<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118046</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/09/2021 22:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/09/2021 22:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มือดีปาไข่ใส่&#039;เอมมานูเอล มาครง&#039;ประธานาธิบดีฝรั่งเศส </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;โดนอีกแล้ว ประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง แห่งฝรั่งเศสโดยผู้ประท้วงปาไข่ใส่ขณะร่วมนิทรรศการร้านอาหารและโรงแรมที่เมืองลียงในภาคตะวันออกเฉียงใต้ของฝรั่งเศสเมื่อวันจันทร์ โชคดีที่ไข่โดนบริเวณหัวไหล่ไม่ได้แตกเลอะศีรษะเหมือนคราวก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า เหตุการณ์เกิดขณะที่ประธานาธิบดีมาครงไปร่วมงานแสดงสินค้าการจัดเลี้ยง, โรงแรม และอาหารนานาชาติ (SIRHA) ที่เมืองลียง เมื่อวันจันทร์ที่ 27 กันยายน ภาพวิดีโอเหตุการณ์เผยว่า มาครงกำลังอยู่ในวงล้อมของเจ้าหน้าที่อารักขาระหว่างที่มีไข่ฟองหนึ่งลอยมาโดนบริเวณหัวไหล่ของเขา ก่อนจะกระเด็นตกไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่รวบตัวมือดีรายนี้ไว้ได้ทันทีแล้วพาตัวเขาออกจากห้อง ขณะที่มาครงกล่าวว่า เขาจะลองคุยกับชายคนนี้ในภายหลัง เพื่อสอบถามว่าต้องการอะไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุการณ์ผู้ประท้วงปาไข่ใส่นักการเมืองฝรั่งเศสนั้นเกิดขึ้นบ่อยครั้ง มาครงก็เคยประสบด้วยตนเองก่อนหน้านี้ ระหว่างการหาเสียงในนามผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีเมื่อปี 2560 มีคนปาไข่สดโดนศีรษะของมาครงระหว่างร่วมงานเกษตรที่กรุงปารีส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเดือนมิถุนายน ประธานาธิบดีมาครงโดนผู้ประท้วงคนหนึ่งตบหน้า ขณะที่เขาเดินไปจับมือทักทายชายผู้นี้ซึ่งอยู่ในกลุ่มประชาชนที่มารอต้อนรับที่เมืองวาล็องซ์ทางภาคใต้ ชายวัย 28 ปีคนนี้บอกกับศาลว่า เขาทำไปเพราะเห็นใจกลุ่มผู้ประท้วงเสื้อกั๊กเหลืองที่ชุมนุมต่อต้านรัฐบาลระหว่างปี 2561-2562 ศาลตัดสินจำคุกเขา 4 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หน่วยอารักขามาครงคงต้องทำงานเหนื่อยมากขึ้นในช่วงหลายเดือนนับจากนี้ เนื่องจากมาครงมีกำหนดออกงานสาธารณะหลายงาน ก่อนถึงการหาเสียงเลือกตั้งใหม่ในเดือนเมษายนปีหน้า แม้มาครงยังไม่ประกาศอย่างเป็นทางการว่าเขาจะลงชิงชัยอีกสมัยในวาระ 5 ปี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118046</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประธานาธิบดีฝรั่งเศส, ประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง, โดนปาไข่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210927/image_big_6151dca6604aa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117214</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/09/2021 23:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/09/2021 23:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไบเดน&#039;ขอเคลียร์&#039;มาครง&#039; ต้นเหตุออสซี่ฉีกสัญญาซื้อเรือดำน้ำฝรั่งเศส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐขอคุยกับประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศสในเร็ววันนี้ เพื่อปรับความเข้าใจ ภายหลังฝรั่งเศสโกรธจัดที่โดนสหรัฐหักหลังด้วยการช่วยออสเตรเลียสร้างเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ 8 ลำ เป็นเหตุให้ออสเตรเลียฉีกสัญญาซื้อเรือดำน้ำจากฝรั่งเศส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง (Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานว่า การตัดสินใจของรัฐบาลออสเตรเลียที่ฉีกสัญญาซื้อเรือดำน้ำระบบดีเซล-ไฟฟ้าจากฝรั่งเศส มูลค่า 50,000 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย ที่สองฝ่ายลงนามกันไว้เมื่อปี 2559 ทำให้รัฐบาลฝรั่งเศสเรียกเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำออสเตรเลียและสหรัฐกลับประเทศ ซึ่งเป็นการแสดงความไม่พอใจทางการทูตแบบไม่เคยปรากฏมาก่อนระหว่างชาติพันธมิตรเหล่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กาเบรียล