<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>65583</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/05/2020 21:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/05/2020 21:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้นำเอกวาดอร์ลดเงินเดือน50%บรรเทาผลกระทบวิกฤติไวรัส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีเลนิน โมเรโน ประกาศลดเงินเดือนลงครึ่งหนึ่ง เช่นเดียวกับรองประธานาธิบดีและรัฐมนตรีในรัฐบาล เพื่อบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจของประเทศจากวิกฤติโควิด-19 ซึ่งคร่าชีวิตคนในประเทศแล้วกว่า 1,700 ศพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ประธานาธิบดีเลนิน โมเรโน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมากล่าวว่า เอกวาดอร์กำหนดเงินเดือนขั้นต่ำของประเทศไว้ที่ประมาณเดือนละ 400 ดอลลาร์สหรัฐหรือราว 12,800 บาท ส่วนเงินเดือนของประธานาธิบดีที่นั้นอยู่ที่ประมาณ 5,000 ดอลลาร์ หรือราว 160,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันเสาร์ สำนักงานของประธานาธิบดีเลนิน โมเรโน ประกาศว่า รัฐบาลจะลดเงินเดือนของประธานาธิบดี, รองประธานาธิบดี, รัฐมนตรีว่าการ และรัฐมนตรีช่วยว่าการ ลงเดือนละ 50% คำแถลงอ้างว่าเป็นเพราะรายได้ของรัฐลดลงเนื่องจากผลกระทบของวิกฤติโควิด-19 ที่ส่งผลลบต่อเศรษฐกิจของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเทศลาตินอเมริกาแห่งนี้มีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่แล้วมากกว่า 29,000 คน มากเป็นอันดับ 3 ของภูมิภาค รองจากบราซิลและเปรู โดยมีผู้เสียชีวิต 1,717 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานกล่าวว่า การลดเงินเดือนของผู้นำรัฐบาลและเจ้าหน้าที่ระดับสูงอาจนำไปสู่การพิจารณาลดเงินเดือนของข้าราชการตามมาด้วย เนื่องจากกฎหมายเอกวาดอร์บัญญัติไว้ว่าเงินตอบแทนข้าราชการพลเรือนจะต้องไม่มากกว่าประธานาธิบดี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65583</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประธานาธิบดีเลนิน โมเรโน, ผู้นำเอกวาดอร์, ลดเงินเดือน, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200510/image_big_5eb8094e0d861.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48032</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/10/2019 19:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/10/2019 19:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้นำเอกวาดอร์ตกลงฟื้นอุดหนุนน้ำมัน ม็อบยุติประท้วง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;จบด้วยดี ประธานาธิบดีเลนิน โมเรโน แห่งเอกวาดอร์ เปิดอกคุยกับผู้นำองค์กรชนพื้นเมืองที่ยกขบวนมาประท้วงในเมืองกรุงเกือบ 2 สัปดาห์ ได้ความเห็นพ้องว่ารัฐบาลจะยกเลิกมาตรการเลิกอุดหนุนเชื้อเพลิงที่ทำให้น้ำมันแพงขึ้นกว่าเท่าตัว และผู้ประท้วงยินยอมสลายตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชนพื้นเมืองชาวเอกวาดอร์ฉลองด้านนอกศูนย์วัฒนธรรมในกรุงกีโตเมื่อวันอาทิตย์ ภายหลังประธานาธิบดีเลนิน โมเรโน บรรลุข้อตกลงกับตัวแทนกลุ่มชนพื้นเมือง เพื่อยุติการประท้วงรุนแรงเกือบ 2 สัปดาห์ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การเจรจาระหว่าง 2 ฝ่ายมีขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ 13 ตุลาคม 2562 โดยผู้แทนขององค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) และคริสตจักรคาทอลิกทำหน้าที่คนกลางไกล่เกลี่ย