<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>98371</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/04/2021 22:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/04/2021 12:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เหงียน ซวน ฟุก&#039;สาบานตนรับตำแหน่งปธน.เวียดนาม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;นายกรัฐมนตรีเหงียน ซวน ฟุก ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของเวียดนามในการรับมือกับการระบาดของโควิด-19 ได้รับเลือกจากสมัชชาแห่งชาติเป็นประธานาธิบดีคนใหม่ของเวียดนาม และเข้าพิธีสาบานตนอย่างเป็นทางการที่กรุงฮานอยเมื่อวันจันทร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เหงียน ซวน ฟุก ระหว่างเยือนนิวซีแลนด์อย่างเป็นทางการในฐานะนายกรัฐมนตรีเวียดนาม เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2561 (Photo by Fiona Goodall/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเทศคอมมิวนิสต์เวียดนามอยู่ระหว่างช่วงเปลี่ยนถ่ายผู้นำซึ่งเกิดขึ้นทุก 5 ปี โดยเมื่อเดือนมกราคม เหงียน ฟู้ จ่อง เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์อายุ 76 ปี ได้รับเลือกตั้งกลับมาดำรงตำแหน่งที่ทรงอิทธิพลที่สุดของสามเสาหลักแห่งเวียดนามอีกครั้ง โดยยังเหลือตำแหน่งประธานาธิบดีและนายกรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของเอเอฟพีวันจันทร์ที่ 5 เมษายนกล่าวว่า สมัชชาแห่งชาติของเวียดนามที่มีสมาชิกเกือบ 500 คน ได้จัดการประชุมลงคะแนนลับในวันเดียวกันนี้ โดยนายกรัฐมนตรีเหงียน ซวน ฟุก วัย 66 ปี เป็นผู้ได้รับการเสนอชื่อเพียงคนเดียวในตำแหน่งประธานาธิบดี เนื่องจากจ่อง ซึ่งรับตำแหน่งนี้มานับแต่ปี 2561 ภายหลังประธานาธิบดีคนก่อนเสียชีวิตกะทันหัน ได้ลงจากตำแหน่งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมัชชาแห่งชาติเวียดนามกล่าวไว้ก่อนหน้านี้ว่า นี่คือครั้งแรกที่นายกรัฐมนตรีได้รับการเสนอชื่อดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหงียน คัก เกียง ผู้เชี่ยวชาญการเมืองเวียดนาม จากมหาวิทยาลัยวิลลิงตันรัฐวิกตอเรียของนิวซีแลนด์ กล่าวว่า นี่เป็นรางวัลที่คู่ควรกับฟุก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงเวลา 5 ปีที่ฟุกดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เวียดนามมีเศรษฐกิจที่เฟื่องฟู และการรับมือกับการระบาดของโควิด-19 ของรัฐบาลเขาได้รับคำชมเชยจากทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังสาบานตน ฟุกกล่าวสุนทรพจน์ต่อประชาชนว่า เขาโชคดีและถือเป็นเกียรติที่ได้รับตำแหน่งนี้ ซึ่งเป็นตำแหน่งลำดับสองรองจากเลขาธิการพรรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เกียงกล่าวกับเอเอฟพีว่า ถึงแม้ตำแหน่งประธานาธิบดีจะมีบทบาทเชิงพิธีการเป็นส่วนใหญ่ แต่ตอนนี้ฟุกคือสมาชิกที่มีตำแหน่งสูงเป็นอันดับที่ 2 ของพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม และมีความเป็นไปได้มากที่เขาจะสืบทอดตำแหน่งนี้ต่อจากจ่อง ถ้าหากจ่องต้องพ้นจากตำแหน่งเร็วกว่าที่คาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยปรกติแล้ว ผู้นำเวียดนามในกรมการเมือง ซึ่งมี 18 คนทำหน้าที่กำหนดนโยบายของประเทศ จะเกษียณเมื่ออายุ 65 ปี แต่ทั้งฟุกและจ่องได้รับการยกเว้น อย่างไรก็ดี หลายปีมานี้มีข่าวลือเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพของจ่อง ซึ่งเคยหายหน้าไปนาน 1 เดือนเมื่อปี 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เกียงกล่าวว่า ประสบการณ์ของฟุกในการจัดการความสัมพันธ์ระหว่างเวียดนามกับสหรัฐได้ดีในรัฐบาลอันปั่นป่วนวุ่นวายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะทำให้เขาอยู่ในสถานะที่ดีพร้อมสำหรับความรับผิดชอบด้านกิจการต่างประเทศในตำแหน่งประธานาธิบดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฟุกจะแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีคนใหม่มาแทนที่ตำแหน่งเดิมของเขาต่อไปในวันเดียวกันนี้ โดยแหล่งข่าวหลายรายกล่าวว่า ตำแหน่งนี้น่าจะเป็นของฝ่าม มิงห์ จิงห์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงความมั่นคงสาธารณะ วัย 62 ปี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98371</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประธานาธิบดีเวียดนาม, เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม, เวียดนามเปลี่ยนผู้นำ, เหงียน ซวน ฟุก, เหงียน ฟู้ จ่อง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210405/image_big_606aa5d80500d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19122</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/10/2018 20:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/10/2018 20:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เวียดนามเสนอชื่อเลขาธิการพรรค &#039;เหงียน ฟู้ จ่อง&#039; เป็นประธานาธิบดีคนใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เหงียน ฟู้ จ่อง เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม ได้รับการเสนอชื่อเป็นประธานาธิบดีคนใหม่แทนที่เจิ่น ดั่ย กวาง ที่ถึงแก่อสัญกรรมเมื่อเดือนกันยายน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ (Alternate crop) เหงียน ฟู้ จ่อง เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม ในพิธีต้อนรับประธานาธิบดีจีนที่ทำเนียบประธานาธิบดีเวียดนามในกรุงฮานอย เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2560 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามแถลงทางเว็บไซต์ เมื่อวันพุธที่ 3 ตุลาคม ว่าคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์มีมติเป็นเอกฉันท์เสนอชื่อ เหงียน ฟู้ จ่อง อายุ 74 ปี ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี จ่องเป็นผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นประธานาธิบดีเพียงคนเดียว คาดว่า สภาแห่งชาติเวียดนามจะรับรองการเสนอชื่อของจ่องในการประชุมวันที่ 22 ตุลาคมนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ่องจะเป็นประธานาธิบดีต่อจากเจิ่น ดั่ย กวาง ที่ถึงแก่อสัญกรรมเมื่อเดือนที่แล้วด้วยวัย 61 ปี หลังจากล้มป่วยมานาน โดยเขาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี 2 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ่องจะควบตำแหน่งประธานาธิบดีและเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ หรือ 2 ใน 4 ตำแหน่งที่เป็นเสาหลักของประเทศ โดยอีก 2 เสาหลัก ได้แก่ นายกรัฐมนตรีและประธานสภานิติบัญญัติ และเป็นบุคคลแรกที่ควบตำแหน่งประธานาธิบดีและหัวหน้าพรรคคอมมิวนิสต์ นับตั้งแต่โฮจิมินห์ควบ 2 ตำแหน่ง ในช่วงทศวรรษ 1960&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ่องเกิดในกรุงฮานอยเมื่อปี 2487 เป็นหัวหน้าพรรคคอมมิวนิสต์คนแรกของเวียดนามที่เดินทางเยือนสหรัฐ โดยพบกับอดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา ที่ทำเนียบขาวเมื่อปี 2558 เขาได้รับเลือกเป็นเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ตั้งแต่ปี 2554 และได้รับเลือกอีกครั้งในปี 2559&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ่องเป็นผู้นำในการปราบปรามคอร์รัปชัน ที่ผ่านมามีผู้บริหารกิจการของรัฐ, นายธนาคารและเจ้าหน้าที่ระดับสูงจำนวนมากที่ได้รับโทษจำคุกในคดีคอร์รัปชัน แต่นักสังเกตการณ์บางคนวิจารณ์ว่าเป็นการกำจัดศัตรูทางการเมือง ขณะที่องค์การนิรโทษกรรมสากลกล่าวหารัฐบาลเวียดนามว่าปราบปรามผู้ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาล มีผู้โดนจับติดคุกอย่างน้อย 100 ราย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19122</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประธานาธิบดีเวียดนาม, เจิ่น ดั่ย กวาง, เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์, เวียดนาม, เหงียน ฟู้ จ่อง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181004/image_big_5bb61656afc49.