อัตตาล โฆษกรัฐบาลฝรั่งเศส กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ว่า มาครงและไบเดนจะสนทนากันทางโทรศัพท์ &amp;quot;ในไม่กี่วันข้างหน้า&amp;quot; ตามคำร้องขอจากไบเดน โดยมาครงจะขอ &amp;quot;คำชี้แจง&amp;quot; จากประธานาธิบดีสหรัฐ ภายหลังคำประกาศความตกลงด้านกลาโหมระหว่างสหรัฐ-ออสเตรเลีย-อังกฤษ ที่ทำให้ออสเตรเลียยกเลิกสัญญาซื้อเรือดำน้ำจากฝรั่งเศส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราต้องการคำอธิบาย&amp;quot; อัตตาลกล่าว และว่า สหรัฐต้องตอบคำถามกับสิ่งที่ดูเหมือนเป็นการละเมิดความไว้วางใจครั้งใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำประกาศนัดเคลียร์ใจระหว่างผู้นำทั้งสองมีออกมาหลังจากนายกฯ สกอตต์ มอร์ริสัน ของออสเตรเลีย ปฏิเสธคำกล่าวหาของฝรั่งเศสที่ว่าออสเตรเลียโกหกเกี่ยวกับแผนดังกล่าวเพื่อยกเลิกสัญญาซื้อเรือดำน้ำ โดยมอร์ริสันอ้างว่า เขาได้แจ้งให้ฝรั่งเศสรับรู้ข้อกังวลเมื่อหลายเดือนก่อนหน้านี้แล้ว ตัวเขาและรัฐมนตรีในรัฐบาลของเขาไม่เคยปิดบังประเด็นปัญหาเกี่ยวกับเรือดำน้ำของฝรั่งเศส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มอร์ริสันกล่าวด้วยว่า ออสเตรเลียตัดสินใจดังกล่าวโดยอิงอยู่บนผลประโยชน์เชิงยุทธศาสตร์ของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีไบเดนประกาศการจับมือทำความตกลงด้านความมั่นคงสามฝ่ายที่เรียกว่า AUKUS เมื่อวันพุธที่แล้ว โดยทั่วไปมองว่ามีเป้าหมายเพื่อต่อต้านการแผ่อิทธิพลของจีนในภูมิภาคนี้ นอกจากการถ่ายทอดเทคโนโลยีสร้างเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์แล้ว ข้อตกลงนี้ยังครอบคลุมถึงการป้องกันทางไซเบอร์, ปัญญาประดิษฐ์และขีดความสามารถใต้น้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลจีนมีปฏิกิริยาตอบโต้การจับมือเป็นพันธมิตรระหว่าง 3 ชาติทันทีว่าเป็นภัยคุกคามที่ขาดความรับผิดชอบอย่างยิ่ง และเตือนว่าประเทศเหล่านี้เสี่ยงที่จะยิงเท้าตนเอง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117214</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉีกสัญญาซื้อเรือดำน้ำ, ประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง, ประธานาธิบดีโจ ไบเดน, ฝรั่งเศส, สหรัฐ, ออสเตรเลีย, เรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210919/image_big_61475f325a6c8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105982</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/06/2021 23:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/06/2021 23:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บุรุษผู้ตบหน้าประธานาธิบดีฝรั่งเศสโดนตัดสินจำคุก18เดือน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ศาลฝรั่งเศสตัดสินลงโทษชายวัย 28 ปี ที่สร้างความตกตะลึงด้วยการตบหน้าประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง เมื่อวันอังคารที่่ผ่านมา โดยสั่งจำคุกเขา 18 เดือน แต่โทษ 14 เดือนรอลงอาญา ทำให้เขาต้องนอนคุกสิริรวม 4 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 10 มิถุนายน กล่าวว่า ดาเมียน ตาเรล ชายวัย 28 ปี ผู้คลั่งไคล้ประวัติศาสตร์ยุคกลาง โดนควบคุมตัวไว้นับตั้งแต่ก่อเหตุทำร้ายร่างกายประธานาธิบดีฝรั่งเศสที่จังหวัดโดรมเมื่อวันอังคารที่่ผ่านมา ซึ่งอัยการอเล็กซ์ เปรอง กล่าวต่อศาลเมืองวาลองซ์เมื่อวันพฤหัสบดีว่า เป็นการกระทำที่ &amp;quot;ไม่อาจยอมรับได้อย่างสิ้นเชิง&amp;quot; และเป็น &amp;quot;การใช้ความรุนแรงโดยเจตนา&amp;quot; และขอให้ศาลลงโทษจำคุกเขา 18 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามฐานความผิดนั้น ชายหนุ่มผู้นี้เสี่ยงต่อการโดนลงโทษจำคุก 3 ปีและปรับอีก 45,000 ยูโร (ราว 1.7 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในคำตัดสินของศาลภายหลังการไต่สวนอย่างรวดเร็ว ผู้พิพากษาลงโทษเขาตามที่อัยการเสนอ คือจำคุก 18 เดือน แต่โทษ 14 เดือนให้รอลงอาญา ภายหลังคำพิพากษา