<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>103866</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/05/2021 12:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/05/2021 12:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯสั่งคุมเข้มบังคับใช้กฎหมายป้องปรามการทำประมงผิดกฎหมาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 พ.ค. 2564 น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ &amp;nbsp;จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้รับรายงานความก้าวหน้าเกี่ยวกับการดำเนินการแก้ไขปัญหาและมาตรการป้องปรามการทำประมงผิดกฎหมาย เพื่อให้เป็นไปตามพันธกรณีระหว่างประเทศ โดยนายกรัฐมนตรีได้กำชับกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าให้บังคับใช้กฎหมายที่ได้ปรับปรุงแก้ไขแล้วให้เข้มงวด และต่อเนื่อง เพราะการดำเนินงานการที่เข้มงวดได้ จะส่งผลสำคัญต่อทั้งภาพลักษณ์ และความสามารถในการส่งออกอาหารทะเลของประเทศไทยในระยะยาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สภาพัฒน์ได้รายงานข้อมูลเศรษฐกิจไตรมาสแรกของปี 2564 แสดงข้อมูลว่าการส่งออกของไทยได้กลับมาเป็นบวกครั้งแรกในรอบ 4 ไตรมาสและมีแนวโน้มที่จะฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องตามการฟื้นตัวของประเทศเศรษฐกิจหลักๆ นายกรัฐมนตรีจึงได้กำชับให้มีการการดำเนินทุกมาตรการที่จะสนับสนุนการส่งออก ซึ่งอาหารทะเลเป็นหนึ่งในสินค้าส่งออกสำคัญของไทยด้วย&amp;rdquo; น.ส.ไตรศุลี กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า &amp;nbsp;แต่นายกรัฐมนตรีก็ย้ำว่า การดำเนินการตามกฎหมายต่างๆ จะต้องทำควบคู่ไปกับการบรรเทาผลกระทบต่อประมงพื้นบ้านซึ่งเป็นวิถีชีวิตดั้งเดิมของประชาชน &amp;nbsp;โดยให้มีกลไกการแก้ไขปัญหา บรรเทาผลกระทบที่มีทุกภาคส่วนเข้ารวมทั้งประชาชน ประชาสังคม ภาครัฐ ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่อง เพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาครอบคลุมประเด็นที่รอบด้าน สร้างความเชื่อมั่นต่ออาหารทะเลไทยของผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ &amp;nbsp;ไปพร้อมกับการทำประมงที่ยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้รายงานของคณะกรรมการนโยบายการประมงแห่งชาติ ระบุว่า ในปี 2563 ที่ผ่านมาประเทศไทยโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย &amp;nbsp;ในหลายด้าน เช่น การปรับปรุงกฎหมายลำดับรองที่เกี่ยวข้องทั้งหมด 17 ฉบับ การบริหารจัดการประมงทะเลไทยและการจัดการกองเรือไทย โดยมีการบริหารจัดการจำนวนเรือประมงเพื่อให้สอดคล้องกับปริมาณทรัพยากรประมง การออกใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์และใบอนุญาตทำการประมงนอกน่านน้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีการติดตาม ควบคุม และเฝ้าระวังการทำประมงให้เป็นไปตามกฎระเบียบทั้งในและระเบียบระหว่างประเทศ &amp;nbsp;บังคับใช้กฎหมายด้วยมาตรการทางปกครองควบคู่กับการใช้บทลงโทษทางอาญา &amp;nbsp;การใช้ระบบตรวจสอบย้อนกลับด้วยมาตรการตรวจสอบย้อนกลับสินค้าประมงไปยังแหล่งที่มาของสัตว์น้ำ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตลอดจนจัดระเบียบแรงงานประมง โดยมีการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายเพื่อคุ้มครองสวัสดิภาพของคนประจำเรือและป้องกันการใช้แรงงานผิดกฎหมาย ปราบปรามการค้ามนุษย์ &amp;nbsp;และดำเนินมาตรการในการพัฒนาการประมงของไทยให้ปลอดสัตว์น้ำและสินค้าสัตว์น้ำที่มาจากการทำประมงผิดกฎหมาย (IUU-Free Thailand)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103866</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล, ประมงผิดกฎหมาย, พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210408/image_big_606e9eea90225.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98768</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/04/2021 14:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/04/2021 13:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โฆษก ศรชล. ออกโรงแจงเน็ตฟลิกซ์ฉายหนังพาดพิงประมงผิดกฎหมาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 เม.ย.64 -&amp;nbsp;พล.ร.ต.ปกครอง มนธาตุผลิน โฆษกศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) กล่าวชี้แจงกรณีภาพยนตร์ เรื่อง&amp;nbsp;Seaspiracy&amp;nbsp;ทางช่อง&amp;nbsp;NETFLIX&amp;nbsp;บางตอนพาดพิงประเทศไทยในเรื่องการทำประมงผิดกฎหมายและการค้ามนุษย์ในเรือประมงทำให้เสียภาพลักษณ์ประเทศไทยว่า ภาพยนตร์ดังกล่าวเริ่มออกอากาศเมื่อ&amp;nbsp;24&amp;nbsp;มี.ค.&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ซึ่งเรื่องช่วงเวลาชั่วโมงที่&amp;nbsp;1:06:00 - 1:12:00&amp;nbsp;เป็นการนำเสนอเรื่องที่เคยเกิดขึ้นในอดีตกับลูกเรือประมงที่เชื่อว่าเคยมีอยู่จนถึงปี พ.ศ.2558&amp;nbsp;โดยมีสาระสำคัญของปัญหา ประกอบด้วยปัญหาแรกการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม ทั้งในน่านน้ำไทยและในทะเลหลวง โดยใช้เรือไทย และในน่านน้ำประเทศใกล้เคียงโดยใช้เรือที่โอนทะเบียนไปชักธงรัฐนั้นๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และปัญหาที่สอง การค้ามนุษย์หรือการบังคับใช้แรงงานบนเรือประมง ที่ทำประมงในน่านน้ำดังกล่าวข้างต้น แต่สถานะปัจจุบันหลังประเทศไทยทุ่มเทแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง มีจุดบ่งชี้ที่สำคัญ คือไทยพ้นจากใบเหลือง&amp;nbsp;IUU&amp;nbsp;ขั้นเลวร้าย มาเป็นใบเขียว คือปกติ และพ้นจากบัญชีค้ามนุษย์ขั้นเลวร้ายมาอยู่ในเทียร์ 2&amp;nbsp;ตั้งแต่ปี พ.ศ.&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;โดยคำชี้แจงของประเทศไทย คือประเทศไทยยินดีอย่างยิ่งที่มีการตรวจสอบทุกแง่มุม เพื่อสนับสนุนหลักการด้านความโปร่งใส ประเทศไทยยึดถือและมุ่งมั่นที่จะดำเนินการอย่างเต็มที่เพื่อความยั่งยืนของทะเล และทรัพยากรประมง ประเทศไทยจะไม่อดทนต่อการค้ามนุษย์ในภาคประมงอีกต่อไป และประเทศไทยมิได้ดำเนินการแก้ปัญหาโดยลำพัง แต่มีหุ้นส่วนที่ร่วมทำงานแก้ปัญหาทุกมิติ และในทุกพื้นที่ที่มีปัญหามาตลอดเวลา และมุ่งมั่นจะดำรงความโปร่งใสและชัดเจนตลอดการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ร.ต.