<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>106896</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/06/2021 14:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/06/2021 14:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ประภัตร&#039; ลงพื้นที่ชัยนาท​ เผยชงครม.จัดงบวัคซีนสกัดโรคลัมปี-สกิน พร้อมเยียวยาเต็มที่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19​ มิ.ย.64 -&amp;nbsp;นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่อ.หันคา​ จ.ชัยนาท เป็นประธานพิธีเปิดโครงการรณรงค์การป้องกันและควบคุมโรคลัมปี - สกิน (Lumpk Skin Disesae) พร้อมมอบเวชภัณฑ์อาหารสัตว์ ยารักษาสัตว์ป่วยตามอาการ ยากำจัดแมลง และหญ้าแห้งอาหารสัตว์ ให้กับเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่ โดยมีนายสมบูรณ์ ศิริเวช ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท นายสัตวแพทย์ชัยวัฒน์ โยธคล รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ หัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่ ตลอดจนผู้นำภาคประชาชนเข้าร่วม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประภัตร กล่าวว่า​ ขณะนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กำลังพิจารณาดำเนินการของบกลาง และจะนำเข้าครม. ในวันอังคาร​ 2​2​ มิ.ย.นี้ เพื่อให้กรมปศุสัตว์มีงบประมาณในการสั่งซื้อวัคซีนเพิ่มอีก 8 ล้านโดส และสั่งซื้อยารักษาสัตว์ตามอาการ มุ้งสีฟ้า ยากำจัดแมลงดูดเลือด และอื่นๆ อีกนับสิบรายการเพื่อใช้ในการควบคุมโรคลัมปี &amp;ndash; สกิน นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เตรียมเสนอต่ออธิบดีกรมบัญชีกลางและปลัดกระทรวงการคลังเพื่อปรับปรุงระเบียบการจ่ายเงินชดเชยกรณีโค -กระบือ เสียชีวิตต่อไป&amp;quot;นายประภัตร​ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับอัตราเงินชดเชยโคอายุน้อยกว่า 6 เดือน เดิม 6,000 บาทต่อตัวจะเพิ่มเป็น 13,000 บาท อายุ 6 เดือนถึง 1 ปี เดิม 12,000 บาทต่อตัว จะเพิ่มเป็น 22,000 บาท อายุ 1 ปี ถึง 2 ปี เดิม 16,000 บาทต่อตัว จะเพิ่มเป็น 29,000 บาท และอายุมากกว่า 2 ปี เดิม 20,000 บาทต่อตัว จะเพิ่มเป็น 35,000 บาท ส่วนกระบืออายุน้อยกว่า 6 เดือน เดิม 8,000 บาทต่อตัวจะเพิ่มเป็น 16,000 บาท อายุ 6 เดือนถึง 1 ปี เดิม 14,000 บาทต่อตัว เป็น 25,000 บาท อายุมากกว่า 1 ปี ถึง 2 ปี เดิม 18,000 บาทต่อตัว เป็น 34,000 บาทต่อตัว และอายุมากกว่า 2 ปี เดิม 22,000 บาทต่อตัว เป็น 41,000 บาท นอกจากนี้ยังจะให้เพิ่มการชดเชยจากเดิมให้ให้เกษตรกรเจ้าของโค-กระบือ ตามจริง แต่ไม่เกินรายละ 2 ตัว จะปรับเป็น 5 ตัวต่อราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ นายประภัตรยังได้แนะนำโครงการประกันโค - กระบือ ของกรมปศุสัตว์ ให้กับเกษตรกรในพื้นที่ โดยจ่ายเบี้ยเพียงเดือนละ 100 บาท จ่ายทั้งสิ้น 4 เดือน คุ้มครองการตายทุกกรณี จ่ายเงิน 30000 บาทต่อตัว และโครงการเงินกู้อัตราดอกเบี้ยต่ำ ล้านละร้อย โดยเกษตรกรต้องรวมกลุ่มให้ได้ 7 คน จัดตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชน ทำเกษตรกรรม โดยมีตลาดรองรับผลผลิต ก็สามารถยื่นกู้กับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) โดยไม่ต้องมีหลักทรัพย์ ระยะเวลากู้ 3 ปี หากเกษตรกรสนใจโครงการดังกล่าว สามารถติดต่อขอคำแนะนำเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานปศุสัตว์หรือธกส. ในพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ จังหวัดชัยนาทมีโค - กระบือ รวม 66,000 ตัว เกษตรกรได้รับผลกระทบจากโรคลัมปี - สกิน แล้ว 131 ราย มีสัตว์ป่วยจำนวน 474 ตัว รักษาหายแล้ว 217 ตัว อยู่ระหว่างการรักษา 236 ตัว มีสัตว์เสียชีวิตแล้ว 21 ตัว (ข้อมูล ณ วันที่ 18 มิถุนายน 2564)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106896</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, จังหวัดชัยนาท, ประภัตร โพธสุธน, โรคลัมปี สกิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210619/image_big_60cda22f02a00.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105582</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/06/2021 18:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/06/2021 18:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯ มอบนโยบายด้านข้าว ขอให้เกษตรกรปรับวัฒนธรรมทำนา นำเทคโนโลยีเข้ามาช่วย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 มิ.