เขาถูกจับกุมและส่งเข้าคุกเพื่อเริ่มรับโทษทันทีตั้งแต่คืนนี้เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนุ่มผู้คลั่งไคล้บอร์ดเกมและประวัติศาสตร์ยุคกลางผู้นี้กล่าวกับพนักงานสอบสวนว่า ที่เขาทำลงไปนั้นเกิดด้วยสัญชาตญาณและไม่ทันยั้งคิด เหตุการณ์นี้เกิดระหว่างที่เขามารอดูผู้นำฝรั่งเศสเยี่ยมชมโรงเรียนในหมู่บ้าน Tain-l&amp;#39;Hermitage แล้วมาครงเดินทางทักทายประชาชนที่ยืนดูอยู่หลังแผงเหล็ก โดยมาจับมือทักทายเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานีข่าว BFM รายงานว่า ระหว่างให้การในศาล ตาเรลแสดงความเห็นใจขบวนการ &amp;quot;เสื้อกั๊กเหลือง&amp;quot; ที่ต่อต้านรัฐบาล และว่า เขาและเพื่อน 2 คนเคยคิดกันว่า จะปาไข่หรือพายครีมใส่ศีรษะของประธานาธิบดีระหว่างมาเยือนจังหวัดโดรมครั้งนี้ &amp;quot;มาครงเป็นตัวแทนความเสื่อมถอยของประเทศเรา&amp;quot; เขากล่าวต่อศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนุ่มตกงานที่ใช้ชีวิตอยู่กับแฟนสาวพิการโดยอาศัยเงินสวัสดิการ กล่าวว่า เขารำคาญที่มาครงตัดสินใจเดินมาทักทายเขา ซึ่งเป็น &amp;quot;ยุทธวิธีการเลือกตั้งที่ผมไม่ชอบ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านผู้นำฝรั่งเศสวัย 43 ปีกล่าวภายหลังโดนทำร้ายว่า เหตุการณ์นี้เป็นแค่เหตุการณ์เดี่ยวๆ ที่เกิดขึ้น เขาจะยังคงพบปะกับผู้มีสิทธิลงคะแนนต่อไป แม้ว่าจะมีความกังวลเรื่องความปลอดภัยก็ตาม และในการตอบคำถาม BFM อีกครั้งเมื่อวันพฤหัสบดี มาครงกล่าวว่า นี่เป็นพฤติกรรมรุนแรงและโง่ ถือเป็นผลลัพธ์จากบรรยากาศของความเกลียดชังบนโซเชียลมีเดียที่ผู้คนคุ้นเคย แล้วคิดว่าเป็นเรื่องปกติที่จะทำได้เมื่อเผชิญหน้ากับผู้คนจริงๆ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105982</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตบหน้าประธานาธิบดี, ตัดสินจำคุก, ประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง, ศาลฝรั่งเศส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210610/image_big_60c2393558fcd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99587</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/04/2021 17:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/04/2021 17:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กระแสต้านแรง ฝรั่งเศสแนะพลเมืองออกจากปากีสถาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สถานทูตฝรั่งเศสประจำปากีสถานมีคำแนะนำเมื่อวันพฤหัสบดี ให้พลเมืองสัญชาติฝรั่งเศสทุกคนและบริษัทของฝรั่งเศสเดินทางออกจากปากีสถานชั่วคราว ภายหลังเกิดการประท้วงรุนแรงต่อต้านฝรั่งเศสในหลายพื้นที่ของประเทศในสัปดาห์นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตำรวจปากีสถานใช้แก๊สน้ำตาและน้ำขับไล่ผู้ประท้วงหลายพันคนที่ชุมนุมต่อต้านฝรั่งเศสในเมืองลาฮอร์เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2564 (Photo by Muhammad Javed/Anadolu Agency via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแนะนำส่งทางอีเมลถึงพลเมืองฝรั่งเศสกล่าวว่า สืบเนื่องจากภัยคุกคามร้ายแรงต่อผลประโยชน์ของฝรั่งเศสในปากีสถาน จึงแนะนำให้พลเมืองฝรั่งเศสและบริษัทฝรั่งเศสออกจากประเทศนี้ชั่วคราว การเดินทางออกจะดำเนินการโดยสายการบินพาณิชย์ที่มีอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เกิดกระแสต่อต้านฝรั่งเศสในปากีสถานมานานหลายเดือน นับตั้งแต่ประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส แสดงการสนับสนุนสิทธิของนิตยสารชาร์ลีเอบโด ที่นำการ์ตูนล้อศาสดามุฮัมมัดของศาสนาอิสลามมาตีพิมพ์ซ้ำเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งชาวมุสลิมจำนวนมากถือว่าเป็นการดูหมิ่นศาสนาอิสลาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำกล่าวของมาครงเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้วก่อความโกรธแค้นทั่วโลกมุสลิม ผู้ชุมนุมหลายหมื่นคนออกมาประท้วงทั้งในปากีสถาน, อิหร่าน และอีกหลายประเทศ รวมถึงพากันบอยคอตต่อต้านฝรั่งเศส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพุธ รัฐบาลปากีสถานเพิ่งสั่งแบนพรรคการเมืองสุดโต่ง เตห์ริกอีลับบาอิกปากีสถาน (ทีแอลพี) ซึ่งซาอัด ริซวี