<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>109100</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/07/2021 22:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘จตุพร’ต้องทนต่อ ฎีกาพิพากษายืน คุก11เดือน16วัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่รอด! &amp;quot;จตุพร&amp;quot; ต้องทนต่อ &amp;nbsp;ศาลฎีกาพิพากษายืนคดีหมิ่น &amp;quot;อภิสิทธิ์&amp;quot; หาว่าเป็นฆาตกรมือเปื้อนเลือดฆ่าประชาชน จำคุกทันที 11 เดือน 16 วัน ที่หมายคือเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เจ้าตัวประกาศฝากม็อบไทยไม่ทนไว้กับ บก.ลายจุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2564 ศาลอ่านคำสั่งฎีกาในคดีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ยื่นคำร้องต่อศาลอุทธรณ์ เมื่อวันที่ 9 ส.ค.2561 ขอให้ยกเลิกหมายจำคุกคดีถึงที่สุด ซึ่งออกโดยศาลชั้นต้น เมื่อวันที่ 12 ก.พ.2561 ในคดีที่นายอภิสิทธิ์เป็นโจทก์ ในคดีหมายเลขดำ อ.4176/2552 (คดีหมายเลขแดง อ.240/2558) ยื่นฟ้องนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ในความผิดหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 328 กรณีกล่าวหานายอภิสิทธิ์ประวิงเวลาในการทำความเห็นเสนอต่อสำนักราชเลขาธิการ เพื่อขอพระราชทานอภัยโทษให้แก่นายทักษิณ ชินวัตร ซึ่งคดีดังกล่าวถึงที่สุดแล้ว เมื่อวันที่ 14 ธ.ค.2560 ตามคำพิพากษาศาลฎีกา ที่ให้จำคุกนายจตุพร 12 เดือน โดยไม่รอลงอาญา และให้นับโทษคดีจำคุกนายจตุพรต่อจากคดีอาญาหมายเลขแดง อ.4907/2555 (หมายเลขดำ อ.1962/2552) กรณีกล่าวหาเป็นฆาตกรมือเปื้อนเลือดฆ่าประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยคำร้องอุทธรณ์ของนายอภิสิทธิ์ดังกล่าวระบุว่า เมื่อคดีหมิ่นประมาท หมายเลขดำ อ.4176/2552 ศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาให้จำคุกนายจตุพร 12 เดือน โดยไม่รอลงอาญา และให้นับโทษคดีจำคุกนายจตุพร ต่อจากคดีอาญาหมายเลขแดง อ.4907/2555 (หมายเลขดำ อ.1962/2552) แล้ว ต่อมาศาลชั้นต้นได้ออกหมายจำคุกคดีถึงที่สุดให้นับโทษนายจตุพรต่อ แต่จำเลยได้ยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นว่าศาลชั้นต้นและศาลฎีกา ไม่มีอำนาจพิพากษาให้นับโทษจำคุกนายจตุพรต่อจากอาญาหมายเลขแดง อ.4907/2555 จำเลยจึงขอให้ศาลแก้ไขคำพิพากษายกเลิกหมายจำคุกถึงที่สุดฉบับเก่า (ที่ให้มีการนับโทษต่อ) และให้ออกหมายจำคุกคดีถึงที่สุดใหม่ ซึ่งศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วก็มีคำสั่งให้ยกคำร้องของจำเลย เพราะว่ายกเลิกคำพิพากษาเดิมที่ให้นับโทษต่อไม่ได้ โดยศาลฎีกาก็มีคำพิพากษาถึงที่สุด และมีการออกหมายตามคำพิพากษาแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จำเลยก็ได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวอีก โดยศาลชั้นต้นก็ได้เรียกตัวจำเลยมาสอบถาม ซึ่งแถลงว่าหมายที่ให้นับโทษจำคุกคดีนี้ต่อจากคดีอาญาหมิ่นประมาทอีกสำนวนนั้นไม่ถูกต้อง ต่อมาเมื่อศาลชั้นต้นตรวจสอบรายงานกระบวนพิจารณาใหม่อีกครั้ง ปรากฏว่าในคดีหมิ่นประมาทนั้น ศาลชั้นต้นไม่ได้ให้นับโทษจำคุก แต่ศาลอุทธรณ์มีการย่อคำพิพากษาศาลชั้นต้นว่าให้นับโทษจำเลยต่อ ซึ่งไม่ถูกต้อง จนเมื่อผลคดีถึงที่สุด ก็เป็นเหตุให้ศาลชั้นต้นออกหมายจำคุกถึงที่สุดโดยผิดหลงด้วยการให้นับโทษต่อ ดังนั้นศาลชั้นต้นจึงมีอำนาจแก้ไขให้ถูกต้อง และเป็นธรรมกับตัวจำเลย โดยให้ออกหมายจำคุกคดีถึงที่สุดใหม่เมื่อวันที่ 12 ก.