<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119330</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/10/2021 18:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/10/2021 18:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประธานาธิบดีไช่ อิงเหวิน กร้าว ไต้หวันไม่ยอมศิโรราบจีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ไช่ อิงเหวิน ประธานาธิบดีหญิงของไต้หวัน ประกาศกร้าวเนื่องในวันชาติว่า ไต้หวันจะไม่ยอมศิโรราบต่อแรงกดดันของจีนและจะเสริมสร้างการป้องกันประเทศเพื่อปกป้องวิถีชีวิตแบบประชาธิปไตย หลังจากประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ลั่นวาจาจะทำให้การรวมชาติเป็นจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีไช่ อิงเหวิน แสดงสุนทรพจน์เนื่องในวันชาติไต้หวัน 10 ตุลาคม 2564 (Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายงานรอยเตอร์และเอเอฟพีกล่าวว่า สุนทรพจน์ของประธานาธิบดีไช่ อิงเหวิน แห่งไต้หวัน เมื่อวันอาทิตย์ที่ 10 ตุลาคม 2564 มีออกมา 1 วันให้หลังประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน สร้างความตกใจระคนโกรธแค้นแก่ชาวไต้หวัน ด้วยการประกาศกลางมหาศาลาประชาชนในกรุงปักกิ่ง ว่าการรวมชาติอย่างสมบูรณ์กับไต้หวันจะเกิดขึ้นและสามารถเป็นจริงได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีสีไม่ได้กล่าวถึงการใช้กำลังทหารโดยตรง แต่บอกว่า เขาอยากให้เป็น &amp;quot;การรวมชาติอย่างสันติ&amp;quot; แต่ไต้หวันตอบโต้ว่า มีเพียงชาวไต้หวันเท่านั้นที่สามารถตัดสินอนาคตของตนเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานการณ์ข้ามช่องแคบไต้หวันตึงเครียดที่สุดในรอบหลายสิบปี นับแต่ไช่ ซึ่งปฏิเสธว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีน ชนะการเลือกตั้งเมื่อ 5 ปีก่อน รัฐบาลจีนภายใต้การนำของสีตัดช่องทางการสื่อสารอย่างเป็นทางการและเพิ่มแรงกดดันทั้งทางเศรษฐกิจ, การทูต และการทหาร ต่อดินแดนประชาธิปไตยที่มีประชากร 23 ล้านคนแห่งนี้ ซึ่งแยกปกครองตนเองนับแต่สิ้นสุดสงครามกลางเมืองจีนเมื่อปี 2492&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลายเดือนที่ผ่านมาจีนยิ่งกดดันทางทหารหนักขึ้น รวมถึงการส่งเครื่องบินรุกล้ำเขตแสดงตนเพื่อการป้องกันภัยทางอากาศ (เอดีไอแซด) รวมถึงการฝึกจำลองการรุกรานไต้หวัน สถานการณ์ร้อนระอุที่สุดนับแต่วันชาติของจีนเมื่อ 1 ตุลาคม โดยจีนส่งเครื่องบินรบเข้าเขตเอดีไอแซดของไต้หวันรวมแล้วเกือบ 150 เที่ยวภายในเวลา 4 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในสุนทรพจน์เนื่องในวันชาติของสาธารณรัฐจีน หรือชื่ออย่างเป็นทางการของไต้หวัน เมื่อวันอาทิตย์ ไช่กล่าวว่า เธอหวังว่าความตึงเครียดข้ามช่องแคบไต้หวันจะผ่อนคลายลง ไต้หวันจะไม่หุนหันพลันแล่น แต่จีนก็ไม่ควรมีมายาคติว่าชาวไต้หวันจะยอมศิโรราบต่อแรงกดดัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราจะยังคงเสริมการป้องกันประเทศของเราต่อไป และแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะป้องกันตนเอง เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีใครสามารถบังคับไต้หวันเดินบนเส้นทางที่จีนวางไว้สำหรับเรา&amp;quot; ไช่กล่าวสุนทรพจน์ด้านนอกทำเนียบประธานาธิบดีในกรุงไทเป &amp;quot;นี่เป็นเพราะเส้นทางที่จีนวางไว้นั้น ไม่ได้มอบวิถีชีวิตที่เสรีหรือเป็นประชาธิปไตยแก่ไต้หวัน หรือให้อำนาจอธิปไตยแก่คน 23 ล้านคนของเรา&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จีนเสนอรูปแบบการปกครองตนเองแบบ &amp;quot;หนึ่งประเทศ สองระบบ&amp;quot; แก่ไต้หวัน คล้ายคลึงกับของฮ่องกง