<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115205</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/08/2021 21:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/08/2021 21:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปูติน&#039;แจกตังค์ทหาร-ตำรวจทำคะแนนก่อนเลือกตั้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซียลงนามคำสั่งเมื่อวันอังคารให้มอบเงินช่วยเหลือแก่ทหารและตำรวจรายละประมาณ 6,500 บาท หวังเรียกเสียงสนับสนุนให้พรรคยูไนเต็ดรัสเซียของเขาที่คะแนนนิยมกำลังถดถอย ก่อนถึงการเลือกตั้งสมาชิกสภาดูมาเดือนกันยายนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โครงการแจกเงินช่วยเหลือแบบจ่ายครั้งเดียวของปูตินล่าสุด ตามคำสั่งที่เขาลงนามเมื่อวันอังคารที่ 31 สิงหาคม มีออกมาเพิ่มเติมจากการสั่งจ่ายเงินช่วยเหลือแก่คนวัยเกษียณรายละประมาณ 4,300 บาท (135 ดอลลาร์) ไม่กี่วันก่อนหน้านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า คำประกาศในช่องทางแจ้งข่าวสารทางกฎหมายของรัสเซียกล่าวว่า เงิน 15,000 รูเบิล (200 ดอลลาร์) นี้จะจ่ายให้แก่ทหารและตำรวจในเดือนกันยายน เพื่อตอบแทนที่เจ้าหน้าที่เหล่านี้ &amp;quot;ปกป้องสังคม&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การจ่ายเงินช่วยเหลือของรัฐบาลมีออกมาก่อนหน้าการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในเดือนกันยายน โดยผลสำรวจชี้ว่าพรรคยูไนเต็ดรัสเซียของเขามีคะแนนสนับสนุนลดลง 10 จุด เทียบกับการเลือกตั้งครั้งที่แล้วในปี 2559 อันเป็นผลจากปัญหาเศรษฐกิจ ที่ราคาสินค้าแพงเพราะอัตราเงินเฟ้อสูงแต่ค่าจ้างถูกลง แม้ปูตินจะเคยสั่งการให้รัฐบาลใช้มาตรการควบคุมราคาแล้วหลายครั้งนับแต่ปลายปี 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อัตราเงินเฟ้อประจำปีของรัสเซียสูงถึง 6.5% ตามข้อมูลของธนาคารกลางซึ่งได้ขึ้นดอกเบี้ยสำคัญด้วยอัตราเดียวกันเมื่อเดือนมิถุนายนปีนี้ เป็นการขึ้นอัตราดอกเบี้ยมากที่สุดนับแต่วิกฤติการเงินปี 2557 &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัจจุบัน พรรครัฐบาลของเขาครองที่นั่งในสภาดูมา 75% แต่หลายปีมานี้คะแนนนิยมของพรรคตกลงภายหลังรัฐบาลผ่านแผนบำเหน็จบำนาญเมื่อปี 2561 ที่ไม่ได้รับความนิยม โพล VTsIOM ชี้ว่าพรรคมีคะแนนนิยมเหลือราว 30% เท่านั้น จากราว 40% ในการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115205</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน, พรรคยูไนเต็ดรัสเซีย, รัสเซีย, เลือกตั้งสภาดูมา, แจกเงินทหาร-ตำรวจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210423/image_big_6082ebe586c8a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110503</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/07/2021 00:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/07/2021 23:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัสเซียอวดบินรบล่องหนรุ่นใหม่-โวทดสอบS-500สำเร็จ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กองทัพรัสเซียอวดโฉมหน้าของเครื่องบินรบล่องหน &amp;quot;เช็กเมต&amp;quot; เจเนอเรชันใหม่ให้ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ได้ยลก่อนเปิดตัวในงานแอร์โชว์เมื่อวันอังคาร หลังจากเพิ่งประกาศความสำเร็จในการทดสอบระบบป้องกันขีปนาวุธเอส-500 กับมิสไซล์ครูซไฮเปอร์โซนิก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า ประธานาธิบดีปูตินไปเยี่ยมชมเครื่องบินรบล่องหน ซูคอย แอลทีเอส เช็กเมต ลำนี้ที่โรงเก็บเครื่องบินนอกกรุงมอสโกในวันอังคารที่ 20 กรกฎาคม ก่อนหน้าที่รัสเซียจะเปิดเผยโฉมหน้าเครื่องบินรบสเตลธ์รุ่นใหม่ลำนี้ต่อสาธารณะอย่างเป็นทางการในวันเดียวกัน โดยผู้บริหารของรอสเท็ก บริษัทเทคโนโลยีกลาโหมยักษ์ใหญ่เป็นผู้นำชม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอสเท็กบรรยายถึงเครื่องบินรบลำนี้ว่าเป็นเครื่องบินขับไล่ขนาดเบาแบบเครื่องยนต์เดียวรุ่นที่ 5 ที่รวบรวมนวัตกรรมใหม่ๆ รวมถึงระบบเอไอ อย่างไรก็ดีในงานแสดงการบิน MAKS ครั้งนี้ เช็กเมตจะไม่ได้บินโชว์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านประธานาธิบดีปูตินชมเชยว่า การบินของรัสเซียมีศักยภาพในการพัฒนาอย่างมาก และอุตสาหกรรมอากาศยานก็ยังคงสร้างอากาศที่สามารถแข่งขันรุ่นใหม่ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงเวลา 2 ทศวรรษที่เขาครองอำนาจ ปูตินมุ่งมั่นทุ่มเทงบประมาณกับกองทัพและการพัฒนาอาวุธยุทโธปกรณ์ใหม่ๆ กองทัพรัสเซียก็โอ้อวดเรื่องการพัฒนาอาวุธหลายชนิดที่สามารถหลบเลี่ยงระบบป้องกันที่มีอยู่ในปัจจุบันได้ อาทิ ขีปนาวุธข้ามทวีปซาร์มัต และมิสไซล์ครูซบูเรเวสต์นิก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคาร กระทรวงกลาโหมรัสเซียเพิ่งประกาศความสำเร็จของการทดสอบระบบมิสไซล์ป้องกันภัยทางอากาศ เอส-500 ซึ่งยิงโดนเป้าหมายที่เป็นขีปนาวุธความเร็วสูง ที่สนามทดสอบคาปุสตินยาร์ทางใต้ของรัสเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัสเซียกล่าวว่า เอส-500 ซึ่งเป็นรุ่นต่อจากเอส-400 และคาดกันว่ามีพิสัยไกลสุด 600 กิโลเมตร เป็นระบบต่อต้านมิสไซล์ที่ก้าวหน้าที่สุดในโลก และสามารถตอบโต้การโจมตีจากอวกาศได้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในวันจันทร์ รัสเซียเพิ่งคุยว่าประสบความสำเร็จในการทดสอบมิสไซล์ครูซไฮเปอร์โซนิก &amp;quot;เซอร์คอน&amp;quot; ที่เป็นส่วนหนึ่งของระบบมิสไซล์เจเนอเรชันใหม่ของรัสเซีย ที่ปูตินคุยไว้ว่า &amp;quot;ไร้เทียมทาน&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110503</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน, มิสไซล์ครูซไฮเปอร์โซนิก, ระบบมิสไซล์เอส-500, รัสเซีย, เครื่องบินรบล่องหน, เช็กเมต, เซอร์คอน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210720/image_big_60f6fcd08d030.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107976</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/06/2021 22:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/06/2021 22:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รักกันเหนียวแน่น &#039;ปูติน-สี&#039;ต่ออายุสนธิสัญญามิตรภาพจีน-รัสเซีย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ประชุมทางไกลเมื่อวันจันทร์ ประกาศขยายสนธิสัญญามิตรภาพจีน-รัสเซียอายุ 20 ปีออกไปอีก