พ.2561 ไม่ต้องนับโทษนายจตุพร จำเลย ต่อจากคดีอาญาหมิ่นประมาทอีกสำนวน ซึ่งระบุวันนับโทษตั้งแต่วันที่ 9 ส.ค.2560 โดยไม่หักวันต้องขังให้จำเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ โจทก์เห็นว่าการที่ศาลชั้นต้นไม่นับโทษจำคุกนายจตุพร จำเลย ต่อจากคดีอาญาหมิ่นประมาทอีกสำนวนนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขัดกับคำพิพากษาศาลฎีกา โจทก์จึงขอให้ศาลชั้นต้นเพิกถอนคำสั่งดังกล่าว และให้หมายเรียกจำเลยมารับโทษตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ต้องนับโทษคดีอาญาต่อ ขณะที่ศาลชั้นต้นพิจารณาคำร้องของนายอภิสิทธิ์แล้ว ให้ยกคำร้อง โจทก์จึงได้ยื่นอุทธรณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเมื่อวันที่ 12 ก.ย.62 ที่ผ่านมา ศาลอุทธรณ์เห็นว่า แม้การออกหมายจำคุกถึงที่สุดจะเป็นเรื่องการบังคับโทษตามคำพิพากษา ซึ่งศาลชั้นต้นมีอำนาจดำเนินการก็ตาม แต่การออกหมายบังคับตามโทษนั้นจะต้องให้ถูกต้องกับโทษที่จำเลยควรได้รับตามความเป็นจริงด้วย ซึ่งการที่ศาลชั้นต้นได้ออกหมายจำคุกคดีถึงที่สุด เมื่อวันที่ 14 ธ.ค.2560 ให้นับโทษจำคุกนายจตุพร จำเลยต่อจากคดีอาญา หมายเลขแดง อ.4907/2555 ตามคำพิพากษาศาลฎีกาเป็นการออกหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุด โดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว และการที่ศาลชั้นต้นได้ยกเลิกหมายจำคุกดังกล่าวแล้วออกหมายบังคับโทษใหม่ เมื่อวันที่ 12 ก.พ.2561 โดยอ้างว่าหมายจำคุกเดิมที่ศาลชั้นต้นออกนั้นทำโดยผิดหลง เนื่องจากศาลชั้นต้นที่เคยมีคำพิพากษาคดีนั้น ไม่ได้ให้นับโทษจำเลยต่อจากคดีอาญา หมายเลขแดง อ.4907/2555 แต่ศาลอุทธรณ์ย่อคำพิพากษาว่า ศาลชั้นต้นให้นับโทษคดีต่อกันกับอีกสำนวนหนึ่งนั้น ความจริงศาลชั้นต้น (คดีหมายเลขดำ อ.4176/2552) พิพากษาให้นับโทษจำคุกนายจตุพร จำเลยต่อจากคดีอาญาหมายเลขแดง อ.4907/2555 ตรงตามที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาย่ออยู่แล้วไม่ได้เป็นข้อผิดพลาด ดังนั้นที่ศาลชั้นต้นเคยยกเลิกหมายจำคุกถึงที่สุดฉบับเก่านั้น น่าจะเกิดจากความคลาดเคลื่อนผิดหลงของศาลชั้นต้นเอง อุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงพิพากษาให้ยกคำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่นับโทษจำคุกจำเลยในคดีนี้ต่อจากโทษจำคุกจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ.4907/2555 และให้ยกเลิกหมายจำคุกคดีถึงที่สุดของจำเลย ลงวันที่ 19 ก.พ.2561 กับให้ศาลชั้นต้นออกหมายจำคุกคดีถึงที่สุดใหม่เพื่อบังคับตามคำพิพากษาศาลฎีกาต่อไป (ที่ให้นับโทษจำคุกนายจตุพร คดีหมิ่นประมาทหมายเลขดำ อ.4176/2552 ต่อจากคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ.4907/2555)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ คือให้นับโทษคดีที่ 2 ต่อจากคดีเเรกเมื่อคดีเเรกถึงที่สุด โดยระหว่างนี้ศาลอาญาอยู่ระหว่างตรวจสอบว่าโทษต่อจากคดีเเรกที่ให้นับต่ออีก 12 เดือน ซึ่งจะนับจำนวนอีกเท่าไหร่ต้องรอตรวจสอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เมื่อศาลฎีกามีคำสั่งให้นับโทษต่อคดีหมายเลขดำ อ.4176/2562 ที่หมิ่นประมาทนายอภิสิทธิ์ ที่ศาลฎีกาพิพากษาให้จำคุก 2 กระทง กระทงละ 6 เดือน รวม 12 เดือน คดีถึงที่สุดเมื่อวันที่ 14 ธ.