ภายหลังประธานาธิบดีโมเรโนเจรจากับไฮเม วาร์กัส ผู้นำองค์กรร่มของกลุ่มชนพื้นเมือง CONAIE เป็นเวลานาน 4 ชั่วโมงในกรุงกีโต ซึ่งถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ ทั้ง 2 ฝ่ายก็บรรลุความตกลงกันได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถลงการณ์ร่วมที่อ่านโดยผู้แทนยูเอ็นกล่าวว่า ตามข้อตกลงนี้ฝ่ายผู้ประท้วงจะยุติการระดมคนจากทั่วประเทศ และจะให้ความร่วมมือในการฟื้นฟูความสงบ ส่วนรัฐบาลจะเพิกถอนคำสั่งยกเลิกการอุดหนุนเชื้อเพลิง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังคำประกาศยุติการประท้วง ประชาชนนับหมื่นคนพากันออกมาเฉลิมฉลองในกรุงกีโต บ้างโบกธงชาติ บีบแตรรถ บางคนจุดดอกไม้ไฟฉลอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โมเรโนประกาศยกเลิกการอุดหนุนเชื้อเพลิงเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม ตามข้อตกลงที่ทำไว้กับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) เพื่อกู้เงิน 4,200 ล้านดอลลาร์ คำสั่งนี้ส่งผลให้ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้นเกินเท่าตัว ประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มชนพื้นเมืองที่เป็น 1 ใน 4 ของประชากร 17.3 ล้านคน และส่วนใหญ่มีฐานะยากจน พากันชุมนุมประท้วงในหลายเมือง และนัดระดมพลกันที่เมืองหลวงเมื่อวันพุธที่แล้ว พวกเขายังยึดโรงน้ำมัน 3 แห่ง และทำให้การจัดส่งน้ำมันถูกระงับเกิน 2 ใน 3&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่กล่าวว่า การปะทะรุนแรงในช่วงเกือบ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีคนเสียชีวิต 7 ราย บาดเจ็บ 1,349 ราย และมีคนถูกจับกุม 1,152 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานการณ์ในเมืองหลวงทำให้โมเรโนต้องย้ายรัฐบาลของเขาไปยังเมืองกัวยากิล เมืองใหญ่อันดับ 2 ของเอกวาดอร์ และประกาศภาวะฉุกเฉิน แต่ผู้ประท้วงยังคงก่อความรุนแรง สำนักงานกรมบัญชีกลางถูกวางเพลิง สถานีโทรทัศน์ 1 แห่ง และหนังสือพิมพ์ 1 แห่งถูกโจมตีเมื่อวันเสาร์ ส่งผลให้โมเรโนตัดสินใจประกาศเคอร์ฟิวในกรุงกีโตและสั่งการให้กองทัพควบคุมความไม่สงบ กระทั่งผู้นำกลุ่มชนพื้นเมืองยินยอมเจรจา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48032</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชนพื้นเมืองเอกวาดอร์, ประธานาธิบดีเลนิน โมเรโน, มาตรการรัดเข็มขัด, ยุติการประท้วง, อุดหนุนเชื้อเพลิง, เอกวาดอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191014/image_big_5da4665166c4c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47966</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/10/2019 20:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/10/2019 20:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้นำเอกวาดอร์ประกาศเคอร์ฟิว สั่งทหารคุมกรุงกีโต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีเลนิน โมเรโน แห่งเอกวาดอร์ประกาศเคอร์ฟิวในกรุงกีโตและปริมณฑลเมื่อวันเสาร์ สั่งการให้กองทัพเข้าควบคุมสถานการณ์ ขณะการประท้วงต่อต้านมาตรการรัดเข็มขัดเกิดความรุนแรงต่อเนื่องเข้าสู่วันที่ 11 แกนนำชนพื้นเมืองยินยอมเปิดการเจรจากับรัฐบาลแล้วในวันอาทิตย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ควันไฟพวยพุ่งจากอาคารสำนักงานกรมบัญชีกลางในกรุงกีโต ที่โดนผู้ประท้วงวางเพลิงเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันอาทิตย์ที่ 