ย.64 - เวลา 14.00 น. ที่ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นำนายศักดิ์ดา เขตกลาง ชาวนาดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2564 คณะกรรมการกลางศูนย์ข้าวชุมชนระดับประเทศ และผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าพบ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เพื่อรับฟังนโยบายด้านข้าวจากนายกรัฐมนตรีเนื่องในโอกาสวันข้าวและชาวนาแห่งชาติ ประจำปี 2564 ซึ่งมีนายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เข้าร่วมด้วย โดยนายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้สรุปสาระสำคัญดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกรัฐมนตรีมอบนโยบายด้านข้าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับข้าวและพี่น้องชาวนามาโดยตลอด จึงมีนโยบายในการรักษาเสถียรภาพข้าวและรายได้ของชาวนา โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงมหาดไทย ได้จัดทำแผนการผลิตและการตลาดข้าวแบบครบวงจร เพื่อบริหารจัดการข้าวตลอดห่วงโซ่อุปทาน โดยใช้หลักการตลาดนำการผลิต ซึ่งได้แยกตลาดข้าวทั่วไปกับตลาดเฉพาะ เพื่อให้สามารถดำเนินการเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนการผลิต ให้ลดราคาข้าวลงมาให้ได้ ซึ่งในเรื่องนี้ ผู้นำชาวนาก็ต้องรับทราบและไปหาแนวทางการแก้ไขปัญหาร่วมกัน โดยการพัฒนาภาคการเกษตรตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี มีเป้าหมายเน้นใช้การเกษตรสร้างมูลค่าเพื่อพัฒนาความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ จึงจำเป็นต้องยกระดับภาคการเกษตรสู่อุตสาหกรรม เพื่อให้ตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ และทันต่อเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่มีความก้าวหน้ามากขึ้น ต้องมีการพัฒนาเกษตรกรและกลุ่มเกษตรกรให้เข้มแข็ง พัฒนาทรัพยากรการผลิตทางการเกษตร พัฒนาสินค้าเกษตรให้มีมูลค่าสูงขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ในด้านการสร้างความเข้มแข็งให้ชาวนาและองค์กรชาวนาพึ่งพาตนเองได้ มีรายได้เพียงพอและอยู่ดีมีสุขนั้น ได้กำหนดเป้าหมายให้ &amp;ldquo;ชุมชนข้าว&amp;rdquo; ประกอบด้วยสหกรณ์การเกษตรข้าว วิสาหกิจชุมชนข้าว ศูนย์ข้าวชุมชน กลุ่มชาวนา ไม่น้อยกว่า 10,000 กลุ่ม ต้องมีความเข้มแข็งระดับมาตรฐานในปี 2567 โดยให้ชุมชนชาวนาเป็นศูนย์กลางในการพัฒนาและสร้างเครือข่ายขยายผล โดยมีชุมชนข้าวประกอบด้วย 1) ศูนย์ข้าวชุมชน (ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวชุมชน) 2) ชุมชนแปลงขยายพันธุ์ข้าว 3) ชุมชนข้าวแปลงใหญ่ 4) ชุมชนข้าวอินทรีย์ ขณะที่ในส่วนของการพัฒนาชาวนา จะมีการพัฒนาชาวนาในชุมชนข้าวเป้าหมายที่กำหนดเพื่อให้มีจำนวนชาวนาวปราดเปรื่อง (Smart Farmer) ปราชญ์ชาวนา (Super Farmers) และชาวนารุ่นใหม่ (Young Smart Farmer) เพิ่มขึ้นไปพร้อมๆกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกรัฐมนตรีย้ำว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับเกษตรกรชาวนา โดยเฉพาะชาวนาที่มีแปลงที่นาจำนวนน้อย ซึ่งชาวนาในส่วนนี้มีอยู่เป็นจำนวนมาก ดังนั้น จึงได้มีการรวมแปลงเป็นชุมชนข้าวแปลงใหญ่เพื่อให้ชาวนามีรายได้ที่ทั่วถึงกัน ซึ่งที่สำคัญคือต้องหาทางลดค่าใช้จ่ายด้านเครื่องจักรกลการเกษตรให้มากที่สุด พร้อมกับต้องรักษาเสถียรภาพราคาข้าวให้ได้เพราะเป็นรายได้ของชาวนา และปัจจุบันเป็นยุคของเทคโนโลยีดิจิทัล จึงขอให้เกษตรกรชาวนาได้ปรับวัฒนธรรมในการทำนา โดยให้นำเทคโนโลยีเข้ามาช่วย ซึ่งเรื่องเหล่านี้ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายจะต้องร่วมมือกัน โดยรัฐบาลจะดูแลเกษตรกรชาวนา ชาวสวน ชาวไร่ SMEs และภาคอื่น ๆ ของประเทศไปพร้อมกัน

นายกรัฐมนตรีกล่าวเชื่อมั่นว่าการรวมกลุ่มของชาวในรูปแบบนาแปลงใหญ่ และพัฒนาศูนย์ข้าวชุมชนให้เป็นศูนย์กลางในการพัฒนาการผลิตข้าวและกระจายเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีจะช่วยให้พี่น้องชาวนามีความสามารถในการผลิต และช่วยขับเคลื่อนการผลิตข้าวของประเทศอย่างเป็นระบบ โดยขอขอบคุณชาวนาไทยที่ได้ทุ่มเท แรงกายแรงใจเพื่อพัฒนาข้าวไทยและเพิ่มผลิตภาพข้าวไทยให้สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สร้างความยั่งยืนให้ภาคเกษตรไทยมาโดยตลอด พร้อมย้ำว่า &amp;ldquo;ใจของนายกรัฐมนตรีไม่เคยทิ้งเกษตรกร&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2562 เห็นชอบให้วันที่ 5 มิถุนายนของทุกปี เป็นวันข้าวและชาวนาแห่งชาติ เพื่อเป็นการรำลึกถึงความสำคัญของข้าวในฐานะที่เป็นพืชอาหารหลักและมีความสำคัญต่อวิถีชีวิตของคนไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน รวมทั้งเพื่อเชิดชูเกียรติและสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ชาวนาไทยในฐานะผู้ผลิตอาหารหลักให้กับประชาชน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105582</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาวนา, ประภัตร โพธสุธน, ประยุทธ์ จันทร์โอชา, วันข้าวและชาวนาแห่งชาติ, เฉลิมชัย ศรีอ่อน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210607/image_big_60bdfd460c09b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105290</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/06/2021 19:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/06/2021 19:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ประภัตร&#039; จ่อประกาศพื้นที่ภัยพิบัติ พร้อมเยียวยาเกษตรกรได้รับผลกระทบโรคลัมปี สกิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 มิ.