<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>67815</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/06/2020 15:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/06/2020 15:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวประมงเฮ! พบฝูงลูกปลาทูโผล่หากินชุกชุม หลังปิดอ่าวอันดามัน 2 เดือน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 มิ.ย.63 - นายสมบูรณ์ ธัญญาผล ประมงจังหวัดกระบี่ พร้อมด้วยนายสิทธิพล เมืองสง ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามประมงทะเลเขต3 (กระบี่) นายสุชาติ แสงจันทร์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงอันดามันตอนบน(ภูเก็ต) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ และเครือข่ายประมงพื้นบ้านได้นำเรือตรวจการณ์ประมง และเรือประมง ออกสำรวจทรัพยากรสัตว์น้ำบริเวณอ่าวบ่อม่วง ม.4 ต.ทรายขาว อ.คลองท่อม จ.กระบี่ หลังได้รับแจ้งจากชาวประมงในพื้นที่ว่า พบฝูงลูกปลาทูจำนวนมากโผล่หากินชุกชุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเจ้าหน้าที่ได้นั่งเรือออกสำรวจ ระยะห่างจากฝั่งประมาณ 1 กิโลเมตร ได้พบฝูงลูกปลาทูโผล่หากินบริเวณผิวน้ำเป็นกลุ่มก้อนจำนวนมาก สร้างความตื่นเต้นดีใจแก่เจ้าหน้าที่ และเครือข่ายประมงพื้นบ้านบ้านบ่อม่วงที่ร่วมสำรวจกับเจ้าหน้าที่เป็นอย่างมาก พร้อมกันนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการทอดแห เพื่อจับขึ้นมาตรวจพิสูจน์ว่าฝูงลูกปลาที่กำลังโผล่หากินอยู่บนผิวน้ำเป็นปลาชนิดใด เบื้องต้นพบว่าเป็นฝูงลูกปลาทูลัง ซึ่งเป็นปลาเศรษฐกิจ เจ้าหน้าที่คาดว่าอีกประมาณ 1-2 เดือน ฝูงลูกปลาทูลังดังกล่าวก็จะตัวโตเต็มวัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมบูรณ์ ธัญญาผล ประมงจังหวัดกระบี่ เปิดเผยว่า สำหรับฝูงลูกปลาทูลังที่พบชุกชุมบริเวณอ่าวบ้านบ่อม่วง ซึ่งเป็นผลมาจากมาตรการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำของกรมประมง ปิดอ่าว ในฤดูปลามีไข่ วางไข่ และเลี้ยงตัวในวัยอ่อน ซึ่งผลจากการบังคับใช้มาตรการดังกล่าว ในปี 2563 เริ่มเห็นผลของการฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำได้อย่างชัดเจน เนื่องจากหลังการประกาศปิดอ่าวอันดามัน เพียง 2 เดือน พบฝูงลูกปลาทูจำนวนมากในบริเวณอ่าวบ้านบ่อม่วง ซึ่งถือเป็นตัวชี้วัดความสมบูรณ์ของท้องทะเลฝั่งอันดามันและทะเลกระบี่ได้เป็นอย่างดี และมีแนวโน้มทะเลอันดามันมีความสมบูรณ์ขึ้นอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสิทธิพล เมืองสง ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามประมงทะเลเขต3(กระบี่) กล่าวด้วยว่า ในช่วงฤดูกาลปิดอ่าวทะเลอันดามัน 4 จังหวัด รวมเนื้อที่ ประมาณ 5,000 ตารางกิโลเมตร ประกอบด้วย พื้นที่บางส่วนของจังหวัดภูเก็ต พังงา กระบี่ และตรัง ตั้งแต่ปลายแหลมพันวา อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต ถึงปลายแหลมหยงสตาร์ อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง ซึ่งเป็นไปตามมาตรการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำในฤดูสัตว์น้ำมีไข่ วางไข่ เลี้ยงตัวอ่อน ฝั่งทะเลอันดามัน ระหว่างวันที่ 1 เม.ย. -30 มิ.