<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>69177</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;ถกป.ย.ป.เมินคุย&#039;นิรโทษกรรม&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; นั่งหัวโต๊ะประชุม ป.ย.ป. วอน ส.ส.-ส.ว.เข้าใจยุทธศาสตร์ชาติ หลักเกณฑ์ของประเทศ ที่จะเดินหน้าต่อไปอย่างมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เพราะส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจ &amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; ชี้ไม่มีคุยเรื่องนิรโทษฯ เผยผลประชุมซูเปอร์บอร์ดปฏิรูปประเทศฯ พร้อมขับเคลื่อน-ปรับปรุงแก้ไข-ตรากฎหมายในระยะเร่งด่วน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2563 ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง หรือ ป.ย.ป. ครั้งที่ 1/2563 ได้กล่าวก่อนการประชุมว่า ในการประชุมวันนี้ ถือว่ามีความสำคัญมาก เพราะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการชุดต่างๆ ในครั้งที่ผ่านมา ซึ่งวันนี้จะต้องปรับให้เข้ากับรูปแบบและกฎหมายในปัจจุบัน ให้เกิดความเหมาะสมกับสถานการณ์ โดยสิ่งที่มุ่งหวังคือ ทำอย่างไรให้ยุทธศาสตร์ชาติเดินหน้าต่อไปได้ตามหลักการที่วางไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจว่าอะไรคือยุทธศาสตร์ชาติ และประเทศชาติจะเดินหน้าไปด้วยดี ก็ขึ้นอยู่กับ 6 กลุ่มงานยุทธศาสตร์ วันนี้ไม่จำเป็นต้องรื้อทั้งหมด เพียงแต่แผนงานและรูปแบบปฏิบัติ ต้องทำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากในปัจจุบัน โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจ ความขัดแย้งในภูมิภาคต่างๆ ของโลก ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องอธิบายให้เข้าใจ โดยเฉพาะบรรดา ส.ส. และ ส.ว.ต่างๆ ที่ต้องเข้าใจในสิ่งเหล่านี้ เพราะเป็นหลักการและ หลักเกณฑ์ของประเทศ ที่จะเดินหน้าต่อไปอย่างมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ให้สัมภาษณ์หลังประชุม ป.ย.ป.ว่า ที่ประชุมไม่ได้มีการพูดคุยเรื่องการนิรโทษกรรม ส่วนเรื่องการปรองดองนั้น เป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการอยู่แล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงขั้นตอนการขับเคลื่อนงานว่าจะเป็นแนวรูปแบบใด พล.อ.ประวิตรปฏิเสธที่จะตอบคำถามดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางพงษ์สวาท กายอรุณสุทธิ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ในฐานะผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ย.ป. แถลงผลการประชุมว่า การทำงานของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ และคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ เมื่อกำหนดแผน กำหนดการทำงานทั้งหมด จะต้องลงไปสู่หน่วยปฏิบัติคือกระทรวง ทบวง กรม แต่ปัญหาอยู่ที่การขับเคลื่อนของกระทรวง ทบวง กรม จะมีหน่วยงานใดประสานเร่งรัดขับเคลื่อน ซึ่งคณะกรรมการ ป.ย.ป.จะเข้ามาทำหน้าที่ในส่วนนี้ เพื่อเป็นหน่วยงานที่ช่วยเหลือ สนับสนุน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในที่ประชุมได้มีการเสนอผลงานที่สำคัญของ ป.ย.ป.ที่ผ่านมา ทั้งการปรับปรุงกฎหมาย กฎระเบียบ การลดความเหลื่อมล้ำ การบูรณาการข้อสารสนเทศสำหรับผู้พิการ การป้องกันปัญหากลุ่มควันนำร่องที่จังหวัดเชียงใหม่ และปฏิรูประบบร้องเรียน ร้องทุกข์ของประเทศ โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบและรับทราบ โดยให้ดำเนินการเรื่องดังกล่าวต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางพงษ์สวาทเผยว่า ที่ประชุมมีการทบทวนคณะกรรมการทำงานต่างๆ เพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการปรองดอง จำนวน 14 ชุด โดยที่ประชุมได้มีมติยกเลิกคณะกรรมการทั้งหมด ซึ่งโดยสภาพทางกฎหมายถือว่าคณะกรรมการต่างๆ เหล่านี้สิ้นสุดลง เพราะเป็นการตั้งตามคำสั่งของนายกฯ ในรัฐบาลชุดก่อน ดังนั้นเมื่อมีการตั้งรัฐบาลชุดใหม่ สถานะทางกฎหมายจึงสิ้นสุดลง และที่ประชุมมีมติตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ขึ้นมา 1 ชุด คือคณะกรรมการดำเนินการปฏิรูปกฎหมายในระยะเร่งด่วน เพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศในส่วนที่ต้องมีการปรับปรุงแก้ไข หรือตรากฎหมายในระยะเร่งด่วน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีสภาผู้แทนราษฎร จะพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 ว่า ทางสภาแจ้งมาที่รัฐบาล และคณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบแล้ว หลังจากนี้ก็เตรียมไปชี้แจงเหมือนงบประมาณปกติ ส่วนกรอบเวลาที่วางไว้ 3 วันนั้น ไม่มีปัญหา ส่วนตัวคิดว่าพอ ถ้าไม่พอก็สามารถต่อได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 ว่า จากการที่นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กำหนดให้มีการประชุมในวันที่ 1-2กรกฎาคมนั้น การใช้เวลาเพียง 2 วัน เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 ที่มีวงเงินสูงถึง 3.3 ล้านล้านบาท มีความจำเป็นต้องมีเวลาอภิปราย และแสดงความเห็นมากพอสมควร จะต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า 3-4 วัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ ร่วมกับผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) เสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง เสียงเกษตรกร ต่อเงินกู้งบฟื้นฟูสี่แสนล้านบาท &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงความต้องการของเกษตรกรต่อรัฐบาลในการใช้เงินกู้เพื่อฟื้นฟูสี่แสนล้านบาท เพื่อประโยชน์ต่อเกษตรกร พบว่าส่วนใหญ่หรือร้อยละ 97.2 ต้องการให้อุดหนุนเกษตรกรรายย่อย ผู้ผลิตเกษตรปลอดภัยและเกษตรอินทรีย์ รองลงมาคือร้อยละ 96.9 ต้องการให้จัดตั้งกองทุนสร้างเกษตรรุ่นลูกหลานและแรงงานคืนถิ่น, &amp;nbsp;ร้อยละ 96.1 ต้องการใช้งบฟื้นฟูฯ ทำเกษตรผสมผสาน ตามทฤษฎีใหม่ ป่าสามอย่างประโยชน์สี่อย่าง, ร้อยละ 95.8 ต้องการกระจายงบฟื้นฟูฯ ให้ทั่วถึง ไม่ลงกลุ่มเดิมๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร้อยละ 95.3 ต้องการโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ระบบสูบน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์, ร้อยละ 94.6 ต้องการส่งเสริมการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรเป็นเกษตรอุตสาหกรรม, ร้อยละ 92.6 ต้องการ ส่งเสริมช่องทางขายสินค้าเกษตรออนไลน์แบบถ้วนหน้า และร้อยละ 90.8 ต้องการสนับสนุนชุมชนเป็นเจ้าของโรงงานแปรรูปผลผลิตเกษตรและพลังงานชีวมวล เกษตร โรงไฟฟ้าชุมชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่น่าพิจารณาคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 81.2 ระบุไม่มีส่วนร่วมในการจัดทำโครงการขอใช้เงินกู้เพื่อฟื้นฟูสี่แสนล้านบาทเลย ในขณะที่เพียงร้อยละ 18.8 เท่านั้นระบุมีส่วนร่วม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่น่าสนใจคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 72.9 ต้องการค่อนข้างมากถึงมากที่สุดในการมีส่วนร่วมในการตรวจสอบการใช้เงินกู้งบฟื้นฟูสี่แสนล้านบาท ในขณะที่ร้อยละ 27.1 ต้องการค่อนข้างน้อยถึงไม่ต้องการเลย ที่น่าเป็นห่วงคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 81.8 กังวลค่อนข้างมากถึงมากที่สุดอาจจะเกิดการทุจริตคอร์รัปชันในการใช้เงินกู้งบฟื้นฟูสี่แสนล้านบาท ในขณะที่ร้อยละ 18.2 กังวลค่อนข้างน้อยถึงไม่กังวลเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประพัฒน์กล่าวว่า สภาเกษตรกรแห่งชาติขอมีส่วนร่วมในการสนับสนุนรัฐบาลและสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ขับเคลื่อนการใช้งบฟื้นฟูเศรษฐกิจสี่แสนล้านบาทให้มีประสิทธิภาพก่อประโยชน์สูงสุดกับเกษตรกรในระดับฐานราก และในทิศทางข้างหน้า สภาเกษตรกรแห่งชาติจะได้ร่วมกับสำนักวิจัยซูเปอร์โพล ทำการสำรวจ วิจัย ติดตาม ความพึงพอใจของเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน ผอ.ซูเปอร์โพลกล่าวว่า ผลโพลชิ้นนี้ชี้ชัดว่าเกษตรกรส่วนใหญ่ส่งเสียงในผลโพลว่า ไม่ได้มีส่วนร่วมในการจัดทำโครงการขอใช้เงินกู้งบฟื้นฟูสี่แสนล้านบาท และส่งผลทำให้เกิดความกังวลต่อปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันในการใช้เงินกู้งบฟื้นฟูนี้ ที่มีการเร่งรัดในการจัดทำโครงการต่างๆ ที่อาจจะทำให้เม็ดเงินตกไม่ถึงมือเกษตรกรอย่างแท้จริง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69177</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์, พงษ์สวาท กายอรุณสุทธิ์, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, วิษณุ เครืองาม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200619/image_big_5eecafeae18b4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69132</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/06/2020 12:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/06/2020 12:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> โพลฉีกหน้า’new normal’เผยปชช.ไม่มีส่วนร่วมในการจัดทำโครงการขอใช้เงินกู้เพื่อฟื้นฟูสี่แสนล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 มิ.