<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>33000</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/04/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/04/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สังคมตั้งคำถาม โซเชียลประณาม วิกฤติศรัทธา กกต.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นับแต่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เข้ามารับตำแหน่งได้ไม่นาน ต้องเผชิญกับภารกิจใหญ่ บนความคาดหวังคนในสังคม จัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป 24 มีนาคม และนับจากเลือกตั้งเสร็จสิ้น กรรมการเลือกตั้งทั้ง 7 คน ยังต้องรับแรงกดดัน ภาวะตึงเครียด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเลือกตั้งที่ว่างเว้นมานาน 8 ปี คนมาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ตื่นตัวอย่างมาก คนมาใช้สิทธิออกเสียงจำนวนมาก เช่นเดียวกับกลุ่มผู้มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้งเป็นครั้งแรกที่พร้อมใจกันออกมาจำนวนมากเช่นกัน สะท้อนให้เห็นถึง ความตื่นตัวทางการเมือง ของผู้คน พร้อมใจกันไปใช้สิทธิ เลือกพรรคการเมืองที่คาดหวังว่าจะเข้ามาแก้ไขปัญหาการเมือง สังคม เศรษฐกิจ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อผลการเลือกตั้ง ผลการนับคะแนน การจัดการเลือกตั้ง วิธีคิดคำนวณตัวเลข ส.ส.บัญชีรายชื่อ และการชี้แจงเรื่องบัตรเลือกตั้ง จำนวนผู้มาใช้สิทธิ์ ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง ที่ว่ากันด้วยเรื่องตัวเลข ที่ทำให้เกิดข้อวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้าง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พรรคการเมือง นักการเมือง นักวิชาการ นักศึกษา ผู้คนในโลกออนไลน์ ออกมาโจมตีไม่เว้นแต่ละวัน ประเด็นที่ กกต.ตกเป็นผู้ต้องสงสัย มีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการไม่ยอมเปิดเผยผลนับคะแนนรายหน่วย ผลการนับคะแนนที่กว่าจะประกาศผลพอเห็นได้ชัด ต้องใช้เวลานานถึง 4 วัน นับจากเลือกตั้งเสร็จสิ้น ประเด็นการคิดคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่จนวันนี้ยังไม่มีคำตอบ ตกลง กกต.ใช้สูตรอะไรคิดคำนวณ เหตุใดบัตรเลือกตั้งจากนิวซีแลนด์ถึงนำกลับมานับคะแนนไม่ทัน ไปจนถึงประเด็น ระบบคอมพิวเตอร์คำนวณ ประมวลผลอย่าง rapid report เพียงแค่เริ่มต้นนับคะแนนไปได้ไม่กี่ชั่วโมง ระบบก็ล่ม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังไม่นับรวมคำพูดที่ทำให้สังคมชวนสงสัยที่ไประบายในโลกออนไลน์ เป็นประเด็นร้อนๆ ถาโถมเข้าใส่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลุกลาม นำมาสู่การล่ารายชื่อถอดถอนกรรมการการเลือกตั้ง ที่ในวันนี้ตัวเลขไปไกลเกือบหนึ่งล้านคน และยิ่งดูแนวร่วม ขบวนการน่าตกใจ เพราะหัวหอกหลัก เกิดจากกลุ่มนักศึกษาหลายสถาบัน ไม่ได้มาจากฝ่ายการเมือง นักการเมือง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นับจากเกิดประเด็นที่สังคมเคลือบแคลง กกต.ทั้ง 7 คน &amp;nbsp;อยู่ในภาวะเก็บตัว สงวนท่าที สงวนความเห็น มีเพียงเจ้าหน้าที่ ไม่กี่คนที่ออกมาให้ความเห็น เลยมีเสียงร่ำลือตามมา เจ้าหน้าที่ก็ไม่ค่อยอยากให้ความเห็น เพราะไม่ว่าจะพูดอะไรออกไป ล้วนไม่เป็นผลดีต่อผู้ให้ข่าว และตัวองค์กรเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาวะองค์กรกรรมการเลือกตั้ง อยู่ในภาวะเผชิญความเสี่ยงอย่างยิ่งยวด ไม่ต่างจาก กกต.ยุคที่มี พล.ต.อ.วาสนา เพิ่มลาภ เป็นประธาน กกต. นายวีระชัย แนวบุญเนียร นายปริญญา นาคฉัตรีย์ และ พล.อ.จารุภัทร เรืองสุวรรณ เป็นกรรมการเลือกตั้ง ในเวลาต่อมา 3 จาก 4 ที่ทำหน้าที่จัดการเลือกตั้ง ต้องเผชิญข้อหาอันหนักหน่วงทางกฎหมาย และถูกพิพากษาจำคุกในที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรื่องที่นักการเมืองพรรคการเมืองบางฝ่ายยังข้องใจ คือสูตรคิดคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ เพราะจะเห็นได้ว่าการใช้สูตรคิดคำนวณของพรรคเพื่อไทย พรรคอนาคตใหม่ ถอดรหัสสูตรคำนวณ แทบจะไม่แตกต่างกัน ขณะที่ กกต.กลับคิดไปอีกแบบ เลยกลายเป็นข้อพิพาทกันตามหน้าสื่อ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;#39;ประพันธ์ นัยโกวิท&amp;#39; อดีตกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.)​ และอดีตกรรมการ กกต. พูดเอาไว้อย่างน่าสนใจเกี่ยวกับการคิดคำนวณสูตร ส.ส.บัญชีรายชื่อว่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อำนาจในการคิดคำนวณ ส.ส. เป็นอำนาจหน้าที่ของ กกต. ซึ่งใน พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 128 วรรคท้าย ให้ กกต.เป็นผู้ดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนด และหลักคิดของรัฐธรรมนูญฉบับนี้มุ่งให้ทุกคะแนนที่ประชาชนออกเสียงมีความหมายไม่ถูกทิ้งเสียเปล่า เพื่อเป็นการสะท้อนถึงสิ่งที่ประชาชนคิด วิธีการคิด ส.ส.บัญชีรายชื่อ ตารางการคิดก็ไม่ได้เพิ่งมาคิดในขณะนี้ มีการเสนอมาตั้งแต่ในชั้นของ กกต.ชุดที่แล้ว เสนอมาที่ กรธ. และเสนอต่อไปที่คณะกรรมาธิการร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ซึ่งในชั้นของกรรมาธิการยกร่างฯกฎหมายลูก ก็ได้มีการนำตารางการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อมาพิจารณาและยกร่างเป็นกฎหมาย ดังนั้นตารางการคิดคำนวณ ส.ส.มีอยู่รัฐสภา ไม่ได้เป็นความลับ สามารถขอได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;....ในการยกร่างฯ มีสูตรและวิธีการคำนวณอยู่ก่อนแล้ว &amp;nbsp; และมีสูตรเดียว เป็นสูตรการคำนวณที่มีการพิจารณาร่าง พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส. และมีสูตรเดียว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนของพรรคการเมือง ขั้วอำนาจเก่า อย่างพรรคเพื่อไทย ยังคงสงสัยทั้งประเด็นการใช้สูตรคำนวณ และเรียกร้องให้เปิดเผยคะแนนในรายหน่วย โดยภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ออกมาตามจี้ในเรื่องนี้อีกครั้ง &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขณะนี้ประเด็นยังอยู่ที่ กกต. ทั้งข้อมูลดิบที่ยังไม่ได้ข้อมูลที่ชัดเจน และเรื่องของวิธีการคำนวณ ซึ่งจริงๆ ต้องควรมีวิธีการคำนวณที่ชัดเจนแล้ว และพรรคเพื่อไทยก็ได้แสดงความคิดเห็นไปแล้ว โดยอิงหลักการข้อกฎหมาย อิงรัฐธรรมนูญ 91 (4) และอิงกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 128 (5) ซึ่งเป็นวิธีการคำนวณ ซึ่งขณะนี้มีหลายส่วนออกมาคำนวณ แต่ กกต.