พร้อมยกย่องความสัมพันธ์ที่แนบแน่นขึ้นระหว่างสองชาติมีบทบาทสำคัญต่อการรักษาเสถียรภาพในกิจการโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2564 (Photo by ALEXEY NIKOLSKY/Sputnik/AFP via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีและรอยเตอร์รายงานว่า หลายปีมานี้ จีนและรัสเซียกระชับความร่วมมือกันมากยิ่งขึ้นในช่วงยามที่สองประเทศนี้เผชิญความตึงเครียดกับสหรัฐร่วมกัน ชาติมหาอำนาจทั้งสองได้พัฒนาความสัมพันธ์กันทั้งด้านเศรษฐกิจ, การทหารและพลังงาน พร้อมกับสนับสนุนอีกฝ่ายในประเด็นต่างๆ โดยเฉพาะเมื่อเผชิญกับเสียงวิจารณ์จากโลกตะวันตก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในแถลงการณ์ร่วมกันที่ทำเนียบเครมลินเผยแพร่เมื่อวันจันทร์ที่ 28 มิถุนายน ในโอกาสครบรอบ 2 ทศวรรษของการลงนามสนธิสัญญามิตรภาพระหว่างจีนและรัสเซีย ที่ปูตินลงนามร่วมกับประธานาธิบดีเจียง เจ๋อหมิน ของจีนเมื่อปี 2544 เปิดเผยว่า ประธานาธิบดีปูตินกล่าวระหว่างการประชุมผ่านระบบวีดิทัศน์ทางไกลกับประธานาธิบดีสีในวันเดียวกันนี้ว่า สนธิสัญญามิตรภาพฉบับนี้ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียและจีน &amp;quot;สูงอย่างไม่เคยมีมาก่อน&amp;quot; และสนธิสัญญาฉบับนี้จะต่ออายุโดยอัตโนมัติอีก 5 ปี เมื่อครบกำหนดในเดือนกุมภาพันธ์ 2565&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้นำรัสเซียยกย่องสนธิสัญญาฉบับนี้ว่าเป็น &amp;quot;เอกสารทางกฎหมายระหว่างประเทศขั้นพื้นฐาน&amp;quot; และความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียและจีนนั้น &amp;quot;มีบทบาทในการรักษาเสถียรภาพในกิจการโลก&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในโลกปัจจุบัน ความตกลงนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง&amp;quot; เครมลินอ้างคำพูดของปูติน &amp;quot;ในบริบทของความปั่นป่วนทางภูมิรัฐศาสตร์เพิ่มมากขึ้น, การรื้อถอนข้อตกลงควบคุมอาวุธ และโอกาสความขัดแย้งที่เพิ่มขึ้นในมุมต่างๆ ของโลก การประสานงานระหว่างรัสเซียและจีนมีบทบาทในการรักษาเสถียรภาพในกิจการของโลก&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านประธานาธิบดีสีกล่าวตอบว่า ในขณะที่โลกเข้าสู่ช่วงเวลาแห่งความปั่นป่วนและการเปลี่ยนแปลง และมนุษยชาติต้องเผชิญกับความเสี่ยงต่างๆ ความร่วมมือที่ใกล้ชิดระหว่างจีนและรัสเซียนำพลังงานบวกมาสู่ประชาคมโลก และความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียและจีน &amp;quot;เป็นแบบอย่างสำหรับการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในรูปแบบใหม่&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107976</URL_LINK>
                <HASHTAG>ต่ออายุสนธิสัญญา, ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน, ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง, สนธิสัญญามิตรภาพจีน-รัสเซีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210628/image_big_60d9e9e7398ab.