ผู้นำพรรค กล่าวเรียกร้องให้ขับไล่เอกอัครราชทูตฝรั่งเศส ริซวีโดนควบคุมตัวไม่กี่ชั่วโมงหลังจากคำประกาศดังกล่าว ทำให้ผู้สนับสนุนเขาหลายพันคนออกมาประท้วงในหลายเมืองทั่วปากีสถาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีตำรวจเสียชีวิต 2 นายในการปะทะกับผู้ประท้วง โดยเจ้าหน้าที่ฉีดน้ำ, ใช้แก๊สน้ำตา และกระสุนยางสกัดกั้นผู้ประท้วง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99587</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประท้วงฝรั่งเศส, ประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง, ปากีสถาน, ฝรั่งเศส, ล้อศาสดามุฮัมมัด, หมิ่นศาสนาอิสลาม, แนะนำพลเมืองออกจากปากีสถาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210415/image_big_607815ddbf86e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70447</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/07/2020 21:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/07/2020 21:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประธานาธิบดีฝรั่งเศสแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส แต่งตั้งฌอง กัสเต็กซ์ เป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่เมื่อวันศุกร์ หลังจากนายกฯ เอดัวร์ ฟีลิป ลาออก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ นายกฯ เอดัวร์ ฟีลิป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำเนียบประธานาธิบดีฝรั่งเศสประกาศเมื่อวันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม ว่ามาครงแต่งตั้งฌอง กัสเต็กซ์ เป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ หลังจากนายกฯ เอดัวร์ ฟีลิป ลาออกจากตำแหน่งที่ทำหน้าที่มา 3 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กัสเต็กซ์เป็นสมาชิกพรรคการเมืองฝ่ายค้านปีกขวา แต่ก่อนที่จะได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี เขารับผิดชอบการฟื้นฟูประเทศหลังการล็อกดาวน์จากไวรัสโคโรนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานก่อนหน้านี้ว่า นายกฯ ฟีลิปจะลาออกจากตำแหน่งในช่วงสัปดาห์นี้ ภายหลังพรรครีพับลิกออนเดอะมูฟของมาครงพ่ายแพ้พรรคกรีนในการเลือกตั้งท้องถิ่นหลายเมืองสำคัญของฝรั่งเศสเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยฟีลิปจะกลับไปเป็นนายกเทศมนตรีเมืองเลออาฟร์ ที่เขาชนะเลือกตั้งอย่างง่ายดาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความนิยมของนายกฯ ฟีลิปตกต่ำลงอย่างมากในช่วงที่เกิดวิกฤติไวรัสโคโรนา ขณะที่มาครงเองก็มีคะแนนนิยมตกต่ำลงเรื่อยๆ เนื่องจากแผนปฏิรูปเศรษฐกิจที่ทะเยอทะยานของเขาตั้งแต่เขารับตำแหน่งในปี 2560&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาครงให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ภูมิภาคตีพิมพ์เมื่อค่ำวันพฤหัสบดีว่า ฝรั่งเศสต้องเตรียมพร้อมที่จะเผชิญกับวิกฤติเศรษฐกิจที่ยากลำบากมาก จำเป็นต้องมีสูตรใหม่ในการรับมือ โดยจะต้องสร้างใหม่ทั้งด้านเศรษฐกิจ, สังคมและวัฒนธรรม และจะมีทีมใหม่อยู่เบื้องหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำเนียบประธานาธิบดีฝรั่งเศสเผยเมื่อวันศุกร์ว่า มาครงและฟีลิปหารือกันเมื่อวันพฤหัสบดี และตกลงกันว่าจำเป็นต้องมีรัฐบาลใหม่ สื่อฝรั่งเศสรายงานว่า อาจมีการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมและกระทรวงการต่างประเทศด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70447</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฌอง กัสเต็กซ์, นายกรัฐมนตรีคนใหม่, ประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง, ฝรั่งเศส, เอดัวร์ ฟีลิป</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200703/image_big_5eff468068951.