<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>79929</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/10/2020 09:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/10/2020 09:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> แรงบันดาลใจ!&#039;ประธานผู้ลี้ภัย&#039;รำลึกวันเสียสละชีวิต&#039;เช เกอวรา&#039;นักปฏิวัติผู้ยิ่งใหญ่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;

9 ต.ค.63-นายจรัล ดิษฐาอภิชัย อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประธานสมาคมนักประชาธิปไตยชาวไทยไร้พรมแดน ลี้ภัยในประเทศฝรั่งเศส โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก มีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
9 ตุลาคม 1967 วันที่ Che Guevara เช เกอวรา นักปฏิวัติผู้ยิ่งใหญ่ เสียสละขีวิตในโรงเรียนประถมหมู่บ้าน La&amp;nbsp;&amp;nbsp; Higuera ตะวันตกเฉียงใต้ของเมือง Santa Cruz (เมืองผมเคยไปประชุมสากลว่าด้วยสถาบันสิทธิมนุษยชนระดับชาติ) &amp;nbsp;
1 วันก่อนหน้านี้&amp;nbsp; ผู้บัญชาการเช นำกำลังนักรบปลดแอกหมวดสุดท้ายถอนหนีการล้อมปราบ ไล่ล่า เดินผ่านหมู่บ้านดังกล่าว ชาวบ้านไปบอกทหาร มาซุ่มโจมตี&amp;nbsp; นักรบปลดแอกส่วนใหญ่เสียชีวิต&amp;nbsp; เช ถูกยิงบาดเจ็บ ถูกจับมาขังในห้องเรียน รุ่งเช้า วันที่9 ประธานาธิบดีโบลิเวียสั่งประหารชีวิตผู้นำการปฏิวัติท่านนี้ Mario Ter&amp;aacute;n นายสิบผู้รับเป็นมือปืน เข้าไปครั้งแรก ไม่อาจลั่นไก M2 คาร์บิน ต้องเข้าไปอีกครั้ง&amp;nbsp; และเช บอก &amp;ldquo;ยิงข้าพเจ้า &amp;ldquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ผมรู้ข่าวนี้ จากรุ่นพี่นิติศาสตร์ นั่งอ่านหนังสือด้วยกันที่ห้องสมุดใหญ่ พี่บอกว่า เช นักปฏิวัติคิวบา ถูกยิงตายแล้ว เป็นครั้งแรกที่ได้ยินชื่อเช แต่ยังไม่สนใจศึกษาประวัติ จนกระทั่งมีหนังสือเช เกอวรา ออกมาราวปลายปี2515 ต่อมา ผมอ่านบันทึกการรบจรยุทธ์ของนักรบปฏิวัติท่านนี้ นักศึกษาไทยจำนวนไม่น้อยเข้าร่วมกองทัพปลดแอกประชาชนไทยจากแรงบันดาลใจของประวัติเช เกอวรา
ผมเคยเขียนมาหลายครั้งว่า เช เป็นผู้นำที่คนทั่วโลกเห็นหน้ามากที่สุดในศวรรษที่20&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79929</URL_LINK>
                <HASHTAG>จรัล ดิษฐาอภิชัย, นักปฏวัติ, ประธานาธิบดีโบลิเวีย, เช เกวารา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200526/image_big_5eccaa389533a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71090</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/07/2020 00:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/07/2020 00:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้นำโบลิเวียป่วยโควิดอีกคน สหรัฐติดเชื้อรายวันทุบสถิติเป็นว่าเล่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เจไนน์ อานเยซ รักษการประธานาธิบดีโบลิเวีย เป็นผู้นำประเทศรายล่าสุดที่ป่วยเป็นโรคโควิด-19 ขณะสหรัฐมีผู้ติดเชื้อรายใหม่เมื่อวันพฤหัสบดีเกิน 65,000 ราย ทำลายสถิติอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เจไนน์ อานเยซ รักษาการประธานาธิบดีโบลิเวีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นับแต่พบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่หรือโควิด-19 ในจีนครั้งแรกเมื่อปลายปี 