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106636</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/06/2021 23:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/06/2021 23:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยอมคืนดี &#039;ปูติน-ไบเดน&#039;ตกลงส่งเอกอัครราชทูตกลับไปประจำการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ซัมมิตครั้งแรกระหว่างประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซีย กับประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐ จบลงเร็วกว่าที่คาด ผูู้นำทั้งสองเห็นพ้องกันว่าจะส่งเอกอัครราชทูตของตนกลับไปประจำเมืองหลวงของอีกฝ่ายตามเดิม หลังจากเกิดความบาดหมางเมื่อไบเดนเรียกปูตินเป็น &amp;quot;ฆาตกร&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การประชุมสุดยอดระหว่างปูตินและไบเดนที่นครเจนีวาของสวิตเซอร์แลนด์เมื่อวันพุธที่ 16 มิถุนายน เป็นการเจรจากันแบบพบตัวระหว่างผู้นำชาติมหาอำนาจทั้งสองเป็นครั้งแรก แต่การประชุมซึ่งที่ปรึกษาของไบเดนคาดว่าจะใช้เวลานาน 5 ชั่วโมงนั้น จบลงในเวลาไม่ถึง 4 ชั่วโมง หลังจากนั้นสองแยกกันแถลงข่าว ซึ่งต่างจากการประชุมสุดยอดระหว่างปูตินกับโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อปี 2561 ที่คราวนั้นทั้งคู่แสดงความสนิทชิดเชื้อด้วยบรรยากาศเป็นมิตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซัมมิตระหว่างปูตินกับทรัมป์ที่กรุงเฮลซิงกิคราวนั้น มีช่วงหนึ่งที่พวกเขาคุยกันเป็นการส่วนตัวโดยมีเพียงล่ามของแต่ละฝ่ายอยู่ด้วย แต่ซัมมิตระหว่างปูตินกับไบเดนไม่มีช่วงเวลาส่วนตัวแบบนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานรอยเตอร์อ้างคำกล่าวของเจ้าหน้าที่ว่า การพูดคุยกันรอบแรก ซึ่งนอกจากไบเดนและปูติน ยังรวมถึงแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐ และเซอร์เกย์ ลัฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศของรัสเซีย ใช้เวลาเกือบ 2 ชั่วโมง ก่อนจะพักเบรกแล้วเริ่มเจรจากันใหม่ในเวลา 16.00 น.ตามเวลาท้องถิ่น (21.00 น.ของไทย) โดยคราวนี้ อนาโตลี อันโตนอฟ เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำสหรัฐ เข้าร่วมด้วย การเจรจาจบลงในเวลา 17.05 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียกับสหรัฐเสื่อมถอยในช่วงหลายปีมานี้ โดยเฉพาะหลังจากรัสเซียผนวกแคว้นไครเมียของยูเครนเป็นของตนเมื่อปี 2557, การที่รัสเซียแทรกแซงความขัดแย้งในซีเรียเมื่อปี 2558 และคำกล่าวหาของสหรัฐว่ารัสเซียแทรกแซงการเลือกตั้งปี 2559 ที่ช่วยให้ทรัมป์ชนะ ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลทั้งสองตกต่ำลงอีกในเดือนมีนาคม เมื่อไบเดนกล่าวว่า เขาคิดว่าปูตินเป็น &amp;quot;ฆาตกร&amp;quot; ทำให้รัสเซียเรียกทูตอันโตนอฟกลับจากวอชิงตันมาปรึกษาหารือ จากนั้นสหรัฐก็เรียกเอกอัครราชทูตของตนกลับจากรัสเซียในเดือนเมษายน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการแถลงข่าวหลังจบการประชุม ประธานาธิบดีปูตินกล่าวว่า การประชุมครั้งนี้เป็นไปอย่างสร้างสรรค์ ไม่มีความเป็นปฏิปักษ์ต่อกัน และแสดงให้เห็นถึงความปรารถนาของทั้งสองที่จะทำความเข้าใจกันและกัน ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องว่าควรส่งเอกอัครราชทูตกลับไปประจำที่เมืองหลวงของอีกฝ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พวกเขาจะกลับไปยังสถานที่ทำงานของพวกเขา