสื้อผ้าเธอแล้วกดเธอลงบนเตียง แต่เธอหนีออกมาได้ในช่วงเวลาชุลมุน นอกจากฟอร์ด ยังมีสตรีอีก 2 คนกล่าวหาพฤติกรรมอื้อฉาวทางเพศของคาวานอห์ด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18699</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประธานาธิบดีทรัมป์, ล่วงละเมิดทางเพศ, วุฒิสภาสหรัฐ, เบรตต์ คาวานอห์, เลื่อนลงมติ, เอฟบีไอ, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180929/image_big_5baf7be17e884.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