13 ตุลาคม 2562 ว่า องค์การสหประชาชาติและคริสตจักรคาทอลิกของเอกวาดอร์ออกแถลงการณ์ร่วมกันว่า การเจรจาโดยตรงระหว่างรัฐบาลเอกวาดอร์กับองค์กรตัวแทนของกลุ่มชาวพื้นเมืองกำหนดมีขึ้นที่กรุงกีโตวันอาทิตย์นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้เมื่อวันศุกร์ องค์กร CONAIE ซึ่งเป็นองค์กรร่วมของชนพื้นเมืองที่คิดเป็น 1 ใน 4 ของประชากรเอกวาดอร์ 17.3 ล้านคน และเป็นแกนนำการเคลื่อนไหวประท้วงต่อต้านมาตรการรัดเข็มขัดของรัฐบาล ปฏิเสธที่จะเจรจาตามข้อเสนอของประธานาธิบดีโมเรโน และยืนยันจะชุมนุมประท้วงต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลของทางการเอกวาดอร์กล่าวว่า การประท้วงทำให้มีคนเสียชีวิตแล้ว 6 ราย บาดเจ็บหรือถูกจับกุมเกือบ 2,100 ราย เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาผู้ประท้วงได้โจมตีสถานีโทรทัศน์ 1 แห่งและหนังสือพิมพ์ 1 แห่ง และยังวางเพลิงสำนักงานของกรมบัญชีกลางในกรุงกีโต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันเสาร์ ประธานาธิบดีโมเรโนตัดสินใจประกาศเคอร์ฟิวในกรุงกีโตและพื้นที่โดยรอบ เริ่มมีผลตั้งแต่เวลา 15.00 น. หลังจากก่อนหน้านี้เขาเคยประกาศภาวะฉุกเฉินเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม รวมถึงยังได้วางกำลังทหารและตำรวจ 75,000 นาย และประกาศเคอร์ฟิวยามวิกาลโดยรอบอาคารที่ทำการของรัฐบาล แต่ยังไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โมเรโนกล่าวว่า เขาได้ออกคำสั่งให้กองบัญชาการร่วมของกองทัพใช้มาตรการและปฏิบัติการที่จำเป็นทันทีเพื่อควบคุมความรุนแรงที่บานปลายเกินจะยอมรับได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วิกฤติครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อโมเรโนสั่งยกเลิกการอุดหนุนเชื้อเพลิง ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันแพงขึ้นเกินเท่าตัว โดยเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงเพื่อกู้เงิน 4,200 ล้านดอลลาร์จากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ&amp;nbsp; (ไอเอ็มเอฟ) การประท้วงรุนแรงทำให้โมเรโนต้องย้ายรัฐบาลของเขาไปประจำการที่เมืองกัวยากิล เมืองใหญ่อันดับสองของประเทศ และยังกระทบต่อการผลิตน้ำมันของเอกกวาดอร์ กระทรวงพลังงานต้องระงับการจัดส่งน้ำมันดิบเกิน 2 ใน 3 หลังจากผู้ประท้วงยึดโรงงานน้ำมัน 3 แห่งในเขตแอมะซอนเมื่อต้นสัปดาห์ที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระหว่างการแถลงเมื่อวันเสาร์ โมเรโนกล่าวโทษอดีตประธานาธิบดีราฟาเอล คอร์เรอา ที่กำลังลี้ภัยอยู่ในยุรป และประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร ของเวเนซุเอลา อีกครั้งว่าอยู่เบื้องหลังวิกฤติครั้งนี้เพื่อบั่นทอนเสถียรภาพของเอกวาดอร์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47966</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงกีโต, ต้านมาตรการรัดเข็มขัด, ประธานาธิบดีเลนิน โมเรโน, ม็อบชนพื้นเมือง, เคอร์ฟิว, เอกวาดอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191013/image_big_5da31fcfa8163.