เองในการเป็นผู้บังคับใช้กฎหมาย ก็ควรชัดเจนตั้งแต่ต้น ว่าเมื่อมาเลือกตั้ง จะมีขั้นตอน วิธีการต่างๆ อย่างไร ไม่ใช่ว่ายังไม่ทราบวิธีการ และไปถามผู้รู้ ตรงนั้น ตรงนี้ ก็จะเป็นปัญหา&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้กรรมการเลือกตั้งชุดนี้ทั้ง 7คน จะเป็นมือใหม่ มาในภาวะสังคม คาดหวัง อยากเห็นการเลือกตั้ง บริสุทธิ์ ยุติธรรม เจ้าหน้าที่เป็นกลาง ทุกขั้นตอนโปร่งใส ตรวจสอบได้ ไร้ข้อกังขา ซึ่งหากนำการจัดการเลือกตั้งของกรรมการการเลือกตั้ง เมื่อปี 2554 มาเทียบกับคณะกรรมการการเลือกตั้งในชุดปี 2562 ที่หลายสิ่ง หลายอย่าง ต่างกัน ราวฟ้ากับดิน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สังคมวิพากษ์วิจารณ์ โลกโซเชียลประณามซ้ำ กกต.เผชิญวิกฤติศรัทธาที่นับวันจะลุกลามไปไกล.&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33000</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, ประพันธ์ นัยโกวิท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190404/image_big_5ca6138c5a062.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32944</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/04/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/04/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไร้ส.ส.เขตส่อแห้วปาร์ตี้ลิสต์!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรธ.ย้ำ สูตรคำนวณบัญชีรายชื่อมีสูตรเดียว กกต.ต้องคิดตามสูตร พรรคการเมืองไม่สามารถแปรกฎหมายสร้างสูตรใหม่ได้ ยันหลักคิดของรัฐธรรมนูญฉบับนี้มุ่งให้ทุกคะแนนที่ประชาชนออกเสียงมีความหมายไม่ถูกทิ้งเสียเปล่า ขณะที่ทีมสู้แล้วจนพรรคเพื่อชาติบุกที่ทำการพรรคร้องขอเยียวยา หลังเป๋าแฟบ หัวหน้าพรรคหัวเรือใหญ่หายหัวเหมือนเดิม ไร้เงา &amp;quot;จตุพร&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 3 เมษายน คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เชิญนายประพันธ์ นัยโกวิท อดีตกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) อดีต กกต. และนายอุดม รัฐอมฤต โฆษกกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ มาให้ความเห็นวิธีคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หรือปาร์ตี้ลิสต์ ที่ถูกต้อง รวมถึงสอบถามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ มาตรา 91 การคำนวณหาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อของแต่ละพรรคการเมือง และมาตรา 128 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. โดยเฉพาะ (5) (6) (7) เช่น กรณีพรรคเพื่อไทยได้ ส.ส.ระบบเขตเลือกตั้งมากกว่าจำนวน ส.ส.ที่พึงได้ หรือโอเวอร์แฮงก์ เพื่อเป็นข้อมูลให้กับ กกต. ในการคำนวณ ส.ส. ก่อนจะประกาศรับรองอย่างเป็นทางการในวันที่ 9 พฤษภาคมนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประพันธ์ให้สัมภาษณ์ภายหลังร่วมหารือว่า &amp;nbsp;อำนาจในการคิดคำนวณ ส.ส. เป็นอำนาจหน้าที่ของ กกต. ซึ่งใน พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา &amp;nbsp;128 วรรคท้าย ให้ กกต.เป็นผู้ดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ การคิดคำนวณบัญชีรายชื่อทุกคะแนนเสียงมีความหมายหรือไม่ อดีต กกต.ผู้นี้ตอบว่า หลักคิดของรัฐธรรมนูญฉบับนี้มุ่งให้ทุกคะแนนที่ประชาชนออกเสียงมีความหมายไม่ถูกทิ้งเสียเปล่า เพื่อเป็นการสะท้อนถึงสิ่งที่ประชาชนคิด และวิธีการคิด ส.ส.บัญชีรายชื่อ ตารางการคิดก็ไม่ได้พึ่งมาคิดในขณะนี้ มีการเสนอมาตั้งแต่ในชั้นของ กกต.ชุดที่แล้วเสนอมาที่ กรธ. และเสนอต่อไปที่คณะกรรมาธิการร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ซึ่งในชั้นของกรรมาธิการยกร่างฯ กฎหมายลูก ก็ได้มีการนำตารางการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อมาพิจารณาและยกร่างเป็นกฎหมาย ดังนั้นตารางการคิดคำนวณ ส.ส.มีอยู่รัฐสภา ไม่ได้เป็นความลับ สามารถขอได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ในการหารือ ผมได้ชี้แจงถึงที่มาที่ไปของการคิดคำนวณว่าเป็นมาอย่างไร ได้เรียนว่ามีอยู่แล้วในร่างเดิม เสนอมาจากสำนักงาน กกต.เอง และก็มีการพิจารณาใน กรธ.ร่างที่เสนอ สนช.ก็มีการเสนอไป และมีการปรับปรุง ในวาระขอคณะกรรมาธิการฯ ก่อนที่จะออกมาเป็นกฎหมาย&amp;rdquo;
กรธ.ยันมีสูตรเดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า กรรมการยกร่างฯ พิจารณามีการตั้งสมมุติฐานว่าจะมีพรรคการเมืองที่ได้รับการเลือกตั้ง ส.ส.ในระบบเขตมากกว่าจำนวน ส.ส.พึงมี นายประพันธ์ชี้แจงว่า เราพิจารณาหมดว่าถ้ากรณีไม่มีโอเวอร์แฮงก์จะทำอย่างไร หรือมีโอเวอร์แฮงก์จะคิดคำนวณอย่างไร รวมทั้งพิจารณาไปถึงว่าถ้าต้องประกาศ ส.ส.ร้อยละ 95 เพื่อให้เปิดประชุมสภาได้ การคิดคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อจะคิดอย่างไร ซึ่งก็เขียนออกมาเป็นมาตรา 128 และ 129 ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ซึ่งรายละเอียดของตารางการคำนวณก็อยู่ที่รัฐสภา และเปิดเผยได้ ซึ่งในส่วนของคณะกรรมาธิการฯ พิจารณากฎหมาย ส.ส.ก็ดูตามตารางนั้น &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า ทำไมกฎหมายต้องเปิดช่องให้ กกต.มาทำสูตรตอนหลัง ทำไมไม่กำหนดไปเลยว่าอันไหนเป็นสูตรที่ถูกต้อง นายประพันธ์ตอบว่า เพราะตารางการคำนวณมีอยู่หมดแล้ว ว่าการคำนวณ ส.ส.ทำอย่างไร &amp;nbsp;อยู่ที่สภา แต่มาตรา 128 เขียนว่าให้ กกต.เป็นผู้คิด หมายความว่า กกต.ก็ต้องไปดูสูตรแล้วคิดออกมาว่าจะออกมาอย่างไร พรรคการเมืองที่ได้รับเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขตมาไม่ได้ยอมรับในสูตรนี้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในการยกร่างฯ มีสูตรและวิธีการคำนวณอยู่ก่อนแล้ว และมีสูตรเดียว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่าจะต้องยึดสูตรนี้ และพรรคการเมืองไม่สามารถไปตีความกฎหมายแล้วคิดเป็นสูตรอื่นออกมาใช่หรือไม่ อดีต กรธ.แจงว่า อันนี้เป็นสูตรการคำนวณที่มีการพิจารณาร่าง พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส. &amp;nbsp;และมีสูตรเดียว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน 12 พรรคเล็กจำนวนพึงมีไม่ควรได้ แต่กลับได้ ส.ส.อยู่ในสูตรที่ กรธ.คิดหรือไม่ นายประพันธ์ กล่าวว่า อยู่ในสูตรที่มีอยู่ในกรรมาธิการ และมีปรากฏมาตั้งนานแล้ว&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ในที่ประชุม กรธ.