<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118690</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/10/2021 09:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/10/2021 09:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ระดมรถบรรทุกน้ำช่วยรพ.บ้านไผ่ ท่วมหนักระบบประปาเดี้ยง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
4 ต.ค. 64 -&amp;nbsp; เมื่อเวลา 08.00 น. ผู้สื่อข่าวจังหวัดขอนแก่นรายงานว่า ระดับน้ำในแม่น้ำชี จากการระบายน้ำจาก จ.ชัยภูมิ ได้ไหลเข้าพื้นที่ จ.ขอนแก่น อย่างต่อเนื่อง โดยมวลน้ำได้ไหลเข้าพื้นที่ เขตตัวเมืองขอนแก่นแล้วในหลายจุด โดยเฉพาะพื้นที่รับน้ำแก่งละว้า อ.บ้านไผ่&amp;nbsp; ที่ระดับน้ำเกินกว่าความจุอ่าง และไหลท่วมพื้นที่ทางการเกษตรและพื้นที่บ้านเรือนของประชาชนตามเส้นทางน้ำได้ขยายวงกว้างเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจากมวลน้ำที่ไหลท่วมพื้นที่แก่งละว้า ทำให้ระบบการผลิตน้ำประปาในเขต อ.บ้านไผ่ ไม่สามารถที่จะดำเนินการได้ส่งผลกระทบต่อการใช้น้ำของประชาชนโดยเฉพาะ รพ.บ้านไผ่ แห่งที่ 1 และแห่งที่ 2 ที่ได้มีการประสานขอรับน้ำประปาจากหน่วยงานต่างๆ เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อการให้บริการทางการแพทย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเกียรติศักดิ์ หนูแก้ว ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 6&amp;nbsp; กล่าวว่า ขณะนี้หน่วยงานในสังกัดกรมชลประทานในระดับพื้นที่ ได้ระดมรถบรรทุกน้ำขนาด 6,000 ลิตร ในพื้นที่ เร่งส่งน้ำประปาให้กับ รพ.บ้านไผ่แห่งที่ 1 และแห่งที่ 2 เนื่องจากน้ำในแม่น้ำชีได้ล้นตลิ่งเอ่อล้นเข้าท่วมอ่างเก็บน้ำแก่งละว้า ทำให้ปริมาณน้ำในอ่างฯ สูงขึ้นจนล้นเข้าท่วมบริเวณโรงสูบน้ำดิบของการประปาส่วนภูมิภาคสาขาอำเภอบ้านไผ่ จึงทำให้การประปาฯ ไม่สามารถผลิตน้ำประปาส่งให้ประชาชนในเขตเทศบาลบ้านไผ่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขณะนี้ ชป.6 ได้สนับสนุนรถบรรทุกน้ำชุดแรก จำนวน 2 คัน รับน้ำจากการประปาส่วนภูมิภาคสาขา อ.ชนบท เร่งจัดส่งส่งน้ำประปาให้กับโรงพยาบาลทั้ง 2แห่ง ไปจนกว่าการซ่อมแซมโรงสูบน้ำดิบของการประปาบ้านไผ่จะแล้วเสร็จ&amp;quot; ผอ.สำนักงานชลประทานที่ 6 ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118690</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขอนแก่น, น้ำท่วม, ประปา, รพ.บ้านไผ่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211004/image_big_615a62a4c0698.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63265</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/04/2020 20:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/04/2020 20:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.เห็นชอบโครงการปรับปรุงประปาทั้งระบบจำนวน 9 โครงการวงเงิน 9.6 พันล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 เม.ย. 63 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;แถลงผลประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.