แต่เป็นเมื่อใดนั้นเป็นคำถามทางเทคนิคล้วนๆ&amp;quot;&amp;nbsp; เอเอฟพีรายงานคำกล่าวของประธานาธิบดีรัสเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปูตินกล่าวด้วยว่า รัสเซียและสหรัฐแบ่งปันความรับผิดชอบร่วมกันสำหรับเสถียรภาพด้านนิวเคลียร์ และจะเจรจากันถึงความเป็นไปได้ของการเปลี่ยนแปลงสนธิสัญญานิวสตาร์ทเพื่อจำกัดอาวุธนิวเคลียร์ ที่เพิ่งขยายเวลาออกไปเมื่อไม่นานมานี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งสองฝ่ายกล่าวไว้ก่อนหน้าการประชุมว่า พวกเขาคาดหวังความสัมพันธ์ที่คาดเดาได้และเสถียรมากขึ้น ถึงแม้ว่าจะมีความเห็นไม่ลงรอยกันในทุกด้าน ตั้งแต่การควบคุมอาวุธและการโจมตีไซเบอร์ ไปจนถึงการแทรกแซงการเลือกตั้งและกรณียูเครน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106636</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซัมมิตปูติน-ไบเดน, ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน, ประธานาธิบดีโจ ไบเดน, ส่งทูตกลับไปประจำการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210616/image_big_60ca2abb9542c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104521</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/05/2021 21:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/05/2021 21:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปูติน&#039;ยินดี&#039;อัสซาด&#039;ชนะเลือกตั้งประธานาธิบดีซีเรียสมัยที่4</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีบาชาร์ อัลอัสซาด ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีได้ครองตำแหน่งเป็นสมัยที่ 4 ตามความคาดหมาย ด้วยคะแนนสนับสนุนเกิน 95% พันธมิตรทั้งประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน และรัฐบาลอิหร่านรีบแสดงความยินดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฮัมมูดา ซับบักห์ ประธานสภาผู้แทนราษฎรของซีเรีย ประกาศผลการนับคะแนนเมื่อวันพฤหัสบดี ว่าการเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อวันพุธ ซึ่งมีผู้สมัคร 3 คนนั้น ประธานาธิบดีอัสซาดชนะคะแนนอันดับ 1 ด้วยคะแนนสนับสนุนถึง 95.1% โดยมีประชาชนออกมาใช้สิทธิมากกว่า 14 ล้านคน หรือราว 78%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนคู่แข่งของอัสซาดอีก 2 คนคือ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการ อับดัลลาห์ ซาลุม อับดัลลาห์ ได้คะแนน 1.5% และมะห์มูด อาเหม็ด มาเร ผู้นำพรรคฝ่ายค้านพรรคเล็ก ได้ 3.3%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชัยชนะครั้งนี้จะทำให้อัสซาดวัย 55 ปี ได้ครองอำนาจต่อไปอีก 7 ปี และจะทำให้ตระกูลของเขาปกครองประเทศนี้ยาวนานร่วม 6 ทศวรรษ นับจากยุคของฮาเฟซ อัลอัสซาด ผู้บิดาที่ถึงแก่อสัญกรรมเมื่อปี 2543 แล้วอัสซาดผู้ลูกรายนี้ได้ครองอำนาจสืบแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อัสซาดโพสต์ลงเฟซบุ๊กหาเสียงของเขา แสดงความขอบคุณชาวซีเรียทุกคนที่มีความรู้สึกรักชาติอย่างแรงกล้า และการมีส่วนร่วมในการเลือกตั้ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซีเรียภายใต้อัสซาดผู้ลูกตกอยู่ในภาวะสงครามกลางเมืองยาวนาน 10 ปี ที่เริ่มต้นจากการประท้วงอย่างสันติเพื่อขับไล่เขาเมื่อปี 2544 