ย.63 &amp;ndash; ​ &amp;nbsp;นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ ร่วมกับ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) เสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง เสียงเกษตรกร ต่อเงินกู้งบฟื้นฟูสี่แสนล้านบาท กรณีศึกษาตัวอย่างเกษตรกรทั่วประเทศ โดยดำเนินการเก็บข้อมูลแบบผสมผสาน (Mixed Method) ทั้งการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ การลงพื้นที่และการเก็บข้อมูลในโลกโซเชียลทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) จำนวน 1,484 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 15 &amp;ndash; 18 มิ.ย.ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงความต้องการของเกษตรกรต่อรัฐบาลในการใช้เงินกู้เพื่อฟื้นฟูสี่แสนล้านบาท เพื่อประโยชน์ต่อเกษตรกร พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 97.2 ต้องการให้อุดหนุนเกษตรกรรายย่อย ผู้ผลิตเกษตรปลอดภัยและเกษตรอินทรีย์ รองลงมาคือร้อยละ 96.9 ต้องการให้จัดตั้งกองทุนสร้างเกษตรรุ่นลูกหลานและแรงงานคืนถิ่น ร้อยละ 96.1 ต้องการใช้งบฟื้นฟูฯ ทำเกษตรผสมผสาน ตามทฤษฎีใหม่ ป่าสามอย่างประโยชน์สี่อย่าง ร้อยละ 95.8 ต้องการกระจายงบฟื้นฟูฯ ให้ทั่วถึง ไม่ลงกลุ่มเดิม ๆ ร้อยละ 95.3 ต้องการโครงสร้างพื้นฐานเช่น ระบบสูบน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ ร้อยละ 94.6 ต้องการส่งเสริมการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรเป็นเกษตรอุตสาหกรรม ร้อยละ 92.6 ต้องการ ส่งเสริมช่องทางขายสินค้าเกษตรออนไลน์แบบถ้วนหน้า และร้อยละ 90.8 ต้องการ สนับสนุน ชุมชนเป็นเจ้าของโรงงานแปรรูปผลผลิตเกษตรและพลังงานชีวมวล เกษตร โรงไฟฟ้าชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่าพิจารณาคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 81.2 ระบุไม่มีส่วนร่วมในการจัดทำโครงการขอใช้เงินกู้เพื่อฟื้นฟูสี่แสนล้านบาทเลย ในขณะที่เพียงร้อยละ 18.8 เท่านั้น ระบุมีส่วนร่วม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่าสนใจคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 72.9 ต้องการค่อนข้างมากถึงมากที่สุดในการมีส่วนร่วมในการตรวจสอบการใช้เงินกู้งบฟื้นฟูสี่แสนล้านบาท ในขณะที่ร้อยละ 27.1 ต้องการค่อนข้างน้อยถึงไม่ต้องการเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่าเป็นห่วงคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 81.8 กังวลค่อนข้างมากถึงมากที่สุดอาจจะเกิดการทุจริตคอร์รัปชันในการใช้เงินกู้งบฟื้นฟูสี่แสนล้านบาท ในขณะที่ ร้อยละ 18.2 กังวลค่อนข้างน้อยถึงไม่กังวลเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ กล่าวว่า สภาเกษตรกรแห่งชาติขอมีส่วนร่วมในการสนับสนุนรัฐบาลและสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติขับเคลื่อนการใช้งบฟื้นฟูเศรษฐกิจสี่แสนล้านบาทให้มีประสิทธิภาพก่อประโยชน์สูงสุดกับเกษตรกรในระดับฐานราก และในทิศทางข้างหน้าสภาเกษตรกรแห่งชาติจะได้ร่วมกับสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) ทำการสำรวจ วิจัย ติดตาม ความพึงพอใจของเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าวว่า ผลโพลชิ้นนี้ชี้ชัดว่า เกษตรกรส่วนใหญ่ส่งเสียงในผลโพลว่า ไม่ได้มีส่วนร่วมในการจัดทำโครงการขอใช้เงินกู้งบฟื้นฟูสี่แสนล้านบาทและส่งผลทำให้เกิดความกังวลต่อปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันในการใช้เงินกู้งบฟื้นฟูนี้ ที่มีการเร่งรัดในการจัดทำโครงการต่าง ๆ ที่อาจจะทำให้เม็ดเงินตกไม่ถึงมือเกษตรกรอย่างแท้จริง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69132</URL_LINK>
                <HASHTAG>การมีส่วนร่วมของประชาชน, งบฟื้นฟู4แสนล้าน, ซูเปอร์โพล, ดร.นพดล กรรณิกา, ประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200619/image_big_5eec4a9bc9572.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64394</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/04/2020 12:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/04/2020 12:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประธานสภาเกษตรฯห่วงเข้าร่วม CPTPP  เตือนเกษตรกรหากไม่ทำอะไรบางอย่าง อาชีพเกษตรล่มสลายแน่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 เม.