เห็นชอบในหลักการโครงการเพื่อการพัฒนาปี 2563 ของการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) จำนวนรวมทั้งสิ้น 9 โครงการ (ประกอบด้วยแผนงานโครงการก่อสร้างปรับปรุงขยาย กปภ. จำนวน 8 โครงการ และแผนงานโครงการก่อสร้างปรับปรุงกิจการประปา จำนวน 1 โครงการ) วงเงินรวมทั้งสิ้น 9,629.991 ล้านบาท ตามที่กระทรวงมหาดไทย (มท.) เสนอ โดยในการดำเนินโครงการฯ จะมีการดำเนินการปรับปรุงระบบประปาทั้งระบบ (ระบบน้ำดิบ ระบบผลิต ระบบจ่ายน้ำ และระบบอื่น ๆ) เพื่อตอบสนองความต้องการใช้น้ำเพิ่มขึ้น ปรับปรุงการให้บริการ และแก้ไขปัญหาอื่น ๆ &amp;nbsp;ไปพร้อมกัน และมีแผนบริหารจัดการลดน้ำสูญเสีย ประกอบด้วยกิจกรรมหลักคือ การบริหารจัดการแรงดัน การซ่อมท่อที่รวดเร็ว การสำรวจหาน้ำสูญเสียเชิงรุก การบริหารจัดการมาตรวัดน้ำ และให้ความสำคัญกับการปรับปรุงเส้นท่อซึ่งเป็นสาเหตุหลักของน้ำสูญเสียทั้งหมด ทั้งนี้ โครงการมีวงเงินลงทุนรวมทั้งสิ้น 9,629.991 ล้านบาท ประกอบด้วย เงินอุดหนุน 5,692.801 ล้านบาท เงินกู้ในประเทศ 1,897.599 ล้านบาท และเงินรายได้ของ กปภ. 2,039.591 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางนฤมล กล่าวต่อว่า ครม.ยังเห็นชอบโครงการเพื่อการพัฒนาปี 2562 ของการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) ดำเนินโครงการเพื่อการพัฒนาปี 2562 ของ กปภ. จำนวน 5 โครงการ วงเงินรวมทั้งสิ้น 2,121.144 ล้านบาทในการดำเนินโครงการฯ จะมีการก่อสร้างวางท่อส่งน้ำ ท่อจ่ายน้ำ ปรับปรุงเส้นท่อที่ชำรุดและวางท่อใหม่ในเขตจ่ายน้ำต่าง ๆ และพื้นที่ข้างเคียง ความยาวรวมทั้งสิ้นประมาณ 962.3 กิโลเมตร และมีระบบผลิตน้ำประปาเพิ่มขึ้น โดยมีเป้าหมายกำลังผลิต เพิ่มขึ้นอีก 67,200 ลูกบาศก์เมตร/วัน และสามารถให้บริการผู้ใช้น้ำ เพิ่มขึ้นอีก 46,728 ราย ทั้งนี้ โครงการมีวงเงินลงทุนรวมทั้งสิ้น 2,121.144 ล้านบาท &amp;nbsp;ประกอบด้วย เงินอุดหนุน 1,237.722 ล้านบาท เงินกู้ในประเทศ 412.573 ล้านบาท และเงินรายได้ของ กปภ. 470.849 ล้านบาท เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของระบบผลิต ระบบส่งน้ำ และระบบจ่ายน้ำประปาในพื้นที่ที่ประสบปัญหาให้สามารถบริการน้ำประปาแก่ประชาชนได้เพิ่มขึ้นในอนาคตอย่างพอเพียง เพื่อกระจายความเจริญไปสู่ภูมิภาค รวมถึงเพื่อบริหารจัดการลดน้ำสูญเสียในระบบผลิต &amp;ndash; จ่ายให้เป็นไปตามเป้าหมายและใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดได้อย่างมีประสิทธิภาพ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63265</URL_LINK>