ก่อนจะบานปลายเป็นความขัดแย้งหลายฝ่ายที่ดึงดูดทั้งพันธมิตรและศัตรูจากต่างชาติร่วมในสมรภูมิ มีคนเสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 388,000 คน ประชากรพลัดถิ่นครึ่งประเทศ รวมถึงไม่น้อยกว่า 6 ล้านคนที่ลี้ภัยในต่างแดน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเลือกตั้งซึ่งจัดขึ้นภายในดินแดนราว 70% ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาล ถูกรัฐบาลหลายชาติในโลกตะวันตก ทั้งฝรั่งเศส, เยอรมนี, อิตาลี, อังกฤษ และสหรัฐ ประณามผ่านแถลงการณ์ร่วมก่อนหน้าวันเลือกตั้งว่า ทั้งไม่เสรีและไม่ยุติธรรม ตุรกีที่เป็นปฏิปักษ์กับอัสซาดระบุว่าเป็นการเลือกตั้งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังการประกาศผลอย่างเป็นทางการ รัฐบาลรัสเซียซึ่งเป็นพันธมิตรสำคัญของอัสซาด แถลงเมื่อวันศุกร์ยกย่องชัยชนะที่เด็ดขาดของอัสซาด ว่าเป็นก้าวสำคัญที่นำไปสู่การเสริมสร้างความมั่นคงภายใน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ส่งสาสน์แสดงความยินดีกับอัสซาดด้วย โดยกล่าวว่า ผลคะแนนยืนยันอำนาจทางการเมืองของอัสซาดอย่างสมบูรณ์ และความเชื่อมั่นของพลเมืองซีเรียภายใต้การเป็นผู้นำของเขาเพื่อทำให้สถานการณ์ในซีเรียมีเสถียรภาพโดยเร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลอิหร่านซึ่งเป็นพันธมิตรสำคัญเช่นกัน แสดงความยินดีกับชัยชนะอันถล่มทลายของอัสซาด โดยระบุว่าเป็น &amp;quot;ก้าวสำคัญ&amp;quot; ที่จะนำไปสู่การรื้อฟื้นสันติภาพหลังจากทศวรรษแห่งสงครามกลางเมือง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104521</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซีเรีย, ประธานาธิบดีบาชาร์ อัลอัสซาด, ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน, เลือกตั้งประธานาธิบดีซีเรีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210528/image_big_60b0f78dc3c2f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100504</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/04/2021 22:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/04/2021 22:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัสเซียลดอุณหภูมิ เริ่มถอนทหารจากชายแดนยูเครน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัสเซียเริ่มถอนกำลังทหารที่ส่งมาซ้อมรบใกล้ชายแดนยูเครนนับแสนนายแล้วเมื่อวันศุกร์ หลังจากทำให้โลกตะวันตกตึงเครียดนานหลายสัปดาห์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน (Photo by Alexei Druzhinin\TASS via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; การวางกำลังทหารของรัสเซียนับแสนนายประชิดชายแดนยูเครนเกิดในช่วงเวลาเดียวกับที่การสู้รบระหว่างกองทัพของรัฐบาลยูเครน กับกบฏแบ่งแยกดินแดนนิยมรัสเซียในภาคตะวันออกของยูเครน ตั้งแต่ต้นปีนี้ทวีความรุนแรงมากขึ้น ซึ่งยิ่งเพิ่มความวิตกในยูเครนและทำให้ชาติพันธมิตรของยูเครนในโลกตะวันตกออกมากล่าวเตือนรัสเซีย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพฤหัสบดี รัฐบาลรัสเซียกล่าวว่า ทหารนับแสนนายที่วางกำลังบริเวณชายแดนภาคใต้และตะวันตกของรัสเซีย เพื่อทำการฝึกซ้อมในช่วงหลายสัปดาห์มานี้ จะเริ่มเคลื่อนกำลังกลับฐาน