<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>34144</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/04/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/04/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บึ้ม&#039;ศรีลังกา&#039;ดับเกิน200</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ศรีลังกาช็อก ระเบิดโจมตีหลายระลอก 8 จุด รวมถึงโรงแรมหรู 3 แห่ง และโบสถ์คริสต์ 3 แห่งในวันอีสเตอร์ สังหารชีวิตเหยื่อมากกว่า 200 คน รวมถึงชาวต่างชาติหลายสิบคน เจ็บอีกกว่า 400 คน ผู้นำศรีลังกาประณาม &amp;quot;ขี้ขลาด&amp;quot; ประกาศเคอร์ฟิวทั่วประเทศ จักรทิพย์สั่งคุมเข้มสถานทูตศรีลังกาประจำประเทศไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศรีลังกาเผชิญการโจมตีครั้งเลวร้ายที่สุดนับแต่สิ้นสุดสงครามกลางเมืองเมื่อ 1 ทศวรรษก่อน สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานคำแถลงของรูวาน คุนาเสเกระ โฆษกของสำนักงานตำรวจศรีลังกาว่า ยอดผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ระเบิด 8 จุด เมื่อวันอาทิตย์ที่ 21 เมษายน 2562 นั้น เพิ่มเป็นอย่างน้อย 207 คนแล้ว และบาดเจ็บอีกมากกว่า 450 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ ตำรวจนายหนึ่งบอกกับเอเอฟพีว่า ผู้เสียชีวิตนั้นรวมถึงชาวต่างชาติ 35 คน โดยแหล่งข่าวในโรงพยาบาลเผยว่า มีพลเมืองชาวอังกฤษ, เนเธอร์แลนด์ และอเมริกันเสียชีวิตด้วย ส่วนคนบาดเจ็บก็มีชาวอังกฤษและญี่ปุ่นรวมอยู่ สำนักข่าวลูซาของโปรตุเกสรายงานว่ามีชายชาวโปรตุเกสเสียชีวิต 1 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระเบิดรุนแรงระลอกแรกเกิด 6 จุดในเวลาไล่เลี่ยกัน จากนั้นหลายชั่วโมงต่อมาเกิดระเบิดเพิ่มอีก 2 จุด แหล่งข่าวที่เป็นตำรวจและเจ้าหน้าที่โรงแรมยืนยันว่า ระเบิดอย่างน้อย 2 ครั้งนั้นเป็นการระเบิดฆ่าตัวตาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกตำรวจกล่าวว่า ตำรวจจับกุมผู้ต้องสงสัยไว้แล้ว 3 คน และกำลังสอบสวนว่าระเบิดทั้งหมดนั้นเป็นฝีมือของมือระเบิดฆ่าตัวตายทั้งหมดหรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานกล่าวว่า ระเบิดครั้งแรกเกิดที่โบสถ์เซนต์แอนโธนีในกรุงโคลัมโบ ตามด้วยระเบิดโจมตีโบสถ์เซนต์เซบานเตียนในเมืองเนกอมโบ ตั้งอยู่ทางเหนือของเมืองหลวง จากนั้นไม่นาน ตำรวจยืนยันว่าโบสถ์แห่งที่ 3 โดนวางระเบิดที่เมืองบัตติคาลัวซึ่งอยู่ริมชายฝั่งตะวันออก พร้อมกันกับระเบิดที่โจมตีโรงแรมหรู 3 แห่งในกรุงโคลัมโบ แห่งหนึ่งนั้นคือโรงแรมซินนามอนแกรนด์ ที่อยู่ใกล้กับบ้านพักประจำตำแหน่งของนายกรัฐมนตรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาในช่วงบ่าย มีรายงานโรงแรมแห่งหนึ่งทางใต้ของเมืองหลวงโดนโจมตี และยังเกิดระเบิดอีกจุดชานเมืองโอรุโกดาวัตตาทางเหนือของเมืองหลวง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังไม่มีกลุ่มใดประกาศยอมรับว่าก่อเหตุโจมตีนองเลือดในครั้งนี้ แต่เอเอฟพีกล่าวว่า ก่อนหน้านี้มีเอกสารจากสำนักงานตำรวจศรีลังกาออกคำเตือนเจ้าหน้าที่ระดับสูงเมื่อ 10 วันก่อนว่า สำนักข่าวกรองของต่างประเทศ 1 แห่งเตือนว่ากลุ่มเตาฮีตญะมาอัตแห่งชาติ (เอ็นทีเจ) ซึ่งเป็นกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรงในศรีลังกา กำลังวางแผนโจมตีฆ่าตัวตายโดยมีเป้าหมายเป็นโบสถ์คริสต์สำคัญหลายแห่ง รวมไปถึงสถานทูตอินเดียในกรุงโคลัมโบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงกลาโหมของศรีลังกาประกาศเคอร์ฟิวยามวิกาลทั่วประเทศเริ่มตั้งแต่เวลา 18.00 น.