<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>45604</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/09/2019 13:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/09/2019 13:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ประพันธุ์&#039; จี้สภาถอนญัตติอภิปรายปมถวายสัตย์ ศาล รธน.มีคำวินิจฉัยเด็ดขาดแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.ย.62 - นายประพันธุ์ คูณมี อดีตแกนนำเครือข่ายพันธมิตรประชานเพื่อประชาธิปไตย(พธม.) โพสต์เฟซบุ๊กว่า สภาผู้แทนราษฎร ต้องถอนญัตติ หยุดการอภิปรายทั่วไปเรื่องการถวายสัตย์ปฏิญาณ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 2560 มาตรา 211 วรรคท้ายบัญญัติว่า &amp;quot;คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญให้เป็นเด็ดขาด มีผลผูกพันรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล องค์กรอิสระ และหน่วยงานของรัฐ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น กรณีเรื่องญัตติเปิดอภิปรายทั่วไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 โดยไม่มีการลงมติ ของ สส. ฝ่ายค้าน กรณีเรื่องการถวายสัตย์ปฏิญาณของคณะรัฐมนตรี ก่อนเข้ารับหน้าที่ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 161 ตามที่สภาผู้แทนราษฎรได้บรรจุเป็นวาระการประชุมเพื่อเปิดอภิปราย ในวันที่ 18 กันยายน 2562 นั้น จึงมีปัญหาว่าสภาผู้แทนราษฎร ยังจะดำเนินการประชุมและเปิดให้มีการอภิปรายต่อไปอีกได้หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากพิจารณาตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา 211 ดังกล่าวแล้ว สภาผู้แทนราษฎร ย่อมมิอาจดำเนินการอภิปรายต่อไปได้ เพราะศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยแล้วว่า &amp;quot;การถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์เป็นการกระทำทางการเมือง(Political Issue) ของคณะรัฐมนตรีในฐานะที่เป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญฝ่ายบริหาร ในความสัมพันธ์เฉพาะกับพระมหากษัตริย์ อันอยู่ในความหมายของการกระทำของรัฐบาล (Act of Goverment)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกอบกับเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2562 เวลา 17.45 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้นายกรัฐมนตรี นำคณะรัฐมนตรีซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต หลังจากนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีกล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณจบ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานพระราชดำรัส เพื่อให้นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีได้น้อมนำไปเป็นแนวทางในการบริหารราชการแผ่นดิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และต่อมาเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2562 เวลา 09.00น. นายกรัฐมนตรีพร้อมคณะรัฐมนตรี ได้เข้ารับพระราชดำรัสในโอกาสเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ ซึ่งพระราชทานเป็นลายลักษณ์อักษร พร้อมทั้งทรงลงพระปรมาภิไธย โดยเข้ารับต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ ณ ห้องรับรอง ชั้น 5 ตึกบัญชาการ ทำเนียบรัฐบาล การถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์ดังกล่าว จึงไม่อยู่ในอำนาจการตรวจสอบขององค์กรตามรัฐธรรมนูญใด ศาลรัฐธรรมนูญจึงมีมติเป็นเอกฉันท์ มีคำสั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยเหตุดังกล่าว สภาผู้แทนราษฎร ย่อมไม่มีอำนาจตรวจสอบโดยการเปิดอภิปรายทั่วไปตามรัฐธรรมนูญ ดังเหตุผลที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น กรณีจึงมีเหตุสมควรที่ประธานสภาฯ จะได้มีคำสั่งให้ถอนญัตติดังกล่าวเสียจากวาระการประชุม ด้วยผลแห่งคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่เป็นเด็ดขาดและผูกพันต่อสภาผู้แทนราษฎรด้วย ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ มาตรา 211&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45604</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ, ถวายสัตย์, ประพันธุ์ คูณมี, ฝ่ายค้านอภิปราย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190912/image_big_5d79dcee98a03.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43607</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/08/2019 08:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/08/2019 07:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อยู่ดีไม่ว่าดี!&#039;ประพันธุ์&#039;ดีดปากกัปตันบินไทยบิดเบือน-โพสต์เอามันโยงม็อบฮ่องกงปิดสนามบินกับชุมนุมพันธมิตรฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ส.ค.62 - จากกรณีที่ผู้ใช้เฟซบุ๊ก M.L. Sarunsook Sooksawasdi หรือ ม.ล.ศรัณย์สุข สุขสวัสดิ์ กัปตันการบินไทย โพสต์ข้อความโยงผู้ชุมนุมชาวฮ่องกง กับเหตุการณ์ที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ชุมนุมที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และท่าอากาศยานดอนเมือง เพื่อเรียกร้องให้นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เมื่อปี 2551 โดยระบุว่า &amp;quot;อาหารดี ดนตรีเพราะ เวลานักการเมืองทะเลาะกัน ทำไมมันจะต้องมายึดสนามบินเป็นตัวประกันกันซะทุกที หัดไปยึดอย่างอื่นกันมั่งไม่ได้รึไง ตอนนี้สนามบินฮ่องกงก็ถูกจับไปเป็นตัวประกันอีกแล้ว แล้วไอ้คนที่เดือดร้อนกับเรื่องพวกนี้โดยตรง ก็พวกนักบินอย่างผมนี่แหละครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 พ.