ปกครอง กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ไทยตระหนักถึงปัญหามิใช่เพียงปัญหาหนักเฉพาะหน้า แต่ยังยึดถือความยั่งยืนของท้องทะเล ทรัพยากรประมง และของแรงงานประมงเป็นสำคัญ โดยมีกลไกความพยายามระดับชาติ ที่ผ่านมารัฐบาล คสช. ในขณะนั้นจึงทำการแก้ปัญหาดังกล่าว โดยจัดตั้งศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย (ศปมผ.) มาขับเคลื่อนนโยบายการปฏิรูปการประมง ตามแผนบริหารจัดการประมงแห่งชาติเพื่อความยั่งยืนของทรัพยากรประมงทะเลที่มีการกำกับและตรวจสอบโดยคณะตรวจสอบของกรรมาธิการทะเลแห่งรัฐสภาสหภาพยุโรป และแผนป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์แห่งชาติ มีการติดตามความก้าวหน้าโดยฝ่ายสหรัฐฯ ตลอดช่วงการแก้ไขปัญหา และนโยบายหลัก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศปมผ. ทำงานตามเป้าหมายเชิงนโยบาย&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ด้าน คือ การปฏิรูปกฎหมาย การจัดการกองเรือ&amp;nbsp;&amp;nbsp;การติดตาม ควบคุม และเฝ้าระวัง&amp;nbsp;&amp;nbsp;การบังคับใช้กฎหมาย&amp;nbsp;&amp;nbsp;การป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ในภาคประมง และการแสวงหาหุ้นส่วน ทั้งนี้การขับเคลื่อนนโยบายหลักเหล่านี้ดำเนินการอย่างมีลำดับขั้นตอนเพื่อให้ได้ผลทุกประเด็น การนำไปสู่การปฏิบัติการชี้นำของผู้นำทางการเมือง ครอบคลุมทั้งด้านการประมงและการค้ามนุษย์ มีความจริงจัง ต่อเนื่อง ตลอดเวลา จนถึงวันที่บรรลุเป้าหมาย&amp;nbsp;&amp;nbsp;ปัจจุบันศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล เป็นหน่วยที่รับผิดชอบในการเป็นแม่งานต่อไป รับผิดชอบดำเนินงานด้วยระบบตรวจสอบ และเฝ้าระวัง การประมงพาณิชย์ที่มีประสิทธิภาพ เพื่อประกันความยั่งยืนของทะเล และการคุ้มครองแรงงานประมงตามแนวทางของสหประชาชาติต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98768</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพเรือ, ประมงผิดกฎหมาย, พล.ร.ต.ปกครอง มนธาตุผลิน, ศรชล., เน็ตฟลิกซ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210408/image_big_606e9eea90225.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72839</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/07/2020 16:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/07/2020 16:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รองโฆษกรัฐบาล เผยนายกฯย้ำแก้ประมงผิดกฎหมายเป็นวาระแห่งชาติ ลั่นต้องไม่ติดใบเหลืองอีก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ก.ค.63 - ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า การแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย นายกรัฐมนตรีได้พูดในที่ประชุมครม.ว่าถือเป็นวาระแห่งชาติ ซึ่งประเทศไทยได้ถูกปลดใบเหลืองของสหภาพยุโรปไปแล้ว จะไม่ยอมให้กลับไปสู่จุดที่ได้ใบเหลืองอีก ฉะนั้นการทำงานจากนี้ไปต้องเป็นไปอย่างต่อเนื่องและเข้มงวด ส่วนมาตรการใดที่ออกมาแล้วนำไปสู่ผลกระทบต่อพี่น้องประชาชน พาณิชย์ หรือประมงพื้นบ้าน ภาครัฐต้องเข้าไปดูแลเป็นการด่วน สิ่งใดที่ขาดเหลือไม่ว่าจะเรื่องการปรับปรุงกฎระเบียบหรือเรื่องงบประมาณให้รีบเสนอเข้าสู่ครม. พร้อมกำชับทุกส่วนงานราชการต้องทำงานอย่างบูรณาการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.