ของวันอาทิตย์ โดยให้มีผลทันที รัฐบาลยังมีคำสั่งห้ามการใช้โซเชียลมีเดีย &amp;quot;ชั่วคราว&amp;quot; เพื่อป้องกันการแพร่กระจายข้อมูลผิดๆ จนกว่าจะแจ้งเปลี่ยนแปลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีไมตรีปาละ สิริเสนา กล่าวว่า เขาตกใจกับเหตุวางระเบิดหลายครั้ง และเรียกร้องให้ประชาชนอยู่ในความสงบ ด้านนายกรัฐมนตรีรานิล วิกรมสิงเห ของศรีลังกา ทวีตประณามการโจมตีครั้งนี้ว่า &amp;quot;ขี้ขลาด&amp;quot; และเรียกร้องชาวศรีลังกาทุกคนคงความเข้มแข็งและเป็นเอกภาพในช่วงเวลาอันโศกสลดนี้ และหลีกเลี่ยงการเผยแพร่รายงานที่ไม่ผ่านการตรวจสอบหรือมาจากการคาดเดา รัฐบาลกำลังดำเนินมาตรการเร่งด่วนเพื่อควบคุมสถานการณ์&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานทูตต่างชาติหลายแห่งในกรุงโคลัมโบออกคำเตือนพลเมืองของประเทศตนให้หลบอยู่ในสถานที่ที่ปลอดภัย สายการบินศรีลังกาแอร์ไลน์เตือนผู้โดยสารให้มาถึงสนามบินล่วงหน้า 4 ชั่วโมงเพราะมาตรการรักษาความปลอดภัย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านเพจเฟซบุ๊กสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโคลัมโบ Royal Thai Embassy, Colombo ได้โพสต์เหตุการณ์ดังกล่าวว่า ขอให้คนไทยในศรีลังกาทุกท่านโปรดหลีกเลี่ยงสถานที่ที่มีคนพลุกพล่านและติดตามรายงานข่าวสารอย่างใกล้ชิด และหากประสบเหตุฉุกเฉินสามารถติดต่อสถานทูตได้ที่เบอร์ +94 77 307 0748
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่ น.ส.บุษฎี สันติพิทักษ์ อธิบดีกรมสารนิเทศ ในฐานะโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า กต.ได้รับรายงานในเบื้องต้นจากสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโคลัมโบ ว่ามีผู้บาดเจ็บจำนวนหนึ่ง ซึ่งอยู่ระหว่างตรวจสอบรายละเอียดว่ามีคนไทยด้วยหรือไม่ หากมีความคืบหน้าจะแจ้งให้ทราบต่อไป
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) กล่าวว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. รับทราบถึงเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว และขอแสดงความเสียใจต่อเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายจากเหตุการณ์สะเทือนขวัญดังกล่าว พร้อมมีข้อสั่งการให้ตำรวจทุกหน่วยเฝ้าติดตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในศรีลังกาอย่างใกล้ชิด รวมทั้งเฝ้าติดตามสถานการณ์และสืบสวนหาข่าวบริเวณพื้นที่โบสถ์คริสต์ สถานเอกอัครราชทูตศรีลังกาประจำประเทศไทย และจุดล่อแหลมต่างๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ขณะนี้ตำรวจสันติบาลร่วมกับตำรวจที่รับผิดชอบพื้นที่ ได้จัดกำลังเพิ่มเติมไปตรวจสอบและดูแลสถานเอกอัครราชทูตศรีลังกาอย่างเต็มที่ เบื้องต้นยังไม่พบความเคลื่อนไหวหรือความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง&amp;rdquo;พ.ต.อ.กฤษณะกล่าว และว่า ขอให้คนไทยที่อาศัยในศรีลังกาหรือจะเดินทางไปให้ตรวจสอบข้อมูลและเฝ้าติดตามข่าวสารจากสถานทูตไทยประจำประเทศศรีลังกา หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด และหากประสบเหตุฉุกเฉินสามารถติดต่อสถานทูตไทย ณ กรุงโคลัมโบ ได้ที่เบอร์โทร +94 77 307 0748.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34144</URL_LINK>