ย. 2551 ผมบินกลับมาจาก Brisbane กำหนดจะลงถึงกรุงเทพตอนเช้ามืดที่สนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งบนเครื่อง B-777 วันนั้น มีผู้โดยสารสามร้อยกว่าคน เราบินออกจาก Brisbane มาอย่างราบรื่นจนกระทั่ง พอเราเข้าเขตประเทศเวียดนามได้สักพัก เจ้าหน้าที่ควบคุมการจราจรทางอากาศ Ho Chi Minh Control เรียกขึ้นมา แล้วแจ้งว่า ขณะนี้สนามบินสุวรรณภูมิที่เครื่องเราจะไปลงได้ถูกผู้ก่อการจราจลยึดไว้ซะแล้วไม่สามารถจะไปลงได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และ Bangkok Control แนะนำว่าเรายังสามารถ Divert เครื่องไปลงที่ดอนเมืองได้ ซึ่งตอนนั้น เรายังมีอีกสองทางเลือก คือ ไปเชียงใหม่ หรืออู่ตะเภา แต่ผมก็คิดว่าถ้าลงกรุงเทพได้ ก็น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับผู้โดยสาร จึงแจ้งกลับไปว่าเราเลือกที่จะลงที่ดอนเมือง ซึ่งในตอนนั้นสนามบินดอนเมืองไม่ได้เปิดใช้งานสำหรับแอร์ไลน์เหมือนตอนนี้ แต่เราก็ยังสามารถใช้เป็นสนามบินสำรองในการลงได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรามาลงที่ดอนเมืองเป็นเครื่องแรกของเช้ามืดวันนั้น เครื่องเราถูกสั่งให้มาจอดที่ลานจอดทางด้านใต้ของสนามโดยไม่มีเจ้าหน้าที่มาดูแลเลยสักคน แล้วไม่มีข้อมูลเลยว่าจะให้ทำอย่างไรต่อไป เราดับเครื่องยนต์ และติดเครื่อง APU เพื่อใช้กับระบบไฟฟ้า และ ระบบแอร์บนเครื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พอฟ้าเริ่มสาง ก็มีเครื่องแอร์ไลน์ต่างๆทะยอยตามมาลงกันจนเต็ม ไม่เหลือที่จะให้เครื่องจอดอีกแล้ว เครื่องบินอื่นต้องหนีไปลง อู่ตะเภาบ้าง เชียงใหม่บ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้โดยสารร่วม 350 คน ถ้าต้องมานั่งอยู่บนเครื่องเฉยๆ แบบนั้น นานเข้า คงจะมีเรื่องโกลาหลแน่ ดังนั้นแทนที่จะใช้ระบบ PA พูดกับผู้โดยสารจากห้องนักบิน ผมตัดสินใจ ออกมายืนหน้าเคบิ้นให้ผู้โดยสารเห็นหน้า แล้วใช้ PA ที่หน้าเคบิน อธิบายเรื่องทุกอย่างให้ผู้โดยสารรับทราบ ซึ่งตอนนั้นผมยังไม่รู้เหมือนกันว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร เพราะแค่เราจะเอาผู้โดยสารลงจากเครื่อง เราก็ยังทำไม่ได้ เพราะไม่มีรถบันไดแล้วถึงจะลงได้ ก็ยังไม่มีรถรับผู้โดยสาร ไม่มีทั้งเจ้าหน้าที่ ตรวจคนเข้าเมือง และเจ้าหน้าที่ศุลกากร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมเดินทักทายกับผู้โดยสารจากหัวเครื่องยันท้ายเครื่อง และเมื่อปรึกษากับลูกเรือแล้ว ผมจึงบอกให้ลูกเรือเปิดประตูเครื่องออกทุกบาน เพื่อคลายความอึดอัด ภายในเครื่อง แล้วโชคดีที่อากาศเช้าวันนั้นเย็นสบายดีมากเพราะเริ่มเข้าหน้าหนาวแล้ว เราอนุญาตให้ผู้โดยสารลุกเดินไปมาได้ โดยให้ลูกเรือยืนเฝ้าอยู่ทุกประตู พร้อมทั้งขึงเชือกขวางประตูไว้ด้วย เพื่อกันไม่ให้ผู้โดยสาร พลัดตกตกลงไปข้างล่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พอตกสาย ทางการบินไทยก็เริ่ม ติดต่อประสานงาน ขอเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง และศุลกากร มาตั้งหน่วยงานชั่วคราวขึ้นที่ดอนเมืองเพื่อเตรียมรับผู้โดยสาร แล้วเคลื่อนย้ายเจ้าหน้าที่และอุปกรณ์สนับสนุนภาคพื้นจากสนามบินสุวรรณภูมิ มายังดอนเมือง ซึ่งขบวนการเหล่านี้ใช้เวลาอีกหลายชั่วโมง เมื่อหน่วยสนับสนุนภาคพื้นมาถึง เราก็ขอแซนวิชและน้ำเพิ่มเติม มาแจกจ่ายให้ผู้โดยสาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลายชั่วโมงผ่านไป น้ำมันสำหรับเครื่อง APU ใกล้จะหมด ต้องขอรถเติมเชื้อเพลิงมาเติมน้ำมันเพิ่ม แต่รถเติมมีอยู่ไม่กี่คัน ต้องรอคิวกันยาว เพราะจำนวนเครื่องที่ divert มาลง มีร่วม 30 ลำ ซึ่งในตอนหลังมีเครื่องอีกจำนวนมากที่ต้อง divert ไปลงประเทศอื่น เพราะสนามบิน เชียงใหม่และอู่ตะเภาก็เต็มหมดแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลูกเรือของเราแม้จะเหนื่อยแต่ก็ดูแลผู้โดยสารอย่างดีเยี่ยม ผู้โดยสารทั้งหมดอยู่ในความสงบ ไม่มีความวุ่นวายอะไรเลย นอกจากผู้โดยสารหญิงไทยคนหนึ่งที่นั่งร้องไห้อยู่ตลอดเวลา เพอร์เซอร์มารายงานว่า ผู้โดยสารท่านนี้รีบเดินทางกลับมาเมืองไทยอย่างเร่งด่วนเพราะแม่ป่วยหนักอยู่ใน ICU ต้องรีบกลับมาให้ทันดูใจแม่ แต่นี่มาถึงสนามบินแล้วแต่ไม่สามารถไปหาแม่ได้ แล้วไม่รู้ว่าจะต้องรออีกนานเท่าไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราปรึกษากันว่าจะหาทางช่วยกันอย่างไรดี แล้วในที่สุดก็เลยวิทยุบอกให้เจ้าหน้าที่ของเราติดต่อขอเบอร์โทรห้อง ICU แล้วใช้โทรศัพท์มือถือของลูกเรือ ให้ผู้โดยสารท่านนั้นคุยกับแม่ทางโทรศัพท์ได้เป็นที่เรียบร้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื่องจากรถและกระไดมีจำกัด การลำเลียงผู้โดยสารทำได้ทีละลำ เจ้าหน้าที่ภาคพื้นต้องกำหนดคิวในการลำเลียงคน ซึ่งแม้ว่าเราจะเป็นคิวต้นๆ แต่กว่าเราจะลงจากเครื่องได้ก็ใกล้เที่ยงเข้าไปแล้ว สะบักสะบอมครับ โดยเฉพาะพวกคิวหลังๆ นั้นกว่าจะได้ลงก็บ่ายสามบ่ายสี่เข้าไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีผู้โดยสารที่ออกมาได้ก่อนเรา