แต่พรรคการเมืองใหญ่ทุกพรรคของไต้หวันไม่ยอมรับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายหลังการปราบปรามในฮ่องกง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้นำไต้หวันย้ำอีกครั้งถึงข้อเสนอของเจรจากับจีนบนพื้นฐานของ &amp;quot;ความเท่าเทียมกัน&amp;quot; ซึ่งรัฐบาลปักกิ่งปฏิเสธมาโดยตลอด และกล่าวอีกว่า เธอสนับสนุนให้จีนและไต้หวันคงสถานภาพที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไช่เตือนด้วยว่า สถานการณ์ของไต้หวันขณะนี้มีความซับซ้อนและไหลลื่นมากกว่าช่วงเวลาใดในรอบ 72 ปีที่ผ่านมา และการแสดงธงทางทหารของจีนอย่างสม่ำเสมอในเขตป้องกันภัยทางอากาศของไต้หวันกระทบต่อความมั่นคงแห่งชาติและความปลอดภัยทางการบินอย่างร้ายแรง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119330</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีน, ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง, ประธานาธิบดีไช่ อิงเหวิน, รวมชาติไต้หวัน, วันชาติไต้หวัน, ไต้หวัน, ไม่ยอมศิโรราบจีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211010/image_big_6162ccfebe267.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118886</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/10/2021 21:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/10/2021 21:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้นำไต้หวันเตือนผลลัพธ์ขั้นหายนะหากโดนจีนยึด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;จีนทำไต้หวันและนานาชาติวิตก ส่งเครื่องบินรบรุกล้ำเขตป้องกันภัยทางอากาศของไต้หวันเกือบ 150 ลำภายใน 4 วัน นายกฯ ไต้หวันระบุเป็นกิจกรรมเลยเถิดที่ต้องเฝ้าระวัง ชี้ต้องช่วยตนเองก่อนชาติอื่นจึงมาช่วยได้ ขณะประธานาธิบดีไช่ อิงเหวิน เตือนถ้าโดนจีนยึดครองจะก่อผลลัพธ์ขั้นหายนะต่อภูมิภาค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ประธานาธิบดีไช่ อิงเหวิน ของไต้หวัน (Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายงานเอเอฟพีเมื่อวันอังคารที่ 5 ตุลาคม อ้างคำแถลงของกระทรวงกลาโหมของไต้หวัน ว่าเมื่อวันจันทร์ไต้หวันส่งเครื่องบินรบขึ้นเตือนเครื่องบินของจีนที่รุกล้ำเขตแสดงตนเพื่อการป้องกันภัยทางอากาศ (เอดีไอแซด) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของไต้หวัน โดยรอบแรกนั้นจีนส่งเครื่องบินขับไล่มา 36 ลำ, เครื่องบินทิ้งระเบิดเอช-6 ที่สามารถติดหัวรบนิวเคลียร์ 12 ลำ เครื่องบินชนิดอื่น 4 ลำ จากนั้นในช่วงกลางคืน จีนยังส่งเครื่องบินรุกล้ำเอดีไอแซดอีก 4 ลำ รวมทั้งสิ้นมีเครื่องบินจีนรุกล้ำในวันเดียวถึง 56 ลำ เป็นสถิติสูงสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นับตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมาซึ่งตรงกับวันชาติจีน กองทัพอากาศจีนส่งเครื่องบินรุกล้ำเอดีไอแซดของไต้หวันในภาคใต้และตะวันตกเฉียงใต้รวมแล้ว 148 ลำ เอดีไอแซดไม่ถือเป็นน่านฟ้าอาณาเขตของไต้หวัน แต่เป็นเขตป้องกันภัยทางอากาศที่ไต้หวันกำหนดเองซึ่งบางพื้นที่ทับซ้อนกับเอดีไอแซดของจีนหรือแม้แต่ล้ำถึงแผ่นดินใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จีนอ้างว่าไต้หวันเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของจีนที่พร้อมใช้กำลังยึดครองหากจำเป็น และได้เพิ่มการกดดันไต้หวันหนักขึ้นนับตั้งแต่ไช่ อิงเหวิน ผู้ยืนกรานว่าไต้หวันไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของ &amp;quot;จีนเดียว&amp;quot; ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อปี 2559&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ ซู เจิงซาง ของไต้หวันกล่าวกับนักข่าวเมื่อวันอังคารว่า ไต้หวันต้องตื่นตัว