                <HASHTAG>นฤมล ภิญโญสินวัฒน์, ประปา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200415/image_big_5e970b197c0ba.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60125</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/03/2020 08:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/03/2020 08:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวบุรีรัมย์ผวาเจอซากเครื่องใน-กระดูกวัวทิ้งในฝายผลิตประปา!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 มี.ค.2563 - &amp;nbsp;ชาวบ้าน หมู่ 3 ตำบลบ้านด่าน &amp;nbsp;อำเภอบ้านด่าน &amp;nbsp;จ.บุรีรัมย์ &amp;nbsp;ต่างหวาดผวาหลังมีผู้ลักลอบนำซากเครื่องใน ชิ้นส่วนกระดูกวัว และหมู นับ 100 ชิ้น มาทิ้งในฝายน้ำล้นบ้านด่าน ที่ใช้สำหรับผลิตน้ำประปาบริการประชาชน 7 หมู่บ้าน ในเขตเทศบาลตำบลบ้านด่าน โดยซากเครื่องใน และชิ้นส่วนกระดูกที่ถูกนำมาทิ้งยังอยู่ในสภาพสดใหม่ น่าจะพึ่งลักลอบมาทิ้งได้ไม่เกิน 1 &amp;ndash; 2 วัน แต่ไม่รู้ว่าเพราะสาเหตุอะไรถึงได้นำมาทิ้ง ทำให้ชาวบ้านเกิดความหวาดกลัวเพราะไม่รู้ว่าซากสัตว์ดังกล่าว &amp;nbsp;มีที่มาอย่างไรและติดเชื้อโรคอะไรหรือไม่ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบถาม นายเสงี่ยม &amp;nbsp;โอสถประสาท &amp;nbsp;อายุ 66 ปี ชาวบ้าน บอกว่า ตอนเช้าขณะออกไปใส่หมองดักจับปลาที่บริเวณฝายน้ำล้นดังกล่าว ก็เห็นซากเครื่องใน ชิ้นส่วนกระดูกสัตว์ ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นหมู หรือวัว ถูกนำมาทิ้งในน้ำที่ฝายน้ำล้นเป็นจำนวนมาก &amp;nbsp;คาดว่าไม่น้อยกว่า 100 ชิ้น ซึ่งก็ไม่มีว่าเป็นซากสัตว์มากจากไหน ซึ่งนอกจากจะทำให้น้ำสกปรกแล้วยังไม่รู้ว่าจะมีเชื้อโรคหรือไม่ ก็อยากฝากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาตรวจสอบและเก็บออก เพราะน้ำดังกล่าวก็ใช้ผลิตประปาทั้งอุปโภคบริโภค ทั้งนี้ยังได้ร้องขอให้ผู้ที่นำมาทิ้งได้หยุดพฤติกรรมดังกล่าวด้วย เพราะเป็นการสร้างความเดือดร้อนให้กับส่วนรวม &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสายฝน ระวังศรี &amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 3 ต.บ้านด่าน อ.บ้านด่าน ได้กล่าวภายหลังลงพื้นที่ตรวจสอบซากสัตว์ที่ถูกนำมาทิ้งในฝายน้ำล้นดังกล่าวว่า เบื้องต้นคาดว่าน่าจะเป็นซากหมู หรือวัว ของกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าตามตลาดนัด แต่ไม่รู้ว่าเพราะสาเหตุอะไรถึงได้นำมาทิ้งในน้ำแบบนี้ แต่เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องเพราะจะทำให้น้ำสกปรกหรืออาจจะมีเชื้อปนเปื้อนก็เป็นได้ และคาดว่าน่าจะลักลอบนำมาทิ้งตอนกลางคืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้น ก็ได้แจ้งให้ทางเทศบาล &amp;nbsp;และอำเภอได้รับทราบแล้ว เพื่อจะได้เร่งจัดเก็บออกจากแหล่งน้ำ พร้อมทั้งตรวจสอบหาที่มาของซากสัตว์ดังกล่าว ก็อยากฝากถึงผู้ที่นำมาทิ้งว่าไม่ควรจะทำแบบนี้เพราะน้ำดังกล่าวต้องใช้ผลิตประปาหล่อเลี้ยงทั้งสถานที่ราชการ สถานประกอบการ และประชาชนในพื้นที่ถึง 7 หมู่บ้าน โดยเฉพาะช่วงนี้ก็ประสบปัญหาภัยแล้งน้ำน้อยอยู่แล้ว ไม่ควรจะนำซากสัตว์มาทิ้งทำให้น้ำต้องสกปรกหรือเสี่ยงติดเชื้อโรคซ้ำเติมไปอีก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60125</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาวบ้านด่าน, ซากเครื่องใน, บุรีรัมย์, ประปา, ฝายน้ำล้น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200318/image_big_5e7173ad0fe95.