<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>79392</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/10/2020 16:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/10/2020 16:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผอ.อสป.เปิดแผนพัฒนาท่าเทียบเรือประมงชายแดนใต้ เล็งเป็นแหล่งท่องเที่ยว-จุดเชคอินใหม่ของสงขลา-ปัตตานี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
องค์การสะพานปลาเดินหน้าพัฒนาท่าเทียบเรือประมงชายแดนใต้เต็มสูบ หวังปั้นท่าเทียบเรือประมงสงขลาเป็นตลาด&amp;ldquo;Seafood Market&amp;rdquo;และท่าเทียบเรือประมงปัตตานีเป็น One Stop Everything รองรับลูกค้า 3 จังหวัดชายแดนใต้ และทัพนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ พร้อมดันเป็นแหล่งท่องเที่ยว-จุดเชคอินแห่งใหม่ด้วย
&amp;nbsp;
ดร.มณเฑียร อินทร์น้อย ผู้อำนวยการองค์การสะพานปลา (อสป.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ &amp;nbsp;เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 19-20 กันยายน 2563 ที่ผ่านมา ได้พาคณะผู้บริหารขององค์การสะพานปลา(อสป.) และคณะกรรมการองค์การสะพานปลา(บอร์ด) นำโดยดร.ประยูร ดำรงชิตานนท์ และนายภัทระ คำพิทักษ์ รวมถึงนางสมรัก บุษปธำรง รองผู้อำนวยการองค์การสะพานปลา ด้านบริหาร ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมท่าเทียบเรือประมงสงขลา และท่าเทียบเรือประมงปัตตานี เพื่อรับฟังผลการดำเนินงาน และสำรวจตลาดการซื้อขายสัตว์น้ำ ซึ่งในส่วนของท่าเทียบเรือประมงสงขลา 2 (ท่าสะอ้าน) อสป.มีแผนที่จะทำให้เป็นตลาดสัตว์น้ำกลางวัน &amp;ldquo;Seafood Market&amp;rdquo; มีการซื้อขายทั้งปลีก และส่ง ไม่ใช่เป็นท่าเทียบเรือที่เอาแค่สัตว์น้ำลงอย่างเดียว ทั้งนี้เพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภค ทั้งคนในพื้นที่ และจังหวัดใกล้เคียง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นอกจากนี้ ยังมีแผนที่จะนำเอาสัตว์น้ำที่มีจุดเด่น และจุดขายของท่าเทียบเรือประมงสงขลา มาทำเป็นไฮไลท์ เพื่อส่งขายที่สะพานปลากรุงเทพฯ หรือในพื้นที่อื่นๆ ของกรุงเทพฯด้วย เพื่อสร้างจุดขาย และรายได้เพิ่มให้กับชาวประมง ขณะเดียวกันยังมีแผนขยายท่าเรือน้ำลึกสงขลา เพื่อทำให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว และจุดเชคอินแห่งใหม่ของจังหวัดสงขลาด้วย
&amp;nbsp;
สำหรับท่าเทียบเรือประมงปัตตานี การลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมครั้งนี้ ได้มีโอกาสเดินสำรวจตลาดการซื้อขายสัตว์น้ำในช่วงเช้าด้วย ซึ่งพบว่ามีสัตว์น้ำมากมาย รวมถึงปลาทะเลที่หายาก อาทิ ปลาโฉมงามขนาดใหญ่ เป็นต้น ที่ขึ้นที่ท่าเทียบเรือแห่งนี้ จึงมองเห็นโอกาสในการพัฒนาพื้นที่ท่าเทียบเรือประมงปัตตานี ทั้ง 96 ไร่ 62 ตารางวา ให้เป็นศูนย์กลางการค้าขาย เป็นตลาดที่มีสุขอนามัย อาหารปลอดภัย เป็นแหล่งท่องเที่ยว เป็นจุดชมวิว แบบ One Stop Everything ที่ไม่ใช่เป็นแค่ตลาดปลาหรือตลาดอาหารทะเลเพียงอย่างเดียว เพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคในอำเภอใกล้เคียง และ 3 จังหวัดชายแดนใต้ รวมถึงนักท่องเที่ยวในอนาคต
&amp;nbsp;
&amp;ldquo;เท่าที่เห็นตลาดเช้าที่ท่าเทียบเรือประมงปัตตานี เป็นตลาดขายสัตว์น้ำขนาดใหญ่กลางเมือง ที่ไม่ได้เป็นแค่ตลาดปลา แต่เป็นตลาดหรือแหล่งรวมสินค้าหลากหลาย ทั้งอาหารทะเล และอาหารทั่วไป(Non Fish) ของคนปัตตานี และในอำเภอใกล้เคียง อาทิ ยะหา ยะหริ่ง บันนังสตา รวมถึงจ.ยะลา จ.นราธิวาสด้วย ซึ่งสามารถต่อยอดทำอื่นๆ รวมถึงเปิดให้นักท่องเที่ยวเที่ยวเข้ามาเที่ยว มาช็อปปิ้ง มากินอาหารทะเล เพื่อเป็นแลนด์มาร์คใหม่ เป็นจุดเชคอินแห่งใหม่ของนักท่องเที่ยว ทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;
ดร.มณเฑียร กล่าวว่า งานนี้ได้มีโอกาสพูดคุยกับนายสิรภพ ดวงสอดศรี ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และนางสาวเพชรดาว โต๊ะมีนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.ปัตตานี ด้วย ในฐานะคนพื้นที่ เพื่อร่วมกันพัฒนาพื้นที่ท่าเทียบเรือประมงปัตตานีในอนาคต
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79392</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, ดร.มณเฑียร อินทร์น้อย, ประมงชายแดนใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201003/image_big_5f7849a091067.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