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63476</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/04/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/04/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มะกัน&#039;ร่วงวันเดียว4.5พัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จีนแก้ยอดสังเวยไวรัสเมืองอู่ฮั่นเพิ่มเกือบ 1,300 ศพ ตอกย้ำข้อกังขาของหลายชาติเรื่องความโปร่งใส &amp;quot;โดนัลด์ ทรัมป์&amp;quot; ประกาศแผนรีบูตเศรษฐกิจสหรัฐ แต่วันเดียวกันยอดตายรายวันพุ่งเป็นสถิติใหม่เกือบ 4,500 ศพ สิงคโปร์ชาติที่ 4 อาเซียนยอดติดโควิด-19 เกิน 5,000 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงของเจ้าหน้าที่ศูนย์บัญชาการควบคุมโรคระบาดเมืองอู่ฮั่นของจีนเมื่อวันศุกร์ที่ 17 เมษายน 2563 ยอมรับว่ามีความผิดพลาดในการรวบรวมและรายงานจำนวนผู้เสียชีวิตในเมือง ซึ่งเป็นศูนย์กลางของการแพร่เชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่เมื่อปลายปีที่แล้ว โดยพบว่ามีผู้เสียชีวิตอีกราวครึ่งหนึ่งของยอดอย่างเป็นทางการ 2,579 ศพ ที่ไม่ได้รายงานหรือรายงานผิดพลาด หรือเท่ากับจำนวน 1,290 ศพ และทำให้ยอดตายรวมในเมืองอู่ฮั่นเพิ่มเป็น 3,869 ศพ ในขณะที่ยอดตายทั่วจีนแผ่นดินใหญ่เพิ่มเป็น 4,632 ศพ นับข้อมูลถึงวันพฤหัสบดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จำนวนอย่างเป็นทางการของผู้เสียชีวิตในจีน ซึ่งมีประชากร 1,400 ล้านคน แม้จะปรับเพิ่มแล้ว ก็ยังถือว่าต่ำมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่นที่มีขนาดเล็กกว่าจีนมาก เช่น อิตาลีและสเปน ซึ่งจำนวนผู้เสียชีวิตถึงวันศุกร์อยู่ที่ 22,170 ศพ และ 19,478 ศพ ตามลำดับ และหลายสัปดาห์ที่ผ่านมามีข่าวลือและภาพถ่ายที่บ่งชี้ว่าจำนวนผู้เสียชีวิตที่แท้จริงในเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย์ นั้นมากมายกว่าที่มีรายงาน แม้แต่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐยังกล่าวถึงยอดเสียชีวิตในจีนเมื่อวันพุธ อย่างไม่เชื่อตัวเลขว่ามีเพียงแค่ 3,000 กว่าคนเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ทางการอู่ฮั่นเคยพยายามปกปิดเรื่องโรคปอดอักเสบลึกลับระบาดในเมืองนี้เมื่อปลายปีที่แล้วก่อนที่สถานการณ์ที่รุนแรงขึ้นจะเปิดเผยต่อสายตาชาวโลก และแม้รัฐบาลจีนจะยืนกรานว่าจีนเปิดเผยข้อมูลเรื่องโรคระบาดนี้อย่างโปร่งใสแล้ว แต่รัฐบาลหลายประเทศโดยเฉพาะสหรัฐอเมริกายังคลางแคลง เมื่อวันพฤหัสบดี รัฐบาลฝรั่งเศสและอังกฤษก็ร่วมวงสหรัฐกดดันจีนด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส กล่าวกับหนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียลไทม์ว่า คงเป็นการมองอย่างใสซื่อเกินไปหากจะกล่าวว่าจีนจัดการกับสถานการณ์โรคระบาดได้อย่างดี เห็นได้ชัดว่ามีหลายสิ่งหลายอย่างเกิดขึ้นที่เราไม่รู้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันก่อนหน้านี้หนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์และสถานีฟอกซ์นิวส์ของสหรัฐรายงานว่ามีข้อสงสัยกันมากขึ้นว่าไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่อาจหลุดออกมาจากห้องปฏิบัติการทดลองไวรัสวิทยาเมืองอู่ฮั่น ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากตลาดสดที่จีนอ้างว่าเป็นต้นตอของไวรัส แล็บนี้ทำการศึกษาค้างคาว ที่นักวิทยาศาสตร์ระบุว่าคือแหล่งกำเนิดของไวรัสโคโรนา รวมถึงที่ก่อโรคซาร์สระบาดเมื่อปี 2546 ทรัมป์เพิ่งกล่าวถึงข้อสงสัยนี้ในการแถลงข่าวเมื่อวันพุธว่า รัฐบาลของเขากำลังสืบสวนเรื่องนี้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลจีนแถลงเมื่อวันศุกร์ ยืนกรานว่าจีนไม่ได้ปกปิดข้อมูล และรัฐบาลก็ไม่ยอมให้มีการปกปิดด้วย กระทรวงการต่างประเทศกล่าวถึงการปรับแก้ตัวเลขที่อู่ฮั่นด้วยว่า แม้การรวบรวมข้อมูลจะมีความบกพร่อง แต่จีนมีความรับผิดชอบต่อประวัติศาสตร์ ต่อประชาชน และต่อผู้วายชนม์ที่ต้องรายงานตัวเลขอย่างถูกต้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงวันศุกร์ โควิด-19 คร่าชีวิตชาวโลกแล้วมากกว่า 147,000 ราย จากผู้ติดเชื้อมากกว่า 2,193,000 ราย สหรัฐอเมริกามีผู้เสียชีวิตมากที่สุดเกิน 34,600 ราย ติดเชื้อสะสมเกิน 678,000 ราย ถึงกระนั้น ประธานาธิบดีทรัมป์มั่นใจว่าสถานการณ์โดยรวมในสหรัฐผ่านจุดสูงสุดแล้ว และเมื่อวันพฤหัสบดี เขาประกาศแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจใหม่ โดยกำหนดไว้ 3 ระยะด้วยกัน