<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120348</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/12/2025 11:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2021 18:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.ว.บราซิลเสนอตั้งข้อหา &#039;ปธน.โบลโซนาโร&#039; ก่ออาชญากรรมโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>






 

&lt;p&gt;20 ต.ค.64 - ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีกบฏ กปปส.สำนวนแรก... &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หรือวิธีอื่นใด... &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:20px;&quot;&gt;หากไม่ถูกเปลี่ยนหน้าอัตโนมัติ  คลิกที่นี่ &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120348</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ, ตั้งข้อหาประธานาธิบดีชาอีร์ โบลโซนาโร, ประธานาธิบดีบราซิล, รับมือโควิด-19, วุฒิสภาบราซิล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211020/image_big_616ffdb06ffd5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97583</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/03/2021 20:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/03/2021 20:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลสั่งผู้นำบราซิลจ่าย1แสน ชดใช้ดูหมิ่นนักข่าวหญิง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ศาลเซาเปาลูของบราซิลมีคำตัดสินให้ประธานาธิบดีชาอีร์ โบลโซนาโร ผู้นำขวาจัด จ่ายเงินชดใช้ค่าเสียหายแก่นักข่าวหญิงเป็นเงิน 20,000 เรอัล หรือราว 108,000 บาท โทษฐานกล่าววาจาหมิ่นเกียรติเธอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ประธานาธิบดีชาอีร์ โบลโซนาโร (Photo by Bruna Prado/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานอ้างเอกสารของศาลเมืองเซาเปาลูของบราซิลที่ถึงมือนักข่าวเมื่อวันเสาร์ที่่ผ่านมาว่า ผู้พิพากษามีคำตัดสินเมื่อวันที่ 16 มีนาคม ว่าโบลโซนาโรจะต้องจ่ายเงิน 20,000 เรอัล ชดใช้ค่าเสียหายแก่ปาตริเซีย กัมปุส เมลลู นักข่าวของหนังสือพิมพ์โฟลยา เด เอส. เปาลู เนื่องจากผู้นำขวาจัดรายนี้ &amp;quot;ทำลายเกียรติของผู้ร้อง ก่อความเสียหายทางศีลธรรม&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โบลโซนาโรยังสามารถอุทธรณ์คำตัดสินได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุการณ์ที่นำมาสู่การฟ้องร้องครั้งนี้เกิดเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2563 เมื่อโบลโซนาโรพูดในทำนองว่า กัมปุส เมลลู เสนอตัวหลับนอนกับแหล่งข่าวรายหนึ่งเพื่อแลกกับข้อมูลด้านลบเกี่ยวกับตัวเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักข่าวหญิงรายนี้เขียนข่าวสืบสวนสอบสวนหลายชิ้นเกี่ยวกับองค์กรหนึ่งที่ใส่ร้ายป้ายสีฝ่ายตรงข้ามกับโบลโซนาโรในแอปพลิเคชันวอตส์แอป ระหว่างการหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีบราซิลปี 2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 21 มกราคม กัมปุส เมลลู ก็เคยชนะคดีที่ฟ้องเอดูอาร์โด ลูกชายของประธานาธิบดีโบลโซนาโร โดยศาลสั่งให้เขาจ่ายเงินชดใช้ค่าเสียหายแก่เธอ 30,000 เรอัล หรือราว 162,000 บาท ฐานสร้างความเสียหายทางศีลธรรม จากการกล่าวอ้างว่าเธอให้ท่ายั่วยวนแหล่งข่าวเพื่อข้อมูลที่สร้างความเสียหายต่อพ่อของเขา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97583</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชดใช้ค่าเสียหาย, ชาอีร์ โบลโซนาโร, ดูหมิ่นนักข่าว, ประธานาธิบดีบราซิล, ปาตริเซีย กัมปุส เมลลู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210328/image_big_606088ef99db6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70812</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/07/2020 08:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/07/2020 23:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กะแล้วเชียว ประธานาธิบดีโบลโซนารูแห่งบราซิลติดโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ชาอีร์ โบลโซนารู ประธานาธิบดีขวาจัดของบราซิลผู้ปรามาสไวรัสโควิด-19 ประกาศเมื่อวันอังคารว่า เขาติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่นี้ด้วย แต่ยืนกรานว่าเขายังสบายดีและมีอาการป่วยแค่เล็กน้อยเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีชาอีร์ โบลโซนารู ถอดหน้ากากอนามัยออกก่อนกล่าวสุนทรพจน์เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2563 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีโบลโซนารู วัย 65 ปี เคยกล่าวถึงโรคโควิด-19 เป็นแค่ไข้หวัดใหญ่เล็กน้อย แต่ปัจจุบันโรคระบาดใหญ่นี้คร่าชีวิตชาวบราซิลแล้วกว่า 65,000 ราย จากผู้ติดเชื้อ 1.6 ล้านราย ซึ่งเป็นตัวเลขยอดเสียชีวิตและติดเชื้อที่มากเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากสหรัฐอเมริกา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวเอเอฟพีกล่าวว่า โบลโซนารู ซึ่งเย้ยหยันมาตรการเว้นระยะห่างและสวมหน้ากากอนามัยเพื่อควบคุมโรค ประกาศผ่านคำให้สัมภาษณ์ทางโทรทัศน์เมื่อวันอังคารที่ 7 กรกฎาคม ว่าผลการตรวจหาเชื้อไวรัสของเขาออกมาเป็นบวก แต่เขากำลังรักษาด้วยการกินยาไฮดรอกซีคลอโรควินและอะซิโธรไมซิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยาตัวแรกนั้นเป็นยาที่ปกติใช้รักษาโรคมาลาเรียและโรคลูปัส ส่วนอะซิโธรไมซินนั้นเป็นยาปฏิชีวนะ
ใช้รักษาโรคปอดอักเสบได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โบลโซนารูเผยว่า เขาเริ่มรู้สึกไม่สบายเมื่อวันอาทิตย์ และมีอาการแย่ลงในวันจันทร์โดยรู้สึกอ่อนเพลียและมีไข้สูง 38 องศาเซลเซียส แต่เขายืนกรานว่าเขารู้สึกสบายดี เขาบอกกับซีเอ็นเอ็นบราซิลเมื่อวันจันทร์ว่าเขาตรวจร่างกายด้วยการเอกซเรย์ปอดที่โรงพยาบาลทหารเพื่อป้องกันไว้ก่อน ผลออกมาว่าปอดของเขาปลอดเชื้อไวรัส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้นำขวาจัดรายนี้เคยตรวจเชื้อไวรัสมาแล้ว 3 ครั้ง ผลออกมาเป็นลบทุกครั้ง ยกเว้นครั้งล่าสุดนี้ ยังไม่แน่ชัดว่าเขาติดไวรัสจากที่ใด แต่ที่ผ่านมาเขามักพบปะกับผู้คนโดยไม่ใส่ใจมาตรการเว้นระยะห่างหรือสวมหน้ากากอนามัย และพยายามผลักดันให้บราซิลเปิดเศรษฐกิจอีกครั้งโดยระบุว่า &amp;quot;ผลกระทบข้างเคียง&amp;quot; ของไวรัสไม่ควรแย่กว่าตัวโรคเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โบลโซนารูเพิ่งเผยแพร่ภาพถ่ายของเขาทางโซเชียลมีเดีย ที่เขาไม่ได้สวมหน้ากากอนามัยขณะไปร่วมรับประทานอาหารกลางวันร่วมกับเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำบราซิลและรัฐมนตรีอีกหลายคน เพื่อฉลองวันชาติสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานทูตสหรัฐในกรุงบราซิเลียเผยผ่านทวิตเตอร์ว่า ท็อดด์ แชปแมน เอกอัครราชทูตสหรัฐ ร่วมรับประทานอาหารกับโบลโซนารู, รัฐมนตรี 5 คน และเอดูอาร์โด ลูกชายของโบลโซนารู แชปแมนไม่มีอาการป่วย แต่เขาจะตรวจเชื้อไวรัสเพื่อป้องกันไว้ก่อน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70812</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาอีร์ โบลโซนารู, ประธานาธิบดีบราซิล, โควิด-19, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200708/image_big_5f04aaed04512.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44139</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/08/2019 20:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/08/2019 20:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปธน.