<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118098</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/09/2021 14:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/09/2021 14:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประธานาธิบดีไบเดนฉีดวัคซีนโควิดโดสที่ 3 ของไฟเซอร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;โจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐวัย 77 ปี ได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19 เข็มที่ 3 ของไฟเซอร์แล้วเมื่อวันจันทร์ พร้อมเรียกร้องชาวอเมริกันที่ยังลังเลใจให้ยินยอมฉีดวัคซีน ระบุคนกลุ่มน้อยที่ต่อต้านวัคซีนกำลังทำร้ายประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโจ ไบเดน รับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ของไฟเซอร์ เข็มกระตุ้นภูมิคุ้มกันโดสที่ 3 ที่ทำเนียบขาวเมื่อวันที่ 27 กันยายน 2564 (Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เอเอฟพีรายงานเมื่อวันอังคารที่ 28 กันยายนว่า ประธานาธิบดีไบเดนรับการฉีดวัคซีนกระตุ้นภูมิคุ้มกันโควิด-19 เข็มที่ 3 นี้ที่ทำเนียบขาวเมื่อวันจันทร์ตามเวลาสหรัฐ โดยเป็นไปตามคำแนะนำด้านสุขภาพของทางการสหรัฐ ที่อนุญาตให้ฉีดวัคซีนบูสเตอร์แก่บุคคลที่อายุ 65 ปีขึ้นไป และผู้ใหญ่ในกลุ่มมีภาวะทางการแพทย์ที่เสี่ยงสูงต่อโรคติดเชื้อโควิด-19 กับกลุ่มคนทำงานเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้นำสหรัฐกล่าวว่า ขณะนี้ยังมีปัญหาที่คนอเมริกันจำนวนมากปฏิเสธที่จะฉีดวัคซีนแม้แต่เข็มเดียว ซึ่งกระตุ้นให้ไวรัสนี้กลับมาแพร่ระบาดเพิ่มขึ้นอีกในสหรัฐโดยเฉพาะสายพันธุ์เดลตา แม้ตอนนี้จะมีคนอเมริกันได้ฉีดวัคซีนแล้วร้อยละ 77 แต่นั่นยังไม่เพียงพอ เพราะอีกเกือบ 1 ใน 4 ปฏิเสธวัคซีน คนกลุ่มน้อยเหล่านี้กำลังสร้างความเสียหายต่อคนส่วนอื่นของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไบเดนได้ฉีดวัคซีนของไฟเซอร์เข็มแรกเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว และเข็มที่ 2 ในเดือนมกราคม ซึ่งเป็นช่วงก่อนที่เขาจะสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สัปดาห์ที่ผ่านมา เขากล่าวว่า มีคนประมาณ 60 ล้านคนในสหรัฐที่มีคุณสมบัติได้รับวัคซีนไฟเซอร์โดสที่ 3 ส่วนคนที่ได้ฉีดวัคซีนของโมเดอร์นา หรือจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน จะได้รับวัคซีนบูสเตอร์ทันทีที่การศึกษาเสร็จสมบูรณ์ และเขาคาดว่าคนอเมริกันทุกคนจะมีสิทธิได้ฉีดวัคซีนบูสเตอร์ในเวลาอันใกล้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคติดต่อแห่งสหรัฐ (ซีดีซี) กล่าวเมื่อวันศุกร์ว่า ข้อมูลเกี่ยวกับบูสเตอร์ของโมเดอร์นาและจอห์นสันแอนด์จอห์นสันจะได้รับการประเมิน &amp;quot;ในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118098</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉีดวัคซีนเข็มที่ 3, ประธานาธิบดีโจ ไบเดน, วัคซีนบูสเตอร์, ไฟเซอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210928/image_big_6152bcb255ba0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117553</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/09/2021 18:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/09/2021 18:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ประธานาธิบดีไบเดน&#039;ลั่นสหรัฐไม่คิดปลุกสงครามเย็นครั้งใหม่ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ต่อที่ประชุมสมัชชาใหญ่ยูเอ็นในนครนิวยอร์กเมื่อวันอังคาร