สองสามเครื่องแต่คนเรามันจะดังซะอย่าง ตอนที่ผมกำลังเดินออกมา เป็นเวลาที่ผู้สื่อข่าวเพิ่งมาถึงสนามบิน พอเห็นผมเดินออกมา ก็วิ่งเอาไมค์มาจ่อปาก ขอสัมภาษณ์กันเป็นที่อุตลุด วันนั้นก็เลยได้เป็นดาราทีวีไปด้วยความจำเป็น แต่ก็โม้มากไม่ได้ เดี๋ยวเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ของบริษัทจะไม่มีงานทำ ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ ที่จริงเขามีระเบียบห้ามไว้ แต่ได้โชว์หน้าออกทีวีซะหน่อยก็ครึ้มพอแล้ว กลับถึงบ้านก็นอนสลบเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องการยึดสนามบินที่ฮ่องกง ยังไม่รู้ว่าจะจบลงท่าไหน ถ้าจีนแผ่นดินใหญ่เล่นบทโหด รายการนี้ก็อาจจบลงด้วยการนองเลือดได้ ไม่เหมือนคนไทยหรอกครับเราฆ่ากันเองไม่ได้ พี่น้องกันทั้งนั้น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามล่าสุดเมื่อวันที่ 16 ส.ค.ที่ผ่านมา นายประพันธุ์ คูณมี อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่อยู่ในเหตุการณ์ชุมนุมขับไล่นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรีขณะนั้น โพสต์ข้อความตอบโต้ ม.ล.ศรัณย์สุข ระบุว่า สิ่งที่ ม.ล.ศรัณย์สุข โพสต์นั้นเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน ระบุว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมได้อ่านโพสต์ของกัปตันท่านนี้ในสมาชิกเฟซบุ๊ก M.L.Sarunsook Sooksawasdi แล้ว ขอแสดงความเห็นเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ทุกท่านว่า การเอาเหตุการณ์การชุมนุมที่เมืองไทยไปเปรียบกับฮ่องกงน่าจะไม่ถูดต้องและเป็นคนละกรณี แตกต่างในข้อเท็จจริงโดยสิ้นเชิง และข้อเท็จจริงที่กัปตันได้เล่ามาก็คลาดเคลื่อนต่อข้อเท็จจริงอย่างยิ่ง ซึ่งบุคคลดังกล่าวไม่สมควรกล่าวต่อสาธารณะ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กล่าวคือ การชุมนุมของพันธมิตรฯ ที่สนามบินดอนเมืองเริ่มเมื่อทยอยเดินทางไปเมื่อ 24 พ.ย. 2551 เวลาประมาณ 15.00 น. ขณะนั้น ผอ.สนามบินท่าอากาศยานดอนเมือง (ทดม.) ยังไม่มีประกาศผู้ทำการในอากาศ (Notice to Airmen หรือ NOTAM) ปิดสนามบินแต่อย่างใด ที่สำคัญผู้ชุมนุมมิได้ปิดสนามบินหรือก่อเหตุจลาจลแต่อย่างใด การชุมนุมเป็นไปโดยสงบปราศจากอาวุธ สนามบินดอนเมืองเปิดทำการจนถึงวันที่ 25 พ.ย. 2551 เวลา 23.00 น. ผอ.ทดม. จึงมีประกาศหยุดบริการ ซึ่งปรากฎรายละเอียดใน NOTAM อันมิใช่ปิดโดยผู้ชุมนุมแต่อย่างใด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่สนามบินสุวรรณภูมิ (ทสภ.) ผู้ชุมนุมเดินทางเมื่อประมาณ 17.00 น. ของวันที่ 25 พ.ย. 2551 ถึงทางต่างระดับก่อนถึงสนามบิน วันดังกล่าวสนามบินยังเปิดบริการ ดังนั้นที่กัปตันกล่าวมา จึงไม่เป็นความจริง การไม่ได้รับการบริการและความสะดวกใดๆ ล้วนเกิดจากความบกพร่องหรือการกระทำของ ผอ.ทดม. และ ทสภ.ทั้งสิ้น ข้อเท็จจริงนี้อยู่ในรายงานที่นายเสรีรัตน์ ประสุตานนท์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ทอท. ทำถึง รมต.คมนาคมขณะนั้นโดยละเอียด จึงขอให้ประชาชนใช้วิจารณญาณในการรับฟัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดีที่สุดกัปตันควรแก้ไขสิ่งที่ให้ข้อเท็จจริงที่ไม่ถูกต้องต่อสังคม อย่าพูดเอามันหรือความดังอย่างเดียว โดยไม่รับผิดชอบ ผมมีเอกสารทุกอย่างตามที่พูดมาครับ ยินดีมาแสดงให้ดูถ้าต้องการ ด้วยเคารพต่อความจริง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การให้ข้อมูลอันเป็นเท็จต่อสังคม บุคคลในระดับกัปตันไม่สมควรกระทำอย่างยิ่ง ถ้ารู้ข้อเท็จจริงไม่ครบถ้วน และสำนึกว่าผิดพลาด ควรรีบแก้ไขน่ะครับ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43607</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประพันธุ์ คูณมี, พธม., พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย, ม็อบฮ่องกง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190212/image_big_5c627cd3426fc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43285</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/08/2019 19:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/08/2019 19:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ประพันธุ์&#039;จวก7พรรคฝ่ายแค้นจี้&#039;บิ๊กตู่&#039;ลาออก พูดเองเออเองไร้กฎหมายรองรับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ส.ค.62 - นายประพันธุ์ คูณมี เผยแพร่ความเห็นเรื่อง &amp;quot;การถวายสัตย์ปฏิญาณ กับ การล้มรัฐบาล&amp;quot; โดยมีเนื้อหาดังนี้ &amp;nbsp;&amp;quot;การเมืองวันนี้ แม้พรรคประชารัฐจะสามารถเป็นแกนนำ รวบรวมเสียงสนับสนุน ส.ส.และ ส.ว.