<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>25494</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/12/2018 15:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/12/2018 15:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รมว.วธ. นำประมุขสงฆ์และผู้แทนระดับสูง 12 ประเทศเข้าเฝ้าสมเด็จพระสังฆราช</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันอาทิตย์ที่ 30 ธันวาคม 2561 เวลา 15.00น. นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นำสมเด็จพระสังฆราช ผู้แทนคณะสงฆ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมและศาสนา และผู้บริหารระดับสูงจากต่างประเทศ เข้าเฝ้าถวายสักการะสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ณ พระวิหาร วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม จำนวน 12 ประเทศ ได้แก่ ราชอาณาจักรภูฏาน ราชอาณาจักรกัมพูชา สาธารณรัฐประชาชนจีน ประเทศญี่ปุ่น สาธารณรัฐอินโดนีเซีย สาธารณรัฐอินเดีย สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ประเทศมองโกเลีย สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา สาธารณรัฐสิงคโปร์ สาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกา สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม และคณะทูตานุทูตประเทศที่นับถือพระพุทธศาสนาประจำประเทศไทย เข้าร่วมกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปี ในโอกาสที่กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม อาราธนาและเชิญมาร่วมงานสวดมนต์ข้ามปี ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๖๒ ซึ่งสมเด็จพระสังฆราช มีพระปฏิสันถารกับสมเด็จพระสังฆราชและผู้แทนคณะสงฆ์ ผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรมและศาสนาของ 12ประเทศ ที่เข้าเฝ้าถวายสักการะ โดยได้กล่าวถึงการส่งเสริมกิจกรรมด้านศาสนาในวันส าคัญทางพระพุทธศาสนา ได้แก่ วันมาฆบูชา วิสาขบูชา วันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา รวมถึงอำนวยพรเนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐบาล มอบกระทรวงวัฒนธรรม และหน่วยงานต่าง ๆ จัดงาน &amp;ldquo;สวดมนต์ข้ามปี ถวายพระราชกุศล เสริมสิริมงคลทั่วโลก&amp;rdquo; ระหว่างวันที่ 29 ธันวาคม 2561 - 1 มกราคม 2562 เพื่ออุทิศถวายพระราชกุศลแด่สมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช และถวายพระราชกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง พร้อมทั้งสวดมนต์ให้ประเทศไทยมีความสงบสุขและความปรองดอง พร้อมเสริมสิริมงคลให้ตนเองและครอบครัวมีความสุข เพื่อเป็นแรงจูงใจให้ประชาชน ลด ละ เลิก อบายมุข และยึดหลักธรรมทางศาสนามาใช้เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตอย่างมีความสุข ตลอดปี 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25494</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สาธารณรัฐอินเดีย, นายวีระ โรจน์พจนรัตน์, นำสมเด็จพระสังฆราช ผู้แทนคณะสงฆ์12ประเทศ, ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน, ประเทศญี่ปุ่น, ประเทศมองโกเลีย, ราชอาณาจักรกัมพูชา, ราชอาณาจักรภูฏาน, สมเด็จพระสังฆราช, สวดมนต์ข้ามปี, สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว, สาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกา, สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม, สาธารณรัฐสิงคโปร์, สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา, าธารณรัฐอินโดนีเซีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181231/image_big_5c29d635e36da.