จีนทำเกินกว่าเหตุมากขึ้นเรื่อยๆ โลกยังได้เห็นจีนละเมิดสันติภาพในภูมิภาคและการกดดันไต้หวันซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไต้หวันจำเป็นต้องเสริมความแข็งแกร่งของตนเองและรวมเป็นหนึ่งเดียว เมื่อนั้นประเทศที่ต้องการผนวกไต้หวันจะได้ไม่กล้าใช้กำลังอย่างง่ายๆ มีแต่เราช่วยตนเองก่อนเท่านั้น ประเทศอื่นๆ จึงจะช่วยเราได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านประธานาธิบดีไช่ เขียนบทความลงนิตยสาร Foreign Affairs ที่เผยแพร่เมื่อวันอังคารว่า หากไต้หวันตกเป็นของจีน ก็จะก่อผลลัพธ์ขั้นหายนะต่อสันติภาพในเอเชียและระบบพันธมิตรประชาธิปไตย มันจะส่งสัญญาณว่า ในการแข่งขันของค่านิยมระดับโลกปัจจุบัน ลัทธิเผด็จการอำนาจนิยมอยู่เหนือประชาธิปไตย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไช่ย้ำว่า ไต้หวันไม่ได้ต้องการเผชิญหน้าทางทหาร &amp;quot;แต่หากประชาธิปไตยและวิถีชีวิตถูกคุกคาม ไต้หวันจะทำทุกอย่างเพื่อป้องกันตนเอง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประชาคมระหว่างประเทศกำลังจับตาความตึงเครียดรอบนี้ด้วยความกังวลมากขึ้น โดยรัฐบาลญี่ปุ่นและออสเตรเลียเรียกร้องเมื่อวันอังคารให้หาทางออกผ่านการเจรจา ขณะที่รัฐบาลสหรัฐกล่าวว่า สหรัฐกังวลอย่างมากต่อ &amp;quot;การยั่วยุ&amp;quot; ของจีนที่ทำลายเสถียรภาพ และยืนยันว่าความมุ่งมั่นที่สหรัฐมีต่อไต้หวันมีความหนักแน่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จีนกล่าวโทษสหรัฐว่าเป็นต้นเหตุสร้างความตึงเครียดจากการขายอาวุธและสนับสนุนไต้หวัน ความตึงเครียดครั้งนี้ยังเกิดในช่วงเวลาเดียวกับที่กองทัพเรือของสหรัฐ, ญี่ปุ่น, อังกฤษ, เนเธอร์แลนด์, แคนาดา และนิวซีแลนด์ ฝึกซ้อมร่วมกันใกล้กับเกาะโอกินาวาเมื่อสุดสัปดาห์ โดยมีเรือบรรทุกเครื่องบินของสหรัฐและอังกฤษเข้าร่วมด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118886</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีน, ประธานาธิบดีไช่ อิงเหวิน, รุกล้ำเอดีไอแซด, เขตแสดงตนเพื่อการป้องกันภัยทางอากาศ, ไต้หวัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211005/image_big_615c61285c2a9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114267</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/08/2021 17:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/08/2021 17:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประธานาธิบดีไช่ อิงเหวิน ประเดิมฉีดวัคซีนโควิดไต้หวันผลิตเอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีไช่ อิงเหวิน ของไต้หวันฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 เข็มแรกเมื่อวันจันทร์ โดยประเดิมวัคซีนเมดิเจนที่บริษัทของไต้หวันผลิตเอง แม้การทดลองทางคลินิกระยะสุดท้ายจะยังไม่เสร็จสิ้นและยังไม่มีข้อมูลประสิทธิภาพของวัคซีนตัวนี้ก็ตาม ฝ่ายค้านระบุรัฐบาลกำลังทำให้ชาวไต้หวันกลายเป็นหนูลองยา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีไช่ อิงเหวิน รับการฉีดวัคซีนเมดิเจนโดสแรกเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2564 (Photo by Walid Berrazeg/Anadolu Agency via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานรอยเตอร์และบีบีซีเมื่อวันจันทร์ที่ 23 สิงหาคม กล่าวว่า วัคซีนเมดิเจนซึ่งผลิตโดยบริษัท เมดิเจน วัคซีน ไบโอลอจิกส์ พัฒนาร่วมกับสถาบันสุขภาพแห่งชาติในสหรัฐ ได้รับการอนุมัติใช้งานแบบฉุกเฉินจากกระทรวงสาธารณสุขไต้หวันเมื่อเดือนที่แล้ว โดยเป็นส่วนหนึ่งของแผนพึ่งพาวัคซีนที่ผลิตเองเพื่อแก้ปัญหาการส่งมอบวัคซีนล่าช้าที่เกิดขึ้นทั่วโลก