<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>106623</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/06/2021 21:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/06/2021 21:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปะหน้ากันแล้ว &#039;ไบเดน&#039;จับมือ&#039;ปูติน&#039;ก่อนเริ่มซัมมิต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโจ ไบเดน และประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน พบหน้ากันแล้วและจับมือกันครั้งแรกในฐานะผู้นำประเทศมหาอำนาจ ก่อนเริ่มการประชุมสุดยอดที่สวิตเซอร์แลนด์เมื่อวันพุธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การประชุมสุดยอดครั้งแรกระหว่างประธานาธิบดีไบเดนและประธานาธิบดีปูตินเกิดขึ้นที่คฤหาสน์&amp;nbsp; Villa la Grange ที่สร้างในศตววรษที่ 18 มองเห็นทิวทัศน์ของทะเลสาบเจนีวา โดยมีประธานาธิบดีกาย พาร์เมลิน ของสวิตเซอร์แลนด์ เป็นเจ้าภาพ ตามกำหนดนั้นผู้นำทั้งสองจะประชุมกันนาน 5 ชั่วโมง โดยมีวาระหารืออาทิ ประเด็นการโจมตีไซเบอร์, การแทรกแซงการเลือกตั้ง และการละเมิดสิทธิ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีไบเดนเป็นผู้เสนอนัดการพบปะกันแบบเผชิญหน้ากับประธานาธิบดีปูติน เมื่อพบหน้ากันเขายังเป็นฝ่ายยื่นมือออกก่อนเพื่อจับมือทักทาย ก่อนที่ทั้งสองจะเข้าไปหารือกันภายในห้องสมุดอันมีชื่อของคฤหาสน์หรูหราแห่งนี้ พวกเขาโอภาปราศรัยกันสั้นๆ ก่อนที่ผู้สื่อข่าวจะถูกขอให้ออกจากห้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปูตินกล่าวขอบคุณไบเดน &amp;quot;สำหรับความคิดริเริ่มของคุณให้มาพบกันในวันนี้&amp;quot; ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐและรัสเซียมีประเด็นคั่งค้างอยู่มากมายที่ต้องการประชุมระดับสูงสุด และ &amp;quot;ผมหวังว่าการประชุมของเราจะบังเกิดผล&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านไบเดนยิ้มและกล่าวตอบว่า &amp;quot;การได้เจอกันตัวต่อตัวดีกว่าเสมอ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนการประชุมจะเริ่มขึ้น พาร์เมลินกล่าวต่อไบเดนและปูตินว่า ถือเป็นเกียรติและน่ายินดีที่สวิตเซอร์แลนด์ได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดสำหรับผู้นำทั้งสองในครั้งนี้ ซึ่งสอดคล้องกับประเพณีของสวิตเซอร์แลนด์ในการเป็นผู้ไกล่เกลี่ยที่ดี ส่งเสริมการสานเสวนาและความเข้าใจซึ่งกันและกัน และขออวยพรให้ประธานาธิบดีทั้งสองเสวนากันอย่างประสบผลเพื่อผลประโยชน์ของสหรัฐและรัสเซียและของโลก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106623</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประชุมสุดยอด, ประธานาธิบดีรัสเซีย, ประธานาธิบดีสหรัฐ, วลาดิมีร์ ปูติน, สวิตเซอร์แลนด์, โจ ไบเดน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210616/image_big_60ca0bb7d4c9f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96469</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/03/2021 14:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/03/2021 13:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฉุน&#039;ไบเดน&#039;สับ&#039;ปูติน&#039;ฆาตกร รัสเซียเรียกทูตประจำสหรัฐกลับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัสเซียเรียกเอกอัครราชทูตประจำสหรัฐกลับมาปรึกษาหารือเกี่ยวกับอนาคตความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ หลังจากประธานาธิบดีโจ ไบเดน กล่าวถึงประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ว่าเป็น &amp;quot;ฆาตกร&amp;quot; และจะต้องจ่ายค่าตอบแทนที่มาก้าวก่ายการเลือกตั้งสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ อนาโตลี อันโตนอฟ เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำสหรัฐ (Photo by Mark Wilson/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีไบเดนให้สัมภาษณ์เอบีซีนิวส์ออกอากาศเมื่อวันพุธที่ผ่านมา และได้ตอบคำถามเกี่ยวกับรายงานข่าวกรองที่ว่าประธานาธิบดีปูตินพยายามบ่อนทำลายการสมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐของเขาเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2563 และสนับสนุนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยผู้นำสหรัฐวัย 78 ปีตอบว่า &amp;quot;เขาจะต้องชดใช้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถูกถามว่า เขาคิดว่าปูติน ซึ่งถูกกล่าวหาว่าไร้ความปรานีกับฝ่ายตรงข้าม เป็น &amp;quot;ฆาตกร&amp;quot; หรือไม่ ไบเดนตอบว่า เขาคิดเช่นนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมากระทรวงการต่างประเทศของรัสเซียตอบโต้คำพูดของผู้นำสหรัฐด้วยการเรียกเอกอัครราชทูตของตนกลับประเทศ แต่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐไม่ได้ทำในแบบเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงของรัสเซียเมื่อวันพุธกล่าวว่า อนาโตลี อันโตนอฟ เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำวอชิงตันถูกเชิญกลับกรุงมอสโกมาปรึกษาหารือ เพื่อวิเคราะห์ว่าควรทำอะไรและความสัมพันธ์กับสหรัฐควรดำเนินต่อไปอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เซอร์เกย์ เรียบคอฟ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวกับสำนักข่าวอาร์ไอเอ โนวอสตี ว่าความรับผิดชอบต่อความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียกับอเมริกาที่เสื่อมถอยลงนั้นตกอยู่กับสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐกล่าวกับเอเอฟพีว่า เอกอัครราชทูตสหรัฐจะยังคงปฏิบัติหน้าที่ที่มอสโกต่อไป ด้วยความหวังว่าจะรักษาช่องทางการสื่อสารแบบเปิดไว้ เพื่อลดความเสี่ยงของการคิดคำนวณผิดพลาดระหว่างสองประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เจน ซากี โฆษกทำเนียบขาวก็ถูกผู้สื่อข่าวซักถามด้วยเช่นกันว่า ประธานาธิบดีไบเดนเห็นว่าประธานาธิบดีปูตินเป็นฆาตกรตามความหมายที่แท้จริง หรือเพียงแค่การเปรียบเปรย โฆษกหญิงผู้นี้ตอบเบี่ยงเบนไปว่า ไบเดนไม่เคยเก็บงำความกังวลของเขาเกี่ยวกับสิ่งที่สหรัฐเห็นว่าเป็นการกระทำที่มุ่งร้ายและก่อปัญหา เช่นการแทรกแซงการเลือกตั้ง, การวางยาพิษอเล็กเซย์ นาวัลนี แกนนำฝ่ายต่อต้านเครมลิน, การโจมตีไซเบอร์ และการตั้งค่าหัวทหารอเมริกันในอัฟกานิสถาน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96469</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฆาตกร, ประธานาธิบดีรัสเซีย, ประธานาธิบดีสหรัฐ, รัสเซีย, วลาดิมีร์ ปูติน, สหรัฐ, อนาโตลี อันโตนอฟ, เรียกทูตกลับ, เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำสหรัฐ, แทรกแซงเลือกตั้งสหรัฐ, โจ ไบเดน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210318/image_big_6052f6be508ce.