โหวตเลือก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี จัดตั้งรัฐบาล มีคณะรัฐมนตรีเข้าบริหารประเทศแล้ว แต่พรรคการเมือง 7 พรรคที่ไม่ได้ร่วมรัฐบาล &amp;nbsp;แทนที่จะทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้าน เคารพเสียงข้างมาก ทำหน้าที่ตรวจสอบการบริหารของรัฐบาล ตามหน้าที่ฝ่ายค้านที่ดี แต่ก็หาเป็นเช่นนั้นไม่ ฝ่ายค้านกับทำหน้าที่เป็น &amp;quot;ฝ่ายแค้น&amp;quot; โดยมุ่งคิดแต่จะหาทางล้มรัฐบาลชุดนี้ให้ได้ทุกวิถีทาง ทนไม่ได้แม้แต่วันเดียวที่ต้องเป็นฝ่ายค้าน ทั้งที่รัฐบาลเพิ่งเริ่มต้นทำงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเด็นเรื่องการถวายสัตย์ปฏิญาณของรัฐมนตรีต่อพระมหากษัตริย์ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 161 ที่นายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้นำกล่าวข้อความโดยไม่ครบถ้วนขาดข้อความบางส่วนนั้น ฝ่ายแค้นก็กระโดดงับเอาประเด็นนี้ไปเล่นเป็นการเมือง นอกจากอภิปรายในสภาฯแล้ว ถึงวันนี้ยังโหมกระพือขยายประเด็นไม่เลิก มั่นใจว่าเรื่องนี้จะน็อคนายกรัฐมนตรี ล้มรัฐบาลประยุทธ์ให้ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พลพรรคฝ่ายแค้นต่างดาหน้าออกมาเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีรับผิดชอบ ไล่เรียงตั้งแต่นายชัยเกษม นิติสิริ &amp;nbsp;อดีตอัยการสูงสุด ขยายความเรื่องนี้ไปว่า &amp;quot;การกล่าวคำปฏิญาณที่ขาดสาระสำคัญตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด ถือว่าขัดรัฐธรรมนูญ อาจส่งผลให้รัฐบาลเป็นโมฆะ&amp;quot; ไปโน้นเลย ไม่รู้เอามาจากรัฐธรรมนูญมาตราใด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนนายปิยบุตร แสงกนกกุล ก็ไปอ้างเอาข้อเขียนของ อ.วิษณุ เครืองาม มาอ้างสนับสนุนว่าการกระทำของนายกรัฐมนตรีขัดรัฐธรรมนูญ และพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ก็ออกมาผสมโรงกดดันเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี รับผิดชอบ ซึ่งก็คงอยากให้ลาออกพ้นตำแหน่งไป ขบวนแถวฝ่ายแค้นคนอื่นๆ ล้วนมุ่งหมายไล่บี้อยากให้นายกรัฐมนตรีพ้นตำแหน่ง ต้องการล้ม ครม.ทั้งคณะทั้งสิ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัญหาเรื่องนี้ ตามข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย มีผลทำให้นายกรัฐมนตรีกระทำผิดรัฐธรรมนูญ ถึงขนาดต้องพ้นจากตำแหน่งหรือไม่? ครม.ต้องพ้นไปทั้งคณะและความเป็นรัฐบาลนี้ ไม่สมบูรณ์เป็นโมฆะหรือไม่ นายกรัฐมนตรีต้องรับผิดอย่างไร กลไกทางกฎหมายและกระบวนการตรวจสอบใด จะเป็นผู้ทำให้เรื่องนี้ยุติด้วยความเป็นธรรม เป็นประเด็นที่สังคมควรใช้สติพิจารณา เพื่อไม่ตกเป็นเหยื่อทางการเมืองไปตามกระแสของฝ่ายแค้นๆ ที่กำลังพยายามปั่นอยู่ในขณะนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเด็นเรื่องการถวายสัตย์ปฏิญาณนี้ รัฐธรรมนูญ มาตรา 161 ได้บัญญัติไว้เพียงว่า&amp;quot;ก่อนเข้ารับหน้าที่ รัฐมนตรีต้องถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์ด้วยถ้อยคำดังต่อไปนี้ &amp;quot;ข้าพระพุทธเจ้า(ชื่อผู้ปฏิญาณ) ขอถวายสัตย์ปฏิญาณว่า ข้าพระพุทธเจ้าจะจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์และจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน ทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การที่นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรี กล่าวปฎิญาณโดยไม่ครบถ้วนทุกถ้อยคำคือขาดข้อความ &amp;quot;ทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ&amp;quot; นั้น จะมีผลทำให้เป็นการกระทำผิดรัฐธรรมนูญหรือไม่ และมีผลให้รัฐบาลเป็นโมฆะหรือไม่ เรื่องนี้ต้องถือว่ารัฐธรรมนูญมิได้บัญญัติไว้ในมาตราใดเลย ทั้งไม่เคยมีประเพณีการปกครองว่าต้องจัดการอย่างไรและมีความผิดประการใดหรือไม่?&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การวินิจของนายชัยเกษม อดีตอัยการสูงสุดก็ดี หรือความเห็นของนายปิยบุตรก็ดี จึงไม่มีข้อกฎหมายใดรองรับ ไม่อาจเชื่อถือและรับฟังได้ และหากพิจารณาความในวรรคสองของมาตรา 161 &amp;nbsp;แม้คณะรัฐมนตรียังมิได้ถวายสัตย์ปฏิญาณ คณะรัฐมนตรียังสามารถปฏิบัติหน้าที่ไปพลางก่อนได้ โดยบัญญัติให้ ครม.ที่มีอยู่ก่อนพ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ นับแต่วันที่โปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ครม.ชุดใหม่ การถวายสัตย์ปฏิญาณที่มีข้อความตกหล่นบางประการนั้น รัฐธรรมนูญมิได้ถือเป็นความผิดร้ายแรง แตกต่างจากกรณีการกระทำผิดหรือขัดรัฐธรรมนูญด้วยเหตุอื่นๆ เช่น การขาดคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญกำหนด,หรือการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต ซึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ในส่วนของข้อความที่ขาดหายไปนั้น แม้รัฐมนตรีมิได้กล่าวในการถวายสัตย์ปฏิญาณ ก็มิอาจทำให้ ครม. ปฏิบัติหน้าที่โดยมิยึดถือและปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ หรือปฏิบัติหน้าที่ตามอำเภอใจแต่อย่างใด รัฐธรรมนูญ มาตรา 164 ยังได้บัญญัติไว้ว่า &amp;quot;ในการบริหารราชการแผ่นดิน คณะรัฐมนตรีต้องดำเนินการตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ กฎหมายและนโยบายที่ได้แถลงไว้ต่อรัฐสภา และต้องปฎิบัติตามหลักเกณฑ์ดังที่บัญญัติไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นเมื่อพิจารณาจากเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ มาตรา 161 แล้วจะเห็นว่า การถวายสัตย์ปฏิญาณตามรัฐธรรมนูญดังกล่าว เป็นเพียงการกำหนดแบบพิธีกรรม เพื่อแสดงให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างคณะรัฐมนตรี กับสถาบันพระมหากษัตริย์ ตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขเท่านั้น บนหลักการที่ยึดถือว่า สถาบันพระมหากษัตริย์ของไทย เป็นหลักพึ่งพิงที่สำคัญของระบอบประชาธิปไตย เป็นที่สร้างความชอบธรรมและการยอมรับจากประชาชนแก่รัฐบาลทุกคณะ อันเนื่องจากสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นศูนย์รวมจิตใจของปวงชนชาวไทยทั้งมวลนั่นเอง การกล่าวคำสัตย์ปฏิญาณของคณะรัฐมนตรี เป็นการกล่าวต่อเบื้องพระพักตร์พระมหากษัตริย์ ดังนั้น เมื่อคณะรัฐมนตรีได้กล่าวคำสัตย์ปฏิญาณเสร็จสิ้น และพระมหกษัตริย์ทรงมีพระราชดำรัส &amp;nbsp;ดังปรากฎตามภาพข่าวแล้วนั้น ก็ย่อมถือว่าเป็นการดำเนินการถวายสัตย์ปฏิญาณที่มีผลเสร็จสมบูรณ์แล้วตามรัฐธรรมนูญ แม้จะมิได้กล่าวข้อความโดยครบถ้วนทุกถ้อยคำก็ตาม ย่อมต้องถือว่า ครม.