<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>106623</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/06/2021 21:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/06/2021 21:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปะหน้ากันแล้ว &#039;ไบเดน&#039;จับมือ&#039;ปูติน&#039;ก่อนเริ่มซัมมิต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโจ ไบเดน และประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน พบหน้ากันแล้วและจับมือกันครั้งแรกในฐานะผู้นำประเทศมหาอำนาจ ก่อนเริ่มการประชุมสุดยอดที่สวิตเซอร์แลนด์เมื่อวันพุธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การประชุมสุดยอดครั้งแรกระหว่างประธานาธิบดีไบเดนและประธานาธิบดีปูตินเกิดขึ้นที่คฤหาสน์&amp;nbsp; Villa la Grange ที่สร้างในศตววรษที่ 18 มองเห็นทิวทัศน์ของทะเลสาบเจนีวา โดยมีประธานาธิบดีกาย พาร์เมลิน ของสวิตเซอร์แลนด์ เป็นเจ้าภาพ ตามกำหนดนั้นผู้นำทั้งสองจะประชุมกันนาน 5 ชั่วโมง โดยมีวาระหารืออาทิ ประเด็นการโจมตีไซเบอร์, การแทรกแซงการเลือกตั้ง และการละเมิดสิทธิ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีไบเดนเป็นผู้เสนอนัดการพบปะกันแบบเผชิญหน้ากับประธานาธิบดีปูติน เมื่อพบหน้ากันเขายังเป็นฝ่ายยื่นมือออกก่อนเพื่อจับมือทักทาย ก่อนที่ทั้งสองจะเข้าไปหารือกันภายในห้องสมุดอันมีชื่อของคฤหาสน์หรูหราแห่งนี้ พวกเขาโอภาปราศรัยกันสั้นๆ ก่อนที่ผู้สื่อข่าวจะถูกขอให้ออกจากห้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปูตินกล่าวขอบคุณไบเดน &amp;quot;สำหรับความคิดริเริ่มของคุณให้มาพบกันในวันนี้&amp;quot; ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐและรัสเซียมีประเด็นคั่งค้างอยู่มากมายที่ต้องการประชุมระดับสูงสุด และ &amp;quot;ผมหวังว่าการประชุมของเราจะบังเกิดผล&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านไบเดนยิ้มและกล่าวตอบว่า &amp;quot;การได้เจอกันตัวต่อตัวดีกว่าเสมอ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนการประชุมจะเริ่มขึ้น พาร์เมลินกล่าวต่อไบเดนและปูตินว่า ถือเป็นเกียรติและน่ายินดีที่สวิตเซอร์แลนด์ได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดสำหรับผู้นำทั้งสองในครั้งนี้ ซึ่งสอดคล้องกับประเพณีของสวิตเซอร์แลนด์ในการเป็นผู้ไกล่เกลี่ยที่ดี ส่งเสริมการสานเสวนาและความเข้าใจซึ่งกันและกัน และขออวยพรให้ประธานาธิบดีทั้งสองเสวนากันอย่างประสบผลเพื่อผลประโยชน์ของสหรัฐและรัสเซียและของโลก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106623</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประชุมสุดยอด, ประธานาธิบดีรัสเซีย, ประธานาธิบดีสหรัฐ, วลาดิมีร์ ปูติน, สวิตเซอร์แลนด์, โจ ไบเดน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210616/image_big_60ca0bb7d4c9f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98456</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/04/2021 22:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/04/2021 22:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปูติน&#039;ลงนามกฎหมายต่ออายุเก้าอี้ปธน.