แต่จะเป็นการเปิดเศรษฐกิจแบบเป็นขั้นเป็นตอนและระมัดระวัง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์กล่าวด้วยว่า บางรัฐที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 น้อยที่สุดอาจสามารถยุติการชัตดาวน์ได้เลยตั้งแต่วันศุกร์ แต่รัฐอื่นๆ ผู้ว่าการรัฐสามารถตัดสินใจโดยทำเนียบขาวจะให้เสรีภาพและแนะนำแนวทางให้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน แอนดรูว์ คูโอโม ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์กจากพรรคเดโมแครต ที่กำหนดมาตรการของตนเอง เพิ่งประกาศขยายการชัตดาวน์ออกไปถึงวันที่ 15 พฤษภาคม รัฐนี้สถานการณ์รุนแรงที่สุด โดยมีผู้เสียชีวิตแล้วมากกว่า 16,000 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันพฤหัสบดีที่ผ่านมา สหรัฐมีผู้เสียชีวิตรายวันเพิ่มเป็นสถิติใหม่ถึง 4,491 ศพ ตามการรวบรวมข้อมูลของมหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์ในรอบ 24 ชั่วโมง ถึงเวลา 20.30 น.ตามเวลาท้องถิ่น (07.30 น. วันศุกร์ของไทย) มากกว่าสถิติเดิมของวันพุธ ซึ่งอยู่ที่ 2,569 ศพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลกระทบของโรคระบาดนี้ต่อเศรษฐกิจของชาติมหาอำนาจทั้งสหรัฐและจีนเด่นชัดขึ้น เมื่อจีนรายงานว่าตัวเลขจีดีพีไตรมาสแรกของปีนี้ หดตัวลง 6.8% เป็นภาวะเศรษฐกิจหดตัวครั้งแรกของจีนนับตั้งแต่เริ่มมีการบันทึกข้อมูลเมื่อต้นยุค 1990 ส่วนสหรัฐก็รายงานว่ามีคนตกงานเพิ่มอีก 5.2 ล้านคนในสัปดาห์ที่ผ่านมา และยอดคนว่างงานในสหรัฐนับแต่กลางเดือนมีนาคมเพิ่มเป็น 22 ล้านคนแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านสถานการณ์ของประเทศในภูมิภาคอาเซียนที่ยังมีการติดเชื้อเพิ่มต่อเนื่อง เมื่อวันศุกร์อินโดนีเซียรายงานว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่อีก 407 คน ยอดติดเชื้อสะสมเพิ่มเป็น 5,923 คน แซงหน้าฟิลิปปินส์เป็นยอดติดเชื้อมากที่สุดในอาเซียน แต่อินโดนีเซียเพิ่งตรวจหาเชื้อแค่ 42,000 ราย และมีคนเสียชีวิตเพิ่มอีก 24 ราย รวมเป็น 420 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาเลเซียมีผู้ติดเชื้อรายใหม่อีก 69 คน ยอดสะสมเพิ่มเป็น 5,251 คน เสียชีวิตเพิ่มอีก 2 คน ยอดตายรวมเป็น 86 ศพ, ฟิลิปปินส์มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 218 ราย ติดเชื้อสะสมรวมเป็น 5,878 ราย และมีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 25 ราย รวมเป็น 387 ราย ส่วนสิงคโปร์พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ถึง 623 คน ซึ่งยังน้อยกว่าสถิติสูงสุด 728 คนเมื่อวันพฤหัสบดี ยอดติดเชื้อรวมเป็น 5,050 คน เสียชีวิต 10 คนเท่าเดิม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63476</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แอนดรูว์ คูโอโม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200417/image_big_5e99a65b02b4e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24109</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/12/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/12/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ช็อก!กราดยิงตลาดฝรั่งเศส &#039;หนุ่มไทย&#039;โดนลูกหลงดับ1</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มือปืนกราดยิงคนใกล้ตลาดคริสต์มาสในเมืองสตราสบูร์กของฝรั่งเศส เสียชีวิต 3 บาดเจ็บ 13ราย บัวแก้วยืนยันนักท่องเที่ยวชายชาวไทยโดนลูกหลงดับ 1 ส่วนมือปืนยิงปะทะกับทหารได้รับบาดเจ็บแต่ยังหนีไปได้ ทางการส่งกำลัง 350 นายออกไล่ล่า พบคนร้ายมีชื่อในบัญชีเฝ้าระวังก่อการร้าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของสำนักข่าวเอเอฟพีและรอยเตอร์เมื่อวันพุธที่ 12 ธันวาคม 2561 เปิดเผยว่า เหตุการณ์สะเทือนขวัญครั้งล่าสุดของยุโรปเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 20.00 น.วันอังคารตามเวลาท้องถิ่น (02.00 น.