ยืนยันว่า ในชั้นการยกร่าง การคิดสูตรคำนวณอยู่บนพื้นฐานว่าไม่ต้องการให้ทุกคะแนนเสียงถูกทิ้งน้ำ และยังมีการกำหนดตารางการคำนวณ ซึ่งได้เผยแพร่หน้าเว็บไซต์ของ กรธ.มาตั้งแต่เดือนกันยายน 2561 ส่วนในประเด็นอื่นๆ ทาง กรธ.ไม่ได้ให้ความชัดเจนกับ กกต. &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พรรคการเมืองที่จะได้รับการจัดสรรคือพรรคการเมืองที่มี ส.ส.เขตเท่านั้น, ทุกคะแนนเสียงมีความหมายไม่ทิ้งน้ำ จึงต้องนำคะแนนของพรรคทั้ง 74 พรรคไปคำนวณ ทำให้พรรคที่ได้คะแนนไม่ถึงจำนวนส.ส.พึงมี มีสิทธิได้รับการจัดสรร ส.ส.ด้วย โดยเรียงตามหลักทศนิยมจากมากไปหาน้อย ว่าแบบใดตรงตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ รัฐธรรมนูญมาตรา 91 (3) บัญญัติว่า นำจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่พรรคการเมืองจะพึงมีได้ตาม (2) ลบด้วยจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งทั้งหมดที่พรรคการเมืองนั้นได้รับเลือกตั้งในทุกเขตเลือกตั้ง ผลลัพธ์คือจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองนั้นจะได้รับ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;(4) บัญญัติไว้ว่า ถ้าพรรคการเมืองใดมีผู้ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งเท่ากับ หรือสูงกว่าจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่พรรคการเมืองนั้นจะพึงมีได้ตาม (2) ให้พรรคการเมืองนั้นมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามจำนวนที่ได้รับจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง และไม่มีสิทธิได้รับการจัดสรรสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ และให้นำจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อทั้งหมดไปจัดสรรให้แก่พรรคการเมืองที่มีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งต่ำกว่าจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่พรรคการเมืองนั้นจะพึงมีได้ตาม (2) ตามอัตราส่วน แต่ต้องไม่มีผลให้พรรคการเมืองใดดังกล่าวมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเกินจำนวนที่จะพึงมีได้ตาม (2)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับพรรคที่ไม่ได้ ส.ส.เขตเลย เช่น พรรคเสรีรวมไทย หรือพรรคเศรษฐกิจใหม่ พรรคเพื่อชาติ พรรคพลังท้องถิ่นไท พรรครักษ์ผืนป่า พรรคพลังปวงชนไทย และพรรคพลังชาติไทย &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตัวอย่างการสูตรคำนวณที่ กรธ.เผยแพร่เมื่อเดือนกันยายนปี 61 นั้น ไม่ได้นำพรรคที่ไม่ได้ ส.ส.เขตมาคิดแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ประธานคณะกรรมการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่าการที่ กกต.คำนวณสัดส่วนแล้วพรรคเล็กที่คะแนน 3-4 หมื่นได้ ส.ส.ตรงนี้ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ กกต.ต้องออกมาอธิบายให้ชัดเจน ส่วนกรณีที่มีการล่ารายชื่อเพื่อถอดถอน กกต. ที่อ้างสาเหตุว่าทำหน้าที่ไม่ยุติธรรมนั้น วันนี้ กกต.ต้องพยายามสร้างความเข้าใจและทำให้ชัดเจน และเปิดเผยรายละเอียดต่างๆ โดยเฉพาะวิธีการคำนวณตามรัฐธรรมนูญและ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 128 นั้นเป็นเช่นไร เพื่อไม่ต้องให้มีใครมาวิพากษ์วิจารณ์ และมีคนโจมตีอยู่ทุกวัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมขอแนะนำว่า กกต.ควรเชิญตัวแทนและผู้เชี่ยวชาญจากภาคส่วนต่างๆ โดยเฉพาะอาจารย์จากมหาวิทยาลัยที่เชี่ยวชาญในด้านคณิตศาสตร์ รัฐศาสตร์ และนิติศาสตร์ มาร่วมกันช่วยแก้ปัญหาการคำนวณที่แต่ละคนแต่ละฝ่ายมีสูตรการคำนวณไปคนละอย่าง เรื่องนี้ต้องช่วยกันทำให้จบ ไม่ให้เกิดความแคลงใจ ผมคิดว่าวิธีนี้จะช่วยให้สถานการณ์คลี่คลาย ไม่ต้องมาวิจารณ์กันว่าวิธีไหนกันแน่ที่ถูกต้องตามกฎหมาย&amp;rdquo; นายสมศักดิ์กล่าว
&amp;quot;ธนาธร&amp;quot;ยันแก้ รธน.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ให้สัมภาษณ์ว่า นี่เป็นการเลือกตั้งที่แปลกประหลาดมาก 10 วันผ่านไปแล้วผลอย่างเป็นทางการก็ยังไม่ออก แม้แต่วิธีการคิด ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ก็ไม่มีใครรู้ว่าแบบไหนถูกต้อง ทั้งที่นักวิชาการและสื่อมวลชนหลายแห่งก็บอกแล้วว่าวิธีถูกต้องเป็นอย่างไร แต่ กกต.ก็ยังไม่เปิดเผย ประชาชนเคลือบแคลงสงสัย นี่เป็นวิกฤติศรัทธาที่ใหญ่ที่สุดที่มีกับองค์กรภาครัฐในประเทศไทย การล่ารายชื่อถอด กกต.ในออนไลน์มากกว่า 8 แสนคนนั้น ไม่เคยมีองค์กรหรือบุคคลสาธารณะคนไหนถูกล่ารายชื่อถอดถอนเยอะขนาดนี้มาก่อน นักศึกษามากกว่า 20 มหาวิทยาลัยร่วมกันล่ารายชื่อ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่กล่าวว่า ขอเป็นกำลังใจให้ กกต. เพราะยังมีทางทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้ได้รับการยอมรับอยู่ นั่นคือเริ่มเปิดเผยข้อมูลที่ถูกต้องกับประชาชน เริ่มยอมรับความผิด เริ่มทำงานกับภาคประชาสังคม หน่วยไหนเขตไหนไม่ปกติ นับใหม่หรือเลือกตั้งใหม่อย่างโปร่งใส ถ้าการเลือกตั้งไม่ได้รับการยอมรับแล้ว ประเทศไทยเดินหน้าต่อลำบาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การนำพาประเทศไทยกลับสู่ประชาธิปไตยต้องเริ่มจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 นี่ขนาดยังไม่ได้เริ่มใช้ แค่การเลือกตั้งอย่างเดียวก็ทำให้เห็นแล้วว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้มีปัญหามากน้อยแค่ไหน ดังนั้นต้องยอมรับความจริงกันว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ ที่มาเนื้อหาไม่เป็นประชาธิปไตย ใช้งานจริงไม่ได้ อนาคตใหม่มีจุดยืนเรื่องนี้ชัดเจน ประเทศไทยจะเป็นประชาธิปไตยไปข้างหน้าได้ ต้องแก้ทั้งฉบับ ไม่ช้าก็เร็ว&amp;quot; นายธนาธรกล่าว &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า หาก กกต.ใช้สูตรคิดที่ทำให้ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ลดลงกว่าจำนวน ส.ส.พึงมี รับได้หรือไม่ นายธนาธรกล่าวว่า ขอดู กกต.ก่อนว่าจะประกาศอย่างไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ห้างอิมพีเรียล ลาดพร้าว ที่ทำการพรรคเพื่อชาติ นายพนาสันต์ สุนันต๊ะ ผู้สมัคร ส.ส.เขต 2 สุโขทัย พร้อมด้วยผู้สมัคร ส.ส.เขตทุกภูมิภาค พรรคเพื่อชาติ ที่ได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากไม่ได้รับงบสนับสนุนหาเสียงเลือกตั้ง ทยอยเดินทางมารวมตัวกันมากกว่า 60 คน ทวงถามความชัดเจนจากคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อชาติอีกครั้ง เรื่องงบสนับสนุนหาเสียงเลือกตั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ฝั่งผู้บริหารและแกนนำพรรคเพื่อชาติ มีนายอารี ไกรนรา, นายเพชรวรรต วัฒนพงศ์ศิริกุล รองหัวหน้าพรรคและว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายรยุศด์ &amp;nbsp;บุญทัน รองโฆษกพรรคเพื่อชาติ, นายยศวริศ ชูกล่อม ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อชาติ เป็นต้น เดินทางมาร่วมรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของผู้สมัคร ส.ส.เขต และได้เชิญให้ไปพูดคุยยังห้องประชุม ก่อนเข้าไปพูดคุย ทางแกนนำพรรค ได้ให้ผู้สมัคร ส.ส.ทุกคนฝากโทรศัพท์มือถือเอาไว้ข้างนอก และกำชับห้ามให้ข้อมูลกับบุคคลภายนอก โดยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไปทำข่าว ขณะที่บริเวณหน้าประตูห้องประชุมมีชายฉกรรจ์ยืนเฝ้าหน้าประตูตลอดเวลา &amp;nbsp;
แกนนำพรรคหายหัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพนาสันต์ให้สัมภาษณ์ว่า พรรครับปากว่าจะจ่ายเงินเยียวยา แต่ยังตอบไม่ได้ว่าจะเยียวยาในวงเงินเท่าไหร่ เยียวยาเมื่อไหร่ ตอนนี้ยังไม่ได้ข้อสรุป ที่ประชุมได้นัดกันเพื่อหารืออีกครั้ง ทั้งนี้ที่ผ่านมามีการรับปากเรื่องค่าใช้จ่ายมาหลายรอบ และเลื่อนมาตลอด ที่มาวันนี้เพราะเรารอมาหลายเดือนแล้ว รอไม่ได้แล้ว ก่อนการเลือกตั้งรับปากบอกให้เราสู้เต็มที่ ค่าใช้จ่ายทุกอย่างเบิกที่พรรคได้ไม่ต้องห่วง ที่ผ่านมาได้เพียงเงินค่าสมัครจำนวน 10,000 บาท และเงินค่าป้ายหาเสียงจำนวน 120,000 บาท ตลอดการหาเสียงมีค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ยประมาณ 800,000 บาท ถ้ายังไม่ได้คำตอบในวันนี้ เราจะหามาตรการต่อไป ทุกคะแนนที่เราหาให้ เราหาให้ปาร์ตี้ลิสต์หมด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราอยากเห็นหัวหน้าพรรคออกมาแสดงความรับผิดชอบ หัวเรือใหญ่หายไปไหนไม่รู้ อยากให้หัวหน้ามาสร้างความเชื่อมั่นให้กับเรา เรือกำลังจะจม จะปล่อยให้ลูกน้องลอยแพแบบนี้หรือ เราต้องการกัปตัน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายอารี ไกรนรา รองหัวหน้าพรรคเพื่อชาติ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมภาคบ่ายว่า พี่น้องที่มาเดือดร้อน แต่เราช่วยเหลือตามสภาพที่ได้รับความเดือดร้อน แต่ละภาค มีผู้ดูแลอยู่แล้ว และได้ทำการสรุปข้อมูลในแต่ละภาคเพื่อนำไปประกอบกับเงินเยียวยา ภายในวันที่ 10 เม.ย.จะให้คำตอบ เรารับเงื่อนไข คือครอบครัวเดียวกัน จึงต้องช่วยเหลือเยียวยา ส่วนจะเยียวยาใครก่อน ขึ้นอยู่กับความเดือดร้อนมากหรือน้อย ใครเดือดร้อนก่อนก็มาก่อน ใครเดือดร้อนน้อยก็ทยอยช่วยเหลือ ไม่ใช่ว่ามีคนเดือดร้อน 350 เขต บางคนก็ไม่มา และบางคนมาก็ไม่ได้เรียกร้องอะไร เพราะเข้าใจว่าพรรคประสบปัญหาไม่มีเงิน แต่คนที่มาวันนี้เดือดร้อนจริงๆ ก็ช่วยเหลือตามสภาพและตามที่ข้อกฎหมายกำหนด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายรยุศด์ บุญทัน รองโฆษกพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า เบื้องต้นผู้สมัครทุกคนพอใจที่ได้หารือกัน ผู้สมัครให้เวลา 7 วันเพื่อให้พรรคหารือ และนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมและแจ้งให้หัวหน้าพรรครับทราบ ซึ่งเงื่อนไขที่ผู้สมัคร ส.ส.เสนอมาทางพรรครับทราบ และผู้สมัครส.ส.ยินดีรอคำตอบจากพรรค นายอารียืนยันแล้วว่าจะช่วยเหลือ แต่จะเป็นสัดส่วนเท่าไหร่ ขอให้เป็นเรื่องที่ทางพรรคพิจารณา บางพื้นที่เสียหายเยอะ เราจะพิจารณาเป็นรายๆ ไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชัยเกษม นิติสิริ อดีต รมว.ยุติธรรม แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีในบัญชีพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณีข่าวถูกเรียกตัวหารือกับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เพื่อผลักดันให้เป็นแคนดิเดตนายกฯ แทนคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อ้างเนื่องจากนายทักษิณไม่ค่อยพอใจคุณหญิงสุดารัตน์ เพราะไม่ประกาศต่อสู้กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีอย่างเต็มที่ว่า ไม่รู้เรื่องอะไรเลย และไม่เคยสไกป์ด้วย ถ้าหมายถึงช่วงสุดสัปดาห์ที่แล้วตนอยู่ต่างจังหวัด จะไปสไกป์กับนายทักษิณได้ยังไง รับรองได้ไม่มี ถ้าอยากรู้มาตรวจสอบได้เลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมว่าเจตนาหวังสร้างความแตกแยกให้เกิดในพรรคเพื่อไทยมากกว่า เพราะจริงๆ แล้วเห็นจากข่าวแล้วไม่สบายใจ เดี๋ยวคุณหญิงสุดารัตน์จะเข้าใจผิด ผมไม่ได้อยากไปเป็น อยากให้เสนอข่าวอย่างตรงไปตรงมา อย่าไปเต้าข่าวขึ้นมา มันไม่ถูกต้อง เสียหาย ผมว่าข่าวนี้ตลกร้ายกาจ&amp;quot; นายชัยเกษมกล่าว
อย่าเพิ่งตัดสินใจเป็นฝ่ายค้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เขียนจดหมายถึงหัวหน้าคนใหม่ว่า อย่ารีบฟันธงเป็นฝ่ายค้าน ขณะที่จำนวน ส.ส.ยังไม่นิ่ง ต้องเดินตามหลักการประชาชนเป็นใหญ่ ประชาธิปไตยสุจริต ที่ได้เคยพูดไว้ มิเช่นนั้นผลมันจะออกมาได้แค่ 2 ทาง คือ 1.รัฐบาลเผด็จการ คสช.อยู่ต่อพร้อม ม.44 เพราะยังตั้งรัฐบาลประชาธิปไตยไม่ได้ หรือ 2.สุดารัตน์เป็นนายกฯ ขอย้ำว่าเป้าหมายและกระบวนทัศน์ต้องมั่นคง ทั้งนี้ ขึ้นกับผู้บริหารและ ส.ส.ใหม่ของปชป.ว่าจะพาพรรคไปในทิศทางใด ฝากหัวหน้าคนใหม่ว่าต้องยืนให้มั่นคง ดำรงเป้าหมายให้ดี และมีความกล้าหาญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่หน้าสำนักงาน กกต. นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ พร้อมด้วยนายธนวัฒน์ วงค์ไชย แกนนำแนวร่วมประชาชนเพื่อการเลือกตั้งที่เป็นธรรม เดินทางมารอล่ารายชื่อประชาชนในการยื่นถอดถอน กกต. โดยนายสิรวิชญ์เปิดเผยว่า วันนี้ไม่ได้เดินทางมายื่นเรื่องใดๆ ต่อ กกต. แต่มานั่งรอรับรายชื่อประชาชนที่จะมายื่นถอดถอน กกต.เท่านั้น ซึ่งทางเจ้าหน้าที่แจ้งว่าไม่สามารถตั้งโต๊ะได้ ดังนั้นก็จะมานั่งรอตรงนี้ถึงประมาณช่วง 14.00 น. ก่อนเดินทางไปล่ารายชื่อต่อที่ห้างสรรพสินค้าอิมพีเรียลสำโรงในช่วงเย็น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสิรวิชญ์เผยถึงความคืบหน้าการล่ารายชื่อว่า ได้รับแล้วประมาณ 5,000 รายชื่อ จากเป้าที่ตั้งไว้ 20,000 รายชื่อ เราจะทำให้ได้มากที่สุด ส่วนจะมีการนำรายชื่อไปรวมกับกลุ่มอื่นหรือไม่นั้น อาจไม่ได้นำไปรวมกัน เพราะแม้มีแนวทางเดียวกัน แต่รายละเอียดต่างกัน ขณะนี้ทางกลุ่มได้ล่ารายชื่อจากนิสิตนักศึกษารวมประมาณ 20 มหาวิทยาลัย โดยเหตุผลหลักในการยื่นถอดถอนคือการเลือกตั้งไม่โปร่งใส ไม่ชอบมาพากล ซึ่งจะมีหลักฐานประกอบด้วย ก่อนยื่นให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ต่อไป และขอให้ ป.