<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>105225</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/06/2021 09:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/06/2021 09:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไมเนอร์ ฟู้ดฯ เร่งพนักงานฉีดวัคซีน ย้ำใน &#039;ภูเก็ต&#039; และ &#039;เกาะสมุย&#039; ฉีดครบ 100% แล้ว </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 มิ.ย. 2564 &amp;nbsp;นายประพัฒน์ เสียงจันทร์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ การระบาดของไวรัส Covid-19 ในปัจจุบัน &amp;nbsp;บริษัทฯ ได้ดำเนินการให้ความรู้ และแนวทางการลงทะเบียนเพื่อฉีดวัคซีนให้แก่พนักงานที่ให้บริการในร้าน รวมถึงพนักงานขับรถส่งอาหาร ทุกสาขาทั่วประเทศ เพื่อให้พนักงานได้ รับทราบข้อเท็จจริง และตระหนักถึงความสำคัญในการฉีดวัคซีน พร้อมเร่งดำเนินการโครงการ &amp;ldquo;Minor Food 100% Vaccinated Covid &amp;ndash; 19&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งในปัจจุบันเราได้เร่งรณรงค์ให้พนักงานทุกระดับฉีดวัคซีนอย่างเร็วที่สุด โดยบริษัทฯ มีจังหวัดนำร่องที่พนักงานของไมเนอร์ ฟู้ดฯ ได้รับการฉีดวัคซีนครบ 100% แล้วทุกแบรนด์ อย่างเช่นใน จังหวัดภูเก็ต &amp;nbsp;และ อำเภอเกาะสมุย โดยพนักงานที่ได้รับวัคซีนแล้วจะได้เข็มกลัดเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าทุกๆ คน และหากร้านได้รับวัคซีนครบ จะมีโปสเตอร์ติด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หน้าร้านว่า พนักงานร้านนี้ 100% ได้รับวัคซีนครบแล้ว จากเหตุการณ์นี้ ไม่ใช่แค่ปลอดภัยของตัวพนักงานแต่ยังส่งผลถึงครอบครัว และชุมชนที่พนักงานอยู่อาศัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อจากนี้ ไมเนอร์ ฟู้ดฯ ยังคงมุ่งเน้นมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดไวรัส COVID-19 อย่างเคร่งครัดและปฏิบัติเป็นแนวทางเดียวกัน เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ลูกค้าที่ใช้บริการ ทุกสาขาทั่วประเทศโดยมีรายละเอียดดังนี้
1. คัดกรองพนักงานทุกคนก่อนเข้าปฏิบัติงานในร้านทุกวัน และหากมีพนักงานเข้าข่ายมีอาการเบื้องต้นจะส่งพบแพทย์ทันที พร้อมเฝ้าระวังอาการอยู่ที่บ้านเป็นเวลา 14 วัน
2. ให้พนักงานที่ปฏิบัติงานใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา ในกรณีที่หน้ากาอนามัยไม่เพียงพอจะให้ความสำคัญแก่พนักงานที่ปฏิบัติหน้าที่ในการปรุงอาหารก่อน
3. ให้พนักงานทุกคนใส่ถุงมืออนามัยตลอดเวลาปฎิบัติงาน ล้างมือและฆ่าเชื้อด้วยแอลกอฮอล์เข้มข้น 70% ทุก 30 นาที ถึง &amp;nbsp;1 ชั่วโมง
4. ทำความสะอาดอุปกรณ์ทุกชิ้นที่ผ่านการสัมผัสด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ
5. ทำการจัดส่งแบบเว้นระยะห่าง (Social Distance) เพื่อเป็นการลดการแพร่กระจายของไวรัส และยืนห่างจากลูกค้าอย่างน้อย 2 เมตร ดูแลจนกว่าลูกค้าจะได้รับอาหารเรียบร้อย