รัชดา กล่าวว่า ทั้งนี้ คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติให้กระทรวงเกษตรฯใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เพื่อดำเนินการโครงการการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย วงเงินทั้งสิ้น 171.60 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยที่มาของโครงการนี้ สืบเนื่องจากทางการไทยได้มีการหารือระดับทวิภาคีกับสหภาพยุโรป และมีข้อเสนอแนะว่า การแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม (IUU Fishing) ของไทย มีแนวโน้มที่จะไม่สามารถคงประสิทธิภาพได้ หากไทยไม่ดำเนินการอย่างเข้มงวดและต่อเนื่อง ซึ่งฝ่ายสหภาพยุโรปยังคงติดตามการดำเนินการของไทยในหลายประเด็นอย่างใกล้ชิด อาทิ กรอบกฎหมาย การบริหารจัดการกองเรือ และการบังคับใช้กฎหมาย มากไปกว่านั้น สหรัฐอเมริกาได้มีการออกระเบียบว่าด้วยการป้องกันการทำลายสัตว์ทะเลหายากและสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนม จากการทำประมง ซึ่งหากไทยไม่มีการเตรียมพร้อม อาจส่งผลให้ไทยไม่สามารถส่งออกสินค้าสัตว์น้ำไปสหรัฐอเมริกาได้ในปี 2565&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.รัชดา กล่าวว่า ทั้งนี้เพื่อเป็นการยกระดับการแก้ปัญหาการทำประมงผิดกฎหมายของไทยให้มีประสิทธิภาพและเป็นการเตรียมความพร้อมรับมือกับมาตรการกีดกันทางการค้าของสหรัฐอเมริกา ในประเด็นเรื่องการทำลายทรัพยากรสัตว์ทะเลหายากและสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนม กระทรวงเกษตรฯ จึงได้จัดทำโครงการแก้ปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1.ให้การทำประมงของไทยทั้งในน่านน้ำไทยและนอกน่านน้ำไทยเป็นไปอย่างถูกกฎหมาย มีการรายงานและมีการควบคุมตามมาตรฐานสากล 2.เพื่อต่อต้านการทำประมงผิดกฎหมายรวมถึงการควบคุมไม่ให้สินค้าประมงที่มาจากการทำประมงผิดกฎหมายเข้ามาในห่วงโซ่การผลิต 3.เพื่อยกระดับคุณภาพสินค้า รายได้ คุณภาพชีวิตและลดความเหลื่อมล้ำในการประกอบอาชีพของประมงพื้นบ้าน และ 4.เพื่อการอนุรักษ์และความยั่งยืนของทรัพยากรน้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.รัชดา กล่าวเพิ่มเติมว่า การดำเนินงานของโครงการนี้ เป็นการบูรณาการร่วมกันระหว่าง กรมประมง กรมเจ้าท่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) กรมสวัสดิการและคุ้มแรงงาน และองค์การสะพานปลา โดยร่วมกันทำงานในด้านต่างๆ ประกอบด้วย 1.ปรับปรุงการเก็บข้อมูลการทำประมงพาณิชย์และพื้นบ้าน ให้ครอบคลุมทุกจังหวัดชายทะเล 2.การตรวจสอบความถูกต้องของการบริหารจัดการเรือ ที่ได้รับใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์ 3.การตรวจสอบ ติดตาม ควบคุม และเฝ้าระวังการทำประมงของเรือประมงไทย 4.การพัฒนาระบบอิเล็กทรอนิกส์ในระบบการตรวจสอบย้อนกลับ 5.การเตรียมความพร้อมในการป้องกันการใช้มาตรการกีดกันทางการค้า ในประเด็นเรื่องการทำลายทรัพยากรสัตว์ทะเลหายากและสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนม และ 6.การบริหารจัดการแรงงานต่างด้าวในภาคประมงและการจัดหาแรงงานที่ถูกกฎหมาย ซึ่งมีระยะเวลาดำเนินงาน 3 เดือน (กรกฎาคม &amp;ndash; กันยายน 2563)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72839</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประชุมครม., ประมงผิดกฎหมาย, ปลดใบเหลือง, รัชดา ธนาดิเรก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200729/image_big_5f21409f5d315.