2562 ถึงขณะนี้ไวรัสโควิด-19 ได้แพร่ระบาดไปทั่วโลกคร่าชีวิตผู้คนแล้วมากกว่า 550,000 คน และทำให้มีผู้ป่วยมากกว่า 12.3 ล้านคน ผู้ติดเชื้อนั้นรวมถึงระดับผู้นำประเทศ อาทิ นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน ของอังกฤษ ที่ป่วยเมื่อเดือนมีนาคมและหายดีแล้ว, ประธานาธิบดีชาอีร์ โบลโซนาโร ของบราซิลที่เพิ่งประกาศเมื่อต้นสัปดาห์นี้ว่าติดเชื้อและบอกว่าเขาสบายดี และล่าสุด เจไนน์ อัญเญซ ประธานาธิบดีหญิงรักษาการของโบลิเวียก็ประกาศว่าเธอติดไวรัสนี้ด้วยอีกคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายงานเอเอฟพีเมื่อวันศุกร์กล่าวว่า อานเยซประกาศผ่านวิดีโอที่เผยแพร่ทางทวิตเตอร์เมื่อวันพฤหัสบดีว่า เธอสบายดี และจะทำงานต่อไปตามปกติจากสถานที่แยกกักกันโรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โบลิเวียกำลังเตรียมจัดการเลือกตั้งทั่วไปในอีกไม่ถึง 2 เดือน แม้ว่าประเทศลาตินอเมริกาที่มีประชากร 11 ล้านคนแห่งนี้จะมีผู้ติดเชื้อเกือบ 43,000 คน และเสียชีวิตเกิน 1,500 คน รัฐบาลคาดการณ์ว่าถึงวันเลือกตั้ง โบลิเวียอาจมีผู้ติดเชื้อ 130,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จำนวนที่โบลิเวียคาดคะเนนี้เท่ากับ 2 เท่าของจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ของสหรัฐในวันพฤหัสบดี ตามข้อมูลของมหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์ ซึ่งรวบรวมในช่วงเวลา 24 ชั่วโมง ถึงเวลา 20.30 น.วันพฤหัสบดี หรือ 07.30 น.วันศุกร์ของไทย พบว่าสหรัฐมีผู้ติดเชื้อรายใหม่อีก 60,200 ราย เป็นสถิติสูงสุดนับแต่โรคนี้แพร่ระบาดในสหรัฐ และมีผู้เสียชีวิตในช่วงเวลาเดียวกันอีก 1,000 ราย ส่วนข้อมูลล่าสุดของจอห์นฮอปกินส์ถึงช่วงค่ำวันศุกร์ของไทย สหรัฐมีผู้ติดเชื้อสะสมทั้งหมด 3,131,953 ราย เสียชีวิต 133,420 ราย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71090</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประธานาธิบดีโบลิเวีย, ยอดติดเชื้อในสหรัฐ, เจไนน์ อานเยซ, โควิด-19, โบลิเวีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200711/image_big_5f08a15bc8615.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50218</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/11/2019 21:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/11/2019 20:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.ว.หญิงยึดเก้าอี้ผู้นำโบลิเวีย &#039;โมราเลส&#039; จวกรัฐประหารอีแอบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;นางจีไนน์ อาเยซ รองประธานวุฒิสภาโบลิเวียวัย 52 ปี แต่งตั้งตนเองเป็นประธานาธิบดีชั่วคราวของโบลิเวียเมื่อวันอังคาร เพื่อยุติภาวะสุญญากาศผู้นำภายหลังเอโบ โมราเลส ลาออกจากตำแหน่งเมื่อวันอาทิตย์แล้วเผ่นไปลี้ภัยการเมืองที่เม็กซิโกเมื่อวันจันทร์ ด้านโมราเลสประณามเป็น &amp;quot;รัฐประหารอีแอบ&amp;quot; สหรัฐออกคำเตือนด้านการเดินทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จีไนน์ อาเยซ ประธานาธิบดีชั่วคราวของโบลิเวีย โบกมือทักทายผู้สนับสนุนจากระเบียงของทำเนียบประธานาธิบดี ในกรุงลาปาซ เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันพุธที่ 13 พฤศจิกายน 2562 กล่าวว่า สมาชิกรัฐสภาของโบลิเวียถูกเรียกให้เข้าประชุมเมื่อวันอังคารเพื่อรับรองการลาออกของโมราเลสอย่างเป็นทางการ และยืนยันการแต่งตั้ง ส.