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18110</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/09/2018 13:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/09/2018 13:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประธานาธิบดีเวียดนามถึงแก่อสัญกรรม หลังล้มป่วยมานาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สื่อของทางการเวียดนามรายงานเมื่อวันศุกร์ว่า ประธานาธิบดีเจิ่น ดั่ย กวาง ถึงแก่อสัญกรรมแล้วด้วยวัย 61 ปี ภายหลังป่วยหนักมายาวนาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ประธานาธิบดีเจิ่น ดั่ย กวาง ทักทายผู้สื่อข่าวขณะรอให้การต้อนรับเซอร์เกย์ ลัฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศของรัสเซีย ที่ทำเนียบประธานาธิบดีในกรุงฮานอย เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2561 /&amp;nbsp; AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฮานอย (เอเอฟพี) / สำนักข่าวเวียดนามรายงานว่า ประธานาธิบดีเจิ่น ดั่ย กวาง สิ้นใจเมื่อเวลา 10.05 น. ของวันศุกร์ที่ 21 กันยายน 2561 ที่โรงพยาบาลทหาร สาเหตุการเสียชีวิตสืบเนื่องจากอาการป่วยร้ายแรง ถึงแม้ว่าคณะแพทย์และผู้เชี่ยวชาญทั้งในเวียดนามและต่างประเทศจะพยายามช่วยรักษาแล้วก็ตาม รายงานไม่ได้ระบุชัดถึงอาการของโรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจิ่น ดั่ย กวาง เคยดำรงตำแหน่งในกระทรวงความมั่นคงสาธารณะอันทรงอิทธิพลอยู่นานกว่า 40 ปี ก่อนจะขึ้นรับตำแหน่งประธานาธิบดีของเวียดนามเมื่อเดือนเมษายน 2559 เขามีชื่อเสียงเลื่องลือว่าเป็นผู้นำที่ดุดัน ไม่อดกลั้นต่อผู้ที่ไม่เห็นด้วย ตำแหน่งของเขาเป็นหนึ่งใน 4 ตำแหน่งผู้นำสูงสุดของเวียดนาม และแม้จะเป็นประมุขของรัฐอย่างเป็นทางการ แต่บทบาทของประธานาธิบดีส่วนใหญ่เป็นในเชิงพิธีการ เช่น ให้การต้อนรับผู้นำจากต่างประเทศและจัดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการทูตเพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์ของเวียดนามบนเวทีโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สัปดาห์ที่แล้ว กวางเพิ่งให้การต้อนรับประธานาธิบดีโจโก วิโดโด ของอินโดนีเซียที่มาเยือนกรุงฮานอย แต่เขามีร่างกายซูบผอม สองวันก่อนหน้านี้เขาปรากฏตัวต่อสาธารณะอีกครั้งในการประชุมร่วมกับนักการเมืองจากจีนและแขกชาวต่างชาติที่กรุงฮานอย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ประธานาธิบดีเจิ่น ดั่ย กวาง ถ่ายภาพคู่กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่มาเข้าร่วมการประชุมเอเปก เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สื่อของทางการเวียดนามประกาศข่าวอสัญกรรมของเขาอย่างโศกเศร้าพร้อมกับยกย่องผลงานการปฏิบัติหน้าที่รับใช้ประชาชน อย่างไรก็ดี แอมเนสตีอินเตอร์เนชันแนลเคยกล่าวไว้ว่า ประธานาธิบดีเวียดนามผู้นี้เป็นคนกำกับดูแลการปราบปรามฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐ และถูกกลุ่มสิทธิวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นกดขี่เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น นับแต่กวางเป็นประธานาธิบดีมีมีฝ่ายต่อต้านรัฐถูกจับกุมคุมขังแล้วกว่า 100 รายนับถึงเดือนเมษายนปีนี้ หากนับเฉพาะต้นปีนี้มีคนถูกคุมขังมากกว่า 40 ราย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18110</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถึงแก่อสัญกรรม, ประธานาธิบดีเวียดนาม, เจิ่น ดั่ย กวาง, เวียดนาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180921/image_big_5ba48bef8d94d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
