<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>31094</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/03/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/03/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>น้องอ๋อยเทคะแนนให้อนค. &#039;ปรีชาพล&#039;ยืนกรานบริสุทธิ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เริ่มแล้วปฏิบัติการกลุ่มก้าวต่อไปเพื่อแม้ว 12 มี.ค.เปิดเวทีด่า คสช.ที่ร้อยเอ็ด &amp;quot;จาตุรนต์&amp;quot; &amp;nbsp;ยันจะไม่พูดเรื่องโอนเสียงให้พรรคไหน แต่น้องสาวประกาศกลางงานบวชเซ้งคะแนนเสียงให้อนาคตใหม่ &amp;nbsp;&amp;quot;ช่อส้มหวาน&amp;quot; ขานรับทันทีอุดมการณ์เดียวกัน &amp;quot;ปรีชาพล&amp;quot; โผล่แล้ว ไม่ยอมรับว่าถูกยุบพรรคเพราะทำผิด สุดหรูยก &amp;quot;มาร์ติน ลูเธอร์ คิง&amp;quot; เดินเคียงข้างประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 11 มีนาคม นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรค, นายประภัสร์ จงสงวน, นายนิคม ไวยรัชพานิช, นายก่อแก้ว พิกุลทอง และอดีตแกนนำพรรคไทยรักษาชาติ &amp;nbsp;ได้เรียกประชุมอดีตผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อที่อาคารข้างที่ทำการพรรคไทยรักษาชาติ โดยหารือถึงการวางแนวทางของกลุ่มก้าวต่อไปเพื่อประชาธิปไตย รวมถึงซักซ้อมการตั้งเวทีพูดคุยกับประชาชน 4 ภาค&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ คาดว่ามีการหารือถึงแนวทางการเชิญชวนให้ผู้มีสิทธิ์ออกเสียงเข้าใจถึงความจำเป็นในการเลือกพรรคการเมืองฝั่งประชาธิปไตย พร้อมทั้งปรึกษาเรื่องระเบียบและข้อบังคับของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อย่างเคร่งครัด เพื่อไม่ให้การจัดกิจกรรมดังกล่าวเข้าข่ายครอบงำพรรคการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจาตุรนต์เผยว่า กลุ่มก้าวต่อไปเพื่อประชาธิปไตยจะเริ่มเดินสายในวันที่ 12 มี.ค.ที่ จ.ร้อยเอ็ด &amp;nbsp;โดยจะเป็นลักษณะเวทีปราศรัย มีการขอใช้สถานที่และขออนุญาตชุมนุมเพื่อแสดงความคิดเห็นทางการเมือง ไม่มีวัตถุประสงค์อื่น เนื่องจากพวกตนไม่ได้อยู่ในสถานะผู้สมัครรับเลือกตั้งแล้ว และมีแนวทางชัดเจนที่จะทำให้บ้านเมืองเป็นประชาธิปไตย หยุดสืบทอดอำนาจ สนับสนุนรัฐบาลประชาธิปไตยแก้ปัญหาประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จะไม่พูดให้เลือกใคร แต่จะวิจารณ์เหตุการณ์บ้านเมือง รวมถึงความจำเป็นที่ประชาชนต้องช่วยกันหยุดสืบทอดอำนาจของ คสช.และสนับสนุนฝ่ายประชาธิปไตยให้เป็นรัฐบาลโดยการไปเลือกตั้ง&amp;quot; นายจาตุรนต์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน นางฐิติมา ฉายแสง อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคไทยรักษาชาติ น้องสาวของนายจาตุรนต์ &amp;nbsp;กลับประกาศกลางงานอุปสมบทที่วัดถวิลศิลามงคล จ.ฉะเชิงเทราว่า &amp;quot;ฐิติมาไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง ขอให้พวกเราร่วมกันกำจัดพวกสืบทอดอำนาจ หันมากาพรรคอนาคตใหม่แทนนะคะ&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณคุณฐิติมาที่เชิญชวนประชาชนในเขตเลือกตั้งของตนเองให้สนับสนุนพรรคอนาคตใหม่ เนื่องจากเล็งเห็นว่าพรรคอนาคตใหม่เป็นพรรคที่ชัดเจนในการต้านการสืบทอดอำนาจ คสช. ซึ่งเรื่องนี้อุดมการณ์ของเราชัดเจน ธงประชาธิปไตยของเราชัดเจน และย้ำมาโดยตลอดว่าการเลือกตั้ง 24 มีนาคมนี้ ถ้าฝ่ายเผด็จการจะใช้การเลือกตั้งเป็นเครื่องมือในการสืบทอดอำนาจ พรรคอนาคตใหม่ก็อยากจะเชิญชวนประชาชนออกไปใช้สิทธิ์ให้มากที่สุด ใช้การเลือกตั้งครั้งนี้พิพากษาเผด็จการและเดินหน้าไปสู่ 3 ยุติ นั่นคือ 1.