ต่อมากระทรวงกลาโหมยืนยันว่า กองทัพเริ่มถอนทหารแล้วในวันศุกร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านดมีโทร คูเลบา รัฐมนตรีต่างประเทศของยูเครน แสดงความยินดีกับข่าวนี้แบบไม่วางใจนัก โดยบอกว่า การลดกำลังทหารจะช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดได้ แต่เขาเตือนว่าการดำเนินการดังกล่าวด้วยตัวของมันเองไม่ได้ช่วยหยุดสถานการณ์บานปลายหรือความขัดแย้งโดยรวม ยูเครนเรียกร้องให้ชาติพันธมิตรเฝ้าระวังต่อไปในตอนนี้ ให้เฝ้าจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป และให้ดำเนินมาตรการที่มีประสิทธิภาพเพื่อคุมรัสเซียไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน ยินดีกับคำประกาศถอนทหารของรัสเซียโดยกล่าวว่าการดำเนินการนี้ลดความตึงเครียดได้พอควร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่จากนาโตกล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่า การลดระดับความรุนแรงโดยรัสเซียเป็นเรื่องสำคัญ ส่วนสหรัฐกล่าวว่า กำลังเฝ้ารอดูการดำเนินการถอนทหารของรัสเซีย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดมิตรี เปสคอฟ โฆษกทำเนียบเครมลิน แถลงเมื่อวันศุกร์ ปฏิเสธความวิตกของโลกตะวันตกเกี่ยวกับการซ้อมรบของรัสเซีย โดยกล่าวว่าการเคลื่อนย้ายกำลังพลรัสเซียภายในรัสเซียเองไม่ได้คุกคามชาติใด นอกจากนี้ ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ก็พร้อมจะปรับปรุงความสัมพันธ์กับผู้นำชาติตะวันตก ตราบใดที่สองฝ่ายมีเจตนาตรงกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระนั้น การลดกำลังพลของรัสเซียเกิดขึ้น 1 วันล่วงหน้ารัสเซียเตรียมปิดทะเลดำบางส่วนไม่ให้เรือต่างชาติผ่าน ที่อาจจำกัดการเข้าถึงท่าเรือของยูเครนในทะเลอาซอฟได้ ซึ่งทำให้ทั้งนาโตและสหภาพยุโรปกล่าวประณาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากรัสเซียประกาศยุติการฝึกใกล้ชายแดน ปูตินกล่าวว่า เขายินดีต้อนรับเซเลนสกีมาเยือนมอสโกเมื่อใดก็ได้ เพื่อหารือความสัมพันธ์ทวิภาคี แต่ผู้นำยูเครนก็ควรหารือกับพวกผู้นำกบฏแบ่งแยกดินแดนเรื่องการสู้รบที่เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100504</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถอนทหารจากชายแดน, ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน, ยูเครน, รัสเซีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210423/image_big_6082ebe586c8a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100269</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/04/2021 22:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/04/2021 22:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัสเซียขับ10นักการทูตอเมริกัน &#039;ปูติน&#039;ขู่ชาติตะวันตกอย่าล้ำเส้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ได้เวลาเอาคืน กระทรวงการต่างประเทศรัสเซียประกาศว่านักการทูตอเมริกัน 10 คนเป็นบุคคลไม่พึงปรารถนาและให้เดินทางออกจากรัสเซียภายใน 1 เดือน ตอบโต้ที่สหรัฐประกาศขับนักการทูตรัสเซีย 10 คนเมื่อสัปดาห์ก่อน ขณะประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน แถลงนโยบายเตือนคู่แข่งจากตะวันตกอย่าล้ำเส้น