ย.64 - ที่อำเภอบางสะพานน้อย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจติดตามงานด้านปศุสัตว์ ที่ ฟาร์มวัวชวนชื่น โดยมีนายสุรเดช สมิเปรม รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ นายวิวัฒน์ ไชยชะอุ่ม ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์ หัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมติดตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประภัตร กล่าวว่า ฟาร์มวัวชวนชื่นเป็นฟาร์มที่ดำเนินการได้อย่างดีและประสบความสำเร็จในการเลี้ยงวัว คือ 1. มีผลผลิตที่มีคุณภาพเทียบเท่าหรือใกล้เคียงมาตรฐาน ผลงานที่ได้รับการยอมรับจาก ลูกค้า 2. มีผลตอบแทนที่สม่ำเสมอ สร้างรายได้ที่มั่นคง 3. มีการปรับปรุงพัฒนากิจการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพฟาร์มโดยมีการขยายกิจการและขนาดฟาร์มอย่างต่อเนื่อง และมีการจัดแบ่งพื้นที่อย่างเป็นสัดส่วน ฟาร์มชวนชื่น เป็นฟาร์มเลี้ยงโคเนื้อแบบครบวงจร ที่มีคุณภาพและสามารถเป็นตัวอย่าง และต้นแบบ ให้กับเกษตรกรเครือข่ายของกรมปศุสัตว์ เป็นแหล่งเรียนรู้ สถานที่ศึกษาดูงานของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ นักเรียน นักศึกษา ในเรื่องการเลี้ยงการจัดการ และการพัฒนาโคเนื้อให้มีคุณภาพ สามารถพัฒนาสายพันธุ์โคเนื้อที่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประภัตร กล่าวว่า ซึ่งนายสุรเดช สมิเปรม รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ รายงานให้ทราบว่า ฟาร์มชวนชื่นเป็นฟาร์มปรับปรุงพันธุ์โคเนื้อกำแพงแสนและพันธุ์บีฟมาสเตอร์ โดยร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ในการพัฒนาและวิจัยโคพันธุ์กำแพงแสน โดยใช้แม่พันธุ์กำแพงแสนเป็นแม่พื้นฐาน และมีจุดมุ่งหมายที่จะสร้างโคพันธุ์บีฟมาสเตอร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประภัตร กล่าวว่า เกษตรกรที่สนใจสามารถนำไปต่อยอดพัฒนาโคเนื้อควบคู่กับการทำการเกษตรเชิงเดี่ยวให้ดียิ่งขึ้นได้ต่อไป รวมถึงการดูแลสุขภาพสัตว์ การควบคุมป้องกันโรค การถ่ายพยาธิ การทำวัคซีนตามโปรแกรมปศุสัตว์ในระบบมาตรฐานฟาร์ม นอกจากมีการเลี้ยงโคแล้ว ยังมีการนำมูลโคเป็นปุ๋ยใช้ในแปลงหญ้า สวนปาล์ม สวนยาง และสวนมะพร้าว ซึ่งเป็นการลดต้นทุนโดยไม่ใช้ปุ๋ยเคมี และสารเคมี ในการกำจัดวัชพืชและศัตรูพืช&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประภัตร กล่าวว่า ส่วนการระบาดของโรคลัมปี สกิน นั้นพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม พร้อมรัฐบาลเตรียมมาตรการเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบอย่างเร่งด่วน และได้สั่งการเน้นย้ำไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ให้ทำงานเชิงรุก ลงพื้นที่ดูแลเกษตรกรอย่างเต็มที่ เพื่อหยุดยั้งการระบาดที่เกิดขึ้นให้เร็วที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยกรมปศุสัตว์ได้ประสานงานกับทางจังหวัดต่างๆ ที่มีการระบาดของโรค เพื่อพิจารณาประกาศภัยพิบัติในพื้นที่แล้ว และพร้อมที่จะเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบตามมาตรการต่างๆ ในเบื้องต้น รวมถึงเรื่องวัคซีน 60,000 โดส ที่นำเข้ามา คณะกรรมการฯ กำลังพิจารณาการส่งมอบวัคซีนไปตามจุดต่างๆ และได้ชี้แจงเรื่องเพิ่มเติมแล้วว่า ต้องการวัคซีนเพิ่มอีกเท่าไหร่ เพื่อใช้ในการควบคุมการระบาดในครั้งนี้ ตนขอย้ำอีกครั้งเพื่อให้เกิดการเข้าใจที่ถูกต้องสู่เกษตรกรและประชาชน โรคลัมปี-สกิน เป็นแล้วรักษาหาย เนื้อทานได้ ไม่ติดต่อสู่คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105290</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมปศุสัตว์, จังหวัดประจวบคีรีขันธ์, ประภัตร โพธสุธน, โรคระบาด, โรคลัมปี สกิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210604/image_big_60ba1ee31fd9a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103611</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/05/2021 19:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/05/2021 19:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯ กำชับปศุสัตว์เร่งช่วยเกษตรกรสกัดโรค &#039;ลัมปี สกิน&#039; ในโค-กระบือ ระบาดหนัก 20 จว.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 พ.