<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>82515</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/11/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โจ ไบเดน...ตำแหน่ง ประธานาธิบดีอยู่แค่เอื้อม?</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีก 2 วันเราก็จะรู้ว่าคนชื่อ &amp;quot;โจ ไบเดน&amp;quot; จะได้เป็นประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐฯ หรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าเชื่อตามโพลทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นการถามไถ่ความเห็นผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง หรือลงไปเจาะในรัฐที่เป็น &amp;quot;สมรภูมิรบ&amp;quot; battleground states แนวโน้มก็น่าจะให้อดีตรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนนี้มานั่งในทำเนียบขาวแทนโดนัลด์ ทรัมป์ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ก็มีปัจจัยหลายข้อที่ทำให้สถานการณ์พลิกได้ในนาทีสุดท้าย ทำให้ทรัมป์ชนะเลือกตั้งกลับมาเป็นประธานาธิบดีอีกสมัยหนึ่งก็ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประวัติของไบเดนน่าสนใจ เพราะอยู่ในแวดวงการเมืองมา 47 ปีเต็มๆ โดยเป็นสมาชิกวุฒิสภาจากรัฐเดลาแวร์ระหว่าง 1973-2009
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในวัย 77 (เกิด 20 พฤศจิกายน 1942) หากเขาชนะเลือกตั้งและอยู่ครบเทอมก็จะทำหน้าที่ในฐานะผู้นำประเทศสหรัฐฯ ด้วยวัย 81&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถือว่าเป็นผู้นำอเมริกาอายุมากที่สุดในประวัติศาสตร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะตอนที่อดีตประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกนก้าวลงจากตำแหน่งในปี 1989 นั้น เขาอายุ 78
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชื่อเต็มของไบเดนคือ Joseph Robinette Biden, Jr. เคยเป็นรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนที่ 47 &amp;nbsp;ระหว่าง 2009-2017&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความ &amp;quot;เก๋า&amp;quot; ทางการเมืองของเขามาจากการเป็นสมาชิกวุฒิสภาจากรัฐเดลาแวร์ 7 สมัยติดต่อกัน &amp;nbsp;โดยสังกัดพรรคเดโมแครตมาตลอด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไบเดนเกิดที่เมืองสแครนตัน ในรัฐเพนซิลเวเนีย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โตที่นี่จนอายุได้ 10 ขวบจึงได้ย้ายมาอยู่ที่เมืองเดลาแวร์จนถึงวันนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาชีพของไบเดนเป็นทนายความตั้งแต่จบมหาวิทยาลัย และได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในคณะลูกขุน ก่อนสมัครรับเลือกตั้งได้เป็นสมาชิกวุฒิสภาครั้งแรกในปี 1972&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พอก้าวเข้าวุฒิสภาก็ได้ชื่อว่าเป็นสมาชิกอายุน้อยที่สุดเป็นอันดับ 5 ที่ได้เข้ามารับตำแหน่งในประวัติศาสตร์การเมืองของอเมริกา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชนะเลือกตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภา 7 ครั้ง นับเป็นสมาชิกวุฒิสภาที่ครองตำแหน่งมานานที่สุดเป็นอันดับ 6 ในประวัติศาสตร์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประสบการณ์ในสภาก็หลากหลาย เป็นสมาชิกของคณะกรรมาธิการความสัมพันธ์ต่างประเทศมายาวนานจนเป็นประธานของคณะกรรมการชุดนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้นเขามีความรู้ความเข้าใจเรื่องต่างประเทศพอสมควร แต่ยังไม่แน่ใจว่าเรื่องเอเชีย, อาเซียน และประเทศไทย เขาจะมีความเข้าใจลึกซึ้งเพียงใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่หากเขาได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีคงจะมีทีมงานรอบตัวที่มีความสันทัดเรื่องเอเชียอยู่ไม่น้อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ว่ากันว่าระหว่างเป็นสมาชิกวุฒิสภาและรองประธานาธิบดี ไบเดนมีบทบาทในการเจรจาเพื่อส่งความช่วยเหลือทางการทหารของสหรัฐฯ และให้วอชิงตันเข้าแทรกแซงในสงครามบอสเนีย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ย้อนไปดูจุดยืนเรื่องระหว่างประเทศของไบเดน เขาออกเสียงสนับสนุนนโยบายการแก้ปัญหาสงครามอิรัก แต่ต่อมาก็ปรับท่าทีขอให้มีการเปลี่ยนแปลงยุทธศาสตร์ของอเมริกาเรื่องนี้ ไม่ถึงกับกลับหลังหัน เพียงแต่ปรับจุดยืนใหม่ เพราะมีข้อมูลที่ทำให้เขาไม่เชื่อในแนวทางการแทรกแซงทางทหารของสหรัฐฯ ในอิรักขณะนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไบเดนยังเคยเป็นประธานของคณะกรรมาธิการยุติธรรมสำหรับสมาชิกวุฒิสภาอีกด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาบอกว่าระหว่างนั้นเขาทำเรื่องเกี่ยวกับยาเสพติด อาชญากรรม การป้องกันภัย และสิทธิพลเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และยังอ้างว่าเป็นแกนนำในการเสนอกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาชญากรรม การใช้ความรุนแรง และกฎหมายว่าด้วยการป้องกันการคุกคามสตรี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความจริงไบเดนเคยลงชิงตำแหน่งตัวแทนพรรคเดโมแครตเพื่อเข้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ อย่างน้อยสองครั้ง คือเมื่อ 1988 และ 2008
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ก็พ่ายแพ้ทั้งสองครั้ง ทำให้เขาคุ้นเคยกับความพ่ายแพ้ทางการเมืองไม่น้อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่แล้วในปี 2008 นั้นเอง บารัก โอบามา ผู้สมัครที่ได้ตำแหน่งตัวแทนพรรคเดโมแครตก็เลือกไบเดนเป็นตัวแทนพรรคเดโมแครตเป็นคู่สมัครในการเลือกตั้ง ค.ศ.2551 &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นั่นคือชัยชนะครั้งใหญ่สำหรับไบเดน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครั้งนี้คือเดิมพันครั้งใหญ่ที่สุดของชีวิต หากชนะก็จะได้ชื่อว่าสามารถ &amp;quot;ชำระสะสาง&amp;quot; การเมืองอเมริกันด้วยการโค่นทรัมป์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากแพ้ก็จะตอกย้ำว่า &amp;quot;ความเก๋า&amp;quot; ทางการเมืองไม่สามารถทำให้คนอเมริกันเชื่อว่าเขาสามารถก้าวขึ้นมา &amp;quot;กู้ชาติ&amp;quot; จากน้ำมือของ &amp;quot;นักสร้างปาฏิหาริย์&amp;quot; ทางการเมืองอย่างทรัมป์ได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82515</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาแฟดำ, ประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180720/image_big_5b515c1cad535.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