ได้ปฏิบัติตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย ในการให้ ครม.กล่าวถวายสัตย์ต่อพระมหากษัตริย์แล้ว การตกหล่นไปบางข้อความนั้น ยังไม่ถือว่าเป็นความผิดต่อรัฐธรรมนูญหรือทำให้ความเป็นรัฐบาลกลายเป็นโมฆะหรือมิชอบด้วยกฎหมายแต่ประการใดไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และเมื่อเป็นการกระทำต่อเบื้องพระพักตร์พระมหากษัตริย์ จึงย่อมต้องถือว่าเป็นพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์เท่านั้น ที่จะทรงมีพระราชวินิจฉัยว่า การถวายสัตย์ปฏิญาณนั้นถูกต้องสมบูรณ์แล้วหรือไม่ มิควรที่บุคคลใดจะก้าวล่วงไปวินิจฉัยเสียเอง อันมิไช่อำนาจหน้าที่ของตนตามกฎหมาย หากการกระทำนั้นเป็นความผิดและขัดต่อรัฐธรรมนูญ ย่อมเป็นสิทธิและหน้าที่ของ สส.,สว.หรือผู้มีสิทธิหน้าที่ตามกฎหมาย ที่จะร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินหรือยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การกล่าวข้อความโดยไม่ครบถ้วนทุกถ้อยคำ คงเป็นเพียงความบกพร่องของผู้กล่าวเท่านั้น ซึ่งอาจเกิดโดยประหม่า พลั้งเผลอ หรือโดยเหตุใดๆที่มิได้มีเจตนา เมื่อมีการยอมรับคำถวายสัตย์ปฏิญาณนั้น จากพระมหากษัตริย์แล้ว ประกอบกับไม่มีกฎหมายรัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ให้เป็นความผิด การกระทำนั้นจึงไม่เป็นความผิดแต่อย่างใด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีดังกล่าว อาจเทียบเคียงได้กับการกล่าวคำสาบานตนของบุคคลที่จะมาเบิกความเป็นพยานต่อศาล ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 112 ก่อนเบิกความพยานทุกคนต้องสาบานตนตามลัทธิศาสนาหรือจารีตประเพณีแห่งชาติของตนหรือกล่าวคำปฏิญาณว่า จะให้การต่อศาลตามสัตย์จริงเสียก่อน ซึ่งแม้ศาลจะเขียนข้อความให้พยานกล่าวตาม &amp;nbsp;แต่พยานอาจมิได้กล่าวข้อความโดยครบถ้วนทุกถ้อยคำ เพียงได้ความว่าจะให้การต่อศาลโดยสัตย์จริง ก็ถือว่าคำให้การของพยานรับฟังได้ตามกฎหมาย เว้นแต่พยานนั้นมิได้กล่าวคำสาบานเท่านั้น จึงมิอาจรับฟังคำให้การพยานปากนั้นได้ เทียบเคียงได้กับฎีกาที่ 7988/2551&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น การถวายสัตย์ปฎิญาณของคณะรัฐมนตรี กรณีนี้ จึงถือว่าสมบูรณ์จบสิ้นตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติแล้ว นายกรัฐมนตรีจึงไม่จำต้องกระทำการใดต่อไปอีกตามที่ฝ่ายแค้นเรียกร้อง เดินหน้าบริหารประเทศให้เกิดความสงบสุขแก่ประชาชนต่อไป ปล่อยฝ่ายแค้นเขาดิ้นรนไปตามกรรมเถอะครับ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43285</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถวายสัตยปฏิญาณ, ประพันธุ์ คูณมี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190212/image_big_5c627c8667610.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32427</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/03/2019 12:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/03/2019 11:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ประพันธุ์&#039; สาวไส้ &#039;ระบอบทักษิณ&#039; เนื้อแท้เผด็จการอ้างประชาธิปไตยบังหน้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 มี.ค.62 - นายประพันธุ์&amp;nbsp;คูณมี นักเคลื่อนไหวทางการเมือง อดีตแนวร่วมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ช่วงเวลานี้ พี่น้องประชาชนคงได้ยินได้ฟังวาทกรรมทางการเมือง จากกลุ่มและพรรคการเมือง ปีกฝ่าย&amp;quot;ระบอบทักษิณ&amp;quot; และสมุนบริวารของพวกเขา ช่วยกันเร่งโหมกระพือผลิตวาทกรรมทางการเมืองออกมามากมาย เป็นระยะๆ เพื่อมาบิดเบือนข้อเท็จจริงมอมเมาประชาชน สร้างความชอบธรรมให้พวกตน และหลอกลวงคนรุ่นใหม่ที่ไร้เดียงสา ขาดประสบการณ์ทางการเมือง แต่เย่อหยิ่งทนงตน ประเภททำตนอยู่ในก้นบ่อ มองเห็นท้องฟ้ากว้างเพียงแค่ปากบ่อ ก็หลงรักฟ้าเสียแล้ว โดยมิรู้ว่าฟ้าในความเป็นจริงยังกว้างขวาง สวยงามกว่าท้องฟ้าที่มองเห็นเพียงแค่ปากบ่อยิ่งนัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วาทกรรม&amp;quot;ฝ่ายประชาธิปไตย&amp;quot; กับ&amp;quot;ฝ่ายเผด็จการ&amp;quot; เป็นทั้งการหลอกลวงและบิดเบือนความจริง เพราะโดยความจริงทุกคนทุกพรรคการเมืองที่เข้าร่วมการเลือกตั้งครั้งนี้ อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 ที่ได้ผ่านการลงประชามติของประชาชนแล้วด้วยกันทุกคน ทุกพรรค ไม่ว่าประชาชนจะใช้สิทธิเลือกบุคคลใดพรรคใด ย่อมเป็นการใช้สิทธิเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยทั้งสิ้น แม้กระทั่งการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา โดยการเลือกตั้งและคัดสรรตามรัฐธรรมนูญ ย่อมถือว่าวุฒิสมาชิกมาโดยฉันทานุมัติของประชาชน ที่ได้ลงประชามติให้เป็นไปตามหลักการนี้ วุฒิสมาชิกเหล่านั้นย่อมถือว่า มาจากประชาชนเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การกล่าวอ้างว่าถ้าเลือกพวกตน พรรคของสมุนระบอบทักษิณ จึงจะถือว่าเป็นประชาธิปไตย เลือกบุคคลอื่นพรรคอื่นเป็นฝ่ายเผด็จการนั้น ย่อมเป็นการกล่าวอ้างที่บิดเบือนข้อเท็จจริงที่ไร้ยางอาย เป็นการไม่เคารพสิทธิของประชาชน เป็นการใช้ตรรกะและปรัชญาแห่งความชั่วร้ายต่ำทรามทางการเมือง เป็นการเมืองที่สามานย์และเป็นการแบ่งแยก สร้างความเกลียดชังในหมู่ประชาชน อันเป็นพฤติการณ์ที่ถนัดของสมุนระบอบทักษิณ ที่เคยสร้างปัญหาป่วนเมือง สร้างความแตกแยกในสังคม เผาประเทศตนเองมาแล้วนั่นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประชาชนทั้งหลายจำต้องรู้เท่าทันเล่ห์เพทุบายของพวกเขา สื่อมวลชนทั้งหลายจึงไม่ควรเผยแพร่ข้อความหรือวาทกรรมดังกล่าว หากจงใจใช้ถ้อยคำดังกล่าวในการรายงานและนำเสนอข่าวสารต่อประชาชน ย่อมถือว่ามีเจตนาบิดเบือนและยอมตนเป็นเครื่องมือแก่ระบอบทักษิณด้วยเช่นกัน และเป็นผู้มีส่วนร่วมกระทำหรือสนับสนุน ให้มีการกระทำอันเป็นการแบ่งแยกแบ่งฝ่าย สร้างความเกลียดชังระหว่างประชาชนในสังคมด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากจะกล่าวกันอย่างตรงไปตรงมา ในรอบ 10 กว่าปีมานี้ คงไม่มีระบอบการเมืองใดที่ชั่วร้ายเลวทรามยิ่งไปกว่า&amp;quot;ระบอบทักษิณ&amp;quot; เพราะเนื้อแท้ของการเมืองระบอบนี้ เป็นทั้ง &amp;quot;เผด็จการ+เผด็จโกง&amp;quot; ปล้นประชาธิปไตยประชาชน และปล้นประเทศชาติ เผาทำลายบ้านเมือง สร้างความขัดแย้งแตกแยกในหมู่ประชาชน ใช้ประชาชนเป็นเครื่องมือ และหลอกใช้เป็นเหยื่อเพื่อต่อต้านประชาชนด้วยกัน เพื่อแบ่งแยกและปกครอง อำนาจจากระบอบทักษิณ แทรกแซงศาล ครอบงำองค์กรอิสระ ทำลายกระบวนการยุติธรรม ใช้อำนาจรัฐป่าเถื่อนสังหารเข่นฆ่าประชาชน ในสงครามปราบยาเสพติดถึง 2,500 ศพ โดยไม่ผ่านกระบวนการยุติธรรม อันเป็นการกระทำเยี่ยงการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์&amp;nbsp;ก่ออาชญากรรมร้ายแรงต่อมนุษยชาติของตน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ระบบรัฐสภาก็เป็นเพียงตรายาง สส.เป็นเพียงลูกจ้างของพรรค สว.ถูกครอบงำบงการด้วยอำนาจเงินและอิทธิพลการเมืองของผู้กุมอำนาจรัฐ บ้านเมืองไร้ความสงบสุข มีการทุจริตคอรัปชั่นมากมาย อำนาจและผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจทุกอย่างอยู่ในกำมือของคนในระบอบทักษิณ ด้วยนโยบายผลประโยชน์ทับซ้อน สร้างความร่ำรวยจนผิดปกติ การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ ตำรวจ ทหาร ต้องวิ่งเต้นเข้าสวามิภักดิ์และยอมตนรับใช้เป็นสมุนบริวารพวกเขาเท่านั้น จึงได้รับการแต่งตั้ง บางคนยอมตนแม้ทำผิดกฎหมาย จนที่สุดต้องติดคุกตะรางอย่างที่เห็นมานับไม่ถ้วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระบอบการเมืองเช่นนี้ต่างหากที่เป็นเผด็จการและอันตรายน่ากลัว มิใช่การเมืองอย่างที่เห็นและเป็นอยู่ขณะนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากจะให้เลือกฝ่าย ผมขออยู่ฝ่ายที่เห็นแก่ประโยชน์ของชาติบ้านเมือง ไม่ทุจริตคดโกงประเทศชาติ ไม่ปล้นสิทธิเสรีภาพของประชาชน ปกครองบ้านเมืองให้มีความสงบสุข พาสังคมและประเทศชาติก้าวเดินไปข้างหน้า ดีกว่าจมปลักอยู่กับปัญหาทางการเมืองที่เลวร้ายในอดีต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่สำคัญที่สุด ผมขออยู่กับ&amp;quot;ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข&amp;quot; มิใช่ระบอบประชาธิปไตยที่ทักษิณและสมุนบริวารเป็นใหญ่ในแผ่นดิน ผมจะไม่ยอมรับพวกอ้างประชาธิปไตยบังหน้า ที่เนื้อแท้เผด็จการ และต้องการฟื้นการเมืองสามานย์ของระบอบทักษิณ ที่เคยสร้างความเสียหายแก่บ้านเมืองให้กลับมาอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32427</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประพันธุ์ คูณมี, ระบอบทักษิณ, อ้างประชาธิปไตยบังหน้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190328/image_big_5c9c49bc241b2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28928</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/02/2019 14:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/02/2019 13:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ประพันธุ์&#039;ออกบทความด่วน!ชี้&#039;ระเบิดพลีชีพที่พรรคไทยรักษาชาติ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.