ยืนยันสหรัฐไม่ได้ต้องการก่อสงครามเย็นครั้งใหม่ หรือทำให้โลกแตกเป็นสองขั้ว ขณะประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เรียกร้องชาติมหาอำนาจเคารพซึ่งกันและกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโจ ไบเดน แห่งสหรัฐ ถอดหน้ากากอนามัยก่อนกล่าวสุนทรพจน์ต่อสมัชชาใหญ่ยูเอ็นครั้งที่ 76 ที่นิวยอร์กเมื่อวันอังคาร (Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การประชุมสมัชชาใหญ่แห่งองค์การสหประชาชาติที่นิวยอร์กเมื่อวันอังคารที่ 22 กันยายน ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 2 ปีที่ผู้นำและผู้แทนจากประเทศต่างๆ มาร่วมการประชุมได้ด้วยตนเอง แต่ยังมีการจำกัดจำนวนผู้เข้าร่วมการประชุมและใช้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 รวมถึงการเปลี่ยนไมค์ทุกครั้งหลังการแสดงสุนทรพจน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันพุธกล่าวว่า ประธานาธิบดีสหรัฐและจีนกล่าวสุนทรพจน์ในเวลาห่างกันหลายชั่วโมง โดยประธานาธิบดีสีกล่าวสุนทรพจน์ผ่านวิดีโอที่บันทึกไว้ล่วงหน้า ส่วนไบเดนมาร่วมการประชุมนี้ด้วยตนเอง ผู้นำทั้งสองไม่ได้กล่าวถึงอีกฝ่ายโดยตรงในสุนทรพจน์ของพวกเขา แต่ก็ได้แสดงออกว่าไม่ต้องการให้เกิดความขัดแย้งขึ้นในโลก ทั้งยังให้คำมั่นสัญญาใหม่ๆ เรื่องการต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโลกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราไม่ได้แสวงหาสงครามเย็นครั้งใหม่ หรือโลกที่แบ่งแยกเป็นกลุ่มตายตัว&amp;quot; ไบเดนกล่าว และว่า สหรัฐพร้อมที่จะทำงานร่วมกับทุกประเทศที่ก้าวขึ้นหรือใช้การแก้ปัญหาอย่างสันติเพื่อร่วมแบ่งปันความท้าทาย ถึงแม้ว่าเราจะมีความขัดแย้งกันที่รุนแรงในด้านอื่นๆ ก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไบเดนไม่ได้เอ่ยถึงจีนโดยตรง นอกเหนือจากการแสดงความกังวลเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนในเขตซินเจียง เขายังประกาศด้วยว่าจะเป็นประธานาธิบดีสหรัฐคนแรกในรอบ 20 ปีที่ไม่ทำสงคราม และการใช้กำลังต้องเป็นหนทางสุดท้าย รัฐบาลของเขากำลังเปิดศักราชใหม่แห่งการทูตที่ไม่ผ่อนผัน พร้อมให้คำมั่นว่าจะทำงานอย่างใกล้ชิดกับประเทศพันธมิตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านประธานาธิบดีสี เรียกร้องให้ชาติอำนาจทั้งหลาย &amp;quot;เคารพซึ่งกันและกัน&amp;quot; และว่า &amp;quot;ประชาธิปไตยไม่ใช่สิทธิพิเศษ&amp;quot; ส่วนประเด็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่รุนแรงขึ้น สีประกาศว่า จีนจะยุติการให้ทุนสนับสนุนโครงการถ่านหินในต่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำประกาศของผู้นำจีนมีออกมาหลังจากผู้นำสหรัฐให้คำมั่นว่าจะเพิ่มความช่วยเหลือด้านการแก้ปัญหาโลกร้อนแก่ประเทศที่ประสบภัยหนักที่สุด 2 เท่าจากเดิม เป็นปีละ 11,400 ล้านดอลลาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในวันพุธ ประธานาธิบดีไบเดนมีกำหนดร่วมการประชุมทางไกลเกี่ยวกับการเอาชนะโรคระบาดโควิด-19 โดยเขาแย้มถึงพันธสัญญาเพิ่มเติม ซึ่งสื่อสหรัฐรายงานว่าจะเป็นซื้อวัคซีนป้องกันโควิด-19 เพิ่มอีก 500 ล้านโดสเพื่อบริจาคให้ประเทศต่างๆ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117553</URL_LINK>