ป.ช.เร่งส่งศาลวินิจฉัย ส่วนการล่ารายชื่อในเว็บไซต์ Change.org หนึ่งล้านรายชื่อ แม้จะไม่มีผลทางกฎหมาย แต่ก็เป็นแรงผลักดันหนุนเสริมให้ ป.ป.ช.ดำเนินการ เบื้องต้นในวันที่ 5 เม.ย.นี้ จะนัดแถลงข่าวปิดกิจกรรมที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพฯ และวันที่ 10 เม.ย.นี้ จะนำรายชื่อไปส่ง ป.ป.ช.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ นายสิรวิชญ์และนายธนวัฒน์ยังเผยด้วยว่า ได้รับแจ้งจากประชาชนว่ามีเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงทำการล้วงลูกไปรษณีย์ไทย โดยมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงติดต่อไปยังพนักงานไปรษณีย์ ขอเปิดดูเอกสารรายชื่อขอถอดถอน กกต. ที่มีการส่งเข้ามาที่ไปรษณีย์สามเสนใน ทำให้ผู้ที่ส่งรายชื่อรู้สึกถึงความไม่ปลอดภัย จึงขอให้ทางไปรษณีย์สามเสนออกมาชี้แจงกรณีดังกล่าวด้วย ทั้งนี้ อยากให้ประชาชนส่งมาถึงมือพวกตนโดยตรงได้ และยังมีกรณีการล่ารายชื่อที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในภาคใต้ หลังดำเนินการเสร็จ ปรากฏเจ้าหน้าที่รัฐขับรถตามมาขณะดำเนินการขนรายชื่อไปส่งที่ไปรษณีย์ด้วย ส่วนรายชื่อดังกล่าวส่งมาถึงหรือไม่ กำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32944</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัยเกษม นิติสิริ, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, ประพันธ์ นัยโกวิท, รยุศด์ บุญทัน, ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี, อารี ไกรนรา, อุดม รัฐอมฤต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190403/image_big_5ca4d0c5b8b27.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32889</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/04/2019 12:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/04/2019 12:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรธ.ยันมีสูตรเดียวคำนวณปาร์ตี้ลิสต์ หน้าที่กกต.คิดตัวเลข</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 เม.ย. 62 - ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)​ นายประพันธ์ นัยโกวิท อดีตกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.)​ และอดีตกรรมการ กกต. &amp;nbsp;เปิดเผยภายหลังร่วมหารือกับคณะกรรมการที่ปรึกษากฎหมายของ กกต. ต่อกรณีการคิดคำนวณสูตร ส.ส.บัญชีรายชื่อว่า &amp;nbsp;อำนาจในการคิดคำนวณ ส.ส. เป็นอำนาจหน้าที่ของ กกต. ซึ่งในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา &amp;nbsp;128 วรรคท้าย ให้ กกต.เป็นผู้ดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญการคิดคำนวนบัญชีรายชื่อทุกคะแนนเสียงมีความหมายหรือไม่ &amp;nbsp; นายประพันธ์ &amp;nbsp;กล่าวว่า &amp;nbsp;หลักคิดของรัฐธรรมนูญฉบับนี้มุ่งให้ทุกคะแนนที่ประชาชนออกเสียงมีความหมายไม่ถูกทิ้งเสียเปล่า &amp;nbsp;เพื่อเป็นการสะท้อนถึงสิ่งที่ประชาชนคิด &amp;nbsp;และวิธีการคิด ส.ส.บัญชีรายชื่อ ตารางการคิดก็ไม่ได้เพิ่งมาคิดในขณะนี้ &amp;nbsp;มีการเสนอมาตั้งแต่ในชั้นของ กกต.ชุดที่แล้ว เสนอมาที่ กรธ. และเสนอต่อไปที่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ซึ่งในชั้นของกรรมาธิการยกร่างฯกฎหมายลูก ก็ได้มีการนำตารางการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อมาพิจารณาและยกร่างเป็นกฎหมาย &amp;nbsp;ดังนั้นตารางการคิดคำนวณ ส.ส. มีอยู่รัฐสภา ไม่ได้เป็นความลับ สามารถขอได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในการหารือ ผมได้ชี้แจงถึงที่มาที่ไปของการคิดคำนวณ ว่าเป็นมาอย่างไร &amp;nbsp;ได้เรียนว่ามีอยู่แล้วในร่างเดิม เสนอมาจากสำนักงาน กกต.เอง &amp;nbsp;และก็มีการพิจารณาใน กรธ. ร่างที่เสนอสนช.ก็มีการเสนอไป และมีการปรับปรุง &amp;nbsp;ในวาระของคณะกรรมาธิการฯ ก่อนที่จะออกมาเป็นกฎหมาย&amp;rdquo;นายประพันธ์ ระบุ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่คณะกรรมการยกร่างฯพิจารณามีการตั้งสมมุติฐาน ว่าจะมีพรรคการเมือง ที่ได้รับการเลือกตั้ง ส.ส.ในระบบเขตมากว่าจำนวน ส.ส.พึงมี &amp;nbsp; นายประพันธ์ กล่าวว่า เราพิจารณาหมด ว่าถ้ากรณีไม่มีโอเวอร์แฮงค์จะทำอย่างไร &amp;nbsp; หรือมีโอเวอร์แฮงค์จะคิดคำนวณอย่างไร &amp;nbsp;รวมทั้งพิจารณาไปถึงว่าหากต้องประกาศ ส.ส. ร้อยละ 95 &amp;nbsp; เพื่อให้เปิดประชุมสภาได้ การคิดคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อจะคิดอย่างไร &amp;nbsp; ซึ่งเขียนออกมาเป็นมาตรา 128 และ 129 ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. ซึ่งรายละเอียดของตารางการคำนวณก็อยู่ที่รัฐสภา และเปิดเผยได้ &amp;nbsp;ซึ่งในส่วนของคณะกรรมาธิการฯพิจารณากฎหมาย ส.ส.ก็ดูตามตารางนั้น &amp;nbsp;พร้อมย้ำเป็นอำนาจหน้าที่ของ กกต.ในการคำนวณเพื่อประกาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ทำไมกฎหมายต้องเปิดช่องให้ กกต.มาทำสูตรตอนหลัง &amp;nbsp;ทำไมไม่กำหนดไปเลยว่า อันไหนเป็นสูตรที่ถูกต้อง นายประพันธ์ กล่าวว่า ไม่ใช่ เพราะตารางการคำนวณมีอยู่หมดแล้วว่าการคำนวณ ส.ส.ทำอย่างไร &amp;nbsp;อยู่ที่สภา &amp;nbsp;แต่มาตรา 128 เขียนว่า ให้ กกต.เป็นผู้คิด หมายความว่า กกต.ก็ต้องไปดูสูตรแล้วคิดออกมาว่าจะออกมาอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามย้ำว่า พรรคการเมืองที่ได้รับเลือกตั้ง ส.ส. แบบแบ่งเขตมาไม่ได้ยอมรับในสูตรนี้ &amp;nbsp;อดีตกรรมการ กรธ. กล่าวว่า &amp;nbsp;ในการยกร่างฯ &amp;nbsp;มีสูตรและวิธีการคำนวณอยู่ก่อนแล้ว &amp;nbsp;และมีสูตรเดียว &amp;nbsp;ซึ่งเป็นสูตรการคำนวณที่มีการพิจารณาร่าง พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส. &amp;nbsp;ส่วนกรณี 12 &amp;nbsp;พรรคเล็กจำนวนพึงมีไม่ควรได้ &amp;nbsp;แต่กลับได้ ส.ส.นั้น อยู่ในสูตรที่มีอยู่ในกรรมาธิการฯ &amp;nbsp;และมีปรากฏมาตั้งนานแล้ว. &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32889</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., กรธ., ประพันธ์ นัยโกวิท, ส.ส.บัญชีรายชื่อ, สูตรคำนวณปาร์ตี้ลิสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190403/image_big_5ca44a33842ea.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32827</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/04/2019 20:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/04/2019 20:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กกต.