บราซิลสวนกระแสรักษ์โลก ตอกต่างชาติจุ้นจ้านแอมะซอน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ชาอีร์ โบลโซนาโร ประธานาธิบดีบราซิล ยังคงไม่สำเหนียกเสียงวิจารณ์จากทั่วโลกกรณีไฟป่าที่กำลังเผาผลาญแอมะซอนมากขึ้นในปีนี้ ย้อนประเทศอื่นอย่าแทรกแซงอธิปไตยของบราซิล แม้เขาจะยอมรับแล้วว่าเกษตรกรอาจเป็นตัวการจุดไฟเผาป่า ขณะจี 7 เตรียมหารือ &amp;quot;วิกฤติระหว่างประเทศ&amp;quot; ครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพจากหน่วยดับเพลิงรัฐมาตูโกรสซู ถ่ายเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2562 เจ้าหน้าที่ให้น้ำตัวนิ่มที่พบระหว่างการตรวจพื้นที่ที่โดนไฟป่าใกล้เมืองโนวามูตุม / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำกล่าวอย่างถือดีของผู้นำนิยมขวาของบราซิลรายนี้มีออกมาในช่วงยามที่ทั่วโลกกำลังตื่นตัวกับปัญหาไฟป่าแอมะซอน โซเชียลมีเดียซึ่งรวมถึงบรรดาผู้นำและคนมีชื่อเสียงพากันแชร์ภาพไฟป่า แม้ว่าบางภาพจะไม่ใช่ภาพในปัจจุบันหรือภาพไฟป่าแอมะซอนก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพฤหัสบดี ประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส และอันโตนีโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ ก็ร่วมแสดงความกังวลผ่านการโพสต์ข้อความในทวิตเตอร์ด้วย โดยมาครงกล่าวว่า ไฟป่าแอมะซอนเป็น &amp;quot;วิกฤติระหว่างประเทศ&amp;quot; ที่ควรเป็นวาระหารือกันในที่ประชุมสุดยอดผู้นำจี 7 ซึ่งจะเปิดฉากวันเสาร์นี้ที่ฝรั่งเศส ส่วนกูเตอร์เรสกล่าวว่า เขากังวลอย่างยิ่ง และว่า &amp;quot;เราไม่อาจปล่อยให้เกิดความเสียหายต่อแหล่งออกซิเจนและความหลากหลายทางชีวภาพแหล่งใหญ่ของโลกไปมากกว่านี้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลของทางการบราซิลเผยว่า ไฟป่าในป่าแอมะซอน ป่าดิบชื้นผืนใหญ่ที่สุดในโลกซึ่งครอบคลุมหลายประเทศในลาตินอเมริกา ในช่วง 8 เดือนแรกของปีนี้ เกิดมากกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้วถึง 83%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่กรุงเบอร์ลินเมื่อวันศุกร์ โฆษกของนายกฯ อังเกลา แมร์เคิล แห่งเยอรมนีกล่าวว่า ผู้นำหญิงของเยอรมนีเห็นด้วยว่าไฟป่าแอมะซอนเป็น &amp;quot;สถานการณ์ฉุกเฉินเฉียบพลัน&amp;quot; ที่สมควรเป็นวาระของที่ประชุมจี 7 สุดสัปดาห์นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นักเคลื่อนไหวต่อต้านภาวะโลกร้อนชุมนุมที่ด้านหน้าสถานทูตบราซิลในกรุงปารีสเมื่อวันศุกร์ เรียกร้องประธานาธิบดีบราซิลทำงานให้หนักขึ้นเพื่อปกป้องผืนป่าแอมะซอน / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านโบลโซนาโร ทวีตตอบโต้ของเสนอของมาครง ที่จะนำประเด็นไฟป่าเข้าที่ประชุมจี 7 ซึ่งบราซิลและประเทศในผืนป่าแอมะซอนไม่ได้เป็นสมาชิก ว่าข้อเสนอของมาครงที่จะหารือเรื่องแอมะซอนโดยที่ไม่มีประเทศในภูมิภาคนี้เข้าร่วม เป็นการกระตุ้นความคิดแบบนักล่าอาณานิคมที่ล้าสมัยแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ เขายังกล่าวระหว่างการไลฟ์สดทางเฟซบุ๊กถึงกรณีที่หลายประเทศยกเลิกเงินช่วยเหลือในการรักษาผืนป่าแอมะซอนด้วย โดยบอกว่า ประเทศเหล่านั้นส่งเงินมาที่นี่ แต่ไม่ใช่เพื่อการกุศล พวกเขามีจุดมุ่งหมายเพื่อแทรกแซงอำนาจอธิปไตยของบราซิล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพุธ โบลโซนาโรกล่าวโทษองค์กรเอกชนว่าจุดไฟป่าเพื่อเรียกร้องความสนใจในการต่อต้านตัวเขาและรัฐบาลของเขา แต่เขาไม่ได้แสดงหลักฐานใดๆ ต่อมาในวันพฤหัสบดี โบลโซนาโรยอมรับอย่างอ้อมแอ้มว่าเกษตรกรอาจจุดไฟเผาป่าเพื่อเปิดพื้นที่การเกษตรและทุ่งเลี้ยงสัตว์ แต่ก็ออกตัวว่าป่าแอมะซอนใหญ่กว่าทวีปยุโรป รัฐบาลคงต่อสู้กับการจุดไฟเผาป่าไม่ได้ทั้งหมด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44139</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาอีร์ โบลโซนาโร, ต่างชาติแทรกแซง, ที่ประชุมจี 7, บราซิล, ประธานาธิบดีบราซิล, ไฟป่าแอมะซอน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190823/image_big_5d5fee7668e6d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40822</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/07/2019 20:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/07/2019 20:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปธน.บราซิลดันลูกชายเป็นเอกอัครราชทูตประจำสหรัฐ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ชาอีร์ โบลโซนาโร ประธานาธิบดีบราซิลผู้มีประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นแรงบันดาลใจ ประกาศเสนอชื่อเอดูอาร์โด ลูกชายคนที่ 3 ของเขาซึ่งมีอายุเพียง 35 ปี เป็นเอกอัครราชทูตบราซิลประจำสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีชาอีร์ โบลโซนาโร (ขวา) พบประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระหว่งการประชุมทวิภาคีนอกรอบการประชุมสุดยอดจี 20 ที่ญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีฝ่ายขวาของบราซิลรายนี้ชนะการเลือกตั้งของบราซิลเมื่อปีที่แล้ว โดยประกาศอย่างเปิดเผยว่าเขาได้แรงบันดาลใจในการหาเสียงจากประธานาธิบดีทรัมป์ การเสนอชื่อเอดูอาร์โด โบลโซนาโร ลูกชายของเขารับตำแหน่งเอกอัครราชทูตบราซิลประจำสหรัฐแทนตำแหน่งที่ว่างลงภายหลังคนเดิมเกษียณเมื่อเดือนเมษายน ยิ่งทำให้เขาเจริญรอยตามทรัมป์มากขึ้นด้วยการดึงสมาชิกในครอบครัวเข้ามามีบทบาททางการทูตและการเมืองภายในประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีและรอยเตอร์เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม กล่าวว่า โบลโซนาโรเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวที่กรุงบราซิเลียเมื่อวันพฤหัสบดีว่า ในทัศนะของเขา ลูกชายคนนี้เป็นคนที่เหมาะสมและสามารถถ่ายทอดสารได้อย่างสมบูรณ์แบบในกรุงวอชิงตัน แต่การตัดสินใจรับตำแหน่งหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับเอดูอาร์โดเอง ซึ่งจำเป็นต้องลาออกจากเก้าอี้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก่อน เพื่อขอความเห็นชอบจากวุฒิสภา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านเอดูอาร์โดกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า เขาพร้อมจะลาออกจากสมาชิกรัฐสภาเพื่อรับตำแหน่งนี้ หากได้รับการเสนอชื่อ &amp;quot;ผมพูดอังกฤษได้ ผมพูดสเปนได้ ผมได้รับการเลือกตั้งด้วยคะแนนมากเป็นสถิติ ผมเป็นประธานคณะกรรมาธิการวิเทศสัมพันธ์ ผมเชื่อว่าตราประทับรับรองเหล่านี้ทำให้ผมมีคุณสมบัติ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวเสริมว่า การเสนอชื่อยังตั้งขึ้นอยู่กับการสนทนาหารือระหว่างพ่อของเขากับเอร์เนสโต อาราอูโจ&amp;nbsp; รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีบราซิลเคยประกาศไว้ว่าเขากำลังพิจารณามอบหมายให้เอดูอาร์โดทำหน้าที่เอกอัครราชทูตเมื่อเขาอายุครบ 35 ปี ซึ่งเป็นอายุขั้นต่ำของผู้ที่ดำรงตำแหน่งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอดูอาร์โดเป็นลูกชายคนที่ 3 จากลูกชาย 4 คนและลูกสาว 1 คนที่เกิดกับภรรยา 3 คนของโบลโซนาโร เขาได้รับมอบหมายทำหน้าที่ที่ปรึกษาให้บิดาด้านการต่างประเทศ หลังจากโบลโซนาโรชนะเลือกตั้งเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว เอดูอาร์โดเป็นหนึ่งในคณะผู้แทนที่ติดตามไปเยือนกรุงวอชิงตัน ที่นั่นเขาได้พบกับจาเร็ด คุชเนอร์ ลูกเขยของทรัมป์ โดยเอดูอาร์โดสวมหมวกแก๊ป &amp;quot;ทรัมป์ 2020&amp;quot; ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการเยือนทำเนียบขาวอีกครั้งพร้อมกับพ่อเมื่อเดือนมีนาคม ทรัมป์ชมเชยเอดูอาร์โดซึ่งนั่งอยู่ข้างพ่อของเขาระหว่างการหารือในห้องทำงานรูปไข่ แต่ไม่เห็นเงาของรัฐมนตรีต่างประเทศและเอกอัครราชทูตบราซิลประจำกรุงวอชิงตันในที่นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฟลาวิโอ ลูกชายคนโตของครอบครัวนี้เป็นวุฒิสมาชิก ส่วนคาร์ลอส ลูกชายอีกคนเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่นในนครรีโอเดจาเนโร.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40822</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาอีร์ โบลโซนาโร, บราซิล, ประธานาธิบดีบราซิล, เอกอัครราชทูตประจำสหรัฐ, เอดูอาร์โด โบลโซนาโร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190712/image_big_5d288b3261339.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
