<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>14568</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/08/2018 12:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/08/2018 12:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สรท.หวังปี 61 ส่งออกโตแตะ 9%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สรท.เผยการส่งออกเดือน มิ.ย.มีมูลค่า 21,780 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 8.2% ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 16 ดันส่งออกครึ่งปี มีมูลค่ารวม 125,812 ล้านดอลลาร์เหรียญสหรัฐ ขยายตัว 11% พร้อมลุ้นปี 61 ส่งออกโตแตะ 9%

02 ส.ค. 61 นางสาวกัณญภัค ตันติพิพัฒน์พงศ์ ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย สรท.(สภาผู้ส่งออก) เปิดเผยว่าภาพรวมการส่งออกในเดือน มิ.ย. ปี 2561 มีมูลค่า 21,780 ล้านเหรียญสหรัฐ เติบโต 8.2% ขยายตัวต่อเนื่องในระดับสูงเป็นเดือนที่ 16 การส่งออกในรูปแบบเงินบาทมีมูลค่า 694,113 ล้านบาท ขยายตัว 0.8% ขณะที่การนำเข้าเดือน มิ.ย.มีมูลค่า 20,201 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 10.8% ซึ่งการนำเข้าในรูปแบบของเงินบาทมีมูลค่า 652,583 ล้านบาท ขยายตัว 3.4% ส่งผลให้การส่งออกของไทยในครึ่งปีแรก มีมูลค่ารวม 125,812 ล้านดอลลาร์เหรียญสหรัฐ ขยายตัว 11%

&amp;ldquo;การส่งออกของไทยในเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมายังคงสามารถกระจายการขยายตัวได้ดีในเกือบทุกตลาดสำคัญอย่างต่อเนื่อง ทั้งตลาดหลัก ตลาดรอง และตลาดศักยภาพ เช่น จีน ยุโรป ญี่ปุ่น อินเดีย และ CLMV โดยเฉพาะในสหรัฐที่มีการขยายตัวสูงสุด อย่างไรก็ตามในปี 2561 นี้ สรท.ยังคงคาดการณ์การส่งออกของไทยในปีนี้เติบโตได้ที่ 8-9% โดยมีเงือนไขต้องมีการส่งออก21,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน จะเติบโตได้ที่ 8% หากให้เติบโตได้ถึง 9% ต้องมีการส่งออกต่อเดือนอยู่ที่ 22,500 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน&amp;rdquo;นางสาวกัณญภัค กล่าว