ค.64 - นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีความห่วงใยต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงโค-กระบือ เป็นอย่างยิ่ง จึงได้กำชับตน ในฐานะกำกับดูแลกรมปศุสัตว์ กระทรวง เกษตรและสหกรณ์ เร่งรัดให้ความช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรอย่างเต็มที่ ในกรณีที่ขณะนี้มีการแพร่ระบาดของ โรคลัมปีสกิน ในโค-กระบือ โดย นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์รายงานว่า โรคลัมปีสกิน ในโค-กระบือ กำลังระบาดหนักใน 20 จังหวัด อาทิ ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ นครพนม มหาสารคาม ขอนแก่น มุกดาหาร บุรีรัมย์ ยโสธร ศรีสะเกษ สุรินทร์ อำนาจเจริญ อุบลราชธานี กาญจนบุรี นครปฐม ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี และเชียงราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และขณะนี้ได้เร่งรัดจัดหาวัคซีน LSDV เพื่อนำมาใช้ในการควบคุมและป้องกันโรคลัมปีสกิน ในโค-กระบือ ขณะเดียวกันก็ดำเนินมาตรการด้านอื่นๆ ตามที่กรมปศุสัตว์ได้เผยแพร่ให้กับพี่น้องเกษตรกรผู้เลี้ยงโค-กระบืออย่างต่อเนื่อง พร้อมกับเร่งสร้างความเข้าใจและขอความร่วมมือในการควบคุมป้องกันเพื่อให้โรคดังกล่าวสงบลงโดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ทางกรมปศุสัตว์ได้ดำเนินการสั่งซื้อวัคซีน LSDV จาก บ. Inter vet intetnational BV ประเทศเนเธอร์แลนด์ ซึ่งมีโรงงานผลิตในประเทศแอฟริกาใต้ รวม 60,000 โดส และขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการประสานงานเพื่อส่งมอบวัคซีนให้กับประเทศไทย หากกระบวนการดังกล่าวไม่มีอะไรติดขัด ทาง บริษัทผู้จำหน่ายวัคซีนจะใช้เวลาในการส่งมอบทางเครื่องบิน 3 วัน ซึ่งประเมินไว้ในเบื้องต้นว่าเราจะได้รับวัคซีน LSDV ในวันที่ 28 พฤษภาคม 2564 หลังจากผ่านกระบวนการต่างๆตามขั้นตอนในประเทศไทยแล้ว กรมฯ จะกระจายวัคซีนให้ถึงเกษตรกรเป้าหมายในพื้นที่เกิดโรค และในพื้นที่เสี่ยงสูง โดยเร็วที่สุด ภายใต้การกำกับดูแลของกรมปศุสัตว์อย่างใกล้ชิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โรคลัมปีสกิน ในโค-กระบือ เริ่มระบาดมาตั้งแต่ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่ง กรมปศุสัตว์ได้ดำเนินการปิดด่านตามแนวชายแดนและตรวจตราการลักลอบเคลื่อนย้ายสัตว์อย่างเข้มงวด และเข้มข้น แต่จนถึงปัจจุบันปรากฏว่าได้เกิดอุบัติการณ์ของโรคดังกล่าว ลุกลามไปในหลายพื้นที่ พบอัตราการตายของโคกระบือค่อนข้างต่ำ แต่พี่น้องเกษตรกรผู้เลี้ยงโคกระบือได้รับผลกระทบเสียหายจากด้านอื่นๆ จึงให้ทางกรมปศุสัตว์เข้าดำเนินการช่วยเหลือ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103611</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมปศุสัตว์, กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, ประภัตร โพธสุธน, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210518/image_big_60a3cdd4019aa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94565</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/03/2021 00:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พรรคร่วมเมินสูตรแลกเก้าอี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปรับ ครม.ไม่ง่าย เลขาฯ พรรค ปชป.ลั่นต้องได้โควตา รมต.เท่าเดิม หลังลือหนักจ่อโดนริบหนึ่งเก้าอี้ ชาติไทยพัฒนาขวางสูตรแลกกระทรวง ก.ทรัพย์กับศึกษาธิการ หลังสะพัด
&amp;quot;ธรรมนัส&amp;quot; ขอแลกเพื่อดันตัวเองขึ้นว่าการฯ เสียบแทนวราวุธ ส่วนเก้าอี้เดิม ถาวร-รมช.คมนาคม &amp;quot;สาทิตย์-กปปส.&amp;quot; มีลุ้น กลุ่มสามมิตรดันอนุชาเสียบ ก.ดีอีเอส&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความเคลื่อนไหวเรื่องการปรับคณะรัฐมนตรียังคงเป็นประเด็นการเมืองที่หลายฝ่ายให้ความสนใจ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 28 ก.พ. ระหว่างเดินทางไปร่วมงานฉีดวัคซีนโควิด-19 ที่สถาบันบําราศนราดูร พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ปฏิเสธที่จะตอบคำถามถึงการปรับคณะรัฐมนตรีและการเชิญตัวแทนพรรคร่วมรัฐบาลเข้าหารือ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเมื่อผู้สื่อข่าวตั้งคำถามดังกล่าว พล.อ.ประยุทธ์มีสีหน้าไม่พอใจ ก่อนจะเดินไปที่รถยนต์ส่วนตัวเพื่อเดินทางกลับออกไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการปรับคณะรัฐมนตรี ที่มีข่าวจะมีการแลกโควตารัฐมนตรีข้ามกระทรวงว่า ส่วนตัวยังไม่ได้ยินการปรับ ครม.ในสูตรนี้ และต้องไปสอบถามจากนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค เผื่อมีการประสานมา แต่สำหรับตนยังไม่ได้รับรายงานมาแต่อย่างใด และการเจรจาเรื่องใดๆ ก็ตามกับพรรคร่วมรัฐบาลได้มอบหมายให้นายเฉลิมชัยและนายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรคเป็นตัวแทนพรรคในการเจรจา เรื่องใดต้องใช้มติกรรมการบริหารพรรคก็ต้องใช้ ถ้าเรื่องใดไม่ต้องก็ไม่ต้อง เช่นถ้าเป็นเรื่องเสนอรายชื่อรัฐมนตรีคนใหม่ หรือตำแหน่งทางการเมือง ต้องนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค ก่อนนำเข้าที่ประชุมร่วมกรรมการบริหารและ ส.