<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>69218</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/06/2020 14:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/06/2020 14:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ประมงพิจิตร&#039; รับภาพ &#039;จระเข้ผอมโซ&#039; มีจริง บึงสีไฟได้งบค่าอาหารปีละ 5 พันบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 มิ.ย.63 - นายสุธี สินสุนทร ประมงจังหวัดพิจิตร พร้อมด้วย นายวัฒนา ริ้วทอง ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดเขต3 (พิจิตร) ได้พาผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปดูที่บริเวณบ่อเลี้ยงจระเข้ ซึ่งตั้งอยู่ภายในบึงสีไฟและอยู่ในความดูแลของศูนย์วิจัยฯ&amp;nbsp;โดยเล่าถึงเหตุผลที่ต้องพาผู้สื่อข่าวมาพิสูจน์ความจริงเนื่องจากกรณีที่มีภาพจากนักท่องเที่ยวนำภาพจระเข้ผอมโซ คอยาว ไปโพสต์ในสื่อโซเชียล ทำให้ผู้มีใจรักสัตว์โดยเฉพาะชาวจังหวัดพิจิตรที่ให้ความสำคัญกับจระเข้ในฐานะเป็นสัตว์สัญลักษณ์ของจังหวัดพิจิตรตามตำนานชาละวัน-ไกรทอง มีความรู้สึกกังวลเมื่อภาพจระเข้ผอมโซ คอยาว และมีเสียงวิจารณ์ในแง่การทุจริตงบเลี้ยงอาหารจระเข้ รวมถึงเรื่องการดูแลน้ำในบ่อจระเข้ที่มีสีเขียวและภูมิทัศน์โดยรอบของบ่อเลี้ยงจระเข้ที่สร้างขึ้นเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด&amp;nbsp;นายวัฒนา ริ้วทอง ผอ.ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดเขต3 (พิจิตร) เปิดเผยว่าบ่อจระเข้แห่งนี้มี&amp;nbsp;84 ตัว มีเจ้าหน้าที่ดูแลอย่างทั่วถึงส่วนการให้อาหารจระเข้มีงบประมาณตลอดทั้งปี 5,000 บาทเท่านั้น อาหารของจระเข้ที่ใช้เลี้ยงก็จะเป็นโครงไก่สด ซึ่งจระเข้กินอาหารครั้งหนึ่งก็จะอยู่ได้ 7 วัน อย่างสบายๆไม่จำเป็นต้องให้อาหารทุกวัน ส่วนน้ำในบ่อที่เป็นสีเขียวนั้นหากเปลี่ยนถ่ายน้ำบ่อยๆก็ไม่ใช่ผลดี เพราะหากเปลี่ยนน้ำในแต่ละครั้งจระเข้จะเกิดความเครียด ถึงแม้น้ำจะเป็นสีเขียวอย่างที่เห็น จระเข้ก็อยู่ได้ตามธรรมชาติของสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนภูมิทัศน์เนื่องจากที่ผ่านมาบึงสีไฟ หรือ สวนสมเด็จย่า ปิดการให้บริการนักท่องเที่ยวมาเป็นเวลาหลายเดือนสภาพภูมิทัศน์โดยรอบที่อยู่ในความดูแลของเทศบาลเมืองพิจิตรก็อาจจะดูทรุดโทรมไปบ้าง ซึ่งขณะนี้ทั้ง 2 หน่วยงานก็กำลังจะเร่งปรับภูมิทัศน์เพื่อเปิดให้บริการนักท่องเที่ยวในวันที่ 1 ก.ค. 2563 อย่างเป็นทางการอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวัฒนา กล่าวอีกว่าส่วนจระเข้ผอมโซคอยาวตัวนี้มีอยู่จริง ซึ่งดูจากสายตาและประสบการณ์ คาดการณ์ว่าน่าจะเป็นจระเข้ที่มีอาการป่วยเนื่องจากกินขวดน้ำพลาสติก หรือกินสิ่งแปลกปลอมที่เป็นขยะจากนักท่องเที่ยวที่โยนลงไปในบ่อ แต่วันนี้มองหาตัวไม่เจอ ซึ่งอาจจะนอนกบดานตามสัญชาตญาณของจระเข้ในบ่อเลี้ยงจระเข้แห่งนี้มีจระเข้ 84 ตัว บางตัวอายุมากสุดถึง 20 ปี มีทั้งตัวใหญ่น้ำหนักเกือบ 300 กก. และมีตัวเล็กรวมถึงมีเจ้าคอยาว ผอมโซอยู่รวมกัน ดังนั้นจึงขอยืนยันว่าศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดเขต3(พิจิตร)ให้ความสำคัญกับจระเข้ที่เป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดพิจิตรและดูแลเป็นอย่างดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นถ้าท่านใดอยากจะมีส่วนร่วมในการให้อาหารจระเข้ กรุณาติดต่อและแจ้งล่างหน้าได้ที่ โทร 086-449-0270 ในวันและเวลาราชการ (ห้ามให้อาหารจระเข้โดยไม่ได้รับอนุญาต )
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69218</URL_LINK>
                <HASHTAG>จระเข้ผอม, จังหวัดพิจิตร, ชาละวัน-ไกรทอง, บึงสีไฟ, ประมงจังหวัดพิจิตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200620/image_big_5eedbb1d402a4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