ค.2560 โดยทางศาลอาญาได้ออกหมายขังจำคุกคดีถึงที่สุด ซึ่งก่อนหน้านี้นายจตุพร เคยถูกจำคุกคดีนี้แล้ว 14 วัน จึงต้องนำมาหักจากโทษจำคุก 12 เดือน รวมต้องจำคุกนายจตุพรอีก 11 เดือน 16 วัน โดยเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ก็จะนำตัวนายจตุพรไปคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯทันที&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังฟังคำสั่งศาลฎีกา นายจตุพรมีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นทันที แต่ก็ไม่ได้กล่าวอะไร แต่ก่อนคำมีพิพากษาเขาให้สัมภาษณ์ว่าตัวเองติดคุกมาแล้ว 4 ครั้ง เรียกได้ว่าเป็นมนุษย์คุกคนหนึ่ง รู้แล้วว่าจะต้องใช้ชีวิตอย่างไร ในส่วนของคณะไทยไม่ทน ต่อให้ไม่มีตัวเองก็จะต้องเดินหน้าต่อ เบื้องต้นจากการที่พูดคุยการชุมนุมในวันเสาร์ที่จะถึงนี้ จะไปร่วมชุมนุมกับกลุ่มนายสมบัติ บุญงามอนงค์.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109100</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายจตุพร พรหมพันธุ์, นายทักษิณ ชินวัตร, นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อดีตนายกรัฐมนตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210708/image_big_60e6910beccdc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102657</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/05/2021 13:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/05/2021 13:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ตู่&#039;ซัด&#039;บิ๊กตู่&#039;มีอำนาจเต็มสองมือแต่แก้ปัญหาไม่ได้เรื่อง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) เฟชบุ๊กไลฟ์ถึงการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยเฉพาะมาตรการเยียวยา ว่าไม่สอดคล้องความจริง การเยียวยา 3 ครั้งได้สะท้อนถึงภาวะสมองของผู้มีอำนาจ มาตรการเยียวยาประชาชนลดลง ไม่เป็นไปตามการระบาดรุนแรง เช่น ระบาดรอบที่หนึ่งไม่รุนแรง แต่กลับมีมาตรการเยียวยาสูง มาถึงรอบที่สองโควิดรุนแรงขึ้น กลับลดการเยียวยาลงมา แล้วถึงรอบที่สาม ซึ่งระบาดหนักที่สุด แต่รัฐบาลกลับเยียวยาเพียง 2,000 บาท โดยน้อยกว่ามาตรการที่ผ่านมาทั้งรอบหนึ่งและรอบสอง เมื่อนายกฯ ตั้งตัวเองเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ยังไม่คิดจะดูแลประชาชนที่เดือดร้อนจากผลกระทบอีกหรือ โดยเฉพาะภาระการผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ที่ยังไม่มีมาตรการอะไรออกมาเลย เมื่อยังต้องการนั่งเป็นนายกฯ อีก จึงถามหามาตรการเยียวยาให้สอดคล้องความจริงของการระบาดแพร่เชื้อโควิดด้วย ใครทำการ์ดตกและมีความไร้ประสิทธิภาพ นายกฯ แก้ปัญหามีแต่ล้มเหลว แต่ต้องการได้อำนาจ กลับไม่เอาอำนาจมาช่วยเหลือประชาชน การใช้อำนาจมา 7 ปีเป็นไปตามอารมณ์บ้าบอของคนๆหนึ่ง ส่วนการแก้ปัญหาไม่ได้เรื่องสักเรื่องเลย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ระบอบประยุทธ์ พาให้ประเทศพังทุกมิติ เพราะความเป็นอภิสิทธิ์ชนที่อยู่สูงกว่า 3 อำนาจเสียอีก การเสพติดทางอำนาจ ถ้านำมาแก้ปัญหาชาติจะเกิดความรู้สึกที่ดีของประชาชน วันนี้มีแต่พวกสอพลอ พวกปฏิบัติการไอโอ ที่ได้รับประโยชน์จากระบอบประยุทธ์ ส่วนคนไทยทั้งชาติเสียประโยชน์ เมื่อความหิวเข้ามาถึงคนจนเมืองแล้ว อะไรที่เป็นภาระของประชาชน รัฐต้องมาเป็นเจ้าภาพ โดยวางเรื่องการก่อสร้างวัตถุทุกอย่างไว้ เพื่อระดมมาช่วยประชาชนให้รอด ดังนั้น เมื่อวันนี้คนกำลังไม่มีกิน เราต้องช่วยคน ไม่เอาการสร้างวัตถุมาเป็นตัวเลือก อำนาจที่อยู่ในมือประยุทธ์ ไม่สามารถแก้ปัญหาอะไรได้เลย การทำงานเกิดความผิดพลาดบ่อยครั้ง หากจะโทษความล้มเหลวทั้งหมดจึงมาจากนายกฯ ซึ่งทำให้คนไม่เชื่อมั่น และสะท้อนออกมาด้วยการไม่กล้าฉีดวัคซีน กระทั่งประเทศก้าวเดินต่อไปไม่ได้แล้ว&amp;quot; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจตุพรกล่าวอีกว่า เวทีไทยไม่ทนฯ วันเสาร์ วันอาทิตย์ 15-16 พ.