<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>42669</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/08/2019 13:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/08/2019 13:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯช่วยด่วน ชะตากรรมแรงงานประมงไทย 50 ชีวิต ถูกลอยแพกลางทะเลโซมาเลีย อาหารและน้ำมันใกล้หมด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;เผยคลิปชะตากรรมแรงงานชาวประมง ที่ถูกนายจ้างหลอกลอยแพกลางทะเลโซมาเลีย บอกอยากกลับบ้านเพราะน้ำและอาหารเหลือน้อย &amp;nbsp;ได้กินข้าวแค่วันละมื้อ แม่ร่ำไห้เป็นห่วงลูกชายจะอดข้าว อดน้ำ และกลัวถูกโจรสลัดจับตัว &amp;nbsp;ขณะนายกเทศมนตรี และ ผญบ.ลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจ พร้อมเร่งประสานหน่วยงานรัฐช่วยเหลือ ด้านผู้ว่าฯ บุรีรัมย์ มอบสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน จ.บุรีรัมย์ ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือเร่งด่านแล้ว &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ส.ค.2562 &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานควาบคืบหน้า จากกรณีที่มีแรงงานชาว อ.ละหานทราย &amp;nbsp;จ.บุรีรัมย์ &amp;nbsp;โทรวีดีโอคอล มาหาเพื่อนหมู่บ้านเดียวกันที่ทำงานอยู่ จ.ภูเก็ต &amp;nbsp; ให้ช่วยประสานหน่วยงานรัฐเข้าไปช่วยเหลือ เนื่องจากได้ถูกนายจ้างหลอกไปทำงานประมงที่ประเทศโซมาเลีย แต่ไม่ได้จ่ายค่าจ้างมานานกว่า 5 เดือน ทั้งยังปล่อยลอยแพไว้กลางทะเลชายฝั่งเขต โบซาโซ่ ประเทศโซมาเลีย อาหารและน้ำ ใกล้จะหมดไม่มีทางกลับ โดยบอกว่า มีคนไทยอยู่บนเรือประมง 2 ลำ ลอยอยู่กลางทะเล ประเทศโซมาเลีย มีลูกเรือที่เป็นชาวไทยอยู่ประมาณ 50 คน และประเทศอื่นอีกประมาณ 10 คน กำลังจะขาดน้ำ ขาดอาหาร และน้ำมันก็ใกล้หมดอยากให้ช่วยเหลือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดก็ได้มีการแชร์คลิปภาพวีดีโอ ชะตากรรมของแรงงานชาวประมงที่ถูกทิ้งอยู่บนเรือลอยลำกลางทะเลโซมาเลีย ซึ่งพวกเขาบอกว่าได้ถูกนายจ้างโกงไม่จ่ายค่าจ้างและปล่อยลอยแพไว้กลางทะเล ขณะนี้เครื่องทำน้ำจืดก็เสีย อาหารก็ใกล้จะหมด ต้องหาปลาในทะเลประกอบอาหารกันเอง ได้กินข้าวแค่วันละมื้อใช้ชีวิตอยู่อย่างยากลำบาก พร้อมได้วิงวอนขอให้หน่วยงานภาครัฐเร่งเข้าไปช่วยเหลือพาพวกเขากลับบ้านโดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายธนาวุฒิ &amp;nbsp; ศรีกิมแก้ว &amp;nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลสำโรงใหม่ อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ พร้อมผู้ใหญ่บ้าน ได้ลงพื้นที่ไปเยี่ยมและให้กำลังใจครอบครัวของแรงงาน ที่ถูกหลอกลอยแพกลางทะเลโซมาเลียซึ่งจากการสอบถามข้อมูลเบื้องต้นทราบว่า มีแรงงานในพื้นที่ตำบลสำโรงใหม่ที่ถูกลอยแพกลางทะเลทั้งหมด 18 คน ทั้งนี้นายกเทศมนตรีได้ติดต่อกับแรงงานที่ถูกลอยแพอยู่กลางทะเล ผ่านทางเฟสบุ๊ก และวีดีโอคอล ก็ยังสามารถติดต่อสื่อสารกันได้ ซึ่งแรงงานก็บอกว่าอยากให้ช่วยเหลือพากลับบ้านโดยเร็วเพราะใช้ชีวิตอยู่อย่างลำบาก ได้กินข้าวแค่วันละมื้อ ซึ่งในส่วนของเทศบาล ก็จะได้นำข้อมูลประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งหาแนวทางช่วยเหลือแรงงานที่ถูกทิ้งอยู่กลางทะเลให้กลับบ้านได้อย่างปลอดภัยโดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนางนารีรัตน์ นุ่มนวลศรี อายุ 49 ปี แม่ของนายสิทธิชัย นุ่มนวลศรี อายุ 26 ปี หนึ่งในแรงงานที่ถูกลอยแพบนเรือหาปลาอยู่กลางทะเล บอกว่า หลังเห็นภาพลูกชายที่อยู่กลางทะเลก็เป็นห่วงมาก ไม่คิดว่าลูกจะต้องไปเผชิญชะตากรรมแบบนี้ ซึ่งที่ผ่านมาลูกชายเคยไปทำงานบนเรือหาปลาหลายครั้ง แต่ก็จะอยู่ในประเทศไทย ไม่เคยไปทำที่ต่างประเทศเลย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สาเหตุที่ลูกตัดสินใจไปเป็นลูกเรือโซมาเลียครั้งนี้ เพราะมีคนมาติดต่อบอกจะให้ค่าจ้างสูงจึงตกลงไป เพื่อจะได้ส่งเงินมาจุนเจือครอบครัวที่มีฐานะยากจน ก็อยากจะวิงวอนขอให้หน่วยงานภาครัฐช่วยเหลือพาลูกชาย และแรงงานทุกคนที่ติดอยู่บนเรือกลางทะเลมา ได้กลับบ้านอย่างปลอดภัยโดยเร็วด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน นายธีรวัฒน์ วุฒิคุณ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ &amp;nbsp;มอบหมายให้ นางทัดดาว วงษ์ทัต สวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน จ.