6. แนะนำให้ลูกค้าชำระเงินด้วยบัตรเครดิต เพื่อลดการสัมผัส ซึ่งสามารถชำระผ่านบัตรเครดิตได้ทุกช่องทางการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สั่ง ทั้งโทร. 1112 เว็บไซต์ แอพพลิเคชั่น และในกรณีลูกค้าชำระด้วยเงินสด พนักงานจะโทรถามลูกค้าก่อนว่าชำระด้วยธนบัตรใด เพื่อเตรียมเงินทอนให้วางอยู่บนกล่องไปพร้อมกับการจัดส่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประพัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า &amp;nbsp;ลูกค้าสามารถใช้บริการดีลิเวอรีผ่านช่องทาง www.1112delivery.com หรือ แอพพลิเคชั่น 1112Delivery หรือ โทร. 1112Delivery และบริการ Drive-Thru ผ่านสถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศ ทั้งนี้บริษัทฯ ขอยืนยันในความมุ่งมั่นในดำเนินการป้องกันและควบคุม เพื่อความปลอดภัยของลูกค้า และพนักงานในทุกสาขาทั่วประเทศ และบริษัทฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเราจะร่วมกันก้าวผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน และเป็นกำลังใจให้แก่ทีมแพทย์พยาบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105225</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉีดวัคซีน, บริษัท ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป จำกัด (มหาชน), ประพัฒน์ เสียงจันทร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210604/image_big_60b9963a09656.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73225</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/08/2020 10:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/08/2020 10:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โครงสร้างพื้นฐานอีอีซีหนุนคอมมูนิตี้ ดันธุรกิจร้านอาหารขยายรับความเป็นเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ผลของการเชื่อมต่อด้านคมนาคมทางอากาศ อย่างการเชื่อมต่อสนามบิน ทำให้เกิดการเดินทางที่สะดวก และเกิดคอมมูนิตี้มอลล์ จะเห็นได้ว่ารูปแบบของการขยายเส้นทางรถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ ได้สร้างให้ความเป็นเมืองเกิดขึ้นในทำเลต่างๆ ยกตัวอย่างเช่น หน้าบ้านบางคนอาจเคยเป็นตึกแถวมาก่อน แต่หลังจากมีการขยายเส้นทางรถไฟฟ้า ก็ทำให้มีคอนโดฯ ร้านอาหาร มีผู้คนสัญจรไปมากันมากขึ้น โดยลักษณะของอีอีซีจะเป็นแบบนี้ มีการเดินทางที่สะดวก มีศูนย์การค้าต่างๆ ตามมา มีความหนาแน่นประชาคมเมือง ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทเองได้มีการเข้าไปเปิดสาขาในย่านนิคมอุตสาหกรรมอมตะนครและวังน้อย ก็มีกลุ่มลูกค้าที่เป็นพนักงานในโรงงานอุตสาหกรรมเข้ามาใช้บริการ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ของรัฐบาลส่งผลให้เมืองมีการขยายตัว โดยเฉพาะทุกทำเลที่มีโครงการ สำหรับการส่งเสริมโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ที่กำลังทำให้จังหวัดชลบุรี ฉะเชิงเทรา และระยอง เป็นที่ต้องการของนักลงทุนหลายราย เพื่อสร้างโอกาสให้กับธุรกิจของตัวเอง รองรับการเติบโตของภูมิภาคแห่งนี้ โดยหนึ่งในปัจจัยสี่ของผู้บริโภคคงเป็นกลุ่มธุรกิจร้านอาหาร ที่จะต้องเติบโตตามความเป็นเมืองอย่างแน่นอน ซึ่ง นายบุญยง ตันสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากการที่ Global COVID-19 Index (GCI) จัดให้ประเทศไทยเป็นอันดับ 1 จาก 184 ประเทศทั่วโลก ที่ฟื้นตัวของแต่ละประเทศจากสถานการณ์ของไวรัสโควิด-19 ซึ่งได้ตอกย้ำเรื่องของเวลเนสของการใช้ชีวิตในเมืองไทยจึงเป็นที่ต้องการมากขึ้น อาทิ ชาวญี่ปุ่นที่ค่อนข้างชอบเมืองไทยเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว รวมถึงฮ่องกงก็อยากใช้ชีวิตในเมืองไทยกันเป็นอย่างมาก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt; text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ โดยส่วนตัวมองว่าการส่งเสริมให้เกิดการลงทุนที่สร้างความสนใจแก่ผู้ประกอบการเข้ามาในไทยได้นั้น ต้องดูเรื่องค่าแรงและภาษี เนื่องจากคู่แข่งสำคัญของประเทศไทยในตอนนี้คือเวียดนาม หากไปดูเรื่องความสามารถในการแข่งขันก็ดีขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากรัฐบาลทำมาต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการผ่อนคลายกฎเกณฑ์บางอย่าง หรือแม้แต่ด้านภาษี ที่อยู่อาศัย การให้สิทธิประโยชน์ต่างๆ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;สิ่งที่ค่อนข้างเป็นห่วงคือนโยบายของรัฐที่ขาดความต่อเนื่อง ซึ่งรัฐบาลพยายามทำยุทธศาสตร์ชาติเพื่อสร้างความมั่นใจในระยะยาว เพื่อความต่อเนื่องและสามารถสานต่อนโยบายได้ แต่การเมืองต้องมีความมั่นคง ไม่หยุดชะงัก สำหรับการส่งเสริมอีอีซีก็คงต้องมาดูว่า มีส่วนไหนสามารถสร้างความสนใจแก่นักลงทุนได้บ้าง ไม่ว่าจะเป็นค่าแรง ที่อยู่อาศัย ภาษี มีความปลอดภัยด้านสุขภาพและการใช้ชีวิต ทำให้ต่างชาติมีความน่าสนใจมากขึ้น แต่ขณะเดียวกันภัยแล้งก็เป็นสิ่งที่น่าห่วงกับอีอีซี เพราะเหตุการณ์ในอดีตของการทำนิคมฯ ที่ต้องนำมาเป็นบทเรียน&amp;rdquo; นายบุญยงกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ธุรกิจอาหารขยายตัว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายบุญยงกล่าวว่า สำหรับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของอีอีซีเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับระบบซัพพลายเชน และเมื่อมีนักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติเดินทางเข้ามามากขึ้น ก็จะทำให้เกิดการสร้างงาน แน่นอนว่าย่อมเป็นผลดีต่อภาพรวมเศรษฐกิจไทยอยู่แล้ว โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมที่จะสามารถสร้างงานและรายได้มากขึ้น จากนั้นจะทำให้การขยายศูนย์การค้าไปยังพื้นที่ดังกล่าวในรูปแบบหลายแฟลตฟอร์ม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับ ผลของการเชื่อมต่อด้านคมนาคมทางอากาศ อย่างการเชื่อมต่อสนามบิน ทำให้เกิดการเดินทางที่สะดวก และเกิดคอมมูนิตี้มอลล์ จะเห็นได้ว่ารูปแบบของการขยายเส้นทางรถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ ได้สร้างให้ความเป็นเมืองเกิดขึ้นในทำเลต่างๆ ยกตัวอย่างเช่น หน้าบ้านบางคนอาจเคยเป็นตึกแถวมาก่อน แต่หลังจากมีการขยายเส้นทางรถไฟฟ้าก็ทำให้มีคอนโดฯ ร้านอาหาร มีผู้คนสัญจรไปมากันมากขึ้น โดยลักษณะของอีอีซีจะเป็นแบบนี้ มีการเดินทางที่สะดวก มีศูนย์การค้าต่างๆ ตามมา มีความหนาแน่นประชาคมเมือง ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทเองได้มีการเข้าไปเปิดสาขาในย่านนิคมอุตสาหกรรมอมตะนครและวังน้อย ก็มีกลุ่มลูกค้าที่เป็นพนักงานในโรงงานอุตสาหกรรมเข้ามาใช้บริการ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ล็อกดาวน์ต้องไม่สูญเปล่า &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนแนวโน้มธุรกิจร้านอาหารในตอนนี้ได้ก้าวเข้าสู่นิวนอร์มอลแล้ว บริษัทเองก็ได้มีการปรับตัว และทุกธุรกิจต้องมีการปรับตัว หลังจากมีการล็อกดาวน์ทำให้คนออกจากบ้านไม่ได้ เทคโนโลยีและดิจิทัลเป็นช่องทางรอดไม่ใช่ทางเลือก การทำงานในออฟฟิศบางแห่งคนเริ่มน้อยลง กลายมาเป็นเวิร์กฟรอมโฮม จากเดิมคนจะไปใช้บริการโคเวิร์กกิ้งสเปซ หรือพื้นที่ต้องจ่ายเงินทำงานก็ไม่จำเป็นอีกแล้ว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;นิวนอร์มอล (New Normal) ต้องดูในอุตสาหกรรมนั้นๆ&amp;nbsp; อย่างธุรกิจค้าปลีกเห็นได้ชัดว่าการซื้อขายผ่านออนไลน์มาแรง ห้างต้องลดขนาดและปรับตัว ร้านอาหารก็เป็นส่วนหนึ่งที่ต้องรองรับผู้คนมากมายเข้ามาใช้บริการ จึงต้องให้ความสำคัญด้านสุขอนามัยและยกระดับมาตรฐานความสะอาดด้านต่างๆ&amp;nbsp; มากขึ้น ทำให้แพลตฟอร์มออนไลน์เป็นทางรอดของธุรกิจ ซึ่งการล็อกดาวน์ที่ผ่านมาก็ได้เรียนรู้กันไปแล้ว ก็อย่าทำให้เสียของกับสิ่งที่เกิดขึ้น ต้องนำมาประยุกต์ใช้ ตอนนี้จะให้รอวัคซีนมาคงไม่ไหว หากมีการแพร่ระบาดรอบสอง ออนไลน์ต้องมาแน่นอน&amp;quot; นายบุญยงกล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะเดียวกัน การการกระจายความเสี่ยงสำคัญมาก การไปอยู่กับธุรกิจใดธุรกิจหนึ่ง อย่างการส่งออก ท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเครื่องยนต์กี่ตัวดับหมดในตอนนี้ เมื่อก่อนอาจจะมีการวางแผนระยะเอและบี แต่ตอนนี้ต้องมีซีและดี มีหลายกรณีรองรับได้หลายสถานการณ์ รวมถึงต้องมีแหล่งเงินสด หากไปกู้ลงทุนเกินตัว เป็นหนี้สินเยอะ ตอนนี้ก็คงแทบลุกไม่ขึ้น ต้องกลับมาดูเรื่องบริหารต้นทุน ใช้เครื่องมือทันสมัยมากขึ้น ความผิดพลาดน้อยลง ไม่จำเป็นต้องใช้แรงงานมากที่เป็นต้นทุน เพราะการกลับมาเปิดธุรกิจอีกครั้งไม่ใช่ทุกอย่างจะเหมือนเดิม ทุกอย่างต้องลีนหมด และต้องมีเทคโนโลยีเข้ามาเกี่ยวข้อง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;จัดทัพรับโควิด-19 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร บริษัท วี ฟู้ดส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า อีอีซีถือว่าเป็นทิศทางการทำธุรกิจสมัยใหม่ แต่ความกังวลคงเป็นเรื่องหลังสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จบลง ที่อาจจะไม่ได้เป็นเหมือนวางแผนไว้ก่อนหน้านี้ ตอนนี้อาจจะมีการควบคุมผู้ป่วยได้ดีในประเทศไทย แต่ขณะเดียวกันก็ยังต้องพึ่งพาต่างประเทศและท่องเที่ยว อยู่ที่ว่าจะสร้างเศรษฐกิจภายในได้ดีแค่ไหน แน่นอนว่าโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวกับอีอีซี จะเป็นผลดีกับธุรกิจเดลิเวอรี จะช่วยลดเรื่องต้นทุนได้ส่วนหนึ่ง จากคมนาคมที่สะดวก แต่ในขณะเดียวกันภาคของธุรกิจอาหารนั้น รัฐบาลต้องมองว่าจะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มได้อย่างไรจากความแข็งแกร่งที่มี