                <HASHTAG>ต่อสู้ภาวะโลกร้อน, ประธานาธิบดีโจ ไบเดน, สมัชชาใหญ่ยูเอ็น, สุนทรพจน์ต่อที่ประชุมยูเอ็น, ไม่ก่อสงครามเย็น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210922/image_big_614b1395c0964.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117214</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/09/2021 23:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/09/2021 23:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไบเดน&#039;ขอเคลียร์&#039;มาครง&#039; ต้นเหตุออสซี่ฉีกสัญญาซื้อเรือดำน้ำฝรั่งเศส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐขอคุยกับประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศสในเร็ววันนี้ เพื่อปรับความเข้าใจ ภายหลังฝรั่งเศสโกรธจัดที่โดนสหรัฐหักหลังด้วยการช่วยออสเตรเลียสร้างเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ 8 ลำ เป็นเหตุให้ออสเตรเลียฉีกสัญญาซื้อเรือดำน้ำจากฝรั่งเศส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง (Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานว่า การตัดสินใจของรัฐบาลออสเตรเลียที่ฉีกสัญญาซื้อเรือดำน้ำระบบดีเซล-ไฟฟ้าจากฝรั่งเศส มูลค่า 50,000 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย ที่สองฝ่ายลงนามกันไว้เมื่อปี 2559 ทำให้รัฐบาลฝรั่งเศสเรียกเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำออสเตรเลียและสหรัฐกลับประเทศ ซึ่งเป็นการแสดงความไม่พอใจทางการทูตแบบไม่เคยปรากฏมาก่อนระหว่างชาติพันธมิตรเหล่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กาเบรียล อัตตาล โฆษกรัฐบาลฝรั่งเศส กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ว่า มาครงและไบเดนจะสนทนากันทางโทรศัพท์ &amp;quot;ในไม่กี่วันข้างหน้า&amp;quot; ตามคำร้องขอจากไบเดน โดยมาครงจะขอ &amp;quot;คำชี้แจง&amp;quot; จากประธานาธิบดีสหรัฐ ภายหลังคำประกาศความตกลงด้านกลาโหมระหว่างสหรัฐ-ออสเตรเลีย-อังกฤษ ที่ทำให้ออสเตรเลียยกเลิกสัญญาซื้อเรือดำน้ำจากฝรั่งเศส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราต้องการคำอธิบาย&amp;quot; อัตตาลกล่าว และว่า สหรัฐต้องตอบคำถามกับสิ่งที่ดูเหมือนเป็นการละเมิดความไว้วางใจครั้งใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำประกาศนัดเคลียร์ใจระหว่างผู้นำทั้งสองมีออกมาหลังจากนายกฯ สกอตต์ มอร์ริสัน ของออสเตรเลีย ปฏิเสธคำกล่าวหาของฝรั่งเศสที่ว่าออสเตรเลียโกหกเกี่ยวกับแผนดังกล่าวเพื่อยกเลิกสัญญาซื้อเรือดำน้ำ โดยมอร์ริสันอ้างว่า เขาได้แจ้งให้ฝรั่งเศสรับรู้ข้อกังวลเมื่อหลายเดือนก่อนหน้านี้แล้ว ตัวเขาและรัฐมนตรีในรัฐบาลของเขาไม่เคยปิดบังประเด็นปัญหาเกี่ยวกับเรือดำน้ำของฝรั่งเศส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มอร์ริสันกล่าวด้วยว่า ออสเตรเลียตัดสินใจดังกล่าวโดยอิงอยู่บนผลประโยชน์เชิงยุทธศาสตร์ของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีไบเดนประกาศการจับมือทำความตกลงด้านความมั่นคงสามฝ่ายที่เรียกว่า AUKUS เมื่อวันพุธที่แล้ว โดยทั่วไปมองว่ามีเป้าหมายเพื่อต่อต้านการแผ่อิทธิพลของจีนในภูมิภาคนี้ นอกจากการถ่ายทอดเทคโนโลยีสร้างเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์แล้ว ข้อตกลงนี้ยังครอบคลุมถึงการป้องกันทางไซเบอร์, ปัญญาประดิษฐ์และขีดความสามารถใต้น้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลจีนมีปฏิกิริยาตอบโต้การจับมือเป็นพันธมิตรระหว่าง 3 ชาติทันทีว่าเป็นภัยคุกคามที่ขาดความรับผิดชอบอย่างยิ่ง