ย. ของทุกปี โดยทางศูนย์ฯมีการจัดเจ้าหน้าที่ออกตรวจตราการลักลอบทำประมงผิดกฎหมายอย่างเข้มข้น&amp;nbsp;และได้มีการจับกุมเรือปลากะตักลักลอบทำประมงผิดกฎหมาย 1 ลำ ในห้วงของการปิดอ่าวเหตุเกิดในจังหวัดพังงา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนในจังหวัดกระบี่ ยังไม่พบการทำประมงผิดกฎหมาย เนื่องจากชาวประมงให้ความสำคัญและร่วมกับเจ้าหน้าที่ในการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลเป็นอย่างมาก และนอกจากนี้ทางกรมประมงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่มีการควบคุมบังคับใช้กฎหมายอย่างเข็มงวด เพื่อไม่ให้มีการจับทรัพยากรมาใช้ประโยชน์ก่อนวัยอันควร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ หากผู้ใดฝ่าฝืนจะเป็นความผิดตามตามมาตรา 70 แห่งพ.ร.ก.การประมง พ.ศ. 2558 ต้องระวางโทษ ปรับตั้งแต่ 5,000 บาทถึง 30 ล้านบาท ขึ้นอยู่กับขนาดของเรือประมง หรือปรับจำนวนห้าเท่าของมูลค่าสัตว์น้ำที่ได้จากการทำการประมง แล้วแต่จำนวนใดจะสูงกว่า และขอความร่วมมือให้พี่น้องชาวประมงได้ช่วยกันอนุรักษ์เพื่อประโยชน์ส่วนรวมโดยปฏิบัติตามกฎหมาย เพื่อให้ทรัพยากรสัตว์น้ำกลับคืนความอุดมสมบูรณ์ให้มากที่สุด ซึ่งจะเป็นการสร้างความมั่นคงให้กับการประกอบอาชีพประมงได้อย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสุชาติ แสงจันทร์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงอันดามันตอนบน(ภูเก็ต) 1 ในทีมร่วมสำรวจ กล่าวว่า สำหรับลูกปลาทูที่เจอในวันนี้ อีก ประมาณ 1เดือนก็จะโตเต็มวัย ประมาณ 20-25 ตัว/กิโลกรัม และจากการสอบถามชาวประมงพบว่าในปีนี้ มีลูกปลาทูชุกชุมเป็นกลุ่มก้อน กว่าปีที่ผ่านมา กว่า 90 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเปรียบเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจแล้วมหาศาลมาก ทั้งนี้เป็นผลมาจากปัจจัยหลายอย่าง ทั้งสภาพอากาศ การอนุรักษ์ และการประกาศใช้มาตรการปิดอ่าวของกรมประมงที่ยาวนานต่อเนื่องกันมาหลายสิบปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนางรุ้ง วันเพ็ญ อ 40 ปี ชาวประมงพื้นบ้านบ่อม่วง กล่าวว่า ในปีนี้พบว่ามีปลาทู โผล่ชุกชุมเยอะมากกว่าทุกปี พบว่าบางช่วงเข้ามาหากินถึงท่าเรือชายฝั่ง นอกจากนี้ยังพบปลาชนิดอื่นรวมถึงปลาหายาก อย่างโลมาโผล่ให้เห็นเยอะมาก ซึ่งน่าจะเป็นผลมาจากมาตรการปิดอ่าว และการประชาสัมพันธ์ของเจ้าหน้าที่ และการสร้างเครือข่ายในการอนุรักษ์ จึงทำให้สัตว์น้ำทะเลมีชุกชุม ไม่ต้องออกไปจับไกลๆ ซึ่งรายได้จากการทำประมงในตอนนี้รายได้ดีบางคนได้ถึง 2-3พันบาทต่อวัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67815</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทะเลกระบี่, ประมงจังหวัดกระบี่, ลูกปลาทู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200604/image_big_5ed8b5b51296c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15858</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/08/2018 16:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/08/2018 16:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวประมงแห่จับกุ้งล้นทะเลกระบี่ หลังรื้อเครื่องมือผิดกฎหมาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ส.