ค. จะมีตัวแทนทุกภาคส่วนมาร่วม เพื่อมาพูดว่า อะไรคือวิกฤตของชาติ ต้องยอมรับว่า ขณะนี้ประเทศเข้าสู่ภาวะหายนะ และต้องการกอบกู้ให้มีสภาพกลับมาดังเดิม โดยขอให้วางประโยชน์ตัวเองลง แล้วมาร่วมแรงเอาชาติมาก่อน จึงจะรักษาชาติเอาไว้ได้ หวังว่า ความร่วมมือทุกภาคส่วนทำให้ไม่เดียวดาย เพราะสิ่งทำไม่ใช่เรื่องส่วนตัว แต่เป็นเรื่องชาติบ้านเมืองและประชาชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102657</URL_LINK>
                <HASHTAG>นปช., นายจตุพร พรหมพันธุ์, ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ, เฟชบุ๊กไลฟ์, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210507/image_big_6094fa3f4418f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102655</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/05/2021 13:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/05/2021 13:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จตุพร&#039;ยันแหล่งข่าวใหญ่น่าเชื่อถือมะกันจ้องตั้งฐานยิงขีปนาวุธนิวเคลียร์จริงไม่ใช่เรื่องมโน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 พ.ค.2564 - นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) เฟชบุ๊กไลฟ์ peace talk ตอนหนึ่งว่า พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม ชี้แจง รัฐบาลไม่มีนโยบาย เกี่ยวกับประเทศ มหาอำนาจตั้งฐานยิงขีปนาวุธในไทยนั้น และที่ตั้งข้อกังขา ตนต้องการอะไร ทำเพื่อใคร หวังผลอะไร มีแผนจะขยายผลต่ออย่างไร การให้ข้อมูลที่ละเอียดอ่อน โดยขาดข้อเท็จจริง จะยิ่งสร้างความสับสนและตื่นตระหนกในสังคมสุ่มเสี่ยงกับความหวาดระแวงและละเอียดอ่อนต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเป็นอย่างสูง ซึ่งไม่เป็นผลดีกับประเทศเป็นอย่างยิ่ง กรณีนี้ตนตั้งคำถามให้ พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะผู้รับผิดชอบ พรบ.ทั้ง 31 ฉบับและความมั่นคงของชาติ ถ้าไม่มั่นใจ หรือมีข้อสงสัยแล้ว จะหลีกเลี่ยง ในการระบุข้อมูลด้านในประเด็นต่างๆของประเทศ &amp;nbsp;ส่วนการข่าวตั้งฐานยิงขีบปนาวุธนั้น เคยสอบถามไปยังอดีต ผบ.ทบ.ที่อยู่ใต้รัฐบาลนี้มาแล้วว่า การข่าวนี้เป็นความจริงหรือไม่ และได้รับว่า เคยมีอยู่จริงในรอบหลายปีที่ผ่านมา โดยพยายามเสาะหาพื้นที่สูงภาคเหนือ จ.เชียงใหม่หรือเชียงราย มีการสำรวจ กระทั่งมีการสร้างสถานที่ โดยเปิดเผยที่เชียงใหม่ เมื่อประมาณ 6-7 เดือนที่แล้ว ประชาชนได้ไปยื่นหนังสือตามจังหวัดต่างๆเพื่อให้ระงับการตั้งฐานยิงขีปนาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งเป็นความกังวล พล.ท.คงชีพ ยังตอบด้วยความระมัดระวัง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หากเรื่องนี้เป็นจริงขึ้นมาแล้ว ประเทศเกิดหายนะขึ้นในวันนั้น ผมมีความรักชาติบ้านเมือง ใครจะมาทำเรื่องเช่นนี้บนพื้นดินนี้ไม่ได้ เพราะไทยไม่ได้ประโยชน์ ยิ่งสร้างความเสียหายให้เกิดขึ้น โดยสถานการณ์ขณะนี้เราได้ติดตามใกล้ชิด อีกทั้งบรรดาผู้รู้ยังติดตามเช่นกัน เรื่องนี้จึงไม่จำเป็นต้องมามั่วกัน ผมไม่ได้ปรักปรำ แต่เป็นการตั้งคำถามให้ชี้แจง และโฆษกกลาโหม ออกมาบอกเรื่องนี้ด้วยมธุรสวาจา หวังว่าจะได้พบกันสักวันเพื่อคุยกันในเรื่องชาติบ้านเมือง ขอให้ พล.