วันพุธของไทย) มือปืนเปิดฉากยิงใส่ผู้คนบนถนนพลุกพล่านสายหนึ่งติดกับตลาดคริสต์มาส ใกล้จัตุรัสเกลแบร์ในเมืองสตราสบูร์ก ทำให้ผู้คนที่ออกจับจ่ายซื้อของในตลาดคริสต์มาสและมารับประทานมื้อค่ำในละแวกนั้นเกิดความแตกตื่นวิ่งหนีกันอย่างอลหม่าน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คริสตอฟ กัสตาเนร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แถลงเมื่อเช้าวันพุธว่า ทหารซึ่งปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนต่อต้านการก่อการร้ายในพื้นที่นั้นตามปรกติได้ยิงปะทะกับผู้ต้องสงสัย 2 ครั้ง ทำให้เขาได้รับบาดเจ็บ แต่ก็ยังสามารถหลบหนีไปได้ หน่วยคอมมานโดพร้อมเฮลิคอปเตอร์ถูกส่งออกไล่ล่าคนร้าย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ใจกลางเมืองสตราสบูร์กและอาคารรัฐสภายุโรปถูกปิดตายเกือบตลอดทั้งคืน ระหว่างที่ตำรวจและทหารหลายร้อยนายออกค้นหาคนร้าย ซึ่งมีรายงานว่ามีปืนอัตโนมัติ 1 กระบอก และมีด 1 เล่มเป็นอาวุธ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; โรลองด์ รีแอส นายกเทศมนตรีสตราสบูร์ก เปิดเผยกับสถานีโทรทัศน์บีเอฟเอ็มว่า คนเสียชีวิต 3 คน บาดเจ็บ 13 คน โดยมี 8 คนอาการสาหัส เหยื่อส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย แต่ไม่มีเด็กได้รับบาดเจ็บในเหตุการณ์นี้ โดยผู้เสียชีวิตคนหนึ่งเป็นนักท่องเที่ยวชาวไทย &amp;quot;บางคนโดนยิงที่ศีรษะ&amp;quot; เขากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; แถลงการณ์ของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในวันพุธระบุว่า คนร้ายมีชื่ออยู่ในบัญชี แฟ้มเอส ของตำรวจ หรือบัญชีเฝ้าจับบุคคลที่มีความคิดสุดโต่ง และเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงกำลังตามล่าตัวเขา โดยมีตำรวจและสารวัตรทหาร 350 นายอยู่ในพื้นที่ พร้อมกำลังสนับสนุนจากเฮลิคอปเตอร์, หน่วยปฏิบัติการพิเศษ และทหารที่ถูกส่งวางกำลังทั่วฝรั่งเศสตามแผนปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้ายทั่วประเทศของรัฐบาลนับแต่ปี 2558 รัฐบาลฝรั่งเศสได้ยกระดับการเฝ้าระวังภัยด้านความมั่นคงเป็นระดับสูงสุด และสั่งเสริมการควบคุมบริเวณชายแดน รวมถึงเสริมการลาดตระเวนในตลาดคริสต์มาสทุกแห่งทั่วประเทศ ป้องกันการโจมตีเลียนแบบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โลรองต์ นูเนซ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถระบุมูลเหตุจูงใจของคนร้ายได้ว่าเป็นการก่อการร้ายหรือไม่ มือปืนรายนี้เคยก่อคดีอาญาหลายคดี ซึ่งไม่ได้เชื่อมโยงกับคดีก่อการร้าย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอยเตอร์อ้างแหล่งข่าวด้านความมั่นคงว่า คนร้ายซึ่งอยู่ระหว่างหลบหนีนั้น เชื่อว่าคือเชริฟ เชกัตต์ ชายวัย 29 ปี เป็นชาวเมืองสตราสบูร์ก และมีชื่ออยู่ในบัญชีเฝ้าจับตาผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการก่อการร้าย แหล่งข่าวบอกกับเอเอฟพีว่า เดิมตำรวจเตรียมจับกุมตัวเขาเช้าวันอังคารในคดีพยายามฆ่า แต่เขาไม่อยู่ที่บ้าน บีบีซีอ้างรายงานของบีเอ็มเอ็มทีวีว่า ตำรวจเข้าตรวจค้นแฟลตของชายคนนี้ในเขตนอยดอร์ฟเมื่อเช้าวันอังคารเพื่อจับกุมคดีปล้นทรัพย์ แต่ไม่เจอตัวเขา พบแต่ระเบิดมือหลายลูก
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง ซึ่งรัฐบาลของเขาและกองกำลังฝ่ายความมั่นคงต้องรับมือกับสถานการณ์ม็อบเสื้อกั๊กเหลืองมายาวนานกว่า 1 เดือน ได้เรียกคณะรัฐมนตรีประชุมฉุกเฉินและเฝ้าติดตามสถานการณ์คืบหน้าอยู่ที่กรุงปารีส&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตลาดคริสต์มาสในเมืองสตราสบูร์กและสถานที่ประดับไฟสวยงามของเมืองนี้ ซึ่งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำไรน์ตรงข้ามกับเยอรมนี เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ดึงดูดผู้คนมาเยี่ยมชมช่วงเทศกาลนี้ปีละนับแสนๆ คน ขณะเกิดเหตุนั้นร้านค้าในตลาดคริสต์มาสกำลังเตรียมเก็บร้าน และร้านอาหารหลายร้านมีผู้ใช้บริการกันเต็มร้าน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชาวอเมริกันชื่อเอลิซาเบธ ออสเตอร์วิสช์ ซึ่งหลบอยู่ชั้นบนสุดของห้างแกเลอรีส์ลาฟาแยตต์ กล่าวว่า ช่วงแรกยังเกิดความสับสนกันว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ห้างได้ล็อกประตูทางเข้าอย่างรวดเร็วหลังจากมีเสียงปืนดังขึ้น ส่วนผู้สื่อข่าวของรอยเตอร์คนหนึ่งซึ่งถูกพาไปหลบซ่อนในชั้นใต้ดินของซูเปอร์มาร์เก็ตพร้อมกับคนอีก 