ส.ของพรรค ตามที่ข้อบังคับกำหนด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรค กล่าวถึงการปรับครม. ในตำแหน่ง รมช.คมนาคม จำเป็นต้องเป็นโควตาจังหวัดสงขลาหรือไม่ ว่าไม่ต้อง แต่เป็นโควตาภาคใต้ ส่วนจะเป็นใคร ทั้งนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย, นายประกอบ รัตนพันธ์, นายเจือ ราชสีห์ หรือนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ สุดท้ายก็ต้องขึ้นอยู่กับที่ประชุมของพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการปรับคณะรัฐมนตรีว่านายกรัฐมนตรียังไม่ได้ส่งสัญญาณอะไรอย่างเป็นทางการ ส่วนกรณีที่ตนไปพบนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ไม่ได้มีการพูดคุยเรื่องการปรับครม. แต่เป็นการไปพูดคุยส่วนตัว พูดคุยกันมาตั้งแต่ก่อนร่วมรัฐบาล และปกติก็คุยกันมาตลอด และบังเอิญวันนั้นมาตรวจโควิดที่กระทรวงสาธารณสุข ก็เลยแวะมาทักทายกันตามปกติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าโควตาพรรคประชาธิปัตย์ยังเหมือนเดิมหรือไม่ นายเฉลิมชัยกล่าวว่า คงต้องรอดู แต่ก็คิดว่าเป็นเช่นนั้น ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่าจะแลกเก้าอี้ รมช.คมนาคมกับพรรคภูมิใจไทยนั้น &amp;nbsp;อย่าเพิ่งไปคาดเดา รอให้นายกฯ ส่งสัญญาณให้ชัดเจนก่อน จากนั้นพรรคประชาธิปัตย์จึงจะมีการประชุมกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อนึ่งก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่า การปรับ ครม.ที่จะมีขึ้นอาจมีการเกลี่ยโควตารัฐมนตรีกันใหม่ จากตอนจัดตั้งรัฐบาลที่ตอนนั้นใช้สูตร 7 ต่อ 1 ทำให้ประชาธิปัตย์ได้โควตารัฐมนตรีเท่ากับพรรคภูมิใจไทย แต่ปัจจุบันพรรคภูมิใจไทยมี ส.ส.จากอนาคตใหม่เดิมเข้ามาอยู่กับพรรคมากขึ้น หลังมีการยุบพรรคอนาคตใหม่ร่วม 10-11 คน ทำให้มีข่าวก่อนหน้านี้อาจจะมีการปรับลดโควตารัฐมนตรีของพรรคประชาธิปัตย์ลง 1 เก้าอี้ เพื่อเอาไปเพิ่มให้กับพรรคภูมิใจไทยแทน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงเรื่องนี้ โดยเฉพาะตำแหน่ง รมช.คมนาคมที่่ว่างลง ซึ่งเป็นตำแหน่งเดิมของนายถาวร เสนเนียม ว่าขณะนี้มีการคุยกันในพรรคแล้ว แต่คงต้องรอกัน แต่ทั้งหมดนี้ต้องเป็นไปตามระเบียบข้อบังคับของพรรค โดยที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคและ ส.ส. ซึ่งข้อบังคับของพรรคได้ระบุไว้ชัดเจนว่าต้องคำนึงถึงภูมิภาคและการทำงานที่ต้องเป็นคนทำงานให้พรรคมาตลอด และเป็นคนที่ได้รับการยอมรับของ ส.ส.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่ามีกระแสว่ามีชื่อนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง จะมาเป็นรัฐมนตรีแทนนายถาวร นายสาธิตกล่าวว่า เรื่องนี้ต้องเอาไปพิจารณาในที่ประชุม ซึ่งมีการเสนอชื่อและถกเถียงกันว่าใครจะมีความเหมาะสม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามต่อว่า นายถาวร เสนเนียม ถือเป็นโควตาในสัดส่วนภาคใต้หรือไม่ นายสาธิตกล่าวว่า นายถาวรไม่แน่ใจ แต่นายนิพนธ์ รมช. มหาดไทยนั้น มาจากโควตาของภาคใต้ แต่สุดท้ายก็ต้องมาพิจารณาร่วมกัน ทั้งภูมิภาคและคุณสมบัติ ความรู้ความสามารถ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสาธิตยังกล่าวตอบหลังถูกถามว่า ยังมีคำว่า กปปส.นำมาพิจารณาอยู่หรือไม่ นายสาธิตกล่าวว่า &amp;quot;ไม่ แต่เป็นพรรคประชาธิปัตย์ที่พิจารณา ส่วนการประชุมพรรคเพื่อพิจารณาเรื่องนี้ยังไม่ได้มีการนัดหมาย เพราะต้องรอนายกฯ ส่งสัญญาณ ส่วนวันอังคารนี้จะเป็นการประชุมพรรคปกติ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามต่อว่า นายสาธิตจะขึ้นเป็นรัฐมนตรีว่าการหรือไม่ นายสาธิตกล่าวว่า &amp;quot;ไม่มีเรื่องนี้ ขออยู่ที่เดิม&amp;quot;
สามมิตรดันอนุชาเสียบดีอีเอส&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านความเคลื่อนไหวในส่วนของพรรคพลังประชารัฐ ที่มีข่าวว่าฝุ่นตลบเช่นกัน โดยนางบุญยิ่ง นิติกาญจนา ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ กลุ่มสามมิตร กล่าวถึงกรณีกระแสข่าวว่าถูกกลุ่มสามมิตรเสนอชื่อชิงเก้าอี้รัฐมนตรีที่ว่างลง ว่าเรื่องนี้คงเป็นเรื่องที่สื่อมวลชนคาดเดากันไปเอง ซึ่งเป็นเรื่องปกติของช่วงที่จะมีการปรับ ครม. แต่มีความสุขกับการปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. เป็นตัวแทนของชาวบ้านและช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ ไม่เคยไปเรียกร้องหรือต่อรองเรื่องตำแหน่งใดๆ ทั้งสิ้น เพราะเกรงว่าจะทำให้เกิดความขัดแย้งกันเองภายในพรรค ซึ่งการพิจารณาตำแหน่งต่างๆ นั้น เป็นเรื่องที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และผู้ใหญ่ภายในพรรคจะพิจารณาหาผู้ที่เหมาะสมมากที่สุด ก่อนที่จะนำชื่อส่งให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ ส.