และเตือนว่าประเทศเหล่านี้เสี่ยงที่จะยิงเท้าตนเอง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117214</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉีกสัญญาซื้อเรือดำน้ำ, ประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง, ประธานาธิบดีโจ ไบเดน, ฝรั่งเศส, สหรัฐ, ออสเตรเลีย, เรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210919/image_big_61475f325a6c8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113648</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไบเดนยันถูกต้อง ถอนทหารอัฟกัน เริ่มสู่ตอลิบันใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐอเมริกายืนกราน ตัดสินใจถูกแล้วที่ถอนทหารออกจากอัฟกานิสถาน ตามข้อตกลงที่ &amp;quot;โดนัลด์ ทรัมป์&amp;quot; ทำไว้กับตอลิบัน มิเช่นนั้นทหารอเมริกาต้องติดอยู่ในสงครามกลางเมืองไม่รู้จบ พร้อมโทษผู้นำอัฟกันหนีออกนอกประเทศขณะกองทัพของตนยอมแพ้ ด้านตอลิบันออกแถลงการณ์นิรโทษกรรมให้เจ้าหน้าที่ทุกคน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันอังคารที่ 17 สิงหาคมว่า &amp;nbsp;ประธานาธิบดีโจ ไบเดน แถลงทางโทรทัศน์เกี่ยวกับสถานการณ์อัฟกานิสถานเป็นครั้งแรก เมื่อช่วงบ่ายวันจันทร์ตามเวลาสหรัฐอเมริกา (ตรงกับเช้ามืดวันอังคารของไทย) หลังจากสภาพความโกลาหลอลหม่านระหว่างการอพยพที่สนามบินคาบูลเมื่อวันอาทิตย์และวันจันทร์ที่ผ่านมาสร้างความตกตะลึงแก่คนทั้งโลก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการแถลงจากทำเนียบขาว ไบเดนปกป้องการตัดสินใจของเขา &amp;nbsp;โดยยืนกรานว่าต้องเลือกระหว่างการขอให้กองทัพสหรัฐอเมริกาต่อสู้อย่างไม่รู้จบต่อไป ในสงครามที่เขาเรียกว่าสงครามกลางเมืองของอัฟกานิสถาน หรือทำตามข้อตกลงถอนทหารที่อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ทำไว้กับตอลิบัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;หลังจาก 20 ปีผ่านไปผมได้รับรู้หนทางที่ยากลำบากว่า ไม่เคยมีเวลาที่เหมาะสมในการถอนกำลังทหารสหรัฐอเมริกา นั่นเป็นเหตุผลที่เรายังอยู่ที่นั่น&amp;quot; เขากล่าวและยังพาดพิงถึงทรัมป์ด้วยว่า การเจรจาต่อรองทำข้อตกลงกับตอลิบันทำให้กลุ่มนี้อยู่ในตำแหน่งทางทหารที่แข็งแกร่งที่สุดนับแต่ปี 2544&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ไบเดนยอมรับว่า ความรวดเร็วที่ตอลิบันสามารถยึดอัฟกานิสถานได้ทั้งประเทศนั้นเป็นเรื่องที่คาดไม่ถึง แต่เขากล่าวโทษพวกผู้นำทางการเมืองอัฟกันที่หนีออกนอกประเทศ และกองทัพอัฟกันที่ไม่เต็มใจจะต่อสู้ &amp;nbsp;ทำให้นักรบตอลิบันพิชิตกรุงคาบูลได้อย่างง่ายดายเมื่อวันอาทิตย์ ทั้งที่หน่วยข่าวกรองของสหรัฐอเมริกาเคยคาดคะเนก่อนหน้านี้ว่า กองทัพอัฟกันน่าจะต้านทานตอลิบันได้อย่างน้อย 3 เดือน แต่ในความเป็นจริงนักรบตอลิบันใช้เวลาเพียงสัปดาห์เศษก็กวาดกลืนเมืองสำคัญได้ทั่วประเทศจนมาถึงเมืองหลวง ชัยชนะอย่างรวดเร็วของตอลิบันสร้างความตกตะลึงแก่สหรัฐอเมริกาและพันธมิตรตะวันตก ที่ร่วมกันยึดครองอัฟกานิสถานมานาน 20 ปี ทุ่มเงินไปมากกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ ติดอาวุธยุทโธปกรณ์และฝึกกองทัพอัฟกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ในวันอังคาร กลุ่มตอลิบันออกแถลงการณ์ประกาศนิรโทษกรรมทั่วไปให้เจ้าหน้าที่รัฐบาลทุกคน และขอให้พวกเขากลับเข้าทำงานและใช้ชีวิตตามปกติอย่างมั่นใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;มีการประกาศนิรโทษกรรมทั่วไปสำหรับทุกคนแล้ว