ตั้งโต๊ะเชิญฝ่ายกฎหมาย-อดีตกรธ. ถกสูตรคำนวณปาร์ตี้ลิสต์  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 เม.ย.62- ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีปัญหาการท้วงติงสูตรการคิดคำนวนส.ส.บัญชีรายชื่อทั้งจากนักวิชาการ และพรรคการเมืองต่าง ๆในขณะนี้และเรียกร้องให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)​เปิดเผยสูตรคำนวนที่ถูกต้องนั้นทางกกต.จึงได้ให้ทางสำนักงานกกต.เชิญประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษากฎหมายของกกต. ที่มีนายบุญส่ง น้อยโสภณ เป็นประธาน และมีนักวิชาการ รวมทั้งผู้ทรงคุณวุฒิด้านกฎหมายเป็นกรรมการ เพื่อขอความเห็นในประเด็นข้อกฎหมายดังกล่าวในวันพรุ่งนี้ เวลา 09.30 น.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยทางสำนักงานฯยังได้มีการประสานไปยังนายประพันธ์ นัยโกวิท อดีตกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญ และนายอุดม รัฐอมฤต อดีตโฆษกกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อขอมาให้ความเห็น เพื่อให้ทราบถึงวิธีการคำนวนส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่ถูกต้อง รวมถึงเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญมาตรา 91 และมาตรา 128 พ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. โดยเฉพาะ( 5) (6) (7) กรณีที่พรรคเพื่อไทยได้รับการเลือกตั้งส.ส.ในระบบเขตเลือกตั้งมากกว่า จำนวนส.ส.ที่พึ่งได้ หรือ โอเวอร์แฮงค์ ว่าขณะยกร่างกรธ มีแนวคิดและต้องการให้มีการคิดคำนวนเป็นแบบใด เพื่อเป็นข้อมูลต่อกกต.ในการพิจารณาคำนวนและประกาศจำนวน และจำนวนส.ส.บัญชีรายชื่อที่แต่ละพรรคการเมืองจะได้รับในวันที่ 9 พ.ค.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32827</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., กรธ., ประพันธ์ นัยโกวิท, ผู้ทรงคุณวุฒิ, สูตรคำนวณปาร์ตี้ลิสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180707/image_big_5b4061f41423c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12104</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชงใช้ม.44งดไพรมารี พรรคการเมืองพอใจหารือ คลายล็อกช่วง90วันกม.ลูก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ประวิตร&amp;rdquo; นั่งหัวโต๊ะประชุมพรรคการเมืองในค่ายทหารแล้ว โอดมาน้อยไป แค่ 74 พรรค &amp;ldquo;วิษณุ&amp;rdquo; แจงผลหารือ ย้ำบ้านเมืองต้องสงบเหมือนปัจจุบันจึงเลือกตั้งเร็ว เตรียมคลายล็อกช่วง 90 วันที่กฎหมายลูกประกาศ แต่ยังห้ามชุมนุมเกิน 5 คน ให้ทำแค่งานรูทีน ส่วนไพรมารีโหวตยังไร้บทสรุป รอ &amp;rdquo;บิ๊กป้อม&amp;rdquo; หารืออีกรอบ บอกปฏิทินวันเลือกตั้งมี 4 ตัวเลือก &amp;ldquo;24 ก.พ.-31 มี.ค.-28 เม.ย.-5 พ.ค.&amp;rdquo; พรรคการเมืองพอใจผลหารือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 25 มิ.ย. ที่สโมสรทหารบก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมพบปะหารือร่วมกับพรรคการเมือง เพื่อรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับการเลือกตั้งทั่วไป โดยในส่วนของรัฐบาล มีผู้เข้าร่วม อาทิ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ, พล.อ.สกล ชื่นตระกูล ที่ปรึกษานายกฯ, พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม, พล.อ.เทพพงศ์ ทิพยจันทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม, พล.อ.วีรชัย อินทุโศภน ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก (ผู้ช่วย ผบ.ทบ.), พล.อ.วิสุทธิ์ นาเงิน รองปลัด กห., พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ รองปลัด กห., นายศุภชัย สมเจริญ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.), นายธีรวัฒน์ ธีรโรจน์วิทย์ กกต., นายประวิช รัตนเพียร กกต., พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง และนายประพันธ์ นัยโกวิท กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนของพรรคการเมือง มีตัวแทนพรรคการเมืองมาเข้าร่วม 74 พรรค จำนวน 199 คน ซึ่งเป็นตัวแทนพรรคต่างๆ โดยไม่มีตัวแทนจากพรรคเพื่อไทย (พท.) และพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) เดินทางมาร่วมแต่อย่างใด
ทั้งนี้ ภายในห้องประชุมได้ห้ามไม่ให้นักการเมืองนำโทรศัพท์และเครื่องมือติดต่อสื่อสารเข้ามาในห้องประชุมเด็ดขาด โดยให้ฝากไว้กับเจ้าหน้าที่บริเวณด้านหน้าห้องประชุมทั้งหมด ท่ามกลางมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดของเจ้าหน้าที่สารวัตรทหารที่สวมชุดสูททั้งในส่วนของกลาโหมและกองทัพบก รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบ พร้อมทั้งห้ามสื่อมวลชนเข้าร่วมรับฟังอย่างเด็ดขาด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยก่อนเข้าห้องประชุม พล.อ.ประวิตรตอบคำถามถึงความพอใจกับจำนวนพรรคการเมืองที่ตอบรับมาร่วมสั้นๆ ว่า น้อยไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับบรรยากาศในห้องประชุม เริ่มต้นที่ พล.อ.ประวิตรกล่าวเพียงสั้นๆ ว่า การประชุมครั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้มาพูดคุยกันเกี่ยวกับเรื่องการปลดล็อก คลายล็อก เพื่อให้พรรคการเมืองทำกิจกรรม รวมถึงข้อกฎหมายและเงื่อนเวลาต่างๆ จากนั้นนายวิษณุได้ชี้แจงถึงข้อกฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง และข้อสรุปที่ คสช.และ กกต.ได้หารือกันแล้วว่ามีประเด็นอะไรบ้าง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นที่ประชุมได้เปิดให้พรรคการเมืองแสดงความคิดเห็น โดยแบ่งเป็นแถวที่พรรคการเมืองต่างๆนั่งอยู่ และให้แสดงความคิดเห็นพรรคการเมืองละ 1 คน ซึ่งส่วนใหญ่เห็นว่าควรให้ใช้มาตรา 44 งดเว้นการทำระบบไพรมารีโหวตในการเลือกตั้งครั้งแรกออกไปก่อน ซึ่ง พล.อ.ประวิตรก็มีท่าทีที่เห็นด้วยว่ามีปัญหาอยู่เหมือนกัน เนื่องจากบางพรรคไม่มีสาขาพรรค ทำให้ยากต่อการดำเนินการ ซึ่งข้อสรุปต่างๆ ต้องส่งให้ คสช.พิจารณาอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมง พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า รู้สึกพอใจกับการพูดคุย ซึ่งไม่มีอะไร ส่วนที่ระบุว่ามีเวลา 3 เดือนให้พรรคการเมืองเตรียมตัวก่อนการเลือกตั้ง คิดว่าทัน