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37534</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/06/2019 17:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/06/2019 16:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กกรมประมง&#039;ตามขยี้&#039;DNAแม้ว&#039;-งัดข้อมูลฝังกลบ&#039;อนาคตใหม่&#039;เซ่นตังเก!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 มิ.ย.62 - นายธนพร ศรียากูล ที่ปรึกษากรมประมงด้านการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย กล่าวถึงกรณีที่พรรคอนาคตใหม่ตอบโต้คำวิจารณ์นโยบายประมง ยืนยันได้ศึกษานโยบายประมงมาอย่างดี ช่วงที่ คสช. ออกกฎหมายหลายฉบับ การประมงพังทลายทั้งประเทศ ว่า พรรคอนาคตใหม่ไม่ทราบข้อมูลแล้วมามั่ว ปัจจุบันนี้เรือประมงที่มีใบอนุญาตประมงพาณิชย์ถูกต้องมี 10,500 ลำ ในจำนวนนี้เป็นเรือที่ถูกจับกุมดำเนินคดีเนื่องจากการทำประมงผิดกฎหมายอยู่เพียง 35 ลำ หรือคิดเป็น 0.3 เปอร์เซ็นต์ หมายความว่าพี่น้องชาวประมง 99.99 เปอร์เซ็นต์ เป็นพี่น้องชาวประมงที่ปฏิบัติได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย แล้วก็สามารถประกอบอาชีพได้อย่างมั่นคง ยั่งยืน ส่วนเรือประมงที่ไม่สามารถออกทำการประมงได้ ต้องหยุดทำการประมง 1,028 ลำ ในจำนวนนี้ รัฐบาลเยียวยาโดยการซื้อคืน 419 ลำ ซึ่งจะชำระเงินในระยะที่ 1 จำนวน 305 ลำ ภายในวันที่ 15 มิ.ย. นี้ ส่วนที่เหลืออีก 114 ลำ รอรัฐบาลหน้าที่จะเข้ามาอนุมัติเงิน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกลุ่มที่ไม่มีใบอนุญาตทำการประมง อีก 609 ลำ มี 309 ลำจากจำนวนนี้ ออกทำการประมงไม่ได้เพราะใบอนุญาตใช้เรือหมดอายุ ซึ่งเพียงไปต่ออายุใบอนุญาตใช้เรือก็ออกทำการประมงได้แล้ว เหลืออีก 300 ลำที่ไม่มีใบอนุญาตทำประมงเนื่องจากกระทำผิดร้ายแรง ถูกถอนใบอนุญาต หรือไม่มีความประสงค์จะทำอาชีพประมงแล้วเลยไม่ไปขอใบอนุญาต กลุ่มที่พรรคอนาคตใหม่ไปฟังมาแทบทั้งหมดอยู่กลุ่มที่ไม่มีใบอนุญาตเพราะทำผิดกฎหมาย บางคนมีพฤติกรรมที่นานาชาติเรียกว่าโจร IUU&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนพร กล่าวต่อไปว่า นี่คือผลกระทบที่เป็นจริง ไม่ได้มีอะไรมากมายดังที่พรรคอนาคตใหม่กล่าวอ้าง ขอเรียนว่าข้อมูลนี้เปิดเผย อธิบายได้เป็นตัวเลข ขอเพียงแต่พรรคอนาคตใหม่อย่านำวาทกรรมทางการเมืองมาทำให้ข้อมูลเหล่านี้เกิดความเสียหาย พรรคอนาคตใหม่ต้องระลึกเสมอว่าหัวหน้าพรรคประกาศตัวเป็นนายกรัฐมนตรี การประกาศอะไรก็ตามของพรรคเป็นการส่งสัญญาณต่อชาวโลกในทางที่เป็นผลเสียต่อประเทศไทย สังคมไทยคงยอมไม่ได้ที่ว่าที่นายกฯ ของเรา จะทำให้สังคมไทยกลับไปเป็นสังคมค้ามนุษย์ ทำประมงผิดกฎหมายอีก เชื่อว่าคนไทยทุกคนรับเรื่องแบบนี้ไม่ได้ สังคมโลกก็รับเรื่องแบบนี้ไม่ได้เช่นเดียวกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;พรรคอนาคตใหม่เรียกร้องมาโดยตลอดว่าขอให้การทำงานหรือระบบบริหารบ้านเมืองของเราเป็นมาตรฐานสากล มีการเดินสายไปพูดที่ยุโรป มีการเดินสายไปพูดในหลายๆ ที่ สโมสรผู้สื่อข่าวต่างประเทศบ้าง แต่ทำไมเมื่อรัฐบาลได้ดำเนินการทำให้เรื่องการทำประมงให้มันถูกกฎหมาย การปราบปรามการค้ามนุษย์ ซึ่งเป็นประเด็นมาตรฐานสากล