พ.62 - นายประพันธุ์ คูณมี อดีตแนวร่วมแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย(พธม.) &amp;nbsp;เผยแพร่บทความผ่ายไทยโพสต์ออนไลน์เรื่อง &amp;quot;ระเบิดพลีชีพที่พรรคไทยรักษาชาติ&amp;quot; โดยมีเนื้อหาระบุว่า เหตุการณ์ทางการเมืองเมื่อเช้า 9.10น ของวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 ที่กรรมการบริหารพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช) ได้ประคองหนังสือเสนอพระนามทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เป็นนายกรัฐมนตรีของพรรคต่อ กกต. จนเหตุการณ์มาจบลงเมื่อเวลา 22.40 น ของวันเดียวกัน เมื่อโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ได้ประกาศถ่ายทอดพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาดับทุกข์ร้อนของพสกนิกรชาวไทย จนทำให้เหตุการณ์มีข้อยุติลงโดยกระจ่างชัดแจ้ง ด้วยพระทรงธรรม &amp;nbsp;อันเป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปนั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต้องถือเป็นเหตุการณ์ที่เป็นประวัติศาสตร์ทางการเมืองของไทยอีกหน้าหนึ่ง หลายคนอาจมองว่านี่เป็นเหตุการณ์ &amp;quot;แผ่นดินไหวทางการเมือง&amp;quot; ครั้งใหญ่ของไทย แต่ตนเห็นว่าคงไม่ใช่ หากแผ่นดินไหวคนไทยคงบาดเจ็บล้มตายไม่น้อย เหตุการณ์นี้คือ &amp;nbsp;&amp;quot;ระเบิดพลีชีพทางการเมือง&amp;quot; ที่เกิดระเบิดใส่ผู้คิดวางแผนและผู้กระทำการจนบาดเจ็บล้มตายเสียเองต่างหาก แต่ด้วยเดชะบุญที่แผ่นดินไทยนี้ศักดิ์สิทธิ์ พระสยามเทวาธิราชคุ้มครอง ผู้คิดร้ายจึงต้องรับกรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหตุการณ์นี้เกิดจากความอยู่ไม่เป็นสุขของนักโทษชายหนีคดี บวกกับความมีอคติเคียดแค้นแผ่นดินเกิด โดยหาสำนึกถึงการกระทำความผิดต่อบ้านเมืองของตนแต่อย่างใดไม่ มีใครไม่รู้บ้างว่าบ้านเมืองของเราในรอบเกือบ 20 ปีมานี้ ก่อนมีรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เกิดเหตุการณ์อะไร ใช่ตามนี้หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ประเทศไทยมีพรรคและนักการเมืองที่โคตรโกง ทุจริตประพฤติมิชอบ ผลาญเงินแผ่นดินมากที่สุด จนประเทศแทบล้มละลาย พอจับได้ถูกพิพากษาความผิดก็หลบหนีคดี หนีการลงโทษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. เมื่อหมดอำนาจก็วางแผนใช้เงินที่โกงประเทศ จ้างคนปลุกปั่น สร้างความวุ่นวายในประเทศ เผาบ้านเผาเมือง เผาศาลากลาง ทำลายทรัพย์สินราชการ ร้านค้าเอกชนย่อยยับ ทั้งหลอกคนไปตายแทนตัวเอง หวังกลับมามีอำนาจอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. อยู่ต่างแดนก็สร้างหุ่นเชิดขึ้นเป็นนายก ก่อคดีโกงจำนำข้าว ออก พรบ.นิรโทษเหมาเข่งลักหลับประชาชน ล้างมลทินให้ตนเอง ถูกต่อต้านก็ใช้กำลังปราบปรามประชาชนด้วยระเบิดและอาวุธสงคราม จนบ้านเมืองกลียุค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. หลอกใช้นักวิชาการมารับใช้เชลียร์ จ้างสื่อในสื่อนอก และนักกฎหมายต่างชาติ ป่วนประเทศ สนับสนุนพวกต่อต้านสถาบันกษัตริย์ คิดการใหญ่หวังล้มเจ้า สถาปนารัฐไทยใหม่ ล้มล้างสถาบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรรมชั่วที่ก่อกับแผ่นดินนี้มากมายจนสุดพรรณา ทั้งหมดเป็นฝีมือการคิดวางแผนและการกระทำของผู้ใด &amp;nbsp;คนไทยย่อมรู้ดี คนที่คิดร้ายกับแผ่นดินยังคิดประกอบระเบิดในต่างแดน มอบใส่มือเด็กใสซื่อ ฟันน้ำนมทางการเมืองเพิ่งขึ้น ใน ทษช. หอบไปวางหวังจะให้ระเบิดใส่ผู้อื่นให้ราบพนาสูรทางการเมือง แต่เดชะบุญครับ ระเบิดนั้นกลับระเบิดใส่พวกเดียวกันตายราบพนาสูรเสียเอง ด้วยพระบารมีปกเกล้าชาวไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำสารภาพของพวกเสื้อแดงตัวแม่ว่า นี่คือกลยุทธ์การเมืองดึงฟ้ามาปกกบาล หวังแก้ปมทางการเมืองที่หลายคนสงสัยในความไม่จงรักภักดี แถมยกย่องว่าเป็นสุดยอดกลเกมการเมือง ก็ยิ่งเผยธาตุแท้พวกเขาจนล่อนจ้อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อเขียนของ ดร.พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์ นักวิชาการแดง ที่ออกมาโพสต์เฟชบุ๊ค วิพากษ์ทักษิณแบบมันส์หยดว่า ทักษิณเรียนรู้จากอดีต แค่ว่าดีลล้มเหลวเพราะไพ่ในมือไม่ใหญ่พอมีแค่ Straight Flush สุดท้ายก็เจอไพ่เหนือกว่าคือ Royal Flush! แถมทำกับคนในค่ายตัวเองเป็น&amp;quot;กระดาษทิชชู&amp;quot; จะขยี้ขยำยังไงก็ได้ ผลก็คือคนที่เกลียดทักษิณที่เคยกระจัดกระจาย กลับมารวมตัวหนุนพลเอกประยุทธ์ ให้เข้มแข็งขึ้นมาทันที ทั้งยังออกจากปากนักวิชาการท่านนี้อีกว่า&amp;quot; ทักษิณเองต่อไปนี้ แก้ตัวกับสาธารณไม่ได้แล้วว่า ไม่ได้เอาการเมืองมาวุ่นวายกับพระราชวงศ์&amp;quot; นี่ก็คือคำรับสารภาพของนักวิชาการ ระดับด๊อกเตอร์ด้านเศรษฐศาสตร์จากเคมบริดต์ ที่เคยอยู่ฝั่งแดงหนุนทักษิณมาก่อน ข้อเขียนนี้ย่อมรับฟังเป็นพยานได้ว่า ดีลนี้ทักษิณเกี่ยวข้องหรือไม่?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุดท้ายที่ต้องโดนระเบิดพลีชีพลูกนี้เข้าแบบเต็มๆ หนีไม่พ้นไทยรักษาชาติ ชื่อย่อ ทษช. ที่ดูอย่างไรก็ชวนให้แปลว่า&amp;quot;นักโทษชาย&amp;quot; ที่กรรมการบริหารพรรคท่านหนึ่งคือ รศ.ดร.รุ่งเรือง พิทยศิริ ได้แถลงว่าได้ยื่นหนังสือลาออกจากความเป็นกรรมการบริหารพรรค ตั้งแต่วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2562 ไม่เกี่ยวและไม่รู้เห็นการประชุมเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีของพรรค ทำให้ไม่แน่ใจว่าพรรคนี้มีการประชุมกรรมการบริหารกันจริงหรือไม่? หรือเป็นบัญชาจากคนหนีคดีในต่างแดน การอ้างว่าเป็นมติของกรรมการบริหารพรรค ที่ ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรค กับพวกหอบรายชื่อแถลงด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ภาคภูมิใจ โดยไม่รู้ว่าตนกำลังอุ้มระเบิดนั้น จึงมีปัญหาที่ กกต.ต้องเค้นและทำความจริงให้กระจ่าง ว่าเกมนี้คนภายนอกพรรคเป็นผู้ควบคุม ครอบงำหรือชี้นำกิจกรรมของพรรค ผิดตาม พรบ.