บุรีรัมย์ ได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทราบว่า นายชิงชัย ลูกจ้างประมง เดินทางไปทำงานต่างประเทศโดยไม่ได้ผ่านสำนักงานจัดหางานฯ และได้โทรศัพท์สอบถามข้อมูลจากนายองคราช ซึ่งขณะนี้ทำงานอยู่ที่ จ.ภูเก็ตผู้ร้องให้ช่วยเหลือนายชิงชัย ลูกจ้างเรือประมง ทราบว่า นายชิงชัยพร้อมกับเพื่อนๆ อีกประมาณ 13 คน ซึ่งมีชาว จ.สุรินทร์รวมอยู่ด้วย&amp;nbsp; ซึ่งเดินทางโดยเครื่องบินไปลงที่ประเทศอิหร่าน จากนั้นก็ขึ้นเรือประมงไปในน่านน้ำประเทศโซมาเลีย โดยมีเรือ 2 ลำ โดยกระจายกันกันอยู่คนละลำ ลำแรกจะ มีประมาณ 18 คน ลำที่ 2 จะมีประมาณ 20 คน โดยมีลูกเรือคนอื่นๆ อีก เป็นเวลาประมาณ 5-6 เดือน โดยการชักชวนจากลูกจ้างกลุ่มแรกที่ไปทำงานก่อนแล้วซึ่งไม่ประสบปัญหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ในชุดของนายชิงชัยเกิดปัญหาเรื่องเกี่ยวกับค่าจ้าง และสภาพการทำงาน จึงได้คุยกับนายองคราชผ่านเฟสบุ๊คของคนบนเรือ เพื่อขอความช่วยเหลือจากประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42669</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลางทะเลโซมาเลีย, ถูกลอยแพ, ประมงไทย, โซมาเลีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190804/image_big_5d467fbbd18cb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26164</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/01/2019 17:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/01/2019 17:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อึ้ง&#039;ปลอด&#039;ชี้ปลดใบเหลืองประมงไทย ไม่ใช่เรื่องที่น่ายินดี!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ม.ค.62 - นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่ประเทศไทยได้รับการปลดใบเหลืองด้านประมงจากIUU ว่า ไม่ใช่เรื่องของความน่ายินดี เพราะภายใต้การแก้ไขปัญหาของผู้มีอำนาจกลับพบว่าพี่น้องชาวประมงทั่วประเทศ ต้องเผชิญชะตากรรมที่ยากลำบาก การทำมาหากินไม่สามารถออกเรือได้ จากเดิม จะมีชาวประมง ออกเรือกว่า 80,000 ลำ แต่หลังจากผู้มีอำนาจเข้ามาแก้ไขปัญหานับแต่ปี 2558 ชาวประมงต้องยุติการออกเรือ และสามารถออกไปประกอบอาชีพได้เพียง ราว10,000 ลำเท่านั้น ซึ่งทำให้ภาคประมงประเทศไทยเกิดความเสียหาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;หากพรรคเพื่อไทยได้เข้ามาบริหารราชการแผ่นดิน จะต้องเลือกประเทศและประชาชนมาก่อน ต้องค่อยๆแก้ปัญหา แต่วิธีการแก้ปัญหาของฝ่ายรัฐทำให้ชาวประมงเกิดความเสียหายเกิดความทุกข์ยากในการประกอบอาชีพ จากนี้พรรคเพื่อไทยจะเข้าไปดูแลเข้าไปเยียวยาอย่างมีเหตุมีผล ยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยสามารถแก้ปัญหาประมงได้ แต่ขึ้นอยู่กับประชาชน จะอนุญาตให้พรรคเพื่อไทยเข้าไปทำงานหรือไม่ ขอให้ประชาชนมั่นใจว่าพรรคเพื่อไทยสามารถทำได้&amp;quot;นายปลอดประสพ กล่าว.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26164</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประมงไทย, ปลดใบเหลือง, ปลอดประสพ สุรัสวดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181207/image_big_5c0a1ea61eea6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26077</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/01/2019 21:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/01/2019 19:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ข่าวดี!!!