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13358</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บิ๊กตู่ขู่ตรวจเข้มทัวร์-เรือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในหลวงส่งพระราชสาส์นแสดงความเสียพระราชหฤทัยไปยัง ปธน.จีน กรณีเหตุเรือล่มภูเก็ต &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ฮึ่มบริษัททัวร์เตรียมตัวให้ดี สัปดาห์หน้าไล่ตรวจเข้มทั่วประเทศ กรมเจ้าท่าแย้มเอาผิดผู้ประกอบการยาก จ่อแก้ กม.เข้มปลอดภัยเหมือนขึ้นเครื่องบิน ตร.ดำเนินคดีเจ้าของ-ต้นกลเรือฟีนิกซ์ฐานประมาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ส่งข้อความพระราชสาส์นแสดงความเสียพระราชหฤทัยไปยังประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน กรณีเกิดเหตุการณ์เรือท่องเที่ยวล่มที่จังหวัดภูเก็ต เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2561 มีใจความว่า ฯพณฯ ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน กรุงปักกิ่ง ข้าพเจ้ารู้สึกเศร้าสะเทือนใจอย่างยิ่งที่เกิดเหตุการณ์เรือนักท่องเที่ยวล่มนอกชายฝั่งของจังหวัดภูเก็ต ส่งผลให้มีชาวจีนเสียชีวิตและสูญหายเป็นจำนวนมาก ข้าพเจ้าขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งมายังท่าน ตลอดจนครอบครัวของผู้เสียชีวิตจากการสูญเสียในเหตุการณ์น่าเศร้าครั้งนี้ และขอให้ท่านมั่นใจได้ว่าประเทศไทยจะดำเนินการค้นหาและให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มกำลังความสามารถ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวในรายการ &amp;ldquo;ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน&amp;rdquo; &amp;nbsp;ว่า เหตุการณ์เรือล่มที่ จ.ภูเก็ต เป็นเรื่องที่สร้างความสูญเสียครั้งใหญ่ของเพื่อนมนุษย์ ในฐานะรัฐบาลที่เป็นเจ้าบ้าน จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องแสดงความรับผิดชอบ โดยดำเนินการทุกเรื่อง ทั้งการค้นหา พิสูจน์ทราบ ติดตามหาญาติ การประกันภัย การส่งกลับ และอำนวยความสะดวกกระบวนการทั้งปวง รวมถึงมาตรการต่างๆ ในการช่วยเหลือเยียวยาตามกฎหมายอย่างเต็มที่ และการรักษาขวัญและกำลังใจแก่ญาติผู้สูญเสีย ทั้งนี้ ต้องค้นหาสาเหตุ แล้วมีการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีก เพื่อจะรองรับนักท่องเที่ยวต่อๆ ไปในอนาคต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาทิ เรื่องการกำกับดูแลบริษัทผู้ให้บริการ ต้องเคร่งครัดในการออกใบอนุญาต ซึ่งสั่งให้ทบทวนหลักการทั้งหมด ไม่ว่าจะเรื่องการจัดตั้งบริษัท การให้การบริการ เจ้าหน้าที่ประจำเรือ เจ้าหน้าที่บริการ การระวังป้องกัน เจ้าหน้าที่ รปภ.ประจำเรือ สิ่งอุปกรณ์อำนวยความสะดวก รวมทั้งระบบแจ้งเตือน ตรวจจับผู้ละเมิดมาตรฐานการรักษาความปลอดภัย เช่น กรณีที่ประกาศไปแล้วว่าช่วงนี้คลื่นลมแรง ไม่ควรออกเรือ แต่ยังฝ่าฝืนออกไป ต้องตรวจสอบว่าใครจะต้องรับผิดชอบ ขณะที่กรมเจ้าท่าจะต้องเพิ่มมาตรการ โดยใช้มาตรการใช้สติปัญญาก่อน ไม่ใช่รองบประมาณ โดยต้องตรวจตราความพร้อมของบุคลากร เครื่องมือ อุปกรณ์นิรภัย ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานได้ทันที และซักซ้อมแผนการปฏิบัติในกรณีฉุกเฉิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ หากตรวจสอบพบว่ามีการทุจริต จะต้องถูกลงโทษตามกฎหมาย โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ที่ปล่อยปละละเลยหรือได้รับผลประโยชน์ ตนจะลงโทษอย่างเด็ดขาด และจะตรวจสอบเรื่องนี้ด้วยตัวเองอีกครั้งหนึ่ง หลังให้คณะทำงานลงไปตรวจสอบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอให้ทุกบริษัททัวร์หรือเจ้าของเรือทุกคน ไปเตรียมการให้พร้อมนะครับ จะเริ่มมีการตรวจสอบในสัปดาห์หน้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงอย่างนี้เกิดขึ้นต่อไป&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้านนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงมาตรการดูแลความปลอดภัยหลังเกิดกรณีเหตุการณ์เรือล่มที่ จ.ภูเก็ต ว่า กระทรวงคมนาคมมีหน้าที่ต้องสร้างมาตรการเรื่องความปลอดภัยทุกระบบขนส่งสาธารณะให้เป็นไปตามมาตรฐาน โดยเรื่องการเดินเรือนั้น ต้องปรับปรุงระบบติดตามเรือให้เป็นไปตามที่นายกฯ ให้นโยบายไว้ ส่วนการออกเรือ บริษัทเจ้าของเรือต้องมีผู้รับผิดชอบที่เป็นผู้จัดการความปลอดภัยร่วมกับกัปตันเรือ หลังจากนี้ไปต้องเข้มงวดมากขึ้น โดยสร้างระบบที่เป็นระเบียบปฏิบัติชัดเจนในการลงไปตรวจสอบเรือ ก่อนเรือออกทุกอย่างต้องพร้อม โดยเฉพาะอุปกรณ์ด้านความปลอดภัย ที่สำคัญกัปตันจะออกเรือไม่ได้จนกว่าพนักงานจะชี้แจงขั้นตอนการปฏิบัติในการขึ้นเรือให้เรียบร้อยก่อน ทั้งนี้ จะเร่งให้กรมเจ้าท่าแก้ไขระเบียบต่างๆ ให้เสร็จโดยเร็ว เพื่อรองรับเทศกาลวันหยุดยาวช่วงปีใหม่ 62
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฐ จับใจ รองอธิบดีกรมเจ้าท่า (จท.) กล่าวว่า ในอนาคตจะมีการออกระเบียบกรมเจ้าท่าเพื่อใช้บังคับตามกฎหมายในกรณีที่มีการแจ้งเตือนสภาพอากาศและการห้ามออกเรือ ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีการบังคับอย่างจริงจัง เป็นเพียงดุลพินิจของกัปตันคุมเรือในการตัดสินใจออกเดินเรือ นอกจากนี้ยังมีแนวคิดเรื่องกำหนดมาตรการความปลอดภัยในการใช้บริการเรือโดยสารให้เป็นในลักษณะเดียวกับการใช้บริการเครื่องบิน โดยจะวางระบบมาตรฐานความปลอดภัยในการเดินเรืออย่างเข้มข้น ทั้งการตรวจสอบตัวเรือ &amp;nbsp;การออกใบประกาศนียบัตรนายท้ายเรือ ตลอดจนการเพิ่มความถี่ในการตรวจเรือให้มากกว่าปีละ 1 ครั้ง พร้อมปรับปรุงระเบียบปฏิบัติต่างๆ ในการเดินเรือและข้อปฏิบัติการขึ้นเรือ ตลอดจนอบรมพนักงานและงานบริการผู้โดยสารคล้ายแอร์โฮสเตส ที่คอยแนะนำการใช้อุปกรณ์ความปลอดภัยและทางออกฉุกเฉินให้ผู้โดยสาร โดยจะนำแนวทางไปปฏิบัติในจังหวัดท่องเที่ยวที่มีความเสี่ยงทั่วประเทศ อาทิ เมืองพัทยา จ.ชลบรี, สุราษฎร์ธานี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวระดับสูงจากกรมเจ้าท่าเปิดเผยว่า &amp;nbsp;ขณะนี้อยู่ระหว่างสรุปเหตุการณ์และหาผู้รับผิดชอบคาดว่าจะได้ข้อสรุปในสัปดาห์หน้า แต่ยอมรับว่าตัวกฎหมายยังไม่มีข้อบังคับชัดเจน จึงน่าจะยังเอาผิดทางกฎหมายกับผู้ประกอบการไม่ได้ ทำได้เพียงมาตรการเยียวยาความเสียหายทั่วไป อย่างไรก็ตามปัญหาที่เกิดขึ้นนั้น หนึ่งในสาเหตุมาจากกรมเจ้าท่าขาดแคลนพนักงานดูแลความปลอดภัยตามท่าเรือ เนื่องจากรัฐบาลไม่อนุมัติให้รับบุคลากรเพิ่ม เมื่อคนไม่พอ ก็ไม่สามารถตรวจสอบได้ทั่วถึง นอกจากนี้ยังขาดแคลนงบประมาณบำรุงรักษาท่าเรือ เพื่อส่งเสริมความปลอดภัยให้เกิดขึ้นด้วย หลังจากนี้ยังคงมีข้อพิพาทที่ต้องเคลียร์กับเอกชน คือการกู้ซากเรือที่จมลงไปนั้น เบื้องต้นเอกชนปฏิเสธที่จะออกเงินกู้เรือของตัวเองที่จม โดยให้เหตุผลว่าความลึกที่จมลงไปราว 44 เมตรนั้นไม่กระทบกับการเดินเรือปกติบนผิวน้ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยเรือล่มจังหวัดภูเก็ต ณ ท่าเทียบเรืออ่าวฉลอง นายนรภัทร ปลอดทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต แถลงว่า ตั้งแต่วันที่ 14 ก.