ยุติการสืบทอดอำนาจของ คสช. 2.ยุติวงจรรัฐประหารซ้ำซาก และ 3.ยุติการเมืองแบบเก่าและเริ่มต้นการเมืองแบบใหม่ที่สร้างสรรค์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช อดีตหัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ แสดงความเห็นผ่านโพสต์เฟซบุ๊กหลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรคว่า พยายามอย่างสุดความสามารถแล้วที่จะรักษาพรรคการเมืองนี้ไว้เพื่อเป็นความหวัง และยืนหยัดต่อสู้เคียงข้างพี่น้องประชาชน เพื่อทำงานและสร้างอนาคตที่ดีให้ประเทศชาติและคนไทยทุกคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาเผยว่า &amp;quot;ตั้งใจตั้งแต่เด็กว่าอยากทำประโยชน์ให้กับบ้านเมือง จึงเลือกทางเดินบนถนนสายการเมือง ความสุขและรางวัลของคนการเมืองก็คือได้เห็นคนที่เรารัก คนที่รักเรา หรือคนที่เราหยิบยื่นความช่วยเหลือให้มีรอยยิ้มและมีความสุข ถึงแม้ว่าในหลายๆ ครั้งไม่สามารถแก้ปัญหาได้ แต่อย่างน้อยเราก็ได้แสดงถึงความจริงใจ รับฟังและความพยายามที่จะช่วย ประชาชนได้รู้ว่าไม่ได้อยู่เพียงลำพัง มีคนเห็นอกเห็นใจและยังมีผู้แทนของเขาอยู่เคียงข้างในทุกสถานการณ์&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร.ท.ปรีชาพลระบุว่า &amp;quot;เห็นการเมืองไทยมีปัญหาแบบไทยๆ มาอย่างยาวนาน วงจรที่วกไปเวียนมา &amp;nbsp;รัฐประหารที่ทำซ้ำแล้วซ้ำอีก ผลลัพธ์ก็คือสิ่งที่กระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน บ้านเมืองที่เหมือนจะสงบแต่ไร้อนาคต ขาดการพัฒนาและสร้างโอกาสให้ประชาชน โดยเฉพาะปัญหาความเหลื่อมล้ำ ปัญหาปากท้องและสภาพเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ เราไม่ได้แค่หยุดอยู่กับที่แต่เดินถอยหลังไปด้วยซ้ำ คนการเมืองมีความหลากหลายเหมือนคนในสังคมหรืออาชีพอื่นๆ มีทั้งคนดีและคนไม่ดี นี่จึงเป็นอีกหนึ่งเหตุผลว่าทำไมถึงตัดสินใจทำงานการเมือง ก็เพราะเราไม่สามารถไปกะเกณฑ์ให้ใครทำอะไรได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บอกตัวเองว่าหากวันใดมีโอกาสที่จะร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการกำหนดอนาคตประเทศหรือตัดสินใจเพื่อส่วนรวม ก็จงอย่าลืมอุดมการณ์และความมุ่งมั่นตั้งแต่เริ่มต้นก่อนเข้าสู่เวทีการเมือง ไม่มีอะไรมาเปลี่ยนเราได้ สิ่งที่ได้ทำเป็นเครื่องพิสูจน์ได้ดีกว่าคำพูดหลายร้อยหลายพันคำ จากนี้ผมคงหมดภาระหน้าที่ในส่วนนี้ คนที่อยู่ก็ต้องสู้กันไป อย่าท้อถอยหรือหมดหวัง เพราะอย่าลืมว่าประชาชนอยู่ข้างหลังพวกเราและรอคอยการเปลี่ยนแปลงที่ดีในบ้านเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;10 กว่าปีที่ผมได้มีโอกาสทำงานรับใช้ชาติและประชาชน ผมมีความสุขและภาคภูมิใจ การเป็นนักการเมืองที่ดีคือการยึดถือผลประโยชน์ของชาติเป็นสำคัญ การตัดสินใจในบางครั้งอาจจะมีทั้งถูกและอาจจะผิด แต่สิ่งที่ยืนยันได้คือเรามีความตั้งใจที่ดี ยึดเอาคุณธรรมเป็นที่ตั้ง และน้อมรับในความคิดเห็น ติชม ซึ่งอาจจะทั้งให้กำลังใจหรือบั่นทอนกำลังใจ แต่เราไม่เคยปฏิเสธสิ่งเหล่านั้น เพราะเราอาสามาทำงาน วิถีทางและชะตาแต่ละคนถูกเขียนมาให้ไม่เหมือนกัน คนที่มีโอกาสก็ต้องทำงานและต่อสู้ต่อไปอย่างไม่ย่อท้อ ขอบคุณสำหรับความห่วงใยของทุกๆ ท่าน ขอบคุณสำหรับแรงใจและการสนับสนุนของพี่น้องประชาชนที่ให้โอกาสผมได้ทำงานให้กับบ้านเมืองตลอด 10 กว่าปีที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้เรายังยืนยันในความปรารถนาดีและเจตนาอันบริสุทธิ์ ที่อยากเห็นบ้านเมืองมีความสงบสุขและมีทิศทางในการพัฒนาประเทศให้กลับมามีศักยภาพและสร้างความกินดีอยู่ดีให้กับคนในชาติ ตามครรลองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข หากจะมีสิ่งหนึ่งสิ่งใดก็ตามที่จะสามารถส่งเสริมหรือสนับสนุนให้เกิดสิ่งดีๆ ขึ้นได้ในบ้านเมือง ผมก็พร้อมจะทำตามกำลังความสามารถและสิทธิในฐานะประชาชนคนหนึ่งที่เคารพและหวงแหนประเทศชาติอันเป็นที่รักของเรา ถึงแม้ว่าผมจะถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง แต่ผมขอเป็นกำลังใจให้กับทุกท่านที่ต้องทำหน้าที่เพื่อส่วนรวมต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาร์ติน ลูเธอร์ คิง เคยกล่าวไว้ว่า &amp;#39;ศรัทธาคือการที่คุณเริ่มก้าวขึ้นบันไดขั้นแรก ถึงแม้ว่าคุณจะยังไม่เห็นบันไดทุกขั้นก็ตาม&amp;#39; ฉะนั้นถ้าเรามีศรัทธา แม้เราจะมองไม่เห็นทางข้างหน้า แต่เราจะเดินไปพร้อมและเคียงข้างกับพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะอยู่ในบทบาทใดก็ตาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สุดท้ายผมขอกราบขออภัยหากสิ่งที่ทำไปสร้างความไม่สบายใจให้ผู้ใดก็ตาม แต่ผมยังยืนยันด้วยหัวใจอันบริสุทธิ์ว่าผมรักประเทศนี้ และมีแต่ความปรารถนาดีที่จะเห็นความสุขเกิดขึ้นกับประชาชนคนไทยทุกคนเสมอและจะเป็นเช่นนี้ตลอดไป&amp;quot;.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31094</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก่อแก้ว พิกุลทอง, จาตุรนต์ ฉายแสง, ฐิติมา ฉายแสง, นิคม ไวยรัชพานิช, ประภัสร์ จงสงวน, พรรคไทยรักษาชาติ, พรรณิการ์ วานิช, ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190311/image_big_5c8672c3bab48.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16632</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/09/2018 10:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/09/2018 10:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประภัสร์ลุ้น!ศาลปกครองพิพากษาคดี คสช.ไล่พ้นเก้าอี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;02 ก.ย.2561 - &amp;nbsp;ในวันพุธที่ 5 ก.ย.นี้ เวลา 13.30 น. ศาลปกครองกลางได้นัดอ่านคำพิพากษา คดีหมายเลขดำที่&amp;nbsp;บ.107/2559 ระหว่าง นายประภัสร์ &amp;nbsp;จงสงวน ผู้ฟ้องคดี กับการรถไฟแห่งประเทศไทย หรือ ร.ฟ.ท. ผู้ถูกฟ้องคดีใน&amp;nbsp;
คดีพิพาทเกี่ยวกับสัญญาทางปกครอง โดยขอให้ชดใช้เงินจากการเลิกจ้างโดยไม่ชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้นายประภัสร์ฟ้อง ร.ฟ.ท.ว่าได้จ้างให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยตามสัญญา ลว. 14 พ.ย. 2555 ต่อมานายประภัสร์ได้ถูกคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)ที่ 89/2557 ลว. 10 ก.ค.2557 ให้พ้นจากตำแหน่งดังกล่าว ซึ่งมีผลเป็นการยกเลิกสิทธิและหน้าที่ตามสัญญาจ้างดังกล่าวก่อนครบกำหนดระยะเวลาตามสัญญา ผู้ฟ้องคดีจึงได้มีหนังสือ ลว. 29 มิ.ย.2558 ขอให้ ร.ฟ.ท.ชำระเงินค่าเสียหายจากการถูกเลิกจ้างดังกล่าว แต่ ร.ฟ.ท.เพิกเฉย เป็นเหตุให้นายประภัสร์ได้รับความเดือดร้อนเสียหาย จึงมาฟ้องศาลปกครอง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16632</URL_LINK>
                <HASHTAG>การรถไฟแห่งประเทศไทย, คดีหมายเลขดำ, ประภัสร์  จงสงวน, ร.ฟ.ท., ศาลปกครองกลาง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180306/image_big_5a9e1c513b8ed.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