ส.ชลบุรี และรองเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ จากกลุ่มสามมิตร กล่าวถึงมีกระแสข่าวถูกเสนอชื่อเป็นรัฐมนตรีในการปรับ ครม.ครั้งนี้ว่า ไม่ทราบเรื่อง​ แต่แล้วแต่ผู้ใหญ่ในพรรคจะพิจารณาความเหมาะสม เพราะในพรรคก็มีคนเหมาะสมหลายคน​ ดังนั้น​สุดแท้แต่ผู้ใหญ่จะพิจารณา​ เพราะไม่ว่าใครได้เป็นรัฐมนตรีก็มีเป้าหมายเดียวกัน คือทำงานให้ประเทศชาติเป็นหลัก เป็นรัฐมนตรีของคนไทย​ ทำงานสนองนโยบายของ​ พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตร​ วงษ์สุวรรณ​ &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม​ เรื่องที่ถูกเสนอชื่อไม่ได้มีการแจ้งจากผู้ใหญ่​ ทราบจากสื่อมวลชนเช่นเดียวกัน จึงไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะอะไร​ อาจเพราะเป็นรองเลขาธิการพรรคผู้ใหญ่อยู่แล้ว​ หรือคงมองการทำงานที่ผ่านมาเป็นหลัก​ แต่ย้ำว่าในพรรคก็มีคนเหมาะสมหลายคน​ ตนจะอยู่ทำงานตรงไหนก็ได้​ เพราะส่วนตัวทำงานอยู่แล้วไม่ว่าจะอยู่ในตำแหน่งอะไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้าผู้ใหญ่ไม่ให้ความเมตตาและให้โอกาสผมก็พร้อมทำหน้าที่ให้บ้านเมือง แต่ขอย้ำอีกครั้งว่าผมไม่ได้เรียกร้องอะไร ทั้งนี้​ ในวันที่ 2 มี.ค. จะมีการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ​ แต่ไม่แน่ใจจะมีการคุยเรื่องการปรับ ครม.ด้วยหรือไม่&amp;quot; นายสรวุฒิระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าว​พรรคพลัง​ประชารัฐ ​(พปชร.) ​เปิดเผยว่า ภายหลังเมื่อวันที่ ​25​ กุมภาพันธ์​ 2564​ มีคำสั่งภายในพรรคให้หัวหน้าพรรคมีอำนาจในการนำเสนอหรือคัดสรรบุคคลเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรี​ที่ว่างลง หลังจากรัฐมนตรี 2 คนที่เป็นอดีตแกนนำ กปปส.ถูกศาลพิพากษาจำคุก​ พล.อ.ประวิตร​ วงษ์​สุวรรณ​ รองนายกรัฐมนตรี​ ในฐานะหัวหน้าพรรค​ จึงมีการหารือกันภายในผู้บริหาร เห็นชอบนำ เสนอนายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี​ ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ไปเป็นรัฐมนตรี​กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ​(ดีอีเอส) ​แทน​นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์​ ที่หมดสถานะความเป็​นรัฐ​มนตรี​ เนื่องจาก ส.ส.ในพรรคพลังประชารัฐเห็นว่า​นายอนุชามีความเหมาะสมในฐานะเป็นหัวหอกคนสำคัญ​ในการ​ขับเคลื่อน​ทีม​เศรษฐกิจ​ของพรรค​และรัฐบาล​ จึงให้เข้ามาทำหน้าที่ขับเคลื่อน​เศรษฐกิจ​ดิจิทัล ​โดยเฉพาะโครงการเราชนะ​ โครงการ​คนละครึ่ง หรืออื่นๆ ​เนื่องจาก​สังคมไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมไร้เงินสด
&amp;quot;วราวุธ&amp;quot;ขออยู่ก.ทรัพย์ต่อ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ในส่วนของพรรคร่วมรัฐบาล ก็มีกระแสข่าวออกมาเช่นกัน เช่นเรื่องการแลกกระทรวงระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล โดยมีข่าวว่าพลังประชารัฐอาจขอแลกกระทรวงกับพรรคชาติไทยพัฒนา โดยพลังประชารัฐต้องการสลับกระทรวงกันระหว่างกระทรวงศึกษาธิการที่เป็นโควตาพรรคพลังประชารัฐกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่เป็นโควตาพรรคชาติไทยพัฒนา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวถึงกระแสข่าวที่พรรคชาติไทยพัฒนาต้องการตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อเปิดโควตารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้กับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ โดยบอกว่า ช่วงที่มีการปรับคณะรัฐมนตรีนั้น ก็จะมีหลายฝ่ายที่อยากขยับขยายกระทรวง แต่ส่วนตัวนั้นก็ยังคงเต็มที่กับการทำงานที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตลอด 1 ปี 8 เดือน และยังมีภารกิจที่จะต้องดำเนินการต่อ เพื่อสนับสนุนนโยบายของรัฐบาล และทุกอย่างการจะดำเนินการอะไรระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลนั้น ต้องมาหารือกันก่อน แต่ข่าวลือที่เกิดขึ้นก็คงต้องปล่อยให้มีการลือกันไป เพราะตามข้อเท็จจริงหากจะมีการสลับกระทรวง ก็จะต้องมีการหารือกันก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนตำแหน่ง รมช.