เพราะจริงๆ แล้วภาคอาหารและการเกษตรก็เป็นอีกหนึ่งเซ็กเตอร์หลัก อยากให้สนับสนุนสิ่งเหล่านี้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากนิวนอร์มอล (New Normal) ที่เกิดขึ้น ทำให้บริษัทต้องมีการปรับแนวทางการดำเนินธุรกิจ เพื่อมุ่งไปสู่ New V Foods โดยจะเน้นให้ความสำคัญกับ Plant-Based เป็นหลัก&amp;nbsp; จากเดิมที่ทำตลาดในผลิตภัณฑ์กลุ่มข้าวโพดหวาน หรือเป็น Healthy Food and Beverage ซึ่งการหันมาโฟกัส Plant-Based นั้น จะทำให้สามารถเติมเต็มพอร์ตของสินค้าได้กว้างมากขึ้น เนื่องจากที่ผ่านมาผู้บริโภครับรู้ว่าเป็นสิ่งที่ดีต่อสุขภาพ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การจะมุ่งสู่ New V Food ยังต้องมาดูเรื่องการทำงานของบริษัท ที่จะมีการรับโครงสร้างองค์กร เพื่อความยืดหยุ่นและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานมากขึ้น โดยพนักงานจะมีทั้งคนที่ต้องเวิร์กฟรอมโฮม และบางส่วนต้องเข้ามาทำงานในสำนักงานบางวัน และในช่วงวิกฤติโควิด-19 ที่ผ่านมาก็ปรับลดเงินเดือนผู้บริหาร เนื่องจากยอดขายตกไปช่วง 3 เดือนที่เกิดเหตุการณ์ หรือประมาณ 30% ที่หายไป รวมถึงยังได้ลดต้นทุนด้านต่างๆ เพื่อบริหารสภาพคล่องและการเงิน แม้ว่าในช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาสถานการณ์จะดีขึ้น แต่ยอดขายก็ยังไม่กลับมาเท่าเดิม นอกจากนี้ ยังปรับเรื่องของช่องทางจำหน่ายให้หลากหลายมากขึ้น จากปัจจุบันสัดส่วนจากร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่นประมาณ 95% ร้านโมเดิร์นเทรดและร้านจำหน่ายอาหารเพื่อสุขภาพอีก 4% ออนไลน์และเดลิเวอรี 1% &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;สร้างแพลตฟอร์มหลากหลาย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายประพัฒน์ เสียงจันทร์ รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)&amp;nbsp; กล่าวว่า ไมเนอร์ ฟู้ด ได้เสริมความพร้อมของการดำเนินงานในครึ่งปีหลัง 2563 หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการยกระดับบริการเดลิเวอรีเพื่อความแข็งแกร่ง ผ่านการพัฒนาแพลตฟอร์มการสั่งอาหารออนไลน์ บริษัทมียอดขายเดลิเวอรีโตขึ้นถึงสามเท่าจากช่องทางเดียวกันของปีก่อน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะเดียวกัน ยังต้องพัฒนาเมนูใหม่ๆ เพื่อดึงดูดผู้บริโภค ผ่านการนำผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่แล้วมาพัฒนาทางด้านนวัตกรรมให้เกิดผลิตภัณฑ์ใหม่ รวมถึงการใช้ช่องทางการตลาดที่มีประสิทธิผล การออกแคมเปญการตลาดที่มีความสร้างสรรค์ ดึงดูดลูกค้าได้ดี จุดประสงค์ของแผนนี้คือเพื่อเพิ่มความสามารถในการทำกำไรให้กับบริษัท พร้อมกันนี้ยังมีโมเดลร้านรูปแบบคีออส เป็นการให้บริการแกร็บแอนด์โกที่สามารถสร้างรายได้ โดยจะตั้งร้านอยู่ใกล้กับความสะดวกของผู้บริโภคมากขึ้น รวมถึงการพัฒนาโมเดลครัวกลางรูปแบบใหม่ให้บริการที่ สะดวก ใกล้บ้าน ซึ่งแพลตฟอร์มนี้ช่วยให้ลูกค้าที่สั่งอาหารแบบเดลิเวอรีได้รับอาหารรวดเร็วขึ้น สดร้อนเหมือนมีเชฟมาปรุงให้ที่บ้าน ด้วยที่ตั้งสาขาใกล้บ้านในระยะ 3 กิโลเมตร &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;โควิดหนุนธุรกิจอาหารโต &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; Krungthai COMPASS มองว่ามีปัจจัยสำคัญที่จะเป็นแรงผลักดันให้ธุรกิจอาหารไทยยังเติบโตได้ในยุควิกฤติโควิด-19 หลายด้าน ทั้งจากการที่ผู้บริโภคใส่ใจสุขภาพมากขึ้น และให้ความสำคัญกับคุณค่าและประโยชน์ของสารอาหาร จะเป็นโอกาสของธุรกิจอาหารในกลุ่มออร์แกนิกส์ และกลุ่มฟังก์ชันนอลฟู้ด โดยเฉพาะอาหารในกลุ่มที่เสริมภูมิคุ้มกันให้ร่างกายและกลุ่มที่ช่วยย่อยอาหารและระบบขับถ่าย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ ความกังวลการระบาดของโควิด-19 ในประเทศ ทำให้ประชาชนต้องกักตัวอยู่บ้าน ส่งผลให้ผู้บริโภคส่วนใหญ่หันมาประกอบอาหารรับประทานเองที่บ้านมากขึ้น&amp;nbsp; พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่เน้นเรื่องความสะดวกรวดเร็ว จึงเป็นโอกาสของผู้ประกอบการในกลุ่มเครื่องปรุงรสสำเร็จรูป การเติบโตของธุรกิจฟู้ดเดลิเวอรี จะเป็นปัจจัยเสริมให้ธุรกิจเครื่องปรุงรสเติบโตมากขึ้น เช่นเดียวกับการส่งออกเครื่องปรุงรสของไทย ซึ่งคาดว่าในปีนี้จะเติบโตต่อเนื่องจากความกังวลในหลายประเทศที่อาจต้องกลับมาใช้มาตรการล็อกดาวน์อีกครั้ง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การระบาดของโควิด-19 ทำให้ผู้บริโภคมีความกังวลด้านสุขภาพมากขึ้น อีกทั้งความกังวลจากการติดต่อของเชื้อโรคจากสัตว์สู่คน ซึ่งจะเป็นปัจจัยเร่งการเติบโตของธุรกิจอาหารโปรตีนจากพืช (Plant-Based Food) โดยจากการสำรวจของ The Beet ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับอาหารสุขภาพ พบว่า มีผู้บริโภคในสหรัฐถึง 23% เลือกที่จะบริโภคอาหารโปรตีนจากพืชมากขึ้นในช่วงการระบาดของโควิด-19 แต่มีผู้บริโภคเพียง 12% ที่เลือกจะบริโภคโปรตีนจากเนื้อสัตว์เพิ่มขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม้โควิด-19 จะเป็นโอกาสสำหรับธุรกิจอาหารในหลากหลายกลุ่ม แต่เป็นที่แน่นอนว่าในอนาคตจะมีผลิตภัณฑ์ อาหารใหม่ๆ ออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว รวมทั้งคู่แข่งรายใหม่ที่เข้าสู่ตลาดอย่างต่อเนื่องเช่นกัน ผู้ประกอบการจึงต้องให้ความสำคัญกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์และเร่งนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต รวมทั้งตระหนักอยู่เสมอว่าผู้ที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วจะเป็นผู้นำในตลาดนี้ได้อย่างยั่งยืน. &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73225</URL_LINK>
                <HASHTAG>บริษัท ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป จำกัด (มหาชน), บุญยง ตันสกุล, ประพัฒน์ เสียงจันทร์, อีอีซี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200802/image_big_5f26bcf004f24.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56335</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/02/2020 10:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/02/2020 10:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เบอร์เกอร์คิง ลุยขยายสาขาเจาะทำเลแหล่งท่องเที่ยว </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.