อียูประกาศปลดใบเหลืองประมงไทยแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ม.ค.62- เมื่อเวลา 11.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ณ กรุงบรัสเซลล์ ประเทศเบลเยี่ยม พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลัง นายเคอเมนู เวลลา กรรมาธิการยุโรปด้านสิ่งแวดล้อม กิจการทางทะเล และประมง (European Commissioner for Environment, Maritime Affairs, and Fisheries) ประกาศแถลงการณ์ผลการพิจารณาปลดใบเหลืองประมง ไอยูยูของประเทศไทย ซึ่งเป็นเพียงประเทศเดียวที่ได้รับการพิจารณาในครั้งนี้ ณ สำนักงานใหญ่คณะกรรมาธิการสหภาพยุโรป กรุงบรัสเซลล์ ประเทศเบลเยี่ยมว่า ถือเป็นความสำเร็จและน่ายินดีที่ทุกภาคส่วนได้ร่วมมือกันแก้ไขปัญหาการทำประมงไอยูยูมาโดยตลอด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะตั้งแต่ประเทศไทยได้ใบเหลืองเมื่อเดือนเมษายน 2558 ก็ได้ได้มุ่งมั่นแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย อย่างเต็มที่ จนสามารถแก้ปัญหาได้ทั้งระบบ ทั้งด้านกรอบกฎหมาย การบริหารจัดการประมง การบริหารจัดการกองเรือ การติดตาม ควบคุม และเฝ้าระวัง (MCS) การตรวจสอบย้อนกลับ และการบังคับใช้กฎหมาย ความมุ่งมั่นทั้งหมดส่งผลให้สหภาพยุโรปปลดใบเหลืองให้กับไทย ทั้งนี้เป็นการสะท้อนถึงความสำเร็จที่ไทยได้ยกระดับของการทำประมงเชิงพาณิชย์ ทั้งในและนอกน่านน้ำเข้าสู่มาตรฐานสากล และพร้อมที่จะเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือกับสหภาพยุโรปในการส่งเสริมการประมงอย่างยั่งยืนทั้งในระดับประเทศและภูมิภาค &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ฉัตรชัยยังกล่าวด้วยว่า จากนี้ไปรัฐบาลไทยก็ยังมีความมุ่งมั่น ที่จะขจัดปัญหาการทำประมงไอยูยู&amp;nbsp;
เพราะตระหนักดีถึงความจำเป็นที่จะต้องรักษาความยั่งยืนของทรัพยากรสัตว์น้ำเพื่ออนุชนรุ่นหลัง พร้อมกันนี้ทั้งนี้นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้กำกับดูแลเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด และเชื่อมั่นว่าไทยได้วางรากฐานระบบป้องกันการทำประมงไอยูยู ไว้อย่างสมบูรณ์ทั้ง6ด้านคือ 1. ด้านกฎหมาย 2. ด้านการบริหารจัดการประมง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ด้านการบริหารจัดการกองเรือ 4 ด้านการติดตาม ควบคุม และเฝ้าระวัง (MCS) 5. ด้านการตรวจสอบย้อนกลับ และ 6. ด้านการบังคับใช้กฎหมาย ส่วน การดำเนินการระยะต่อไปหลังการเจรจาระดับทวิภาคีร่วมกับนายเคอเมนู เวลลา แล้ว ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบร่วมกันเกี่ยวกับแผนงานความร่วมมือในอนาคตกับสหภาพยุโรปเพื่อให้ไทยบรรลุการเป็นประเทศปลอดประมงไอยูยู หรือ ไอยูยูฟรีได้โดยสมบูรณ์ต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายเคอเมนู เวลลา กรรมาธิการยุโรปด้านสิ่งแวดล้อม กิจการทางทะเล และประมง กล่าวว่า รู้สึกยินดีที่เป็นเจ้าภาพต้อนรับ พล.อ.ฉัตรชัย รองนายกรัฐมนตรี ของประเทศไทย พร้อมกันนี้ได้ย้ำถึงความสัมพันธ์ที่มีมานานจะทำให้การแก้ปัญหาประสบความสำเร็จยิ่งขึ้น ทั้งนี้ในการหารือร่วมกันของรัฐบาลไทยและสหภาพยุโรปมีความยินดีที่จะประกาศให้ประเทศไทยปลดใบเหลือง ในกลุ่มประเทศที่ทำประมงผิดกฎหมาย และขอแสดงความยินดีกับรองนายกรัฐมนตรี สำหรับความเป็นผู้นำและความมุ่งมั่น ในการทำให้การปฏิรูปนี้เป็นไปได้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26077</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรมาธิการยุโรปด้านสิ่งแวดล้อม, กรุงบรัสเซลล์, ประมงไทย, ปลดธงเหลือง, พลเอก ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190108/image_big_5c349bec68c30.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