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96411</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/03/2021 21:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/03/2021 21:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไบเดน&#039;เปิดศึก เรียก&#039;ปูติน&#039;เป็นฆาตกร </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโจ ไบเดน เปิดศึกน้ำลายกับรัสเซีย ยอมรับต่อหน้ากล้องโทรทัศน์ว่าเขาเห็นด้วยว่าประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซียเป็น &amp;quot;ฆาตกร&amp;quot; ด้านประธานสภารัสเซียเดือดดาล ย้อนผู้นำสหรัฐด่าปูตินเท่ากับโจมตีรัสเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน (Photo by Alexei Druzhinin\TASS via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า ไบเดนกล่าวโจมตีประธานาธิบดีปูตินระหว่างการให้สัมภาษณ์กับสถานีเอบีซีนิวส์ที่ออกอากาศเมื่อวันพุธที่ 17 มีนาคม โดยตอนหนึ่งผู้นำสหรัฐกล่าวว่า ปูตินจะต้องชดใช้หากพยายามบ่อนทำลายการสมัครรับเลือกตั้งของเขาเมื่อปี 2563 ตามที่มีการกล่าวหาในรายงานข่าวกรองฉบับใหม่ของสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถูกถามว่า เขาคิดว่าปูติน ซึ่งถูกกล่าวหาว่าไร้ความปรานีกับฝ่ายตรงข้าม เป็น &amp;quot;ฆาตกร&amp;quot; หรือไม่ ไบเดนตอบว่า เขาคิดเช่นนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำกล่าวของไบเดนแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับท่าทีของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ปฏิเสธอย่างแข็งขันที่จะกล่าวถึงประธานาธิบดีรัสเซียในเชิงลบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไบเดน ซึ่งเคยเป็นรองประธานาธิบดีในสมัยของประธานาธิบดีบารัค โอบามา นาน 8 ปี กล่าวว่า เขาได้พูดคุยกับปูตินเมื่อเดือนมกราคม หลังจากเขาเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐแล้ว โดยเป็นการสนทนาที่ยืดยาว ตัวเขาค่อนข้างรู้จักปูตินดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในคำให้สัมภาษณ์ ไบเดนยังกล่าวถึงการสนทนาทางโทรศัพท์ระหว่างเขากับปูตินด้วยว่า เริ่มต้นด้วยการที่ตัวเขาบอกกับปูตินว่า ทั้งคู่ต่างรู้จักกันดี และถ้าหากเขาพิสูจน์ได้ว่าสิ่งนี้เกิดขึ้น ก็จงเตรียมตัวไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำสัมภาษณ์ของไบเดนไม่ได้ระบุชัดว่า เขาหมายถึงรัสเซียแทรกแซงการเลือกตั้งสหรัฐ หรือพฤติกรรมอื่นใดที่สหรัฐคัดค้าน เช่น การวางยาพิษและคุมขังอเล็กเซย์ นาวัลนี แกนนำฝ่ายค้านรัสเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านเวียเชสลาฟ โวโลดิน ประธานสภาผู้แทนราษฎรรัสเซีย ตอบโต้คำกล่าวของผู้นำสหรัฐอย่างเดือดดาลผ่านเทเลแกรมว่า &amp;quot;ไบเดนดูถูกพลเมืองของประเทศเราด้วยคำพูดของเขา&amp;quot; และว่า การโจมตีปูตินก็เท่ากับ &amp;quot;การโจมตีประเทศของเรา&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96411</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฆาตกร, ประธานาธิบดีรัสเซีย, ประธานาธิบดีสหรัฐ, วลาดิมีร์ ปูติน, โจ ไบเดน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210317/image_big_605212aa21774.