พรรคการเมือง มาตรา28 หรือไม่อีกด้วย นอกจากต้องพิจารณาตามมาตรา 92,93. ในปัญหาการพิจารณายุบพรรคนี้ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในบ้านเมืองของเรา อาชญากรที่ก่ออาชญากรรมร้ายแรงต่อแผ่นดิน ยังไม่เคยเห็นสักรายที่จะยอมเปิดปากรับสารภาพ ทั้งๆที่ความผิดนี้ชัดแจ้งยิ่งกว่าแสงตะวัน พวกเขายังดื้อรั้นตะแบง ทำปากแข็งว่าจะเดินเชิดหน้าต่อไปแบบด้านๆ แถมยังมีการสร้างสถานการณ์ข่าวสารบิดเบือนเบี่ยงประเด็นความสนใจของผู้คนในบ้านเมือง ด้วยข่าวลือ ข่าวเท็จ ที่จงใจปล่อยจึงเกิดขึ้นตามมา สื่อในเครือสีแดง กลุ่มจัดตั้ง นักวิชาการทรยศ สมุนบริวารพวกที่ยอมตายยอมติดคุกเพียงเห็นแก่เศษเงินคนโกงยังมีให้เห็น ทั้งที่เหยื่อรายแล้วรายเล่าไม่ตายก็ติดคุก หรือเป็นทิชชูทั้งหลายถูกขยำทิ้งเห็นๆ แต่ก็ยังมีพวกเดนตายอาสากล้าเสี่ยงรับใช้โดยไร้สำนึก เหตุเพราะฝ่ายบ้านเมืองยังคงปล่อยหัวโจกคนชั่วให้ลอยนวลนั่นเอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ครับ ที่ประชาชนยินยอมมอบอำนาจให้ท่านโดยไม่หืออือ และที่พวกประชาชนยินดีสนับสนุนท่านนั้น ก็เพราะเชื่อว่าท่านจะล้างคนชั่ว ปราบศัตรูร้ายของแผ่นดิน ผมเขียร์และรอมานานแล้ว อยากเห็นท่านใช้ความกล้าหาญ จัดการจัดเต็มกับพวกเขาเหล่านั้นเสียทีเถอะ ขุดรากถอนโคนเสียที อย่าปล่อยคนชั่วให้ลอยนวล อย่าเลี้ยงเสี้ยนหนามของแผ่นดิน ให้เป็นที่ระคายเคืองอีกต่อไปเลยครับท่าน หากผู้ร้ายของแผ่นดินยังไม่ตาย บ้านเมืองย่อมไร้ความสงบสุข จัดการเรื่องนี้ จะอยู่ไปอีกกี่ปีก็ยอมครับ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28928</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, ทษช., ทักษิณ ชินวัตร, ประพันธุ์ คูณมี, พรรคไทยรักษาชาติ, ยุบพรรคไทยรักษาชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190212/image_big_5c627c8667610.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26146</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/01/2019 14:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/01/2019 14:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ประพันธุ์ คูณมี&#039;ฟ้องทนายคิงเพาเวอร์หมิ่นประมาท </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ม.ค.62&amp;nbsp;- นายประพันธุ์ คูณมี &amp;nbsp;เปิดเผยว่า &amp;nbsp; สืบเนื่องจากการที่นายบัญชา ปรมีศณาภรณ์ ทนายความของบริษัท คิงเพาเวอร์สุวรรณภูมิ จำกัด ได้เขียนอุทธรณ์ยื่นต่อศาลอุทธรณ์ อันเป็นการกล่าวหาใส่ความตน ด้วยข้อความอันเป็นเท็จ โดยการนำเรื่องอื่นๆมากล่าวหาและเขียนในอุทธรณ์ อันมิใช่ประเด็นแห่งคดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เช่น กล่าวหาว่านายประพันธุ์ คูณมี &amp;quot;กระทำการต่างๆโดยไม่สุจริตใช้ศาลเป็นเครื่องมือกำบังพฤติการณ์ของตน และเป็นคนไม่มีวุฒิภาวะ&amp;quot; และกล่าวหาว่า&amp;quot;เป็นผู้ชอบใช้คำพูดหรือคำปราศรัยด้วยถ้อยคำรุนแรง ใช้โอกาสที่มีการชุมนุมทางการเมือง เรียกร้องให้เกิดการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลอันมิใช่หนทางตามระบอบประชาธิปไตย จนเกิดเหตุร้ายแรงจากการกระทำของบุคคลจำนวนมาก บ้านเมืองระส่ำระสาย ต่อมาผู้นำการชุมนุมถูกจับกุมดำเนินคดีในความผิดฐานเป็นกบฏต่อแผ่นดินจำนวนมาก และในฐานะที่เป็นแกนนำคนหนึ่ง ยังปราศรัยปลุกเร้าผู้ชุมนุมให้เกิดความเคียดแค้นชิงชังบริษัท คิงเพาเวอร์สุวรรณภูมิ จำกัด ซึ่งอาจเกิดการชักชวนให้ทำลายทรัพย์สินของประชาชนหรือของบริษัท คิงเพาเวอร์สุวรรณภูมิ จำกัด ได้ตลอดเวลา ส่อถึงเจตนาร้าย มุ่งทำลายชื่อเสียง เกียรติคุณ ทางทำมาหาได้ของบริษัท คิงเพาเวอร์สุวรรณภูมิ จำกัด โดยใช้เหตุการณ์บ้านเมืองเป็นเครื่องมือ&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และด้วยข้อความอื่นๆอีกอันเป็นการกล่าวหาใส่ความต่อตนและต่อบุคคลอื่นด้วยข้อความอันเป็นเท็จอันเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท โดยการโฆษณาด้วยเอกสาร ทำให้ตนได้รับความเสียหาย ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง เพราะตนไม่เคยพูดหรือกระทำการใดๆตามที่นายบัญชา กล่าวหาทั้งสิ้น ด้วยเหตุนี้ เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2561 ตนจึงได้เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายบัญชา ปรมีศณาภรณ์ เป็นจำเลย ต่อศาลจังหวัดมีนบุรี ศาลได้รับฟ้องและนัดไต่สวนมูลฟ้องในวันที่ 21 มกราคม 2562 โดยตนพร้อมด้วยพยานเอกสาร และพยานบุคคล พร้อมไปศาลตามกำหนดนัดดังกล่าว จึงเรียนมาถึงพี่น้องสื่อมวลชนเพื่อทราบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขอเรียนให้ทราบว่า ข้าพเจ้าได้ยื่นฟ้องนายบัญชาและพวกไว้ต่อศาลหลายคดี ซึ่งคดีอยู่ระหว่างพิจารณาคดีของศาล ซึ่งข้าพเจ้ามิได้เสนอข่าวต่อสื่อมวลชนแต่อย่างใด แต่เนื่องจากนายบัญชากับพวก มักเสนอข่าวการฟ้องคดีข้าพเจ้าต่อสื่อเสมอๆ ให้เป็นที่เสียหายแก่ข้าพเจ้าๆ จึงจำเป็นต้องชี้แจงให้สังคมรับทราบ เพื่อปกป้องชื่อเสียงเกียรติคุณของข้าพเจ้าโดยชอบ หากมีความคืบหน้าประการใดข้าพเจ้าจะแจ้งให้ทราบต่อไป&amp;quot;นายประพันธ์ ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26146</URL_LINK>
                <HASHTAG>คิงเพาเวอร์, บัญชา ปรมีศณาภร, ประพันธุ์ คูณมี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190107/image_big_5c3317db0701a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