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41506</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/07/2019 10:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/07/2019 10:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>น่าห่วง!น้ำโขงยังอยู่ระดับต่ำสันดอนทรายผุดพรึ่บ!จนเดินข้ามไปฝั่งลาวได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ก.ค.2562 &amp;ndash; รายงานข่าวจากจังหวัดหนองคายแจ้งว่า ระดับน้ำในแม่น้ำโขงที่จังหวัดหนองคาย ยังคงมีระดับต่ำแม้วันนี้จะมีระดับเพิ่มขึ้น ระบบประปาเริ่มเข้าสู่สภาวะปกติหลังมีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำและต่อท่อดูดสูบน้ำดิบส่งโรงกรองน้ำ บางจุดมีสันดอนทรายเกิดขึ้นเป็นบริเวณกว้าง สามารถเดินข้ามได้จากฝั่งไทยไปยังดอนในแม่น้ำโขงของ สปป.ลาว นอกจากนี้ยังมีประชาชนทั้งสองฝั่งโขงลงมาเล่นน้ำที่หาดทรายกันอย่างสนุกสนาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระดับน้ำในแม่น้ำโขงที่ไหลผ่านจังหวัดหนองคาย วันนี้ยังคงมีระดับต่ำ แม้ว่าระดับจะเพิ่มขึ้นเกิน 1 เมตรแล้วหลังจากที่มีระดับต่ำกว่า 1 เมตรติดต่อกันมาหลายวัน ล่าสุดวัดที่ส่วนอุทกวิทยาหนองคาย กรมทรัพยากรน้ำ มีระดับอยู่ที่ 1.30 เมตร ต่ำกว่าตลิ่งถึง 10.90 เมตร เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของเมื่อวานนี้ 35 ซม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการที่ระดับน้ำโขงยังมีระดับต่ำ ทำให้มีแก่งหิน สันดอนทราย และหาดทรายเกิดขึ้นเป็นบริเวณกว้างหลายจุดทั้ง 6 อำเภอที่อยู่ติดกับแม่น้ำโขง เริ่มตั้งแต่อำเภอสังคม อำเภอศรีเชียงใหม่ อำเภอท่าบ่อ อำเภอเมือง อำเภอโพนพิสัย และอำเภอรัตนวาปี และพบว่าบางจุดสามารถเดินจากฝั่งไทยข้ามไปยังดอนที่อยู่ในแม่น้ำโขง ของ สปป.ลาวได้ โดยเฉพาะที่บริเวณบ้านหม้อ ตำบลบ้านหม้อ ชาวบ้านสามารถเดินทางฝั่งไทยไปยังดอนชิงชู้ที่เป็นดอนขนาดใหญ่ของ สปป.ลาวได้ น้ำโขงจะไหลอ้อมดอนชิงชู้ด้านที่ติดฝั่ง สปป.ลาว ซึ่งบนดอนแห่งนี้จะมีชาวลาวเข้ามาทำการเกษตรอยู่เป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ยังพบว่ามีประชาชนทั้งชาวไทยและชาวลาวลงมาที่หาดทรายแม่น้ำโขงที่เกิดขึ้นหลายจุดเพื่อคลายร้อนกันเป็นจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนสถานการณ์น้ำประปาในตัวเมืองหนองคาย ขณะนี้เริ่มเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว หลังจากการประปาส่วนภูมิภาคสาขาหนองคาย ได้มีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำและต่อท่อหัวดูดน้ำเรียบร้อยแล้วและเร่งสูบน้ำดิบส่งให้โรงกรองในตัวเมืองหนองคายและโรงกรองที่บ้านหนองบัว ตำบลปะโค ตลอด 24 ชั่วโมง.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41506</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประปา, สปป.ลาว, สันทราย, หนองคาย, แม่น้ำโขง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190721/image_big_5d33df7668f3b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