ค.นี้ จะตั้งศูนย์อำนวยการเหตุการณ์ช่วยเหลือเรือล่มจังหวัดภูเก็ต ที่ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต เปิดตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อติดตามภาพรวมทุกแผนการช่วยเหลือ ประกอบด้วย การรักษาพยาบาล การเยียวยา การจัดการศพ การส่งต่อ การรับเรื่องร้องทุกข์จากญาติ สำหรับศูนย์นี้ยังเปิดบริการอยู่ แต่จะเป็นศูนย์บัญชาการส่วนหน้า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และคณะ ประชุมร่วมกับตำรวจภูธรภาค 8 นำโดย พล.ต.ท.สรศักดิ์ เย็นเปรม ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 เพื่อติดตามความคืบหน้าการสอบสวนดำเนินคดีกรณีเรือฟีนิกซ์และเรือเซเรนาต้าล่ม ทั้งนี้ พล.ต.อ.ศรีวราห์ได้สั่งการในที่ประชุมตรวจสอบอู่ต่อเรือฟีนิกซ์ จากนั้นเวลา 15.00 น. หลังได้หมายค้นแล้ว พล.ต.อ.ศรีวราห์และคณะได้เดินทางไปตรวจ หจก.ธนวัฒน์ เอ็นจิเนียริ่ง ภูเก็ต ซึ่งเป็นบริษัทที่รับจ้างต่อเรือฟีนิกซ์ ตั้งอยู่เลขที่ 65 ถ.ท่าเรือใหม่ ม.7 ต.รัษฎา อ.เมืองฯ จ.ภูเก็ต และคานเรือของบริษัท สิกิจ จำกัด ซึ่งเป็นอู่ต่อเรือฟีนิกซ์ ตั้งอยู่ที่เลขที่ 3/20 ม.1 ต.รัษฎา อ.เมืองฯ จ.ภูเก็ต จากการตรวจสอบพบว่า หจก.ธนวัฒน์ฯ ตั้งและประกอบกิจการโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ.2535 มาตรา 12
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน พนักงานสอบสวนได้ยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดภูเก็ต และศาลได้อนุมัติออกหมายจับผู้ต้องหา ดังนี้ 1.น.ส.วรลักษณ์ ฤกษ์ชัยกาล อายุ 26 ปี เจ้าของเรือฟีนิกซ์ และ 2.นายอ่อนจันทร์ กัณหาโยธี อายุ 56 ปี ต้นกลเรือ ในความผิดฐาน &amp;ldquo;กระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ได้รับบาดเจ็บสาหัส และได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ&amp;rdquo; ซึ่งทั้งสองคนได้เดินทางมามอบตัวแก่พนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา โดยได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวไปในวันเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว เปิดเผยว่า วันที่ 14 ก.ค.นี้ จะเดินทางไป จ.ภูเก็ต เพื่อประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งฝ่ายไทยและฝ่ายจีน รวมทั้งผู้ประกอบการท่องเที่ยวฝั่งอันดามัน ทั้งหมดราว 200 ราย ในเรื่องการช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่เสียชีวิต โดยเฉพาะเงินเยียวยาเพิ่ม นอกจากนี้ยังเร่งรัดให้มีการสอบสวนดำเนินคดีกับกลุ่มนอมินีชาวต่างชาติที่เปิดบริษัทบังหน้า &amp;nbsp;รวมทั้งการพิสูจน์หาเหตุเรือล่มว่ามาจากความประมาทหรือสภาพของเรือ และดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่รัฐหากพบว่าบกพร่อง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13358</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน, ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ภูเก็ต, ศาสตร์พระราชา, ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน, สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, หนังสือพิมพ์, เรือท่องเที่ยวล่ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180713/image_big_5b48b8214393d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