ย้ำเลือกตั้งบ้านต้องสงบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายวิษณุแถลงภายหลังการหารือว่า การหารือเป็นการรับฟังความคิดเห็นของพรรคการเมือง แต่เมื่อร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว.ประกาศใช้ ต้องประชุมหารือกับพรรคการเมืองอีกครั้ง ตามที่กำหนดไว้ในข้อ 8 ของคำสั่ง คสช.ที่ 53/2560 โดยมีนายกฯ เป็นประธานการประชุมเอง ซึ่งจะชัดเจนมากขึ้น รวมถึงเรื่องวันเลือกตั้ง และการปลดล็อกว่าเมื่อใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุกล่าวว่า การประชุมครั้งนี้เป็นการนำผลการประชุมระดับเจ้าหน้าที่เมื่อวันที่ 14 มิ.ย.ที่รายงานคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไปแล้วมาแจ้งให้ทราบ ซึ่งได้ชี้แจงปัจจัย 5 ข้อที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง ซึ่งการเลือกตั้งยังเป็นไปตามโรดแมป ส่วนจะช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับปัจจัย 5 ข้อ คือ 1.ความสงบเรียบร้อยระหว่างงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก 2.การได้รับพระราชทานกฎหมายลูก 2 ฉบับที่เหลือ 3.การผลัดเปลี่ยน กกต.จากชุดเก่าไปชุดใหม่ 4.การจัดการเลือกตั้งท้องถิ่นที่ต้องไม่ตรงกับการเลือกตั้งระดับชาติ และ 5.ความสงบเรียบร้อยทั่วไปของประเทศ ถ้าเหมือนวันนี้ก็ยังวางใจได้ แต่ถ้าเกิดอะไรขึ้นมาในอนาคตจะกระทบต่อกำหนดเวลาเลือกตั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุกล่าวอีกว่า ส่วนปัญหาที่พรรคการเมืองกังวลนั้นมี 4 ประเด็นคือ 1.การประชุมใหญ่ของพรรคการเมือง เพราะมีความสำคัญเกี่ยวเนื่องถึงการหาสมาชิก ผู้สมัคร และการจัดทำไพรมารีโหวต ที่ขณะนี้ยังทำไม่ได้ เพราะถ้าจะประชุมพรรคต้องขออนุญาต คสช. ซึ่งฝ่ายการเมืองยังไม่พอใจ จึงอธิบายกรอบเวลา 3 ช่วง คือ 90 วันแรก คือ ช่วงทูลเกล้าฯ ถวายร่างกฎหมาย ซึ่งช่วงดังกล่าวจะยังไม่มีการทำอะไร ช่วงที่สองคือ เมื่อมีการประกาศใช้กฎหมายแล้ว ระหว่างรอกฎหมาย ส.ส.มีผลบังคับใช้ 90 วัน ตรงนี้สามารถให้แบ่งเขตเลือกตั้งเป็นเวลา 60 วัน และทำไพรมารีโหวต 30 วัน และช่วงที่สามคือ 150 วันจัดการเลือกตั้ง ซึ่งการรับสมัคร ส.ส. 20 วัน จะอยู่ในช่วงนี้ ดังนั้น หากไม่มีเวลา 90 วันที่รอกฎหมาย ส.ส.มีผลบังคับใช้ในช่วงที่สอง ทั้งการแบ่งเขตเลือกตั้ง การทำไพรมารีฯ และการรับสมัครต้องเข้าไปอยู่ในช่วง 150 วันทั้งหมด จะส่งผลให้ลำบากต่อการหาเสียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ดังนั้นจึงจะเสนอ คสช.ให้ กกต.แบ่งเขตเลือกตั้ง และทำไพรมารีโหวตในช่วง 90 วันที่รอกฎหมาย ส.ส.บังคับใช้ได้ เมื่อเป็นเช่นนี้จะทำให้การรับสมัคร 20 วันไปอยู่ในช่วง 150 วัน ทำให้เหลือเวลา 130 วัน ในการจัดการเลือกตั้ง ซึ่งนายกฯ ได้ให้สัมภาษณ์ที่อังกฤษว่าเมื่อเป็นเช่นนี้ สามารถจัดการเลือกตั้งเร็วที่สุดได้ในเดือน ก.พ.2562 แต่ในที่ประชุมได้วางตุ๊กตาการเลือกตั้งไว้ โดย กกต.อยากให้เป็นวันอาทิตย์ในสัปดาห์สุดท้ายของเดือน คือ 24 ก.พ., 31 มี.ค., 28 เม.ย. หรือสุดท้าย 5 พ.ค.62 หลังจากนั้นจะเกินเวลา 150 วัน วันนี้เรายังไม่กำหนด เพราะ กกต.ชุดใหม่จะเป็นผู้กำหนด แต่ถ้าพร้อมก็ไม่จำเป็นต้องเป็นวันอาทิตย์สัปดาห์สุดท้ายของเดือนก็ได้&amp;rdquo; นายวิษณุกล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองนายกฯ กล่าวว่า สิ่งที่เราจะผ่อนคลายมี 4 ประเด็น คือ 1.จะอนุญาตให้ประชุมใหญ่พรรคการเมืองในช่วง 90 วันของช่วงที่สอง คือ กลางเดือน ก.ย.- ธ.ค.2561 เพื่อให้หาสมาชิกทำไพรมารีโหวต และให้ กกต.แบ่งเขตเลือกตั้งได้ 2.เรื่องการจัดตั้งสาขาพรรค เพราะถ้าไม่มีหัวหน้าสาขาจะไม่สามารถประชุมพรรคได้ จึงจะปลดล็อกสามารถประชุมใหญ่ได้โดยไม่ต้องมีหัวหน้าสาขา อีกทั้งการทำไพรมารีโหวตจำเป็นต้องมีหัวสาขา ก็จะปลดล็อกว่าไม่ต้องมีหัวหน้าสาขาเป็นกรรมการจัดทำไพรมารีโหวต รวมถึงปลดล็อกว่าไม่จำเป็นต้องมีหัวหน้าพรรคมาเป็นกรรมการคัดเลือกผู้สมัคร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไพรมารีฯ ยังลูกผีลูกคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองนายกฯ กล่าวด้วยว่า 3.เรื่องการแบ่งเขตเลือกตั้งที่ กกต.จำเป็นต้องลงพื้นที่สอบถามประชาชน จึงจะเสนอ คสช.คลายล็อกให้ช่วง 90 วันของช่วงที่สองให้ กกต.สามารถแบ่งเขตเลือกตั้งได้ และประเด็นที่ 4 คือ ไพรมารีโหวต หากยังจำเป็นต้องมี จะให้ดำเนินการในช่วง 90 วันช่วงที่สอง เพราะในที่ประชุมมีข้อเสนอเกี่ยวกับเรื่องนี้หลากหลาย ทั้งยกเลิก ทั้งจำเป็นต้องมี ทั้งเปลี่ยนจากทำเป็นระดับเขตเป็นระดับภาค หรือให้ไปใช้ในการเลือกตั้งใหญ่ครั้งหน้า ซึ่ง พล.อ.ประวิตรรับข้อเสนอดังกล่าวว่าจะนำไปหารือกับ กกต., คสช., ครม., กรธ. และ สนช.ต่อไป ส่วนจะเป็นเมื่อไรนั้น ไม่ทราบ อยู่ที่ พล.อ.ประวิตร &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า ทางออกทั้งหมดที่กล่าวมาต้องไปแก้คำสั่ง คสช.ที่ 53/2560 หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ใช่ แต่ขอว่าอย่าถามในเรื่องวิธีการ เพราะไม่อยู่ในฐานะที่จะตอบได้ แต่เราคงไม่เอามาแล้วฉีกมันหรอก
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า การปลดล็อกในช่วงที่สอง พรรคการเมืองสามารถทำได้ทุกอย่างใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ใช่ ทำได้เพียงบางอย่างที่เขาเรียกร้อง สิ่งที่ทำไม่ได้คือการชุมนุมเกิน 5 คน เราปลดล็อกเพียงการประชุมใหญ่โดยไม่ต้องขออนุญาตเพื่อร่างข้อบังคับ หาสมาชิก ให้ความเห็นต่อ กกต.ในการแบ่งเขตเลือกตั้ง จัดตั้งกรรมการเพื่อเตรียมการจัดตั้งสาขา และหาผู้สมัคร ส่วนการปลดล็อกทั้งหมดคือการยกเลิกคำสั่ง คสช.ที่เกี่ยวกับการทำกิจกรรมทางการเมืองทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศุภชัยกล่าวเช่นกันว่า การประชุมเป็นไปอย่างราบรื่น โดย คสช.ได้มารับฟังความคิดเห็นของพรรคการเมืองว่ามีปัญหาข้อขัดข้องอย่างไรจากคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 53/2560 มีปัญหาแนวทางการปฏิบัติของพรรคการเมืองอย่างไร และจะแก้ไขอย่างไร โดยพรรคการเมืองส่วนใหญ่ก็ขอให้ปลดล็อกและให้งดทำไพรมารีโหวต แต่บางพรรคก็ให้คงทำไพรมารีโหวตไว้ตามเดิม ซึ่งเรื่องดังกล่าวก็สุดแล้วแต่ คสช.จะปลดล็อกหรือไม่ ส่วนเรื่องวันเลือกตั้งยังไม่สามารถกำหนดได้ ขึ้นอยู่กับพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.จะประกาศใช้เมื่อใด และนับจากนั้นอีก 90 วันถึงจะมีผลใช้บังคับ หลังจากนั้นจึงต้องจัดเลือกตั้งภายใน 150 วัน ตามที่กฎหมายกำหนด&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ในที่ประชุมมีการถามว่า กกต.