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90508</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/01/2021 22:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/01/2021 22:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้นำหลายชาติยินดีสหรัฐผลัดผู้นำ อิหร่านไล่ส่งทรราชทรัมป์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ผู้นำหลายประเทศแสดงความยินดีกับการเปลี่ยนถ่ายอำนาจในสหรัฐอเมริกา ที่โจ ไบเดน จะขึ้นเป็นประธานาธิบดีคนที่ 46 ของสหรัฐ แทนที่โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้สร้างความปั่นป่วนตลอด 4 ปีที่ดำรงตำแหน่ง ด้านอิหร่านดีใจหมดยุค &amp;quot;ทรราช&amp;quot; ทรัมป์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีฮัสซัน โรฮานี ของอิหร่าน แถลงข่าวที่กรุงเตหะรานวันที่ 20 มกราคม เกี่ยวกับการสิ้นสุดยุคสมัยของโดนัลด์ ทรัมป์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานปฏิกิริยาจากผู้นำระดับโลกต่อการเปลี่ยนตัวประธานาธิบดีสหรัฐ ก่อนหน้าที่โจ ไบเดน จะเข้าพิธีสาบานตนรับตำแหน่งต่อจากโดนัลด์ ทรัมป์ ช่วงเที่ยงวันพุธตามเวลาสหรัฐ โดยผู้นำส่วนใหญ่คาดหวังความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นในยุคของไบเดน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีแฟรงก์-วัลเตอร์ สไตน์ไมเออร์ ของเยอรมนีซึ่งมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดของยุโรป กล่าวว่า เขาโล่งอกอย่างมากที่ไบเดนมาแทนที่ทรัมป์ สถาบันทั้งหลายของอเมริกาได้พิสูจน์ให้เห็นความแข็งแกร่งเมื่อเผชิญกับ &amp;quot;การทดสอบครั้งยิ่งใหญ่&amp;quot; และ &amp;quot;ความเป็นปรปักษ์&amp;quot; ในยุคสมัยของทรัมป์ เยอรมนีตั้งตารอที่จะได้รู้ว่าเรามีสหรัฐอยู่เคียงข้างอีกครั้งในฐานะพันธมิตรที่ขาดไม่ได้ ในการจัดการกับการระบาดของไวรัสโคโรนา, ภาวะโลกร้อน, ประเด็นความมั่นคง, การควบคุมอาวุธและปลดอาวุธ และความขัดแย้งเร่งด่วนมากมายทั่วโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลฝรั่งเศสกล่าวว่า คำมั่นสัญญาของไบเดนที่จะนำสหรัฐกลับเข้าร่วมองค์การอนามัยโลกและสนธิสัญญาโลกร้อนปารีสเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งหลังจากทรัมป์นำสหรัฐถอนตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกของนายกรัฐมนตรีเปโดร ซันเชซ ของสเปน กล่าวว่า ชัยชนะของไบเดนเป็นสัญลักษณ์แทนชัยชนะของประชาธิปไตยเหนือพวกขวาสุดโต่ง &amp;quot;ห้าปีที่แล้วพวกเราเชื่อโดยไม่สงสัยว่าทรัมป์เป็นตลกร้าย ห้าปีต่อมา พวกเราตระหนักว่า เขาเป็นอันตรายต่อระบอบประชาธิปไตยที่ทรงอำนาจที่สุดในโลก&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน ของอังกฤษ ซึ่งเคยโดนวิจารณ์เรื่องความสนิทสนมกับทรัมป์ กล่าวว่า เขาเฝ้ารอที่จะทำงานอย่างใกล้ชิดกับไบเดน ไม่ว่าด้านการต่อสู้กับโควิด ไปจนถึงเรื่องภาวะโลกร้อน, กลาโหม, ความมั่นคง และการส่งเสริมและปกป้องประชาธิปไตย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านทำเนียบเครมลิน กล่าวว่า รัสเซียจะแสวงหาความสัมพันธ์อันดีกับสหรัฐ แต่สหรัฐจะร่วมเดินทางสู่เป้าหมายเดียวกันนี้หรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับไบเดนและทีมงานของเขาแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีฮัสซัน โรฮานี ของอิหร่าน แสดงความยินดีกว่าใคร โดยกล่าวว่า ยุคของทรราชทรัมป์สิ้นสุดลงแล้ว และวันนี้คือวันสุดท้ายของการครองอำนาจอันอัปมงคลของทรัมป์ อิหร่านคาดหวังว่ารัฐบาลของไบเดนจะกลับคืนสู่กฎหมายและทำตามพันธสัญญา และในช่วง 4 ปีข้างหน้านี้ จะพยายามขจัดความด่างพร้อยของ 4 ปีที่ผ่านมา หากสามารถทำได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์นำสหรัฐถอนตัวจากความตกลงนิวเคลียร์อิหร่านแล้วรื้อฟื้นมาตรการคว่ำบาตรอิหร่าน ในขณะที่ไบเดนต้องการนำสหรัฐกลับเข้าสู่ความตกลงดังกล่าวที่อิหร่านทำไว้กับอีก 5 