ฉะนั้นพวกที่ทำงานไม่ว่ากับหน่วยงานใดหรือกระทรวงใดของรัฐบาลควรกลับไปทำหน้าที่ด้วยความพึงพอใจอย่างเต็มที่ และทำงานของพวกเขาต่อไปโดยไม่ต้องหวาดกลัว&amp;quot; แถลงการณ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บรรยากาศในกรุงคาบูล ร้านค้ากลับมาเปิดบางร้าน ตำรวจจราจรกำกับการสัญจรบนท้องถนน เจ้าหน้าที่ตอลิบันมีแผนประชุมทางการทูตครั้งแรกในวันอังคารกับเอกอัครราชทูตรัสเซีย และเจ้าหน้าที่ตอลิบันคนหนึ่งยังให้สัมภาษณ์นักข่าวหญิงของสถานีข่าวอัฟกันด้วย เป็นการแสดงนัยให้เห็นว่าตอลิบันยุคใหม่ยอมรับที่ผู้หญิงทำงานและเปิดกว้างต่อสื่อมวลชน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113648</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตามข้อตกลงที่ &quot;โดนัลด์ ทรัมป์&quot; ทำไว้กับตอลิบัน, ประธานาธิบดีโจ ไบเดน, พร้อมโทษผู้นำอัฟกันหนีออกนอกประเทศขณะกองทัพของตนยอมแพ้, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210206/image_big_601ebbbe322b6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107610</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/06/2021 16:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/06/2021 16:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คอนโดฯถล่มที่ฟลอริดายังสูญหาย99 &#039;ไบเดน&#039;อนุมัติสถานการณ์ฉุกเฉิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโจ ไบเดน อนุมัติคำประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในรัฐฟลอริดาแล้ว และสั่งการให้หน่วยงานรัฐบาลกลางให้ความช่วยเหลือหน่วยงานของรัฐและท้องถิ่นในความพยายามกู้ภัยคอนโดมิเนียม 12 ชั้นใกล้เมืองไมอามีที่พังถล่มเมื่อเช้ามืดวันพฤหัสบดี พบผู้เสียชีวิตแล้ว 1 คน ยังสูญหาย 99 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถลงการณ์ของทำเนียบขาวเมื่อวันศุกร์ที่ 25 มิถุนายน 2564 กล่าวว่า การอนุมัติคำประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ในครั้งนี้จะให้อำนาจกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ, สำนักงานบริหารจัดการสถานการณ์ฉุกเฉินของรัฐบาลกลาง (ฟีมา) ประสานความพยายามบรรเทาภัยพิบัติครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านั้น ประธานาธิบดีไบเดนได้โทรศัพท์พูดคุยกับแดเนียลลา เลวีน คาวา นายกเทศมนตรีของเมืองไมอามีเดด แล้วเขาบอกกับนักข่าวว่า รัฐบาลพร้อมจะส่งทรัพยากรฉุกเฉินไปยังฟลอริดาทันทีหากได้รับการร้องขอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของรอยเตอร์และเอเอฟพีกล่าวว่า อาคารคอนโดมิเนียมสูง 12 ชั้นในเมืองเซิร์ฟไซด์ใกล้เมืองไมอามี รัฐฟลอริดาของสหรัฐ พังถล่มลงบางส่วนเมื่อเช้ามืดวันพฤหัสบดี ขณะเกิดเหตุนั้นผู้พักอาศัยที่ไม่ทราบจำนวนยังนอนหลับอยู่ ซากอาคารพังถล่มทับถมกันเป็นชั้นๆ เผยให้สภาพภายในของอาคารแต่ละชั้นส่วนที่ทรงตัวอยู่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาคารคอนโดมิเนียมแชมเพลนทาวเวอร์สเซาท์แห่งนี้สร้างเมื่อปี 2524 มีห้องพักมากกว่า 130 ยูนิต โดยราว 80 ยูนิตมีคนเข้าพักอาศัยแล้ว ผู้พักอาศัยที่นี่มีทั้งที่อยู่ประจำ, ผู้เช่า และผู้ที่มาพักเป็นครั้งคราว เจ้าหน้าที่จึงไม่มีข้อมูลชัดเจนว่ามีคนอยู่ในอาคารส่วนที่พังถล่มจำนวนเท่าใดในเวลาเกิดเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรย์ เจดัลลาห์ ผู้ช่วยหัวหน่วยกู้ภัยดับเพลิงไมอามีเดด