ชี้เอะอะก็โทษรัสเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย แถลงนโยบายแห่งชาติครั้งที่ 17 เมื่อวันพุธที่ 21 เมษายน 2564 (Photo by Konstantin Zavrazhin/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลรัสเซียเคยขู่ภายหลังสหรัฐประกาศคว่ำบาตรรัสเซียเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และเนรเทศนักการทูตรัสเซีย 10 คนเพื่อลงโทษต่อการกระทำที่สหรัฐระบุว่าเป็นการแทรกแซงการเลือกตั้งประธานาธิบดี, การโจมตีไซเบอร์ครั้งใหญ่ และกิจกรรมปรปักษ์อื่นๆ ว่ารัสเซียจะตอบโต้สหรัฐในแบบเดียวกัน และในวันพุธที่ 21 เมษายน กระทรวงการต่างประเทศของรัสเซียจึงได้ฤกษ์ประกาศขับนักการทูตสหรัฐ 10 คน โดยประกาศว่าคนเหล่านี้เป็นบุคคลไม่พึงปรารถนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บุคคลเหล่านี้ได้รับคำสั่งให้ออกจากดินแดนของประเทศเราภายในสิ้นวันที่ 21 พฤษภาคม&amp;quot; กระทรวงต่างประเทศรัสเซียกล่าวในแถลงการณ์ โดยบอกว่าเป็นการตอบโต้การดำเนินการปรปักษ์ของฝ่ายอเมริกันในแบบเดียวกันกับที่สหรัฐขับลูกจ้างของสถานเอกอัครราชทูตรัสเซียในกรุงวอชิงตันและสถานกงสุลใหญ่รัสเซียในนครนิวยอร์ก และกระทรวงจะดำเนินการเพิ่มเติมในอนาคตเพื่อตอบโต้การคว่ำบาตรที่ &amp;quot;ผิดกฎหมาย&amp;quot; ของสหรัฐต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียกับตะวันตกดิ่งสู่จุดตกต่ำครั้งใหม่ในเวลานี้ รัสเซียและรัฐบาลตะวันตกหลายชาติกำลังขัดแย้งกันทั้งด้วยกรณีของอเล็กเซย์ นาวัลนี แกนนำฝ่ายค้านคู่ปรับของปูติน, การวางกำลังทหารจำนวนมากตามแนวชายแดนติดกับยูเครน และเรื่องอื้อฉาวเกี่ยวกับการจารกรรมในหลายประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ ประธานาธิบดีปูตินแถลงนโยบายแห่งชาติประจำปีต่อบรรดาสมาชิกรัฐสภาและผู้ว่าการระดับภูมิภาคต่างๆ ตอนหนึ่งเขากล่าวเตือนคู่แข่งจากโลกตะวันตกว่า อย่าได้ล้ำเส้น พร้อมกับตำหนิประเทศอื่นๆ ว่าเกิดเรื่องเลวร้ายอะไรก็โทษมาที่รัสเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในบางประเทศ พวกเขาเริ่มมีธรรมเนียมหยาบคายในการกล่าวโทษรัสเซียทุกเรื่อง&amp;quot; เอเอฟพีอ้างคำกล่าวของปูตินในสุนทรพจน์ที่ถ่ายทอดทางโทรทัศน์ &amp;quot;มันเป็นกีฬาบางชนิด เป็นกีฬาชนิดใหม่&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้นำรัสเซียกล่าวด้วยว่า รัสเซียต้องการมีความสัมพันธ์อันดีกับสมาชิกประชาคมระหว่างประเทศทุกประเทศ แม้แต่ประเทศที่มีความเห็นไม่ตรงกัน &amp;quot;แต่หากใครก็ตามตีความเจตนาอันดีของเราเป็นความอ่อนแอ ปฏิกิริยาของเราจะไม่สมมาตร, รวดเร็ว และรุนแรง&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมหวังว่า จะไม่มีใครคิดข้ามเส้นสีแดงที่เกี่ยวข้องกับรัสเซีย และเราจะเป็นผู้กำหนดเองเป็นกรณีไปว่าเส้นสีแดงนั้นอยู่ตรงไหน&amp;quot; ปูตินกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100269</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขับนักการทูตอเมริกัน, ขู่ตะวันตกอย่าล้ำเส้น, ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน, รัสเซีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210421/image_big_608047a53f655.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