อีก2สมัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;อยู่กันยาวๆ ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ลงนามกฎหมายที่จะเปิดทางให้เขาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีรัสเซียได้อีก 2 สมัย สมัยละ 6 ปี และมีโอกาสที่เขาจะครองอำนาจต่อไปจนถึงปี 2579&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันจันทร์ที่ 5 เมษายน กล่าวว่า ผู้นำรัสเซียซึ่งปัจจุบันอายุ 68 ปี และครองอำนาจมานานกว่า 2 ทศวรรษแล้ว ลงนามกฎหมายฉบับนี้ในวันเดียวกันนี้ ตามสำเนาที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ข่าวสารอย่างเป็นทางการของรัฐบาลรัสเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปูตินเป็นผู้เสนอให้มีการแก้ไขกฎหมายนี้เมื่อปีที่แล้ว ในฐานะส่วนหนึ่งของการปฏิรูปรัฐธรรมนูญ ซึ่งชาวรัสเซียลงประชามติเห็นด้วยอย่างท่วมท้นเมื่อเดือนกรกฎาคม ร่างกฎหมายฉบับใหม่ผ่านความเห็นชอบของสภาเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กฎหมายฉบับนี้จะอนุญาตให้ปูตินลงสมัครรับเลือกตั้งในตำแหน่งประธานาธิบดีได้อีก หลังจากการดำรงตำแหน่งวาระปัจจุบันซึ่งเป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกัน ครบกำหนดในปี 2567&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปูตินชนะเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งแรกเมื่อปี 2543 และครองเก้าอี้นี้ 2 สมัย สมัยละ 4 ปี ต่อมาเก้าอี้นี้ถูกส่งต่อให้ดมิตรี เมดเวเดฟ พันธมิตรของเขาในการเลือกตั้งปี 2551 ซึ่งนักวิจารณ์มองว่าเป็นการขัดตาทัพเพื่อเลี่ยงข้อจำกัดห้ามครองตำแหน่งติดต่อกันเกิน 2 สมัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระหว่างที่เป็นประธานาธิบดีนั้น เมดเวเดฟลงนามกฎหมายขยายวาระประธานาธิบดีเป็นสมัยละ 6 ปีเริ่มต้นกับประธานาธิบดีคนถัดไป แล้วปูตินก็กลับมาทวงเก้าอี้เดิมของเขาในปี 2555 แล้วชนะเลือกตั้งอีกสมัยในปี 2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฝ่ายต่อต้านเครมลินวิจารณ์กฎหมายฉบับใหม่ที่อนุญาตให้ปูตินกลับมาลงสมัครได้อีก 2 สมัย ว่าเป็นข้ออ้างเพื่อทำให้ปูตินกลายเป็น &amp;quot;ประธานาธิบดีตลอดชีพ&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98456</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดำรงตำแหน่งอีก 2 สมัย, ประธานาธิบดีปูติน, ประธานาธิบดีรัสเซีย, ลงนามกฎหมาย, วลาดิมีร์ ปูติน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210405/image_big_606b2caf6a609.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96469</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/03/2021 14:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/03/2021 13:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฉุน&#039;ไบเดน&#039;สับ&#039;ปูติน&#039;ฆาตกร รัสเซียเรียกทูตประจำสหรัฐกลับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัสเซียเรียกเอกอัครราชทูตประจำสหรัฐกลับมาปรึกษาหารือเกี่ยวกับอนาคตความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ หลังจากประธานาธิบดีโจ ไบเดน กล่าวถึงประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ว่าเป็น &amp;quot;ฆาตกร&amp;quot; และจะต้องจ่ายค่าตอบแทนที่มาก้าวก่ายการเลือกตั้งสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ อนาโตลี อันโตนอฟ เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำสหรัฐ (Photo by Mark