พ.2563 นายประพัฒน์ เสียงจันทร์ รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท เดอะ ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจร้านอาหารจานด่วนภายใต้แบรนด์ &amp;ldquo;เบอร์เกอร์คิง&amp;rdquo; เปิดเผยว่า แนวทางการทำตลาดในปี &amp;nbsp;2563 มุ่งเน้นการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง โดยวางเป้าหมายขยายสาขาปีละประมาณ 10-15 สาขา เทียบกับปีก่อนหน้าที่ขยายสาขาใหม่ไปแล้ว 11สาขาเป็นไปตามเป้าที่วางไว้ โดยเน้นในพื้นที่กรุงเทพฯ เพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่บริการมากขึ้น รวมถึงการขยายสาขาในรูปแบบสแตนด์อโลนตามหัวเมืองหลักในแหล่งท่องเที่ยว เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในกลุ่มนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยสาขาร้านเบอร์เกอร์คิงกว่า 40% เป็นร้านที่ตั้งอยู่ในแหล่งท่องเที่ยว อาทิ เชียงใหม่ ภูเก็ต กระบี่ และสมุย เป็นต้น &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ล่าสุดบริษัทได้เปิดสาขาร้านเบอร์เกอร์คิงแห่งใหม่ที่เกาะพีพี ตั้งอยู่บริเวณท่าเรืออ่าวต้นไทร จังหวัดกระบี่ ภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;เบอร์เกอร์หลักร้อย วิวหลักล้าน&amp;rdquo; สาขาดังกล่าวนับว่าเป็นสาขาที่มีวิวสวยที่สุดของร้านเบอร์เกอร์คิงในประเทศไทย บนพื้นที่ 210 ตร.ม. สามารถรองรับลูกค้าได้ 49 ที่นั่ง ปัจจุบันมีสัดส่วนลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ แบ่งเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวไทย 10% และนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 90% &amp;nbsp;รวมถึงยังทำการขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มใหม่ โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและวัยรุ่น ที่มีกำลังซื้อและมีรสนิยมในการบริโภคแฮมเบอร์เกอร์ จากเดิมที่มีฐานลูกค้าในกลุ่มวัยทำงานอายุระหว่าง 22-45 ปี รวมถึงให้ความสำคัญกับการสร้างแบรนด์เบอร์เกอร์คิงผ่านเมนูใหม่ที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ภาพรวมตลาดเบอร์เกอร์ของไทยปี 2562 ที่ผ่านมา มีมูลค่า 20,000 ล้านบาท โดยปัจจุบันเบอร์เกอร์คิงมีส่วนแบ่งการตลาด 12% มีสาขารวมทั้งสิ้น 116 สาขา มียอดขายปี 2562 ที่ผ่านมา ที่ 2,094 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโตอยู่ที่ 15% เทียบกับปีก่อน และยังมั่นใจว่าจากแผนงานในปีนี้จะทำให้บริษัทมีอัตราการเติบโตที่ 15-20% และหากขยายสาขาได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ จะทำให้ ณ สิ้นปี 2563 มีสาขารวมทั้งสิ้น 125 สาขา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56335</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขยายสาขา, ประพัฒน์ เสียงจันทร์, เดอะ ไมเนอร์ ฟู้ด, เบอร์เกอร์คิง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200205/image_big_5e3a323c1ab0c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