เกษตรและสหกรณ์ ของนายประภัตร โพธสุธนนั้น นายวราวุธ ในฐานะประธานนโยบายและยุทธศาสตร์ พรรคชาติไทยพัฒนา ระบุว่า นายประภัตรก็ยังคงมุ่งมั่นในการทำหน้าที่ ลงพื้นที่พบกับเกษตรกรทั่วประเทศ เพื่อติดตามการดำเนินงานด้านการเกษตรและการปศุสัตว์ของเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;2 รัฐมนตรีจากพรรคชาติไทยพัฒนาทุ่มเทในการทำงานกับภารกิจที่ได้รับมอบหมาย และยังมีภารกิจที่ต้องดำเนินอีกมา ดังนั้น หากจะมีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ก็จะต้องมีการพูดคุยกันก่อน&amp;quot; นายวราวุธระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นเดียวกับ นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ และผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงกระแสข่าวการปรับเก้าอี้รัฐมนตรีระหว่างกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกับกระทรวงศึกษาธิการว่า ไม่เป็นความจริง และไม่มีการเปลี่ยนกระทรวงในสัดส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนา อย่างไรก็ดี แกนนำรัฐบาลยังพอใจในผลงานของนายวราวุธ เพราะได้ทำงานอย่างเอาจริงเอาจัง ส่วนกระแสข่าวที่เกิดขึ้น มองว่าเป็นการโยนหินเพื่อสร้างทางทางการเมืองในสถานการณ์ที่เตรียมปรับคณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) นำเสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง เชื่อมั่น นายกฯ ปรับ ครม.ใหม่ กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ โดยสำรวจจาก 1,597 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 26-28 ก.พ.ที่ผ่านมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลสำรวจพบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 97.9 ระบุควรให้อิสระ ไม่กดดัน พล.อ.ประยุทธ์ &amp;nbsp;จันทร์โอชา ปรับคณะรัฐมนตรี ในขณะที่ ร้อยละ 2.1 เท่านั้นที่ระบุไม่ควร &amp;nbsp;ที่น่าสนใจคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 63.7 ยังคงเชื่อมั่นต่อ พล.อ.ประยุทธ์ หลังปรับคณะรัฐมนตรี พาประเทศพ้นวิกฤติ ในขณะที่ร้อยละ 20.9 ระบุกลางๆ ไม่แน่ใจ และร้อยละ 15.4 ระบุไม่เชื่อมั่น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94565</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์, ถาวร เสนเนียม, ธรรมนัส  พรหมเผ่า, นพดล กรรณิกา, นิกร จำนง, นิพนธ์ บุญญามณี, ประภัตร โพธสุธน, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, วราวุธ ศิลปอาช, สรวุฒิ เนื่องจำนงค์, สาธิต ปิตุเตชะ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เฉลิมชัย ศรีอ่อน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210228/image_big_603ba8f31f334.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86114</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/12/2020 18:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/12/2020 18:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มหกรรม”เกษตรอัจฉริยะ”พร้อมกระหึ่ม! ดีเดย์ 24 ธ.ค.นี้ “ประภัตร”ลุ้นคนแห่ชมงานทะลุ 10,000 คนต่อวัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทรวงเกษตรฯ จัดยิ่งใหญ่ งานมหกรรม &amp;ldquo;เกษตร อัจฉริยะ&amp;rdquo; ครั้งที่ 1&amp;nbsp; ที่พระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์ อ.ดอนเจดีย์ จ.สุพรรณบุรี วันที่ 24 ธ.ค.63-1 ม.ค.64 นี้ หวังช่วยยกระดับขีดความสามารถเกษตรกรไทย ตั้งเป้าคนแห่ชมงานไม่ต่ำกว่าวันละ 10,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 6&amp;nbsp; ธันวาคม 2563​ นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะทำงาน การ​จัดงานมหกรรม​ &amp;quot;เกษตร​อัจฉริยะ​&amp;rdquo; ครั้งที่​ 1 ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่​ 24​ ธันวาคม​ 2563​ -​ 1 มกราคม​ 2564&amp;nbsp; ณ​ พระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์ อ.ดอนเจดีย์ จ.สุพรรณบุรี โดยมีดร.มณเฑียร อินทร์น้อย ผู้อำนวยการองค์การสะพานปลา(อสป.) ,นางสมรัก บุษปธำรง รองผู้อำนวยการองค์การสะพานปลา ด้านบริหาร พร้อมคณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่หน่วยงานในสังกัดที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุมด้วย​ เพื่อ​เตรียมความพร้อมในการจัดงานฯ โชว์นวัตกรรมทางการเกษตร ยกระดับขีดความสามารถเกษตรกรไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า การจัดงานครั้งนี้ กระทรวงฯ และหน่วยงานในสังกัดที่เกี่ยวข้องกว่า 20 หน่วยงาน อาทิ องค์การสะพานปลา(อสป.),กรมการข้าว,กรมปศุสัตว์ และกรมประมง รวมถึงภาคเอกชน มีความพร้อมมากที่จะนำสินค้า และนวัตกรรมทางการเกษตรมาโชว์ และจำหน่ายในงาน ในราคาสุดพิเศษ เพื่อเปิดโอกาสให้เกษตรกรและผู้เข้าชมงาน ได้ชมและศึกษาความรู้นวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านการเกษตรที่ทันสมัย นำกลับไปปฏิบัติ สามารถสร้างรายได้ ลดรายจ่าย ตลอดจนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันกับต่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยภายในทุกวันจะมีการแจกคูปองมูลค่า 100 บาท จำนวนหลายหมื่นใบตลอดทั้งงานด้วย คาดว่าจะมีประชาชน ทั้งในจังหวัดสุพรรณบุรี และจังหวัดใกล้เคียง แห่เข้ามาร่วมชมงานไม่ต่ำกว่าวันละ 10,000 คน หรือ 9 วัน 9 คืนทะลุ 100,000 คนแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;วัตถุประสงค์ของการจัดงานนี้ เพื่อร่วมกันสร้างการรับรู้และความเข้าใจให้กับประชาชน โดยเฉพาะเกษตรกร ถึงการนำเทคโนโลยีต่างๆ มาช่วยพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตทางการเกษตร โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูง หรือ &amp;ldquo;เกษตรอัจฉริยะ&amp;rdquo; มาปรับใช้ ซึ่งตรงกับยุทธศาสตร์ชาติข้อที่ 2 ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน มุ่งเน้นการยกระดับศักยภาพของประเทศในหลากหลายมิติบนพื้นฐานแนวคิด 3 ประการ คือ 1.