                <HASHTAG>บุษฎี สันติพิทักษ์, ประธานาธิบดีไมตรีปาละ สิริเสนา, พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190421/image_big_5cbc79cb0adee.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24374</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/12/2018 21:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/12/2018 21:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิกรมสิงเห&#039; กลับเข้ารับตำแหน่งนายกฯ ศรีลังกา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีไมตรีปาละ สิริเสนา ของศรีลังกา แต่งตั้ง รานิล วิกรมสิงเห นายกรัฐมนตรีที่เขาสั่งปลด กลับเข้ารับตำแหน่งแล้วเมื่อวันอาทิตย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีไมตรีปาละ สิริเสนา (ขวา) มอบเอกสารให้รานิล วิกรมสิงเห (ซ้าย) เพื่อแต่งตั้งวิกรมสิงเหกลับมารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีศรีลังกา เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2561 / Sri Lanka President Media / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม ประธานาธิบดีไมตรีปาละ สิริเสนา ของศรีลังกา แต่งตั้งรานิล วิกรมสิงเห วัย 69 ปี นายกรัฐมนตรีที่เขามีคำสั่งปลดไปเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม ให้กลับเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยในพิธีสาบานตนของวิกรมสิงเหไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าทำข่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พรรคยูไนเต็ดเนชันแนลของวิกรมสิงเห โพสต์ทางทวิตเตอร์เมื่อวันอาทิตย์ว่า ขอบคุณพลเมืองศรีลังกาที่ต่อสู้กับการยึดอำนาจอย่างผิดกฎหมายครั้งนี้ และพรรคสัญญาที่จะฟื้นฟูประชาธิปไตย โดยมีภาพของสิริเสนาและวิกรมสิงเหยิ้มและโค้งให้กันเผยแพร่ทางโซเชียลมีเดีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกของวิกรมสิงเหเผยว่า นายกรัฐมนตรีจะจัดตั้งคณะรัฐมนตรีในอีก 2-3 วันข้างหน้า และสิ่งที่รัฐบาลต้องทำเป็นอันดับแรกคือ การจัดทำงบประมาณแผ่นดินปี 2562 เพื่อไม่ให้หน่วยงานราชการต้องเกิดการชัตดาวน์และไม่ผิดสัญญาชำระหนี้ต่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ที่ประชุมรัฐสภามีมติอย่างเป็นเอกฉันท์เรียกร้องให้แต่งตั้งวิกรมสิงเหกลับเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และเมื่อสัปดาห์ที่แล้วศาลฎีกาตัดสินว่า คำสั่งยุบสภาและให้มีการเลือกตั้งก่อนกำหนดของประธานาธิบดีสิริเสนาเมื่อต้นเดือนพฤศจิกายน เป็นคำสั่งที่ขัดรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีตประธานาธิบดีมหินทรา ราชปักษา ที่สิริเสนาแต่งตั้งให้เป็นนายกรัฐมนตรีแทนวิกรมสิงเห ลงนามในจดหมายไม่รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเมื่อวันเสาร์ แต่ยังเชื่อว่าประชาชนยังให้การสนับสนุนเขา และจะกลับสู่สนามการเมืองอีกครั้งในการเลือกตั้งสภาท้องถิ่น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24374</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกฯ ศรีลังกา, ประธานาธิบดีไมตรีปาละ สิริเสนา, มหินทรา ราชปักษา, รานิล วิกรมสิงเห, ศรีลังกา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181216/image_big_5c165956d4b54.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