ชาติมหาอำนาจ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90508</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทรราช, ประธานาธิบดีสหรัฐ, อิหร่าน, โจ ไบเดน, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210120/image_big_60084cd06d5a0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89204</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/01/2021 15:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/01/2021 15:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฮั่นแน่ &#039;ทรัมป์&#039;หารือช่องทางอภัยโทษให้ตัวเอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สื่ออเมริกันแว่วข่าวว่าช่วงไม่กี่สัปดาห์มานี้ &amp;quot;โดนัลด์ ทรัมป์&amp;quot; ว่าที่อดีตประธานาธิบดีสหรัฐ หารือถึงความเป็นไปได้ที่จะอภัยโทษให้ตัวเขาเอง นักกฎหมายไม่แน่ใจทำได้หรือไม่เพราะไม่เคยพบเคยเห็นมาก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวรอยเตอร์เมื่อวันศุกร์กล่าวว่า ทำเนียบขาวปฏิเสธที่จะให้ทัศนะตอบข้อมูลที่ได้จากแหล่งข่าวเกี่ยวกับเรื่องราวนี้ ซึ่งหากเป็นจริงจะเป็นการใช้อำนาจประธานาธิบดีแบบเกินปกติธรรมดาโดยทรัมป์ ซึ่งอภัยโทษให้มิตรสหายและพวกพ้องทางการเมืองมาแล้วหลายราย และเคยทวีตเมื่อปี 2561 ด้วยว่า &amp;quot;ผมมีสิทธิ์เต็มที่ที่จะอภัยโทษให้ตัวเอง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นิวยอร์กไทมส์รายงานก่อนหน้านี้ว่า ทรัมป์เคยบอกไว้ระหว่างการหารือกับผู้ช่วยหลายคนนับแต่การเลือกตั้งเมื่อเดือนพฤศจิกายนว่า เขากำลังพิจารณาให้อภัยโทษตัวเอง โดยไทมส์อ้างแหล่งข่าว 2 รายไม่เปิดเผยตัวตนที่ได้รับทราบเกี่ยวกับคำสนทนาดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์พ่ายแพ้การเลือกตั้งวันที่ 3 พฤศจิกายน 2563 ต่อโจ ไบเดน โดยสภาคองเกรสเพิ่งลงมติรับรองผลคะแนนจากคณะผู้เลือกตั้งทั่วประเทศเมื่อวันพฤหัสบดี หนึ่งวันภายหลังกลุ่มผู้สนับสนุนทรัมป์บุกโจมตีรัฐสภาสหรัฐเพื่อขัดขวางการลงมติ ไบเดนจะเข้าพิธีสาบานตนรับตำแหน่งวันที่ 20 มกราคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไทมส์รายงานคำกล่าวของแหล่งข่าว 2 รายนี้ว่า ในการสนทนาหลายครั้งนับแต่วันเลือกตั้ง ทรัมป์บอกกับที่ปรึกษาหลายคนว่า เขากำลังพิจารณาอภัยโทษให้ตัวเอง นอกจากนี้ทรัมป์ยังเคยถามว่า เขาควรทำหรือไม่ และจะมีผลอย่างไรต่อตัวเขาในทางกฎหมายและทางการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี ไทมส์กล่าวว่า ยังไม่มีความชัดเจนว่าทรัมป์หารือเรื่องนี้อีกหรือไม่หลังจากกลุ่มผู้สนับสนุนเขาบุกอาคารรัฐสภาเมื่อวันพุธ ซึ่งปลุกเสียงเรียกร้องจากแกนนำเดโมแครตในสภาคองเกรสให้ถอดถอนเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎร และชัค ชูเมอร์ ผู้นำ ส.ว.เดโมแครต ต่างกล่าวตรงกันว่า รองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ และคณะรัฐมนตรี ควรใช้กฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขปรับปรุงครั้งที่ 25 เพื่อปลดทรัมป์ออกจากตำแหน่ง กระนั้น ที่ปรึกษาคนหนึ่งของเพนซ์เปิดเผยว่า เพนซ์ไม่เห็นด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์เผชิญกับการดำเนินการทางกฎหมายของรัฐ ที่ไม่อยู่ภายใต้การอภัยโทษจากรัฐบาลกลาง นั่นรวมถึงการสอบสวนทางอาญาโดยไซรัส แวนซ์ อัยการเขตแมนฮัตตัน และการสอบสวนทางแพ่งโดยเลติเทีย เจมส์ อัยการรัฐนิวยอร์ก ว่าเขาเพิ่มมูลค่าทรัพย์สินให้สูงเกินจริง เพื่อประโยชน์ในการกู้เงินและด้านภาษีในการดำเนินธุรกิจของเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักกฎหมายรัฐธรรมนูญหลายคนกล่าวว่า