ว.จีไนน์ อาเยซ เป็นประธานาธิบดีชั่วคราว แต่สมาชิกมาไม่ครบองค์ประชุม โดยเฉพาะฝ่ายหนุนโมราเลส ที่ไม่ยอมเข้าร่วม ทำให้อาเยซตัดสินใจประกาศแต่งตั้งตนเองดำรงตำแหน่งนี้ และต่อมาศาลรัฐธรรมนูญก็ให้การรับรอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราจะต้องการเลือกตั้งใหม่โดยเร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้&amp;quot; อาเนซกล่าวต่อที่ประชุมรัฐสภา ซึ่งมีแต่ผู้แทนที่คัดค้านโมราเลส โดยเธอรับปากด้วยว่าจะตั้งรัฐบาลชุดใหม่ภายในวันที่ 22 มกราคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาเยซเป็นตัวเลือกอันดับแรกที่จะรับตำแหน่งนี้ ภายหลังรองประธานาธิบดีอัลบาโร การ์เซีย ลีเนรา, ประธานวุฒิสภา และประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่รัฐธรรมนูญกำหนดให้รักษาการตำแหน่งประธานาธิบดี พร้อมใจกันลาออกตามโมราเลส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านโมราเลส ทวีตภายหลังเดินทางด้วยเครื่องบินของกองทัพเม็กซิโกไปถึงเม็กซิโกเมื่อคืนวันจันทร์ ประณามว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็น &amp;quot;การก่อรัฐประหารต่ำทรามที่สุดและหลบๆ ซ่อนๆ มากที่สุดในประวัติศาสตร์&amp;quot; และเรียกอาเยซว่าเป็น &amp;quot;ส.ว.ฝ่ายขวาที่กระหายรัฐประหาร&amp;quot; เธอประกาศตั้งตนเป็นประธานาธิบดีชั่วคราวท่ามกลางพวกเดียวกันโดยที่สภาไม่ครบองค์ประชุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีตประธานาธิบดีฝ่ายซ้ายวัย 60 ปี ประกาศด้วยว่าเขาจะต่อสู้ต่อไป แม้ว่าเขาจะไม่ได้อยู่ในประเทศแล้ว และขอบคุณประธานาธิบดีอันเดรส มานูเอล โลเปซ โอบราดอร์ พันธมิตรฝ่ายซ้ายของเขาในเม็กซิโก ที่ &amp;quot;ช่วยชีวิตเขา&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โบลิเวียตกอยู่ในภาวะวิกฤติจากการประท้วงรุนแรงตลอด 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา นับแต่การเลือกตั้งประธานาธิบดีวันที่ 20 ตุลาคม เกิดการปะทะกันระหว่างฝ่ายสนับสนุนกับฝ่ายต่อต้านโมราเลสและกองกำลังฝ่ายความมั่นคง หลังจากโมราเลสลาออกแล้วสถานการณ์ก็ยังไม่สงบ ผู้สนับสนุนโมราเลสพากันชุมนุมในเมืองหลวง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฮวน ลันชีปา อัยการสูงสุด กล่าวเมื่อวันอังคารว่า มีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์รุนแรงนับแต่วันเลือกตั้งเพิ่มเป็น 7 คน จากเดิม 3 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคาร กองกำลังฝ่ายความมั่นคง ซึ่งรวมถึงทหารที่ถูกส่งมาเสริมกำลังของตำรวจ ได้ออกรักษาการณ์ในกรุงลาปาซ ขณะที่ผู้สนับสนุนโมราเลสชุมนุมกันที่จัตุรัสซานฟรานซิสโกใกล้รัฐสภา เจ้าหน้าที่ยิงแก๊สน้ำตาขับไล่ผู้ประท้วงที่ปะทะกันบนท้องถนนในเมืองหลวงทันทีที่การประชุมสภายุติลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คาร์ลอส เมซา ผู้ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสายกลาง ที่พ่ายแพ้เลือกตั้งอย่างน่ากังขา ทวีตแสดงความยินดีกับอาเยซ ส่วนลูอิซ เฟร์นันเดซ คามาโช ผู้ทรงอิทธิพลในฝ่ายค้านที่เป็นผู้นำในระดับภูมิภาคที่จังหวัดซานตาครูซ ประกาศยุติการนัดหยุดงานประท้วงและปิดถนนยาวนาน 3 สัปดาห์แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เดิมเมื่อวันอาทิตย์โมราเลสยอมให้มีการเลือกตั้งใหม่หลังจากองค์การรัฐอเมริกา (โอเอเอส) ระบุว่าการเลือกตั้งครั้งนี้มีสิ่งผิดปกติในหลายด้าน แต่ต่อมาผู้บัญชาการเหล่าทัพและตำรวจประกาศเลิกสนับสนุนเขาและขอให้เขาลาออก เจ้าหน้าที่ในรัฐบาลและรัฐมนตรีรวมหลายสิบคนพากันลาออกตามและแห่ขอลี้ภัยในสถานทูตหลายแห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกด้าน รัฐบาลสหรัฐออกคำเตือนพลเมืองอเมริกันให้หลีกเลี่ยงการเดินทางไปโบลิเวีย, สั่งให้ครอบครัวของนักการทูตเดินทางออกจากโบลิเวีย และอนุญาตให้ลูกจ้างที่ไม่มีภารกิจฉุกเฉินเดินทางออกมาได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50218</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีไนน์ อาเยซ, ประธานาธิบดีโบลิเวีย, รัฐประหาร, เอโบ โมราเลส, โบลิเวีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191113/image_big_5dcc0ba7a4120.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50138</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/11/2019 20:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/11/2019 20:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โบลิเวียระส่ำ &#039;โมราเลส&#039; เผ่นลี้ภัยการเมืองที่เม็กซิโก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เอโบ โมราเลส อดีตประธานาธิบดีฝ่ายซ้ายโบลิเวีย ขึ้นเครื่องบินที่ทางการเม็กซิโกจัดส่งมารับเมื่อวันจันทร์เพื่อลี้ภัยการเมืองที่เม็กซิโก ขณะสถานการณ์ในโบลิเวียวุ่นวายหนัก ตำรวจขอร้องทหารช่วยควบคุมสถานการณ์ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยินดีโมราเลสลาออก ชื่นชมบทบาทกองทัพโบลิเวีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวบ้านออกมารวมตัวบนถนนขณะรถตำรวจลาดตระเวนผ่าน ที่กรุงลาปาซ เมื่อวันจันทร์ /&amp;nbsp; AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันอังคารที่ 12 พฤศจิกายน กล่าวว่า เอโบ โมราเลส ประธานาธิบดีที่เป็นชนพื้นเมืองคนแรกของโบลิเวีย ขึ้นเครื่องบินทหารที่เม็กซิโกส่งมารับ เดินทางไปยังเม็กซิโกเพื่อลี้ภัยทางการเมืองแล้วเมื่อวันจันทร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โมราเลสทวีตว่า เป็นเรื่องเจ็บปวดที่เขาต้องออกจากประเทศนี้ด้วยเหตุผลทางการเมือง แต่เขาจะจับตาดูอยู่ตลอดเวลา และจะกลับมาในอีกไม่ช้าด้วยพลังงานและความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การลาออกของอดีตผู้นำฝ่ายซ้ายวัย 60 ปี ที่ครองอำนาจนานร่วม 14 ปี ส่งผลให้โบลิเวียปราศจากผู้นำ เนื่องจากรองประธานาธิบดี, ประธานวุฒิสภา และประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งรัฐธรรมนูญบัญญัติให้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีแทนตามลำดับนั้น พากันลาออกตามไปด้วย โดย ส.ว.จีไนน์ อาเยซ รองประธานวุฒิสภา ประกาศทำหน้าที่ประธานาธิบดีรักษาการ และรับปากจะจัดการเลือกตั้งใหม่เพื่อยุติวิกฤติการเมืองของประเทศ โดยจะถ่ายโอนอำนาจให้รัฐบาลใหม่ภายในวันที่ 22 มกราคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานการณ์วุ่นวายครั้งนี้เกิดขึ้น 3 สัปดาห์หลังการเลือกตั้ง ที่โมราเลสชนะการเลือกตั้งสมัยที่ 4 อย่างน่ากังขา จนทำให้เกิดการชุมนุมประท้วงรุนแรงอย่างต่อเนื่อง มีคนเสียชีวิตแล้ว 3 ราย บาดเจ็บอีกนับพันคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ องค์การรัฐอเมริกา (โอเอเอส) ออกรายงานผลการสังเกตการณ์การเลือกตั้งของโบลิเวียว่ามีการทุจริตหลายด้านและเรียกร้องให้โบลิเวียเลือกตั้งใหม่ โมราเลสยอมทำตาม แต่เขากลับโดนผู้บัญชาการเหล่าทัพและตำรวจกดดันให้ลาออก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังแถลงลาออกทางโทรทัศน์ในวันอาทิตย์ ประชาชนพากันออกมาฉลองตามท้องถนนในกรุงลาปาซ ทว่าหลังจากนั้นผู้สนับสนุนโมราเลสที่ไม่พอใจออกมาประท้วงก่อความวุ่นวาย สถานการณ์ยังคงลุกลามถึงวันจันทร์ กลุ่มม็อบออกโจมตีสถานีตำรวจหลายแห่งและทำร้ายประชาชน โจรออกปล้นสะดม ก่อความตื่นตระหนกไปทั่ว ร้านค้าและสำนักงานในกรุงลาปาซปิดทำการในวันจันทร์ ตกกลางคืนผู้สนับสนุนโมราเลสนับพันคนเดินทางจากเมืองเอลอัลโตเข้ากรุงมาชุมนุมประท้วงด้านนอกทำเนียบประธานาธิบดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจโบลิเวีย ซึ่งหลายหน่วยเข้าร่วมการประท้วงนับแต่คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศให้โมราเลสชนะ พยายามควบคุมสถานการณ์ แต่ก็เกินกำลัง ทำให้ต้องร้องขอความช่วยเหลือจากกองทัพ ต่อมาพลเอกวิลเลียมส์ กาลิมัน ผู้บัญชาการทหาร แถลงทางโทรทัศน์ว่า กองบัญชาการของเหล่าทัพจัดเตรียมปฏิบัติการร่วมกับตำรวจแล้ว เพื่อป้องกันการนองเลือดและการต่อสู้กันเองระหว่างชาวโบลิเวีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อคืนวันจันทร์ โมราเลสอ้างผ่านทวิตเตอร์ด้วยว่า บ้าน 2 หลังของเขาโดน &amp;quot;พวกทำลายทรัพย์สิน&amp;quot; บุกโจมตี ขณะที่คาร์ลอส เมซา ผู้นำฝ่ายค้าน ก็ทวีตเช่นกันว่า &amp;quot;ม็อบหัวรุนแรง&amp;quot; กำลังมุ่งมาถล่มบ้านของเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ กล่าวถึงการลาออกของโมราเลสว่าเป็นช่วงเวลาสำคัญสำหรับประชาธิปไตยในซีกโลกตะวันตก พร้อมทั้งยกย่องบทบาทของกองทัพโบลิเวีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เหตุการณ์เหล่านี้ส่งสัญญาณที่ชัดเจนถึงระบอบที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายในเวเนซุเอลาและนิการากัวว่า ประชาธิปไตยและเจตจำนงของประชาชนจะเป็นฝ่ายชนะเสมอ&amp;quot; ทรัมป์กล่าวโดยพาดพิงถึงชาติลาตินอเมริกาฝ่ายซ้ายคู่ปรับของรัฐบาลเขา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50138</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประธานาธิบดีโบลิเวีย, ลี้ภัยการเมือง, เม็กซิโก, เอโบ โมราเลส, โบลิเวีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191112/image_big_5dcab2b9264b1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50049</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/11/2019 20:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/11/2019 20:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;โมราเลส&#039; ผู้นำฝ่ายซ้ายโบลิเวีย ยอมลาออกเซ่นเลือกตั้งฉาว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีเอโบ โมราเลส แห่งโบลิเวีย จำยอมต้องลาออกจากตำแหน่งตามแรงกดดันของกองทัพและตำรวจ เพียง 3 สัปดาห์ภายหลังชนะการเลือกตั้งอย่างน่ากังขา จนเกิดการชุมนุมประท้วงก่อจลาจลรุนแรง ขณะชาติพันธมิตรฝ่ายซ้ายประณามเป็นการก่อรัฐประหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีเอโบ โมราเลส ขณะแถลงข่าวที่เมืองเอลอัลโตเมื่อวันอาทิตย์ว่าจะจัดเลือกตั้งใหม่ ก่อนที่จะแถลงลาออกทางโทรทัศน์ในเวลาต่อมา / Bolivian Presidency / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โมราเลส ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีโบลิเวียนานร่วม 14 ปี แถลงทางโทรทัศน์เมื่อวันอาทิตย์ที่ 10 พฤศจิกายน 2562 ว่าเขาได้ยื่นจดหมายลาออกต่อสภานิติบัญญัติแล้ว โดยอ้างว่าเป็นหน้าที่ในฐานะประธานาธิบดีที่เป็นชนพื้นเมือง และประธานาธิบดีของชาวโบลิเวียทุกคน ที่ต้องสร้างสันติภาพและช่วยฟื้นฟูเสถียรภาพในประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สิ้นคำประกาศของเขา ประชาชนพากันออกมาเฉลิมฉลองบนท้องถนนในกรุงลาปาซ แต่ก็เกิดเหตุการณ์รุนแรงและการทำลายทรัพย์สินในคืนวันเดียวกัน ทั้งที่เมืองหลวงและในเมืองเอลอัลโตที่อยู่ติดกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้ผู้นำฝ่ายซ้ายรายนี้จะประกาศลาออกแล้ว แต่ทว่าสถานการณ์ยังคงตึงเครียดต่อหลังจากนั้น เมื่อโมราเลสทวีตว่า ตำรวจออกหมายจับเขาอย่างผิดกฎหมาย และกลุ่มหัวรุนแรงโจมตีบ้านของเขา แต่วลาดิมีร์ ยูรี กัลเดรอน ผู้บัญชาการตำรวจปฏิเสธว่าไม่มีการออกหมายจับ คำประกาศของตำรวจเมื่อคืนวันอาทิตย์ระบุเพียงว่า ตำรวจได้จับกุมมาเรีย ยูจีเนีย โชเก ประธานศาลเลือกตั้ง ที่ฝ่ายค้านโจมตีว่าลำเอียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระหว่างเกิดความสับสน ส.ส.และเจ้าหน้าที่รัฐบาล 20 คนพากันขอหลบภัยภายในที่พักเอกอัครราชทูตเม็กซิโก และรัฐบาลเม็กซิโกประกาศเสนอให้ที่ลี้ภัยแก่โมราเลส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โมราเลสชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสมัยที่ 4 อย่างฉิวเฉียดเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม แต่ฝ่ายค้านกล่าวหาว่ามีการทุจริตการนับคะแนน ผู้สนับสนุนฝ่ายค้านออกมาชุมนุมประท้วงนาน 3 สัปดาห์ มีคนเสียชีวิต 3 คน บาดเจ็บอีกหลายร้อยคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านั้นเมื่อวันอาทิตย์ โมราเลสยินยอมจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ ภายหลังองค์การรัฐอเมริกา (โอเอเอส) ซึ่งเข้ามาตรวจสอบการเลือกตั้งครั้งนี้ รายงานว่ามีความผิดปกติในเกือบทุกด้านที่ตรวจสอบ ทั้งเทคโนโลยีที่ใช้, การคุ้มครองบัตรเลือกตั้ง, ความซื่อสัตย์ของการนับคะแนน และการคาดคะเนเชิงสถิติ แต่ความพยายามปัดเป่าความขัดแย้งของโมราเลสไม่เป็นผล ผู้บัญชาการเหล่าทัพต่างๆ และตำรวจออกมาเรียกร้องให้เขาลาออก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พันธมิตรฝ่ายซ้ายในลาตินอเมริกาพากันประณามสถานการณ์ในโบลิเวียว่าเป็นการก่อรัฐประหาร ไม่ว่า เวเนซุเอลา, บราซิล, คิวบา หรืออาร์เจนตินา ส่วนโคลอมเบียเรียกร้องให้คณะมนตรีถาวรของโอเอเอสประชุมฉุกเฉินเพื่อหาทางออก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลรัสเซียซึ่งเป็นพันธมิตรของโมราเลสเช่นกัน แถลงเมื่อวันจันทร์ ประณามว่าฝ่ายค้านใช้ความรุนแรงเพื่อบีบให้โมราเลสลาออก ส่วนอันโตนีโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ และสหภาพยุโรป (อียู) เรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้ความอดกลั้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50049</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก่อรัฐประหาร, ประธานาธิบดีโบลิเวีย, ผู้นำฝ่ายซ้าย, ลาออก, เอโบ โมราเลส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191111/image_big_5dc95d046a1c4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