ควรกำหนดวันเลือกตั้ง แต่เราบอกไปว่ายังกำหนดไม่ได้ เพราะต้องรอดูกรอบเวลา 90 วันแรกก่อนว่า พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.จะประกาศใช้เมื่อใด โดย กกต.เสนอว่าในช่วง 90 วันระหว่างชะลอการบังคับใช้ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ขอให้ กกต.แบ่งเขตเลือกตั้งก่อนโดยใช้เวลา 60 วัน หลังจากนั้นให้พรรคการเมืองไปทำไพรมารีโหวตอีก 30 วัน โดยในส่วนของการประกาศแบ่งเขตเลือกตั้งนั้น เนื่องจาก พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ยังไม่มีผลใช้บังคับ กกต.ก็ไม่สามารถแบ่งเขตเลือกตั้งได้ จึงต้องขอให้ทำก่อนโดยใช้มาตรา 44 ซึ่งอยู่ในดุลยพินิจของ คสช. เพราะต้องใช้มาตรา 44 ออกเป็นคำสั่ง&amp;rdquo; นายศุภชัยระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ซึ่งเป็นตัวแทนพรรคเข้าร่วมประชุม กล่าวว่า การเลือกตั้งยังคงเป็นไปตามเงื่อนเวลา คือ 3-3-5 โดยช่วง 3 เดือนแรกคือช่วงทูลเกล้าฯ ถวาย ส่วน 3 เดือนที่สองคือช่วงรอกฎหมายเลือกตั้งบังคับใช้ และ 5 เดือนคือการจัดการเลือกตั้ง โดยจะหาทางคลายล็อกให้ช่วง 3 เดือนของการบังคับใช้กฎหมายเลือกตั้ง ส่วนรายละเอียดต่างๆ ต้องรอดูคำสั่งที่จะออกมาใหม่ด้วย ส่วนประเด็นการจัดทำไพรมารีโหวตนั้น ที่ประชุมยังไม่มีความชัดเจนใดๆ&amp;nbsp;
พอใจการหารือ
&amp;ldquo;ผมพอใจภาพรวมการประชุม เพราะได้คำตอบเกี่ยวกับเรื่องการคลายล็อกว่าจะมีแน่นอน ซึ่งหลังจากนี้ต้องรอดูว่าผลจะออกมาอย่างไร&amp;rdquo; นายจุรินทร์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวราวุธ ศิลปอาชา แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) กล่าวว่า พรรคพอใจการหารือ เพราะบรรยากาศเป็นไปอย่างราบรื่น โดยรัฐบาลได้เตรียมคำตอบมาให้พรรคการเมืองบ้างแล้ว โดยเฉพาะประเด็นปัญหาในเรื่องเงื่อนเวลาสำหรับการทำไพรมารีโหวตนั้น ซึ่งพรรคมีความพร้อมในการดำเนินการหากปลดล็อก ขณะที่กรอบเวลาในวันเลือกตั้งที่รัฐบาลเสนอในที่ประชุมนั้นมี 4 กรอบ เริ่มตั้งแต่เดือน ก.พ.ถึง พ.ค. โดยยึดเอาทุกวันอาทิตย์สิ้นเดือนมาเป็นกรอบนั้น ซึ่งมีทั้ง 24 ก.พ., 31 มี.ค., 28 เม.ย. และ 5 พ.ค. ถือว่าเป็นไปได้หมดโดยจะขึ้นอยู่กับว่าร่างกฎหมายลูกอีก 2 ฉบับสุดท้ายจะบังคับใช้เมื่อไหร่ จึงเชื่อว่าเมื่อมีความชัดเจนรัฐบาลคงเชิญพรรคการเมืองเข้ามาหารือกันอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายนิกร จำนง ผู้อำนวยการ ชทพ. กล่าวว่า จากการหารือถือว่ามีแนวโน้มไปในแนวทางที่ดี โดยเรื่องคลายล็อกนั้น สรุปว่าให้คลายในช่วงที่ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา และยังมีเวลา 90 วันกฎหมายบังคับใช้ ซึ่งจะคลายล็อกช่วงนี้ ส่วนเรื่องไพรมารีโหวตที่ประชุมมี 3 ทางเลือกคือ 1.ยกเลิกทำไพรมารีโหวตทั้งหมด 2.ยกเลิกไพรมารีฯ ครั้งแรก และ 3.ทำไพรมารีฯ แต่ให้ทำในระดับภาค 4 ภาค&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;วันเลือกตั้งที่ประชุมเห็นว่าหากนับเวลา 150 วัน &amp;nbsp;ประกอบกับนายกฯ ไปพูดในต่างประเทศถึง 2 ประเทศ โดยย้ำเลือกตั้งตามโรดแมปในเดือน ก.พ.ปี 2562 ที่ประชุมจึงเห็นว่าควรเป็นวันที่ 24 ก.พ.2562 แต่ กกต.ได้ตั้งตุ๊กตาขึ้นมาว่า หากไม่ใช่วันที่ 24 ก.พ. ก็สามารถเลื่อนออกไปเป็นวันอาทิตย์สัปดาห์สุดท้ายของเดือน เพราะ 150 วันจะครบกำหนดในวันที่ 5 พ.ค. ซึ่งผลสรุปจะเป็นอย่างไร คาดว่า คสช.จะเรียกพรรคการเมืองพูดคุยอีกครั้ง เป็นช่วงที่กฎหมายเลือกตั้ง ส.ส.ประกาศใช้ในพระราชกิจจานุเบกษา&amp;rdquo; นายนิกรระบุ
นายวิษณุกล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวกับคนไทยในฝรั่งเศสว่าจะขอเลือก ส.ว.เองว่า ในรัฐธรรมนูญบทเฉพาะกาลเขียนเอาไว้ว่า ส.ว.มีทั้งหมด 250 คน โดย 50 คนให้เลือกโดยวิธีเลือกไขว้ ซึ่งต้องใช้งบประมาณ 800 ล้านบาท ส่วนอีก 200 คน ใช้งบประมาณไม่มาก เป็นเรื่องที่ คสช.ต้องตั้งกรรมการขึ้นมา 9 คน เพื่อไปสรรหาจำนวน 2 เท่า เช่น 400 คน จากนั้น คสช.จะเลือกเอา 200 คน และนำความกราบบังคมทูลฯ ส่วนจะเป็นการเอื้อประโยชน์เลือกคนของ คสช.ขึ้นมาหรือไม่นั้น ก็รัฐธรรมนูญเขียนไว้
เทือกเฟซบุ๊กหาสมาชิก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย (มปท.) ปฏิเสธแสดงความเห็นถึงการย้ายพรรคของอดีตนักการเมืองว่า ไม่มีความเห็น คนที่เป็นนักการเมืองมีสิทธิเลือกพรรคการเมือง จะชอบธรรมหรือไม่ ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงการใช้เงินซื้อตัวอดีตนักการเมือง นายสุเทพกล่าวว่า ทุกอย่างต้องว่าตามข้อเท็จจริง การใช้เงินจ้างคนผิดกฎหมายอยู่แล้ว ถ้าบอกว่าย้ายพรรคเพราะถูกจ้างเป็นการพูดลอยๆ ไร้สาระ รัฐธรรมนูญใหม่เข้มงวด กำหนดการตั้งพรรคให้คนมีอุดมการณ์เดียวกัน ลงขันเงิน ตั้งสาขาพรรคทั่วประเทศ การเลือกผู้บริหารพรรค เป็นการยกระดับปฏิรูปการเมืองทำให้การเลือกตั้งบริสุทธิ์ยุติธรรม ถ้าใครทำผิดกฎหมายต้องดำเนินการ ประชาชนไม่นิ่งเฉย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนความคืบหน้าการจัดตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) นายสุเทพกล่าวว่า หลังจากจดจองชื่อพรรคและเปิดตัวเมื่อวันที่ 3 มิ.ย. ขณะนี้ต้องรวบรวมสมาชิกผู้ก่อตั้งพรรคให้ครบ 500 คน ซึ่งต้องเป็นผู้ลงขันมีใจเสียสละ โดยจะเดินทางไปทั่วประเทศชักชวนประชาชนมาเป็นเจ้าของพรรค เป็นสมาชิกร่วมกัน ด้วยการจ่ายเงินค่าสมาชิกวันละบาท เป็นปีละ 365 บาท แพงกว่าสมาชิกพรรคอื่น เพราะต้องการคนมีอุดมการณ์จริง และน่าจะมีหลายแสนคนมาร่วมด้วย แต่ตอนนี้ คสช.ยังไม่อนุญาตทำกิจกรรมทางการเมือง เราปฏิบัติตามกฎหมายว่าอย่างไรก็อย่างนั้น ขณะนี้คงเชิญชวนผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ไปก่อน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12104</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะรักษาความสงบแห่งชาติ, ธีรวัฒน์ ธีรโรจน์วิทย์, ประพันธ์ นัยโกวิท, ประวิช รัตนเพียร, พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา, พรรคชาติไทยพัฒนา, พรรครวมพลังประชาชาติไทย, พรรคอนาคตใหม่, พรรคเพื่อไทย, พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล, พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, พล.อ.วิสุทธิ์ นาเงิน, พล.อ.วีรชัย อินทุโศภน, พล.อ.สกล ชื่นตระกูล, พล.อ.เทพพงศ์ ทิพยจันทร์, วราวุธ ศิลปอาชา, วิษณุ เครืองาม, ศุภชัย สมเจริญ, สุเทพ เทือกสุบรรณ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180625/image_big_5b30fa43d47f8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