ไม่มีคำตอบที่ชัดเจนว่าประธานาธิบดีสามารถอภัยโทษให้ตนเองโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เพราะไม่เคยมีประธานาธิบดีคนใดเคยทำแบบนั้นมาก่อน ศาลจึงไม่ได้พิจารณาประเด็นนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไบรอัน คอลต์ อาจารย์ด้านกฎหมายรัฐธรรมนูญจากมหาวิทยาลัยมิชิแกน กล่าวกับรอยเตอร์ว่า เมื่อมีคนถามตนว่าประธานาธิบดีสามารถอภัยโทษให้ตัวเองหรือไม่ คำตอบของตนก็คือ เขาจะลองดูก็ได้ รัฐธรรมนูญไม่ได้ให้คำตอบที่ชัดเจนเรื่องนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายบางคนกล่าวว่า การอภัยโทษในตนเองจะเป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญ เพราะมันละเมิดหลักการที่ว่า ไม่ว่าบุคคลใดก็ไม่ควรเป็นผู้ตัดสินคดีของตนเอง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89204</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประธานาธิบดีสหรัฐ, อภัยโทษให้ตัวเอง, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200213/image_big_5e455d6f2be27.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83329</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/11/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ไบเดนจ่อถ่ายโอนอำนาจ ทรัมป์เดินสายปลุกม็อบสู้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;โจ ไบเดน&amp;quot; ว่าที่ประธานาธิบดีคนที่ 46 ของสหรัฐฯ เตรียมแผนถ่ายโอนอำนาจเพื่อลุยงานทันทีที่รับตำแหน่งต้นปีหน้า ขณะประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ไม่มีทีท่ายอมรับความพ่ายแพ้ เตรียมเดินสายจัดชุมนุมกดดันให้นับคะแนนใหม่ ผู้นำรัสเซียและจีนยังไม่แสดงความยินดีต่อไบเดน อ้างต้องรอผลคะแนนอย่างเป็นทางการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีตรองประธานาธิบดีโจ ไบเดน ซึ่งจะอายุครบ 78 ปีในวันที่ 20 พฤศจิกายนนี้ ประกาศชัยชนะเหนือประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ภายหลังรายงานผลการนับคะแนนของเครือข่ายสถานีโทรทัศน์รายใหญ่ๆ ของสหรัฐอเมริกาเผยว่า เขาได้จำนวนคณะผู้เลือกตั้งเกิน 270 คนที่ต้องการแล้ว หลังจากชนะในรัฐเพนซิลเวเนีย โดยเขาเรียกร้องความเป็นเอกภาพในชาติและว่าขณะนี้คือเวลาของการรักษาอเมริกา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของสำนักข่าวเอเอฟพีเมื่อวันจันทร์ที่ 9 พฤศจิกายนกล่าวว่า ในวันอาทิตย์ที่ผ่านมาไบเดนและนางคามาลา แฮร์ริส ว่าที่รองประธานาธิบดีของเขา ประกาศว่าพวกเขาจะรับฟังรายงานสรุปจากทีมที่ปรึกษาการถ่ายโอนอำนาจด้านโควิด-19 ที่เมืองวิลมิงตัน รัฐเดลาแวร์ บ้านของไบเดน แล้วจากนั้นไบเดนจะแถลงเกี่ยวกับไวรัสโคโรนาและการฟื้นฟูเศรษฐกิจ นอกจากนี้พวกเขายังได้เปิดเว็บไซต์ BuildBackBetter.com สำหรับการถ่ายโอนอำนาจ และเปิดบัญชีทวิตเตอร์ชื่อ @Transition46
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; อีกด้าน ทรัมป์ได้ออกรอบเล่นกอล์ฟในสนามของเขาที่รัฐเวอร์จิเนียซ้ำอีกเป็นวันที่ 2 และยังไม่มีท่าทีว่าจะยอมรับความพ่ายแพ้ เขาทวีตว่า &amp;quot;สื่อกระแสง่อยเป็นผู้ขานชื่อว่าใครจะเป็นประธานาธิบดีคนต่อไปของสหรัฐฯ ตั้งแต่เมื่อใด&amp;quot; ทรัมป์มีแผนจะยื่นคำร้องทางกฎหมายเพื่อขอให้นับคะแนนใหม่ในหลายรัฐสมรภูมิ ตามการเปิดเผยของรูดี จูเลียนี ทนายความของเขา ที่อ้างว่า &amp;quot;มีหลักฐานมากมาย&amp;quot; ว่ามีการทุจริตเลือกตั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; รายงานรอยเตอร์อ้างคำกล่าวของทิม