เผยระหว่างแถลงข่าวว่า มีห้องพักประมาณ 55 ยูนิตที่พังถล่ม หน่วยกู้ภัยมาถึงที่เกิดเหตุเมื่อเวลาประมาณ 01.30 น. และช่วยอพยพคนออกจากอาคารได้ 33 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเปิดเผยในเวลาต่อมาว่า อพยพผู้ที่อยู่ในอาคารฝั่งที่ยังทรงตัวอยู่ได้ 35 คน หน่วยกู้ภัยใช้สุนัขและโดรนในการค้นหาและดึงร่างออกมาจากซากอาคารได้ 2 คน แต่หนึ่งในนี้เสียชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หน่วยค้นหาและกู้ภัยค้นหาสัญญาณผู้รอดชีวิตใต้กองอิฐและซากปรักหักพังน้ำหนักหลายตันตลอดทั้งวันพฤหัสบดี พวกเขาได้ยินเสียงเคาะและเสียงอื่นๆ แต่เมื่อผ่านไปหลายชั่วโมงก็ไม่ได้ยินเสียงใดจากใต้ซากอาคารอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลวีน คาวา นายกเทศมนตรีหญิงของไมอามีเดด กล่าวกับนักข่าวเมื่อวันพฤหัสบดี หลังตึกถล่ม 18 ชั่วโมงว่า ยังมีคนสูญหาย 99 คน แม้จะยังไม่ชัดเจนว่าบางคนอยู่ในอาคารช่วงเกิดเหตุถล่มหรือไม่ แต่มี 102 คนที่ตอนแรกไม่รู้ชะตากรรมนั้น สามารถระบุที่อยู่และประกาศว่าปลอดภัยแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังไม่ชัดเจนในตอนนี้ว่าอะไรเป็นสาเหตุทำให้อาคารอายุ 40 ปีหลังนี้พังถล่ม แต่เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นกล่าวกันว่า คอนโดมิเนียมหลังนี้อยู่ระหว่างสร้างหลังคาและซ่อมแซม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชาร์ลส์ เบอร์เคตต์ นายกเทศมนตรีเซิร์ฟไซด์ ซึ่งยืนยันว่ามีผู้เสียชีวิตแล้ว 1 คน และช่วยจากซากอาคาร 14 คน กล่าวว่า สาเหตุที่ทำให้ตึกถล่มนั้นยังไม่ชัดเจน &amp;quot;มันดูเหมือนว่าเกิดระเบิด แต่เราค่อนข้างมั่นใจว่าไม่มีระเบิดเกิดขึ้น ดังนั้นคงเกิดจากสาเหตุอื่น&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107610</URL_LINK>
                <HASHTAG>คอนโดมิเนียมแชมเพลนทาวเวอร์สเซาท์, ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน, ประธานาธิบดีโจ ไบเดน, รัฐฟลอริดา, อาคารถล่ม, เซิร์ฟไซด์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210625/image_big_60d5a626c5c3d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106636</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/06/2021 23:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/06/2021 23:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยอมคืนดี &#039;ปูติน-ไบเดน&#039;ตกลงส่งเอกอัครราชทูตกลับไปประจำการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ซัมมิตครั้งแรกระหว่างประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซีย กับประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐ จบลงเร็วกว่าที่คาด ผูู้นำทั้งสองเห็นพ้องกันว่าจะส่งเอกอัครราชทูตของตนกลับไปประจำเมืองหลวงของอีกฝ่ายตามเดิม หลังจากเกิดความบาดหมางเมื่อไบเดนเรียกปูตินเป็น &amp;quot;ฆาตกร&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การประชุมสุดยอดระหว่างปูตินและไบเดนที่นครเจนีวาของสวิตเซอร์แลนด์เมื่อวันพุธที่ 16 มิถุนายน เป็นการเจรจากันแบบพบตัวระหว่างผู้นำชาติมหาอำนาจทั้งสองเป็นครั้งแรก แต่การประชุมซึ่งที่ปรึกษาของไบเดนคาดว่าจะใช้เวลานาน 5 ชั่วโมงนั้น จบลงในเวลาไม่ถึง 4 ชั่วโมง หลังจากนั้นสองแยกกันแถลงข่าว ซึ่งต่างจากการประชุมสุดยอดระหว่างปูตินกับโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อปี 2561 