Wilson/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีไบเดนให้สัมภาษณ์เอบีซีนิวส์ออกอากาศเมื่อวันพุธที่ผ่านมา และได้ตอบคำถามเกี่ยวกับรายงานข่าวกรองที่ว่าประธานาธิบดีปูตินพยายามบ่อนทำลายการสมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐของเขาเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2563 และสนับสนุนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยผู้นำสหรัฐวัย 78 ปีตอบว่า &amp;quot;เขาจะต้องชดใช้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถูกถามว่า เขาคิดว่าปูติน ซึ่งถูกกล่าวหาว่าไร้ความปรานีกับฝ่ายตรงข้าม เป็น &amp;quot;ฆาตกร&amp;quot; หรือไม่ ไบเดนตอบว่า เขาคิดเช่นนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมากระทรวงการต่างประเทศของรัสเซียตอบโต้คำพูดของผู้นำสหรัฐด้วยการเรียกเอกอัครราชทูตของตนกลับประเทศ แต่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐไม่ได้ทำในแบบเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงของรัสเซียเมื่อวันพุธกล่าวว่า อนาโตลี อันโตนอฟ เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำวอชิงตันถูกเชิญกลับกรุงมอสโกมาปรึกษาหารือ เพื่อวิเคราะห์ว่าควรทำอะไรและความสัมพันธ์กับสหรัฐควรดำเนินต่อไปอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เซอร์เกย์ เรียบคอฟ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวกับสำนักข่าวอาร์ไอเอ โนวอสตี ว่าความรับผิดชอบต่อความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียกับอเมริกาที่เสื่อมถอยลงนั้นตกอยู่กับสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐกล่าวกับเอเอฟพีว่า เอกอัครราชทูตสหรัฐจะยังคงปฏิบัติหน้าที่ที่มอสโกต่อไป ด้วยความหวังว่าจะรักษาช่องทางการสื่อสารแบบเปิดไว้ เพื่อลดความเสี่ยงของการคิดคำนวณผิดพลาดระหว่างสองประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เจน ซากี โฆษกทำเนียบขาวก็ถูกผู้สื่อข่าวซักถามด้วยเช่นกันว่า ประธานาธิบดีไบเดนเห็นว่าประธานาธิบดีปูตินเป็นฆาตกรตามความหมายที่แท้จริง หรือเพียงแค่การเปรียบเปรย โฆษกหญิงผู้นี้ตอบเบี่ยงเบนไปว่า ไบเดนไม่เคยเก็บงำความกังวลของเขาเกี่ยวกับสิ่งที่สหรัฐเห็นว่าเป็นการกระทำที่มุ่งร้ายและก่อปัญหา เช่นการแทรกแซงการเลือกตั้ง, การวางยาพิษอเล็กเซย์ นาวัลนี แกนนำฝ่ายต่อต้านเครมลิน, การโจมตีไซเบอร์ และการตั้งค่าหัวทหารอเมริกันในอัฟกานิสถาน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96469</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฆาตกร, ประธานาธิบดีรัสเซีย, ประธานาธิบดีสหรัฐ, รัสเซีย, วลาดิมีร์ ปูติน, สหรัฐ, อนาโตลี อันโตนอฟ, เรียกทูตกลับ, เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำสหรัฐ, แทรกแซงเลือกตั้งสหรัฐ, โจ ไบเดน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210318/image_big_6052f6be508ce.