แล้วพรรคอนาคตใหม่มาบอกว่าที่ผ่านมาทำผิด ผมคิดว่าคุณธนาธรและทีมงานคงต้องกลับไปทบทวนแล้วล่ะว่าตัวเองมีความสับสนในจุดยืนของพรรค&amp;quot; นายธนพร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่ น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่อ้างในพื้นที่ประมงพรรคได้คะแนนเสียงเยอะ แสดงว่านโยบายประมงของพรรคได้รับการยอมรับ นายธนพร กล่าวว่า ถ้าพรรคอนาคตใหม่บอกคนที่เลือกพรรคได้รับความเดือดร้อนจากกฎหมาย การตรวจตราที่เข้มงวดของภาครัฐ เพื่อทำให้การประมงของประเทศเป็นมาตรฐานสากล พรรคอนาคตใหม่ยกกรณี จ.ฉะเชิงเทรา พี่น้องชาวประมง จ.ฉะเชิงเทรา ทุกวันนี้ออกทำการประมงโดยไม่ต้องมีการตรวจใดๆ ทั้งสิ้น เพราะเรือประมงของ จ.ฉะเชิงเทรา เป็นเรือประมงขนาดเล็ก ซึ่งภาครัฐส่งเสริมอยู่แล้ว พี่น้องชาวประมงกลุ่มนี้แฮปปี้กับผลผลิต สัตว์น้ำที่เพิ่มขึ้น ก่อนจะอ้างอิงจังหวัดใดขอให้ตรวจสอบให้ดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วน จ.สมุทรสาคร มีเรือประมงเข้าออกเฉลี่ยวันละ 54 ลำ ในจำนวนนี้จะถูกสุ่มตรวจเพียง 10 - 20 เปอร์เซ็นต์ หรือประมาณ 10 - 12 ลำเท่านั้น การตรวจแบบนี้เป็นสากล โรงงานเวลาจะส่งสินค้าก็มีการสุ่มตรวจคุณภาพ ก็ใช้หลักการเดียวกัน ไม่ได้ตรวจเยอะ การยื่นเรื่องก็ยื่นผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ใช้เวลาตรวจน้อยมาก ไม่เกิน 20 นาทีต่อลำ ก็สามารถเอาสัตว์น้ำขึ้นท่าได้แล้ว ยืนยันว่าการปฏิบัติของหน่วยงานภาครัฐไม่มีสิ่งใดเกินกรอบมาตรฐานสากล จึงอยากเรียนว่าทีมงานพรรคนานวันยิ่งตอบคำถามยิ่งแสดงให้เห็นว่าไม่รู้ข้อมูลเลย อ้างมีนักวิชาการหลายท่านเป็นที่ปรึกษา ก็ถามกลับทีมงานนักวิชาการที่ปรึกษาของพรรคว่าการที่ท่านเลือกที่จะฟังคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย เป็นการเลือกรับฟังที่มีอคติหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนพร กล่าวอีกว่า การที่พรรคอนาคตใหม่คิดเช่นนี้ ก็เหมือนกับครั้งหนึ่งที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เคยบอกว่าจังหวัดไหนเลือกพรรคไทยรักไทยจะได้รับงบประมาณ จังหวัดอื่นที่ไม่เลือกรัฐบาลพรรคไทยรักไทยก็จะไม่ดูแล ความหมายของพรรคอนาคตใหม่ก็แบบเดียวกัน คนในพื้นที่จังหวัดหนึ่งเลือกพรรคอนาคตใหม่ แม้ว่าความต้องการจะเป็นสิ่งที่มาตรฐานสากลบอกว่าผิด เช่นการค้ามนุษย์ แรงงานบังคับ แรงงานทาส การทำประมงผิดกฎหมาย แล้วพรรคจะเข้าไปดูแลให้ เรื่องแบบนี้เป็นเรื่องที่น่ากลัว วิธีคิดแบบนี้ยิ่งแสดงให้เห็นว่าพรรคอนาคตใหม่โคลนนิ่งการคิดมาแบบนายทักษิณ เป็นวิธีคิดที่อันตรายต่อผลประโยชน์ของชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ชาวประมง 99.99 เปอร์เซ็นต์ ที่เขาทำถูกกฎหมายคุณไม่ดูแล คุณจะดูแลแต่โจร IUU เพราะฉะนั้นวิธีคิดอย่างนี้ก็คือวิธีคิดเดียวกับคุณทักษิณ พรรคอนาคตใหม่ก็คือดีเอ็นเอของคุณทักษิณใช่หรือไม่ วิธีคิดมันเหมือนกัน ขณะที่คนส่วนใหญ่ซึ่งอยู่ในพื้นที่อื่นไม่ดูแล ดูแลแต่พื้นที่ซึ่งถูกกล่าวหา ถูกประณามจากทั่วโลกว่าค้ามนุษย์ เป็นแหล่งรวมของการฟอกปลา แล้วไปดูแลพื้นที่อย่างนี้ ก็เหมือนกับที่คุณทักษิณเคยพูด พื้นที่ไหนเลือกเรา เราก็ดูแล นี่เป็นการสารภาพต่อสังคมไทยที่ชัดเจนที่สุดว่าพรรคอนาคตใหม่คือดีเอ็นเอของคุณทักษิณ&amp;quot;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37534</URL_LINK>