เมอร์ทอ โฆษกคณะทำงานเลือกตั้งของทรัมป์ ที่ยืนยันเมื่อวันอาทิตย์ว่า ทรัมป์จะจัดการชุมนุมหลายครั้งเพื่อระดมเสียงสนับสนุนในการต่อสู้ทางกฎหมายเพื่อท้าทายผลเลือกตั้ง เขาไม่ได้บอกแน่ชัดว่าเมื่อใด นอกจากนี้พวกเขายังเปิดตัวทีมงานหลายทีมที่จะเดินหน้าฟ้องร้องให้มีการนับคะแนนใหม่ และจะหาทางสนับสนุนคำกล่าวอ้างเรื่องการทุจริตเลือกตั้งด้วยการสวมสิทธิ์คนตาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เจ้าหน้าที่เลือกตั้งในระดับรัฐกล่าวกันว่า ไม่พบความผิดปกติที่มีนัยสำคัญในการเลือกตั้งครั้งนี้&amp;nbsp; และฝ่ายของทรัมป์ก็ไม่เคยแสดงหลักฐานสนับสนุนคำกล่าวอ้างของพวกเขา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไบเดนได้คะแนนรวมทั่วประเทศมากกว่าทรัมป์เกิน 4.1 ล้านคะแนน และหากเขาชนะรัฐสมรภูมิที่เหลือทั้งแอริโซนาและจอร์เจียที่เขามีคะแนนนำอยู่ ก็จะได้คณะผู้เลือกตั้งรวมเป็น 306 คน เท่ากับที่ทรัมป์เคยได้เมื่อปี 2559 ครั้งที่เอาชนะนางฮิลลารี คลินตัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; จูเลียนี ทนายความของทรัมป์ กล่าวกับฟอกซ์นิวส์ว่า ทีมงานของทรัมป์จะยื่นฟ้องร้องที่รัฐเพนซิลเวเนียวันจันทร์เพื่อดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ &amp;quot;ฐานละเมิดสิทธิพลเมือง, จัดการเลือกตั้งอย่างไม่ยุติธรรม&amp;nbsp; และละเมิดกฎหมายของรัฐ&amp;quot; แล้วต่อไปก็จะยื่นฟ้องที่รัฐมิชิแกนหรือจอร์เจีย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ซีโมน แซนเดอร์ส ที่ปรึกษาอาวุโสของไบเดน กล่าวกับซีเอ็นเอ็นเมื่อวันอาทิตย์ว่า การฟ้องร้องต่อศาลของฝ่ายทรัมป์นั้นเป็น &amp;quot;กลยุทธ์ทางกฎหมายที่ไม่มีมูลความจริง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; แม้แต่อดีตประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู. บุช แห่งพรรครีพับลิกัน ยังระบุว่าผลลัพธ์นั้นชัดเจน และเขาได้โทรศัพท์ไปแสดงความยินดีต่อไบเดน &amp;quot;ผู้ได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดี&amp;quot; และนางแฮร์ริส บุชกล่าวในแถลงการณ์ว่า คนอเมริกันสามารถมั่นใจได้ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้มีความยุติธรรมโดยรากฐาน เราต้องร่วมมือกันเพื่อครอบครัวและเพื่อนบ้านของเรา และเพื่อประเทศชาติและอนาคตของประเทศนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ผู้นำของหลายประเทศต่างแสดงความยินดีต่อไบเดนตั้งแต่ช่วงสุดสัปดาห์ภายหลังการประกาศชัยชนะ ไม่ว่าจะเป็นชาติใหญ่ๆ ในซีกโลกตะวันตก ทั้งอังกฤษ, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, อิตาลี, สเปน และผู้นำชาติยุโรปอีกหลายชาติ ไปจนถึงซาอุดีอาระเบีย, ออสเตรเลีย, แคนาดา, อินเดีย, อินโดนีเซีย, อิสราเอล,&amp;nbsp; ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ แต่ยังขาดชาติมหาอำนาจคู่แข่งของสหรัฐฯ ทั้งจีนและรัสเซีย และผู้นำชาติที่สนิทสนมกับทรัมป์อย่างบราซิลและเม็กซิโก ส่วนสโลวีเนีย ประเทศบ้านเกิดของนางเมลาเนีย ทรัมป์ นายกรัฐมนตรียาเนซ ยานซา ที่แสดงความยินดีกับทรัมป์ตั้งแต่กลางสัปดาห์ที่แล้ว ยังไม่มีปฏิกิริยาต่อชัยชนะของไบเดน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อวันจันทร์ หวัง เหวินปิง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน แถลงข่าวที่กรุงปักกิ่งและถูกซักไซ้เกี่ยวกับผลการเลือกตั้งสหรัฐฯ เขาตอบว่าจีนสังเกตเห็นว่าไบเดนประกาศว่าเขาคือผู้ชนะการเลือกตั้ง