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47837</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/10/2019 19:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/10/2019 19:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชนพื้นเมืองเอกวาดอร์ปัดเจรจาประธานาธิบดี ลุยก่อม็อบต่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ผู้นำองค์กรชนพื้นเมืองเอกวาดอร์ยืนกรานจะไม่เจรจากับประธานาธิบดีเลนิน โมเรโน ภายหลังแกนนำชนเผ่าสังเวยการปะทะเมื่อวันพุธ ลั่นจะชุมนุมประท้วงอย่างรุนแรงต่อไปเพื่อบีบให้รัฐบาลยกเลิกการขึ้นราคาน้ำมัน หลังจากม็อบจับตำรวจเป็นตัวประกัน 10 นาย ก่อนปล่อยตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หญิงชนพื้นเมืองเอกวาดอร์ตะโกนต่อว่าตำรวจที่โดนผู้ประท้วงจับตัวไว้ ก่อนจะส่งตัวให้ผู้แทนองค์การสหประชาชาติ ที่กรุงกีโต เมื่อวันพฤหัสบดี / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การชุมนุมประท้วงรุนแรงที่เริ่มมาตั้งแต่วันที่ 3 ตุลาคม เมื่อมาตรการยกเลิกการอุดหนุนเชื้อเพลิงมีผลบังคับใช้ ส่งผลให้มีคนเสียชีวิตแล้ว 5 รายนับถึงวันพฤหัสบดีที่ 10 ตุลาคม ประธานาธิบดีเลนิน โมเรโน ซึ่งได้ย้ายคณะรัฐมนตรีของเขาหนีความไม่สงบในเมืองหลวงไปทำงานที่เมืองกัวยากิลเมื่อวันจันทร์ พยายามขอเจรจากับแกนนำขององค์กร CONAIE ที่เป็นองค์กรร่วมของชาวพื้นเมืองที่ออกมาชุมนุมประท้วง แต่ไฮมี วาร์กัส ผู้นำขององค์กรนี้ปฏิเสธอย่างไม่มีเยื่อใย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ไม่มีการเจรจากับรัฐบาลฆาตกร&amp;quot; วาร์กัสกล่าวในแถลงการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ประท้วงหลายหมื่นคน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชนชาวพื้นเมืองที่มีสัดส่วน 1 ใน 3 ของประชากรเอกวาดอร์ 17.3 ล้านคน ระดมกันมาชุมนุมใหญ่ที่กรุงกีโตตั้งแต่วันพุธ ระหว่างการคุมเชิงอย่างตึงเครียด ผู้ประท้วงจับตัวตำรวจ 10 นายไว้เป็นตัวประกัน หนึ่งในนี้เป็นตำรวจหญิง ทั้งหมดได้รับการปล่อยตัวในเวลาต่อมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านั้นผู้ประท้วงนำตัวตำรวจมาแสดงตัวต่อฝูงชนที่กำลังโกรธแค้น ที่ศูนย์วัฒนธรรมในกรุงกีโตที่พวกเขายึดครองไว้ได้ตั้งแต่สุดสัปดาห์ก่อน แล้วบังคับให้ตำรวจแบกโลงศพของแกนนำชนพื้นเมืองที่เสียชีวิตจากการปะทะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โมโรโนแถลงทางโทรทัศน์เมื่อคืนวันพุธ ภายหลังการปะทะรุนแรงที่ทำให้มีคนเจ็บมากกว่า 550 คนและถูกจับกุมเกือบ 1,000 คน ว่าวิกฤติครั้งนี้น่าจะแก้ไขได้โดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ประท้วงเรียกร้องให้โมเรโนกลับมาอุดหนุนน้ำมันเชื้อเพลิงอีกครั้ง หลังจากยกเลิกไปตามข้อตกลงกู้เงิน 4,200 ล้านดอลลาร์จากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ซึ่งทำให้น้ำมันแพงขึ้น 120%.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47837</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชนพื้นเมืองเอกวาดอร์, ต้านน้ำมันแพง, ประท้วง, ประธานาธิบดีเลนิน โมเรโน, เอกวาดอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191011/image_big_5da0763ac0992.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33707</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/04/2019 20:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/04/2019 20:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้นำเอกวาดอร์กล่าวหา &#039;อัสซานจ์&#039; ตั้งศูนย์สปายในสถานทูต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีเลนิน โมเรโน ของเอกวาดอร์ให้สัมภาษณ์สื่ออังกฤษเมื่อวันอาทิตย์ ปกป้องการตัดสินใจยกเลิกสถานะผู้ลี้ภัยของจูเลียน อัสซานจ์ จนทำให้เขาโดนจับกุมว่า ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์วิกิลีกส์รายนี้พยายามตั้ง &amp;quot;ศูนย์จารกรรม&amp;quot; ภายในสถานทูตเอกวาดอร์ประจำกรุงลอนดอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีเลนิน โมเรโน ของเอกวาดอร์ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 15 เมษายนว่า ประธานาธิบดีโมเรโนให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์การ์เดียนของอังกฤษเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา กล่าวหาอัสซานจ์ว่าใช้ดินแดนของเอกวาดอร์และสิ่งอำนวยความสะดวกภายในสถานทูตเอกวาดอร์ประจำกรุงลอนดอนที่ได้รับการอนุมัติโดยรัฐบาลชุดก่อน ในการแทรกแซงการดำเนินการของประเทศอื่นๆ และเอกวาดอร์ไม่อาจยอมให้บ้านของตนหลังนี้ถูกใช้เป็นศูนย์สำหรับการจารกรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การตัดสินใจของเราไม่ได้ทำตามอำเภอใจ แต่อยู่บนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ&amp;quot; ผู้นำเอกวาดอร์ ซึ่งชนะเลือกตั้งเมื่อปี 2560 กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจอังกฤษบุกเข้าจับกุมอัสซานจ์ถึงในสถานทูตเอกวาดอร์เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 11 เมษายน ภายหลังรัฐบาลเอกวาดอร์ยกเลิกสถานะผู้ลี้ภัยของเขา ขณะนี้อัสซานจ์ยังถูกคุมขังเพื่อรอการพิจารณาคดีละเมิดเงื่อนไขการให้ประกันตัวของอังกฤษเมื่อปี 2555 จากกรณีที่เขาหนีเข้าสถานทูตแห่งนี้ เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดนให้สวีเดนดำเนินคดีทางเพศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์วิกิลีกส์ชาวออสเตรเลียรายนี้ปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่าเขาล่วงละเมิดทางเพศและข่มขืนในสวีเดน คดีแรกนั้นหมดอายุความเมื่อปี 2558 อีกคดีถอนฟ้องเมื่อปี 2560 แต่มีรายงานว่าสตรีที่กล่าวหาว่าเขาข่มขืนร้องขอให้รื้อฟื้นคดีใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลสหรัฐก็กำลังต้องการให้อังกฤษส่งตัวอัสซานจ์เป็นผู้ร้ายข้ามแดนมาดำเนินคดีที่สหรัฐ เกี่ยวข้องกับการเปิดเผยเอกสารลับของกระทรวงกลาโหมและต่างประเทศสหรัฐ โดยทางการสหรัฐตั้งข้อหาว่าเขา &amp;quot;สมรู้ร่วมคิด&amp;quot; ด้วยการทำงานร่วมกับเชลซี แมนนิง อดีตนักวิเคราะห์ข่าวกรองของกองทัพสหรัฐ ไขรหัสลับในคอมพิวเตอร์ของกระทรวงกลาโหมเมื่อเดือนมีนาคม 2553 ข้อกล่าวหานี้มีโทษสูงสุดจำคุก 5 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจนนิเฟอร์ โรบินสัน ทนายความของอัสซานจ์กล่าวไว้ก่อนหน้านั้นเมื่อวันอาทิตย์ว่า ลูกความของเธอพร้อมจะให้ความร่วมมือกับทางการสวีเดน หากสวีเดนจะรื้อฟื้นคดีข่มขืน แต่พวกเขาจะต่อสู้ขัดขืนการส่งตัวเขาเป็นผู้ร้ายข้ามแดนให้สหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากทางการสวีเดนร้องขออย่างเป็นทางการให้อังกฤษส่งตัวอัสซานจ์มาดำเนินคดี รัฐบาลอังกฤษต้องตัดสินใจว่าจะรับพิจารณาคำขอของสวีเดนก่อน หรือของสหรัฐก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านรัฐบาลออสเตรเลีย ได้ส่งกงสุลแคลร์ เวสต์ ไปเยี่ยมเขาที่เรือนจำเมื่อวันศุกร์ และเธอเตรียมจะไปสถานทูตเอกวาดอร์ในวันจันทร์เพื่อขออนุญาตเก็บข้าวของของอัสซานจ์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33707</URL_LINK>
                <HASHTAG>จูเลียน อัสซานจ์, ตั้งศูนย์สปาย, ประธานาธิบดีเลนิน โมเรโน, สถานทูตเอกวาดอร์, อังกฤษ, เอกวาดอร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190415/image_big_5cb486ee6b36f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