ย.63 - นายประพัฒน์&amp;nbsp;ปัญญาชาติรักษ์&amp;nbsp;ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ&amp;nbsp;อัดคลิป&amp;nbsp;เตือนการเข้าร่วมCPTPP&amp;nbsp;หากเกษตรกรนิ่งเฉย&amp;nbsp;ไม่ทำอะไรบางอย่าง&amp;nbsp;เพื่อให้รัฐบาลรับรู้&amp;nbsp;ในที่สุดรัฐบาลก็จะเข้าใจว่า&amp;nbsp;ทุกคนเห็นด้วยกับรัฐบาล&amp;nbsp;และรีบไปเซ็นสัญญา&amp;nbsp;และท้ายที่สุดอาชีพเกษตรล่มสลายแน่นอนโดยเฉพาะผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการผูกขาดเมล็ดพันธุ์&amp;nbsp;จะต้องซื้อเมล็ดพันธุ์แพงขึ้น&amp;nbsp;และอาจถูกฟ้องร้องละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาจากบรรดาบริษัทข้ามชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประพัฒน์ยังกล่าวด้วยว่า&amp;nbsp;เกษตรกรที่เลี้ยงสุกรจะได้รับผลกระทบด้วย&amp;nbsp;อาจถึงขั้นต้องเลิกเลี้ยง&amp;nbsp;คนที่เป็นหนี้อาจถูกธนาคารฟ้อง&amp;nbsp;และอาชีพต่อเนื่องของเกษตรกรที่ปลูกพืชอาหารสัตว์ก็จะได้รับผลกระทบด้วย&amp;nbsp;นอกจากธนาคารต่างๆ&amp;nbsp;ก็ต้องเตรียมรับมือกับ&amp;nbsp;NPL&amp;nbsp;ที่พุ่งกระฉูด&amp;nbsp;หากผู้เลี้ยงสุกรต้องล่มสลาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติยังได้เรียกร้องให้เกษตรกรอย่าได้นิ่งเฉย&amp;nbsp;และต้องส่งเสียงเรียกร้องให้รัฐบาลได้รับรู้ถึงเรื่องนี้&amp;nbsp;(ซึ่งจะมีการประชุมคณะรัฐมนตรีในวันที่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;)&amp;nbsp;และต้องมีปฏิบัติการไปพร้อมกันด้วย&amp;nbsp;โดยบอกว่าถ้านิ่งเฉยอาชีพเกษตรกรล่มสลายแน่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64394</URL_LINK>
                <HASHTAG>CPTPP, ประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์, เกษตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200427/image_big_5ea667e7e79f7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47243</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/10/2019 17:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/10/2019 17:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;มอบนโยบายสภาเกษตรกรแห่งชาติ แหย่&#039;ประพัฒน์&#039;ไอ้ก้านยาว14 ตุลาทำกลับบ้านไม่ได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ต.ค 62 - &amp;nbsp;เมื่อเวลา 14.10 น. ที่ห้องมิราเคิล แกรนด์ บอลรูม เอ ชั้น 4 โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานพิธีมอบนโยบายแก่สภาเกษตรกรแห่งชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยพล.อ.ประยุทธ์ &amp;nbsp;กล่าวช่วงหนึ่งว่า วันนี้อาชีพเกษตรกรรมจะต้องมีการจัดระเบียบให้ดี ขอฝากคุณประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ &amp;nbsp;ด้วย และคณะกรรมการทุกคน ช่วยกันทำความเข้าใจง่ายๆ ให้เกษตรกร ซึ่งบางทีตนอาจจะพูดเยอะ และบางทีก็ฟังไม่ทันบ้าง ก็อย่าว่าตน ต้องขอโทษด้วยแล้วกัน เพราะตนต้องคิดเร็ว ทำให้บางทีพูดเร็วไป บางทีอาจจะเข้าใจยาก และมีหลายคนไม่อยากจะเข้าใจ ไม่รู้เป็นใคร เวลาลุงตู่พูดไม่เข้าใจ แปลกดี แต่ตนคิดว่าพวกเรามาด้วยกัน และเดินมาด้วยกันตลอด5ปีที่ผ่านมา และปีนี้เป็นการเริ่มต้นรัฐบาลเลือกตั้ง มีหลายอย่างที่เปลี่ยนแปลงไป ตนก็ต้องปรับตัวเหมือนกัน และตนก็ยังไม่มีปัญหาอะไรทั้งสิ้น ยังสามารถทำงานได้อยู่ และตนจะให้แนวทางสนับสนุนการทำงานกับพวกท่าน ซึ่งขณะนี้สภาเกษตรกรฯ ก็อยู่ในการขับเคลื่อนของนายกฯ อยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ กล่าวว่า หลังจากได้คุยกันคงไม่ใช่เรื่องเงินเรื่องทองอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของแผนงานโครงการต่างๆ สิ่งสำคัญสุดคือ พวกท่านจะเป็นกลไกกลางให้ตนในการสร้างความเข้าใจระหว่างรัฐบาลกับเกษตรกร ถ้าไม่มีกลไกนี้จะไปไม่ได้ แม้มีงบลงไปก็ทำไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;วันนี้สิ่งที่รัฐบาลกำลังทำคือ การตัดเสื้อเฉพาะตัวให้เกษตรกรแต่ละชนิด ทำการตลาดให้แต่ละชนิด ส่งเสริม สร้างมาตรการให้แต่ละชนิด แต่ละประเภท มันถึงจะโตไปพร้อมๆ กัน ทำให้ดีมาน ซัพพลายสอดคล้องกัน จะต้องตัดเสื้อให้ตรงตัว เพื่อใช้งบประมาณน้อยลง ใช้ผ้าให้น้อยลง จะได้เกิดประโยชน์สูงสุด ฉะนั้น วงจรภาคเกษตร พี่น้องเกษตรกรคือฐานราก รากแก้ว ผมไม่ได้ดูถูก ใครจะไปเรียกท่านอย่างอื่น ผมไม่เคยเรียก ท่านคือรากแก้วของแผ่นดิน ที่ยึดแผ่นดินของเราไว้จนทุกวันนี้ เกษตรกรทั้งนั้น ดังนั้นท่านคือคนส่วนใหญ่ที่อาศัยอยู่ในผืนแผ่นดินของประเทศ จะมีน้ำบ้างไม่มีน้ำบ้างก็อยู่กันมา ท่านคือผู้รักษาแผ่นดินมาโดยตลอด วันนี้ทำอย่างไรให้แผ่นดินผืนนี้เกิดประโยชน์สูงสุดด้วยการพัฒนา เรียนรู้ ปรับเปลี่ยน ไม่เช่นนั้นไม่ทันแน่ ลูกหลานจะลำบากกว่านี้ ถ้ายังทำแบบดั้งเดิม&amp;rdquo; นายกฯ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ช่วงที่ผ่านมา ประเทศเราเกิดสถานการณ์น้ำท่วม ฝนแล้ง ความขัดแย้ง แค่สามเรื่องก็แย่แล้ว วันนี้ยังเจอสงครามการค้า ความขัดแย้งในภูมิภาค ในโลกเข้าไปอีกซึ่งมีผลกระทบทั้งโลก ไม่ใช่ประเทศไทยไม่เกี่ยว ซึ่งเรื่องน้ำท่วมฝนแล้ง ความขัดแย้ง ซึ่งความขัดแย้งอยู่ที่เราทั้งหมด ถ้าเราไม่ฟังเขามากก็ไม่ขัดแย้งกับใคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;วันนี้ผมสบายใจมาหลายวัน เพราะผมไม่ได้อ่านหนังสือพิมพ์ ลองไม่อ่านแล้วรู้สึกดีมีความสุข มันไม่ไหว แต่ก่อนผมอ่านมากเพราะอยากรู้ แต่พออ่านไปอ่านมา แทนที่ผมจะได้อะไร แต่กลับไม่ได้อะไรเลย เพราะได้แต่ความโมโห สิ่งที่ผมทำมันไม่ใช่อย่างนี้ ไปคิดกันแบบนี้มันไม่ถูก แต่สื่อดีๆ ก็มีอยู่นะ นั่งอยู่ข้างหลังเยอะ เดี๋ยวมาเล่นงานผมอีก ขอโทษด้วย ต่างคนต่างต้องรักษาน้ำใจกันไว้บ้างก็แล้ว&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงหนึ่งนายกฯ ได้ชี้ไปยังนายประพัฒน์ เพราะเคยเป็นผู้เข้าร่วมกิจกรรมทางการเมืองของนักศึกษาในเหตุการณ์ 14 ตุลา 2516 และได้รับฉายว่า&amp;quot;ไอ้ก้านยาว&amp;quot;พร้อมระบุว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พี่ประพัฒน์ ทำให้ผมออกนอกโรงเรียนไม่ได้ เพราะเขาประท้วงกันอยู่บนถนน จำได้ว่าถือไม้ก้านยาวอยู่ แล้วมาเจอกันวันนี้ ก็แหย่กันมาตั้งนาน ตั้งแต่ผมเป็นหัวหน้าคสช. ท่านก็คงไม่โกรธผมหรอก เพราะชื่อเดียวกับพ่อผม วันนั้นมาแหย่ว่าท่านชื่อเดียวกับพ่อผม ท่านก็บอกว่าพ่อของเขาไม่เจตนาจะตั้งชื่อเขา ให้เหมือนชื่อพ่อผม ก็ทำให้ผมเลิกแหย่ท่าน และโมโหไม่ได้ ตอนนั้นท่านถือไม้ก้านยาว ผมก็เรียนนายร้อยปีสาม จะได้กลับบ้านก็ไม่ได้กลับ เพราะอีตาคนนี้แหละ ผมลืมหมดแล้ว แต่อย่าให้เกิดขึ้นอีกเลย ทุกอย่างไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น เราผ่านวันเวลากันมาเยอะพอสมควร 60-70 ปี เราเห็นประเทศไทยเป็นอย่างนี้มานานแล้ว เราต้องช่วยกันเปลี่ยนประเทศไทย ให้เป็นประเทศที่มีความสงบสุข มั่นคง สันติ และต้องช่วยกันพัฒนา อย่าไปเสียเวลากับเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง กับสิ่งที่มีคนพยายามทำให้ไม่เกิดประโยชน์กับเรา ต้องแก้ปัญหาที่ใกล้ตัว ปัญหาที่ไกลตัวก็เป็นไปตามกฎหมาย ไม่ใช่ปัดไปปัดมา แล้วก็โกรธ ทำให้ไม่ได้แก้ปัญหาตัวเอง นี่คือสิ่งที่เป็นอันตราย&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ กล่าวอีกว่า วันนี้ต่างประเทศก็ต้อนรับตนหมด ตนก็อธิบายไปหลายครั้ง ตั้งแต่เป็นหัวหน้าคสช. วันนี้ก็ยินดีกว่าเดิม เพราะเราเป็นประชาธิปไตย เลือกตั้งแล้ว เขาก็แถลงการณ์ยอมรับเราแล้ว จะเอาอะไรกันอีก ฉะนั้นเรื่องการเมืองก็ว่ากันไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมก็หวังที่ประชาชน ถ้ารักกันแบบนี้ ประเทศก็เดินหน้าไปได้ สิ่งที่รัก ไม่ใช่ให้มารักผม แต่ผมขอให้ประชาชนรักตัวเอง รักครอบครัว รักสังคม รักประเทศชาติ นี่คือสิ่งที่ผมหวัง ก่อนผมตายขอทำหน้าที่นี้เท่านั้นเอง นั่นคือหัวใจของผม หัวใจของอดีตชายชาติทหาร สี่สิบปีในชีวิตข้าราชการทหารของผมไม่เคยลืมความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัติรย์ และวันนี้ผมก็มาเป็นนายกฯ ก็มีคำว่าประชาชนเพิ่มเข้ามาด้วย เราจะต้องไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง&amp;rdquo; นายกฯกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47243</URL_LINK>
                <HASHTAG>บิ๊กตู่, ประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ไอ้ก้านยาว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191003/image_big_5d95ce8525bdd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43370</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/08/2019 18:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/08/2019 18:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;อนุทิน&quot; หารือสภาเกษตรกรฯ ปลูก-วิจัยกัญชาเพื่อเป็นตำรับยาตามกฎหมาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ส.ค.62- นายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ประชุมร่วมกับนายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ หารือความร่วมมือการปลูกพืชกัญชาส่งผลิตเป็นตำรับยาตามกฎหมาย รวมทั้งการวิจัย และพัฒนาสายพันธ์กัญชา โดยกล่าวว่า ในวันนี้ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ ได้มาหารือ ใน 4 ประเด็น คือ 1.ขั้นตอนการขออนุญาตให้เอื้อต่อภาคเกษตรกรที่ต้องมีการลงทุนเอง ทั้งในเรื่องโรงเรือนปลูก รั้วกั้นขอบเขต การเก็บรักษา 2.การวิจัย พัฒนา ไม่ถูกปิดกั้นด้วยข้อกฎหมาย ซึ่งขณะนี้สามารถทำโครงการวิจัยโดยขออนุญาตได้ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) 3.เสรีกัญชาทางการแพทย์ ที่ต้องทำความเข้าใจกับประชาชนเรื่องการใช้และการครอบครอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กรมการแพทย์แผนไทยฯ ได้มีบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับสภาเกษตรกรแห่งชาติ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ฯ สกลนคร มีแหล่งปลูกกระจายทั้ง 4 ภูมิภาค ดังนี้&amp;nbsp;