แต่ความเข้าใจของจีนคือ ผลการเลือกตั้งจะถูกกำหนดตามกฎหมายและวิธีดำเนินการของสหรัฐฯ และจีนหวังว่ารัฐบาลสหรัฐฯ ชุดใหม่จะพบกับจีนครึ่งทาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนดมิตรี เปสคอฟ โฆษกของทำเนียบเครมลิน กล่าวว่า รัสเซียเห็นว่าเป็นเรื่องถูกต้องที่ควรรอผลคะแนนอย่างเป็นทางการก่อนจึงจะแสดงความยินดี ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน เคยกล่าวไว้หลายครั้งว่าเขาจะเคารพการเลือกของชาวอเมริกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อปี 2559 ที่ทรัมป์เอาชนะนางคลินตันได้ ประธานาธิบดีปูตินแสดงความยินดีกับทรัมป์ภายในเวลาราว 1 ชั่วโมง แต่เปสคอฟอ้างว่าการเลือกตั้งปีนี้ต่างออกไป เพราะประธานาธิบดีทรัมป์ได้ยื่นฟ้องต่อสู้ทางกฎหมาย กระนั้นรัสเซียพร้อมจะทำงานกับใครก็ตามที่ได้รับการประกาศว่าเป็นผู้ชนะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; รัสเซียถูกกล่าวหาว่าแทรกแซงการเลือกตั้งของสหรัฐฯ เมื่อปี 2559 เพื่อช่วยให้ทรัมป์เอาชนะนางคลินตัน ซึ่งผลสำรวจความเห็นก่อนเลือกตั้งเกือบทุกสำนักชี้ว่านางมีคะแนนนำทรัมป์ห่าง ด้วยความคาดหวังว่าทรัมป์จะดำเนินนโยบายที่อ่อนลงกับรัสเซีย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83329</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถ่ายโอนอำนาจ, นับคะแนนใหม่, ประธานาธิบดีคนที่ 46, ประธานาธิบดีสหรัฐ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เลือกตั้งสหรัฐ, โจ ไบเดน, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201109/image_big_5fa943987d5d0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83044</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/11/2020 07:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/11/2020 06:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โซเชียลฯแห่แชร์ภาพ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐ ลงนามถวายความอาลัยในหลวงรัชกาลที่ 9 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 พ.ย.63 - ขณะนี้สังคมโซเชียลฯ ได้ให้ความสนใจและแชร์รูปภาพ นายโจ ไบเดน ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ขณะลงนามถวายความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยจากการตรวจสอบรูปภาพดังกล่าว กระทรวงการต่างประเทศเผยแพร่ไว้ใน เฟซบุ๊กเพจ &amp;quot;กระทรวงการต่างประเทศ Ministry of Foreign Affairs of the Kingdom of Thailand&amp;quot; โดยระบุว่า &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2559 &amp;nbsp;นายโจ ไบเดน รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ร่วมลงนามถวายความอาลัย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในนามของประธานาธิบดีโอบามาและประชาชนอเมริกัน ที่สถานเอกอัครราชทูต กรุงวอชิงตัน ดี.ซี.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;รองประธานาธิบดีไบเดนแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตฯ และย้ำถึงมิตรภาพอันใกล้ชิดและยาวนานระหว่างสหรัฐฯ และประเทศไทย&amp;quot;กระทรวงการต่างประเทศระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83044</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประธานาธิบดีสหรัฐ, สหรัฐ, โจ ไบเดน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201107/image_big_5fa5e0820188f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