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96411</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/03/2021 21:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/03/2021 21:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไบเดน&#039;เปิดศึก เรียก&#039;ปูติน&#039;เป็นฆาตกร </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโจ ไบเดน เปิดศึกน้ำลายกับรัสเซีย ยอมรับต่อหน้ากล้องโทรทัศน์ว่าเขาเห็นด้วยว่าประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซียเป็น &amp;quot;ฆาตกร&amp;quot; ด้านประธานสภารัสเซียเดือดดาล ย้อนผู้นำสหรัฐด่าปูตินเท่ากับโจมตีรัสเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน (Photo by Alexei Druzhinin\TASS via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า ไบเดนกล่าวโจมตีประธานาธิบดีปูตินระหว่างการให้สัมภาษณ์กับสถานีเอบีซีนิวส์ที่ออกอากาศเมื่อวันพุธที่ 17 มีนาคม โดยตอนหนึ่งผู้นำสหรัฐกล่าวว่า ปูตินจะต้องชดใช้หากพยายามบ่อนทำลายการสมัครรับเลือกตั้งของเขาเมื่อปี 2563 ตามที่มีการกล่าวหาในรายงานข่าวกรองฉบับใหม่ของสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถูกถามว่า เขาคิดว่าปูติน ซึ่งถูกกล่าวหาว่าไร้ความปรานีกับฝ่ายตรงข้าม เป็น &amp;quot;ฆาตกร&amp;quot; หรือไม่ ไบเดนตอบว่า เขาคิดเช่นนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำกล่าวของไบเดนแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับท่าทีของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ปฏิเสธอย่างแข็งขันที่จะกล่าวถึงประธานาธิบดีรัสเซียในเชิงลบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไบเดน ซึ่งเคยเป็นรองประธานาธิบดีในสมัยของประธานาธิบดีบารัค โอบามา นาน 8 ปี กล่าวว่า เขาได้พูดคุยกับปูตินเมื่อเดือนมกราคม หลังจากเขาเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐแล้ว โดยเป็นการสนทนาที่ยืดยาว ตัวเขาค่อนข้างรู้จักปูตินดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในคำให้สัมภาษณ์ ไบเดนยังกล่าวถึงการสนทนาทางโทรศัพท์ระหว่างเขากับปูตินด้วยว่า เริ่มต้นด้วยการที่ตัวเขาบอกกับปูตินว่า ทั้งคู่ต่างรู้จักกันดี และถ้าหากเขาพิสูจน์ได้ว่าสิ่งนี้เกิดขึ้น ก็จงเตรียมตัวไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำสัมภาษณ์ของไบเดนไม่ได้ระบุชัดว่า เขาหมายถึงรัสเซียแทรกแซงการเลือกตั้งสหรัฐ หรือพฤติกรรมอื่นใดที่สหรัฐคัดค้าน เช่น การวางยาพิษและคุมขังอเล็กเซย์ นาวัลนี แกนนำฝ่ายค้านรัสเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านเวียเชสลาฟ โวโลดิน ประธานสภาผู้แทนราษฎรรัสเซีย ตอบโต้คำกล่าวของผู้นำสหรัฐอย่างเดือดดาลผ่านเทเลแกรมว่า &amp;quot;ไบเดนดูถูกพลเมืองของประเทศเราด้วยคำพูดของเขา&amp;quot; และว่า การโจมตีปูตินก็เท่ากับ &amp;quot;การโจมตีประเทศของเรา&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96411</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฆาตกร, ประธานาธิบดีรัสเซีย, ประธานาธิบดีสหรัฐ, วลาดิมีร์ ปูติน, โจ ไบเดน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210317/image_big_605212aa21774.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29588</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/02/2019 21:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/02/2019 21:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปูติน&#039; ขู่ติดตั้งมิสไซล์เล็งเป้ายุโรป ตอบโต้ท่าทีสหรัฐ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน กล่าวเตือนยุโรประหว่างการแถลงนโยบายประจำปีเมื่อวันพุธ ว่ารัสเซียจะวางกำลังมิสไซล์ใหม่โดยเล็งเป้าหมายไปที่ศูนย์กลางการตัดสินใจต่างๆ ของยุโรป หากว่าสหรัฐส่งมิสไซล์มาวางกำลังที่ภูมิภาคนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน แถลงนโยบายประจำปี เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระหว่างการแถลงนโยบายประจำปีที่กรุงมอสโกเมื่อวันพุธที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 ปูตินยืนกรานว่า รัสเซียไม่ได้มีเจตนาจะเป็นฝ่ายเริ่มต้นการวางกำลังมิสไซล์เหล่านี้ในยุโรปก่อน แต่หากสหรัฐพัฒนาและวางกำลังมิสไซล์ของสหรัฐในยุโรป ก็จะทำให้สถานการณ์ด้านความมั่นคงระหว่างประเทศแย่ลงอย่างรวดเร็ว และก่อภัยคุกคามร้ายแรงต่อรัสเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมกำลังพูดถึงเรื่องนี้อย่างชัดเจนและเปิดเผย ว่ารัสเซียจะถูกบังคับให้ต้องวางกำลังอาวุธที่จะสามารถใช้จัดการกับศูนย์กลางการตัดสินใจต่างๆ ที่อยู่เบื้องหลังระบบมิสไซล์ที่คุกคามเรา&amp;quot; ปูตินกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานว่า คำประกาศของประธานาธิบดีปูตินครั้งนี้เกิดขึ้นภายหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศถอนตัวจากสนธิสัญญาอาวุธนิวเคลียร์พิสัยกลาง (ไอเอ็นเอฟ) โดยกล่าวหารัสเซียว่าละเมิดสนธิสัญญายุคสงครามเย็นฉบับนี้ ซึ่งทำให้รัสเซียประกาศถอนตัวบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้นำรัสเซียยังได้กล่าวโทษสหรัฐว่า ตั้งข้อกล่าวหารัสเซียอย่างเลยเถิดเกินจริง เพื่อถอนตัวจากไอเอ็นเอฟปี 2530 ซึ่งลงนามโดยประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน ของสหรัฐ และประธานาธิบดีมิฮาอิล กอร์บาชอฟ ของสหภาพโซเวียตในเวลานั้น สนธิสัญญาฉบับนี้มีเป้าหมายเพื่อคลี่คลายวิกฤติที่โซเวียตวางกำลังขีปนาวุธติดหัวรบนิวเคลียร์เล็งเป้ามายังเมืองหลวงของหลายประเทศในยุโรป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปูตินบอกว่า เขาเข้าใจความวิตกเรื่องที่ไอเอ็นเอฟเป็นเพียงความตกลงระหว่างสองประเทศ ซึ่งไม่ได้ครอบคลุมถึงประเทศอื่นๆ ที่ยังคงเดินหน้าพัฒนาอาวุธชนิดนี้ ในขณะที่สหรัฐและรัสเซียถูกห้าม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29588</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขู่ติดตั้งมิสไซล์, ประธานาธิบดีรัสเซีย, วลาดิมีร์ ปูติน, สหรัฐ, เล็งเป้ายุโรป, ไอเอ็นเอฟ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190220/image_big_5c6d56d8e6b0a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8714</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/05/2018 21:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/05/2018 21:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน สาบานตน นำรัสเซียสู่ยุค &#039;ปูติน 4.0&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย สาบานตนรับตำแหน่งต่อเป็นสมัยที่ 4 อีก 6 ปีเมื่อวันจันทร์ ประกาศจะชุบชีวิตเศรษฐกิจของประเทศซึ่งโดนชาติตะวันตกคว่ำบาตร พร้อมเสนอชื่อดมิตรี เมดเวเดฟ นั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีต่อไปตามเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน เดินบนพรมแดงเข้าสู่สถานที่จัดพิธีสาบานตน ภายในทำเนียบเครมลิน เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันจันทร์ที่ 7 พฤษภาคม 2561 ว่าประธานาธิบดีปูตินเข้าพิธีสาบานตนที่ทำเนียบเครมลินในกรุงมอสโกวันเดียวกันนี้ ท่ามกลางแขกที่เป็นชนชั้นนำในรัสเซีย ซึ่งยืนเรียงแถวรอต้อนรับขณะที่ปูตินเดินบนพรมแดงผ่านห้องโถงอันเดรเยฟภายในวังเครมลิน พิธีสาบานตนในครั้งนี้ปูตินเลือกใช้รถลีมูซีนสีดำที่ผลิตโดยรัสเซียเอง แทนที่จะใช้รถเมอร์เซเดส-เบนซ์แบบที่แล้วมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้นำรัสเซียวัย 65 ปี ชนะการเลือกตั้งอย่างถล่มทลายเมื่อเดือนมีนาคม ด้วยคะแนนสนับสนุนเกือบ 77% โดยที่อเล็กเซย์ นาวัลนี คู่แข่งตัวฉกาจที่สุดของเขา ถูกห้ามลงสมัคร การสาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่ 4 อย่างเป็นทางการจะทำให้อดีตสายลับเคจีบีรายนี้อยู่บนเส้นทางที่จะเป็นผู้นำรัสเซียที่ครองอำนาจยาวนานที่สุดนับแต่โจเซฟ สตาลิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปูตินขึ้นเป็นผู้นำประเทศเมื่อ 18 ปีก่อน โดยครองตำแหน่งประธานาธิบดีสลับกับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ในช่วงที่เขาดันดมิตรี เมดเวเดฟ ขึ้นขัดตาทัพ ภายหลังพิธีสาบานตนเมื่อวันจันทร์ ปูตินประกาศทันทีว่าเขาได้เสนอชื่อเมดเวเดฟ พันธมิตรวัย 52 ปีของเขา ให้สภาดูมาหรือสภาผู้แทนราษฎร รับรองให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน จับมือกับนายกฯ ดมิตรี เมดเวเดฟ ที่ยืนอยู่ระหว่างอดีตนายกฯ แกร์ฮาร์ด ชโรเดอร์ ของเยอรมนี และนางสเวตลานา ภริยาของเมดเวเดฟ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การครองอำนาจสืบต่อไปของปูติน ซึ่งฝ่ายต่อต้านเปรียบเทียบเขาว่าเหมือนการครองบัลลังก์ของจักรพรรดิหรือพระเจ้าซาร์ของรัสเซีย เกิดขึ้นในช่วงยามที่ความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียกับโลกตะวันตกตึงเครียดถึงขีดสุดนับแต่ยุคสงครามเย็น ทั้งจากกรณีที่รัสเซียผนวกแคว้นไครเมียของยูเครนเข้าเป็นของตนที่ทำให้ถูกยุโรปคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ ไปจนถึงปฏิบัติการทางทหารในซีเรีย ที่รัสเซียหนุนหลังประธานาธิบดีบาชาร์ อัลอัสซาด และไม่กี่เดือนที่ผ่านมายังมีกรณีการวางยาพิษอดีตสายลับสองหน้าชาวรัสเซียในอังกฤษ ที่ยุโรปและสหรัฐต่างกล่าวโทษรัสเซียอยู่เบื้องหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปูตินกล่าวให้คำมั่นต่อชาวรัสเซียว่า การทำหน้าที่ในสมัยที่ 4 ของเขา เขาจะพลิกฟื้นเศรษฐกิจของประเทศ &amp;quot;เราจะเรียกคืนความภาคภูมิใจในปิตุภูมิของเรา&amp;quot; เขากล่าวในพิธีสาบานตน &amp;quot;ในฐานะผู้นำประเทศ ข้าพเจ้าจะพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อทวีความแข็งแกร่ง, ความรุ่งเรือง และกิตติศัพท์ของรัสเซีย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เขาประกาศด้วยว่า จะให้ความสำคัญกับการปรับปรุงมาตรฐานชีวิตของชาวรัสเซีย &amp;quot;ประชาชนต้องอยู่ดีกินดีขึ้น&amp;quot; ปูตินกล่าว พร้อมกับให้คำมั่นสวยหรูว่า ความสำเร็จนี้จะเกิดขึ้นต่อเมื่อรัสเซียมีสังคมที่เสรีซึ่งยอมรับสิ่งใหม่ๆ และความก้าวหน้า และปฏิเสธความอยุติธรรม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8714</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดมิตรี เมดเวเดฟ, ประธานาธิบดีรัสเซีย, ปูติน, ปูติน 4.0, รัสเซีย, วลาดิมีร์ ปูติน, สมัยที่ 4, สาบานตน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180507/image_big_5af061c3f3781.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