แม้ในเวลานั้นวัคซีนชนิดนี้จะยังอยู่ระหว่างการทดลองทางคลินิกระยะที่ 3&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีไช่ ซึ่งไม่ได้ฉีดวัคซีนของโมเดอร์นาหรือแอสตร้าเซนเนก้าที่ทางการไต้หวันใช้ฉีดให้กับประชาชน เลือกฉีดวัคซีนเมดิเจนเป็นเข็มแรก โดยแสดงความเชื่อมั่นในความปลอดภัยของวัคซีนที่ผลิตโดยบริษัทของไต้หวันแห่งนี้ ไช่ถ่ายทอดสดการฉีดวัคซีนเข็มแรกของเธอผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์จากโรงพยาบาลแห่งหนึ่งกลางกรุงไทเป และตอบคำถามที่นักข่าวตะโกนถามความรู้สึกด้วยว่า เธอไม่ตื่นเต้นเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วัคซีนของเมดิเจนเป็นชนิดที่ผลิตจากการตัดต่อโปรตีน (recombinant protein vaccine) แบบเดียวกับวัคซีนที่พัฒนาโดยโนวาแวกซ์ ซึ่งใช้วิธีการแบบดั้งเดิมในการสร้างโปรตีนหนามของไวรัสเพื่อกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน แม้การทดลองทางคลินิกจะยังไม่เสร็จสมบูรณ์และยังไม่มีข้อมูลประสิทธิภาพของวัคซีน และบริษัทเมดิเจนกล่าวว่า วัคซีนของพวกเขาไม่ได้ก่อความกังวลด้านความปลอดภัยที่สำคัญ และผลการศึกษาเผยว่า แอนติบอดีที่ได้ก็ &amp;quot;ไม่ได้แย่กว่า&amp;quot; ที่ได้จากวัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลไต้หวันสั่งซื้อวัคซีนของเมดิเจนเบื้องต้น 5 ล้านโดส โดยกล่าวว่าจะไม่บังคับให้ประชาชนฉีดวัคซีนชนิดนี้ แต่มีรายงานว่ามีผู้ลงชื่อฉีดวัคซีนเมดิเจนแล้วมากกว่า 700,000 คน วัคซีนนี้ต้องฉีด 2 โดส เว้นช่วง 28 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พรรคก๊กมินตั๋งที่เป็นฝ่ายค้านพยายามคัดค้านการฉีดวัคซีนชนิดนี้ โดยระบุว่าเป็นการอนุมัติอย่างเร่งรีบเกินไป ฮัว ลุงปิน อดีตรองประธานพรรค ยื่นคำร้องต่อศาลขอให้เพิกถอนใบอนุญาตใช้งานฉุกเฉิน แต่ศาลปฏิเสธเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่วนโฮ ฉีหย่ง แกนนำของพรรคอีกคนหนึ่งกล่าวกับรอยเตอร์ว่า ไม่มีความจำเป็นที่ต้องนำชีวิตและสุขภาพของชาวไต้หวันมาเป็นหนูทดลองในห้องแล็บ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บีบีซีกล่าวว่า เมดิเจนกำลังทำการทดลองระยะสุดท้ายอยู่ที่ปารากวัย และคาดว่าจะเสร็จสมบูรณ์ภายในปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไต้หวันได้รับวัคซีนทั้งของแอสตร้าเซนเนก้าและโมเดอร์นาแล้วมากกว่า 10 ล้านโดส และเมื่อเดือนกรกฎาคมก็สั่งซื้อโมเดอร์นาอีก 36 ล้านโดส ถึงขณะนี้มีชาวไต้หวันราว 40% ของประชากร 23.5 ล้านคนฉีดวัคซีนอย่างน้อย 1 โดส แต่ไม่ถึง 5% ที่ฉีดครบ 2 โดสแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี สถานการณ์การระบาดของไต้หวันไม่รุนแรง ปัจจุบันพบผู้ติดเชื้อรายใหม่แค่วันละประมาณ 10 ราย โดยยอดติดเชื้อสะสมมี 15,932 ราย เสียชีวิต 828 ราย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114267</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประธานาธิบดีไช่ อิงเหวิน, วัคซีนเมดิเจน, วัคซีนโควิด-19, วัคซีนไต้หวันผลิตเอง, ไต้หวัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210823/image_big_612371b877e83.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25900</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/01/2019 22:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/01/2019 22:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พรรครัฐบาลไต้หวันเลือก &#039;สายกลาง&#039; เป็นผู้นำแทน &#039;ไช่ อิงเหวิน&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;พรรครัฐบาลของไต้หวันเลือกโช จุงไท่ ซึ่งมีแนวคิดสายกลาง เป็นประธานพรรคคนใหม่เมื่อวันอาทิตย์ แทนที่ประธานาธิบดีไช่ อิงเหวิน ผู้นำหญิงที่มักสร้างความขุ่นเคืองแก่จีน จากแนวทางสนับสนุนเอกราชของไต้หวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โช จุงไท่ ประธานคนใหม่ของพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (ดีพีพี) แถลงข่าว ณ ที่ทำการพรรคในกรุงไทเป เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เอเอฟพีรายงานว่า ที่ประชุมประชาธิปไตยก้าวหน้า (ดีพีพี) เมื่อค่ำวันอาทิตย์ที่ 6 มกราคม 2561 ประกาศว่า พรรคได้เลือกโช จุงไท่ ผู้สมัครแนวทางสายกลางที่ได้รับการหนุนหลังจากแกนนำส่วนใหญ่ในพรรค ขึ้นเป็นประธานพรรคคนใหม่แล้ว โดยโชสามารถเอาชนะโหยว อิงหลุง คู่แข่งจากฝ่ายสนับสนุนเอกราชไต้หวันอย่างเปิดเผยและมักวิจารณ์ไช่อย่างรุนแรง เขาสนับสนุนข้อเรียกร้องของแกนนำพรรค 4 คนที่ไม่ต้องการให้ไช่ลงสมัครรับเลือกตั้งในตำแหน่งประธานาธิบดีอีกสมัยในปี 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีไช่นำดีพีพีชนะการเลือกตั้งเมื่อปี 2559 อย่างถล่มทลาย และโค่นรัฐบาลพรรคก๊กมินตั๋งที่สานสัมพันธไมตรีกับจีนมากขึ้นในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา แต่เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว พรรคดีพีพีพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งท้องถิ่น อันเป็นผลจากปฏิกิริยาไม่พอใจนโยบายปฏิรูปภายใน และความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่เสื่อมถอยลงระหว่างไต้หวันกับจีน ซึ่งเป็นตลาดใหญ่สุดของไต้หวัน ทำให้ไช่ต้องลาออกจากตำแหน่งผู้นำพรรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แนวทางของไช่ที่ปฏิเสธจะยอมรับหลักการ &amp;quot;จีนเดียว&amp;quot; ของจีนแผ่นดินใหญ่ ซึ่งถือว่าไต้หวันเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของจีน ได้ทำให้รัฐบาลปักกิ่งแค้นเคือง จีนได้ตัดการติดต่อกับรัฐบาลของไต้หวัน, ฝึกซ้อมทางทหารบ่อยครั้งขึ้น, ดูดชาติที่เคยมีสัมพันธ์ทางการทูตกับไต้หวันให้หันมาคบหาจีน และได้กดดันทางเศรษฐกิจต่อไต้หวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีไช่ อิงเหวิน ฟังคำถามระหว่างการแถลงข่าวที่ทำเนียบประธานาธิบดีเมื่อวันที่ 5 มกราคม 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้จะลาออกจากตำแหน่งประธานพรรค แต่ไช่ยังคงดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีต่อไป กระนั้นการเลือกผู้นำพรรคคนใหม่ครั้งนี้ก็ยังได้รับการจับตามองอย่างใกล้ชิดจากจีน และสหรัฐ ซึ่งน่าจะวิตกมากขึ้นหากฝ่ายที่มีแนวคิดรุนแรงมากกว่าไช่ได้ขึ้นเป็นผู้นำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักวิเคราะห์กล่าวกันว่า ชัยชนะของโชวส่งผลถึงความเป็นไปได้ว่าไช่อาจจะไม่ชิงชัยกับผู้นำพรรคคนใหม่ในการลงสมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีสมัยหน้า แต่พรรคดีพีพียังคงมีเสียงแตกและไช่ก็ยังไม่ได้ประกาศชัดเจนว่าเธอจะลงสมัครอีกหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความแตกแยกภายในพรรคดีพีพีก่อนหน้าการเลือกตั้งน่าจะเป็นผลดีต่อพรรคก๊กมินตั๋ง ที่มีแนวทางสนับสนุนการสมานสัมพันธ์กับจีน ก๊กมินตั๋งได้ที่นั่งในสภาท้องถิ่นเพิ่มขึ้นเท่าตัวในการเลือกตั้งเมื่อปลายปีที่แล้ว และยังสามารถโค่นผู้สมัครดีพีพีในฐานที่มั่นอย่างเมืองเกาสงได้ด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25900</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดีพีพี, ประธานพรรค, ประธานาธิบดีไช่ อิงเหวิน, พรรคก๊กมินตั๋ง, พรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า, โช จุงไท่, ไต้หวัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190106/image_big_5c321ce6e2f59.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