ค. 61 -&amp;nbsp;นายแสน ศรีงาม ประมงจังหวัดกระบี่ ได้รับแจ้งจากชาวประมงในพื้นที่หมู่ 3 ตำบลเขาคราม อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ ว่า มีกุ้งทะเลขึ้นชุกชุม จึงมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ประมงร่วมกับเจ้าหน้าที่ศูนย์ป้องกันและปราบปรามประมงทะเลเขต 3 ประจำเรือตรวจประมงทะเลเข้าตรวจสอบบริเวณอ่าวแหลมแตง รอยต่อ ต.เขาคราม อ.เมือง กับ ต.แหลมสัก อ.อ่าวลึก พบกลุ่มชาวประมงพื้นบ้านจำนวนกว่า 60 ลำเรือได้นำเรือหางยาวทำการประมงโดยใช้เครื่องมือแหจับกุ้งที่มีจำนวนมากอยู่ในทะเลกันอย่างคึกคัก จากการตรวจสอบเรือบางลำชาวประมงสามารถจับกุ้งหัวเรียวได้ 70-100 กิโลกรัม มีรายได้เฉลี่ย 3,000-8,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุศักดิ์ บุตรหมัน ชาวประมง อ.อ่าวลึก เปิดเผยว่า หลังจากที่ทราบว่าบริเวณดังกล่าวมีกุ้งขึ้นชุกชุม จึงได้นำแหออกมาจับได้กว่า 70 กิโลกรัม มีรายได้ประมาณ 6,000 บาท หลังจากที่ทางประมงจังหวัดกระบี่ได้ทำการกวาดล้างรื้อถอนโป๊ะ เครื่องมือประมงผิดกฎหมายออกจากทะเล ก็ได้ส่งผลให้ปริมาณสัตว์น้ำเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้งกุ้ง หอย ปู ปลา ทำให้ชาวประมงพื้นบ้านมีรายได้เป็นกอบเป็นกำ โดยเฉพาะกุ้งหัวเรียวโผล่ขึ้นมาชุกชุม 2 วันแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายแสน กล่าวว่า กุ้งหัวเรียวเป็นกุ้งทะเลที่มีขนาดใหญ่ ตั้งแต่ 2-4 นิ้ว น้ำหนักประมาณ 40 ตัวต่อกิโลกรัม ซึ่งพบในพื้นที่ อ.เมืองกระบี่ อ.อ่าวลึก และ อ.เหนือคลอง ในปีนี้นอกจากบริเวณช่วงรอยต่ออำเภออ่าวลึกแล้ว บริเวณปากน้ำกระบี่ก็พบกุ้งจำนวนมาก ปรากฏการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นติดต่อกันมาทุกปี โดยกุ้งทะเลหรือกุ้งหัวเรียวจะพบมากในช่วงระหว่างเดือนกันยายน-พฤศจิกายน &amp;nbsp;แต่ปีนี้กุ้งเข้ามาเร็วขึ้น คาดว่าเกิดจากสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะหลังฝนหยุดตก คลื่นลมสงบ กุ้งหัวเรียวจะรวมกันเป็นกลุ่มก้อนอาศัยตามชายฝั่ง สาเหตุที่มีปริมาณมากขึ้นเกิดจากความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรสัตว์น้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประมงจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้บูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐกับเครือข่ายชาวประมงพื้นบ้านเฝ้าระวังการทำการประมงผิดกฎหมายในเขตทะเลชายฝั่งกระบี่ ร่วมกันอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำในช่วงฤดูวางไข่ และกรมประมงได้ขยายระยะเวลาปิดอ่าวฝั่งอันดามัน จากเดิม 2 เดือน เพิ่มเป็น 3 เดือน ส่งผลให้ทรัพยากรสัตว์น้ำมีเวลาเติบโตและมีปริมาณเพิ่มมากขึ้น ทำให้ชาวประมงชายฝั่งสามารถจับสัตว์น้ำได้มากขึ้น โดยไม่ต้องออกทะเลไปไกลๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15858</URL_LINK>
                <HASHTAG>กุ้งชุกชุมทะเลกระบี่, กุ้งหัวเรียว, ประมงจังหวัดกระบี่, ประมงพื้นบ้านจับกุ้ง, ปิดอ่าวฝั่งอันดามัน, อนุรักษ์สัตว์น้ำฤดูวางไข่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180821/image_big_5b7bd897b451e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