                <HASHTAG>IUU, ชาวประมง, ตังเก, ธนพร ศรียากูล, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, นโยบายพรรคอนาคตใหม่, ประมงชายฝั่ง, ประมงผิดกฎหมาย, ประมงพาณิชย์, พรรคอนาคตใหม่, อาชีพประมง, แก้ปัญหาประมง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190603/image_big_5cf4de6d65826.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31492</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/03/2019 16:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/03/2019 16:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กขป.5 ปล่อยคลิป&#039;ยุคลุงตู่ ปลดใบเหลืองได้แล้ว&#039;โชว์ผลงานชิ้นโบว์แดงรัฐบาลคสช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 มี.ค.62 -&amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โดยคณะกรรมการขับเคลื่อนและการปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน คณะที่ 5 (กขป.5)มีการเผยแพร่คลิปความยาว 0.54 วินาที ลงยูทูป &amp;nbsp;&amp;quot; ยุคลุงตู่ ปลดใบเหลืองได้แล้ว&amp;quot; นำเสนอผลงานการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม หรือไอยูยู &amp;nbsp;จนทำให้ประเทศไทยได้ปรับอันดับขึ้นเป็น เทียร์ 2 ปลดสถานะใบเหลือง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สืบเนื่องจากตลอดช่วงเวลาเกือบ 4 &amp;nbsp;ปี นับตั้งแต่ไทยได้ใบเหลืองเมื่อเดือนเมษายน 2558 &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)ได้มุ่งมั่นแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม หรือไอยูยู จนมีผลเป็นรูปธรรม อย่างครอบคลุมทั้งในด้านกรอบกฎหมาย การบริหารจัดการประมง การบริหารจัดการกองเรือ การติดตาม ควบคุม และเฝ้าระวัง (MCS) การตรวจสอบย้อนกลับ และการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งทำให้ไทยสามารถแสดงความรับผิดชอบและบทบาททั้งในฐานะรัฐเจ้าของธง รัฐชายฝั่ง รัฐเจ้าของท่าและรัฐตลาด ในระดับของมาตรฐานสากล ส่งผลให้สหภาพยุโรปปลดใบเหลืองให้ไทย เมื่อเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยก่อนหน้านี้ กขป.5 &amp;nbsp;ได้มีการเผยแพร่คลิป&amp;quot;สู่สยามเวนิส 2019&amp;quot;นำเสนอผลงานการแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินริมคลองลาดพร้าว โดยการเข้าไปเจรจากับชาวบ้าน &amp;nbsp;เสนอทางออกในการจัดระเบียบชุมชนริมคลอง ด้วยโครงการสร้างและให้สิทธิกับผู้พักอาศัย พร้อมทั้งทาสีบ้านริมคลองเป็นสีสันสดใสเป็นเอกลักษณ์แปลกตา รวมถึงบริหารจัดการขยะ บำบัดน้ำในคลองให้ดีขึ้น &amp;nbsp;คลิปที่สองเรื่อง. &amp;quot;แฟลตดินแดงโฉมใหม่&amp;quot; เป็นโครงการก่อสร้างแฟลตดินแดงแทนอาคารหลังเก่าที่ชำรุดทรุดโทรม &amp;nbsp;พร้อมโชว์ภาพห้องพักแบบใหม่มีการออกแบบให้น่าอยู่เหมือนกับคอนโดมิเนียม.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31492</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประมงผิดกฎหมาย, ปลดล็อกใบเหลือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190316/image_big_5c8cbaa461d3c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