ท.คงชีพ นัดมาได้ กรณีการตั้งฐานยิงขีปนาวุธนั้น จะผ่านเลยไม่ได้ โดยเฉพาะที่ผ่านมามีหลายเรื่องที่บอกว่าไม่เป็นจริง แต่ก็เป็นจริงมามากเช่นกัน จึงภาวนาว่า เรื่องที่โฆษกกลาโหมออกมาพูดนั้น ขอให้เป็นเรื่องจริง ขอให้ข้อเท็จจริงเป็นข้อพิสูจน์ ผมไม่ต้องการให้เป็นเรื่องจริง เพราะมันจะเป็นเรื่องใหญ่ แต่แหล่งข่าวของผมก็ใหญ่มากและน่าเชื่อถือเช่นกัน&amp;rdquo;นายจตุพรกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102655</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฐานยิงขีปนาวุธ, นปช., นายจตุพร พรหมพันธุ์, ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ, เชียงใหม่, เฟชบุ๊กไลฟ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210511/image_big_609a69974b1d3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29821</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/02/2019 16:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/02/2019 16:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จตุพร&#039;ปลุกเสื้อแดงเข้าคูหาสั่งสอนรถถัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.พ. 2562 - &amp;nbsp;นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อชาติ พร้อมผู้บริหารพรรค ยกคณะหาเสียงที่ อ.อากาศอำนวย จ.สกลนครกล่าวปราศรัยถึงกรณีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) บอกไม่ร่วมกับพรรคตระกูลเพื่อ ว่านายสุเทพไปถามพรรคตระกูลเพื่อหรือยังอยากร่วมกับนายสุเทพหรือเปล่า เมื่อแต่ละพรรคประกาศจองพื้นที่นั่งในสภากันเต็มไปหมด ส่วนพรรคเพื่อชาติเหลือเพียงพี่น้องเสื้อแดงเท่านั้น ที่ร่วมเป็นร่วมตายจะพาเพื่อชาติเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรให้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจตุพร กล่าวว่า เมื่อวันก่อได้ท้านายสุเทพมาดีเบต แต่นายสุเทพได้กล่าวว่า ตนเองไม่มีความสำคัญ ซึ่งก็ไม่มีปัญหา ยังเห็นว่านายสุเทพมีความสำคัญที่จะต้องนำมาจัดการเสีย เพราะเป็นกลไกสำคัญ ที่นำมาสู่ประเทศในวันนี้ในโลกแห่งความเป็นจริงนั้น ในระบอบประชาธิปไตย วันที่ 24 มีนาคม 2562 ไม่ว่าคุณจะเป็นพลเอก พลทหารหรือประชาชน ในวันนั้นเรามีหนึ่งเสียงเท่ากัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. สามารถแต่งตั้งวุฒิสภา 250 คนเว้น 6 คน ที่มาโดยตำแหน่ง แต่เมื่อเข้าคูหาเลือกตั้ง ทุกคนก็มีสิทธิเท่ากับตน คือ 1 เสียงเท่ากัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในวันนี้วิธีการจัดการเผด็จการที่ดีที่สุด เราไม่ต้องออกไปรบกับรถถัง แต่เราไปเข้าคูหาเลือกตั้ง แล้วส่งสัญญาณบอกกับเผด็จการว่า ทีหลังอย่ามายึดอำนาจ ยึดอำนาจแล้วอย่ามาคิดสืบทอดอำนาจต่อ ซึ่งพี่น้องจะทำได้และเป็นวิธีเดียวเท่านั้น&amp;rdquo;นายจตุพรกล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29821</URL_LINK>
                <HASHTAG>จตุพร พรหมพันธุ์, นปช., ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ, ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อชาติ, พ.พ.ช., พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190219/image_big_5c6b8ec987801.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