ที่คราวนั้นทั้งคู่แสดงความสนิทชิดเชื้อด้วยบรรยากาศเป็นมิตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซัมมิตระหว่างปูตินกับทรัมป์ที่กรุงเฮลซิงกิคราวนั้น มีช่วงหนึ่งที่พวกเขาคุยกันเป็นการส่วนตัวโดยมีเพียงล่ามของแต่ละฝ่ายอยู่ด้วย แต่ซัมมิตระหว่างปูตินกับไบเดนไม่มีช่วงเวลาส่วนตัวแบบนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานรอยเตอร์อ้างคำกล่าวของเจ้าหน้าที่ว่า การพูดคุยกันรอบแรก ซึ่งนอกจากไบเดนและปูติน ยังรวมถึงแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐ และเซอร์เกย์ ลัฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศของรัสเซีย ใช้เวลาเกือบ 2 ชั่วโมง ก่อนจะพักเบรกแล้วเริ่มเจรจากันใหม่ในเวลา 16.00 น.ตามเวลาท้องถิ่น (21.00 น.ของไทย) โดยคราวนี้ อนาโตลี อันโตนอฟ เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำสหรัฐ เข้าร่วมด้วย การเจรจาจบลงในเวลา 17.05 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียกับสหรัฐเสื่อมถอยในช่วงหลายปีมานี้ โดยเฉพาะหลังจากรัสเซียผนวกแคว้นไครเมียของยูเครนเป็นของตนเมื่อปี 2557, การที่รัสเซียแทรกแซงความขัดแย้งในซีเรียเมื่อปี 2558 และคำกล่าวหาของสหรัฐว่ารัสเซียแทรกแซงการเลือกตั้งปี 2559 ที่ช่วยให้ทรัมป์ชนะ ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลทั้งสองตกต่ำลงอีกในเดือนมีนาคม เมื่อไบเดนกล่าวว่า เขาคิดว่าปูตินเป็น &amp;quot;ฆาตกร&amp;quot; ทำให้รัสเซียเรียกทูตอันโตนอฟกลับจากวอชิงตันมาปรึกษาหารือ จากนั้นสหรัฐก็เรียกเอกอัครราชทูตของตนกลับจากรัสเซียในเดือนเมษายน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการแถลงข่าวหลังจบการประชุม ประธานาธิบดีปูตินกล่าวว่า การประชุมครั้งนี้เป็นไปอย่างสร้างสรรค์ ไม่มีความเป็นปฏิปักษ์ต่อกัน และแสดงให้เห็นถึงความปรารถนาของทั้งสองที่จะทำความเข้าใจกันและกัน ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องว่าควรส่งเอกอัครราชทูตกลับไปประจำที่เมืองหลวงของอีกฝ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พวกเขาจะกลับไปยังสถานที่ทำงานของพวกเขา แต่เป็นเมื่อใดนั้นเป็นคำถามทางเทคนิคล้วนๆ&amp;quot;&amp;nbsp; เอเอฟพีรายงานคำกล่าวของประธานาธิบดีรัสเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปูตินกล่าวด้วยว่า รัสเซียและสหรัฐแบ่งปันความรับผิดชอบร่วมกันสำหรับเสถียรภาพด้านนิวเคลียร์ และจะเจรจากันถึงความเป็นไปได้ของการเปลี่ยนแปลงสนธิสัญญานิวสตาร์ทเพื่อจำกัดอาวุธนิวเคลียร์ ที่เพิ่งขยายเวลาออกไปเมื่อไม่นานมานี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งสองฝ่ายกล่าวไว้ก่อนหน้าการประชุมว่า พวกเขาคาดหวังความสัมพันธ์ที่คาดเดาได้และเสถียรมากขึ้น ถึงแม้ว่าจะมีความเห็นไม่ลงรอยกันในทุกด้าน ตั้งแต่การควบคุมอาวุธและการโจมตีไซเบอร์ ไปจนถึงการแทรกแซงการเลือกตั้งและกรณียูเครน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106636</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซัมมิตปูติน-ไบเดน, ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน, ประธานาธิบดีโจ ไบเดน, ส่งทูตกลับไปประจำการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210616/image_big_60ca2abb9542c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105201</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/06/2021 22:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/06/2021 22:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สารพัดจะจูงใจ &#039;ไบเดน&#039;รับปากแจกเบียร์ฟรีถ้ายอดฉีดวัคซีนทะลุเป้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโจ ไบเดน พยายามเกลี้ยกล่อมพลเมืองอเมริกันมาฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 เพิ่มขึ้น โดยตั้งเป้าหมายให้ประชากรวัยผู้ใหญ่ได้รับวัคซีนถึง 70% ภายในวันชาติ 4 กรกฎาคมนี้ พร้อมงัดสารพัดสิ่งจูงใจมาดึงดูด รวมถึงรับปากแจกเบียร์ให้ผู้ใหญ่ทุกคนดื่มฟรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโจ ไบเดน แถลงที่ทำเนียบขาวเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน พร้อมกับรองประธานาธิบดี คามาลา แฮร์ริส (Photo by Alex Wong/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มาฉีดวัคซีนและรับเบียร์ไป เราต้องการให้ทุกคนทั่วประเทศร่วมใจกันให้ถึงเส้นชัย ผมให้สัญญากับคุณว่าเราสามารถทำได้ เพื่อเราจะได้ประกาศอิสรภาพจากโควิด-19&amp;quot; ประธานาธิบดีสหรัฐแถลงที่ทำเนียบขาวในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อวันพุธ โดยบอกว่า รัฐบาลทำข้อตกลงกับบริษัท แอนไฮเซอร์-บุช บริษัทผลิตเบียร์ยักษ์ใหญ่ของสหรัฐว่าจะแจกเบียร์ให้กับชาวอเมริกันอายุ 21 ปีขึ้นไปในวันชาติปีนี้ ถ้าบรรลุเป้าหมายฉีดวัคซีนที่ตั้งไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไบเดนกล่าวว่า ขณะนี้ผู้ใหญ่ชาวอเมริกัน 63% ฉีดวัคซีนแล้วอย่างน้อย 1 เข็ม โดยมี 12 รัฐที่ผู้ใหญ่ฉีดวัคซีนเกิน 70% คาดว่าในสัปดาห์นี้จะมีผู้เข้ารับการฉีดวัคซีนเพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปัจจุบันสหรัฐมีประชากรวัยผู้ใหญ่ฉีดวัคซีนครบโดสแล้วมากกว่า 50% ซึ่งช่วยลดการเสียชีวิตจากโควิด-19 ที่คร่าชีวิตผู้ป่วยในสหรัฐแล้วเกือบ 600,000 คน จากผู้ติดเชื้อมากกว่า 33 ล้านคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้นำสหรัฐกล่าวอีกว่า จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ในสหรัฐน้อยกว่าวันละ 20,000 คนเป็นครั้งแรกนับแต่เดือนมีนาคม และอัตราการเสียชีวิตก็ลดลงมากกว่า 85%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความกระตือรือร้นที่จะฉีดวัคซีนนั้นซาลงไปมาก และรัฐบาลของเขากำลังสรรหาแนวคิดแปลกๆ มากขึ้นเพื่อล่อใจให้ผู้ที่ไม่เต็มใจยอมมาฉีดวัคซีน มีมหาวิทยาลัยหลายแห่งเข้าร่วมการณรงค์นี้ บางรัฐเสนอล็อตเตอรีรางวัลสูงสุด 1 ล้านดอลลาร์ ส่วนที่รัฐเวสต์เวอร์จิเนีย มีรางวัลเป็นรถกระบะและปืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลสหรัฐยังอำนวยความสะดวกในการเดินทางมาฉีดวัคซีนเพื่อให้มีผู้มารับวัคซีนกันมากขึ้น เช่นจัดบริการเดินทางด้วยอูเบอร์และลิฟต์ฟรี, จัดบริการรับเลี้ยงเด็กฟรีเมื่อพ่อแม่ต้องไปฉีดวัคซีน และร้านขายยาเปิดตลอด 24 ชั่วโมงในวันศุกร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังให้ร้านตัดผมและร้านเสริมสวย ซึ่งมักเป็นแหล่งชุมนุมของชาวแอฟริกันอเมริกันที่มีส่วนต่อการเพิ่มอัตราการฉีดวัคซีนในประเทศ สนับสนุนด้านการให้ข้อมูลแก่ลูกค้า, นัดหมายฉีดวัคซีน หรือแม้แต่ใช้สถานที่เป็นศูนย์ฉีดวัคซีนด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105201</URL_LINK>
                <HASHTAG>จูงใจฉีดวัคซีน, ประธานาธิบดีโจ ไบเดน, วัคซีนโควิด, สหรัฐ, แจกเบียร์ฟรี, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210603/image_big_60b8f65ddc0fe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