30-40 คนกล่าวว่า พวกเขาต้องรอให้ตำรวจเข้าเคลียร์พื้นที่ ไฟถูกดับลง และแต่ละคนได้รับแจกขวดน้ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอมมานูเอล มอเรล สมาชิกรัฐสภายุโรปซึ่งอยู่ระหว่างเปิดสมัยประชุมที่เมืองสตราสบูร์ก ทวีตว่าเขาได้ยินเสียงปืนหลายนัด เมื่อมองจากหน้าต่างโรงแรมเห็นคนที่เดินผ่านไปมาลากร่างผู้บาดเจ็บ และผู้คนมองดูอย่างตื่นตกใจ ทหารและตำรวจปิดล้อมพื้นที่ ส่วนตัวเขาได้รับแจ้งให้อยู่ภายในโรงแรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บีบีซีรายงานอ้างผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ชื่อเพเตอร์ ฟริตซ์ ว่าเขาได้ยินเสียงปืนและเห็นคนคนหนึ่งโดนยิงนอนอยู่บนสะพาน เขาพยายามกู้ชีพชายคนนี้อยู่นาน 45 นาที โดยไม่มีรถพยาบาลเข้ามาในพื้นที่ สุดท้ายก็เขาต้องยุติความพยายามเพราะหมอที่คุยด้วยทางโทรศัพท์กล่าวว่าไม่มีประโยชน์แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม ฝรั่งเศสเพิ่มการเฝ้าระวังภัยก่อการร้ายอยู่ในขั้นสูงในช่วงหลายปีมานี้ หลังจากพวกอิสลามิสต์โจมตีฝรั่งเศสหลายครั้ง และตลาดสตราสบูร์กถูกมองว่าเป็นหนึ่งในเป้าหมายของการก่อการร้ายด้วย การโจมตีผู้คนในตลาดคริสต์มาสเคยเกิดขึ้นมาแล้วที่กรุงเบอร์ลินของเยอรมนีเมื่อปี 2559 ครั้งนั้นคนร้ายเป็นชายชาวตูนิเซียอายุ 23 ปี ขับรถบรรทุกพุ่งชนคนทำให้มีคนตาย 12 คนรวมคนร้าย บาดเจ็บอีก 48 คน กลุ่มรัฐอิสลาม (ไอเอส) อ้างว่าอยู่เบื้องหลัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ &amp;nbsp;ยืนยันว่า เหตุการณ์คนร้ายใช้อาวุธปืนกราดยิงประชาชนที่ตลาดคริสต์มาส เมืองสตาร์สบูร์ก มีคนไทยเสียชีวิตด้วย 1 คน ซึ่งรายงานที่ได้รับจากสถานทูตไทย ทราบชื่อผู้เสียชีวิต คือ นายอนุพงษ์ สืบสมาน อายุ 47 ปี เป็นนักท่องเที่ยวที่เพิ่งจะเดินทางไปถึงฝรั่งเศสเมื่อวันอังคาร &amp;nbsp;แล้วโดนลูกหลง ขณะเดินทางมาพร้อมกับภรรยา และจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้คนที่จะเดินทางไปควรติดตามสถานการณ์และระมัดระวัง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่เพจเฟซบุ๊กของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปารีส ได้โพสต์ข้อความแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้สูญเสีย และได้ประสานงานกับหน่วยงานในพื้นที่เพื่อดำเนินการให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ พร้อมกับขอบคุณเครือข่ายชุมชนไทยในเมืองสตราสบูร์ก สมาคมนักเรียนไทยในฝรั่งเศส และสมาคมนักเรียนไทยในเยอรมัน ที่ช่วยประสานงานและให้ความช่วยเหลือชาวไทยที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานเอกอัครราชทูตฯ ขอประณามอย่างรุนแรงต่อผู้ก่อเหตุครั้งนี้ ซึ่งส่งผลให้ประชาชนผู้บริสุทธิ์เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก โดยล่าสุดรัฐบาลฝรั่งเศสได้ประกาศยกระดับเตือนภัยก่อการร้ายสู่ขั้น &amp;lsquo;attack emergency&amp;rsquo; ซึ่งเป็นขั้นสูงสุดจากทั้งหมด 3 ขั้น โดยจะเพิ่มมาตรการป้องกันชายแดนและรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดตามตลาดคริสต์มาสทั่วฝรั่งเศส เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการโจมตีลอกเลียนแบบ ในการนี้ สถานเอกอัครราชทูตฯ ขอเตือนให้คนไทยในฝรั่งเศสและนักท่องเที่ยวชาวไทย โปรดใช้ความระมัดระวังในการเดินทาง ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ทางการฝรั่งเศสอย่างเคร่งครัด กรณีต้องการความช่วยเหลือ โปรดติดต่อสถานเอกอัครราชทูตฯ ที่หมายเลขฉุกเฉิน +33 6 46 71 96 94 และ + 33 6 03 59 97 05 หรือสอบถามข้อมูลทั่วไปที่ thaiconsular.paris@hotmail.com.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24109</URL_LINK>
                <HASHTAG>คริสตอฟ กัสตาเนร์, ดอน ปรมัตถ์วินัย, ประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง, รอยเตอร์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โรลองด์ รีแอส, โลรองต์ นูเนซ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181212/image_big_5c111efe1126d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