1.ภาคเหนือ โดยสำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติ จ.ลำปาง ส่งมอบให้ รพ.สมเด็จพระยุพราชเด่นชัย จ.แพร่ และ รพ.ป่าซาง จ.ลำพูน 2.ภาคอีสาน โดยสำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติ จ.บุรีรัมย์ ส่งมอบให้ รพ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จ.สกลนคร ส่งมอบให้รพ.พระอาจารย์ฝั้น อาจาโร จ.สกลนคร 3.ภาคกลางโดยสำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติ จ.กาญจนบุรี ส่งมอบให้ รพ.ดอนตูม จ.นครปฐม ศูนย์พันธุกรรมวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) ส่งกรมแพทย์แผนไทยฯ 4.ภาคใต้สำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติ จ.สุราษฎร์ธานี ส่งมอบให้ รพ.ท่าฉาง จ.สุราษฎร์ธานี โดยขณะนี้ ผ่านความเห็นชอบจากคณะอนุกรรมการฯ ควบคุมยาเสพติดให้โทษ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กระทรวงสาธารณสุขได้ดำเนินการปลดล็อคในข้อกฎหมายที่อยู่ในการดูแลของกระทรวง เพื่อให้นำมาใช้ประโยชน์ ในด้านการรักษา หากได้ผลดีก็จะพัฒนาและต่อยอดเพื่อใช้ประโยชน์ในด้านอื่นๆ ทั้งนี้ จะไม่ให้กระทบต่อสุขภาพของผู้ใช้ เนื่องจากกัญชามีทั้งคุณและโทษต้องอยู่ภายใต้การควบคุม ซึ่งไม่อยากเห็นภาพคนในประเทศเรา นำกัญชาไปใช้ในทางที่ผิดหรือนำกัญชาไปต่างประเทศแล้วโดนจับ&amp;rdquo; นายอนุทิน กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะกรรมการยาเสพติดให้โทษว่า ในที่ประชุมได้พิจารณา นำกัญชามาใช้เสรีทางการแพทย์เพื่อให้ประชาชนเกิดความมั่นใจในคุณภาพและมาตรฐาน ในเรื่องโรงงานที่ผลิต การปลูก และการนำไปใช้กับผู้ป่วยเหมาะสมกับอาการเจ็บป่วย และที่ประชุมยังได้รับรองตำรับหมอพื้นบ้าน 2 ท่าน คือ ตำรับจอดกระดูก ของนายนาด ศรีหาตา หมอพื้นบ้าน จ.กาฬสินธุ์ และตำรับน้ำมันกัญชา ของนายเดชา ศิริภัทร ประธานมูลนิธิข้าวขวัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายแพทย์ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวว่าในวันนี้ที่ประชุมได้อนุญาตการปลูกกัญชาเพิ่มอีก 3 แห่ง 1.รพ.อภัยภูเบศร ในกัญชาที่มี ซีบีดี สูง 2.โรงพยาบาลคูเมือง จ.บุรีรัมย์ และ 3.แพทย์แผนไทยรวมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ด้านกัญชง จะคลายล็อคให้กัญชงเป็นพืชเศรษฐกิจและมีมูลค่าเพิ่ม ให้สามารถนำกัญชง ที่มีทีเอชซีอยู่ในผลิตภัณฑ์น้อยกว่า 0.2 สามารถนำมาใช้ในอุตสาหกรรม การผลิตอาหาร การผลิตเครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ได้เพิ่มขึ้น ทั้งหมดนี้เป็นการเห็นชอบในหลักการเท่านั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43370</URL_LINK>
                <HASHTAG>#กัญชาเพื่อการแพทย์, นายอนุทิน  ชาญวีรกูล, ประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์, สภาเกษตรกรแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190813/image_big_5d52a207406c9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27735</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/01/2019 22:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/01/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ม.44เลิก&#039;สิทธิบัตรกัญชา&#039; ภท.ดันแคลิฟอร์เนียโมเดล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ใช้ ม.44 แก้กฎหมายจดสิทธิบัตรกัญชา เปิดทาง &amp;quot;อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา&amp;quot; สั่งยกเลิกคำขอรับสิทธิบัตรสารสกัดธรรมชาติกัญชาเป็นองค์ประกอบและสารที่มีโครงสร้างทางเคมีเดียวกัน มีผลบังคับใช้ทันที &amp;quot;ภูมิใจไทย&amp;quot; จัดเสวนากัญชาเสรี ย้ำสิทธิบัตรต้องเป็นของคนไทย ชูแคลิฟอร์เนียโมเดลเปลี่ยนหลังบ้านเป็นแปลงสายเขียว มั่นใจช่วยคนจนมีรายได้ 4.2 แสนต่อปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 28 ม.ค. ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 136 ตอนพิเศษ 25 ง เผยแพร่คำสั่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 1/2562 เรื่องการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยสิทธิบัตรและมาตรการด้านสิทธิบัตรเป็นกรณีพิเศษ โดยเนื้อหาส่วนสำคัญระบุว่า เป็นการสมควรที่จะกำหนดมาตรการด้านสิทธิบัตรเป็นกรณีพิเศษ เพื่อสนับสนุนและรองรับการอนุญาตให้นำกัญชามาวิจัยด้านการแพทย์ ซึ่งจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนและสังคมในวงกว้าง อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 265 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ประกอบกับมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 หัวหน้า คสช.โดยความเห็นชอบของ คสช.จึงมีคำสั่งดังต่อไปนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อ 1 เพื่อประโยชน์ในการพิจารณาตรวจสอบคำขอรับสิทธิบัตรตามคำสั่งนี้ การประดิษฐ์ดังต่อไปนี้ หากนำไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ ให้ถือเป็นการประดิษฐ์ ที่ไม่ได้รับความคุ้มครองตามมาตรา 9 (5) &amp;nbsp;แห่ง พ.ร.บ.สิทธิบัตร พ.ศ.2522 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.สิทธิบัตร (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2535 (1) การประดิษฐ์ที่มีกัญชา หรือสารสกัดธรรมชาติจากกัญชาเป็นองค์ประกอบ (2) สารที่มีโครงสร้างทางเคมีอย่างเดียวกันกับการประดิษฐ์ตาม (1) (3) เกลือ เอสเทอร์ และอีเทอร์ใดๆ ของสารตาม (2)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อ 2 เมื่อได้ประกาศโฆษณาคำขอรับสิทธิบัตรตามมาตรา 28 แห่ง พ.ร.บ.สิทธิบัตร พ.ศ.2522 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.สิทธิบัตร (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2542 สำหรับการประดิษฐ์ตามข้อ 1 แล้ว แต่ผู้ขอรับสิทธิบัตรไม่ได้ยื่นคำขอให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบการประดิษฐ์ ตามมาตรา 29 แห่ง พ.ร.บ.สิทธิบัตร พ.ศ.2522 หากปรากฏว่าคำขอรับสิทธิบัตรไม่ชอบด้วยมาตรา 9 (5) แห่ง พ.ร.บ.สิทธิบัตร พ.ศ.2522 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสิทธิบัตร (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2535 ให้อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา สั่งยกคำขอรับสิทธิบัตร หรือสั่งให้ผู้ขอรับสิทธิบัตร ตัดข้อถือสิทธิที่เป็นการประดิษฐ์ดังกล่าวภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่งของอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อ 3 สิทธิของผู้ทรงสิทธิบัตรตามมาตรา 36 แห่ง พ.ร.บ.สิทธิบัตร พ.ศ.2522 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสิทธิบัตร (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2535 ยังคงอยู่ภายใต้บังคับกฎหมายอื่นใดที่มีข้อกำหนดเกี่ยวกับการควบคุม ผลิต ใช้ จำหน่าย นำเข้า ส่งออก หรือครอบครองซึ่งกัญชา หรือกรรมวิธีใดไว้เป็นการเฉพาะ ต้องได้รับการอนุมัติ หรืออนุญาตตามกฎหมาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อ 4 ในกรณีที่กฎหมายว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ มีการแก้ไขเพิ่มเติม เพื่อให้นำกัญชาไปทำการศึกษาวิจัยเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ได้ ให้ข้อ 1 และ ข้อ 2 ของคำสั่งนี้เป็นอันยกเลิก นับแต่วันที่กฎหมายดังกล่าวมีผลใช้บังคับ ทั้งนี้ ให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำขอรับสิทธิบัตรที่ได้ยื่นไว้แล้วตามหลักเกณฑ์ วิธีการและขั้นตอนตามข้อ 1 และ 2 จนกว่าจะเสร็จ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อ 5 ให้ยกเลิกความในมาตรา 30 แห่ง พ.ร.บ.สิทธิบัตร พ.ศ.2522 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน &amp;nbsp;&amp;quot;มาตรา 30 เมื่อได้ประกาศโฆษณาตามมาตรา 28 และขอรับสิทธิบัตรได้ยื่นคำขอให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบการประดิษฐ์ตามมาตรา 29 แล้ว หรือในกรณีที่มีการคัดค้านตามมาตรา 31 ถ้าปรากฏว่าคำขอรับสิทธิบัตรนั้นไม่ชอบด้วยมาตรา 5 มาตรา 9 มาตรา 10 มาตรา 11 หรือมาตรา 14 ให้อธิบดีสั่งยกคำขอรับสิทธิบัตร และให้เจ้าหน้าที่แจ้งคำสั่งไปยังผู้ขอรับสิทธิบัตร รวมทั้งผู้คัดค้านในกรณีที่มีการคัดค้านตามมาตรา 31 และให้ประกาศโฆษณาคำสั่งนั้นตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อ 6 คำสั่งนี้ให้ใช้บังคับกับคำขอรับสิทธิบัตร ที่ได้ยื่นไว้ก่อนวันที่คำสั่งนี้มีผลใช้บังคับ และยังอยู่ระหว่างการพิจารณาตามสิทธิบัตร พ.