ต่อยอดอดีต 2.ปรับปัจจุบัน และ3.สร้างคุณค่าใหม่ในอนาคต โดยกระทรวงเกษตรฯ ให้ความสำคัญกับการเพิ่มการผลิต ทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพมากขึ้น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.มณเฑียร อินทร์น้อย ผู้อำนวยการองค์การสะพานปลา(อสป.) กล่าวว่า งานมหกรรม &amp;ldquo;เกษตร อัจฉริยะ&amp;rdquo; ครั้งที่ 1 ที่ อสป.ได้ร่วมออกบูธนำสินค้าสัตว์น้ำและอาหารทะเลแปรรูปใหม่ๆ มาโชว์และจำหน่ายในราคาพิเศษ ในงาน ยังคงเน้นจุดยืนเรื่องของความสด สะอาด ปลอดภัย ไร้สารฟอร์มาลีน เป็นหลัก เพราะถือเป็นนโยบายหลักของ อสป.แต่อย่างไรก็ตาม ในงานจะมีไฮไลน์ ที่หลายคนน่าจะฮือฮา เพราะจะนำปลาหมอทะเลยักษ์ขนาดใหญ่ตัวละประมาณ 300 กก.มาโชว์ พร้อมแล่ปลาทำลวกจิ้ม ทำซูชิ และข้าวต้มปลาขายในราคาสุดพิเศษด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;รับรองว่าประชาชนจะได้รับประทานอาหารทะเลสด สะอาด ปลอดภัย ไร้สารฟอร์มาลีน ส่งตรงจากทะเลไทยตลอด 9 วัน 9 คืนแน่นอน ซึ่งอีก 1 จุดขายคือ สินค้าสัตว์น้ำทุกชนิดที่นำมาจำหน่าย สามารถตรวจสอบย้อนกลับหรือเช็คได้ว่าสินค้าแต่ละชนิด มาจากแหล่งไหน ใครเป็นเจ้าของ และใครเป็นผู้จัดจำหน่าย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86114</URL_LINK>
                <HASHTAG>&quot;เกษตร​อัจฉริยะ​, ประภัตร โพธสุธน, เกษตรและสหกรณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201206/image_big_5fccc3f50313e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74346</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/08/2020 00:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัวใน 4 นาที</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วันอาทิตย์ที่ผ่านมา พรรคชาติไทยพัฒนาจัดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2563 กันที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น หลักสี่&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก บรรดาสมาชิกมากันแน่นห้องประชุม โดยมีวาระสำคัญคือ การแต่งตั้งกรรมการบริหารพรรคใหม่ 3 คน แทนตำแหน่งที่ว่าง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ ยังมีการแถลงผลงาน 2 รัฐมนตรี ของพรรคชาติไทยพัฒนา ได้แก่ &amp;ldquo;ลูกท็อป&amp;rdquo; วราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กับ &amp;ldquo;เฮียเม้ง&amp;rdquo; ประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยก่อนที่ทั้ง &amp;ldquo;ลูกท็อป&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;เฮียเม้ง&amp;rdquo; จะแถลงผลงาน &amp;ldquo;หนูนา&amp;rdquo; กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรค ได้กล่าวชื่นชม 2 รัฐมนตรีของพรรคว่า ไม่ทำให้ผิดหวัง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พร้อมทั้งแซวว่า &amp;ldquo;รัฐมนตรีวราวุธทำงานจนอ้วนขึ้น เพราะไม่มีเวลาออกกำลังกาย ส่วนท่านประภัตร ทำงานจนหนุ่มขึ้น เพราะทำจนลืมอายุตัวเอง&amp;rdquo; ทำเอา 2 เสนาบดีฉีกยิ้ม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไฮไลต์สำคัญ ยังอยู่ที่การแถลงผลงานใน 1 ปี ของ &amp;ldquo;รมต.ท็อป&amp;rdquo; ที่ทำคลิป 4 นาที เพื่อจะพูดผลงานตลอดทั้งปีของตัวเอง โดยในคลิป เจ้าตัวพูดรัวมากเพื่อให้อยู่ในกรอบเวลาที่ตั้งใจไว้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พอพูดเสร็จ &amp;ldquo;เฮียเม้ง&amp;rdquo; ชวนสมาชิกลุกปรบมือให้ บอกทำได้ไง พูดอย่างเร็ว ก่อน &amp;ldquo;ลูกท็อป&amp;rdquo; จะยอมรับ กว่าจะได้คลิปนี้มาต้องอัดกันถึง 6 เทป แทบจะหมดพลังงาน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แบบว่า ไม่ต้องการให้ผลงานดูยืดยาว รัวๆ เป็นเนื้อเป็นหนัง แบบนี้คนฟังไม่เบื่อ อิอิ. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;ฌ.เฌอ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74346</URL_LINK>
                <HASHTAG>คันปากอยากเล่า, ฌ.เฌอ, ประภัตร โพธสุธน, รัวใน 4 นาที</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200809/image_big_5f2ff6c243787.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