ขณะที่ทิศทางการส่งออกของไทยในช่วงครึ่งหลังของปี 2561 นี้ สรท.มองว่ายังมีอุปสงค์ที่แข็งแกร่งจากเศรษฐกิจคู่คู้าโดยเฉพาะในตลาดที่มีศัยกภาพสูงที่สอดคล้องกับภาวะการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก ขณะที่ดัชนีการคคาดการณ์ภาวะธุรกิจการส่งออกในไตรมาส 3 นี้ยังอยู่ที่ระดับ 66.0 ขึ้นจากระดับ 55.5 ในเดือนที่ผ่านมาซึ่งแสดงถึงความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการที่มีต่อภาคการส่งออก ผลกระทบเชิงบวกจากสงครามการค้าที่ไทยเร่งผลักดันการส่งออกสินค้าไปทดแทนกลุ่มสินค้าที่มีการกีดกันทางการ ส่วนแนวโน้มทิศทางการอ่อนค่าลงของเงินบาทเป็นการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันอีกด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14568</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประมาณการส่งออก, ผู้ส่งออก, สรท.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180802/image_big_5b6290cbc1340.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10871</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/06/2018 11:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/06/2018 11:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>EXIM BANK ปรับเพิ่มคาดการณ์ส่งออกปี 2561 โตได้ถึง 9%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;EXIM BANK จับตาทิศทางการส่งออกที่ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง &amp;nbsp;จึงได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติ บโตของภาคการส่งออกไทยทั้งปี 2561 จากเดิม EXIM BANK คาดการณ์ไว้ที่ 5-8% เป็น 7-9%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิศิษฐ์ เสรีวิวัฒนา กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้ าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) เปิดเผยว่า การส่งออกในปี 2561 มีแนวโน้มขยายตัว เนื่องจากมูลค่าส่งออกในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2561 ขยายตัวถึง 11.5% สูงกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ EXIM BANK จึงได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของภาคการส่งออกไทยทั้งปี 2561 จากเดิม EXIM BANK คาดการณ์ไว้ที่ 5-8% เป็น 7-9% โดยมีปัจจัยสนับสนุนดังนี้ 1. การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกขยายตัวในระดับสูง โดยล่าสุดกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund : IMF) คาดว่าเศรษฐกิจโลกปี 2561 จะขยายตัว 3.9% สูงสุดในรอบ 7 ปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมทั้งปรับเพิ่มคาดการณ์มูลค่าการค้าโลกจากเดิมที่ขยายตัว 4.6% เป็น 5.1% 2. ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้นมากกว่าที่ เคยคาดการณ์ ทำให้สำนักบริหารสารสนเทศพลังงานของสหรัฐฯ (U.S. Energy Information Administration : EIA) ปรับเพิ่มคาดการณ์ราคาน้ำมันปี 2561 จาก 63 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เป็น 70 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล จากอุปสงค์น้ำมันที่ฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งตามการฟื้นตั วของเศรษฐกิจโลก ทำให้มูลค่าส่งออกสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับราคาน้ำมัน ได้แก่ น้ำมันสำเร็จรูป เคมีภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์ยาง และเม็ดพลาสติกซึ่งมีสัดส่วน รวมกันราว 15% ของมูลค่าส่งออกรวมขยายตัวในระดับสูงตาม &amp;nbsp;3. ผู้ผลิตรายใหญ่ของโลกยังใช้ ไทยเป็นฐานการผลิตที่สำคัญและมี การลงทุนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยส่วนหนึ่งได้อานิสงส์ จากโครงการระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ที่มีความคืบหน้าและชัดเจนมากขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิศิษฐ์ เปิดเผยต่อไปว่า การส่งออกของไทยไปยังแต่ละตลาดในปี 2561 ยังมีแนวโน้มขยายตัวได้มากกว่า ที่เคยคาดการณ์ในทุกตลาด โดยเฉพาะตลาดยุโรป ญี่ปุ่น และอาเซียนเดิม ที่คาดว่าจะขยายตัวได้สูงกว่า 9% เช่นเดียวกับตลาดใหม่ อย่าง CLMV และตลาด New Frontiers อื่นๆ ที่ปรับเพิ่มคาดการณ์เป็น 8.5% และ 6.3% จากคาดการณ์เดิมที่ 6.7% และ 5.0% ตามลำดับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับมูลค่าส่งออกจำแนกรายสินค้า EXIM BANK ปรับเพิ่มคาดการณ์มูลค่าส่งออกปี 2561 ใน 3 กลุ่มสินค้าหลัก ได้แก่ สินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับราคาน้ำมัน ขยายตัวเพิ่มเป็น 17.5% จากคาดการณ์เดิมที่ 11.2% รถยนต์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบ ปรับเพิ่มเป็น 8.4% จากคาดการณ์เดิมที่ 7.8% และสินค้าเกษตร ปรับเพิ่มเป็น 6.6% จากคาดการณ์เดิมที่ 2.0% อย่างไรก็ตาม ยังต้องจับตามองปัจจัยบั่นทอนบางประการที่อาจกระทบต่อการส่งออกและทำให้มูลค่าส่ งออกในช่วงที่เหลือของปีน้อยกว่ าที่คาด ได้แก่ ค่าเงินที่มีแนวโน้มผันผวนมากขึ้ น รวมถึงมาตรการกีดกันทางการค้าและความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างประเทศ โดยเฉพาะประเด็นเรื่ องสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีนที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10871</URL_LINK>
                <HASHTAG>EXIM BANK, ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย, ประมาณการส่งออก, พิศิษฐ์ เสรีวิวัฒนา, ส่งออก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180404/image_big_5ac49d47d9932.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