ศ.2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติมด้วย ข้อ 7 ในกรณีที่เห็นสมควร &amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีอาจเสนอให้ คสช.แก้ไขเปลี่ยนแปลงคำสั่งนี้ได้ ข้อ 8 คำสั่งนี้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป สั่งวันที่ 28 ม.ค.2562&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนที่จะมีคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 1/2562 เรื่องการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยสิทธิบัตรและมาตรการด้านสิทธิบัตรเป็นกรณีพิเศษ ประกาศออกมา ในเวลา 13.00 น. พรรคภูมิใจไทย (ภท) จัดการเสวนาในหัวข้อ &amp;quot;โอกาสของกัญชาไทย มิติเศรษฐกิจ และการแพทย์&amp;quot; โดยมีนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย, นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ, นพ.สมยศ กิตติมั่นคง ผู้เขียนหนังสือกัญชา คือ ยารักษามะเร็ง และนายบัณฑูร นิยมาภา หรือหมอตู้ ปราชญ์ชาวบ้านด้านกัญชา ร่วมเสวนา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยวงเสวนาเห็นว่า กฎหมายดังกล่าวยังไม่ครอบคลุมศักยภาพด้านอื่นของพืชกัญชา เพราะหากเปิดให้ประชาชนสามารถปลูกกัญชาได้อย่างเสรี กัญชาจะกลายเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ที่สามารถแก้ปัญหาความยากจนของคนไทย และเชื่อว่าภายในระยะเวลา 5-10 ปีจะทำให้เกษตรกรไทยปลดหนี้ &amp;nbsp;เพราะกัญชาสายพันธุ์ไทยถือว่ามีคุณภาพดีเป็นอันดับ 1 ของโลก และสภาพภูมิประเทศของไทยเอื้ออำนวยต่อการปลูกกัญชา จึงมีความฝันว่าอยากเห็นประเทศไทยเป็นศูนย์กลางกัญชาโลก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศักดิ์สยามกล่าวว่า สิทธิบัตรกัญชาควรเป็นของคนไทยทั้งประเทศ โดยรัฐบาลต้องเป็นผู้รับจดสิทธิบัตร ดังเช่นแคลิฟอร์เนียโมเดล ที่ประชาชนมีสิทธิถือครองกัญชาจำนวน 6 ต้นต่อครอบครัว ในราคาต้นละประมาณ 30 บาท โดยไปขอจากรัฐบาล ซึ่งมีการประเมินว่ากัญชา 1 กิโลกรัมมีราคา &amp;nbsp;70,000 บาท เมื่อ 1 ครอบครัวปลูก 6 ต้น ก็จะมีรายได้ 420,000 บาทต่อปี แต่หากผู้ใดประสงค์จะดำเนินการในเชิงพาณิชย์ รัฐบาลต้องมีการเปิดประมูลเช่นเดียวกับการประมูลคลื่นสัญญาณโทรศัพท์มือถือเพื่อให้ผลประโยชน์ตกแก่ประเทศ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พรรคภูมิใจไทยได้ร่างกฎหมายแก้ไข พ.ร.บ.ยาเสพติด 2522 เสร็จเรียบร้อยแล้ว มีสาระสำคัญคือให้มีการปลูกกัญชาได้เสรี ซึ่งหากพรรคภูมิใจไทยได้เป็นแกนนำรัฐบาลก็จะผลักดันกฎหมายดังกล่าวทันที หรือหากไม่ได้เป็นแกนนำ พรรคไหนที่จะชวนพรรคภูมิใจไทยเป็นรัฐบาลต้องรับนโยบายดังกล่าวด้วย และถ้าไม่รับเราก็ไม่ร่วม&amp;quot; เลขาฯ พรรคภูมิใจไทยระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นเดียวกับนายชัชวาลย์ คงอุดม หรือชัช เตาปูน หัวหน้าพรรคพลังท้องถิ่นไท กล่าวตอนหนึ่งระหว่างเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคใน 20 จังหวัดภาคอีสาน ที่โรงแรมลายทอง อ.เมืองอุบลราชธานี ว่าพรรคจะผลักดันนโยบายที่ดินของรัฐ 1 ล้านไร่ เพื่อให้รัฐบาลร่วมกับชุมชนจัดทำโครงการเพาะปลูกกัญชาและกระท่อม เพื่อผลิตเป็นอาหารปลอดภัยและสมุนไพร และจัดตั้งบริษัทตำบลฯ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นโยบายนี้จะสามารถสร้างรายได้ และส่งผลให้คนไทยมีอาหารและสมุนไพรปลอดภัยบริโภค พร้อมขยายผลสู่อาหารไทยไปทั่วโลก ที่สำคัญนโยบายนี้มั่นใจว่าจะสามารถสร้างรายได้ที่มั่นคงระดับชุมชน และเชื่อว่าจะสามารถนำคนอีสานกลับบ้านเกิดได้ภายใน 3 ปี จะมีคนอีสานได้กลับบ้านไม่น้อยกว่า 500,000 คน&amp;quot; หัวหน้าพรรคพลังท้องถิ่นไทกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายเกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง รองหัวหน้าพรรคท้องถิ่นไท กล่าวว่า พรรคมีแนวทางชัดเจนที่จะนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยแก้ไขปัญหาความยากจน ในอดีตที่ผ่านมาเป็นเพียงการให้ไม่เน้นการสร้างรายได้อย่างจริงจัง และเป็นต้นเหตุที่ทำให้คนไทยส่วนใหญ่ไม่หายจน โดยพรรคจะผลักดันความพร้อม ตั้งแต่ระบบการเพาะปลูก การประกันสินค้า การแปรรูป การตลาด และการเพิ่มกำลังซื้อสินค้าจากชุมชน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27735</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.สมยศ กิตติมั่นคง, บัณฑูร นิยมาภา, ประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ศักดิ์สยาม ชิดชอบ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190128/image_big_5c4f11bf9781a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
